<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>งาน timeline ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของณฐวร แสงคล้าย เลขที่ 9 by Nattaworn</title>
      <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu</link>
      <description>‼️ ใครจะลอกโอนมา ‼️</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-02-04 12:44:51 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-02-04 15:47:18 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ลักษณะโดยรวม</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315221882</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><p>เกิดขึ้นตั้งแต่หลังจักรวรรดิโรมันล่มสลาย</p></li><li><p>คนถูกชี้นำศาสนจักร ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุดคือพระสันตะปาปา (Pope) </p></li><li><p>ศาสนาควบคุมชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย มีการทำพิธีกรรม เช่น Seven Sacraments</p></li><li><p>มีระบอบ Feudalism แบ่งเป็นผู้ปกครอง และผู้ถูกปกครอง</p></li><li><p>มีหลายชื่อ เช่น Dark Ages, Age of Chivalry และ Age of Faith เป็นต้น</p></li></ul><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/c7f9f4d7be0475b77054429c56615aa8/1000008829.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 12:49:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315221882</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Feudalism</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315287585</link>
         <description><![CDATA[<p>มีรากศัพท์มาจาก fee หรือ fief หมายถึงที่ดิน ซึ่งบุคคลที่ได้รับที่ดินจากเจ้านายหรือ lord จะไต้องให้ความเคารพเจ้านายเพื่อตอบแทนสิทธิที่ได้ใช้ที่ดินผืนนั้น</p><p><br></p><p>ระบอบนี้เข้ามาแทนที่การปกครองแบบศูนย์รวมอำนาจของจักรวรรดิโรมัน Feudalism กระจายอำนาจสู่แว่นแคว้นต่าง ๆ ปกครองตนเอง เป็นองค์การเบ็ดเสร็จ (total organization) ที่ใช้เป็นเครื่องกำหนดฐานะและสิทธิต่าง ๆ ของปัจเจกชน ตลอดจนเกี่ยวพันกับการทหาร การปกครอง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ</p><p><br></p><p>ในระบอบนี้</p><ul><li><p>Lord = เจ้านายหรือผู้ได้รับสิทธิในการครอบครองที่ดิน</p></li><li><p>Vassal = ผู้ได้รับมอบที่ดิน</p></li></ul><p>แต่ทั้งสองต่างก็ไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างแท้จริง เพราะที่ดินยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของกษัตริย์หรือพระผู้เป็นเจ้าตามหลักศาสนา</p><p><br></p><p>โดยปกติแล้วกษัตริย์คือลอร์ดอันดับ 1 แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีพระราชอำนาจสูงสุดเพราะอำนาจในการปกครองและตุลาการจะกระจายอยู่กับลอร์ดเจ้าที่ดิน</p><p><br></p><p>ลอร์ดแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหรือสิทธิความเป็นลอร์ดได้เฉพาะกับวัสซัลที่เคยได้รับมอบที่ดินจากตนโดยผ่านพิธีแสดงความภักดีเท่านั้น</p><p><br></p><p>เมื่อวัสซัลได้ดับที่ดินไปแล้วจะต้องมีหน้าที่ต่อลอร์ด เช่น</p><ul><li><p>ส่งอัศวินจำนวนหนึ่งเพื่อรับใช้ในกองทัพของลอร์ดประมาณปีละไม่เกิน 40 วัน</p></li><li><p>ให้ความคุ้มครองชีวิตของลอร์ดและครอบครัว</p></li><li><p>จ่ายเงินที่เรียกว่า aids เมื่อลอร์ดถูกศัตรูจะไปเรียกค่าไถ่ </p></li></ul><p><br></p><p>ลอร์ดเองก็ต้องให้ความคุ้มครอง และไม่มีสิทธิ์ยึดที่คืนหากวัสซัลมิได้กระทำผิดสัญญา</p><p><br></p><p>Feudalism แบ่งออกเป็น 3 ฐานันดร</p><ol><li><p>ราชวงศ์และขุนนาง</p></li><li><p>นักบวช</p></li><li><p>ชาวนาและทาสติดที่ดิน</p></li></ol><p>บุตรหลานขุนนางทุกคนที่เป็นชายจะต้องผ่านการฝึกอบรมศาสตร์ของอัศวินตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อมีอายุบรรลุนิติภาวะจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวิน</p><p><br></p><p>ขั้นตอนการเป็นอัศวิน</p><p>7 ขวบ - มีฐานะเป็นเด็กชาย รับการอบรมมารยาทจากเลดี</p><p>14 ปี - เป็น squire รับใช้ลอร์ดอย่างใกล้ชิด แต่ออกรบแทนลอร์ดไม่ได้</p><p>20 ปี - เป็นอัศวิน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 13:35:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315287585</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Crusade Wars</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315338766</link>
         <description><![CDATA[<p>สงครามครูเสดเป็นสงครามศาสนาระหว่างชาวคริสต์กับชาวมุสลิม เป็นเหตุการณ์สำคัญที่มีอิทธิพลต่อยุโรปอย่างมาก เหตุการณ์นี้มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างคริสต์ศาสนากับศาสนาอิสลาม มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 เมื่อพวกมุสลิมเข้ารุกรานยุโรปและสามารถยึดครองพื้นที่บางส่วนไว้ได้ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์ต้องการทำการรบเพื่อต่อต้านการขยายอำนาจของมุสลิมและสามารถสกัดกั้นการแผ่ขยายอำนาจของอิสลามได้</p><p><br></p><p>ในค.ศ. 1076 พวกเติร์กที่นับถือศาสนาอิสลามได้เข้ายึดครองนครเยรูซาเล็ม อันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวคริสต์นิยมเดินทางไปแสวงบุญ ต่อมาพวกเติร์กยังแสดงท่าทีว่าจะเข้ายึดกรุงคอนสแตนติโนเปิล ชาวคริสต์จึงประกาศระดมกำลังเพื่อต่อต้านพวกนอกศาสนา พวกเขาเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นเจตนารมณ์ของพระเป็นเจ้า ผู้ที่ร่วมรบหากเสียชีวิตจะได้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ในอาณาจักรของพระเป็นเจ้า</p><p><br></p><p>สงครามครูเสดเกิดขึ้น 9 ครั้ง แต่มีเพียงครั้งที่ 1 เท่านั้นที่ชาวคริสต์รบด้วยหัวใจและศรัทธาในศาสนาอย่างแท้จริง โดยไม่มีสาเหตุทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาวตะวันตกได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และกระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัวและความเจริญในด้านการค้า เกิดการค้าขายกับชาติตะวันออก เกิดเป็นแรงกระตุ้นให้เร่งผลิตสินค้าเกษตรกรรมและหัตถกรรม</p><p><br></p><p>ในขณะเดียวกัน สงครามครูเสดก็มีส่วนช่วยทำลายระบอบการปกครองแบบฟิวดัลและเศรษฐกิจแบบแมเนอร์ที่สกัดกั้นเสรีภาพและความสามารถของปัจเจกชน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/32c80ca965af70e04d203eebe3d817d2/1000008830.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:05:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315338766</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะโดยรวม</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315347851</link>
         <description><![CDATA[<p>ในต้นยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชาวตะวันตกเริ่มทบทวนและตรวจสอบความรู้ของตนมากขึ้น ตลอดจนเริ่มท้าทายแนวคิดทางธรรมชาติและจักรวาลวิทยา จึงทำให้เริ่มเกิดการแสวงหาและค้นหาคำตอบให้กับตนเองเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/5bd5bbbf2ad6d6413a1fdab02ce28a62/1000008832.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:10:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315347851</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การแข่งขันระหว่างสเปนและโปรตุเกส</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315352764</link>
         <description><![CDATA[<p>ชาวตะวันตกสร้างนวัตกรรมทางการเดินเรือทะเล โดยดัดแปลงเรือให้มีขนาดใหญ่ ใช้เสากระโดงเรือ 3 เสา ซึ่งสองเสาติดผ้าใบสี่เหลี่ยมผืนใหญ่ตามแบบเรือของชาติตะวันตก ส่วนอีกเสากระโดง ใช้ผ้าใบสามเหลี่ยมตามแบบเรืออาหรับ</p><p><br/></p><p>มีการจัดตั้งโรงเรียนเกี่ยวกับการเดินเรือ นั่นคือโรงเรียนราชนาวีที่แหลมซาเกรซ โดยเจ้าชายเฮนรี่ราชนาวิก แห่งโปรตุเกส ทำให้โรงเรียนนี้เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่ของการเดินทะเล ประกอบกับการเรียนรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ รวมทั้งการใช้เข็มทิศ และเทคนิคการสร้างเรือขนาดใหญ่ ทำให้นักเดินเรือของโปรตุเกสสามารถเดินทางจนถึงแหลมกรีนในทวีปแอฟริกาได้ หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี บาร์โทโลมิว ไดแอส ได้เดินเรือเลียบชายฝั่งทวีปแอฟริกาจนผ่านแหลมแห่งพายุ หรือตอบมาได้รับชื่อใหม่ว่าแหลม Good hope</p><p><br/></p><p>หลังจากนั้นวาสโก ดา กามา แล่นเรือตามเส้นทางสำรวจของ ไดแอสนขึ้นฝั่งที่เมืองกาลิกัสของอินเดีย และได้เครื่องเทศกลับมาจำนวนมาก</p><p><br/></p><p>กระทั่งคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสได้เดินเรือโดยข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและได้ค้นพบทวีปอเมริกา</p><p><br/></p><p>สนธิสัญญาตอร์เดซียัสเป็นสนธิสัญญาที่โปรตุเกสและสเปนร่วมกันลงนาม โดยกำหนดให้เส้นเมริเดียนที่ 370 ทางตะวันตกของหมู่เกาะเคปเวิร์ด ซึ่งปัจจุบันคือเส้นเมริเดียนที่ 51 เป็นเส้นสมมติที่แบ่งโลกออกเป็น 2 ส่วน และต่อมาถูกเรียกว่าเส้นสันตะปาปา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 14:13:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315352764</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผลของการค้นพบและสำรวจทางทะเล</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315372904</link>
         <description><![CDATA[<p>ภายในระยะเวลาไม่ถึง 30 ปี หลังจากที่โคลัมบัสได้ค้นพบทวีปอเมริกา เฟอร์ดินัน มาเจลลันพร้อมลูกเรืออาสาสเปนก็ประสบความสำเร็จในการเดินเรือรอบโลก สามารถพิสูจน์ว่าโลกกลม ซึ่งต่อมาทำให้โฉมหน้าทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของโลกตะวันตกเปลี่ยนแปลง เกิดการแข่งขันทางด้านนโยบาย เศรษฐกิจ และการสร้างกองเรือพาณิชย์ การเข้ารุกรานและเอาเปรียบชนพื้นเมืองในดินแดนต่างๆ ในทวีปอื่นๆ จนเกิดยุคล่าอาณานิคมและยุคจักรวรรดินิยมในเวลาต่อมา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/2bc906db3d5c98a77b1295500cdb510b/1000008831.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:24:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315372904</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภาพรวม</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315381066</link>
         <description><![CDATA[<p>การปฏิรูปของคริสต์ศาสนิกชนที่ไม่เห็นด้วยกับข้อปฏิบัติขององค์กรศาสนจักรคาทอลิก และการแสวงหาผลประโยชน์ต่างๆโดยเฉพาะการหาเงินเพื่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์โดยการขายใบไถ่บาป โดยมี Martin Luther รองศาสตราจารย์สาขาเทววิทยาและเป็นนักบวชเป็นผู้นำ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/f21b11ce65386382551dd13930170684/1000008833.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:29:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315381066</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเผยแผ่นิกายโปรเตสแตนต์</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315393317</link>
         <description><![CDATA[<p>จุดประสงค์ในระยะแรกคือ ต้องการให้มีการจัดระบบการบริหารภายในองค์กรศาสนจักรใหม่โดยใช้ระบบผู้แทนแทนระบบการแต่งตั้ง และลดความสำคัญของพระสันตะปาในการแต่งตั้งและมีอำนาจเหนือพระราชาคณะ</p><p><br/></p><p>ลูเทอร์เสนอหลักการ 95 ประการ ติดประกาศเพื่อตั้งคำถามเชิงจริยธรรมหรือศีลธรรมจรรยาของพวกนักบวช และการประพฤติปฏิบัติผิดวินัยในคริสต์ศาสนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงทางวิชาการ หลักการ 95 ประการของลูเธอร์ถือเป็นการเริ่มต้นของขบวนการปฏิรูปศาสนาอย่างเปิดเผย ลูเธอร์มีวัตถุประสงค์เพียงแต่ต้องการแก้ไขข้อปฏิบัติต่างๆเท่านั้น แต่ฝ่ายศาสนจักรไม่ยอมรับฟังข้อคิดเห็นของเขาและประกาศกับเขาออกจากศาสนา กลุ่มผู้เห็นด้วยกับแนวคิดของลูเธอร์จึงหันหลังให้ฝ่ายศาสนจักรและหันไปปฏิบัติตามแนวทางของลูเธอร์จนได้ชื่อว่าผู้ประท้วง</p><p><br/></p><p>ต่อมาจะเกิดความขัดแย้งต่างๆเกิดขึ้นมากมาย มีการกรอกกบฏชาวนาเกิดขึ้นเพื่อเรียกร้องสิทธิความเสมอภาคและได้รวมกำลังการเข่นฆ่าขุนนาง สายลูเธอร์ซึ่งเป็นอนุรักษ์นิยม และเชื่อในแนวคิดของการแบ่งชนชั้นสนับสนุนให้ขุนนางใช้กำลังเข้าปราบปรามชาวนา จนชาวนาจำนวนมากปฏิเสธลูเธอร์</p><p><br/></p><p>ในช่วงเวลานี้มีอีก 1 นิกายที่มีบทบาทสำคัญ นั่นคือนิกายกัลแวง โดยจอห์น กัลแวง เขาเชื่อในการกระทำที่มีเหตุผลสอดคล้องกับระบบที่มีอยู่เพื่อให้บรรลุความสำเร็จมากกว่าจะเป็นความสำคัญระหว่างมนุษย์และพระเป็นเจ้า นิกายนี้มีความเห็นที่เน้นอยู่ 2 ประเด็นคือ พระเจ้าได้กำหนดชะตาของมนุษย์มาก่อนแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับพระกรุณาของพระองค์ ดังนั้นมนุษย์ทุกคนต้องพยายามพิสูจน์ว่าตนสมควรได้รับพระกรุณานั้น อีกข้อหนึ่งคือไม่จำเป็นต้องมีบาทหลวงหรือนักบวช</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 14:36:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315393317</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผลของการปฏิรูปศาสนา</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315403448</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลจากการปฏิรูปศาสนาคือ ชาวตะวันตกมีความคิดเห็นออกเป็น 2 กลุ่ม นั่นคือกลุ่มคาทอลิกที่ยังคงสนับสนุนพระสันตะปาแห่งกรุงโรม และกลุ่มโปแตสแตนต์ที่ประท้วงข้อปฏิบัติของฝ่ายคาทอลิก ด้วยเหตุนี้ก่อให้เกิดการปฏิรูปศาสนาในประเทศอังกฤษด้วย</p><p><br/></p><p>พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ต้องการหย่ากับพระมเหสีพระองค์แรกเพื่ออภิเษกสมรสใหม่กับแอน โบลีน แต่พระสันตะปาทรงห้าม จึงนำไปสู่การแยกคริสตจักรของอังกฤษและจัดตั้งนิกายแองกลิคัน โดยกษัตริย์ทรงทำหน้าที่เป็นประมุขสูงสุดของศาสนจักรในอังกฤษแทน และพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ยังสนับสนุนให้มีการแปลคัมภีร์ไบเบิลเป็นภาษาอังกฤษ และจัดทำหนังสือบทสวดเพื่อให้ชาวอังกฤษยึดถือเป็นข้อปฏิบัติ</p><p><br/></p><p>ผลที่ส่งต่อมาถึงปัจจุบันคือ ชาวตะวันตกมีสิทธิ์จะเลือกนับถือลัทธิศาสนาใดก็ได้ตามความพอใจ เกิดการอพยพไปยังประเทศที่มีความเป็นอิสระมากกว่า ความคิดที่จะต้องทำสงครามก็ค่อยๆหมดไป มีการจัดระบบการปกครองของตนเองได้อย่างอิสระโดยปราศจากการแทรกแซงของศาสนจักร</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/ce415a52316e7a337dbb90fe666b03d7/1000008834.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:42:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315403448</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภาพรวม</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315405070</link>
         <description><![CDATA[<p>การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นสิ่งสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรปสมัยใหม่เป็นอย่างมาก สืบเนื่องมาจากเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเชื่อจากศรัทธาของคริสต์ศาสนามาสู่การใช้สติปัญญามีเหตุมีผล&nbsp; และในขณะเดียวกันนั้นการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ยังส่งผลต่ออิทธิพลในสมัยยุคภูมิธรรมซึ่งเป็นขบวนการทางความคิดทางภูมิปัญญาโดยใช้พื้นฐานความคิดในรูปแบบวิทยาศาสตร์&nbsp; ทำให้วิทยาศาสตร์กลายมาเป็นศาสนาใหม่ของชุมชนวิทยาศาสตร์ อีกทั้งในเวลาต่อมาแนวคิดแบบวิทยาศาสตร์ได้แพร่ขยายออกเป็นวงกว้างไปทั่วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในยุโรปจวบจนกระทั่งได้กลายมาเป็นระบบการศึกษาของทั่วโลกในปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นในทวีปยุโรประหว่างคริสต์ศตวรรษที่&nbsp; 16-18&nbsp; ทำให้มนุษย์สามารถค้นพบวิทยาศาสตร์และเอาชนะธรรมชาติได้&nbsp; และยังสามารถนำธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp; เกิดการเรียนรู้และเกิดการพัฒนา&nbsp; ทำให้สังคมชาวตะวันตกสามารถพัฒนาความก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่าดินแดนอื่น ๆ&nbsp; ของโลก และกลายเป็นประเทศที่ทันสมัยของโลกจนถึงปัจจุบัน&nbsp; การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เป็นผลสืบเนื่องมาจากแนวคิดของมนุษย์นิยมที่ยึดหลักการของเหตุและผลแทนความเชื่อที่งมงาย&nbsp; ซึ่งในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการทำให้เกิดการค้นคว้าเพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ๆมากยิ่งขึ้น&nbsp; โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์&nbsp; ทำให้เกิดองค์ความรู้และการประดิษฐ์&nbsp; คิดค้นด้านต่าง ๆ อย่างมากมาย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 14:43:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315405070</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นิโคเลาส์ โคเพอร์นิคัส</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315407589</link>
         <description><![CDATA[<p>เสนอว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/b4b8ee35c11b57dde90c4e2669ca2a20/1000008835.webp" />
         <pubDate>2025-02-04 14:44:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315407589</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กาลิเลโอ กาลิเลอี</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315411293</link>
         <description><![CDATA[<p>ประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์แบบหักเหแสงเพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวของดวงดาว และสนัลสนุนแนวคิดของโคเพอร์นิคัสว่าโลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/db3df84f79d3e0c34eeb21a2fc1569c1/1000008836.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:47:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315411293</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โยฮันเนส เค็พเลอร์</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315412747</link>
         <description><![CDATA[<p>ได้ข้อสรุปว่าดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/ff6cebd13d9077c5995ac1e6efbbebbe/1000008837.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:47:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315412747</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซอร์ไอแซก นิวตัน</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315415930</link>
         <description><![CDATA[<p>ค้นพบกฎแรงดึงดูดของจักรวาล และกฎความถ่วง รวมถึงเขียนหนังสือ principia การค้นพบของนิวตันทำให้ผู้คนเข้าใจเรื่องราวของจักรวาล สสาร พลังงาน และการเคลื่อนที่ของวัตถุบนโลกและในอวกาศ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/d8abed1f1b80ca92cf07a83972e5bb54/1000008838.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 14:49:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315415930</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาลส์ ดาร์วิน</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315420422</link>
         <description><![CDATA[<p>เขาได้นำเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการว่าด้วยการเลือกสรรของธรรมชาติ ทฤษฎีของเขาสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่โลก ทั้งยังทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าการปฏิวัติดาร์วินอีกด้วย ทฤษฎีของเขามักถูกนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมและศาสตร์อื่นๆ เช่น กลุ่มนายทุนมักเห็นว่าการแข่งขันทางธุรกิจเสมือนการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด และคนที่แข็งแรงและเหมาะสมที่สุดเท่านั้น คือผู้ที่อยู่รอดได้และเป็นผลจากการคัดเลือกของธรรมชาติ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/4a5bc5451cb5082b155414826bfb38b3/1000008839.webp" />
         <pubDate>2025-02-04 14:52:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315420422</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315422679</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อการเปลี่ยนแปลงในภาค<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">เกษตรกรรม</a> การผลิต การทำเหมืองแร่ การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยี ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมในขณะนั้น การปฏิวัติเริ่มต้นใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3">สหราชอาณาจักร</a> จากนั้นจึงแพร่ขยายไปยัง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81">ยุโรปตะวันตก</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD">อเมริกาเหนือ</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99">ญี่ปุ่น</a> จนขยายไปทั่วทั้งโลกในเวลาต่อมา</p><p><br/></p><p>การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งส่งผลกระทบในเกือบทุกแง่มุมของชีวิตประจำวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือการที่รายได้และจำนวนประชากรโดยเฉลี่ยเริ่มที่จะขยายตัวอย่างยั่งยืนในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้สองร้อยปีหลังจาก ค.ศ. 1800 ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อหัวของโลกขยายตัวมากกว่าสิบเท่า ในขณะที่จำนวนประชากรขยายตัวมากกว่าหกเท่า ผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โรเบิร์ต อี. ลูคัส จูเนียร์ ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในยุคอุตสาหกรรมว่า: "เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชนธรรมดาส่วนมากเริ่มเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งไม่เคยมีพฤติการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน"</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 14:53:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315422679</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315425214</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นปรัชญาการเมืองหรือมุมมองทางโลกซึ่งตั้งอยู่บนความคิดเสรีภาพและความเสมอภาค นักเสรีนิยมยอมรับมุมมองหลากหลายขึ้นอยู่กับความเข้าใจหลักการเหล่านั้น แต่โดยทั่วไปสนับสนุนความคิดอย่างเสรีภาพในการพูด เสรีภาพสื่อ เสรีภาพทางศาสนา ตลาดเสรี สิทธิพลเมือง รัฐบาลฆราวาส ความเสมอภาคทางเพศ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 14:55:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315425214</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเริ่มต้น</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315427561</link>
         <description><![CDATA[<p>เริ่มต้นขึ้นจากการปฏิวัติของชาวอเมริกัน เพื่อแยกตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ และเพื่อทวงสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานอัชอบธรรมที่ประชาชนพึงมี ตลอดจนการปฏิวัติฝรั่งเศส เพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบเก่า ที่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยประชาชนเรียกร้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 14:56:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315427561</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315428715</link>
         <description><![CDATA[<p>นโยบายขยายอำนาจในการเข้าควบคุมหรือมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือดินแดนต่างชาติ อันเป็นวิถีทางเพื่อการได้มาและ/หรือการรักษา<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4">จักรวรรดิ</a>ให้ดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งจากการขยายอำนาจเข้ายึดครอง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99">ดินแดน</a> โดยตรง และจากการเข้าคุมอำนาจทางอ้อมในด้านการเมือง และ/หรือทางเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ บางคนใช้คำศัพท์นี้เพื่ออธิบายถึงนโยบายของประเทศใดประเทศหนึ่งในการคงไว้ซึ่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A1">อาณานิคม</a> และอิทธิพลเหนือดินแดนอันไกลโพ้น โดยไม่คำนึงว่าประเทศนั้น ๆ จะเรียกตนเองว่าเป็นจักรวรรดิหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม มีการนำเอาคำว่า 'จักรวรรดินิยม' ไปใช้ในบริบทที่แสดงถึงความมีสติปัญญา/ความเจริญที่สูงกว่าด้วย ซึ่งในบริบทนี้คำว่า "จักรวรรดินิยม" มีนัยแสดงถึงความเชื่อที่ว่า การเข้าถือสิทธิยึดครองดินแดนต่างชาติและการคงอยู่ของจักรวรรดิเป็นสิ่งดีงาม เนื่องจากมีการประสมผสานรวมเอาหลักสมมุติฐานที่ว่า โดยธรรมชาติแล้วชาติมหาอำนาจจักรวรรดินิยมนั้นจะมีวัฒนธรรมและความเจริญด้านอื่น ๆ เหนือกว่าชาติที่ถูกรุกรานเข้าไว้ด้วย — โปรดดู <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;action=edit&amp;redlink=1">ภาระคนขาว</a> (The White Man's Burden)</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 14:57:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315428715</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะ</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315434238</link>
         <description><![CDATA[<p>แนวคิดจักรวรรดินิยมเกิดขึ้นเมื่อยุโรปเข้าสู่ยุคแห่งการค้นพบและการสำรวจทางทะเล ชาติมหาอำนาจเริ่มต้องการแสวงดินแดนโพ้นทะเลและการแข่งขันเข้าไปครอบครองหรือมีอิทธิพลได้ทำให้แนวคิดจักรวรรดินิยมขยายตัวและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ยังมีอิทธิพลทางความคิดของสังคมแบบดาร์วิน ว่าด้วยเรื่องคนที่แข็งแรงและเหมาะสมที่สุดเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ทำให้คนขาวอ้างสิทธิอันชอบทำว่ามีหน้าที่ปกครองพวกที่ด้อยกว่า และแนวคิดดังกล่าวได้แพร่หลายอย่างมากในอังกฤษและเยอรมนี รวมทั้งมีอิทธิพลต่อบรรดาผู้นำชาวยุโรปชาติต่างๆ จึงมีการอ้างภาระหน้าที่ของคนขาวในการนำอารยธรรมที่สูงกว่าไปเผยแพร่ในดินแดนด้อยอารยธรรม โดยไม่ใส่ใจชาวพื้นเมืองที่ถูกพวกตนรุกราน</p><p><br/></p><p>หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อาณานิคมต่างๆในเอเชียและแอฟริกา ได้เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราช ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับเอกราชคืนมา ลัทธิจักรวรรดินิยมจึงหมดบทบาทและสิ้นสุดลง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:00:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315434238</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิกฤตการณ์โมร็อกโก (1)</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315445546</link>
         <description><![CDATA[<p>วิกฤตการณ์โมร็อกโกเป็นวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น ๒ ครั้ง มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งกันระหว่างฝรั่งเศสกับจักรวรรดิเยอรมัน (German Empire)* ในการแผ่อำนาจเข้าไปในโมร็อกโกในแอฟริกาเหนือ วิกฤตการณ์โมร็อกโกครั้งที่ ๑ เกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. ๑๙๐๕-๑๙๐๖ และครั้งที่ ๒ ใน ค.ศ. ๑๙๑๑ ในวิกฤตการณ์โมร็อกโกครั้งที่ ๑ เยอรมนีคาดหวังว่าวิกฤตการณ์โมร็อกโกจะทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสซึ่งขณะนั้นได้เป็นพันธมิตรกันตามความตกลงอังกฤษ-ฝรั่งเศส (Anglo-French Entente)* หรือความตกลงฉันมิตร (Entente Cordiale)* ค.ศ. ๑๙๐๔ แต่ล้มเหลวเพราะกลับทำให้ทั้ง ๒ ประเทศมีความสัมพันธ์กันใกล้ชิดมากขึ้น ส่วนวิกฤตการณ์โมร็อกโกครั้งที่ ๒ ความพยายามของเยอรมนีที่จะทำลายระบบพันธมิตรของฝรั่งเศสซึ่งประกอบด้วยอังกฤษและรัสเซียก็ประสบความล้มเหลวเช่นกัน</p><p>     วิกฤตการณ์โมร็อกโกครั้งที่ ๑ เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ฝรั่งเศสได้ทำสนธิสัญญาลับกับสเปนใน ค.ศ. ๑๙๐๔ เพื่อแบ่งโมร็อกโกระหว่างกันและตกลงลับกับอังกฤษที่จะไม่ขัดขวางอังกฤษในการขยายอำนาจเข้าไปในอียิปต์เพื่อยึดอียิปต์เป็นรัฐอารักขาในอนาคต โดยมีเงื่อนไขว่าอังกฤษจะไม่ยุ่งเกี่ยวในโมร็อกโกและยอมให้ฝรั่งเศสเข้ายึดโมร็อกโก ชาวฝรั่งเศสจึงเริ่มเข้าไปตั้งถิ่นฐานในโมร็อกโก ขณะเดียวกันเยอรมนีก็พยายามจะขัดขวางการขยายอิทธิพลของฝรั่งเศส เพราะเห็นว่าการเข้าไปในโมร็อกโกของฝรั่งเศสโดยไม่ทำความตกลงกับตนก่อนเป็นการสบประมาทอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เยอรมันยังต้องการให้ใช้นโยบายเปิดประตูการค้า (open-door policy) ในโมร็อกโก และเจ้าชายแบร์น-ฮาร์ด ฟอน บือโลว์ (Bernhard von Bülow)* อัครเสนาบดีเยอรมันก็เห็นว่าความต้องการโมร็อกโกของฝรั่งเศสเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เยอรมนีสามารถแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศได้มากขึ้น</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:06:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315445546</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิกฤตการณ์โมร็อกโก (2)</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315446120</link>
         <description><![CDATA[<p>ใน ค.ศ. ๑๙๑๑ ปัญหาโมร็อกโกกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้งหนึ่งและนำไปสู่การเกิดวิกฤตการณ์โมร็อกโกครั้งที่ ๒ หรือที่เรียกว่าวิกฤตการณ์อากาดีร์ (Agadir Crisis) ชนวนของวิกฤตการณ์โมร็อกโกครั้งนี้สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวล้มล้างอำนาจสุลต่าน สุลต่านจึงทรงขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส ฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทหารเข้าไปยังกรุงเฟซ (Fez) เมืองหลวงของโมร็อกโกในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม เพื่อควบคุมสถานการณ์ เยอรมนีเรียกร้องให้ฝรั่งเศสเคารพข้อตกลงบัญญัติแห่งอัลเคซีรัสและให้ถอนกำลังออกจากกรุงเฟซแต่ล้มเหลว ในวันที่ ๑ กรกฎาคม เยอรมนีจึงแจ้งให้ชาติมหาอำนาจที่ร่วมลงนามในบัญญัติแห่งอัลเคซีรัสว่าเยอรมนีได้ส่งเรือรบแพนเทอร์ (Panther) ไปยังอากาดีร์ เมืองท่าทางตอนใต้ของ โมร็อกโกที่ตั้งริมมหาสมุทรแอตแลนติก โดยอ้างว่าเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของเยอรมนีและคุ้มครองชาวเยอรมันอังกฤษซึ่งไม่พอใจการสร้างสมกำลังทางทะเลของ เยอรมนีมาก่อนจึงเข้าใจว่าเยอรมนีมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงจะใช้อากาดีร์เป็นฐานทัพเรือเพื่อโจมตีเรือของอังกฤษในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก อังกฤษจึงสนับสนุนฝรั่งเศสต่อต้านเยอรมนี เดวิด ลอยด์ จอร์จ (David Lloyd George)* รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอังกฤษก็ประกาศแข็งกร้าวว่าอังกฤษจะไม่ยอมซื้อสันติภาพไม่ว่าราคาใดก็ตาม ขณะเดียวกันอังกฤษก็เริ่มเตรียมกำลังทางทะเล บรรยากาศของการจะเกิดสงครามได้สร้างความตึงเครียดทั่วยุโรปตลอดช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. ๑๙๑๑</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:07:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315446120</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิกฤตการณ์บอสเนีย</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315456242</link>
         <description><![CDATA[<p>เติร์กหนุ่ม ได้ก่อการปฏิวัติขึ้นในจักรวรรดิออตโตมันหรือตุรกีเพื่อล้มล้างอำนาจอธิปไตยของสุลต่าน การเกาะจลาจลวุ่นวายภายในจักรวรรดิออตโตมันจึงเปิดโอกาสให้บัลแกเรียซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของสุลต่านประกาศตนเป็นเอกราช ส่วนออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งได้สิทธิอารักขาบอสเนียเฮอเซโกวีนาจากตุรกี เกรงว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรมองผ่านจะขยายตัวเข้ามาในบอสเนีย จึงเข้ายึดครอง และนำไปสู่วิกฤตการณ์บอสเนีย</p><p><br/></p><p>ในเหตุการณ์นี้ อาร์ชดยุคฟรานซิส เฟอร์ดินานถูกลอบปลงพระชนม์ พร้อมกับพระชายาขณะเสด็จประพาสกรุงซาราเยโว เพื่อแก้แค้นในการที่ออสเตรีย-ฮังการีได้ยึดครองบอสเนีย การลอบปลงพระชนม์ครั้งนี้จึงได้เป็นชนวนเหตุนำไปสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:12:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315456242</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิกฤตการณ์บอลข่าน</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315456797</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในความขัดแย้งทั้งสองครั้งที่เกิดขึ้นใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99">รัฐบอลข่าน</a>ในปี 1912 จนถึง 1913 ในช่วง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87&amp;action=edit&amp;redlink=1">สงครามบอลข่านครั้งที่หนึ่ง</a> รัฐบอลข่านทั้งสี่คือ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8B">กรีซ</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เซอร์เบีย</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A3">มอนเตเนโกร</a> และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2">บัลแกเรีย</a> ได้ประกาศสงครามต่อ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99">จักรวรรดิออตโตมัน</a>และสามารถเอาชนะจักรวรรดิออตโตมันได้ ส่งผลให้ดินแดนฝั่งยุโรปของจักรวรรดิออตโตมัน เหลือเพียง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=East_Thrace&amp;action=edit&amp;redlink=1">ภูมิภาคเธรซตะวันออก</a>เท่านั้นที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99">จักรวรรดิ</a> อย่างไรก็ตาม ในช่วง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;action=edit&amp;redlink=1">สงครามบอลข่านครั้งที่สอง</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2">บัลแกเรีย</a>ได้หันมาต่อสู้กับรัฐบอลข่านเดิมที่ร่วมมือกันในครั้งแรก นอกจากนี้ยังเผชิญกับการโจมตีโดย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2">โรมาเนีย</a>จากทางเหนือ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99">จักรวรรดิออตโตมัน</a>ยังคงสูญเสียอาณาเขตส่วนใหญ่ในยุโรป แม้ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้ต่อต้านบัลแกเรีย <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5">จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี</a>เริ่มอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก เมื่อเซอร์เบียได้ผนวกดินแดนจนมีความพยายามที่จะสถาปนาดินแดน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9F">สลาฟ</a>ใต้ขึ้นมา สงครามครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1">วิกฤตการณ์บอลข่านในปี 1914</a> และด้วยเหตุนี้จึงทำให้สงครามครั้งนี้เป็นดั่ง "ลางบอกเหตุแห่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87">สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง</a>"</p><p><br/></p><p>ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทั้งบัลแกเรีย กรีซ มอนเตเนโกร และเซอร์เบีย ต่างก็ได้รับเอกราชจากจักรวรรดิออตโตมัน แต่กลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิ ในปี 1912 บรรดาประเทศเหล่านี้ได้ร่วมกันก่อตั้งสันนิบาตบอลข่าน สงครามบอลข่านครั้งที่หนึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 1912 เมื่อรัฐสมาชิกของสันนิบาตประกาศสงครามกับจักรวรรดิออตโตมัน และสิ้นสุดลงในอีกแปดเดือนต่อมา เนื่องจากการลงนามในสนธิสัญญาลอนดอน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 1913 สงครามบอลข่านครั้งที่สองเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1913 เมื่อบัลแกเรียไม่พอใจกับการสูญเสียมาซิโดเนีย โดยได้เริ่มโจมตีอดีตพันธมิตรสันนิบาตบอลข่าน แต่กองกำลังผสมระหว่างเซอร์เบียและกรีซมีกำลังพลที่เหนือกว่ามาก และสามารถขับไล่กองทัพบัลแกเรียพร้อมโจมตีสวนกลับบัลแกเรียจากการรุกรานทางตะวันตกและทางใต้ โรมาเนียซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมกับความขัดแย้งนี้ ได้เริ่มรุกรานบัลแกเรียทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นการละเมิดสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างสองรัฐ อีกทั้งจักรวรรดิออตโตมันได้โจมตีบัลแกเรียและสามารถยึดเมืองเธรซได้ แล้วเคลื่อนพลสู่เอเดรียโนเปิล สงครามครั้งที่สองยุติลงเนื่องด้วยสนธิสัญญาบูคาเรสต์ บัลแกเรียยังคงรักษาดินแดนส่วนใหญ่ที่ยึดครองในสงครามครั้งแรกได้ แต่ก็ถูกบังคับให้มอบดินแดนทางตอนเหนือให้แก่โรมาเนีย</p><p><br/></p><p>สงครามบอลข่านถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาชนกลุ่มน้อย โดยทุกฝ่ายมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบต่อความทารุณโหดร้ายต่อพลเรือน และได้ช่วยจุดประกายความโหดร้ายในภายหลัง รวมถึงอาชญากรรมสงครามในสงครามยูโกสลาเวียเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990 ดัวย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:13:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315456797</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สงครามโลกครั้งที่ 1</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315462741</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นสงครามโลกที่กินเวลาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1914 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 ซึ่งเป็นความขัดแย้งกันระหว่างสองขั้วมหาอำนาจพันธมิตร ได้แก่ ฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายมหาอำนาจกลาง โดยการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายดำเนินขึ้นในทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา แปซิฟิก และพื้นที่บางส่วนของทวีปเอเชีย เป็นหนึ่งในสงครามที่มีความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยจำนวนทหารที่เสียชีวิต 9 ล้านนาย และบาดเจ็บ 23 ล้านนาย รวมทั้งพลเรือนที่เสียชีวิตจากสาเหตุอื่นอีก 5 ล้านคน ในช่วงสงครามมีการกระทำฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีกหลายล้านคน และสงครามยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดทั่วของไข้หวัดใหญ่สเปน</p><p><br/></p><p>ความตึงเครียดทางการทูตที่เพิ่มขึ้นระหว่างมหาอำนาจยุโรปถึงจุดแตกหักเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 เมื่อกัฟรีโล ปรินซีป ชาวเซิร์บบอสเนียลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุกฟรันทซ์ แฟรีดีนันท์ รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีมองว่าเซอร์เบียต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวและประกาศสงครามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม รัสเซียเข้าให้การช่วยเหลือเซอร์เบีย และในวันที่ 4 สิงหาคม เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรเข้าร่วมสงคราม เช่นเดียวกับจักรวรรดิออตโตมันที่เข้าร่วมสงครามในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน กลยุทธ์การรบของเยอรมนีใน ค.ศ. 1914 คือการพิชิตฝรั่งเศสได้สำเร็จชาติแรก จากนั้นจึงย้ายกองกำลังไปยังแนวรบด้านรัสเซีย อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กลับล้มเหลว และในช่วงปลาย ค.ศ. 1914 แนวรบด้านตะวันตกจึงกลายเป็นสมรภูมิสนามเพลาะที่ลากยาวจากช่องแคบอังกฤษถึงสวิตเซอร์แลนด์ กลับกันที่แนวรบด้านตะวันออกซึ่งการรบมีความคืบหน้ามากกว่า แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถสร้างความได้เปรียบได้อย่างเด็ดขาด แม้ว่าการรุกจะมีความก้าวหน้า เมื่อสงครามเริ่มขยายไปสู่แนวรบด้านอื่นมากขึ้น บัลแกเรีย โรมาเนีย กรีซ อิตาลี และชาติต่าง ๆ ได้เข้าร่วมสงครามตั้งแต่ ค.ศ. 1915 เป็นต้นมา</p><p><br/></p><p>ในช่วงต้น ค.ศ. 1917 สหรัฐเข้าสู่สงครามโดยอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร และต่อมาในปีเดียวกัน บอลเชวิคเถลิงอำนาจในรัสเซียระหว่างการปฏิวัติเดือนตุลาคม เป็นเหตุให้ประเทศเจรจาสงบศึกกับฝ่ายมหาอำนาจกลางเมื่อช่วงต้น ค.ศ. 1918 จากนั้นเยอรมนีได้เปิดการรุกในด้านตะวันตกเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1918 และถึงแม้ว่าการรุกจะประสบผลสำเร็จเบื้องต้น แต่ก็สร้างความอ่อนล้าและความขวัญเสียแก่กองทัพเยอรมันเป็นอย่างมาก จากความสำเร็จของการรุกตอบโต้โดยฝ่ายสัมพันธมิตรในเวลาต่อมาส่งผลให้แนวรบเยอรมันแตกพ่าย ในช่วลปลาย ค.ศ. 1918 บัลแกเรีย จักรวรรดิออตโตมัน และจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการียินยอมเจรจาสงบศึกกับฝ่ายสัมพันธมิตร ปล่อยให้เยอรมนีอยู่โดดเดี่ยวในสงคราม ซึ่งต้องเผชิญกับการปฏิวัติภายในประเทศและความพยายามก่อกบฏของกองทัพ ทำให้ท้ายที่สุดจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน</p><p><br/></p><p>การรบยุติลงจากการสงบศึก 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 และต่อมาการเจรจาสันติภาพปารีสได้กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้กับผู้พ่ายแพ้ โดยที่ปรากฏเด่นชัดที่สุดคือสนธิสัญญาแวร์ซาย การล่มสลายของจักรวรรดิใหญ่อย่างรัสเซีย เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และออตโตมันทำให้เกิดรัฐเอกราชใหม่ขึ้นมาอย่างมากมาย อันประกอบด้วยโปแลนด์ ฟินแลนด์ เชโกสโลวาเกีย และยูโกสลาเวีย ซึ่งจากการไร้ความสามารถในการจัดการความไม่มั่นคงภายหลังสงคราม มีส่วนทำให้เกิดการปะทุขึ้นของสงครามโลกครั้งที่สองในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:16:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315462741</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สงครามโลกครั้งที่ 2</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315465092</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นสงครามทั่วโลกที่กินเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1939 ถึง 1945 ประเทศส่วนใหญ่ในโลกมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งรัฐมหาอำนาจทั้งหมด แบ่งเป็นพันธมิตรทางทหารคู่สงครามสองฝ่าย คือ ฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายอักษะ เป็นสงครามที่กว้างขวางที่สุดในประวัติศาสตร์ มีทหารกว่า 100 ล้านนายจากกว่า 30 ประเทศเข้าร่วมโดยตรง สงครามนี้มีลักษณะเป็น "สงครามเบ็ดเสร็จ" คือ ประเทศผู้ร่วมสงครามหลักทุ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ทั้งหมดเพื่อความพยายามของสงคราม โดยลบเส้นแบ่งระหว่างทรัพยากรของพลเรือนและทหาร ประเมินกันว่าสงครามมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเมินกันว่ามีผู้เสียชีวิตระหว่าง 50 ถึง 85 ล้านคน ด้วยประการทั้งปวง สงครามโลกครั้งที่สองจึงนับว่าเป็นสงครามขนาดใหญ่ที่สุด ใช้เงินทุนมากที่สุด และมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ</p><p><br/></p><p>จักรวรรดิญี่ปุ่นซึ่งมีเป้าหมายครอบงำทวีปเอเชียและแปซิฟิกและทำสงครามกับจีนมาตั้งแต่ปี 1937 แล้ว แต่โดยทั่วไปถือว่าสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มตั้งแต่การบุกครองโปแลนด์ของเยอรมนีในวันที่ 1 กันยายน 1939 นำไปสู่การประกาศสงครามต่อเยอรมนีของประเทศฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปลายปี 1939 ถึงต้นปี 1941 ในการทัพและสนธิสัญญาต่าง ๆ ประเทศเยอรมนีพิชิตหรือควบคุมยุโรปภาคพื้นทวีปได้ส่วนใหญ่ และตั้งพันธมิตรอักษะกับอิตาลีและญี่ปุ่น ภายใต้สนธิสัญญาโมโลตอฟ–ริบเบนทรอพเมื่อเดือนสิงหาคม 1939 เยอรมนีและสหภาพโซเวียตแบ่งแลผนวกดินแดนประเทศเพื่อนบ้านยุโรปของตน ได้แก่ โปแลนด์ ฟินแลนด์ โรมาเนียและรัฐบอลติก สงครามดำเนินต่อส่วนใหญ่ระหว่างชาติฝ่ายอักษะยุโรปและแนวร่วมสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพบริติช โดยมีการทัพอย่างการทัพแอฟริกาเหนือและแอฟริกาตะวันออก ยุทธการที่บริเตนซึ่งเป็นการสู้รบทางอากาศ การทัพทิ้งระเบิดเดอะบลิตซ์ การทัพบอลข่าน ตลอดจนยุทธการที่แอตแลนติกที่ยืดเยื้อ ในเดือนมิถุนายน 1941 ชาติอักษะยุโรปบุกครองสหภาพโซเวียต เปิดฉากเขตสงครามภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้กำลังทหารสำคัญของฝ่ายอักษะตกอยู่ในสงครามบั่นทอนกำลัง ในเดือนธันวาคม 1941 ญี่ปุ่นโจมตีสหรัฐและอาณานิคมยุโรปในมหาสมุทรแปซิฟิก และพิชิตมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกส่วนมากได้อย่างรวดเร็ว</p><p><br/></p><p>การรุกของฝ่ายอักษะยุติลงในปี 1942 หลังญี่ปุ่นปราชัยในยุทธนาวีที่มิดเวย์ใกล้กับฮาวายที่สำคัญ และเยอรมนีปราชัยในแอฟริกาเหนือและจากนั้นที่สตาลินกราดในสหภาพโซเวียต ในปี 1943 จากความปราชัยของเยอรมนีติด ๆ กันที่เคิสก์ในยุโรปตะวันออก การบุกครองอิตาลีของฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งนำให้อิตาลียอมจำนน จนถึงชัยของฝ่ายสัมพันธมิตรในมหาสมุทรแปซิฟิก ฝ่ายอักษะเสียการริเริ่มและต้องล่าถอยทางยุทธศาสตร์ในทุกแนวรบ ในปี 1944 ฝ่ายสัมพันธมิตรบุกครองฝรั่งเศสในการยึดครองของเยอรมนี ขณะเดียวกันกับที่สหภาพโซเวียตยึดดินแดนที่เสียไปทั้งหมดคืนและบุกครองเยอรมนีและพันธมิตร ระหว่างปี 1944 และ 1945 ญี่ปุ่นปราชัยสำคัญในทวีปเอเชียในภาคกลางและภาคใต้ของจีนและพม่า ขณะที่ฝ่ายสัมพันธมิตรก่อความเสียหายต่อกองทัพเรือญี่ปุ่นและยึดหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตกที่สำคัญ</p><p><br/></p><p>สงครามในยุโรปยุติลงหลังกองทัพแดงยึดกรุงเบอร์ลินได้ และการยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขของเยอรมนีเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1945 แม้จะถูกโดดเดี่ยวและตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบอย่างยิ่ง ญี่ปุ่นยังปฏิเสธที่จะยอมจำนน กระทั่งมีการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์สองลูกถล่มญี่ปุ่น และการบุกครองแมนจูเรีย จึงได้นำไปสู่การยอมจำนนอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 1945</p><p><br/></p><p>สงครามยุติลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร ผลของสงครามได้เปลี่ยนแปลงการวางแนวทางการเมืองและโครงสร้างสังคมของโลก สหประชาชาติถูกสถาปนาขึ้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและเพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคต สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตก้าวเป็นอภิมหาอำนาจของโลกอันเป็นคู่ปรปักษ์กัน นำไปสู่ความขัดแย้งบนเวทีแห่งสงครามเย็น ซึ่งได้ดำเนินต่อมาอีก 46 ปีหลังสงคราม ขณะเดียวกัน การยอมรับหลักการการกำหนดการปกครองด้วยตนเอง เร่งให้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชในทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา พร้อม ๆ กับที่หลายประเทศได้มุ่งหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายระหว่างสงคราม และบูรณาการทางการเมืองได้เกิดขึ้นทั่วโลกในความพยายามที่จะรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์หลังสงคราม นอกจากนี้ การสิ้นสุดของสงครามยังนำไปสู่การปลดปล่อยอาณานิคมในหลายภูมิภาค รวมถึงการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนที่เพิ่มขึ้น สถาปัตยกรรมทางการเมืองโลกได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อลดความขัดแย้ง และสร้างกลไกใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคหลังสงคราม</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:17:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315465092</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สงครามเย็น</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315466706</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดทางด้าน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ภูมิรัฐศาสตร์</a>ระหว่าง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%95">สหภาพโซเวียต</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2">สหรัฐอเมริกา</a>และประเทศพันธมิตรจากทั้ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81">กลุ่มตะวันออก</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81">กลุ่มตะวันตก</a> ภายหลังจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87">สงครามโลกครั้งที่สอง</a> นักประวัติศาสตร์ยังไม่ตกลงกันทั้งหมดว่าสงครามเย็นคือช่วงใดกันแน่ แต่ช่วงเวลาโดยทั่วไปดังกล่าวจะนับตั้งแต่การประกาศ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99">ลัทธิทรูแมน</a> ปี ค.ศ. 1947 (การประชุมที่มิลาน เริ่มตั้งแต่ปี 1945) จนกระทั่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%95">การล่มสลายของสหภาพโซเวียต</a>ในปี ค.ศ. 1991 ด้วยลัทธิ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">อำนาจทำลายล้างซึ่งกันและกัน</a> (mutually assured destruction, MAD) ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการโจมตีล่วงหน้าโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกเหนือจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1">การพัฒนาคลังเก็บอาวุธนิวเคลียร์</a>และการใช้งานทางทหารตามแบบแผน การต่อสู้เพื่อครอบงำได้ถูกแสดงออกโดยวิธีทางอ้อม เช่น <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2">สงครามทางจิตวิทยา</a> การทัพโฆษณาชวนเชื่อ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">การจารกรรม</a> การคว่ำบาตรระยะไกล การแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันในงานกีฬาและการแข่งขันทางเทคโนโลยี เช่น <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8">การแข่งขันอวกาศ</a></p><p><br/></p><p>คำว่า "เย็น" ได้ถูกนำมาใช้ เนื่องจากไม่มีการสู้รบขนาดใหญ่โดยตรงระหว่างสองมหาอำนาจ แต่พวกเขาแต่ละฝ่ายต่างให้การสนับสนุนความขัดแย้งในภูมิภาคที่สำคัญที่เรียกว่า สงครามตัวแทน (Proxy war) ความขัดแย้งนี้มีพื้นฐานมาจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และภูมิศาสตร์เพื่ออิทธิพลทั่วโลกโดยสองมหาอำนาจ ภายหลังจากพวกเขาได้ตกลงเป็นพันธมิตรชั่วคราวและมีชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนีในปี ค.ศ. 1945 สงครามเย็นได้แบ่งแยกพันธมิตรในช่วงสงคราม เหลือเพียงสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นสองมหาอำนาจที่มีความแตกต่างทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างลึกซึ้ง:  แต่เดิมเป็นรัฐนิยมลัทธิมากซ์–เลนินแบบพรรคการเมืองเดียวที่ดำเนินตามแผนเศรษฐกิจและการควบคุมสื่อ และเป็นเจ้าของสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการจัดตั้งและปกครองดูแลชุมชน และถัดมาเป็นรัฐทุนนิยมที่มีการเลือกตั้งเสรีโดยทั่วไปและสื่อโดยเสรี ซึ่งยังให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการสมาคมแก่พลเมืองของตน กลุ่มที่เป็นกลางที่ประกาศด้วยตัวเองได้เกิดขึ้นพร้อมกับขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งถูกก่อตั้งโดยอียิปต์ อินเดีย อินโดนีเซีย และยูโกสลาเวีย กลุ่มฝ่ายนี้ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์กับทั้งตะวันตกที่นำโดยสหรัฐหรือตะวันออกที่นำโดยโซเวียต ในขณะที่รัฐอานานิคมเกือบทั้งหมดต่างได้รับเอกราชในช่วงเวลาปี ค.ศ. 1945-1960 พวกเขาได้กลายเป็นสมรภูมิของโลกที่สามในสงครามเย็น</p><p><br/></p><p>ในช่วงระยะแรกของสงครามเย็นได้เริ่มต้นขึ้นในสองปีแรกหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1945 สหภาพโซเวียตได้รวบรวมอำนาจการควบคุมเหนือรัฐของกลุ่มตะวันออก ในขณะที่สหรัฐอเมริกาได้ริเริ่มใช้กลยุทธ์การจำกัดในการขยายตัวทั่วโลกเพื่อท้าทายอำนาจของสหภาพโซเวียต การแผ่ขยายความช่วยเหลือทางทหารและการเงินไปยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรปตะวันตก (ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองกรีซ) และก่อตั้งพันธมิตรนาโต้ การปิดกั้นเบอร์ลิน (ค.ศ. 1948–49) เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ครั้งแรกของสงครามเย็น กับชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองจีนและการปะทุของสงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950-53) ความขัดแย้งได้แผ่ขยายออกไป สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาต่างแข่งขันกันเพื่อมีอิทธิพลในละตินอเมริกาและรัฐอาณานิคมที่ได้รับเอกราชจากแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะเดียวกัน การปฏิวัติฮังการี ปี ค.ศ. 1956 ได้ถูกยับยั้งโดยโซเวียต การขยายตัวและเพิ่มพูนมากขึ้นทำให้เกิดวิกฤตการณ์มากมาย เช่น วิกฤตการณ์คลองสุเอซ (ค.ศ. 1956) วิกฤตการณ์เบอร์ลิน ปี ค.ศ. 1961 และวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา ปี ค.ศ. 1962 ภายหลังจากวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา ระยะใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นซึ่งเห็นได้จากความแตกแยกระหว่างจีน-โซเวียตที่มีความสัมพันธ์อันซับซ้อนในวงการคอมมิวนิสต์ ในขณะที่พันมิตรของสหรัฐ โดยเฉพาะฝรั่งเศส ได้แสดงให้เห็นถึงการมีอิสระในปฏิบัติการมากขึ้น สหภาพโซเวียตได้เข้ารุกรานเชโกสโลวาเกียและบดขยี้ ปรากสปริง โครงการของการได้รับเอกราช ปี ค.ศ. 1968 ในขณะที่สงครามเวียดนาม (ค.ศ. 1955-75) ได้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของสาธารณรัฐเวียดนามใต้ที่มีสหรัฐคอยหนุนหลัง ทำให้มีการปรับเปลี่ยนแผนการมากขึ้น นอกเหนือจากนี้ สหรัฐยังประสบกับความวุ่นวายภายในจากขบวนการเพื่อสิทธิพลเมืองและฝ่ายต่อต้านสงครามเวียดนาม ในปี ค.ศ. 1960-70 ขบวนการเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศได้เกิดขึ้นในท่ามกลางประชาชนทั่วโลก ขบวนการต่อต้านการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ได้เกิดขึ้น พร้อมกับการประท้วงต่อต้านสงครามขนาดใหญ่</p><p><br/></p><p>ในปี ค.ศ. 1970 ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเอาใจใส่ในความพยายามประนีประนอมเพื่อสร้างระบบระหว่างประเทศที่มีเสถียรภาพและสามารถคาดการณ์ได้มากขึ้น การเปิดฉากการผ่อนคลายความตึงเครียดซึ่งเห็นได้จากการเจรจาจำกัดอาวุธทางยุทธศาสตร์และสหรัฐได้เปิดความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะที่เป็นตัวถ่วงดุลอำนาจทางยุทธศาสตร์ต่อสหภาพโซเวียต การผ่อนคลายความตึงเครียดได้ยุติลงในช่วงปลายทศวรรษด้วยสงครามโซเวียตในอัฟกานิสถานได้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1979 ช่วงต้นปี ค.ศ. 1980 เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ด้วยเครื่องบินโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 007 ถูกโซเวียตยิงตก (ค.ศ. 1983) และการซ้อมรบทางทหารของนาโต้ "เอเบิล อาชเชอร์"(ค.ศ. 1983) สหรัฐอเมริกาได้เพิ่มแรงกดดันทางการทูต ทางทหารและทางเศรษฐกิจต่อสหภาพโซเวียต ในช่วงเวลาที่รัฐคอมมิวนิสต์กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ในช่วงกลางปี ค.ศ. 1980 ผู้นำโซเวียตคนใหม่อย่างมีฮาอิล กอร์บาชอฟได้แนะนำการปฏิรูปแบบเสรีของเปเรสตรอยคา("การปรับโครงสร้าง", ค.ศ. 1987)และกลัสนอสต์("โปร่งใส", ค.ศ. 1987) และยุติการมีส่วนร่วมของโซเวียตในอัฟกานิสถาน แรงกดดันเพื่อเอกราชของชาติได้เพิ่มมากขึ้นในยุโรปตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ โปแลนด์ กอร์บาชอฟปฏิเสธที่จะใช้กองกำลังทหารโซเวียตเพื่อค้ำจุดระบอบสนธิสัญญาวอร์ซอที่ไม่มั่นคงดังที่เคยเป็นในอดีต ผลลัพธ์ในปี ค.ศ. 1989 คือ คลื่นแห่งการปฏิวัติด้วยสันติวิธี(ยกเว้นเพียงการปฏิวัติโรมาเนีย) ได้ล้มล้างระบอบคอมมิวนิสต์ทั้งหมดในยุโรปกลางและตะวันออก พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตได้สูญเสียการควบคุมและถูกสั่งห้าม ภายหลังจากมีการพยายามก่อรัฐประหารซึ่งประสบผลไม่สำเร็จในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1991 สิ่งนี้ได้นำไปสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1991 และการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ในประเทศอื่นๆ เช่น มองโกเลีย กัมพูชา และเยเมนใต้ สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกมาจนถึงทุกวันนี้</p><p><br/></p><p>สงครามเย็นและเหตุการณ์ต่างๆ ได้ทิ้งมรดกที่สำคัญเอาไว้ มักจะถูกอ้างอิงถึงในวัฒนธรรมสมัยนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยประเด็นเรื่องของการจารกรรมและภัยคุกคามของการสงครามนิวเคลียร์ ในขณะดียวกัน สถานะความตึงเครียดที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งระหว่างหนึ่งในรัฐที่สืบทอดมาจากสหภาพโซเวียต สหพันธรัฐรัสเซีย และสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 21 (รวมทั้งพันธมิตรตะวันตก) เช่นเดียวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างมีอำนาจมากขึ้น ซึ่งเรียกกันว่า สงครามเย็นครั้งที่สอง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:18:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315466706</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเภทของความร่วมมือ</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315473240</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p>ทางการเมือง : ความร่วมมือของประเทศต่างๆที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือที่อยู่ร่วมภูมิภาค ซึ่งอาจจะทำข้อตกลงหรือสนธิสัญญาระหว่างกัน</p></li><li><p>ทางการทหาร : เพื่อให้ความช่วยเหลือกันในด้านการทหาร เช่น NATO, UNIDIR</p></li><li><p>ทางเศรษฐกิจ : เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจร่วมกัน เช่น WTO, EU, AFTA, APEC, FTA, ITC</p></li><li><p>ทางการศึกษา วัฒนธรรม และอื่นๆ : เพื่อให้ความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความรู้และอื่นๆ ให้เกิดความก้าวหน้าความเข้าใจอันดีต่อกัน ความร่วมมือในด้านดังกล่าวนี้ เช่น ASEAN Community , UNESCO, UNFPA</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:22:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315473240</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของความร่วมมือ</title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315474766</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p>ระดับโลก เช่น UN สร้างความร่วมมือเพื่อให้โลกเกิดสันติภาพ</p></li><li><p>ระดับทวีป เช่น USMCA</p></li><li><p>ระดับภูมิภาค</p></li><li><p>ระหว่างทวีปหรือระหว่างภูมิภาค เช่น BIMSTEC</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:23:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315474766</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315478495</link>
         <description><![CDATA[<p>“ชาตินิยม” เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องของการมีสำนึกของความเป็นชุมชนทางการเมือง และวัฒนธรรมร่วมกันของกลุ่มคนในสังคม การมีสำนึกของความเป็นชาติร่วมกันนั้น จะต้องมีองค์ประกอบทั้งทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และจิตวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบทางด้านวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างความตระหนักถึงความเป็นชาติของกลุ่มต่างๆ ในสังคม ให้เกิดเป็นความผูกพันและความเป็นพวกเดียวกัน สำหรับองค์ประกอบทางด้านการเมือง เป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้คนเกิดสำนึกของความเป็นพวกพ้องเดียวกันภายใต้ดินแดนของรัฐที่ถูกกำหนดด้วยแผนที่สมัยใหม่ และองค์ประกอบทางด้านจิตวิทยา เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดความรู้สึกรักพวกพ้องเดียวกัน รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชาติ ตลอดจนสร้างสำนึกของความเป็นพวกเดียวกันและความเป็นอื่น และเมื่อความเป็นชาตินิยมถูกนำมาใช้ในทางการเมืองแล้วก็ส่งผลต่อการช่วงชิงการนิยามความเป็นชาติของกลุ่มต่าง ๆ และกำหนดรูปแบบของความเป็นชาติที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มและแต่ละยุคสมัย</p><p><br/></p><p>ความเห็นส่วนใหญ่ในท่ามกลางนักวิชาการคือประเทศชาติต่างถูกสร้างขึ้นโดยสังคมและอาจจะเกิดขึ้นตามประวัติศาสตร์[11] ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ ผู้คนมีความผูกผันกับกลุ่มเครือญาติและจารีตประเพณี ผู้มีอำนาจปกครองดินแดนและบ้านเกิดของพวกเขา แต่ลัทธิชาตินิยมไม่ได้กลายเป็นอุดมการณ์ที่มีความโดดเด่นจนถึงปลายศตวรรษที่ 18[12] ทัศนคติที่โดดเด่นมีอยู่สามประการกับลัทธิชาตินิยม ลัทธิบรรพชนนิยม(Primordialism)(นิรันตรนิยม) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นของลัทธิชาตินิยมเป็นที่นิยมแต่กลับไม่เป็นที่ยอมรับในท่ามกลางนักวิชาการส่วนใหญ่[13] ได้เสนอแนะว่าประเทศชาติมีอยู่เสมอมาและลัทธิชาตินิยมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สัญลักษณ์ประจำชาตินิยม (Ethnosymbolism) ได้อธิบายว่าลัทธิชาตินิยมเป็นปรากฏการณ์วิวัฒนนาการแบบไดนามิกและให้ความสำคัญของสัญลักษณ์ต่าง ตำนานปรัมปรา และประเพณีในการพัฒนาของประเทศชาติและลัทธิชาตินิยม ทฤษฎีความทันสมัย (Modernization Theory) ซึ่งได้เข้ามาแทนที่ลัทธิบรรพชนนิยมเป็นการอธิบายที่โดดเด่นของลัทธิชาตินิยม[14] การใช้แนวทางคอนสตรัคติวิสต์และเสนอแนะให้ลัทธิชาตินิยมได้กำเนิดขึ้น เนื่องจากกระบวนการของความทันสมัย เช่น อุตสาหกรรม การทำให้เป็นเมือง และการศึกษามวลชน ซึ่งทำให้เกิดมีจิตสำนึกของชาติเท่าที่เป็นไปได้[11][15] ผู้เสนอทฤษฏีถัดมานี้ได้บรรยายถึงประเทศชาติว่า เป็น"ชุมชนจินตกรรม"(imagined communities) และลัทธิชาตินิยมคือ "ประเพณีประดิษฐ์"(Invented tradition) ซึ่งความรู้สึกร่วมกันทำให้เกิดรูปแบบอัตลักษณ์ส่วนร่วมและเชื่อมโยงบุคคลเข้าด้วยกันในความเป็นภราดรภาพทางการเมือง "เรื่องราว" ที่เป็นรากฐานของประเทศชาติอาจถูกสร้างขึ้นจากการผสมผสานกันระหว่างคุณลักษณะ ค่านิยม และหลักการทางชาติพันธุ์ และอาจจะเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเล่าบรรยายถึงความเป็นเจ้าของ[11][16][17]</p><p><br/></p><p>คุณค่าทางศีลธรรมของลัทธิชาตินิยม ความสัมพันธ์ระหว่างลัทธิชาตินิยมกับปิตุภูมิ-มาตุภูมินิยม และการเข้าด้วยกันได้ของลัทธิชาตินิยมและความเป็นพลเมืองโลก(Cosmopolitanism) ล้วนเป็นหัวข้อของการอภิปรายเชิงปรัชญา[11] ลัทธิชาตินิยมสามารถรวมเข้ากับเป้าหมายและอุดมการณ์ทางการเมืองที่มีความหลากหลาย เช่น อนุรักษ์นิยม(ชาติอนุรักษ์นิยมและปีกขวาประชานิยม) และสังคมนิยม(ลัทธิชาตินิยมปีกซ้าย)[4][18][19] ในทางปฏิบัติ ลัทธิชาตินิยมสามารถเป็นทั้งเชิงบวกหรือเชิงลบได้ ขึ้นอยู่กับอุดมการณ์และผลลัพธ์ที่ออกมา ลัทธิชาตินิยมเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพ และความยุติธรรม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูวัฒนธรรม,[20] และส่งเสริมความภาคภูมิใจในความสำเร็จของประเทศชาติ[21] นอกจากนี้ยังถูกนำมาใช้เพื่อการแบ่งแยกเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และศาสนาโดยชอบด้วยกฎหมาย การปราบปรามหรือโจมตีชนกลุ่มน้อยและบ่อนทำลายสิทธิมนุษยชนและวัฒนธรรมประชาธิปไตย[11] ลัทธิชาตินิยมหัวรุนแรงรวมเข้ากับความเกลียดชังทางเชื้อชาติเป็นปัจจัยที่สำคัญในฮอโลคอสต์ซึ่งถูกกระทำโดยนาซีเยอรมนี[22]</p><p><br/></p><p>ความต่างระหว่างชาตินิยมกับปิตุภูมิ-มาตุภูมินิยมคือปิตุภูมิ-มาตุภูมินิยมให้ความสำคัญกับสถาบันแห่งรัฐเป็นหลัก มักต้อนรับต่างชาติที่เข้ามาทำให้ประเทศเจริญ ต่างจากความรักชาติให้ความสำคัญกับผลประโยชน์พวกพ้องของตนเป็นหลัก อย่างเช่นในประเทศไทยซึ่งเป็นสวรรค์ของผู้ชายต่างชาติที่เข้ามาหาภรรยาไทย ปิตุภูมิ-มาตุภูมินิยมจะมีความยินดีกับการที่คนกลุ่มนี้เข้ามาใช้จ่ายในประเทศทำให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น ขณะที่ชาตินิยมมองว่าคนกลุ่มนี้เข้ามากดขี่เจ้าของประเทศ เข้ามาแย่งน้ำแย่งอาหารแย่งอากาศ และที่สำคัญสุดคือเข้ามาแย่งผู้หญิงในประเทศ ปิตุภูมิ-มาตุภูมินิยมมักไม่ค่อยมีความเห็นอกเห็นใจคนไร้บ้านเพราะมองว่าคนกลุ่มนี้ไม่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ ต่างจากชาตินิยมที่แคร์ความรู้สึกของคนไร้บ้านหากคนนั้นเป็นคนไทยชาติและมองว่านี้เป็นปัญหาระดับชาติ รวมถึงชาตินิยมมักจะโบ้ยความผิดนี้ให้กับต่างชาติ เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:26:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315478495</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315479178</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นระบบสังคมและเศรษฐกิจซึ่งมีลักษณะคือ สังคมเป็นเจ้าของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95">ปัจจัยการผลิต</a>และการจัดการเศรษฐกิจแบบร่วมมือ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-1"><sup>[1]</sup></a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-2"><sup>[2]</sup></a> ตลอดจนทฤษฎีและขบวนการทางการเมืองซึ่งมุ่งสถาปนาระบบดังกล่าว<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-3"><sup>[3]</sup></a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-ReferenceC-4"><sup>[4]</sup></a> "สังคมเป็นเจ้าของ" อาจหมายถึง การประกอบการ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C">สหกรณ์</a> การเป็นเจ้าของร่วม รัฐเป็นเจ้าของ พลเมืองเป็นเจ้าของความเสมอภาค พลเมืองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือที่กล่าวมารวมกัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-5"><sup>[5]</sup></a> มีความผันแปรของสังคมนิยมจำนวนมากและไม่มีนิยามใดครอบคลุมทั้งหมด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-6"><sup>[6]</sup></a> ความผันแปรเหล่านี้แตกต่างกันในประเภทของการเป็นเจ้าของโดยสังคมที่ส่งเสริม ระดับที่พึ่งพาตลาดหรือการวางแผน วิธีการจัดระเบียบการจัดการภายในสถาบันการผลิต และบทบาทของรัฐในการสร้างสังคมนิยม<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-7"><sup>[7]</sup></a></p><p>ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมอาศัยลัทธิองค์การการผลิตเพื่อใช้ หมายความว่า การผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองอุปสงค์ทางเศรษฐกิจและความจำเป็นของมนุษย์โดยตรง และระบุคุณค่าวัตถุตามคุณค่าการใช้ประโยชน์หรืออรรถประโยชน์ ซึ่งตรงข้ามกับการผลิตมาเพื่อสะสมทุนและเพื่อกำไร<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-8"><sup>[8]</sup></a> ในแนวคิดดั้งเดิมของเศรษฐกิจสังคมนิยม มีการประสานงาน การทำบัญชีและการประเมินค่าอย่างเดียวกันโดยปริมาณทางกายภาพร่วม (common physical magnitude) หรือโดยการวัดแรงงาน-เวลาแทนการคำนวณทางการเงิน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-9"><sup>[9]</sup></a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1#cite_note-10"><sup>[10]</sup></a> มีสองข้อเสนอในการกระจายผลผลิต หนึ่ง ยึดตามหลักที่ว่าให้กระจายแก่แต่ละคนตามการเข้ามีส่วนร่วม และสอง ยึดตามหลักผลิตจากทุกคนตามความสามารถ ให้แก่ทุกคนตามความจำเป็น วิธีการจัดสรรและประเมินคุณค่าทรัพยากรที่แน่ชัดยังเป็นหัวข้อการถกเถียงในการถกเถียงการคำนวณสังคมนิยมที่กว้างกว่า</p><p>ในการกำหนดเป้าหมาย การเมืองแบบสังคมนิยมเคยเป็นทั้งชาตินิยมและนานาชาตินิยม สร้างผ่านพรรคการเมืองและการเมืองที่ต่อต้านพรรคการเมือง ในบางครั้งทับซ้อนกับสหภาพการค้า ในบางครั้งเป็นอิสระและมีความสำคัญกับเหล่าสหภาพ และมีให้เห็นทั้งในบรรดาประเทศอุตสาหกรรมและประเทศกำลังพัฒนา เริ่มจากการเคลื่อนไหวทางสังคมนิยม <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1">ประชาธิปไตยสังคมนิยม</a>นำ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1">เศรษฐกิจแบบผสม</a>มารวมเป็นส่วนหนึ่งกับตลาด ที่มีการแทรกแซงของรัฐในรูปแบบของ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89">การกระจายรายได้</a> กฎระเบียบ และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3">รัฐสวัสดิการ</a> ประชาธิปไตยเศรษฐกิจ(Economic democracy) เสนอลักษณะของสังคมนิยมทางการตลาด(Market socialism) ซึ่งมีการควบคุมการกระจายอำนาจของ บริษัท <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2">สกุลเงิน</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99">การลงทุน</a> และทรัพยากรธรรมชาติ มากขึ้น</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:26:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315479178</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315483859</link>
         <description><![CDATA[<p>เครื่องจักรไอน้ำของเจมส์ วัตต์มาขับเคลื่อนเครื่องจักรกลแทนพลังไอน้ำ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/618220668cf6a699a23f9181a128fa80/1000008840.jpg" />
         <pubDate>2025-02-04 15:29:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315483859</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315485888</link>
         <description><![CDATA[<p>ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่ 2 เริ่มมีการใช้แก๊ส น้ำมันปิโตรเลียม และไฟฟ้าแทนที่ถ่านหินและไอน้ำ มีการใช้พลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานหลักของวงการอุตสาหกรรม ประเภทของอุตสาหกรรมหลักคือ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล และอุตสาหกรรมเคมีสาขาอินทรีย์เคมี</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-04 15:30:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315485888</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315488998</link>
         <description><![CDATA[<p>เยอรมันเคยเป็นประเทศที่มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่งกระทั่งเป็นชนวนเหตุในสงครามโลกครั้งที่ 2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/37adfba0746c5d12d96d44cda87f56a0/1000008841.png" />
         <pubDate>2025-02-04 15:32:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315488998</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315489661</link>
         <description><![CDATA[<p>สหภาพโซเวียต</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/b92bedf3e4884b3aca664273f50f6a5d/1000008842.png" />
         <pubDate>2025-02-04 15:33:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315489661</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315489902</link>
         <description><![CDATA[<p>จีน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/e814550acc5d2e407a9779e16e842c63/1000008844.png" />
         <pubDate>2025-02-04 15:33:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315489902</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattawornkaopan</author>
         <link>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315490623</link>
         <description><![CDATA[<p>สหรัฐอเมริกา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3360149987/c1518ac880c8820ae3526f5f9da14c70/1000008843.png" />
         <pubDate>2025-02-04 15:33:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattawornkaopan/cd7cfplfny0xfglu/wish/3315490623</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
