<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของรถรุ่นBugatti by 06 ณัฐกิตติ์ ประชุมพล</title>
      <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu</link>
      <description>เลขที่ 06 ณัฐกิตติ์ ประชุมพล ม.1/1</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-11-06 07:40:06 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-11-08 01:40:16 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f698.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>Bugatti type one</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777611219</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี ค.ศ. 1898 ได้สร้างปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลงบริษัทไปอย่างถาวร นั่นคือการจับเครื่องยนต์มาวางใส่ในรถจักรยานสามล้อ และนั่นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของจักรยานสามล้อของบริษัท PRINETTE &amp; STUCCI อีกทั้งยังได้นำเครื่องยนต์ดังกล่าว ไปทำการดัดแปลงเพิ่มเติม โดยตั้งชื่อว่า “TYPE ONE”</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/5f43dbfa5a8ca99e7409c25e6ed0c875/1.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:14:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777611219</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti type two</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777612409</link>
         <description><![CDATA[<p>ใน ปี ค.ศ. 1901 การสร้างสรรค์รถยนต์คันใหม่ จึงได้ถือกำเนิด “TYPE TWO” รถยนต์ 4 ล้อ วางเครื่อง 3.1 ลิตร 4 สูบแถวเรียง กับน้ำหนักตัวถังเพียง 650 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดได้ 59.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งได้ทำการเปิดตัวที่ประเทศฝรั่งเศส และผลงานในครั้งนั้น ทำให้ Ettore ได้รับรางวัล จาก ACF หรือ AUTOMOBILE CLUB DE FRANCE ชมรมรถยนต์ฝรั่งเศสทันที</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/3a5874dfd011a80b4907df88397bf80f/2.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:15:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777612409</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti type 5</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777618582</link>
         <description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902 ถึงปี ค.ศ. 1904 เขาได้สร้างรถยนต์ Bugatti ขึ้นโดยระบุชื่อในเวลานั้นด้วยชื่อเดอ ดิททริช ไลเซิน บูกัตตี (De Dietric License Bugatti) และได้ตั้งศูนย์วิจัยเพื่อผลิตต้นแบบเครื่องยนต์หลายชิ้น โดยได้รับความร่วมมือกับ บริษัท ดอยซ์ (Deutz) รถที่เขาได้ออกแบบและสร้างนั้นมีมากมาย อาจกล่าวได้ว่า Ettore คือ เจ้าพ่อแห่งการสร้างสรรค์ยานยนต์อย่างแท้จริง</p><p>ผลงานความสำเร็จของเขา ก็ได้เตะตาต้องใจเจ้าของบริษัทผลิตรถยนต์ DE DIETRICH MOTOR นามว่า BARON DE DIETRICH โดย Baron ได้ทำการเซ็นสัญญากับ Ettore ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 20 ปี ในตำแหน่งดีไซเนอร์และวิศวกรของบริษัท เป็นที่มาของ “TYPE 5” หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “HERMES” ซึ่งมาพร้อมกับขุมพลังขนาด 12.9 ลิตร ตามมาด้วยรถยนต์รหัส TYPE 6 และ 7 ตามลำดับ ก่อนที่จะโดนซื้อตัวโดยบริษัท DEUTZ MOTOR COMPANY ใน ปี ค.ศ. 1907</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/c5286e088f017528d36a67998877f71a/3.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:20:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777618582</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti type 10</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777619738</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี ค.ศ. 1909 Ettore ตัดสินใจเปิดบริษัทเป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก ในนาม AUTOMOBILES ETTORE BUGATTI ภายใต้แบรนด์ BUGATTI (บูกัตติ) Ettore ได้ทำการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ภายใต้รหัส TYPE 10 โดยใช้ต้นแบบโครงสร้างรถจากบริษัทเดิม DEUTZ แต่ทำการโมดิฟายด์ใหม่ทั้งหมด โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่เมืองมอลไซม์ (Molsheim) ของเยอรมัน ในภูมิภาคแอลเซส (Alsace) ซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศฝรั่งเศส</p><p>TYPE 10 มาพร้อมขุมพลัง 1,200 CC 4 สูบ 10 แรงม้า กับน้ำหนักเพียง 365 กิลโลกรัม ด้วยความที่ตัวรถมีน้ำหนักเบา ทำให้อัตราเร่งทำความเร็วได้สูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง TYPE 10 ถือเป็นการออกแบบที่เป็นอิสระครั้งแรกของเขาและเป็น Bugatti คันแรกซึ่งเป็นการประกาศกำเนิดของแบรนด์ และแชสซี Type 10 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จและถูกนำมาใช้ในรุ่น Bugatti รุ่นต่อ ๆ มา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/e4b6c71714995b1bfdf9f93fc575a6f6/4.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:21:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777619738</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti type 13</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777624705</link>
         <description><![CDATA[<p>ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Ettore ถูกเรียกตัวไปร่วมรบจากมิลานสู่ปารีส หลังสงครามสิ้นสุดลง โรงงานของเขาได้ย้ายจากเมือง Molsheim ประเทศเยอรมัน ไปสู่ เมือง Alsace ประเทศฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ Ettore ได้นำรถยนต์ออกแสดงในงาน Paris motor show ครั้งที่ 15 เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1919 โดยจัดแสดงรถยนต์น้ำหนักเบาสามคัน ทุกคันมีพื้นฐานมาจากรถในยุคก่อนสงคราม และแต่ละคันก็ติดตั้งเครื่องยนต์ 1,368 ซีซี บนเพลาลูกเบี้ยวเหนือศีรษะแบบเดียวกันพร้อมสี่วาล์วต่อสูบ</p><p>TYPE 13 คือรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่มีตัวถังแบบรถแข่ง ออกแบบโดย Bugatti ใช้แชสซีที่มีฐานล้อ 2,000 มม. (78.7 นิ้ว) อีก 2 รุ่นคือ “Type 22” และ “Type 23” ที่มีระยะฐานล้อ 2,250 และ 2,400 มม. (88.6 และ 94.5 นิ้ว) ตามลำดับ</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/63663cb983b20bf38590ca678e176701/Pasted_59.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:25:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777624705</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti type 35</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777627318</link>
         <description><![CDATA[<p>Type 35 เป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในรุ่นรถแข่งของ Bugatti โครงสร้างของหม้อน้ำที่มีทรงโค้งของ Bugatti ได้รับการพัฒนามาจากรถยนต์ Bugatti Type 13 Brescia รถยนต์ Type 35 ประสบความสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ชนะการแข่งขันมากกว่า 1,000 ครั้งในเวลานั้น คว้าแชมป์โลกกรังด์ปรีซ์ในปี ค.ศ. 1926</p><p>หลังจากชนะการแข่งขัน 351 ครั้ง และสร้างสถิติ 47 รายการในสองปีก่อนหน้านี้ สถิติสูงสุดของรถยนต์ Type 35 เฉลี่ยชนะการแข่งขัน 14 ครั้งต่อสัปดาห์ และรถยนต์ Bugatti ใน Type 35 ได้รับรางวัล Targa Florio เป็นเวลาห้าปีติดต่อกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1925 ถึงปี ค.ศ. 1929</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/5d01ef58ae5e60697df46891a7d93fd3/Pasted_60.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:27:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777627318</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti Type 57 chassis</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777628926</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1939 ในขณะที่ทำการทดสอบรถแข่งรุ่น &nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Bugatti_Type_57#Type_57S_Tank">Type 57 tank-bodied racer</a>&nbsp; ซึ่งตัวเขาได้ออกแบบเองและเพิ่งแข่งชนะได้รางวัล <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/24_Hours_of_Le_Mans">24 Hours of Le Mans</a> ในปีนั้น อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากจักรยานที่ขี่มาตัดหน้าระหว่างรถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว ทำให้ Jean หักหลบอย่างกระทันหันและพุ่งชนต้นไม้เสียชีวิตทันทีในวัย 30 ปี ซึ่งการเสียชีวิตของเขาในครั้งนั้น นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนของ Bugatti ก่อนที่จะก้าวสู่สงครามโลกครั้งที่ 2</p><p>Type 57 Atlantic มีแนวคิดพื้นฐานมาจากรถ Aérolithe ของปี ค.ศ. 1935 ซึ่งออกแบบโดยจีน บูกัตติ (Jean Bugatti) ตัวถังเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและทนทาน รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนของจีน บูกัตติ (Jean Bugatti) นักบินชาวฝรั่งเศส จีน เมอมอส (Jean Mermoz) หนึ่งในผู้บุกเบิกด้านการบินและเป็นคนแรกที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ทางอากาศ น่าเสียดายที่ในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 1936 เขาและลูกเรือของเขาตกลงไปในมหาสมุทรแอตแลนติกหลังจากเครื่องยนต์ขัดข้อง หลังจากได้ยินข่าวที่น่าเศร้า Jean Bugatti ได้เปลี่ยนชื่อรุ่นจาก Type 57 Aérolithe เป็น Type 57 Atlantic Coupé</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/b0cf3e75fb4c09b3791d0d3d358ba352/Pasted_62.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:28:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777628926</guid>
      </item>
      <item>
         <title>TYPE 57SC ATLANTIC</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777631557</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี ค.ศ. 1936 Ettore&nbsp; ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่น TYPE 57SC ATLANTIC ซึ่งใช้ตัวถังแบบ ALUMINIUM WELDING แต่ด้วยเทคโนโลยีที่มีจำกัดในสมัยนั้น ในเรื่องของการดัดอะลูมินัม ทีมวิศวกรของแบรนด์จึงนำตัวถังจำนวน 4 ชิ้นมาประกอบขึ้นเป็นเชสซีของรถรุ่นนี้ และนั่นทำให้มันกลายเป็น Signature และจุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้ไปโดยปริยาย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/34b5e9d482e1914ebf22d32a5a8d1ca3/Pasted_58.png" />
         <pubDate>2023-11-06 08:30:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2777631557</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti type73</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779697010</link>
         <description><![CDATA[<p>หลังเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้โรงงานที่ Molsheim พังยับเยิน และประสบปัญหาทางด้านการเงิน ในช่วงสงคราม Bugatti ได้วางแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่เมือง Levallois ชานเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปารีส  Ettore ออกแบบและวางแผนที่จะสร้างรถยนต์หลายรุ่น รวมถึงรถรุ่น Type 73 และรถแข่งที่นั่งเดี่ยว Type 73C แต่สุดท้ายแล้ว ก็ทำการผลิตรถยนต์ TYPE 73 ได้เพียงแค่ 5 คัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/bcd4fef7e9dee481adea442c5256d8b9/Pasted_63.png" />
         <pubDate>2023-11-07 12:01:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779697010</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti EB110 GT</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779701012</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี ค.ศ. 1990 รถยนต์รุ่นแรกที่เผยโฉมออกมาคือ Bugatti EB110 GT มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.5 ลิตร 5 วาล์วต่อสูบ เครื่องยนต์ 60° V12 สี่เทอร์โบชาร์จเจอร์ กระปุกเกียร์ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งออกแบบโดย Paolo Stanzani วิศวกรชาวอิตาลี </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/c362977825dce84ce66f6722638b1e5d/Pasted_65_1024x579.png" />
         <pubDate>2023-11-07 12:05:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779701012</guid>
      </item>
      <item>
         <title>BUGATTI VEYRON EB 16.4</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779705437</link>
         <description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 Bugatti มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Bugatti Cars SAS ซึ่งยังคงใช้ชื่อย่อว่า Bugatti ตั้งแต่นั้นมา สำนักงานใหญ่ของบริษัทได้กลับไปตั้งอยู่ที่เมืองโมลไชม์ (Molsheim) ประเทศฝรั่งเศสอีกครั้ง โดยวันที่ 22 ธันวาคม ในปีนั้น โฟล์คสวาเกนได้จัดตั้ง Bugatti Cars S.A.S. อย่างเป็นทางการ โดยมีคาร์ล-ไฮนซ์ นอยมันน์ (Karl-Heinz Neumann) อดีตหัวหน้าฝ่ายระบบขับเคลื่อนของ VW เป็นประธาน</p><p><br/></p><p>VOLKSWAGEN GROUP นั้นถือเป็นยุครุ่งเรืองของ BUGATTI เลยก็ว่าได้ โดยได้ทำการผลิตรถที่มีราคาแพงและเร็วที่สุดในโลก นั่นคือ BUGATTI VEYRON EB 16.4 ซึ่งทำความเร็วได้สูงสุด 431.07 กิโลเมตร/ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ $1,600,000 และก็ได้ยกรถรุ่นนี้ให้เป็นของขวัญกับผู้ให้กำเนิด ETTORE BUGATTI ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 125 ปี ที่ยังคงไว้ซึ่งคอนเซปต์ “งานศิลป์แห่งยานยนต์” เป็นการ เปิดประวัติ Bugatti และเติมเต็มเรื่องราวให้มีมนต์ขลังมากยิ่งขึ้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/3de3173c944e9aef6d053686cb2aef8e/Pasted_66_1024x555.png" />
         <pubDate>2023-11-07 12:09:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779705437</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti chiron</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779706461</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี ค.ศ. 2016 Bugatti ได้สร้างรถยนต์บูกัตติ ไครอน (Bugatti Chiron) รถสปอร์ตสองที่นั่งที่มีเครื่องยนต์วางกลาง เปิดตัวครั้งแรกในงานเจนิวา มอเตอร์ โชว์ (Geneva Motor Show) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ปี ค.ศ. 2016 ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากบูกัตติ เวย์รอน (Bugatti Veyron) นับว่าบูกัตติ ไครอน (Bugatti Chiron) เป็นรถซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก โดยมีความเร็วสูงสุด 467 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวโครงสร้างของรถทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้รถมีน้ำหนักเบา มาพร้อมกับเครื่องยนต์ W ขนาด 8.0 ลิตร 16 สูบ และ เทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้กำลังถึง 1,500 แรงม้า</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/42424a389d1b6978c9006e0419bfc33e/Pasted_68.png" />
         <pubDate>2023-11-07 12:09:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779706461</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti Chiron Pur Sport</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779708026</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี 2021 Bugatti ตอกย้ำการเป็นจ้าวแห่งความเร็ว ด้วยการเปิดตัว Bugatti Chiron รุ่นอัพเกรด จำกัดจำนวนการผลิตเพียง 60 คัน ภายใต้ชื่อรุ่น Bugatti Chiron Pur Sport มาพร้อมกับขุมพลัง เบนซิน W16 ความจุ 8.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว 1,500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 163 กก.-ม. ทว่าบูกัตติจะทำการเพิ่มรอบเครื่องยนต์ให้อีก +200 รอบ/นาที ผู้ขับสามารถลากรอบไปจนสุดได้ที่ 6,900 รอบ/นาที ในขณะที่ชุดเกียร์ดูอัลคลัทช์ 7 จังหวะ จะมีการปรับอัตราทดให้ชิดขึ้น 15% เพื่อเพิ่มความจัดจ้าน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/6cfe6a31f5cfe200e8fd403545c07cf4/Pasted_70.png" />
         <pubDate>2023-11-07 12:11:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779708026</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bugatti Chiron Sport “Les Légendes du Ciel”</title>
         <author>10689_</author>
         <link>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779710566</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี ค.ศ. 2020 เดือนกันยายน Bugatti นำเสนอ Chiron Sport รุ่นพิเศษ “Les Légendes du Ciel” มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร พร้อมกับเทอร์โบ 4 ลูก ที่ผลิตกำลังขับเคลื่อนออกมาได้ 1,500 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร โดยสามารถพารถไปถึงความเร็วสูงสุดได้ที่ 420 กม./ชม.</p><p><br/></p><p>โดย Les Légendes du Ciel หรือ หรือ Legends of the Sky ซึ่งหมายถึงเหล่าตำนานบนท้องฟ้า ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อแสดงความรำลึกถึงบรรดานักแข่งรถผู้โด่งดังของ Bugatti ในศตวรรษที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เคยเป็นนักบินชั้นนำมาก่อน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 20 คัน ราคาจำหน่ายอยู่ที่  2.88 ล้านยูโร</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878285/1f907aeac55ddf4a58d043110ba2e120/Pasted_71.png" />
         <pubDate>2023-11-07 12:13:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10689_/b7rsqkwh5tw6ztuu/wish/2779710566</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
