<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>เทคโนโลยีบริหารข้อมูล 1/3 by นางสาวตรีรัก โคตรโสภา</title>
      <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u</link>
      <description>เก็บคะแนน 10 คะแนน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-09-22 03:10:55 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-13 06:14:07 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f973.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ EDI Electronic Data Interchange&quot; </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759078023</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สมาชิกในกลุ่มมีดังนี้<br>นางสาวทิวาพร ตาราษี เลขที่13<br>นางสาวปนัดดา ชัยคำจันทร์ เลขที่19<br>นาวสาวสร้อยฟ้า พงษ์เกษม เลขที่34</mark></strong><br><br> <strong><mark>EDI (Electronic Data<br>Interchange)</mark></strong>คือ การแลกเปลี่ยนเอกสารทางธุรกิจระหว่างบริษัทคู่ค้าในรูปแบบมาตรฐานสากลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง มีสององค์ประกอบที่สำคัญในระบบ EDI คือ การใช้ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์มาแทน เอกสารที่เป็นกระดาษเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ต้องอยู่ในรูปแบบมาตรฐานสากลด้วยสองปัจจัยนี้ ทุกธุรกิจสามารถแลกเปลี่ยนเอกสารกันได้ทั่วโลก<br><br><strong><mark>EDI ทำงานอย่างไร</mark></strong><br>ขั้นตอนการทำงานของระบบ EDI มีดังนี้<br>1. ผู้ส่งทำการเตรียมข้อมูล และแปลงให้อยู่ในรูปแบบมาตรฐาน UN/EDIFACT โดยใช้ Translation Software<br>2. ผู้ส่งทำการส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการของผู้ให้บริการ EDI ผ่านเครือข่ายสาธารณะโดยใช้ Modem<br>3. ผู้ให้บริการ EDI จะจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในตู้ไปรษณีย์ (Mailbox) ของผู้รับเมื่อข้อมูลไปถึงศูนย์บริการ<br>4. ผู้รับติดต่อมายังศูนย์บริการผ่าน Modem เพื่อรับข้อมูล EDI ที่อยู่ในตู้ไปรษณีย์ของตน<br>5. ผู้รับแปลงข้อมูลกลับโดยใช้ Translation Software ให้อยู่ในรูปแบบที่ระบบงานของตนสามารถรับไปประมวลผลได้<br><br><strong><mark>ประโยชน์ของ EDI คืออะไร</mark></strong><br>ประโยชน์หลัก ๆ ของ EDI ต่อธุรกิจ มีดังต่อไปนี้<br>- เพิ่มความถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ ในการรับ-ส่งเอกสาร<br>- ลดงานซ้ำซ้อน และลดขั้นตอนการจัดการรับ-ส่งเอกสาร<br>- สามารถนำเอาข้อมูลมาใช้ประโยชน์มากที่สุด<br>- ลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร เช่น ค่าแสตมป์ ค่าพัสดุไปรษณีย์ และพนักงาน<br>- เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่มีการแข่งขันสูงขึ้น<br>- เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า<br><br><strong><mark>ธุรกิจประเภทใดที่สามารถนำ EDI มาใช้ได้</mark></strong><br>ทุกธุรกิจที่มีการใช้เอกสารจำนวนมากและเป็นประจำโดยมีขั้นตอนซ้ำๆ แต่ต้องการความถูกต้องรวดเร็วและแม่นยำของข้อมูลเช่นธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกที่ต้องมีการสั่งซื้อสินค้าเป็นประจำ ธุรกิจขนส่งซึ่งต้องใช้ข้อมูลประกอบในการจัดการขนส่งสินค้า ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบและธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น<br><br><strong><mark>ข้อดีของ EDI</mark></strong><br>ลดความผิดพลาดของเอกสารข้อมูลต่างๆ เพิ่มความรวดเร็วและความถูกต้องในการรับส่งเอกสาร<br>ลดงานซ้ำซ้อน และลดขั้นตอนในการจัดการรับส่งเอกสาร<br>ลดค่าใช้จ่ายต่างๆจากการเตรียมเอกสารและขนส่งเอกสารรวมถึงการเก็บรักษาเอกสาร<br>สามารถค้นหาสืบค้นข้อมูลเอกสารต่างๆย้อนหลังได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว<br><br><strong><mark>ข้อเสียของ EDl</mark></strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-ไม่ปลอดภัย เพราะรับส่งเป็น Flat File ธรรมดา สามารถเปิดอ่านได้&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเอกสารสูง เนื่องจาก ต้องเก็บข้อมูลเป็น paper อยู่ตามระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-ยากต่อการพัฒนาระบบ เนื่องจากใช้มาตรฐาน ที่ตกลงกันภายใน<br><br></div><div><strong><mark>ความคิดเห็น&nbsp;<br>ของนางสาวทิวาพร ตาราษี&nbsp;</mark></strong></div><div>-นอกจากEDIจะเป็นการพัฒนาในด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างคู่การค้าแล้ว ยังช่วยเพิ่มแนวทางในการดำเนินธุรกิจ<br><br><strong><mark>ความคิดเห็น<br>ของสาวปนัดดา ชัยคำจันทร์ </mark></strong><br>การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสารที่เป็นกระดาษทำให้ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรจากการใช้เอกสารจำนวนมากด้วย<br><br><strong><mark>ความเห็น <br>ของนางสาวสร้อยฟ้า พงษ์เกษม</mark></strong><br>ระบบเภสัชกับEDI นั้น นอกจากจะเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการ<br>ของธุรกิจแล้ว ยังลดความซ้ำซ้อนและความผิดพลาดในการดำเนินงานขั้นตอนเเละเป็นประโยชน์กับลูกค้าในการควบคุม สต๊อคยา ลูกค้ายังจะได้รับยารวดเร็ว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361465580/c4af8358aa020da4e7a185259ffd3670/1632286679130.jpg" />
         <pubDate>2021-09-22 05:14:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759078023</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)</title>
         <author>monkoou</author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759105093</link>
         <description><![CDATA[<div><br>นายทัพอธิชา กองเงิน เลขที่1</div><div>นายลัทธพล เสวะนา เลขที่2<br>นายวรรณพล ทิพนนท์ เลขที่3<br>นายศิริปัญญา สินสม เลขที่ 4<br>นางสาวเบญญา เสน่ห์ดี เลขที่ 18<br><br>ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) คือเครื่องจักร (machine) ที่มีฟังก์ชันทีมีความสามารถในการทำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การรับรู้ การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่างๆ เครื่องจักรที่มีความสามารถเหล่านี้ก็ถือว่าเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) นั่นเอง&nbsp;<br><br>ข้อดีปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)<br>มนุษยชาติอย่างแท้จริงนั้น ยังคงวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัว ตั้งแต่เริ่มมีแนวคิดขึ้นมา หลายคนพยายามรับมือกับมัน ซึ่งมีการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ข่าว และมีการกล่าวซ้ำในภาพยนตร์ เป็นต้น<br><br></div><div>หากคุณกำลังมองหาความจริงเกี่ยวกับ AI ว่าฉลาดกว่ามนุษย์หรือไม่ อย่างไร ซึ่งจะเห็นว่าเป็นข้อโต้แย้งที่ไม่มีที่สิ้นสุดอย่าแน่นอนเนื่องจาก AI ได้ถูกรวมเข้ากับเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว และ “ผู้มีวิสัยทัศน์” จะไม่ชะลอตัวลงในเร็ว ๆ นี้<br><br></div><div>และ AI ยังสามารถช่วยเราได้มาก แม้ในเรื่องทางโลกที่เราใช้ชีวิต และความเป็นอยู่ ซึ่งได้ช่วยมนุษยชาติในหลากหลายสาขา เช่น การแพทย์ การทหาร การสื่อสาร การผลิตในอุตสาหกรรมค้าปลีกในการศึกษา และเกือบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เลยก็ว่าได้<br><br></div><div><strong>ข้อดีของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)<br></strong><br></div><div><strong>1. สมองของ AI ไม่มีคำว่าเหนื่อย<br></strong><br></div><div>ซึ่งประโยชน์ส่วนใหญ่ที่เราได้รับจาก AI หรือเครื่องจักร โดยทั่วไป คือ คุณสมบัติของมนุษย์ที่เห็นได้ชัด ซึ่งจะถูกกำจัดโดยการใช้คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี โดยเริ่มจากสิ่งที่ชัดเจนก่อน<br><br></div><div>ซึ่งสมอง หรือตัวประมวลผลหลักของ AI จะไม่เหนื่อย (ยกเว้นบางทีอาจจะร้อนขึ้นบ้าง!!) และสมองของ AI มักจะประกอบด้วยเซลล์ประสาทเทียมหลายล้านเซลล์ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของมัน และนี่คือจุดที่การคำนวณต่าง ๆ ทำได้โดยใช้อัลกอริธึมที่ตั้งโปรแกรมไว้<br><br></div><div>โดยการคำนวณเหล่านี้ มีตั้งแต่ง่าย ไปจนถึงซับซ้อน เช่น ในโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ มนุษย์อย่างเรา ร่างกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมองของเราต้องพักฟื้น เพื่อให้กลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง แต่สมองของ AI จะไม่เหมือนกับสมองของมนุษย์<br><br></div><div>สมองของพวกเขาสามารถดำเนินการได้แม้กระทั่งอัลกอริธึมที่ซับซ้อนที่สุดโดยไม่หยุด และพลาดจังหวะ แน่นอนว่า ความร้อนสูงเกินไปมักมีอันตรายอยู่เสมอ แต่ด้วยนวัตกรรมในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย<br><br></div><div><strong>2. AI สามารถทำงานได้แบบซ้ำ ๆ โดยไม่เบื่อ<br></strong><br></div><div><strong>3. AI มีข้อผิดพลาดน้อย<br></strong><br></div><div>เมื่อเราพูดถึงข้อผิดพลาด เรากำลังพูดถึงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับวิธีการตั้งโปรแกรม AI หาก AI จะพบข้อผิดพลาด ก็คงเป็นเพราะการเขียนโปรแกรมมีจุดบกพร่อง และจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากนักพัฒนา<br><br></div><div>ความถนัดของ AI ยังขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของมันด้วย โดยคุณมี AI ปกติ แมชชีนเลิร์นนิง การเรียนรู้เชิงลึก และการประมวลผลภาษาที่เป็นธรรมชาติ<br><br></div><div>ซึ่ง AI ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะไม่มีโปรแกรมใดที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น AI จะสร้างข้อผิดพลาดระหว่างทาง แต่ AI นั้น ไม่ได้ผิดพลาดในหลาย ๆ อย่าง ดังนั้น คุณมักจะคาดหวังเสมอว่า มันจะคำนวณได้ถูกต้องทุกครั้งแน่นอน<br><br></div><div><strong>4. AI สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง<br></strong><br></div><div><strong>5. AI เป็นหนึ่งในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ที่ดีที่สุด ที่สามารถทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้<br></strong><br></div><div>AI ค่อนข้างสำคัญและมีประสิทธิภาพในการกลั่นกรองข้อมูลในอดีตที่เป็นประโยชน์สำหรับการตรวจจับแนวโน้มหรือการคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด AI นั้นเร็วกว่า ทรงพลังกว่า และอย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า AI ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่<br><br></div><div><strong>6. AI สามารถประมวลข้อมูลขนาดใหญ่ และมีจำนวนมากมายมหาศาลได้<br></strong><br></div><div><strong>7. ปรับปรุงการควบคุมคุณภาพในผลิตภัณฑ์และวัสดุ<br></strong><br></div><div>เนื่องจาก AI สามารถทำงานได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ดังนั้นโอกาสที่พวกเขาจะทำผิดพลาดและงานที่ไม่ดี (หรือผลิตภัณฑ์) ก็จะน้อยลง เราไม่ชอบยอมรับเสมอ แต่ข้อผิดพลาดของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการผลิตจำนวนมากหรือการผลิตมักจะเกิดขึ้นมากกว่าข้อผิดพลาดของเครื่องจักร<br><br></div><div>หากคุณอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต AI สามารถช่วยคุณได้อย่างมากและรักษาคุณภาพของผลงานของคุณได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ การหยุดทำงาน และการบำรุงรักษา ผลผลิตของคุณจะมีโมเมนตัมสูงสุดเสมอ และเครื่องจักรมักจะถูกกว่าในการใช้งานเสมอ<br><br></div><div><strong>8. AI สามารถช่วยให้มนุษย์มีการตัดสินใจได้ดีขึ้น</strong> เนื่องจากระบบการทำงานของ AI มีข้อผิดพลาดน้อย<br><br>ข้อเสียปัญญาประดิษฐ์ <br>(AI : Artificial Intelligence) <br><strong>1. AI ขาดความคิดสร้างสรรค์<br></strong><br></div><div>คุณภาพของงาน หรือผลงานที่ AI สามารถเรนเดอร์ได้นั้น ดีพอ ๆ กับที่มันถูกตั้งโปรแกรมไว้เท่านั้น ดังนั้น มันจึงขึ้นอยู่กับความซับซ้อน และความพยายามที่ผู้พัฒนาได้ใส่เข้าไป<br><br></div><div><strong>2. AI ขาดการตัดสินใจ<br></strong><br></div><div>นี่เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไม AI ถึงไม่มีอารมณ์ ซึ่งในซีซันที่หนึ่ง Sheldon Cooper เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ AI ที่มีอารมณ์ความรู้สึกเพียงเล็กน้อย และดังที่แสดงในซีรีส์ที่สามารถพิสูจน์ความหายนะในสังคมได้อย่างน้อย<br><br></div><div>AI ไม่มีอิสระในการตัดสินเหมือนที่เราทำ และจะไม่เริ่มคำนวณหากพวกเขาได้รับโอกาสในการตัดสินใจที่อยู่นอกขอบเขตของการเข้ารหัส<br><br></div><div><strong>3. AI ไม่สามารถดำเนินการนอกข้อมูลที่คุณป้อน หรือวิธีที่คุณตั้งโปรแกรมอัลกอริทึมได้<br></strong><br></div><div><strong>4. เครื่อง AI ต้อง “ฝึกฝน” อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงเมื่อเวลาผ่านไป over<br></strong><br></div><div><strong>5. ราคาแพงที่จุดเริ่มต้น<br><br>AI กับงานด้าน Logistics<br></strong>การใช้ Automated Port หรือท่าเรือลำเลียงสินค้าอัตโนมัติในท่าเรือ Yangshan เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีการพัฒนาการใช้ AGV (Automated Guided Vehicle) หรือรถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ โดยใช้แถบแม่เหล็ก วิชั่น หรือเลเซอร์ สำหรับการขนส่งคอนเทนเนอร์(ชิปปิ้ง) เพื่อลำเลียงสินค้าไปเก็บอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการจัดเก็บ รวมรวม จัดเรียงคำสั่ง และชุดข้อมูลทั้งหมดลงในระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นคำสั่งงานส่งไปยังอุปกรณ์ควบคุม Automated ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย<br><br>ความคิดเห็น<br>-นายลัทธพล เสวะนา&nbsp;<br>คิดว่าอีกไม่นาน AI หรือปัญญษประดิษฐ์ อาจจะได้นำมาใช้ในงานทั่วไปหลายๆอย่างเช่น ในงานโลจิสติกส์ที่มีอยู่แล้วอาจจะเพิ่มมากขึ้น และกิจการหรือองค์กรต่างๆที่ต้องการนำ AI หรือปัญญาประดิษฐ์พวกนี้มาใช้งานแทนที่แรงงานด้านต่างๆมากขึ้น<br><br>ความคิดเห็น<br>-นายวรรณพล ทิพนนท์<br>Ai หรือเครื่องจักรมีความสำคัญเกี่ยวกับงานโลจิสติกส์ เพราะ Ai ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เหนื่อยล้าเหมือนกับคน และมีข้อผิดพลาดน้อย จะทำให้ธุรกิจหรือกิจการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ<br><br>ความคิดเห็น<br>-นางสาวเบญญา เสน่ห์ดี<br>&nbsp;AI จะมีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการทำงานที่ตอนนี้หลายธุรกิจได้นำ AI เข้ามาใช้เเละลดบทบาทในการทำงานของมนุษย์ลง กลายเป็นว่าในอนาคตจะมีหลายตำเเหน่งหน้าที่ที่จะถูก AI เข้ามาเเทนที่<br><br>ความคิดเห็น<br>-นายศิริปัญญา สินสม เลขที่ 4<br>คิดว่าอีกไม่นานเราคงได้เห็น AI หรือปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานต่างๆ เช่น งานขนส่ง งานในค้านการผลิต งานในด้านบริการและอีกไม่นานเราอาจได้เห็นกิจการองค์กรใหญ่ๆได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น<br><br>ความคิดเห็น<br>-นายทัพอธิชา กองเงิน<br>AI ในปัจจุบันสร้างความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมากรวมถึงในการเดินทางAIก็สามารถนำทางเราไปยังจุดหมายที่เรา ไม่เคยไปมาก่อนอีกทั้งยังบอกเส้นทางที่ใกล้ที่สุดและระยะทางที่เดินทางไป มันจึงสร้างความสะดวกและปลอดภัยกับมนุษย์ในยุคนี้มากๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361481662/a7a06437a89363a680e1f5a3ff18c3a5/0_NAV65GMuGg8H3lhr.jpg" />
         <pubDate>2021-09-22 05:35:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759105093</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Warehouse Management System : WMS</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759179717</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สมาชิกในกลุ่ม</strong><br>1. นางสาว นิศาชล ประจิมทิศ เลขที่17<br>2. นางสาว ปิยธิดา ทองจุ่น เลขที่21<br>3. นางสาว ปิยลักษ์ ปัญจะพันดอน เลขที่22<br>4. นางสาว ศิลามณี เขตคีรี เลขที่32&nbsp;<br>5. นางสาว สุกัญญา เกษแก้ว เลขที่36<br>&nbsp;</div><div><strong>ระบบWMS </strong><br>คือ โปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยให้กระบวนการทำงานในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความรวมเร็วในการทำงาน ความถูกต้อง การค้นหา ตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ถูกต้อง แม่นยำ ตามเงื่อนไขการทำงานของธุรกิจแต่ละบริษัทจึงช่วยลดปัญหาสินค้าสูญหาย ปัญหาการหาสินค้าไม่พบด้วย<br><br><strong>WMS ทำงานอย่างไร </strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div>&nbsp;ฟังก์ชันงานของโปรแกรม WMS นั้น จะรองรับการทำงานพื้นฐานของคลังสินค้า ตั้งแต่ขั้นตอน การรับสินค้า จัดเก็บสินค้า ย้ายสินค้า นับสินค้า จ่ายสินค้า เป็นต้น และมีรายงานจำนวนสินค้าคงคลัง รายงานความเคลื่อนไหวของสินค้า(Stock Card) จึงทำให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โปรแกรม WMS นั้นสามารถทำงานได้กับคลังสินค้าทุกประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหาร ธุรกิจอะไหล่รถยนต์ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น และยังสามารถทำงานกับคลังทุกประเภท เช่น คลังวัตถุดิบ (Raw Material) คลังอะไหล่ (Spare Part) คลังสินค้าพร้อมขาย (Finish Goods)</div><div><br></div><div>โปรแกรม WMS ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 เวอร์ชั่น คือ&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. Express Edition : เป็นรุ่นที่ทำงานแบบ Stand Alone Warehouse สามารถทำงานตามกระบวนการพื้นฐานของคลังได้ คือ การรับสินค้า&nbsp;</div><div>ย้ายสินค้า จ่ายสินค้า ปรับยอดสินค้า และดูรายงานสินค้าคงคลัง รวมทั้งมีรายงาน Stock Card ไว้ตรวจสอบความเคลื่อนไหว ของสินค้าภายในคลังได้&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. Standard Edition : เป็นรุ่นที่รองรับการทำงานแบบ Multiple Warehouse สามารถทำงานตามกระบวนการพื้นฐานของคลังได้ คือ&nbsp;</div><div>การรับสินค้า ย้ายสินค้า จ่ายสินค้า ปรับยอดสินค้า และดูรายงานสินค้าคงคลัง รวมทั้งมีรายงาน Stock Card ไว้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าภายในคลังได้&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. Professional Edition : เป็นรุ่นใหญ่ที่มีฟังก์ชันการทำงานรองรับการทำงานในคลัง และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ ERP ได้&nbsp;</div><div>ซึ่งสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือสามารถกำหนดเงื่อนไขในการจัดเก็บ การหยิบสินค้า โดยให้ระบบหาให้ได้ และรองรับการทำงานแบบ LPN Control (License Plate Number Control) การแพ็คสินค้า การโหลดสินค้า<br><br><strong>ประโยชน์ของ WMS&nbsp;</strong></div><div>1.WMS ช่วยแก้ปัญหาในกระบวนการจัดเก็บ</div><div>WMS ช่วยแก้ปัญหากระบวนการจัดเก็บ (Put Away) ระบบ WMS สามารถแนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้าได้ อีกทั้งยังมีการยืนยันตำแหน่งการจัดเก็บที่ถูกต้อง หลังจากที่ตรวจสอบแล้วพบการจัดเก็บอยู่ในตำแหน่งนั้นจริง ผู้ตรวจสามารถเซ็นอนุมัติได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีกระบวนการจัดเก็บแบบ Barcode Scanner โดยใช้การยิง Barcode Scanner ในตำแหน่งที่จัดเก็บจริงเพื่อช่วยให้สามารถค้นหาสินค้าเจอได้ง่ายขึ้น</div><div><br></div><div>2. WMS ช่วยแก้ปัญหากระบวนการรับสินค้าระบบสามารถช่วยแก้ปัญหากระบวนการรับสินค้า</div><div>(Receiving) ได้ โดยสามารถที่จะ Reverse พื้นที่หรือจองพื้นที่ล่วงหน้า ช่วยให้การวางแผนการใช้พื้นที่ในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคลังสินค้าบางแห่ง ที่ไม่มีระบบการจัดการที่ดีในการรับสินค้า เมื่อรับสินค้าเข้าคลังแล้วนำไปวางไว้ตามใจชอบ ผลสุดท้ายคืออาจทำให้หลงลืมได้ว่านำสินค้าไปวางที่ไหนนั่นเอง</div><div><br></div><div>3.&nbsp; WMS แก้ปัญหาการเบิกระบบ</div><div>เป็นระบบที่ช่วยแก้ปัญหากระบวนการเบิก (Picking) ซึ่งจะมีระบบ Search ช่วยในการค้นหาสินค้าได้ง่ายดายเพียงแค่กรอกเงื่อนไข ระบบก็จะสามารถค้นหาสินค้าเจอเองได้โดยอัตโนมัติ ใช้เวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นการเบิกแบบ FIFO, LIFO ,FEFO&nbsp; หรือสามารถกำหนดเองก็ทำได้</div><div><br></div><div><strong>ข้อดีของการมีระบบ WMS</strong>&nbsp;</div><div>-เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็วและลดความผิดพลาด</div><div>-มีความถูกต้องแม่นยำในการจัดการกับระบบคลังสินค้า</div><div>-ลดระยะเวลาในการทำงานในการจัดสรรค์พื้นที่</div><div>-สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด</div><div>-ลดปัญหาสินค้าค้างสต็อก</div><div>-ควบคุมกระบวนการทำงานต่างๆ</div><div>-การปฎิบัติงานประจำวัน (Daily Operation)</div><div>-การตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล (Inventory Control and Analysis)</div><div>-งานบัญชีและการเงิน (สำหรับ 3pl)</div><div><br></div><div><strong>ข้อเสียของระบบ WMS&nbsp;</strong></div><div>- ระบบไม่ตรงตามขั้นตอนการทำงานของผู้ใช้งาน&nbsp;</div><div>ผู้ใช้งานต้องปรับตัวเข้าหาระบบ&nbsp;</div><div>- ระบบมีความยึดหยุ่นน้อย การจะพัฒนาระบบเพิ่มเติมทำได้ยาก&nbsp;</div><div>- เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ยาก หรือจำกัดตามโปรแกรมกำหนดไว้</div><div><br></div><div><strong>ความคิดเห็นของนักเรียนต่อระบบ WMS</strong>&nbsp;</div><div>(<strong>สุกัญญา</strong> )</div><div>WMS ช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็วและลดความผิดพลาดและมีความถูกต้องแม่นยำในการจัดระบบระเบียบสินค้า ลดเวลาในการทำงานได้อีกด้วย</div><div>(<strong>นิศาชล)</strong></div><div>ข้อเสีย</div><div>เกิดการต่อต้าน ระบบ หรือผู้ใช้งานไม่อยากใช้งานระบบ เนื่องจากต้องเรียนรู้ระบบใหม่</div><div>(<strong>ปิยธิดา</strong>)</div><div>ข้อดี</div><div>รองรับการทำงานของระบบในอนาคต เนื่องจากระบบสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย</div><div>(<strong>ปิยลักษ์)</strong></div><div>สามารถใช้ WMS เพื่อค้นหาตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม ซึ่งระบบจะช่วยคิดให้ว่า ตรงไหนมีที่ว่าง และตรงไหนที่ควรจะเก็บสินค้า&nbsp; ซึ่ง WMS จะช่วยให้การให้เก็บสินค้าถูกต้อง และสามารถคำณวนพื้นที่ในคลังได้</div><div>(<strong>ศิลามณี</strong>)&nbsp;</div><div>ระบบWMS เป็นระบบที่เข้ามาช่วยในคลังสินค้า ทำให้การจัดการของคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความผิดพลาดในการทำงานมากกว่าคน ทำให้รู้ตำแหน่งของสินค้าลดเวลาในการหาสินค้าในคลังสินค้า</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361465623/dd350dfaa8e7c14bcccf4738f43160a1/FD5AABAB_E1C4_4607_B5F7_801DF0F66538.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-22 06:28:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759179717</guid>
      </item>
      <item>
         <title>WMS Warehouse Manament System </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759895403</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส กนกภัณฑ์ เสนจันทะ เลขที่5<br>น.ส จิรภัทร&nbsp; &nbsp; &nbsp;แก้วสุวรรณ เลขที่11<br>น.ส ปารวีย์ &nbsp; ธรรมสัตย์ เลขที่20</div><pre>WMS คือ WMS : Warehouse Manament System คือ โปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยในการบริหารจัดการคลังสินค้า ในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ในคลัง</pre><div>ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น เพิ่มความถูกต้องในการจัดเก็บสินค้า, เพิ่มความถูกต้องในการจ่ายสินค้าให้ลูกค้า, สามารถค้นหาสินค้าได้อย่างรวดเร็ว, สามารถดูจำนวนสินค้าคงปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง และทันที เป็นต้น<br>โดยที่ฟังก์ชั่นการทำงานของระบบ WMS จะต้องรองรับกระบวนการทำงานพื้นฐานในคลังสินค้า คือ<br><br>การรับสินค้าเข้าคลัง (Inbound Process)<br>การจัดเก็บสินค้า (Put away)<br>การย้ายสินค้า (Inventory Move)<br>การหยิบและจ่ายสินค้าออกจากคลัง (Outbound Process)<br>การนับสินค้า (Inventory Counting)<br>การปรับจำนวนสินค้าในคลัง (Inventory Adjustment)<br>รายงานสินค้าคงคลัง และการเคลื่อนไหวของสินค้า (Inventory Reports)<br><br></div><pre>WMS ทำงานอย่างไร</pre><div><br>ชาวยลดปัญหาสินค้าสูญหาย ปัญหาการหาสินค้าไม่พบด้วย<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฟังก์ชันงานของโปรแกรม WMS นั้น จะรองรับการทำงานพื้นฐานของคลัังสินค้า ตั้งแต่ขั้นตอน การรับสินค้า จัดเก็บสินค้า ย้ายสินค้า นับสินค้า จ่ายสินค้า&nbsp;<br>เป็นต้น และมีรายงานจำนวนสินค้าคงคลัง รายงานความเคลื่อนไหวของสินค้า (Stock Card) จึงทำให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โปรแกรม WMS นั้นสามารถทำงานได้กับคลังสินค้าทุกประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหาร ธุรกิจอะไหล่รถยนต์ ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็ก&nbsp;<br>เป็นต้น และยังสามารถทำงานกับคลังทุกประเภท เช่น คลังวัตถุดิบ (Raw Material) คลังอะไหล่ (Spare Part) คลังสินค้าพร้อมขาย (Finish Goods)<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โปรแกรม WMS ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 เวอร์ชั่น คือ&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. Express Edition : เป็นรุ่นที่ทำงานแบบ Stand Alone Warehouse สามารถทำงานตามกระบวนการพื้นฐานของคลังได้ คือ การรับสินค้า&nbsp;<br>ย้ายสินค้า จ่ายสินค้า ปรับยอดสินค้า และดูรายงานสินค้าคงคลัง รวมทั้งมีรายงาน Stock Card ไว้ตรวจสอบความเคลื่อนไหว ของสินค้าภายในคลังได้&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ซึ่งฟังก์ชันงานทั้งหมดจะรองรับการทำงานบน PC เท่านั้น ผู้ใช้งานจำเป็นต้องนำข้อมูลการทำงานในคลังมาบันทึกลงโปรแกรมเอง ถ้าไม่ได้คีย์บันทึก ข้อมูลก็จะไม่ตรงกับสินค้าจริงในคลัง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เหมาะสำหรับบริษัทที่เกิดปัญหาการจัดการจำนวนสินค้าในคลัง เรื่องการทำงานแบบ Manual ต้องเสียเวลา update ข้อมูล stock อยู่ตลอดเวลา&nbsp;<br>แล้วไม่มีเอกสารไว้ตรวจสอบย้อนหลัง หรือสืบค้นยาก รุ่นนี้จะมีราคาที่ไม่สูง เหมาะสำหรับบริษัทที่มีงบประมาณน้อย ไม่สามารถลงทุนระบบ Network&nbsp;<br>และ Wireless Network ได้ หรือต้องการทดลองใช้ระบบเบื้องต้น ก่อนการลงทุนที่มากขึ้น และฐานข้อมูลใช้เป็น Microsoft SQL Express Edition ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ฟรี<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. Standard Edition : เป็นรุ่นที่รองรับการทำงานแบบ Multiple Warehouse สามารถทำงานตามกระบวนการพื้นฐานของคลังได้ คือ&nbsp;<br>การรับสินค้า ย้ายสินค้า จ่ายสินค้า ปรับยอดสินค้า และดูรายงานสินค้าคงคลัง รวมทั้งมีรายงาน Stock Card ไว้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าภายในคลังได้&nbsp;<br>แต่ฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นมาคือ การหยิบสินค้า, การนับสินค้า, การย้ายสินค้าระหว่างคลัง&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ซึ่งฟังก์ชันการทำงาน รองรับระบบบาร์โค้ด และเพิ่มการรองรับการทำงานบน PDA แต่กระบวนการหาพื้นที่จัดเก็บสินค้า และการหาสินค้าเพื่อหยิบ&nbsp;<br>ให้ลูกค้านั้น จะตัดสินใจโดยผู้ใช้งาน หรือให้ระบบช่วยเสนอแนะเบื้องต้นได้ รวมทั้งมีระบบจองพื้นที่เก็บสินค้า และระบบจองจำนวนสินค้าเวลาสร้างใบหยิบได้&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เหมาะสำหรับบริษัทที่มีคลังสินค้าหลายคลัง และต้องการความถูกต้องในกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสินค้าในคลังสูญหาย&nbsp;<br>ได้ ผู้ใช้งานต้องมีการทำระบบ Network และ Wireless Network ในการทำงาน พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ Mobile Computer (Handheld) ในการทำงานด้วย<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. Professional Edition : เป็นรุ่นใหญ่ที่มีฟังก์ชันการทำงานรองรับการทำงานในคลัง และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ ERP ได้&nbsp;<br>ซึ่งสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือสามารถกำหนดเงื่อนไขในการจัดเก็บ การหยิบสินค้า โดยให้ระบบหาให้ได้ และรองรับการทำงานแบบ LPN Control (License Plate Number Control) การแพ็คสินค้า การโหลดสินค้า เป็นต้น&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการนำโปรแกรม WMS มาบริหารคลังสินค้าขนาดกลาง ถึงใหญ่ และเชื่อมต่อข้อมูลกับ ERP<br><br></div><pre>ประโยชน์ที่ได้รับจาก WMS</pre><div>มีความถูกต้องแม่นยำในการจัดการกับระบบคลังสินค้า ลดระยะเวลาในการทำงานในการจัดสรรค์พื้นที่ สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ลดปัญหาสินค้าค้างสต็อก<br><br></div><pre>ข้อดีของWMSระบบจัดการคลังสินค้าแบบสำเร็จรูป คือ</pre><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ราคาถูก เนื่องจากพัฒนาแค่ครั้งเดียว สามารถนำไปใช้งานหลายๆทีได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - มีฟังก์ชันการทำงานให้เลือกใช้หลากหลาย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - พร้อมติดตั้ง และใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาพัฒนาใหม่</div><pre>                ข้อเสียของระบบ WMSการจัดคลังสินค้าแบบสำเร็จรูป คือ</pre><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ระบบไม่ตรงตามขั้นตอนการทำงานของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานต้องปรับตัวเข้าหาระบบ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ระบบมีความยึดหยุ่นน้อย การจะพัฒนาระบบเพิ่มเติมทำได้ยาก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ยาก หรือจำกัดตามโปรแกรมกำหนดไว้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เกิดการต่อต้าน &nbsp; ระบบ หรือผู้ใช้งานไม่อยากใช้งานระบบ เนื่องจากต้องเรียนรู้ระบบใหม่<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - หากโปรแกรมไม่ได้ถูกพัฒนาจากผู้ขายอย่างต่อเนื่อง การใช้งานเพื่อรองรับอนาคตเป็นไปได้ยาก<br><br></div><pre>WMS ประยุกต์ใช้ในงานโลจิสติกส์</pre><div><br></div><div>ระบบการจัดการคลังสินค้า มีความสามารถที่จะช่วยแก้ไขปัญหาโลจิสติกส์ ดังต่อไปนี้คือ<br><br>&nbsp;<br><br>1.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การรับสินค้า (Receiving) ระบบสามารถจองพื้นที่ว่างหรือจองพื้นที่ไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยในการวางแผนการจัดวางในคลัง สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับสินค้าโดยไม่มีการวางแผนการจัดเก็บ จะมีผลทำให้ต้นทุนของกิจการมากขึ้น เพราะต้องเสียเวลาในการค้นหาสินค้านั้น ๆ<br><br>2.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การจัดเก็บ (Put Away) ระบบสามารถแนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมในการจัดเก็บ และมีการยืนยันตำแหน่งที่จัดเก็บได้ อย่างถูกต้อง โปรแกรม WMS ในส่วนของการจัดเก็บ สามารถทำงานร่วมกับ ERP และบาร์โค้ดสแกนเนอร์ เพื่อทำให้ทราบตำแหน่งที่แม่นยำและชัดเจน<br><br>3.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การหยิบสินค้า (Picking) ระบบจะช่วยหาตำแหน่งของสินค้าที่มีการจัดเก็บไว้ได้อย่างง่าย ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถหยิบ สินค้าได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว<br><br></div><pre>ความคิดเห็นWMS</pre><div><br>สำหรับระบบ WMS ช่วยให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า ทั้งก่อนนำสินค้าเข้าและก่อนนำสินค้าออก สามารถจัดเก็บและจัดส่งสินค้าได้อย่างถูกต้องครบถ้วน สินค้าไม่สูญหาย นอกจากนี้ระบบยังสามารถระบุพื้นที่การจัดเก็บ ช่วยให้สามารถบริหารจัดเก็บสินค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการสินค้าได้ถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วถึง 99%<br><br>กนกภัณฑ์<br><br><br></div><div>เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ประกอบการ ในการบริหารงานขององค์กรธุรกิจ ส่งผลให้ความสามารถในการสื่อสาร ควบคุม ตลอดจนการประมวลผลเพื่อตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้อง&nbsp;<br>จิรภัทร<br><br><br>ระบบการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) เป็นซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าและการบริหารสต็อกให้เป็นโดยอัตโนมัติมีความถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น และระบบการจัดการการขนส่ง&nbsp;<br>ปารวีย์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361465410/81f9728a17c00ef1104850ad0dde30f0/553CC8C4_58B0_4E9A_9E4D_861D1BAE2841.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-22 12:48:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1759895403</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Transportation management system:TMS (ระบบการจัดการการขนส่ง)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1761798995</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <mark>สมาชิกในกลุ่ม</mark></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวกมลวรรณ ภาสวัสดิ์&nbsp; &nbsp; &nbsp; เลขที่ 8</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวกัลยารัตน์ จิตประสงค์ &nbsp; เลขที่ 9<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวอาทิตยา &nbsp; ยานสุวรรณ์ &nbsp; เลขที่ 40<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวอินทรา&nbsp; &nbsp; &nbsp; เครือแก้ว&nbsp; &nbsp; &nbsp;เลขที่ 41<br>ปวส 1/3 สาขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <mark>เสนอ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คุณครูตรีรัก&nbsp; โคตรโสภา<br><br><br><strong>Transportation Management System (TMS)</strong> หรือ ระบบการจัดการการขนส่ง, โปรแกรมจัดการการขนส่ง , ระบบขนส่ง โลจิสติกส์, การจัดการ Logistics&nbsp; คือระบบที่จะช่วยให้ บริษัทได้มีการบริหารจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพในการขนส่งสิน ค้า การขนส่งสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทาง TMS ครอบคลุมโซลูชั่นสำหรับการย้ายการขนส่งสินค้าในทุกโหมด กระบวนการ TMS รวมถึงการขนส่งสินค้าขนส่งขาเข้าหรือขาออกในประเทศหรือต่างประเทศและการใช้สินทรัพย์และ<br>บุคคลากรของบริษัท ที่ขนส่งเอง&nbsp; หรือแม้กระทั่งใช้บริการผู้ให้บริการขนส่งภายนอก&nbsp; สามารถบริหารจัดการได้โดย TMS สามารถบริการได้ตั้งแต่พัสดุหรือจะเป็นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่และสามารถใช้งานร่วมกับ ระบบ บาร์โค้ด (<a href="http://www.google.com/url?q=http%3A%2F%2Fwww.double-isolutions.co.th%2Findex.php%2F2015%2F08%2F02%2Fbarcode-technology%2F&amp;sa=D&amp;sntz=1&amp;usg=AFQjCNEAVpAWODv2Pwj1CzRgF-RzHsqxKg">Barcode system</a>),<br> ระบบ RFID , Smart phone,<a href="http://www.google.com/url?q=http%3A%2F%2Fwww.double-isolutions.co.th%2Findex.php%2Fcomputer-mobile%2F&amp;sa=D&amp;sntz=1&amp;usg=AFQjCNF8vpfo8Xc_Z2guhqRusKAMwYJFxw"> Mobile printer</a><br><br><strong>Transportation Management System</strong> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มีขอบเขตที่ครอบคลุมทุกด้านที่สำคัญทั้งหมดของการวางแผนและการดำเนินการ การสิ้นสุดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งการสร้างแนะนำการใช้เส้นทาง การวางแผนและการเพิ่มประสิทธิภาพ การแลกเปลี่ยนสื่อสารกับผู้ให้บริการ (ประกวดราคา รองรับกระบวนการย่อยของการโหลด) การสร้างเอกสาร, การจัดการมองเห็นและการยกเว้น การตรวจสอบการขนส่งสินค้าและการจัดการให้มีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดส่งระหว่างประเทศก็ยังจะรวมถึงการจัดส่งการแจ้งเตือนล่วงหน้า คู่มือช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนการคัดเลือก TMS ในการตัดสินใจที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว<br><br><strong><br>benefits</strong></div><div><br>มีหลายวิธีเพื่อที่จะประหยัดเงินหรือค่ายานพาหนะในการขนส่ง แต่เหตุผลหลักที่ บริษัท ดำเนินการ TMS คือการลดการใช้จ่ายการขนส่งสินค้า TMS ประสบความสำเร็จในการลดต้นทุ่นเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการบังคับใช้กระบวนการวิเคราะห์และการเพิ่มประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้กับซอฟต์แวร์อื่น ๆ จำนวนมากเพื่อนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างกันของการเพิ่มประสิทธิภาพ</div><div><br>การวิจัยตลาด TMS ของเราแสดงให้เห็นว่านี่คือหนึ่งในการเติบโตเร็วที่สุดของตลาดซอฟต์แวร์องค์กร&nbsp; เห็นได้ชัดว่าหลายๆ บริษัท กำลังจะผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน การเลือกผู้จัดส่งสินค้า TMS ซับซ้อนจะเพิ่มขึ้นเพราะมีเส้นทางที่แตกต่างกันโดยพื้นฐานมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน<br><br><strong><br>คุณสมบัติของ TMS (Solution Features)</strong></div><div><br>เราเข้าใจความท้าทายที่องค์กรจะต้องเอาชนะ เรารู้ว่าคุณสมบัติที่แก้ปัญหา TMS&nbsp; ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Computer mobile,<a href="http://www.google.com/url?q=http%3A%2F%2Fwww.double-isolutions.co.th%2Findex.php%2Fprinter-barcode%2F&amp;sa=D&amp;sntz=1&amp;usg=AFQjCNH0t_k_fzLGTYQQIF2XLjGtd8qFkA"> Printer barcode</a>, Scanner, Mobile printer,<a href="http://www.google.com/url?q=http%3A%2F%2Fwww.double-isolutions.co.th%2Findex.php%2Fcomputer-mobile%2F&amp;sa=D&amp;sntz=1&amp;usg=AFQjCNF8vpfo8Xc_Z2guhqRusKAMwYJFxw"> Computer Mobile</a>, RIFD reader, RFID TAG,GPS&nbsp; ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์รวมไปถึง:</div><div><br>•การจัดเส้นทางขนส่งสินค้า ต้นแบบ ( Routing )</div><div><br>•มอบหมายพนักงานขับรถและทะเบียนรถที่ต้องการใช้งาน (Assign work order)</div><div><br>•การติดตามด้วยระบบ GPS ( GPS Tracking )</div><div><br>•การจัดสินค้าในการขนส่ง (Transport Status)</div><div><br>•มีระบบซ่อมบำรุง รักษา รถขนส่ง (Truck Maintenance )</div><div><br>•บูรณาการกับการใช้งานขององค์กรกับบริษัทขนส่ง (กรณีใช้บริการขนส่งจากข้างนอก)</div><div><br>•มีศักยภาพในธุรกิจผู้ผลิตและการขนส่ง ( BI&nbsp; Dashboards &amp; Reporting )</div><div><br>•ความสามารถในการใช้งานทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ (Multi Language)</div><div><br>•รูปแบบการสนับสนุนการฝึกอบรมการใช้งาน คู่มือการใช้งาน และบริการหลังการขาย<br><br><strong><br>ประโยชน์ที่ได้จากการจัดทำระบบ TMS</strong></div><div><br>1.ลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยคนจากการวางแผน และติดตามการจัดส่งสินค้าโดยใช้ระบบอัตโนมัติร่วมกับระบบข้อมูลกลาง (SAP) และ<a href="https://www.google.com/url?q=https%3A%2F%2Fwww.dtc.co.th%2F%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%2591%25E0%25B9%258C%2F%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%2F&amp;sa=D&amp;sntz=1&amp;usg=AFQjCNHJrm_xvLwxwxBT9iNU9ob07nb3Nw"> GPS</a> ทุกยี่ห้อ/ทุกผู้รับเหมาขนส่ง แทน</div><div><br>2.ด้านการติดตามปัญหาการทุจริตจากการจัดส่งสินค้า</div><div><br>3.ด้านความปลอดภัยและกฎหมายในการใช้รถใช้ถนน</div><div><br>4.เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและความไว้วางใจให้กับลูกค้าในการจัดส่งสินค้า โดยสินค้าส่งถึงที่หมายตามเวลา และตรวจสอบได้แบบ Real Time</div><div><br>5.สามารถดูภาพรวมการกระจายสินค้าทั่วประเทศในจุดเดียว (TRANSPORTATION CENTER ROOM)</div><div><br>6.ใช้เป็นข้อมูลในการประเมินประสิทธิภาพของผู้รับเหมา<br><br><strong>ข้อดีของการใช้ Transportation Management System (TMS)<br></strong><br></div><div><br></div><ul><li><strong>ลดงานซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่าย</strong>เรียกได้ว่าสิ่งสำคัญมากที่สุดของ TMS ก็ว่าได้ เพราะจะช่วยลดขั้นงานที่ต้องทำซ้ำซ้อน ในการทำงานทุกด้านของการขนส่ง จบได้ที่ในระบบของ TMS ในที่เดียว ทั้งเรื่องรถ เรื่องบริหารบุคลากร ลดงานเอกสาร เมื่อลดขั้นตอนได้ ก็จะประหยัดเวลาตามไปด้วย ทำให้เกิดการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นเหตุผลที่ช่วยทำให้ลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน</li><li><strong>จัดสรรตารางการวิ่งของรถขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong><br>ธุรกิจขนส่งคงจะหนีไม่พ้นการจัดสรรรถขนส่ง ลองนึกดูว่าเราจะจัดสรรรถขนส่งจำนวนมาก ได้อย่างไร ถ้าไม่มีการบันทึกข้อมูล TMS จะช่วยบอกได้ว่ารถขนส่งคันไหนว่างหรือไม่ว่างในวันไหน ทำให้เราเลือกใช้งานรถขนส่งให้เกิดประสิทธิภาพได้มากที่สุดนั่นเอง</li><li><strong>ป้องกันข้อผิดพลาด และตรวจสอบง่าย</strong><br>การทำงานผ่านระบบนอกจากช่วยให้ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว ยังป้องกันข้อผิดพลาดได้มากกว่าการทำงานด้วยเอกสาร (Manual) เนื่องจากการทำงานผ่านระบบ TMS จะมีลำดับขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจน และมีการบันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน จึงสามารถนำข้อมูลที่บันทึกเป็นหลักฐานมาตรวจสอบได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหา หรือข้อผิดพลาด</li><li><strong>เก็บข้อมูลเป็นระบบ นำไปต่อยอดได้</strong>การทำงานด้วยระบบ TMS และการทำงานด้วยเอกสาร (Manual) มีข้อแตกต่างที่สำคัญ คือการเก็บข้อมูลเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า ข้อมูลสินค้าต่างๆ เส้นทางที่ลูกค้าใช้งานประจำ ข้อมูลของรถขนส่ง ข้อมูลพนักงาน สรุปรายรับ-รายจ่าย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถเรียกดูได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่บันทึกอยู่ในระบบ ในปัจจุบันนี้ข้อมูลเป็นของมีค่าที่สำคัญมาก ที่เราเรียกกันว่า Big Data ซึ่งเราสามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต</li></ul><div>จะเห็นได้ว่าระบบจัดการการขนส่งมีข้อดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งธุรกิจการขนส่งขนาดเล็ก มักจะไม่มีระบบดังกล่าว เป็นของตัวเอง และมักจะบันทึกข้อมูลในรูปแบบของเอกสาร (Manual) เป็นหลัก ส่วนธุรกิจขนส่งขนาดกลางมักจะพัฒนาระบบจัดการการขนส่ง เป็นของตัวเอง แต่มักจะไม่ครอบคลุมทุกความต้องการ เนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด ดังนั้นระบบจัดการการขนส่ง ในปัจจุบันจึงมีความหลากหลายมาก เพราะต่างบริษัทขนส่ง ก็ใช้ระบบ ที่แตกต่างกัน<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>TMS ประยุกต์ใช้ในงานโลจิสติกส์<br><br>การพัฒนาระบบเพื่อช่วยบริหารจัดการต้นทุน<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบันการขนส่งมีความสำคัญต่อธุรกิจเกือบทุกประเภททั้งในส่วนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิตการขาย และการจัดจำหน่าย ในหลายๆ ธุรกิจ ต้นทุนการขนส่งนับเป็นต้นทุนที่สำคัญ และกระทบต่อต้นทุนรวมของผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่ง ประกอบด้วยต้นทุนดังต่อไปนี้<br><br></div><div><strong>ต้นทุนคงที่ (Fixed cost) </strong>– เป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามปริมาณการขนส่ง เช่น ค่าเช่าสถานที่จอดรถ เงินเดือนพนักงานขับรถ เป็นต้น<br><br></div><div><strong>ต้นทุนผันแปร (Variable cost)</strong> – เป็นต้นทุนหรือ ค่าใช้จ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามปริมาณการให้บริการการขนส่ง เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมแซม ค่าน้ำมันหล่อลื่น เป็นต้น<br><br></div><div><strong>ต้นทุนรวม (Total cost)</strong> – เป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่รวมเอาต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรเข้าไว้ด้วยกัน ถือเป็นต้นทุนการบริการขนส่งทั้งหมด ทั้งนี้รวมถึงต้นทุนเที่ยวกลับ (Backhauling cost) ด้วยต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่งจะมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดราคาค่าขนส่ง ได้แก่<br><br></div><ul><li>ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการขนส่งเที่ยวเปล่า</li><li>ปริมาณหรือน้ำหนักของสินค้า ที่บรรทุก</li><li>ระยะเวลาที่ใช้ในการขนถ่ายขึ้นและลงรวมถึงค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับระยะเวลาในการรอ</li><li>ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับระยะทางในการขนส่ง</li><li>ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อความเสียหายจึงจำเป็นต้องมีการบวกค่าใช้จ่าย</li></ul><div><strong><br>TMS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง<br></strong><br></div><div>ในส่วนที่เป็นเรื่องของการประกันภัยจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนส่งผลให้เกิดการปรับตัวของราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนมากของต้นทุนการขนส่งทั้งหมดเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ต้องแบกรับภาระด้านต้นทุน ในด้านการขนส่งสินค้าที่สูงขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์จะต้องมีการวางแผนกำหนดกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง และลดต้นทุนในการขนส่ง อาทิเช่น<br><br></div><div><strong><br>กลยุทธ์การใช้พลังงานทางเลือก<br></strong><br></div><div>โดยปรับเปลี่ยนพลังงานที่ใช้ในการขนส่งจากน้ำมันดีเซลหรือเบนซิน เป็นไบโอดีเซลหรือก๊าซ CNG ซึ่งการใช้ก๊าซ CNG จะประหยัดกว่าการใช้น้ำมันประมาณ 60-70 %<br><br></div><div><strong><br>กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งแบบใหม่<br></strong><br></div><div>หรือการใช้วิธีการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) ซึ่งเป็นวิธีการขนส่งที่ผสมผสานระหว่างการขนส่งตั้งแต่ 2 รูปแบบขึ้นไป ภายใต้สัญญาหรือผู้รับผิดชอบการขนส่งรายเดียว ซึ่งโครงสร้างของระบบขนส่ง สามารถแบ่งตามลักษณะทางกายภาพได้ 5 แบบ คือ<br><br></div><ul><li>การขนส่งทางถนน เป็นรูปแบบการขนส่งที่นิยมใช้มากที่สุด สำหรับการขนส่งภายในประเทศ</li><li>การขนส่งทางราง มีข้อจำกัดในด้านสถานที่ตั้ง และสถานีบริการ ต้นทุนการขนส่งต่ำ และสามารถบรรทุกสินค้า ได้ครั้งละมากๆ</li><li>การขนส่งทางน้ำ สามารถขนส่งได้ครั้งละมากๆ มีต้นทุนในการขนส่งต่ำที่สุด และเป็นการขนส่งหลักของการขนส่งระหว่างประเทศ</li><li>การขนส่งทางอากาศ ใช้สำหรับการขนส่งระยะทางไกลๆ และต้องการความเร็วสูง มีต้นทุนการขนส่งสูงที่สุด และใช้กับสินค้าที่มีราคาแพง มีน้ำหนักและปริมาตรน้อย</li><li>การขนส่งทางท่อ ต้องมีการกำหนดตำแหน่งที่ตั้งสถานที่รับและส่งสินค้าที่แน่นอน</li></ul><div><strong><br>กลยุทธ์ศูนย์กระจายสินค้า<br></strong><br></div><div>การหาที่ตั้งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า ตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่สามารถกระจายและส่งต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียงหรือประเทศเพื่อนบ้าน มีการจัดระบบการขนถ่ายสินคาการจัดพื้นที่การเก็บสินค้า ระบบการจัดส่งสินค้า (บาร์โค้ด /สายพานลำเลียง) ระบบบริหารคลังสินค้า มีการจัดประเภทสินค้า ที่จัดเก็บการบรรจุด้วยหน่วยมาตรฐาน (Stock Keeping Units: SKU) มีอุปกรณ์จัดวางสินค้า<br><br></div><div><strong><br>กลยุทธ์การขนส่งสินค้าทั้งเที่ยวไปและกลับ<br></strong><br></div><div>การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งด้วยการลดการวิ่งเที่ยวเปล่าหรือ&nbsp; <em>Backhauling Management </em>&nbsp;เป็นการจัดการการขนส่งที่มีเป้าหมายให้ เพราะการขนส่งโดยทั่วไปเมื่อส่งสินค้าเสร็จ จะตีรถวิ่งเที่ยวเปล่ากลับมา<br><br></div><div>ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนของการประกอบการเพิ่มสูงขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งต้นทุนที่เกิดขึ้นมานี้นับเป็นต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า (Non-value added cost) และผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ต้นทุนการประกอบการสูงขึ้น<br><br></div><div><strong><br>กลยุทธ์การใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ<br></strong><br></div><div>มาช่วยในการลดต้นทุนโลจิสติกส์ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง คือ ระบบบริหารจัดการการขนส่งสินค้า <em>( Transportation Management System ; TMS )</em> ซึ่งเป็นเครื่องมือในการวางแผนการขนส่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของธุรกิจการขนส่ง<br><br></div><div>ซึ่งก็คือ ความรวดเร็วและต้นทุนที่ประหยัดที่สุด องค์ประกอบของระบบ TMS คือ การบริหารการจัดการด้านขนส่ง <em>( Transportation Manager )</em> ซึ่งมีหน้าที่ในการวางแผนการดำเนินงานขนส่งและอีกองค์ประกอบหนึ่ง คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง <em>( Transportation Optimizer )</em> มีหน้าที่ช่วยการตัดสินใจในเรื่องการบรรทุกสินค้า และการจัดวางเส้นทางให้มีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ<br><strong><br>การจัดการการขนส่งที่ครอบคลุมด้วยระบบ TMS<br></strong><br></div><div>การทำงานของระบบ TMS จะครอบคลุมตั้งแต่การจัดการใบส่งสินค้า การเลือกเส้นทางที่ประหยัดที่สุด <em>( Routing )</em>การใช้รถอย่างมีประสิทธิภาพ <em>( Utilization )</em> การจัดตารางเดินรถ <em>( Scheduling )</em> การจัดสินค้า ขึ้นรถแต่ละคัน<em> ( Loading )</em> ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ต้องใช้เวลาในการวางแผนค่อนข้างมาก<br><br></div><div>หากต้องการให้ต้นทุนค่าขนส่งต่ำสุด ดังนั้นระบบวางแผนการจัดส่งสินค้า จึงเข้า มาช่วยทำให้ผู้วางแผนสามารถวางแผนการจัดส่งสินค้า ได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยข้อมูลจากระบบติดตามยานพาหนะอัตโนมัติด้วยระบบดาวเทียมบอกตำแหน่ง <em>( Automatic Vehicle Location System ; AVLS )</em> และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง<br><br></div><div>&nbsp;TMS จะประกอบด้วยฐานข้อมูลที่สำคัญ เช่น<br><br></div><ol><li>เส้นทางการวิ่งรถบรรทุก เช่น แผนที่ GPS จุดจอดพักรถ ทางอันตราย การจราจร เป็นต้น</li><li>กองรถบรรทุก เช่น ขนาด ประเภท อัตราการใช้ เชื้อเพลิง ระยะทางวิ่งที่เหมาะสม สำหรับรถแต่ละคัน แต่ละประเภท เป็นต้น</li><li>พนักงานขับรถ เช่น ประเภทใบขับขี่เส้นทางที่ชำนาญ ช่วงเวลาที่ทำงานได้&nbsp; อัตราค่าจ้าง เป็นต้น</li><li>ข้อจำกัดด้านกฎหมาย เช่น ระเบียบราชการสำหรับสินค้า /รถบางประเภท เส้นทาง บางเส้นทางการขับรถให้ตรงประเภทใบขับขี่ เป็นต้น</li><li>จุดหลักและสถานที่แวะรับและส่งสินค้า เช่น โรงงานลูกค้า ศูนย์กระจายสินค้า ของลูกค้า ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ด่านศุลกากรตามชายแดน เป็นต้น</li><li>ระบบการรับคำสั่งจากลูกค้า เช่น ประเภทสินค้า จำนวน ต้นทาง-ปลายทาง เวลานัดหมายเป็นต้น</li></ol><div><br>การเลือกใช้ระบบ TMS ต้องคำนึงถึงความสามารถในการลดค่าใช้จ่าย เวลาในการเดินทาง และความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งนี้ต้องพิจารณารวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังระบบงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ได้และความสามารถในการใช้งานได้จริง<br><br><mark>ความคิดเห็น ของนางสาวอาทิตยา ยานสุวรรณ์</mark> <br><br>การทำงานของระบบ TMS จะครอบคลุมตั้งแต่การจัดการใบส่งสินค้า การเลือกเส้นทางที่ประหยัดที่สุด การใช้รถอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตารางเดินรถ การจัดสินค้า ขึ้นรถแต่ละคัน ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ต้องใช้เวลาในการวางแผนค่อนข้างมาก<br><br><mark>ความคิดเห็น ของนางสางกัลยารัตน์ จิตประสงค์ <br></mark><br>ในการใช้ระบบ TMSนั้นสามารถ ลดงานซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายเรียกได้ว่าสิ่งสำคัญมากที่สุดของ TMS ก็ว่าได้ เพราะจะช่วยลดขั้นงานที่ต้องทำซ้ำซ้อน ในการทำงานทุกด้านของการขนส่ง จบได้ที่ในระบบของ TMS ในที่เดียว ทั้งเรื่องรถ เรื่องบริหารบุคลากร<br><br><mark>ความคิดเห็น ของนางสาวอินทิรา เครือแก้ว<br><br></mark>TMS ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในระบบการขนส่งซึ่งส่งผลต่อความพึงพอใจและความไว้วางใจของลูกค้าเนื่องจากความสามารถในการตรวจสอบสถานะการขนส่งได้แบบทันที<br><br><mark>ความคิดเห็น ของนางสาวกมลวรรณ ภาสวัสดิ์<br><br></mark>จะเห็นได้ว่าระบบจัดการการขนส่งมีข้อดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งธุรกิจการขนส่งขนาดเล็ก มักจะไม่มีระบบดังกล่าว เป็นของตัวเอง และมักจะบันทึกข้อมูลในรูปแบบของเอกสาร (Manual) เป็นหลัก ส่วนธุรกิจขนส่งขนาดกลางมักจะพัฒนาระบบจัดการการขนส่ง เป็นของตัวเอง แต่มักจะไม่ครอบคลุมทุกความต้องการ เนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด ดังนั้นระบบจัดการการขนส่ง ในปัจจุบันจึงมีความหลากหลายมาก เพราะต่างบริษัทขนส่ง ก็ใช้ระบบ ที่แตกต่างกัน</div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361465687/d1f1cf8aed76cf7cd8b78aa4969b3c2a/19AE6F27_8161_4AF5_AA40_5B9F0CCDA105.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-23 03:13:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1761798995</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1762017996</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>จัดทำโดย<br></mark>1.นางสาวกนกวรรณ เหล่ากวางโจน เลขที่7<br>2.นางสาวโยธิตา โพนหลวง เลขที่28<br>3.นางสาวศุทามาศ คนทน เลขที่33<br>4.นางสาวออรยา คำภูมี เลขที่39<br><mark>เสนอ<br></mark>คุณครูตรีรัก โครตโสภา<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <mark>ปัญญาประดิษฐ์&nbsp; (AI : Artificial Intelligence)&nbsp; คือเครื่องจักร (machine) ที่มีฟังก์ชันทีมีความสามารถในการทำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การรับรู้ การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่างๆ เครื่องจักรที่มีความสามารถเหล่านี้ก็ถือว่าเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) นั่นเอง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพราะฉะนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า AI ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเครื่องจักรมีความสามารถที่จะเรียนรู้นั่นเอง ซึ่ง AI ก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับตามความสามารถหรือความฉลาด โดยจะวัดจากความสามารถในการ ให้เหตุผล การพูด และทัศนคติของ AI ตัวนั้นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์<br></mark><br><mark>การทำงานของระบบAI<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><ul><li><strong>AI มีการเรียนรู้ซ้ำ ๆ ได้อย่างอัตโนมัติและศึกษาผ่านข้อมูลเหล่านั้น</strong> แต่ AI นั้นก็มีความแตกต่างจากหุ่นยนต์หรืออุปกรณ์อัตโนมัติ แทนที่จะประมวลผลงานแบบแมนนวล AI สามารถประมวลผลในงานซ้ำ ๆ ที่มีปริมาณมากด้วยความเที่ยงตรงและมีประสิทธิภาพผ่านระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับการประมวลผลการทำงานอัตโนมัติด้วยวิธีนี้ ยังคงจำเป็นต้องใช้มนุษย์ในการติดตั้งระบบและป้อนคำสั่งที่เหมาะสม</li><li><strong>AI เพิ่มความชาญฉลาด</strong> แก่ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม โดยทั่วไป จะไม่มีการจำหน่าย AI ในรูปแบบแอปพลิเคชันเดี่ยว หากแต่จะใช้ประสิทธิภาพของ AI ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม ซึ่งประสิทธิภาพดังกล่าวมีความเหมือนอย่างมากกับ Siri ที่ได้รับการติดตั้งเพิ่มในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ของ Apple เครื่องจักรอัตโนมัติ (automachine) เครื่องจักรที่โต้ตอบกับมนุษย์ได้ (conversational platform) โปรแกรมบอต (bot) และเครื่องจักรอัจฉริยะ (smart machine) จะได้รับการผสานเข้ากับข้อมูลปริมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงานจากระบบความมั่นคงอัจฉริยะ (security intelligence) สู่การวิเคราะห์การลงทุน (investment analysis)</li></ul><div><br></div><div><mark>ความสามารถของAI</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทุกอุตสาหกรรมล้วนมีความต้องการในประสิทธิภาพของ AI เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะระบบตอบคำถามที่รองรับการใช้งานทางกฎหมาย การค้นหาสิทธิบัตร ระบบเตือนความเสี่ยงและการวิจัยทางการแพทย์ การใช้งานด้านอื่น ๆ ของ AI:<br><br></div><div><a href="https://www.sas.com/th_th/solutions/ai/health-life-sciences.html">ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ<br></a>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แอปพลิเคชัน AI สามารถจัดยาให้กับคนไข้แต่ละรายและสามารถอ่านผลเอ็กซ์เรย์ได้ ผู้ช่วยดูแลสุขภาพส่วนตัวสามารถทำหน้าที่เสมือนโค้ชในชีวิตประจำวัน คอยเตือนให้คุณรับประทานยา ออกกำลังกาย หรือทานอาหารที่มีคุณประโยชน์<br><br></div><div><a href="https://www.sas.com/en_us/industry/retail/technology/ai.html">ธุรกิจค้าปลีก<br></a>&nbsp; &nbsp; &nbsp; AI มอบประสบการณ์การช็อปปิ้งเสมือนจริง โดยลูกค้าจะได้รับคำแนะนำเป็นรายบุคคลและได้รับข้อเสนอในการซื้อสินค้า เทคโนโลยีการจัดการสต็อคสินค้าและการวางผังสถานที่จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นด้วย AI<br><br></div><div><a href="https://www.sas.com/th_th/solutions/ai/manufacturing.html">ธุรกิจการผลิต<br></a>&nbsp; &nbsp; &nbsp;AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูล IoT เกี่ยวกับการจัดการในโรงงาน เนื่องจาก AI จะทำการเชื่อมโยงอุปกรณ์เพื่อพยากรณ์ปริมาณและความต้องการในสินค้า ผ่านเครือข่ายเน็ตเวิร์ค &nbsp;<br><br></div><div><a href="https://www.sas.com/th_th/solutions/ai/banking.html">ธุรกิจธนาคาร<br></a>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัญญาประดิษฐ์ช่วยเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำและประสิทธิผลแก่ความพยายามในการทำงานของบุคคล ในสถาบันการเงิน ความสามารถของ AI ช่วยในการระบุธุรกรรมที่มีแนวโน้มส่อไปในทางทุจริต ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและมีการให้คะแนนความน่าเชื่อถือที่แม่นยำ รวมถึงจัดการงานด้านการจัดการข้อมูลแบบอัตโนมัติที่มีปริมาณมากได้ดี<br><br></div><div><mark><br><br>ประโยชน์ของ AI </mark><br><br>1. อ่านใจผู้บริโภคได้<br>&nbsp; &nbsp; AI จะทำการจัดเก็บข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยวิธีการและช่องทางที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือ การจดจำใบหน้าผ่านกล้อง CCTV หรือวิเคราะห์ความต้องการผ่าน Dwell Times (ระยะเวลาที่ User คลิกที่ผลการค้นหาเข้าสู่หน้าเว็บไซต์) จึงไม่แปลกที่ AI จะสามารถคาดการณ์พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ราวกับอ่านใจผู้บริโภคได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเสนอขายสินค้าให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด โดยได้มีการประมาณการณ์ไว้ว่า ในปี 2018 AI จะสามารถกระตุ้นยอดขายธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ถึง 11% เลยทีเดียว<br><br>2. อำนวยความสะดวก และช่วยแก้ปัญหาต่างๆ<br>&nbsp; &nbsp; AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลได้ด้วยตัวเองและมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์มาก ฉะนั้น AI สามารถวิเคราะห์รูปแบบจากข้อมูลต่างๆได้มาก สามารถช่วยให้นักขายสร้างประสบการณ์ให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น ทีม Sale อาจจะได้ใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ของ AI ซึ่งเป็นข้อมูลที่เขาไม่เคยหาได้จากที่ไหนมาก่อน ข้อมูลที่รู้ว่าผู้บริโภคหนึ่งคน ต้องการซื้ออะไร ในช่วงเวลาไหน เช่นลูกค้าคนหนึ่งในทุกๆ ต้นเดือน เขาจะซื้อของสิ่งหนึ่งเสมอ เราอาจจะ offer บางอย่างให้ลูกค้าคนนั้นได้ และจะสามารถวิเคราะห์ถึงเหตุผลได้อย่างแม่นยำเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี<br><br>3. การค้นหาด้วยภาพ (Visual Search)<br>&nbsp; &nbsp; เราอาจจะเคยชินกับการใช้คีย์เวิร์ด เพื่อค้นหาสิ่งที่เราต้องการ แต่ทุกวันนี้ปัญญาประดิษฐ์ทำได้ยิ่งกว่านั้น เพราะมันสามารถช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาสิ่งที่ต้องการจากภาพได้ เพียงแค่อัพโหลดภาพสินค้าลงไป AI ก็จะทำการการประมวลผลหาสินค้าที่ใกล้เคียงกันจากสี รูปร่าง ขนาด เนื้อผ้า เพื่อช่วยผู้บริโภคหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน<br><br>4. สร้างขั้นตอนการขายที่มีประสิทธิภาพ<br>&nbsp; &nbsp; ในอนาคตอันเราสามารถรวมระบบ AI เข้าไปกับ CRM เพื่อใช้ในการโฆษณาได้เลย เวลาลูกค้าต้องการสอบถามข้อมูล ตัว AI ของเราก็สามารถหาข้อมูลและตอบให้ลูกค้าเองโดยอัตโนมัติ และเสนอขายของให้ลูกค้าเองได้เลย<br><br>5. Retargeting Potential Customers<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;AI สามารถวิเคราะห์ Dwell Times ได้ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ Dwell Times ก็คือเวลาที่ลูกค้าจดจ้องอยู่กับสินค้าสิ่งใดนานๆ แต่ไม่ได้มีการซื้อมาแต่อย่างใด แต่พอกลับมาที่บ้านเปิดคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน เราอาจจะเห็นโฆษณาสินค้าที่เรายืนจ้องอยู่ที่ร้านค้าก็เป็นได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นี่ก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สามารถนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในโลกของ E-commerce ได้ ฉะนั้นอย่าเพิ่งไปคิดว่า AI จะเป็นสิ่งที่น่ากลัว คนจะไม่สามารถควบคุมได้ หากเราเลือกมาใช้งานกับบางอย่างและควบคุมมันให้สร้างประโยชน์ให้แก่เรา เทคโนโลยีที่เรียกว่า AI ก็จะสามารถทำให้โลกของเราอยู่ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น.<br><br><mark>ข้อดี และข้อเสียของ AI</mark><br>ข้อดี และข้อเสียของ AI สำหรับการถกเถียงกันว่าความก้าวหน้าของ AI : Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์นั้นดีหรือไม่ดีต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริงนั้น ยังคงวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัว ตั้งแต่เริ่มมีแนวคิดขึ้นมา หลายคนพยายามรับมือกับมัน ซึ่งมีการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ข่าว และมีการกล่าวซ้ำในภาพยนตร์ เป็นต้น<br><br><mark>ข้อดีของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)</mark><br><br>1. สมองของ AI ไม่มีคำว่าเหนื่อยซึ่งประโยชน์ส่วนใหญ่ที่เราได้รับจาก AI หรือเครื่องจักร โดยทั่วไป คือ คุณสมบัติของมนุษย์ที่เห็นได้ชัด ซึ่งจะถูกกำจัดโดยการใช้คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี โดยเริ่มจากสิ่งที่ชัดเจนก่อน ซึ่งสมอง หรือตัวประมวลผลหลักของ AI จะไม่เหนื่อย (ยกเว้นบางทีอาจจะร้อนขึ้นบ้าง!!) และสมองของ AI มักจะประกอบด้วยเซลล์ประสาทเทียมหลายล้านเซลล์ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของมัน และนี่คือจุดที่การคำนวณต่าง ๆ ทำได้โดยใช้อัลกอริธึมที่ตั้งโปรแกรมไว้<br><br>โดยการคำนวณเหล่านี้ มีตั้งแต่ง่าย ไปจนถึงซับซ้อน เช่น ในโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ มนุษย์อย่างเรา ร่างกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมองของเราต้องพักฟื้น เพื่อให้กลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง แต่สมองของ AI จะไม่เหมือนกับสมองของมนุษย์<br><br>สมองของพวกเขาสามารถดำเนินการได้แม้กระทั่งอัลกอริธึมที่ซับซ้อนที่สุดโดยไม่หยุด และพลาดจังหวะ แน่นอนว่า ความร้อนสูงเกินไปมักมีอันตรายอยู่เสมอ แต่ด้วยนวัตกรรมในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย<br><br>2. AI สามารถทำงานได้แบบซ้ำ ๆ โดยไม่เบื่อ<br><br>3. AI มีข้อผิดพลาดน้อย เมื่อเราพูดถึงข้อผิดพลาด เรากำลังพูดถึงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับวิธีการตั้งโปรแกรม AI หาก AI จะพบข้อผิดพลาด ก็คงเป็นเพราะการเขียนโปรแกรมมีจุดบกพร่อง และจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากนักพัฒนาความถนัดของ AI ยังขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของมันด้วย โดยคุณมี AI ปกติ แมชชีนเลิร์นนิง การเรียนรู้เชิงลึก และการประมวลผลภาษาที่เป็นธรรมชาติ ซึ่ง AI ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะไม่มีโปรแกรมใดที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น AI จะสร้างข้อผิดพลาดระหว่างทาง แต่ AI นั้น ไม่ได้ผิดพลาดในหลาย ๆ อย่าง ดังนั้น คุณมักจะคาดหวังเสมอว่า มันจะคำนวณได้ถูกต้องทุกครั้งแน่นอน<br><br>4. AI สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง<br><br>5. AI เป็นหนึ่งในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ที่ดีที่สุด ที่สามารถทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้<br>AI ค่อนข้างสำคัญและมีประสิทธิภาพในการกลั่นกรองข้อมูลในอดีตที่เป็นประโยชน์สำหรับการตรวจจับแนวโน้มหรือการคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด AI นั้นเร็วกว่า ทรงพลังกว่า และอย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า AI ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่<br><br>6. AI สามารถประมวลข้อมูลขนาดใหญ่ และมีจำนวนมากมายมหาศาลได้<br><br>7. ปรับปรุงการควบคุมคุณภาพในผลิตภัณฑ์และวัสดุ เนื่องจาก AI สามารถทำงานได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ดังนั้นโอกาสที่พวกเขาจะทำผิดพลาดและงานที่ไม่ดี (หรือผลิตภัณฑ์) ก็จะน้อยลง เราไม่ชอบยอมรับเสมอ แต่ข้อผิดพลาดของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการผลิตจำนวนมากหรือการผลิตมักจะเกิดขึ้นมากกว่าข้อผิดพลาดของเครื่องจักร หากคุณอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต AI สามารถช่วยคุณได้อย่างมากและรักษาคุณภาพของผลงานของคุณได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ การหยุดทำงาน และการบำรุงรักษา ผลผลิตของคุณจะมีโมเมนตัมสูงสุดเสมอ และเครื่องจักรมักจะถูกกว่าในการใช้งานเสมอ<br><br>8. AI สามารถช่วยให้มนุษย์มีการตัดสินใจได้ดีขึ้น เนื่องจากระบบการทำงานของ AI มีข้อผิดพลาดน้อย<br><br><mark>ข้อเสียของ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)</mark><br><br>1. AI ขาดความคิดสร้างสรรค์<br><br>คุณภาพของงาน หรือผลงานที่ AI สามารถเรนเดอร์ได้นั้น ดีพอ ๆ กับที่มันถูกตั้งโปรแกรมไว้เท่านั้น ดังนั้น มันจึงขึ้นอยู่กับความซับซ้อน และความพยายามที่ผู้พัฒนาได้ใส่เข้าไป<br><br>2. AI ขาดการตัดสินใจ<br><br>นี่เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไม AI ถึงไม่มีอารมณ์ ซึ่งในซีซันที่หนึ่ง Sheldon Cooper เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ AI ที่มีอารมณ์ความรู้สึกเพียงเล็กน้อย และดังที่แสดงในซีรีส์ที่สามารถพิสูจน์ความหายนะในสังคมได้อย่างน้อย<br><br>AI ไม่มีอิสระในการตัดสินเหมือนที่เราทำ และจะไม่เริ่มคำนวณหากพวกเขาได้รับโอกาสในการตัดสินใจที่อยู่นอกขอบเขตของการเข้ารหัส<br><br>3. AI ไม่สามารถดำเนินการนอกข้อมูลที่คุณป้อน หรือวิธีที่คุณตั้งโปรแกรมอัลกอริทึมได้<br><br>4. เครื่อง AI ต้อง “ฝึกฝน” อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงเมื่อเวลาผ่านไป over<br><br>5. ราคาแพงที่จุดเริ่มต้น<br><br>ดังที่กล่าวไว้ AI ต้องการเวลา พลังงาน และเงินลงทุนจำนวนมากมายมหาศาล เพื่อพัฒนา หากคุณเป็นผู้บริโภคที่กำลังมองหา AI เพื่อเพิ่มความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัว หรือสำหรับองค์กร (ธุรกิจ) ของคุณ คุณจะต้องลงทุน ไม่เพียงแต่ในการซื้อเท่านั้น แต่ยังต้องฝึกอบรมผู้ใช้ปลายทางอีกด้วย<br><br><mark>ความคิดเห็นของนางสาวกนกวรรณ เหล่ากวางโจน<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; AI มีฟังก์ชันที่มีความสามารถในการทำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การรับรู้ การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่างๆ ในยุคนี้ได้<mark><br><br>ความคิดเห็นของนางสาวโยธิตา โพนหลวง <br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ระบบAiถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสะดวกสะบายเเละมีฟังก์ชันมากมายเเละยังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้เเละอีกหลายปีข้างหน้าที่จะมีการพัฒนาของระบบ<mark><br><br>ความคิดเห็นของนางสาวศุทามาศ คนทน<br></mark>&nbsp; &nbsp; <strong>AI สามารถใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากข้อมูลที่มี </strong>เมื่ออัลกอริธึมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ข้อมูลก็จะกลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีค่า ความลับซ่อนอยู่ในข้อมูลนั่นเอง เพียงแค่คุณสามารถประยุกต์ใช้ AI เพื่อดึงเอาความลับนั้นออกมา เนื่องจากบทบาทของข้อมูลนับว่ามีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา มันสามารถก่อให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน หากคุณมีข้อมูลที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันกัน แม้ว่าต่างคนจะใช้เทคนิคกลวิธีที่เหมือนกัน คุณผู้ซึ่งมีข้อมูลที่ดีที่สุดย่อมเป็นผู้ชนะ</div><div><mark><br><br>ความคิดเห็นของนางสาวออรยา คำภูมี<br></mark>&nbsp; &nbsp;AI เป็นระบบประมวลผลที่มีต้นแบบมาจากโครงข่ายประสาทของมนุษย์สามารถเรียนรู้และเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลได้ตามจํานวนข้อมูลที่เพิ่มขึ้นผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถจดจํา คิด วิเคราะห์เรียนรู้และเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว (Deep Learning) เสมือนระบบสมองของมนุษย์<br><mark><br><br></mark><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361472622/3ea55ca18518637eb7cbc3f0fc06dec2/D571254C_D545_4708_B22D_9565D5D5062B.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-23 05:10:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1762017996</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัญญาประดิษฐ์  (AI : Artificial Intelligence)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1762206663</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>เสนอ<br>คุณครูตรีรัก โคตรโสภา<br><br>จัดทำโดย<br>นางสาวจันทนิภา จันทะนาม<br>&nbsp;เลขที่10<br>นางสาวมนัญชยา ชั้นงาม<br>&nbsp;เลขที่25<br>นางสาวรุ่งฤดี ขุนขะจอน <br>เลขที่ 28<br>นางสาวสิริวิมล สาฆ้อง <br>เลขที่35<br><br></mark></strong><strong>ปัญญาประดิษฐ์&nbsp; (AI : Artificial Intelligence)&nbsp; คือเครื่องจักร (machine) ที่มีฟังก์ชันทีมีความสามารถในการทำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การรับรู้ การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่างๆ เครื่องจักรที่มีความสามารถเหล่านี้ก็ถือว่าเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) นั่นเอง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพราะฉะนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า AI ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเครื่องจักรมีความสามารถที่จะเรียนรู้นั่นเอง ซึ่ง AI ก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับตามความสามารถหรือความฉลาด โดยจะวัดจากความสามารถในการ ให้เหตุผล การพูด และทัศนคติของ AI ตัวนั้นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์<br><br></strong><strong><mark>AI ถูกจำแนกเป็น 3 ระดับตามความสามารถ ดังนี้</mark></strong><strong><br><br></strong><strong><mark>1.ปัญญาประดิษฐ์เชิงแคบ (Narrow AI )</mark></strong><strong> หรือ ปัญญาประดิษฐ์แบบอ่อน (Weak AI) : คือ AI ที่มีความสามารถเฉพาะทางได้ดีกว่ามนุษย์ (เป็นที่มาของคำว่า Narrow (แคบ) ก็คือ AI ที่เก่งในเรื่องเเคบๆหรือเรื่องเฉพาะทางนั่นเอง) อาทิ เช่น AI ที่ช่วยในการผ่าตัด (AI-assisted robotic surgery) ที่อาจจะเชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดกว่าคุณหมอยุคปัจจุบัน แต่แน่นอนว่า AI ตัวนี้ไม่สามารถที่จะทำอาหาร ร้องเพลง หรือทำสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากการผ่าตัดได้นั่นเอง ซึ่งผลงานวิจัยด้าน AI ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ที่ระดับนี้<br></strong><strong><mark>2.ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (General AI ) </mark></strong><strong>: คือ AI ที่มีความสามารถระดับเดียวกับมนุษย์ สามารถทำทุกๆ อย่างที่มนุษย์ทำได้และได้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์<br></strong><strong><mark>3.ปัญญาประดิษฐ์แบบเข้ม (Strong AI ) </mark></strong><strong>: คือ AI ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ในหลายๆ ด้าน จะเห็นได้ว่าวิทยาการของมนุษย์ปัจจุบันอยู่ที่จุดเริ่มต้นของ AI เพียงเท่านั้น<br><br>ปัจจุบัน ได้มีการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมจำนวนมาก โดย แมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี (McKinsey &amp; Company)&nbsp; (บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารชั้นนำของโลก) ได้กล่าวไว้ว่า “AI มีศักยภาพในการทำเงินได้ถึง 600 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในการขายปลีก สร้างรายได้มากขึ้น 50 เปอร์เซนต์ในการธนาคารเมื่อเทียบกับการใช้เทคนิควิเคราะห์เเบบอื่นๆ และสร้างรายได้มากกว่า 89 เปอร์เซนต์ ในการขนส่งและคมนาคม”<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ยิ่งไปกว่านั้น หากฝ่ายการตลาดขององค์กรต่างๆ หันมาใช่ AI จะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับการทำงานด้านการตลาดอย่างมาก เพราะว่า AI สามารถที่จะทำงานที่ซ้ำซากได้อย่างอัตโนมัติ ส่งผลให้ตัวแทนจำหน่าย สามารถที่จะโฟกัสไปที่การสนทนากับลูกค้า อาทิเช่น บริษัทนามว่า “Gong” มีบริการที่เรียกว่า “conversation intelligence” โดยทุกๆ ครั้งที่ตัวแทนจำหน่ายต่อสายคุยโทรศัพท์กับลูกค้า AI จะทำหน้าที่ในการบันทึกเสียงเเละวิเคราะห์ลูกค้าในขณะเดียวกัน มันสามารถแนะนำได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ควรจะคุยเเบบไหน ถือเป็นการซื้อใจลูกค้าอย่างหนึ่ง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยสรุป ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สามารถรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถรับมือได้ เเละ AI ยังเป็นเครื่องมือที่สามารถทำงานที่ซ้ำซากน่าเบื่อแทนมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้เราสามารถมีเวลาไปโฟกัสงานที่สำคัญและสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่า นอกจากนี้การประยุกต์ใช้ AI ในระดับอุตสาหกรรม ยังช่วยลดต้นทุนเเละเพิ่มรายได้มหาศาล<br><br></strong><strong><mark>ข้อดี-ข้อเสีย ของ AI? กับการนำมาใช้งานในภาคธุรกิจ</mark></strong><strong><br><br></strong><strong><mark>ข้อดีของ AI</mark></strong><strong><br> <br>AI ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้มีอิทธิพลต่อธุรกิจ ผู้บริโภคและภาครัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยการคาดการณ์ล่วงหน้าของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า เร็ว ๆ นี้เราจะถูกล้อมรอบไปด้วยอุปกรณ์ IoT มีความสามารถในการทำภารกิจธรรมดาทั่วไปและเพิ่มความเร็วให้กับภารกิจที่ซับซ้อนได้ อันที่จริง ยังมีข้อดีอีกมากมายที่เราจะได้รับจาก AI ที่จะมุ่งเน้นความช่วยเหลือไปยังสถานประกอบการช่วยในการพัฒนาประสิทธิภาพ<br>เพื่อขจัดความผิดพลาดของมนุษย์<br>เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart technology)<br><br></strong><strong><mark>ข้อเสียของ AI<br></mark></strong><strong><br>Ben ในฐานะลุงของไอ้แมงมุม ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตัวละครยอดมนุษย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ได้กล่าวไว้ว่า "อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มักมาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง" และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความจริงของ AI ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้<br>ในปี 2016 มีข่าวความร่วมมือกันระหว่าง 5 บริษัท ในวงการอุตสาหกรรม รวมทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ในซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley) ซึ่งได้ประกาศจับมือกันเพื่อก่อตั้งองค์กรความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ชื่อโครงการ Partnership on Artificial Intelligence to Benefit People and Society (Partnership on AI) ซึ่งเป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลักดันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) ให้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้มีความคาดหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของความยุติธรรมและจริยธรรมใน AI ให้มากขึ้น<br>ปัญหาการเลิกจ้าง<br>หัวหน้าที่เป็นหุ่นยนต์<br>หากคุณมีปัญหากับเจ้านายที่เป็นมนุษย์คนปัจจุบันของคุณ, ต้องขอบคุณที่เขาไม่ได้เฉยเมยกับคุณ, เครื่องจักรกลไม่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ นั่นเป็นเพราะว่ามี AI ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานอยู่แล้ว<br><br></strong><strong><mark>ข้อผิดพลาดที่มนุษย์สร้างขึ้น</mark></strong><strong><br>แม้ว่า AI จะสามารถขจัดข้อผิดพลาดของมนุษย์ออกจากกระบวนการได้เกือบทั้งหมด แต่มันก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในรหัสคำสั่ง ที่พร้อมกับความลำเอียงและอคติ โดยส่วนใหญ่จะพบอยู่ในขั้นตอนวิธี หรือ อัลกอริทึม (Algorithm) ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนี้สามารถประมวลผลเพื่อทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อประชากรบางกลุ่มและการเลือกปฏิบัติต่อผู้คนได้เช่นกัน<br>สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก, ในกรณีที่ระบบการรักษาความปลอดภัยไม่ถึง100% แฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากความกระหายความรู้ของ AI ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Chatbot ที่โชคร้ายของ Microsoft จากเรื่องราวของ TayTweets ซึ่งมีความสามารถในการสื่อสารกับผู้คนบนโลกออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติผ่านทาง Twitter ต้องปิดการทำงานลง หลังจากที่เปิดใช้งานได้เพียง 16 ชั่วโมง นับตั้งแต่ที่มันเริ่มที่จะ tweet เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมซึ่งเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ -- ซึ่งเป็นความคิดเห็นที่เกิดซ้ำๆ จากผู้ใช้ Twitter คนอื่นๆ<br><br></strong><strong><mark>ข้อความคิดเห็น</mark></strong><strong><br><br>จันทนิภา&nbsp;<br>…….. เครื่องจักรกล AI ยังมีความสามารถในการประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ ซึ่งนับว่ามีความสำคัญอย่างมากกับการดำเนินงานในรูปแบบของสมาร์ตเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ<br><br>มนัญชยา<br>.....คิดว่าระบบAI มีประโยชน์ต่อมนุษย์ เพราะเป็นสิ่งที่อำอวยความสะดวกได้ในระดับนึง สามารถทำทุกอย่างที่มนุษย์ทำได้ และในอนาคตเชื่อว่าระบบAI จะต้องมีการพัฒนายิ่งๆขึ้นไป<br><br>รุ่งฤดี<br>………ระบบ AI เป็นสาขาที่เน้นการสร้างซอฟต์แวร์เพื่อการแก้ไขปัญหาหรือทำงานบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเหตุและผลและ AI ยังเป็นระบบเครื่องจักรฉลาดที่สามารถทำงานได้เทียบเท่ามนุษย์<br><br>สิริวิมล<br>.....ถึงแม้ว่าAIจะยังมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่คิดว่ายังมีคนมากมายที่ใช้ระบบAIในการทำงานต่างๆเพราะ ระบบนี้สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก และระบบAI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361465596/4380010de51c4ebc1ffcf926231c1b66/18A6A9FB_5270_45BA_8BCD_EA3E7945F033.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-23 06:57:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1762206663</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) คืออะไร ???</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1764527550</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สมาชิกในกลุ่ม</strong><br>1.นางสาวกนกวรรณ ชนะการี เลขที่ 6<br>2.นางสาวธิดารัตน์ ทิพย์เสถียร เลขที่ 15<br>3.นางสาวนฤมล พิมพ์บุญยัง เลขที่ 16<br>4.นางสาวพลอยชมพู พุทธาวันดี เลขที่ 24<br>ปวส1/3ลจ<br><strong>เสนอ<br>ครูตรีรัก โครตโสภา<br></strong><br><strong>ปัญญาประดิษฐ์&nbsp; (AI : Artificial Intelligence)</strong>&nbsp; คือเครื่องจักร (machine) ที่มีฟังก์ชันทีมีความสามารถในการทำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การรับรู้ การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่างๆ เครื่องจักรที่มีความสามารถเหล่านี้ก็ถือว่าเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) นั่นเอง<br>เพราะฉะนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า AI ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเครื่องจักรมีความสามารถที่จะเรียนรู้นั่นเอง ซึ่ง AI ก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับตามความสามารถหรือความฉลาด โดยจะวัดจากความสามารถในการ ให้เหตุผล การพูด และทัศนคติของ AI ตัวนั้นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์<br><strong>AI ถูกจำแนกเป็น 3 ระดับตามความสามารถ ดังนี้<br></strong>1.ปัญญาประดิษฐ์เชิงแคบ (Narrow AI ) หรือ ปัญญาประดิษฐ์แบบอ่อน (Weak AI) : คือ AI ที่มีความสามารถเฉพาะทางได้ดีกว่ามนุษย์ (เป็นที่มาของคำว่า Narrow (แคบ) ก็คือ AI ที่เก่งในเรื่องเเคบๆหรือเรื่องเฉพาะทางนั่นเอง) อาทิ เช่น AI ที่ช่วยในการผ่าตัด (AI-assisted robotic surgery) ที่อาจจะเชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดกว่าคุณหมอยุคปัจจุบัน แต่แน่นอนว่า AI ตัวนี้ไม่สามารถที่จะทำอาหาร ร้องเพลง หรือทำสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากการผ่าตัดได้นั่นเอง ซึ่งผลงานวิจัยด้าน AI ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ที่ระดับนี้<br><br>2.ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (General AI ) : คือ AI ที่มีความสามารถระดับเดียวกับมนุษย์ สามารถทำทุกๆ อย่างที่มนุษย์ทำได้และได้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์<br><br>3.ปัญญาประดิษฐ์แบบเข้ม (Strong AI ) : คือ AI ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ในหลายๆ ด้าน จะเห็นได้ว่าวิทยาการของมนุษย์ปัจจุบันอยู่ที่จุดเริ่มต้นของ AI เพียงเท่านั้น<br><br><strong>ข้อดีของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)</strong><br>1. สมองของ AI ไม่มีคำว่าเหนื่อย<br>ซึ่งประโยชน์ส่วนใหญ่ที่เราได้รับจาก AI หรือเครื่องจักร โดยทั่วไป คือ คุณสมบัติของมนุษย์ที่เห็นได้ชัด ซึ่งจะถูกกำจัดโดยการใช้คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี โดยเริ่มจากสิ่งที่ชัดเจนก่อน<br>ซึ่งสมอง หรือตัวประมวลผลหลักของ AI จะไม่เหนื่อย (ยกเว้นบางทีอาจจะร้อนขึ้นบ้าง) และสมองของ AI มักจะประกอบด้วยเซลล์ประสาทเทียมหลายล้านเซลล์ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของมัน และนี่คือจุดที่การคำนวณต่าง ๆ ทำได้โดยใช้อัลกอริธึมที่ตั้งโปรแกรมไว้<br>โดยการคำนวณเหล่านี้ มีตั้งแต่ง่าย ไปจนถึงซับซ้อน เช่น ในโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ มนุษย์อย่างเรา ร่างกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมองของเราต้องพักฟื้น เพื่อให้กลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง แต่สมองของ AI จะไม่เหมือนกับสมองของมนุษย์<br>สมองของพวกเขาสามารถดำเนินการได้แม้กระทั่งอัลกอริธึมที่ซับซ้อนที่สุดโดยไม่หยุด และพลาดจังหวะ แน่นอนว่า ความร้อนสูงเกินไปมักมีอันตรายอยู่เสมอ แต่ด้วยนวัตกรรมในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย<br><br>2. AI สามารถทำงานได้แบบซ้ำ ๆ โดยไม่เบื่อ<br><br>3. AI มีข้อผิดพลาดน้อย<br>เมื่อเราพูดถึงข้อผิดพลาด เรากำลังพูดถึงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับวิธีการตั้งโปรแกรม AI หาก AI จะพบข้อผิดพลาด ก็คงเป็นเพราะการเขียนโปรแกรมมีจุดบกพร่อง และจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากนักพัฒนา<br>ความถนัดของ AI ยังขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของมันด้วย โดยคุณมี AI ปกติ แมชชีนเลิร์นนิง การเรียนรู้เชิงลึก และการประมวลผลภาษาที่เป็นธรรมชาติ<br>ซึ่ง AI ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะไม่มีโปรแกรมใดที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น AI จะสร้างข้อผิดพลาดระหว่างทาง แต่ AI นั้น ไม่ได้ผิดพลาดในหลาย ๆ อย่าง ดังนั้น คุณมักจะคาดหวังเสมอว่า มันจะคำนวณได้ถูกต้องทุกครั้งแน่นอน<br><br>4. AI สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง<br><br>5. AI เป็นหนึ่งในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ที่ดีที่สุด ที่สามารถทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้<br>AI ค่อนข้างสำคัญและมีประสิทธิภาพในการกลั่นกรองข้อมูลในอดีตที่เป็นประโยชน์สำหรับการตรวจจับแนวโน้มหรือการคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด AI นั้นเร็วกว่า ทรงพลังกว่า และอย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า AI ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่<br><br>6. AI สามารถประมวลข้อมูลขนาดใหญ่ และมีจำนวนมากมายมหาศาลได้<br><br>7. ปรับปรุงการควบคุมคุณภาพในผลิตภัณฑ์และวัสดุ<br>เนื่องจาก AI สามารถทำงานได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ดังนั้นโอกาสที่พวกเขาจะทำผิดพลาดและงานที่ไม่ดี (หรือผลิตภัณฑ์) ก็จะน้อยลง เราไม่ชอบยอมรับเสมอ แต่ข้อผิดพลาดของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการผลิตจำนวนมากหรือการผลิตมักจะเกิดขึ้นมากกว่าข้อผิดพลาดของเครื่องจักร<br>หากคุณอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต AI สามารถช่วยได้อย่างมากและรักษาคุณภาพของผลงานของคุณได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ การหยุดทำงาน และการบำรุงรักษา ผลผลิตของคุณจะมีโมเมนตัมสูงสุดเสมอ และเครื่องจักรมักจะถูกกว่าในการใช้งานเสมอ<br><br>8. AI สามารถช่วยให้มนุษย์มีการตัดสินใจได้ดีขึ้น เนื่องจากระบบการทำงานของ AI มีข้อผิดพลาดน้อย<br><br><strong>ข้อเสียของ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)</strong><br>1. AI ขาดความคิดสร้างสรรค์<br>คุณภาพของงาน หรือผลงานที่ AI สามารถเรนเดอร์ได้นั้น ดีพอ ๆ กับที่มันถูกตั้งโปรแกรมไว้เท่านั้น ดังนั้น มันจึงขึ้นอยู่กับความซับซ้อน และความพยายามที่ผู้พัฒนาได้ใส่เข้าไป<br><br>2. AI ขาดการตัดสินใจ<br>นี่เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไม AI ถึงไม่มีอารมณ์ ซึ่งในซีซันที่หนึ่ง Sheldon Cooper เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ AI ที่มีอารมณ์ความรู้สึกเพียงเล็กน้อย และดังที่แสดงในซีรีส์ที่สามารถพิสูจน์ความหายนะในสังคมได้อย่างน้อย<br>AI ไม่มีอิสระในการตัดสินเหมือนที่เราทำ และจะไม่เริ่มคำนวณหากพวกเขาได้รับโอกาสในการตัดสินใจที่อยู่นอกขอบเขตของการเข้ารหัส<br><br>3. AI ไม่สามารถดำเนินการนอกข้อมูลที่คุณป้อน หรือวิธีที่คุณตั้งโปรแกรมอัลกอริทึมได้<br><br>4. เครื่อง AI ต้อง “ฝึกฝน” อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงเมื่อเวลาผ่านไป over<br><br>5. ราคาแพงที่จุดเริ่มต้น<br>ดังที่กล่าวไว้ AI ต้องการเวลา พลังงาน และเงินลงทุนจำนวนมากมายมหาศาล เพื่อพัฒนา หากคุณเป็นผู้บริโภคที่กำลังมองหา AI เพื่อเพิ่มความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัว หรือสำหรับองค์กร (ธุรกิจ) ของคุณ คุณจะต้องลงทุน ไม่เพียงแต่ในการซื้อเท่านั้น แต่ยังต้องฝึกอบรมผู้ใช้ปลายทางอีกด้วย<br><br><strong>ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์<br></strong>1. อ่านใจผู้บริโภคได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; AI จะทำการจัดเก็บข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยวิธีการและช่องทางที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือ การจดจำใบหน้าผ่านกล้อง CCTV หรือวิเคราะห์ความต้องการผ่าน Dwell Times (ระยะเวลาที่ User คลิกที่ผลการค้นหาเข้าสู่หน้าเว็บไซต์) จึงไม่แปลกที่ AI จะสามารถคาดการณ์พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ราวกับอ่านใจผู้บริโภคได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเสนอขายสินค้าให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด โดยได้มีการประมาณการณ์ไว้ว่า ในปี 2018 AI จะสามารถกระตุ้นยอดขายธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ถึง 11% เลยทีเดียว<br><br>2. อำนวยความสะดวก และช่วยแก้ปัญหาต่างๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลได้ด้วยตัวเองและมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์มาก ฉะนั้น AI สามารถวิเคราะห์รูปแบบจากข้อมูลต่างๆได้มาก สามารถช่วยให้นักขายสร้างประสบการณ์ให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น ทีม Sale อาจจะได้ใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ของ AI ซึ่งเป็นข้อมูลที่เขาไม่เคยหาได้จากที่ไหนมาก่อน ข้อมูลที่รู้ว่าผู้บริโภคหนึ่งคน ต้องการซื้ออะไร ในช่วงเวลาไหน เช่นลูกค้าคนหนึ่งในทุกๆ ต้นเดือน เขาจะซื้อของสิ่งหนึ่งเสมอ เราอาจจะ offer บางอย่างให้ลูกค้าคนนั้นได้ และจะสามารถวิเคราะห์ถึงเหตุผลได้อย่างแม่นยำเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี<br><br>3. การค้นหาด้วยภาพ (Visual Search)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เราอาจจะเคยชินกับการใช้คีย์เวิร์ด เพื่อค้นหาสิ่งที่เราต้องการ แต่ทุกวันนี้ปัญญาประดิษฐ์ทำได้ยิ่งกว่านั้น เพราะมันสามารถช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาสิ่งที่ต้องการจากภาพได้ เพียงแค่อัพโหลดภาพสินค้าลงไป AI ก็จะทำการการประมวลผลหาสินค้าที่ใกล้เคียงกันจากสี รูปร่าง ขนาด เนื้อผ้า เพื่อช่วยผู้บริโภคหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน<br><br>4. สร้างขั้นตอนการขายที่มีประสิทธิภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในอนาคตอันเราสามารถรวมระบบ AI เข้าไปกับ CRM เพื่อใช้ในการโฆษณาได้เลย เวลาลูกค้าต้องการสอบถามข้อมูล ตัว AI ของเราก็สามารถหาข้อมูลและตอบให้ลูกค้าเองโดยอัตโนมัติ และเสนอขายของให้ลูกค้าเองได้เลย<br><br>5. Retargeting Potential Customers<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; AI สามารถวิเคราะห์ Dwell Times ได้ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ Dwell Times ก็คือเวลาที่ลูกค้าจดจ้องอยู่กับสินค้าสิ่งใดนานๆ แต่ไม่ได้มีการซื้อมาแต่อย่างใด แต่พอกลับมาที่บ้านเปิดคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน เราอาจจะเห็นโฆษณาสินค้าที่เรายืนจ้องอยู่ที่ร้านค้าก็เป็นได้<br><br>"<strong>ความคิดเห็นของสมาชิก"</strong><br>&nbsp; <strong><em>กนกวรรณ</em></strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; รู้สึกว่ามีประโยชน์มีการทันสมัย aiมีความรู้มากมายรู้สึกดีใช้งานง่ายรู้สึกว่า ai เป็นสิ่งที่น่าประทับใจและมีเทคโนโลยีที่มากมายที่ใช้ai และสามารถพูดคุยกับสิ่งมีระบบai เหมือนได้มีเพื่อนอีกคนเลย AI ซ่อนอยู่ในสิ่งของหรือบริการที่ใช้กันโดยทั่วไป และอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันของคนเราได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นการที่เราค้นหาข้อมูล ระบบ AI ก็จะจดจำข้อมูลของเราไว้ ทำให้ได้รุ้ถึงข่าวในปัจจุบันรู้สึกเยี่ยมมากๆ<br><br><strong><em>ธิดารัตน์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; </em></strong>AI นั้นมีการพัฒนาที่มีความหลายหลากให้มากลมกลืนเข้ากับมนุษย์ ในบางส่วนที่สามารถเข้ามาได้แล้ว ซึ่งทำให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานของสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วแล้วทันเวลาต่อการทำงาน มีการคัดกรองข้อมูลเพื่อเกิดประสิทธิภาพที่ดี ไม่เบื่อต่อการทำงานอีกด้วย<br><br><strong><em>นฤมล<br></em></strong>AI เป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นได้ในหลายเเบบเช่น หุ่นยนต์ โดรน รถยนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างๆ<br><br><strong><em>พลอยชมพู</em></strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เทคโนโลยี AI ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีการตอบสนองเหมือนมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการแปลภาษา การแจ้งเตือน ปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า(Faceld)หรือการพูดคุยโต้ตอบสอบถามข้อมูล</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1223055837/d9aeae40787f0d9e5e375adf80977887/0_Z6s4lFY9R6zxmS14.jpg" />
         <pubDate>2021-09-24 01:48:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1764527550</guid>
      </item>
      <item>
         <title>WMS </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1764635676</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมาชิกในกลุ่ม <br>1นางสาวรุ่งนภา มีลาด เลขที่27<br>2นางสาววิยะดา แสงตาเลขที่29<br>3นางสาวศิริกัญญา เพียจันทร์ เลขที่30 <br>4นางสาวศิรินทรา ทิพย์เนตร เลขที่31<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เสนอโดย <br>คุณครูตรีรัก โคตรโสภา <br><br><em><mark>WMS ย่อมากจาก &nbsp; Warehouse Manager System <br></mark></em><em>คือ โปรแกรมสำหรับบริหารจัดการคลังสินค้า จะเรียกว่าเป็นหัวสมองของคลังสินค้าเลยก็ว่าได้ วิธีการคือนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในกระบวนการทำงานของคลังสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความเร็วในการทำงาน การค้นหา ความถูกต้องและความแม่นยำ ช่วยตรวจสอบข้อมูลสินค้า อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสินค้าสูญหายหรือหาสินค้าไม่พบด้วย<br></em><em><mark>WMS ( Warehouse Manager System ) <br>ช่วยจัดการปัญหาในคลังสินค้าอย่างไรบ้าง</mark></em><em><br></em><em><mark>.1WMS ช่วยแก้ปัญหาในกระบวนการจัดเก็บ</mark></em><em><br>WMS ช่วยแก้ปัญหากระบวนการจัดเก็บ (Put Away) ระบบ WMS สามารถแนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้าได้ อีกทั้งยังมีการยืนยันตำแหน่งการจัดเก็บที่ถูกต้อง หลังจากที่ตรวจสอบแล้วพบการจัดเก็บอยู่ในตำแหน่งนั้นจริง ผู้ตรวจสามารถเซ็นอนุมัติได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีกระบวนการจัดเก็บแบบ Barcode Scanner โดยใช้การยิง Barcode Scanner ในตำแหน่งที่จัดเก็บจริงเพื่อช่วยให้สามารถค้นหาสินค้าเจอได้ง่ายขึ้น<br><br>2. </em><em><mark>WMS ช่วยแก้ปัญหากระบวนการรับสินค้า</mark></em><em><br>ระบบ WMS สามารถช่วยแก้ปัญหากระบวนการรับสินค้า (Receiving) ได้ โดยสามารถที่จะ Reverse พื้นที่หรือจองพื้นที่ล่วงหน้า ช่วยให้การวางแผนการใช้พื้นที่ในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคลังสินค้าบางแห่ง ที่ไม่มีระบบการจัดการที่ดีในการรับสินค้า เมื่อรับสินค้าเข้าคลังแล้วนำไปวางไว้ตามใจชอบ ผลสุดท้ายคืออาจทำให้หลงลืมได้ว่านำสินค้าไปวางที่ไหนนั่นเอง<br><br>3.&nbsp; </em><em><mark>WMS แก้ปัญหาการเบิก</mark></em><em><br>ระบบ WMS เป็นระบบที่ช่วยแก้ปัญหากระบวนการเบิก (Picking) ซึ่งจะมีระบบ Search ช่วยในการค้นหาสินค้าได้ง่ายดายเพียงแค่กรอกเงื่อนไข ระบบก็จะสามารถค้นหาสินค้าเจอเองได้โดยอัตโนมัติ ใช้เวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นการเบิกแบบ FIFO, LIFO ,FEFO&nbsp; หรือสามารถกำหนดเองก็ทำได้<br>ระบบจัดการคลังสินค้าสามารถแบ่งตามลักษณะการทำงาน<br></em><em><mark>ประโยชน์ของ WMS</mark></em><em>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br> 1.&nbsp; เพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการจัดระบบคลังสินค้าให้มีคุณภาพและแม่นยำ&nbsp; <br>2. ช่วยประหยัดต้นทุนค่าจ้างพนักงานและลดความผิดพลาดจากพนักงาน<br>3. สามารถลดปริมาณสินค้าค้างสต็อก<br>4. เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น<br>5. เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจและยอดขาย<br> 6. ลดเวลาในกระบวนการสั่งซื้อของลูกค้า<br>&nbsp; </em><em><mark>ข้อดี</mark></em><em>ของระบบจัดการคลังสินค้าแบบสำเร็จรูป คือ<br>&nbsp; &nbsp;- ราคาถูก เนื่องจากพัฒนาแค่ครั้งเดียว สามารถนำไปใช้งานหลายๆทีได้<br>&nbsp; &nbsp;- มีฟังก์ชันการทำงานให้เลือกใช้หลากหลาย<br>&nbsp; &nbsp;- พร้อมติดตั้ง และใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาพัฒนาใหม่<br>&nbsp; &nbsp;</em><em><mark>ข้อเสีย</mark></em><em>ของระบบการจัดคลังสินค้าแบบสำเร็จรูป คือ<br>&nbsp; &nbsp;- ระบบไม่ตรงตามขั้นตอนการทำงานของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานต้องปรับตัวเข้าหาระบบ<br>&nbsp; &nbsp;- ระบบมีความยึดหยุ่นน้อย การจะพัฒนาระบบเพิ่มเติมทำได้ยาก<br>&nbsp; &nbsp;- เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ยาก หรือจำกัดตามโปรแกรมกำหนดไว้<br>&nbsp; &nbsp;- เกิดการต่อต้าน &nbsp; ระบบ หรือผู้ใช้งานไม่อยากใช้งานระบบ เนื่องจากต้องเรียนรู้ระบบใหม่<br>&nbsp; &nbsp; - หากโปรแกรมไม่ได้ถูกพัฒนาจากผู้ขายอย่างต่อเนื่อง การใช้งานเพื่อรองรับอนาคตเป็นไปได้ยาก<br><br></em><br></div><div><em><mark>ความคิดเห็น</mark></em><em><br></em><em><mark>ความคิดเห็นของนางสาวรุ่งนภา มีลาด<br></mark></em><em>เพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน<br>ช่วยลดข้อผิดพลาดต่างๆ<br>จัดสรรพื้นที่คลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>ช่วยลดปัญหาสินค้าค้างสต๊อก<br>มีความถูกต้องและแม่นยำในการจัดการกับระบบคลังสินค้า<br>เป็นตัวควบคุมกระบวนการทำงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ<br>ช่วยให้การตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลง่ายขึ้น<br>คุณจะเห็นได้ว่าระบบจัดการคลังสินค้า WMS คือมันสมองของคลังสินค้า เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการคลังสินค้า ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนและลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น<br></em><em><mark>ความคิดเห็นของ นางสาว วิยะดา แสงตา</mark></em><em><br>WMS ช่วยให้กระบวนการทำงานในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความรวมเร็วในการทำงาน ความถูกต้อง การค้นหา ตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ถูกต้อง แม่นยำ ตามเงื่อนไขการทำงานของธุรกิจแต่ละบริษัท<br>จึงช่วยลดปัญหาสินค้าสูญหาย ปัญหาการหาสินค้าไม่ตกหล่น<br></em><em><mark>ความคิดเห็นของนางสาวศิริกัญญา เพียงจันทร์<br></mark></em><em>กลุ่มของพวกเราคิดว่าการนำเอาระบบWMSมาใช้ในการบริหารคลังสินค้า ช่วยลดปัญหาต่างๆได้ดี และช่วยเพิ่ลความสะดวกสบายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา การตรวจสอบข้อมูลสินค้า การเช็คจำนวนสินค้าได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องอาศัยคนในการช่วยนับ พวกเราคิดว่าเหมาะอย่างมากที่จะนำมาใช้ในธุรกิจที่มีขนาดกลาง และใหญ่ เพื่อเพิ่อประสิทธิภาพในการการทำงานมากขึ้น<br></em><em><mark>ความคิดเห็น นางสาวศิรินทรา ทิพย์เนตร</mark></em><em>&nbsp; ดิฉันคิดว่า ระบบ WMSเป็นระบบที่สามารถช่วยในการทำงานของการคลังสินค้าได้เป็นอย่างมาก ทำให้การทำงานเร็วขึ้น&nbsp; มีความแม่นยำในการจัดระบบคลังสินค้า ประหยัดต้นทุนในการทำงานและลดความผิดพลาด ง่ายต่อการควบคุมวัตถุดิบลดสอนค้าค้างสต๊อก มีฟังก์ชันที่หลากหลาย เหมาะกับธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่</em></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361465464/7ef59d9bf8f80e95b7a2b8557e45dd0c/images.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-24 02:37:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/teerakk/bqhp6vx9rp3oba4u/wish/1764635676</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
