<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ยุคของดนตรีไทย by Pitchayapak Phuangsap</title>
      <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-12-19 12:33:29 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-12-19 12:51:48 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424748812</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1726559109/cd3a9a626be4cf35d306d731eab5de68/image.png" />
         <pubDate>2022-12-19 12:38:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424748812</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424749317</link>
         <description><![CDATA[<div>เพลงไทยที่ปรากฏขึ้นในสมัยนี้ได้แก่&nbsp; เพลงเทพทอง หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เพลงสุโขทัย"</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-19 12:38:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424749317</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424750247</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/yXqiP7dQT9g" />
         <pubDate>2022-12-19 12:39:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424750247</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิวัฒนาการของดนตรีไทย</title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424750931</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;สมัยอยุธยาดนตรีมีการพัฒนาในหลายๆด้าน ทั้งนี้ เพราะอยุธยาเป็นราชธานียาวนนานถึง 417 ปีจึงมีการติดต่อสัมพันธ์กับชาติต่างๆ หลายชาติ ดดยผ่านทางการเมือง&nbsp; การค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม&nbsp; เชื่อกันว่าในสมัยอยุธยาดนตรีไทยน่าจะมีความเจริญมาก&nbsp; ทำให้ประชาชนนิยมเล่นดนตรีกันมากมาย&nbsp; แม้แต่ในเขตพระราชฐาน&nbsp; จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนถ (พ.ศ.1991-2031) ต้องมีกฏมณเฑียรบาลกำหนดว่า "ห้ามร้องเพลงเรือ&nbsp; เป่าขลุ่ย เป่าปี่&nbsp; สีซอ ดีดกระจับปี่&nbsp; ดีดจะเข้&nbsp; ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน"<br>&nbsp; &nbsp;เครื่องดนตรีในสมัยอยุธยาบางชนิดรับช่วงมาจากสมัยสุโขทัย&nbsp; แต่ได้มีการพัฒนาในการคิดสร้างเครื่องดนตรีขึ้นมาอีกหลายชิ้นจำทำให้ดครื่องดนตรีในสมัยนี้มีครบเกือบทุกประเภท&nbsp; เช่น กระจับปี่&nbsp; จะเข้ (พัฒนามาจากเครื่องดนตรีของมอญ) พิณน้ำเต้า&nbsp; ซอสามสาย ซออู้&nbsp; ซอด้วง ขลุย กรับคู่&nbsp; กรับเสภา&nbsp; ระนาดเอก&nbsp; ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องชัย&nbsp; ฆ้องโหม่ง ฉิง&nbsp; ฉาบ ตะโพน&nbsp; โทน&nbsp; รำมะนา&nbsp; กลองทัด กลองตุ๊ก ปี่ใน ปี่กลาง แตรงอน&nbsp; แตรสังข์&nbsp; เป็นต้น</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-19 12:40:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424750931</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิวัฒนาการของดนตรีไทย</title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424751383</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;สมัยสุโขทัยนับเป็นสมัยเริ่มต้นที่คนไทยรวตัวกันเป็นชาติอย่างสมบูรณ์&nbsp; แทนที่จะเป็นเพียงอาณาจักรที่มีเขตอิทธิพลอย่างจำกัดดังแต่กอ่น เรื่องราวของสุโขทัยมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อพ่อขุนรามคำแหงได้ประดิษฐ์อักษรไทยและจารึกเรื่องราวต่างๆ ลงในหลักศิลาจารึก&nbsp; และจากศิลาจารึกนี้เองทำให้คนรุ่นหลังทราบว่าสมัยสุโขทัยเป็นยุคสมัยหนึ่งที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านสังคม เศรษฐกิจ&nbsp; การเมือง&nbsp; การทหาร&nbsp; ภาษา&nbsp; และศิลปวัฒนธรรม&nbsp; ชาวเมืองมีเครื่องเล่นสร้างควงามรื่นเริงบันเทิงใจ&nbsp; และมีอิสระเสรีที่จะแสดงออกในเรื่องราวของบทเพลงและดนตรี&nbsp; เพลงและเรื่องราวของดนตรีบางส่วนจึงปรากฏอยู่บนหลักศิลาจารึก&nbsp; เช่น ข้อความที่ว่า "เสียงพาทย์ เสียงพิณ&nbsp; เสียงเลื่อน&nbsp; เสียงขับ" แสดงให้เห็นว่า ในสมัยสุโขทัยมีการนำดนตรีมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ทั้งในราชสำนักและประเพณีของราษฎร<br>&nbsp; เครื่องดนตรีที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการใช้กันในสมัยสุโขทัย เช่น บัณเฑาะห์&nbsp; สังข์&nbsp; แตรงอน (กาหล)&nbsp; แตรเขาควาย (พิสเนญชัย) พิณเพียะ หรือเบี๊ยะะพวง&nbsp; กรับคู่&nbsp; มโหระทึก ฆ้อง&nbsp; กลอง&nbsp; กังสดาล ฉิ่ง ฉาบ เป็นต้น &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-19 12:41:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424751383</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424754612</link>
         <description><![CDATA[<div>เพลงที่ปรากฏในสมัยนี้ สามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเภท คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เพลงมโหรี ใช้วงมโหรีบรรเลง มีไว้สำหรับบรรเลงขับกล่อม&nbsp; เพลงที่บรรเลงมี 2 ชนิด คือ เพลงตับและเพลงเกร็ด ซึ่งมีตำราเพลงมโหรีปราฏกรายชื่อตกทอดมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ถึงจำนวน 197 เพลง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. เพลงปี่พาทย์&nbsp; ใช้วงปี่พาทย์ มีไว้สำหรับบรรเลงประกอบการแสดงโขน&nbsp; ละคร และใช้บรรเลงประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพลงที่บรรเลง เช่น เพลงหน้าพาทย์ เพลงประกอบละคร เพลงเรื่อง เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. เพลงภาษา เป็นเพลงไทยที่มีสำเนียงของชาติต่างๆ มักใช้เพลงประกอบตัวละครตามเชื้อชาติ นั้นๆ เช่น เพลงสำเนียงภาษาจีน เพลงาสำเนียงมอญ&nbsp; เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-19 12:45:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424754612</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424755573</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/YROgBANbnMo" />
         <pubDate>2022-12-19 12:47:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424755573</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424757093</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1726559109/5ea350b57996e024cc29eae9787d8831/image.png" />
         <pubDate>2022-12-19 12:49:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424757093</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิวัฒนาการของดนตรีไทย</title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424757443</link>
         <description><![CDATA[<div>มีวงดนตรี 3 ประเภท เช่นเดียวกับสมัยอยุธยา คือ วงปี่พาทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสาย แต่มีเครื่องดนตรีของชาติต่างๆ เข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด ดังปรากฏในหมายกำหนดการของพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นว่า “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิณพาทย์ไทย พิณพาทย์รามัญ มโหรีไทย ฝรั่ง มโหรีญวน เขมร ผลัดเปลี่ยนกันสมโภช 2 เดือนกับ 12 วัน” ในงานสมโภชพระแก้วมรกตเป็นต้น</div><div>เนื่องจากในสมัยนี้เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ 15 ปี และประกอบกับเป็นสมัยแห่งการก่อร่างสร้างเมือง และการป้องกันประเทศเสียโดยมาก วงดนตรีไทยในสมัยนี้จึงไม่ปรากฏหลักฐานไว้ว่า ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงขึ้น สันนิษฐานว่า ยังคงเป็นลักษณะและรูปแบบของ ดนตรีไทย ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั่นเอง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-19 12:49:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424757443</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424757844</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1726559109/ac02e9cc5603a873c8aae2958619d715/image.png" />
         <pubDate>2022-12-19 12:50:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424757844</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิวัฒนาการของดนตรีไทย</title>
         <author>pitchayapak976</author>
         <link>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424758233</link>
         <description><![CDATA[<div>คณะละครและวงปี่พาทย์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์มีความก้าวหน้าทางดนตรีมาก เริ่มจากสมัยรัชกาลที่ 1 ได้เพิ่มกลองทัดขึ้นในวงปี่พาทย์เป็น 2 ลูก และเพิ่มระนาดในวงมโหรีปี่พาทย์อีก 1 ราง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 เริ่มมีปี่พาทย์บรรเลงประกอบเสภา จึงได้นำเปิงมางมาติดข้างสุกถ่วงเสียงให้ต่ำลง เรียกว่าสองหน้า ใช้ประกอบการบรรเลงประกอบเสภา และได้เพิ่มฆ้องวงในวงมโหรีด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีผู้สร้างระนาดทุ้มและฆ้องวงเล็กขึ้นมา ทำให้เกิดวงปี่พาทย์เครื่องคู่ขึ้นในสมัยนั้น ซึ่งประกอบด้วยเครื่องดนตรีระนาดทีเปลี่ยนชื่อเป็นระนาดเอก เพื่อให้เข้าคู่กับระนาดแบบใหม่ ที่เพิ่มราง 1 ราง และสร้างขนาดใหญ่เรียกว่า ระนาดทุ้ม และฆ้องวงใหญ่ เพื่อให้เข้าคู่กับฆ้องวงเล็กที่สร้าง ขนาดเล็กลงเรียกว่า ฆ้องวงเล็ก นอกจากนี่ยังมีการนำปี่นอกเข้ามาผสมเข้าคู่กับปี่ใน และเครื่องดนตรีเดิม คือ ตะโพน กลองทัดและฉิ่งเช่นเดิม รวมทั้งมีวงมโหรีเครื่องคู่เกิดขึ้น โดยมีการนำระนาดทุ้ม ฆ้องวงเล็ก และขลุ่ยหลีบ ให้เข้าคู่กับเครื่องดนตรีที่มีอยู่เดิม ในสมัยรัชกาลที่ 4 วงปี่พาทย์มีความเจริญมาก โดยเจ้านาย ขุนนาง ข้าราชการ ต่างก็มีวงปี่พาทย์ประจำบ้านกัน และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงพระราชดำริให้นำลวดเหล็กเล็ก ๆ ที่ทอดพระเนตรจากนาฬิกาตั้งโต๊ะที่กลไกข้างในมีลวดเส้น เล็ก ๆ สั้นบ้างยาวบ้าง ปักเรียงกันถี่ ๆ เป็นวงกลมคล้ายหวีตรงกลางมีแกนหมุนและเหล็กเขี่ยเส้นลวดเหล็กเหล่านั้นผ่านไปโดยรอบที่พระองค์ทรงเรียกว่า นาฬิกาเขี่ยหวี ซึ่งมีเสียงดังกังวานมาสร้าง เป็นระนาดทุ้มเหล็ก และระนาดเหล็กที่เล็กกว่าและมีเสียงสูงกว่า มาเพิ่มเข้าในวงปี่พาทย์ และเรียกวงปี่พาทย์นี้ว่า วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเครื่องดนตรี ระนาดทุ้มเหล็กและระนาดเอกเหล็กที่ทำด้วยทองเหลืองเรียกว่า ระนาดทอง และนำซอด้วงและซออู้มาผสมในวงมโหรีด้วยเรียกว่า มโหรีเครื่องใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เกิดวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงปรับปรุงขึ้นเพื่อบรรเลงประกอบละครวงปี่พาทย์นี้มีชื่อเสียงไพเราะนุ่มนวลกว่า เพราะได้ดัดเครื่องดนตรีที่มีเสียงดังมาก เสียงสูงและเสียงเล็กแหลมออกจนหมด และระนาดเอกก็ตีด้วยไม้นวม รวมทั้งยังนำฆ้องชัยหรือฆ้องหุ่ยมา 7 ลูก เทียบเสียงเรียงลำดับตีห่างๆ คล้ายกับ เบสของฝรั่ง เพิ่มเข้ามา ในสมัยรัชกาลที่ 6 การดนตรีมีความเจริญขึ้นมาก โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งกรมมหรสพ กรมบัญชาการ กรมโขนหลวง กรมพิณพาทย์หลวงกลองเครื่องสายฝรั่งหลวง และกรมช่างมหาดเล็ก สำหรับสร้างและซ่อมสิ่งที่เป็นศิลปะต่าง ๆ และพระองค์ยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเครื่องปี่พาทย์ประดับมุกและประดับงาขึ้น 2 ชุด ประดับเป็นลวดลายวิจิตร มีอักษรพระปรมาภิไธย ม.ว. ซึ่งงดงามมีค่ายิ่ง ในสมัยรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งวงเครื่องสาย ส่วนพระองค์ขึ้น โดยพระองค์ทรงซอด้วง และพระบรมราชินีทรงซออู้ พร้อมทั้งเจ้านายอีกหลายพระองค์ อยู่ในวงนั้น นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงพระราชนิพนธ์ เพลงราตรีประดับดาว เถา เพลงเขมรละออองค์ เถา และเพลงคลื่นกระทบฝั่ง 3 ชั้น ต่อมาเมื่อหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 การดนตรีไทยได้ค่อย ๆ เสื่อมลง จนมาถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปแล้ว จึงได้มีการฟื้นฟูดนตรีไทยขึ้นใหม่ จนมาถึงปัจจุบันนี้ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระปรีชาสามารถทางดนตรีสากล และพระราชนิพนธ์เพลงขึ้นหลายเพลงด้วย แต่พระองค์ยังทรงสนพระทัยการดนตรีไทย โดยพระราชทานทุน ให้พิมพ์เพลงไทยเป็นโน้ตสากลออกจำหน่ายจนเป็นที่นิยมของวงการดนตรีทั่วไป<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-19 12:50:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchayapak976/cvkfre2dddyvqhfl/wish/2424758233</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
