<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ (4/3) by ผกามาศ คำพร</title>
      <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot</link>
      <description>ให้นักเรียนค้นคว้าโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ มาคนละ 1 อาชีพ </description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-09-07 05:59:35 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-03-28 17:50:15 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f60d.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>อาชีพนักวาด / นักเขียน </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1739287862</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ออฟฟิศซินโดรม</strong><br>https://youtu.be/q07NV1yDQ5Y</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/q07NV1yDQ5Y" />
         <pubDate>2021-09-14 12:45:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1739287862</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3 จิดาภา คำภูแสน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1740077427</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพแพทย์</strong></div><div>โดยทั่วไปอาชีพแพทย์มักจะเจอคนไข้ที่มากและหลากหลายจึงทำให้เสี่ยงต่อสิ่งคุกคามทางชีวภาพ นั่นคือการติดเชื้อไวร้สหรือเชื้อแบคทีเรียและอาชีพแพทย์นั้นเป็นอาชีพที่มีการทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลาที่นานจึงอาจทำให้มีสิ่งคุกคามทาง<br>การยศาสตร์ เช่น แพทย์ส่วนใหญ่มักจะเป็น</div><div>office syndrome ซึ่งเกิดจากการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆเป็นเวลานานหรือทำงานอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม และสุดท้ายคือสิ่งคุกคามทางจิตวิทยาสังคมเนื่องจากอาชีพแพทย์เป็นอาชีพต้องรักษาคนไข้ เกี่ยวกับชีวิตของคน จึงเกิดความเครียดและความกดดันซึ่งอาจมาจากคนไข้ อาจาร์ยแพทย์หรือรุ่นพี่แพทย์เป็นต้น และจากผลสำรวจนักศึกษาแพทย์จำนวนประมาณหนึ่งแสนคน มีนักศึกษาแพทย์จำนวน 27 เปอร์เซ็นต์ที่มีภาวะซึมเศร้าหรืออาการซึมเศร้าและมี 11 เปอร์เซ็นต์ที่มีความคิดฆ่าตัวตาย  ที่มา : https://jamanetwork.com/journals/jama/article-abstract/2589340<br>และในประเทศไทยมีข่าวที่เกี่ยวกับแพทย์ที่จบใหม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและได้ทำการฆ่าตัวตายซึ่งทำให้เห็นว่าอาชีพแพทย์นั้นเป็นอาชีพที่เครียดและกดดัน ที่มาข่าว : https://www.thairath.co.th/news/local/east/2110510</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.vox.com/science-and-health/2016/12/9/13857550/doctors-medical-students-depression-suicide-mental-health" />
         <pubDate>2021-09-14 16:31:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1740077427</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพ พนักงานดับเพลิง / พนักงานขับรถโดยสาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741765709</link>
         <description><![CDATA[<div>1 กัญจน์ณัฏฐ์ จงธรรม &nbsp;<strong>โรคคาร์บอนมอนนอกไซด์ (Discaused by carbon monoxide)</strong><br>สูตรเคมี CO คาร์บอนมอนนอกไซด์เป็นก๊าชเกิดจากการเผาไหม้ที่การระบายอากาศไม่เพียงพอ เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เป็นก๊าซที่ติดไฟแต่ไม่ไวต่อปฏิกิริยา ไม่เป็นก๊าซกัดกร่อน ละลายน้ำได้เล็กน้อย&nbsp; ละลายได้ดีในสารทำละลาย และไม่มีผลระคายเคือง<br><br><strong>อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย</strong><br>คาร์บอนมอนนอกไซด์เข้าสู่ร่างกายทางการหายใจเป็นหลัก ก๊าซถูกขับออกจากร่างกายทางการหายใจในรูปที่ไม่เปลี่ยนแปลง และส่วนน้อยที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นคาร์บอนมอนนอกไซด์<br><br></div><div>อาการแบบเฉียบพลัน การหายใจเข้าสู่ร่างกายก๊าซสามารถจับได้ดีกับฮีโมลโกลบินได้ดีแทนออกซิเจน&nbsp; เกิดคาร์บอกซีฮีโมลโกลบิน ทำให้ออกซิเจนจับกับฮีโมลโกลบินไม่ได้ มีผลให้เม็ดเลือดแดงเสียความสามารถในการขนส่งออกซิเจนไปยังอวัยวะ และเนื้อเยื่อต่าง ๆในร่างกายเกิดภาวะร่างกายขาดออกซิเจนของเนื้อเยื่อ รวมทั้งเนื้อเยื่อของเซลล์สมองและกล้ามเนื้อหัวใจ พบอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้&nbsp; อาเจียน อ่อนเพลีย ง่วงซึม สับสน อาการรุนแรงอาจชักและหมดสติได้&nbsp; การสัมผัสสารเคมีที่เป็นของเหลวจะทำให้เกิดอาการน้ำแข็งกัด&nbsp; การสัมผัสตาระคายเคืองตา เยื่อตาอักเสบ&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-15 05:46:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741765709</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธัญสิริ ธงภักดิ์ 24 อาชีพพนังงานออฟฟิต/โรคออฟฟิศซินโดรม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741768548</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://youtu.be/Q7AFpUzsLzU">https://youtu.be/Q7AFpUzsLzU</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/Q7AFpUzsLzU" />
         <pubDate>2021-09-15 05:48:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741768548</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพก่อสร้าง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741770895</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคปอดฝุ่นหิน &nbsp; เกิดขึ้นเนื่องจาก การสูดหายใจเอาฝุ่นทรายหรือฝุ่นหินต่างๆ ที่มีสาร ซิลิคอนไดออกไซด์หรือเรียกว่าผลึกซิลิก้าเข้าไปในปอด ซึ่งส่วนมากจะพบในหินทราย โดยเฉพาะฝุ่นที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.05-5 ไมครอน ซึ่งสามารถเข้าไป อยู่ในถุงลมปอดได้ โดยจะถูกเม็ดเลือดขาวในปอดจับกิน และมีผลทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อปอด ซึ่งต่อมาจะก่อให้เกิดพังผืดที่เนื้อปอด เมื่อยัง คงหายใจเอาฝุ่นที่มีซิลิกอนไดออกไซด์เข้าไปในปอดอย่างต่อเนื่องมากขึ้น และการป้องกันควบคุมไม่เหมาะสม ในที่สุดจะทำให้เนื้อปอดเสีย เป็นวงกว้าง จนทำให้ปอดไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ<br><br>ปวริศา ผลเนตร 11<br>แหล่งที่มา: <br><a href="http://thn244466pe.blogspot.com/p/blog-page_6.html">http://thn244466pe.blogspot.com/p/blog-page_6.html</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/978426555/6ec1f300b5c244ec05c3386f6635365c/885C7F18_A5BF_4B45_98C4_CAA64523C9E7.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-15 05:49:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741770895</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพทันตกรรม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741773482</link>
         <description><![CDATA[<div>สวรรญา สาเลือก ม.4/3 เลขที่21<br>อาชีพทันตกรรม อาชีพที่เสี่ยงโควิด-19 </div><div><br>แม้จะเป็นอาชีพที่ว่ากันว่ารายได้ดี แต่ก็จัดเป็นอันดับที่ 1 อาชีพที่มีค่าเฉลี่ยความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงที่สุด โดยสูงถึง 65.4 เปอร์เซนต์ ซึ่งมาจาก 3 สาเหตุสำคัญ คือ การสัมผัสกับสารปนเปื้อนที่มีความเสี่ยงสูงถึง 84% การสัมผัสกับโรคและการติดเชื้อ และการใช้ระยะเวลาในการนั่งทำงานทั้งวัน<br><br>โดยหน้าที่หลักของทันตแพทย์คือ ตรวจสอบวินิจฉัยและรักษาโรคที่ได้รับบาดเจ็บและเกิดความผิดปกติของฟันและช่องปากด้วยการศัลยกรรม ให้ยา และวิธีการอื่นๆ ตามความจำเป็น รวมถึง พิมพ์ปากและจำลองแบบของเหงือกและส่วนอื่นๆ ของปาก เพื่อใช้ในการประดิษฐ์ฟันปลอม และใส่เครื่องยึดเพื่อจัดฟันที่มีลักษณะผิดปกติ หรือเกให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง จะเห็นได้ว่าต้องสัมผัสกับเชื้อโรคภายในช่องปากของคนไข้อยู่ตลอดเวลา<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.blockdit.com/posts/5e9f27cd4e4a9227e5e7b12d" />
         <pubDate>2021-09-15 05:51:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741773482</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักและพืชไร่ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741782151</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ</div><div>.</div><div>ภาวะผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นกลุ่มโรคที่มีสาเหตุมาหลายปัจจัย จากท่าทางซ้ำๆ หรือ</div><div>การออกแรงเกินกำลัง<br>อันตรายอย่างไร:&nbsp;</div><div>.</div><div>ปวดหลัง ปวดหลังส่วนล่าง เยื่อหุ้มข้อและปลอกเอ็นอักเสบ นิ้วล็อค นิ้วไกปืน นิ้วลั่น ความผิดปกติของเนื้อเยื่ออ่อน เนื่องจากการใช้งานมากเกินและแรงกดทับ เอ็นยึดกระดูกอักเสบ</div><div>.&nbsp;</div><div>วิธีป้องกัน:&nbsp;</div><div>1. ปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะและประเภทของงาน</div><div>2. ไม่ออกแรงหรือยกของน้ำหนักเกินกำลัง หาอุปกรณ์ช่วยยกของหนัก&nbsp;</div><div>5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ &nbsp;</div><div>4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อกระดูกและข้ออย่างสม่ำเสมอ</div><div><br>น.ส.ภัทรธิดา ศรีมา ม.4/3 เลขที่ 30</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-15 05:56:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741782151</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nb42030</author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741787246</link>
         <description><![CDATA[<div>พนักงานเก็บขยะ<br>ฟันแฟลต จน "ปอดพัง" เหตุสูดดมกลิ่นขยะ สะสมหลายปี&nbsp;<br><br></div><div>ผลมาจากการสูดดมกลิ่น เหม็นเน่าสะสมเป็นระยะเวลานานหลายปี เสี่ยงเกิดโรคทางเดินหายใจ โรคปอด ภูมิแพ้ด้วย ดังที่ <strong>นายบุญรอด ประกอบทรัพย์</strong> พนักงานทั่วไป เก็บขนมูลฝอย ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าคนงาน ซึ่งก่อนดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ก็เริ่มจากเจ้าหน้าที่เก็บขยะ 4-5 ปี และทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจจากการฟันแฟลต เมื่อไปพบแพทย์ <strong>พบว่าเป็นหลอดลมอักเสบ หากทำต่อไปเสี่ยงเป็นวัณโรค<br></strong><br></div><div><br><br></div><div><em>“เคยฟันแฟลต โดนกระป๋องอะไรไม่รู้ ก็สูดสารพิษเข้าจนไอ ในปล่องจะมีก๊าซสะสมของเสีย เวลาฟันแฟลต ทำให้ไอหนักเกือบสองอาทิตย์ไปหาหมอพบว่าเป็นหลอดลมอักเสบ แต่ถ้านานไปอาจเป็นวัณโรคปอด”</em>อดีตเจ้าหน้าที่เก็บขยะย้อนเล่าเหตุการณ์<br>ที่มา :<a href="https://www.thairath.co.th/scoop/1581950">https://www.thairath.co.th/scoop/1581950</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thairath.co.th/scoop/1581950" />
         <pubDate>2021-09-15 05:58:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741787246</guid>
      </item>
      <item>
         <title>22 อัญชลิสา มหาคีตะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741790123</link>
         <description><![CDATA[<h1><strong>โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพคนงานผลิตน้ำแข็ง</strong></h1><div><br><strong>โรคจากความสั่นสะเทือน</strong><a href="http://www.sanook.com/health/1341/"><strong><br></strong></a>หรือปัจจุบันนิยมเรียกกันว่า กลุ่มอาการผิดปกติจากความสั่นสะเทือนเฉพาะมือและแขน เป็นอาการผิดปกติที่เกิดกับนิ้วมือ มือ และแขน หรือจากการสัมผัสความเย็นจะเพิ่มความผิดปกติที่เกิดจากความสั่นสะเทือน เพราะอุณหภูมิที่ลดลงมีผลทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงนิ้วมือลดลง และลดอุณหภูมิที่ผิวหนังของนิ้วมือ ส่งผลการรับประสาทสัมผัสลดลงอย่างถาวร เสียความถนัดของมือในการจับต้องอุปกรณ์ต่างๆ มีผลต่อการปฏิบัติงานและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้<br><br></div><div>แหล่งที่มา :<br>https://www.sanook.com/health/16817/<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.sanook.com/health/11653/" />
         <pubDate>2021-09-15 06:00:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741790123</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 กัลยารัช ปานปิ่น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741791508</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพอาชีพอุตสาหกรรมทอผ้า<br></strong><br>สารที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮีสตามีน&nbsp; ซึ่งมีอยู่ในฝุ่นฝ้ายอาจจะเป็นสาเหตุของการ เกิดโรค&nbsp; โดยสารพิษดังกล่าวเป็นสารโมเลกุลขนาดเล็กที่มาจาก bractของต้นฝ้าย&nbsp; โดยมีคุณสมบัติละลายน้ำ ได้และทนทานต่อความร้อน<br><br></div><div>&nbsp;นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากการรับสัมผัสต่อฝุ่นฝ้ายก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนและหลอดลม ภาวะการระคายเคืองเหล่านี้เมื่อเป็นนาน ๆ เข้า จะนำไปสู่การเกิดภาวะโรคทางเดินหายใจอุดกั้นแบบเรื้อรัง อีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดคือ อาจจะเกิดปฏิกิริยาของสารต่อร่างกายต่อสาร Endotoxin ที่พบในเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ ที่ปนเปื้อนมากับฝุ่นฝ้าย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/80" />
         <pubDate>2021-09-15 06:01:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741791508</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพ เกษตรกร การทำสวน การฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741791860</link>
         <description><![CDATA[<div>ลักษิกาณ์ หาญณรงค์ ม.4/3 เลขที่17<br><strong>โรคจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช </strong><br>สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถจำแนกได้หลายรูปแบบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้<br>สารกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ การหายใจ ทางผิวหนัง และทางปาก<br>- การหายใจ&nbsp; สารเคมีกำจัดแมลงที่เข้าสู่ร่างกายทางระบบการหายใจนั้น&nbsp; อาจอยู่ในรูปฝุ่นหรือ<br>สารละลายฝุ่นที่มีขนาดเล็กจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจมากกว่าฝุ่นที่มีขนาดใหญ่สำหรับสารเคมีในรูปสารละลายนั้น<br>-ทางผิวหนัง&nbsp; การดูดซึมของสารเคมีผ่านทางผิวหนังเกิดการฉีดขาด&nbsp; หรือมีบาดแผลอยู่จะมีการดูด สารได้ดีกว่าผิวหนังปกติ&nbsp; นอกจากนี้ความสามารถในการละลายซึมผ่านผิวหนังของสารถ้าสารละลายได้ดีใน ไขมันจะถูกดูดซึมได้ดี<br>-ทางปาก บางคนเวลาฉีดสารกำจัดแมลง อาจจะไม่ได้ใช้ผ้าปิดปากทำให้สารเคมีนั้นเข้าผ่านช่องทางปากไปโดที่ไม่รู้ตัว ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้<br><strong>ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง</strong><br>คนงานที่ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เกษตรกร การทำสวน การฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช<br>แหล่งที่มา - http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/72<br>https://youtu.be/Xe3DzVq3C_Q<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1347193624/26163067872835a3c8d60b34eb9991d8/insecticidekdje8a03lk.jpg" />
         <pubDate>2021-09-15 06:01:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741791860</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วรกาญจน์ สิงห์พรมมา ม.4/3 เลชที่18 อาชีพ งานอุตสาหกรรมโลหะ งานตัดไม้ เลื่อยไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมยางและพลาสติก อาชีพขับรถรับจ้าง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741793549</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคการได้ยินเสื่อมจากเสียงดัง</div><div>.</div><div>เกิดจากการสัมผัสกับเสียงดังเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน อาชีพที่พบบ่อย ได้แก่ งานอุตสาหกรรมโลหะงานตัดไม้ เลื่อยไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมยางและพลาสติก อาชีพขับรถรับจ้าง เป็นต้น</div><div>.</div><div>ในปี พ.ศ. 2560 พบผู้ป่วยโรคการได้ยินเสื่อมเหตุเสียงดัง จำนวน 42,946 ราย คิดเป็นอัตราป่วยต่อประชากรแสนราย เท่ากับ 71.29 กลุ่มอาชีพที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอาชีพผู้ปลูกพืชไร่และพืชสวนกลุ่มคนงานรับจ้างทั่วไป และกลุ่มผู้ไม่มีงานทำ ตามลําดับ</div><div>.</div><div>อันตรายอย่างไร:</div><div>.&nbsp;</div><div>1.การสูญเสียการได้ยิน มี 2 ลักษณะ</div><div>- แบบชั่วคราว เกิดขึ้นเนื่องจากรับฟังเสียงดังมากๆ ในเวลาไม่นาน ทำให้เกิดหูอื้อ ถ้าหากหยุดรับฟังเสียงดัง การได้ยินจะคืนสู่สภาพปกติ&nbsp;</div><div>- แบบถาวร เกิดจากการรับฟังเสียงดังเป็นเวลานาน เชลล์ขนในหูชั้นในถูกทำลาย ทำให้รับฟังเสียงไม่ได้เกิดหูตึง หูพิการ</div><div>2. ผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ</div><div>เกิดรำคาญ หงุดหงิด เครียด รบกวนการนอนหลับ ขาดสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารทำงานทำให้เกิดอุบัติเหตุได้</div><div>.</div><div>วิธีป้องกัน:</div><div>.&nbsp;</div><div>1. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรืออยู่บริเวณที่มีเสียงดัง หรือลดระยะเวลาที่สัมผัสเสียงดังต่างๆ</div><div>2. หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ให้ใส่ที่อุดหู ที่ครอบหูที่ได้มาตรฐาน อย่าพึ่งยานอนหลับ&nbsp; ยากล่อมประสาท หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์<br><a href="https://www.google.co.th/url?sa=t&amp;rct=j&amp;q=&amp;esrc=s&amp;source=web&amp;cd=&amp;ved=2ahUKEwi9yt7kpoDzAhWmzTgGHU2QC-EQFnoECAQQAQ&amp;url=https%3A%2F%2Fes-la.facebook.com%2FBanyachumchon.Rx%2Fposts%2F2113276335426416%2F&amp;usg=AOvVaw3D0L0lds-SUw02QKMhtu15">https://www.google.co.th/url?sa=t&amp;rct=j&amp;q=&amp;esrc=s&amp;source=web&amp;cd=&amp;ved=2ahUKEwi9yt7kpoDzAhWmzTgGHU2QC-EQFnoECAQQAQ&amp;url=https%3A%2F%2Fes-la.facebook.com%2FBanyachumchon.Rx%2Fposts%2F2113276335426416%2F&amp;usg=AOvVaw3D0L0lds-SUw02QKMhtu15</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.google.co.th/url?sa=t&amp;rct=j&amp;q=&amp;esrc=s&amp;source=web&amp;cd=&amp;ved=2ahUKEwi9yt7kpoDzAhWmzTgGHU2QC-EQFnoECAQQAQ&amp;url=https%3A%2F%2Fes-la.facebook.com%2FBanyachumchon.Rx%2Fposts%2F2113276335426416%2F&amp;usg=AOvVaw3D0L0lds-SUw02QKMhtu15" />
         <pubDate>2021-09-15 06:02:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741793549</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือ อาชีพ แอร์โฮสเตสและสจ็วต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741798507</link>
         <description><![CDATA[<div>ภัทร์รวี ขจรไพร ม.4/3 เลขที่ 25<br><strong>แอร์โฮสเตสและสจ็วต </strong>ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของใครหลายคน ด้วยรายได้ที่สูงลิบลิ่ว มีเครื่องแบบที่สวยงามและได้ท่องเที่ยวไปในเมืองต่างๆ แต่เมื่อพิจารณาจากเนื้องานที่ต้องทำจะพบว่า<strong> ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพค่อนข้างสูงถึงร้อยละ 62.3</strong> <br>ด้วยอาชีพนี้มีหน้าที่ ต้อนรับ อำนวยความสะดวก ตรวจสอบตั๋วและอธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย รวมถึงให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม แน่นอนว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้โดยสารที่มาจากหลายที่ได้ ซึ่งถ้าเกิดผู้โดยสารท่านนั้นเป็นโรคติดต่อที่เกี่ยวกับระบบทางลมหายใจ (หรือโรคติดต่ออื่น)<br><strong>พนักงานต้อนรับก็จะเป็นคนที่ต้องสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนถึง 88%</strong> <strong>แถมร่างกายยังต้องปรับสภาพตามเวลาประเทศที่บินไป </strong>และบางรายพบอาการปวดหลังที่เกิดจากการยกของหนักเป็นประจำจนกระดูกสันหลังคด นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยจากทีมวิจัยของสหรัฐ ฯ ระบุว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน <strong>เสี่ยงที่จะเป็น “มะเร็งผิวหนัง” มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า </strong>เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่แทรกซึมในตัวเครื่องอีกด้วย<br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.admissionpremium.com/airline/news/3631" />
         <pubDate>2021-09-15 06:04:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741798507</guid>
      </item>
      <item>
         <title>19 กัลย์กมล วิวัฒนนันทกุล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741799221</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ "<strong>Call Center</strong>"<br>หลายคนคิดว่า อาชีพ <strong>Call Center</strong> เป็นอาชีพที่ทำงานสบาย นั่งอยู่ในห้องแอร์ตลอดวันแต่ความจริงแล้ว <strong>Call Center</strong> เป็นอาชีพที่ท้าทายและต้องตื่นตัวตลอดเวลา เพราะต้องมีทักษะในการเจรจาที่ดี มีความอดทน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี <strong>Call Center</strong> จึงเป็นอาชีพบริการที่แบกรับความกดดันสูง อีกทั้งลักษณะงานยังต้องนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้เสี่ยงต่อโรคได้โดยไม่รู้ตัว<br><strong>1. โรคออฟฟิศซินโด </strong>เป็นโรคยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะงานที่ต้องนั่งนานๆ ไม่มีการเคลื่อนไหว จึงเสี่ยงต่อโรคนี้ได้ง่าย จึงควรเปลี่ยนอริยาบถบ่อยๆ<br><strong>2.โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ</strong> <a href="https://th.jobsdb.com/th/search-jobs/call-center/1">พ</a>นักงานCall Center ต้องนั่งทำงานนานๆ ยิ่งช่วงเวลาเที่ยงที่คนใช้บริการมาก บางคนอาจกลั้นปัสสาวะเพื่อรับผิดชอบงานตรงหน้าก่อน จึงเป็นสาเหตุของโรคนี้ ดังนั้นจึงไม่ควรอั้นปัสสาวะ<br><strong>3.โรคตาพร่ามัว </strong>สาเหตุเกิดจากลักษณะงานต้องใช้สายตาเพ่งหน้าจอหลายชั่วโมงติดต่อกัน ดังนั้นควรละสายตาจากหน้าจอบ้าง<br><strong>4.โรคซึมเศร้า&nbsp;</strong>อาชีพที่ต้องแบกรับความกดดันมากๆ อาจทำให้เครียดโดยไม่รู้ตัว โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง “เซโรโทนิน” จึงควรหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง<br><strong>5.โรคอ้วน&nbsp;</strong>การทำงานในอิริยาบทเดิมๆ ไม่เพียงแต่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าง่าย ยังทำให้ระบบเผาผลาญต่ำอีกด้วย เพราะร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว ทำให้บางคนเน้นทานอาหารที่หาได้ง่าย เร็ว แต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการสักเท่าไหร่ ทานซ้ำๆ ติดต่อกัน จนเกิดการสะสมได้ ดังนั้นจึงควรหาเวลาเผาผลาญและทานอาหารที่เป็นประโยชน์ให้มากขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://th.jobsdb.com/th-th/articles/call-center-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A5%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/" />
         <pubDate>2021-09-15 06:04:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741799221</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พรรณกมล ศรีสวัสดิ์ 12 ( แอร์โฮสเตส )</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741800098</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคกระดูกพรุน</div><div>ด้วยการทำงานที่ต้องยกของหนัก เอื้อมหยิบเก็บของบนที่สูง เข็นรถและเสิร์ฟอาหารเป็นประจำ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ บ่า สะบัก หัวไหล่ รวมไปถึงท่อนแขนได้อีกด้วย&nbsp;<br><a href="https://www.sarirarak.com/single-post/2017/08/17/5-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A-%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94-%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%AD%E0%B8%A1">https://www.sarirarak.com/single-post/2017/08/17/5-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A-%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94-%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%AD%E0%B8%A1</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-15 06:05:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741800098</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพ ผู้ใช้แรงงาน / กัญญาณัฐ ตั้งสัจจะ 23</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741800330</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/l5faq4jCtT8" />
         <pubDate>2021-09-15 06:05:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741800330</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นักบิน เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741809760</link>
         <description><![CDATA[<div>ฐิติชญา หาสังฆ์ 4/3 เลขที่ 5<br><strong>ผลการวิจัยตีพิมพ์ลงในวารสารสมาคมแพทย์โรคผิวหนังอเมริกัน เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าผู้ที่ทำงานเป็น</strong><a href="http://www.sanook.com/campus/1377829/"><strong>นักบิน</strong></a><strong> และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า<br></strong>งานวิจัยดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์รวบรวมงานศึกษาวิจัยจำนวน 19 ชิ้น ที่มีกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 266,000 คน พบว่าอัตราการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังของนักบินมีสูงกว่าบุคคลที่ใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไปราว 2.21 ถึง 2.22 เท่าตัว ขณะที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะสูงกว่าคนทั่วไปอยู่ราว 2.09 หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยราว 2 เท่าของคนทั่วๆ ไป โดยรายงานระบุว่าอัตราการเกิดโรคดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรังสีอัลตราไวโอเลตที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างห้องนักบิน และหน้าต่างตัวเครื่องเข้ามาภายใน ขณะที่เครื่องบินบินอยู่ในระดับสูง<br><br></div><div>นักวิจัยระบุว่า ระดับความเข้มข้นของรังสีอัลตราไวโอเลตในระดับความสูง 30,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นระดับความสูงที่เครื่องบินโดยสารส่วนใหญ่ใช้บินนั้นจะมีอันตรายกว่าบนพื้นผิวโลกถึง 2 เท่า และระดับความเข้มข้นนั้นจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกในกรณีที่เครื่องบินบินผ่านกลุ่มเมฆหนาซึ่งส่งผลให้แสงแดดสะท้อนเข้ามาในตัวเครื่องบินเพิ่มมากขึ้นถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ จากผลการวิจัยดังกล่าวนักวิจัยระบุว่า แม้ว่ากลุ่มอาชีพนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะทราบดีถึงความเสี่ยงในการทำงานเกี่ยวกับรังสีไอออนไนซ์<br><br></div><div>แต่อันตรายซึ่งเกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตนั้นยังไม่ได้รับการยอมรับกันว่าเป็นความเสี่ยงของงานอาชีพที่ต้องทำงานบนเครื่องบิน<br><br></div><div><strong><br></strong><br></div><div><br><strong><br><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1287400282/49d9dad9021ca083cf58952dfac5b5f8/image.png" />
         <pubDate>2021-09-15 06:10:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741809760</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมเคมี โรคจากสารพิษตะกั่ว พิชชากร คชาพงษ์ 4/3 เลขที่ 14</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741812781</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>การทำงานในสถานประกอบกิจการในโรงงานอุตสาหกรรม กิจการขนส่ง การก่อสร้าง การบริการ หรืองานด้านเกษตรกรรม ซึ่งผู้ทำงานต้องสัมผัสกับสภาพการทำงาน สภาพแวดล้อมที่ผิดปกติ จึงทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือการเจ็บป่วย โดยสาเหตุอาจมาจากการสัมผัสกับสารเคมีหรือเชื่อโรคที่แพร่กระจายอยู่ในสภาพแวดล้อมของการทำงาน ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพดังกรณีตัวอย่างโรค อันเนื่องมาจากการทำงาน ดังนี้โรคจากพิษของสารตะกั่วอุตสาหกรรมที่มีการใช้สารตะกั่ว เช่น ใช้ในโรงงานทำแบตเตอรี่ ใช้บัดกระโลหะ ชุบสังกะสีใช้เป็นส่วนผสมของยาฆ่าแมลง และตะกั่วอินทรีย์ในรูปของเตตราเอททีลเลดและเตตราเมททีลเลดใช้เป็นตัวกันน็อกของเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบโดยผสมในน้ำมันเบนซิน เป็นต้น1)&nbsp; &nbsp; &nbsp; อาการเมื่อได้รับสารตะกั่ว ตะกั่วเข้าสู่ร่างกายได้โดยการกิน ดูดซึม การหายใจ เมื่อสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปสะสมในกระดูก ในระบบการไหลเวียนของโลหิต สะสมในกล้ามเนื้อจนเกิดอาการเป็นพิษ ทั้งแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง1.1) อาการแบบเฉียบพลัน อาการทั่วไปของผู้ป่วยที่ได้รับสารตะกั่วในปริมาณสูงทันทีทันใด จะเกิดอาการปวดศีรษะ ปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดบริเวณรอบสะดือ มีรสหวานในปาก เบื่อ อาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายการมีอาการทางสมอง ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้1.2) อาการแบบเรื้อรัง อาการที่ผู้ป่วยรับปริมาณสารตะกั่วเข้าไปเป็นประจำ ตลอดระยะเวลาการทำงาน สามารถสังเกตได้ คือ ร่างกายอ่อนแอ หมดแรง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มึน ผอมซีด เบื่ออาหาร ท้องผู้ ท้องเดิน ปวดท้อง เป็นตะคริวบริเวณท้องเป็นระยะๆ อาการทางกล้ามเนื้อข้อมือห้อย เท้าห้อย มือสั่น ริมฝีปากสั่น กระตุก เป็นตะคริวบริเวณขา น่อง แขนขาลีบ เป็นอัมพาต2)&nbsp; &nbsp; &nbsp; ระดับอันตรายและการควบคุมป้องกัน2.1) ระดับอันตราย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานกำหนดค่ามาตรฐานของตะกั่วและสารประกอบอนินทรีย์ของตะกั่วที่ยินยอมให้มีอยู่ในบรรยากาศ การทำงานตลอดระยะเวลาการทำงาน มีได้ไม่เกิน 0.20 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของอาการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยการตรวจเลือดในระดับตั้งแต่ 60 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป ถ้ามีอาการให้วินิจฉัยว่าเป็นโรคพิษตะกั่ว&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br>ผลการตรวจเลือดในระดับต่ำกว่า 60 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร แม้จะมีอาการหรือไม่มีอาการก็ตาม ถ้าผลการทดสอบมีผลบวก ให้วินิจฉัยว่าเป็นโรคพิษตะกั่ว2.2) วิธีการป้องกัน การป้องกันอันตรายจากสารตะกั่วใช้หลักการป้องกันอันตรายจากสภาพแวดล้อม ดังนี้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;1. ลดปริมาณตะกั่วที่ฟุ้งกระจายในบริเวณสถานที่ทำงาน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;2.ติดตั้งระบบระบายอากาศ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br>3.เก็บรวบรวมฝุ่น ไอระเหยและทำการขจัดให้ถูกวิธี&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>4.สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเมื่อต้องทำงานสัมผัสกับตะกั่ว&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.ให้องน้ำให้คนทำงานทำความสะอาดร่างกาย&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br>6.ให้คนงานรักษาอนามัยส่วนบุคคล เช่น ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ห้ามดื่มน้ำและสูบบุหรี่ภายในสถานที่ทำงาน เป็นต้น&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br>7.มีการตรวจวัดปริมาณตะกั่วในบรรยากาศการทำงานเป็นประจำ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 8.มีการตรวจสุขภาพประจำปี ในระยะที่เสี่ยงมากต้องตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน<a href="https://sites.google.com/site/30917macchiato/home/khwam-plxdphay-ni-kar-prakxb-xachiph-ni-chumchn/rokh-cak-kar-thangan">https://sites.google.com/site/30917macchiato/home/khwam-plxdphay-ni-kar-prakxb-xachiph-ni-chumchn/rokh-cak-kar-thangan</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/30917macchiato/home/khwam-plxdphay-ni-kar-prakxb-xachiph-ni-chumchn/rokh-cak-kar-thangan" />
         <pubDate>2021-09-15 06:12:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741812781</guid>
      </item>
      <item>
         <title>no.15 นส.พิมพ์ธิดา พิมพ์ศรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741850170</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ช่างเชื่อม <br></strong>โดยปกติแล้วนั้น อาชีพช่างเชื่อมจะต้องเกี่ยวข้องกับสารเคมี ไฟฟ้าและรังสีต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งคุกคาม โดยคุกคามทางไหนบ้าง ก็ได้แก่ <br><strong><em>คุกคามทางกายภาพ <br></em></strong>ก็คือพวกรังสีไฟฟ้าต่างๆที่ประกอบมากับขณะที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการทำงาน แสงต่างๆ ไรงี้ <br><br><strong><em>คุกคามทางเคมี <br></em></strong>ก็เป็นพวกสารตะกั่วต่างๆ โลหะหนักที่ต้องเชื่อม พวกแก๊สพิษต่างๆ <br><br><strong><em>คุกคามทางการยศาสตร์</em></strong><em> <br></em>ในการเชื่อมก็จะมีการที่จะต้องก้มตัว เอี้ยวตัว ย่อตัว คุกเข่า ยืนนานๆ ถือเครื่องมือเชื่อมหนักๆ เกร็งเป็นเวลานาน หรือเข้าไปเชื่อมในที่แคบ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อ กระดูกเราอาจได้รับบาดเจ็บ อักเสบได้ หรืออาจเกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ขณะเชื่อม ได้<br><br><strong><em>คุกคามทางจิตวิทยาสังคม<br>&nbsp;</em></strong>ด้วยในประเทศไทยนั้นเศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด ช่างเชื่อมที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในโรงงาน เป็นช่างที่มาเปิดร้านเชื่อมของตัวเองนั้นอาจจะทำให้รายได้ไม่ได้เข้ามาตลอด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคเครียดได้ <br><br>โดยโรคที่ช่างเชื่อมอาจจะเป็นได้นั้นมีมากมายเลยทีเดียว&nbsp; โดยเฉพาะ<strong>ระบบทางเดินหายใจ</strong> เพราะอาจได้สูดดมควันที่ได้จากการเชื่อม โดยควันที่เกิดจากการเชื่อมมีส่วนประกอบของโลหะออกไซด์และสารเคลือบบนลวดเชื่อม ซึ่งฟูมที่เกิดขึ้นมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับโลหะที่เชื่อม เช่น <em>โครเมียม นิกเกิล&nbsp; แมงกานีส เบอริลเลียม โคบอลต์&nbsp; ตะกั่ว สังกะสี </em><br>อาจทำให้เกิด<strong>ไข้ไอโลหะ</strong>ได้ <strong>มะเร็งปอด พิษต่อระบบประสาท <br>ระบบภูมิคุ้มกันขัดข้อง <br></strong>หรืออาจเกิด<strong>ไฟฟ้าช็อต</strong> เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในการเชื่อม ซึ่งถ้าไม่ระมัดระวัง จะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงจนถึงกับเสียชีวิต<br>มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อ<strong>ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ</strong>ได้ เป็นผลมาจากการ<strong><em>คุกคามทางการยศาสตร์&nbsp; </em></strong>และอาจเกิดโรคเครียดได้ เกิดการกดดันเรื่องรายได้ค่ะ&nbsp; <br><br><em>โดยผลกระทบที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงส่วนน้อยที่อาจจะเกิดกับอาชีพช่างเชื่อม ยังมีผลกระทบทางด้านสุขภาพกายสุขภาพใจอีกมากมายที่ดิฉันยังไม่ได้บรรยายค่ะ หากต้องการศึกษาเพิ่มเติม เชิญที่ลิ้งที่แปะไว้ให้เลยค่ะ<br></em><br>แหล่งอ้างอิง<br>https://www.summacheeva.org/article/welder<br>https://thermal-mech.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1/<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1347179942/d4e9a6b04ea311333d37261a579ae60e/image.png" />
         <pubDate>2021-09-15 06:30:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1741850170</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุพิชญา 7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1742722491</link>
         <description><![CDATA[<div>พยาบาล โรคที่อาจเกิดวัณโรคปอด (Tuberculosis)<br>ลักษณะที่สำคัญคือ โรคติดเชื้อแบคทีเรีย มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิสที่อาจเกิดโรคที่อา ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง<br>ผู้ที่ทำงานในสถานประกอบกิจการที่อยู่อย่างแออัด&nbsp;่</div>]]></description>
         <enclosure url="http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/75" />
         <pubDate>2021-09-15 13:28:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1742722491</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6 ณัฐจิราพร ศรีภิญโญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1743101698</link>
         <description><![CDATA[<blockquote>โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพฟรีแลน</blockquote><div><strong>&nbsp;อาการปวดหลังส่วนล่างจากการทำงาน<br></strong>&nbsp;หมายถึงอาการปวดที่เกิดขึ้นในบริเวณหลังของลำตัวตั้งแต่ระดับคอลงไปจนถึง ก้น<br>กบ (coccyx) แต่อาการปวดหลังส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในบริเวณบั้นเอวจนถึงก้นกบ&nbsp; หรือที่เรียกว่า อาการปวดหลังส่วนล่าง<br><br></div><div>การบาดเจ็บต่อโครงสร้างและเนื้อเยื่อต่าง ๆ บริเวณบั้นเอวเกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือกรณีแรกการ<br>บาดเจ็บที่เกิดจากแรงกระทำที่มากผิดปกติ กระทำต่อโครงสร้างที่ผิดปกติ เช่นจากการถูกรถชน&nbsp; และกรณีที่สองเป็นการบาดเจ็บจากแรงกระทำที่ปกติแล้ว&nbsp; โครงสร้างที่ปกติทนได้แต่โครงสร้างที่เริ่มเสื่อมทรุดโทรมแล้วทนไม่ได้&nbsp; หรือโครงสร้างส่วนนั้นยังไม่พร้อมรับแรงกระทำนั้น ๆ&nbsp; เช่นกล้ามเนื้อและเอ็นที่ยังไม่ได้รับการอุ่นเพื่อยืดหยุ่นที่เพียงพอแล้วได้รับแรงกระชากทันที&nbsp; ซึ่งอาจมีผลทำให้เกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อและเอ็นได้&nbsp; เช่น กรณีของกล้ามเนื้อเอวเคล็ดจากการทำงาน (back strain) ในกรณีของการเคลื่อนที่ของหมอนรองกระดูกสันหลัง (Herniated lumbar disc) นั้นเกิดเนื่องจากแรงอัด ภายในหมอนรองกระดูกสันหลัง สูงเกินที่ผนังหุ้มรอบหมอนรองกระดูกสันหลัง(Annulus fibrous) จะทนทานได้เกิดการฉีกขาด และส่วนหมอนตามแนวฉีกขาดนี้ออกมาซึ่งมักจะเคลื่อนสู่ตำแหน่งของรากประสาท&nbsp; เนื่องจากโครงสร้างของผนังรอบหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนนี้บางกว่าส่วนอื่น<br><br><strong>การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน</strong><br>1. ประวัติการทำงาน ลักษณะงานหรือท่าทางการทำงานที่มีกิจกรรมซ้ำในท่าเดิมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือลักษณะงานทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อหลังได้<br>2. จากประวัติและการตรวจร่างกายไม่พบสัญญาณอันตรายหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง เช่น<br>- ผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือมากกว่า 55ปี<br>- การประสบอุบัติเหตุ เช่นตกจากที่สูง<br>- อาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ<br>- ไข้และน้ำหนักตัวลด<br>-&nbsp; ตรวจร่างกายพบกระดูกสันหลังมีรูปร่างผิดปกติ<br>- พบอาการเจ็บหน้าอก<br><br>:http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/84</div>]]></description>
         <enclosure url="http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/84" />
         <pubDate>2021-09-15 15:12:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1743101698</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นักวาดรูป โรคเอ็นอักเสบข้อศอกด้านนอก น.ส.พัชรากร วิภาวีพิทักษ์  ม.4/3  เลขที่13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1748475878</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>Tennis Elbow หรือโรคเอ็นอักเสบข้อศอกด้านนอก</strong> เป็นการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอก ก่อให้เกิดอาการปวดบวมบริเวณข้อศอก แขนท่อนล่าง หรือข้อมือ ส่วนใหญ่เป็นโรคที่พบในนักเทนนิส นักกีฬาอาชีพอื่น ๆ และผู้ที่ต้องเหยียดแขนหรือกระดกข้อมือซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน<br><br><strong>อาการของโรคเอ็นอักเสบข้อศอกด้านนอก</strong></div><div>ผู้ป่วยมักเจ็บปวดและมีอาการบวมบริเวณข้อศอกด้านนอก บางรายก็ปวดแขนท่อนล่าง หลังมือ หรือข้อมือร่วมด้วย โดยอาการปวดขึ้นอยู่กับความรุนแรงในการได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอาจปวดเล็กน้อยเฉพาะตอนขยับข้อมือและแขน หรือปวดมากอยู่ตลอดเวลา</div><div><br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.pobpad.com/tennis-elbow-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%94" />
         <pubDate>2021-09-17 11:59:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1748475878</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาชีพครู</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1758828811</link>
         <description><![CDATA[<div>ชนิภรณ์ 27<br><br>1. โรคเครียด ไปจนถึงซึมเศร้า อาชีพครูเป็นอาชีพที่เหนื่อยและหนัก แต่ครูจะมีความสุขอยู่ในใจเสมอ ภาวะเครียดที่มาจากการที่ต้องรับผิดชอบทั้งลูกศิษย์และงานของครูอาจทำให้สมองล้าเป็นบางครั้งบางทีได้ แต่ถ้ายังมีแรงกดดันอยู่นานๆเช่นมีเรื่องส่วนตัวและครอบครัวด้วยก็อาจทำให้ครูประสบภาวะทางอารมณ์ได้ อาจมีอารมณ์สองขั้วหรือซึมเศร้าได้ง่าย ทางแก้ง่ายคือให้คุณครู “ออกกำลังใจ” และกิน “อาหารร่าเริง” แบบง่ายๆ<br><br>2.โรคอ้วน มาจากเรื่องการรับประทาน, การดื่มอัลกอฮอล์,ออกกำลังกายน้อยและความเครียด ดังจะเห็นว่าแม่พิมพ์ของชาติที่ต้องตรากตรำทำงานทั้งสอนหนังสือและบริหารไปด้วยจะมีความเสี่ยงข้อนี้มาก ความเหนื่อยล้าของสมองกับร่างกายจะกระตุ้นให้การรับประทานมากขึ้นเป็นลำดับ เมื่อกลับถึงบ้านก็อยากพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่อยากออกกำลังกายแล้วเพราะรู้สึกเหนื่อย เมื่อนั้นโรค“อ้วนลงพุงมฤตยู (Metabolic syndrome)” ก็จะถามหา โรคนี้ไม่ใช่แค่หุ่นไม่สวยอย่างเดียวนะครับแต่มันมีไขมันในเลือดสูง มันจุกตับและนำไปสู่ความดันสูง,เบาหวานและโรคอื่นๆได้อีกมาก<br><br>3.โรคนอนดึก คุณครูหลายท่านจำต้อง “เข้าสังคม” ซึ่งสรุปง่ายคือต้อง นอนดึก,กินดึกและอยู่ดึก ทั้ง 3 ข้อเป็นไลฟสไตล์ที่เรียกโรคภัยไข้เจ็บเป็นอย่างยิ่ง ลำพังแค่การนอนดึกก็ทำให้ “อ้วนง่าย”กินน้อยแต่น้ำหนักขึ้นเร็ว ส่วนการรับประทานดึกก็ทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อน การนอนหลับจะไม่สนิทดีนัก อาจทำให้เกิด “กรดไหลย้อน” ได้ ในกรณีที่น่าห่วงคือคุณครูที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วการนอนที่มีปัญหาอาจมีได้ตั้งแต่ หลับไม่ลึก,หยุดหายใจขณะหลับ,โรคหัวใจกำเริบ,เสี่ยงมะเร็งไปจนถึงไหลตายได้<br><br>4.โรคนอนไม่หลับ ครูบางท่านอยากนอนเร็วหัวค่ำแต่สมองกลับไม่เป็นใจปล่อยให้นอนกลิ้งไปมาตากลมอยู่ทั้งคืน อย่างนี้น่าเห็นใจ โรคนอนไม่หลับอาจเกิดได้ในครูไทย เกิดได้จากเรื่อง “วัย”และเรื่อง “งาน” โดยคุณครูที่เข้าวัยทองจะมีปัญหานี้มากหน่อยแล้วส่งผลต่อการสอนในตอนเช้ามาก น่าเห็นใจคุณครูมากที่เรื่อง “งาน” ก็อาจนำความเครียดติดสมองไปทำให้นอนไม่หลับได้ มีเทคนิคง่ายสไตล์อายุรวัฒน์คือ “จัดระเบียบสมอง” วางคววามสำคัญก่อนหลังเช่น สำคัญที่สุดคืองานสอนและงานประกันคุณภาพ สำคัญถัดมาคืองานสังคม ส่วนสำคัญท้ายสุดคืองานที่ไม่เกี่ยวข้องกับศิษย์เรา แล้วจะเบาหัวเวลานอนได้มาก<br><br>5.โรคที่เกี่ยวกับการยืน เช่นข้อเข่าเสื่อม,ปวดไขข้อและริดสีดวง ครูที่ท่านต้องยืนนานวันละหลายชั่วโมงนั้นต้องเอาใจใส่สุขภาพให้มากครับเพราะท่านมีความเสี่ยงที่จะข้อเข่าสึกได้มากกว่าคนทั่วไปโดยเฉพาะในท่านที่รูปร่างใหญ่ด้วย ขอให้เลี่ยงมาพักเข่าบ้างทุก 30 นาทีและเลี่ยงท่านั่งต่อไปนี้คือ พับเพียบ,ขัดสมาธิ,คุกเข่าหรือว่านั่งยอง ในโรงเรียนควรจัดให้มี “สุขานั่งห้อยขา” แทนที่สุขาแบบ “นั่งยอง” ไว้สำหรับครูผู้ใหญ่จะช่วยได้มากครับ ถัดมาคือเรื่อง “ริดสีดวง” ที่อาจมาระรานครูได้เวลายืนนานๆหรือต้องกลั้นการขับถ่ายบ่อยๆ ขอให้คุณครูใช้วิธีดื่มน้ำให้มากและออกกำลังบ่อยๆครับจะทำให้ลำไส้ทำงานได้ปกติดี</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-22 02:29:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1758828811</guid>
      </item>
      <item>
         <title>28 ธมลพัชร์ ภูบาล  โรคที่เกิดจากอาชีพช่างเสริมสวย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1759692439</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;สิ่งที่ช่างเสริมสวยส่วนใหญ่จะเจอ มักอยู่ใน<strong>กลุ่มโรคที่เกิดขึ้นจากสารเคมี (Diseases caused by chemical agents)</strong><em>โรคที่ยกขึ้นมานี้ เป็นโรคเกี่ยวกับการได้รับสารเคมี</em>&nbsp; อาชีพช่างผมซาลอนนับเป็นหนึ่งอาชีพที่เสี่ยงต่ออันตรายอย่างมาก เนื่องมาจากการพฤติกรรมการใช้ชีวิตเกือบทั้งวันที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับสารเคมีที่มาจากน้ำยาต่างๆ ที่ใช้ภายในร้านซาลอนนั่นเองอาทิเช่น น้ำยาย้อมผม น้ำยาดัดผม และสเปรย์ที่ใช้ฉีดจัดแต่งทรงผม โดยเมื่อช่างผมได้รับสารเคมีเหล่านี้อยู่เสมอ ผลกระทบอาจยังไม่เกิดขึ้นทันที แต่สารเคมีจะเข้าไปก่อตัวสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายต่างๆ&nbsp;<br> &nbsp;<br>ตัวอย่างสาร สารเคมีในยาโกรก<br>http://oldweb.pharm.su.ac.th/Chemistry-in-Life/d010.htm</div><div><br></div><div>วิธีการป้องกันสารเคมีของช่างทำผม คือ<br>1.ช่างทำผมควรจะสวมใส่ถุงมือและใส่หน้ากากป้องกันสารเคมีไว้ขณะปฎิบัติงาน&nbsp;<br>2.ปรับปรุงร้านให้มีการระบายอากาศที่ดี เช่น ติดตั้งพัดลมดูดอากาศ เพื่อไม่ให้มีสารเคมีตกค้างอยู่ในอากาศภายในที่ทำงานมากเกินไป&nbsp;<br>3.การป้องกันเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าในร้านซาลอนไม่มีสารเคมี แนะนำให้ลองหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สารเคมีน้อย ซึ่งร้านทำผมที่หันมาใช้วิธีนี้ก็มักจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาตินั่นเอง ซึ่ง NATULIQUE สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ&nbsp;<br>&nbsp;<br>ผลวิจัย<br>https://he01.tci-thaijo.org/index.php/phn/article/download/48334/40147/<br>หน้าที่ 7 บอกถึงปัญหาสุขภาพอย่างชัดเจน<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1362024882/d0c572c59a9f39e371e1405bec95bce0/119479175_2826848130932628_8197235167412717915_n.jpg" />
         <pubDate>2021-09-22 11:10:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1759692439</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซลล์แมน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1774097053</link>
         <description><![CDATA[<div>เซลล์แมนจะมีปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (MPS) เนื่องจากมีพฤติกรรมการยกของของหนัก ขับรถเป็นเวลานาน ใช้คอมพิวเตอร์ คุยโทรศัพท์ ใช้สมาร์ทโฟนต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นข้อ หัวไหล่ ข้อมือ และอาจจะมีอาการของนิ้วล็อคร่วมด้วยได้<br><strong>อาการ</strong></div><ul><li><a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/">ปวดร้าว</a>ลึกๆ (Deep dull aching) เช่น <a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>บริเวณ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%81/">สะบัก</a> จะ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>คล้าย<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%81/">สะบักจม</a></li><li><a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A-%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/">ปวดร้าว</a> (Referred pain) <a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0">อาการ</a><a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>ของ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81">กล้ามเนื้อ</a>แต่ละตำแหน่งจะมีลักษณะเฉพาะ เช่น <a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0">โรค</a>เกิดที่<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81">กล้ามเนื้อ</a>หลังมัดที่ชื่อว่า Trapezius (โดยเฉพาะในบริเวณส่วนตอนต้นๆของ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81">กล้ามเนื้อ</a>) จะ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>บริเวณก้านคอ ขมับ กรามล่าง และครอบคลุมถึงบริเวณศีรษะ เป็นต้น</li><li>ความรุนแรงของ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0">อาการ</a> มีได้ตั้งแต่<a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2/">ปวดเมื่อย</a>น่ารำคาญ จนถึง<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>รุนแรง</li><li>เวลาที่<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a> มีทั้ง<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>ตลอดเวลา หรือ <a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>เฉพาะเวลาใช้งาน</li><li>ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปที่เกิดร่วมกับอาการปวด เช่น ชาที่<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87/">ผิวหนัง</a> แต่เป็นเพียงความรู้ สึก โดยแพทย์จะตรวจไม่พบความผิดปกติเหล่านี้</li><li><a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2/">อุณหภูมิ</a>ที่<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87/">ผิวหนัง</a>บริเวณ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>จะเย็นลง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามือเท้าเย็น เหมือน<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7/">เลือด</a>ไหล เวียนไม่ดี</li></ul><div>โดยกลุ่มอาการเหล่านี้ มีทั้ง<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>แบบเฉียบพลันและ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87">เรื้อรัง</a> คือ</div><ul><li>กลุ่มเฉียบพลันจะ<a href="http://haamor.com/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94">ปวด</a>มานานไม่เกิน 2 เดือน</li><li>กลุ่มกึ่งเฉียบพลัน <a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0">อาการ</a>จะเป็นมาประมาณ 2-6 เดือน</li><li>และกลุ่ม<a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87">เรื้อรัง</a> <a href="http://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0">อาการ</a>มักเกิดนานมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป</li></ul><div><strong>ปัจจัยที่ทำให้เกิด</strong></div><ul><li>การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Trauma) ประกอบด้วย Macrotrauma เช่นการเกิด sprain ของกล้ามเนื้อและ Microtrauma ซึ่งเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ของกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งอย่างมากเกินไป (Repetitive Overload)</li><li>การที่ร่างกายอยู่ในท่าทางใดท่าทางหนึ่งนานจนเกินไป ทำให้เกิดลักษณะของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุล (Muscle Imbalance) ประกอบด้วย</li></ul><div>- ปัจจัยภายใน เช่น posture ที่ไม่เหมาะสม สภาพร่างกายที่ลักษณะของการผิดรูปหรือมีแนวลำตัวที่ผิดปกติ เช่น scoliosis</div><div>- ปัจจัยภายนอก เช่น ท่าทางที่ไม่เหมาะสมจากการทำงาน</div><ul><li>การมีรากประสาทได้รับการกดทับ (Nerve Root Compression)</li><li>การมีการอักเสบของเส้นประสาทจากการกดของรากประสาท อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทนั้นๆตามมาได้</li><li>สภาวะผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ</li><li>สภาวะความเครียด วิตกกังวล จะส่งผลทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อได้ง่าย</li><li>โรคทางระบบต่อมไร้ท่อ เช่น การขาดฮอร์โมนไทรอยด์ การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน</li><li>ภาวะขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบี วิตามินซี การขาด folic</li></ul><div><strong>การรักษา</strong><br>- การประคบร้อน<br>- การนวด<br>- การรักษาด้วยคลื่นเสียง (Ultrasound)<br>- การรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shock wave therapy)<br>- การรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า<br>- การยืดกล้ามเนื้อ<br>- การทานยา<br>น.ส.จิรัชญา เทพทอง 4_3_26<br><br></div><div><br><br></div><div><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/B_lFJlfPzHo" />
         <pubDate>2021-09-28 10:03:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1774097053</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัณฑารีย์ ลิมป์พิทักษ์พงศ์ เลขที่ 29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1774867953</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/403">http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/403</a><br><br>ปัญหาโรคและภัยสุขภาพในกลุ่มเกษตรกร</div><div>&nbsp;</div><ol><li><strong><br>ปัญหาโรคและภัยสุขภาพในกลุ่มเกษตรกร<br></strong><br></li></ol><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผลการสำรวจในปี 2557 มีผู้มีงานทำทั้งสิ้น 38.4 ล้านคน เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ 22.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 57.6 และที่เหลือเป็นแรงงานในระบบ 16.3 ล้านคน &nbsp; คิดเป็นร้อยละ 42.4 ซึ่งแรงงานนอกระบบจำนวนมากกว่าครึ่งทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรมโดยมีจำนวนถึง 11.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 56.9 ของแรงงานนอกระบบทั้งหมด และเนื่องจากเกษตรกรมีลักษณะของการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 6 ด้าน ดังนี้<br><br></div><div><strong>1) ทางเคมี </strong>การใช้สารเคมีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาการที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน ตั้งแต่อาการเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิต ขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณ และทางเข้าสู่ร่างกายของสารเคมี<br><br></div><div><strong>2) ทางชีวภาพ </strong>การทำงานในภาคเกษตรมีโอกาสได้รับอันตรายจาก ปัจจัยทางชีวภาพและมีความเสี่ยงสูงต่อโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ยกตัวอย่าง เช่น โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิสไข้หวัดนก โรคแอนแทรกซ์ รวมถึง การบาดเจ็บจากการถูกสัตว์ร้ายกัด งูหรือสัตว์มีพิษ กัดต่อยเป็นต้น<br><br></div><div><strong>3) ทางกายภาพ </strong>การทำงานในภาคเกษตร มีโอกาสได้รับสิ่งคุกคาม เช่น การทำงานในที่มีอากาศร้อน ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำจากเหงื่อออกมากเกินไป อ่อนเพลีย หมดสติ เป็นลมแดด และอาจเสียชีวิตได้<br><br></div><div><strong>4) เออร์โกโนมิคส์ </strong>ท่าทางและสภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ และอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในเกษตรกรส่วนใหญ่<br><br></div><div><strong>5) ทางจิตวิทยาสังคม </strong>ความเครียดจากการประกอบอาชีพมักเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม เช่น จากราคาผลผลิตตกต่ำ ไม่ได้ผลผลิตตามที่คาดหวังไว้ จนเป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการซึมเศร้า หรือพยายามฆ่าตัวตาย หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เช่น อาจป่วยเป็นโรคกระเพาะ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น<br><br></div><div><strong>6) อุบัติเหตุจากการทำงาน </strong>เช่น อุบัติเหตุจากการใช้เครื่องจักร ถูกบาดจากของมีคมตกจากต้นไม้ ฯลฯ<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/403" />
         <pubDate>2021-09-28 14:36:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1774867953</guid>
      </item>
      <item>
         <title>20 ศศิกาญย์ นาคะไพบูลย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1777718759</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคหอบหืดจากการประกอบอาชีพ (Occupational asthma)<br></strong><br></div><div>เกิดจากการทำงานสัมผัสกับสารก่อโรคในที่ทำงาน ซึ่งอาจเป็นการสัมผัสสารกลุ่มน้ำหนักโมเลกุลต่ำ เช่น สารยึดติด สารเคลือบต่าง ๆ สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตโพลิเมอร์ ผลิตอีพอกซีย์ และไอที่เกิดจาก การชุบเชื่อมโลหะต่าง ๆ การสัมผัสสารก่อโรค&nbsp; ชนิดน้ำหนักโมเลกุลสูง&nbsp; เป็นสารที่เกิดจากผลผลิตทางชีวภาพ ได้แก่ เชื้อรา แบคทีเรีย แมลง พืช ต่าง ๆ เช่น เครื่องเทศ กาแฟ ละหุ่ง&nbsp; ถั่วเหลือง เกสรดอกไม้ แป้ง เป็นต้น<br><br></div><div><strong>ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง</strong><br>ได้แก่ผู้ที่ทำงานสัมผัสกับสารก่อโรค อุตสาหกรรมการผลิตสานยึดติด&nbsp; อีพอกซีย์ งานเคลือบ ฉาบผิว วัสดุด้วยแลคเกอร์ หรือโพลียูรีเธน งานเชื่อม บัดกรีโลหะ งานทา พ่นสีรถยนต์ อาชีพที่เสี่ยงจากการสัมผัสสาร ก่อโรคชนิดน้ำหนักโมเลกุลสูงได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตอาหาร อุตสาหกรรมผลิตกาแฟ อุตสาหกรรมการผลิตแป้ง ขนมปัง การทำเฟอร์นิเจอร์<br><br></div><div><strong>อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย</strong><br>ลักษณะสำคัญของการเกิดโรคคือ การเกิดการอักเสบของหลอดลม และมีภาวการณ์หดเกร็งของหลอดลม เนื่องมากจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้จากสภาพแวดล้อมการทำงาน<br><br></div><div>อาการแบบเฉียบพลัน<br>&nbsp;มีอาการหอบทันทีที่สัมผัสสารก่อโรค&nbsp; เกิดหลอดลม หดเกร็ง อย่างรุนแรงมากที่สุดในระยะ 10- 30 นาที แล้วค่อย ๆ ดีขึ้น<br><br></div><div>อาการแบบล่า&nbsp;<br>&nbsp;เกิดหลอดลมอุดกั้นหลังสัมผัสสารก่อโรค ในระยะ 3- 8 ขั่วโมง และมีหลอดลมเกร็งอย่างรุนแรงในระยะเวลานาน<br><br></div><div>กลุ่มอาการทางหายใจมีปฏิกิริยาผิดปกติ&nbsp;<br>มีอาการหอบเรื้อรังหลังกายใจรับ ไอ ควัน ของสารก่อโรคที่มีฤทธิ์ระคายเคืองอย่างรุนแรงเข้าไป เช่น ควันไฟ กรดไนตริก ฯลฯ<br><br></div><div><strong>การวินิจฉัยเพื่อการรายงาน</strong><br>1. ประวัติอาชีพหรือลักษณะงานที่เสี่ยงต่อการสัมผัสสารก่อโรค ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป<br>2. มีอาการหอบเกิดขึ้นหรืออาการหลังทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีสารก่อโรค<br>3. มีอาการเข้าได้กับโรคหืดที่มีสาเหตุมาจากการสัมผัสสารก่อโรค<br>4.มีการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการที่เข้าได้กับโรคหืด</div><div><strong>การเกิดโรคนี้ทำให้มีผลต่สภาพร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก ผลที่เกิดขึ้นกับร่างกายเป็นอันตรายอย่างมากตามสิ่งที่กล่าวเอาไว้บนข้างต้น และผลที่เกิดขึ้นกับจิตใจคือ ความรู้สึกทรมานในจิตใจว่าเมื่อไหร่จะหาย อึดอัดไม่สะบายใจ และแน่นอนต้องมีความกังวลเป็นอย่างมากค่ะ</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/81" />
         <pubDate>2021-09-29 11:47:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1777718759</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนัญญา สอนใย ม.4/3 เลขที่8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1781584174</link>
         <description><![CDATA[<div>⊹ โรคผิวหนังจากสารเคมี&nbsp; ˚ ༘♡ ·˚ ₊˚ˑ༄ؘ<br>นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคผิวหนังที่เกิดจากสารเคมี เป็นโรคที่พบบ่อยมากในกลุ่มผู้ที่ทำงานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม และอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้วัสดุและสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังอย่างแพร่หลาย มีการใช้งานที่ไม่เหมาะสม หรือหากสัมผัสถูกผิวหนังโดยตรงโดยไม่มีเครื่องป้องกัน จะทำให้เกิดการระคายเคืองเกิดผื่นคันภูมิแพ้ที่ผิวหนัง และอาจเป็นโรคผิวหนังได้<br><br>เช่น&nbsp;</div><ol><li>คนงานก่อสร้างที่ผสมปูนซีเมนต์<br><br></li><li>คนงานในโรงงานที่เกี่ยวข้องกับโลหะ เครื่องหนัง ยางสีย้อมผ้า กาวพลาสติก เส้นใยแก้ว สีพ่น รวมทั้งน้ำมันเบนซิน และน้ำมันเครื่อง<br><br></li><li>คนที่ต้องทำงานสัมผัสกับอุปกรณ์ที่ทำจากโลหะชุบนิกเกิล งานอุตสาหกรรมทำเครื่องหนัง ดอกไม้พลาสติก<br><br></li><li>เกษตรกรที่ต้องใช้ปุ๋ยสารกำจัดแมลงศัตรูพืช</li></ol><div><br><br></div><div>// แหล่งอ้างอิง //<br><a href="https://www.sanook.com/health/11653/">https://www.sanook.com/health/11653/</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-30 14:29:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1781584174</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นันทรัตน์ ระภาพันธ์ 4/3 9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1781948182</link>
         <description><![CDATA[<div>อาชีพพนักงานออฟฟิศ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/RJ3mDZP3oLg" />
         <pubDate>2021-09-30 16:18:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1781948182</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4 ชัญญา อาชีพโปรแกรมเมอร์/แผลกดทับ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1785527382</link>
         <description><![CDATA[<div>แผลกดทับเป็นแผลที่เกิดจากการกดทับลงไปเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังถูกทำลายแบบเฉพาะที่ เกิดเนื้อตายและแผลขึ้นมา อาจมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณปุ่มกระดูกต่าง ๆ เช่น ส้นเท้า ก้นกบ ด้านข้างสะโพก เป็นต้น<br><br><strong>วิธีการรักษาแผลกดทับ</strong></div><ol><li><strong>ลดแรงกดทับ </strong></li><li><strong>ดูแลแผล</strong>&nbsp;</li><li><strong>การตัดเนื้อตาย</strong></li></ol><div><a href="https://www.bangkokhospital.com/content/pressure-ulcers">https://www.bangkokhospital.com/content/pressure-ulcers</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bangkokhospital.com/content/pressure-ulcers" />
         <pubDate>2021-10-02 05:28:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ae_pagamas/bj7ryrf16okfyjot/wish/1785527382</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
