<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>บทที่ 1 by Pop Phochakorn</title>
      <link>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9</link>
      <description>Made with an open mind</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-06-23 01:56:46 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2018-08-03 20:03:22 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/270199359</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ปัญหา</strong> ศึกษาวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่มีความสนใจในการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากแบรนด์สินค้าในปัจจุบันเกิดขึ้นมากมายแต่จะทำอย่างไรให้สินค้าสามารถขายได้ ดังนั้นการรู้ถึงความต้องการของลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต จัยเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่มีความสนการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากแบรนด์สินค้าในปัจจุบันเกิดขึ้นมากมายแต่จะทำอย่างไรให้สินค้าสามารถขายได้ ดังนั้นการรู้ถึงความต้องการของลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต<br>น.ส.เพ็ญศรี<br>รูวันมอม<br> <br>more_vert<br> เสร็จสิ้น<br>Bold<br>Italic<br>Strikethrough<br>Link<br>Highlight<br>Superscript<br>Subscript<br>Quote<br>Code<br>Math<br>Bullets<br>Numbers<br>Decrease Level<br>Increase Level<br>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ต<br><br>ปัญหา ศึกษาวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่มีความสนใจในการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากแบรนด์สินค้าในปัจจุบันเกิดขึ้นมากมายแต่จะทำอย่างไรให้สินค้าสามารถขายได้ ดังนั้นการรู้ถึงความต้องการของลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต<br>น.ส.เพ็ญศรี <br> <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-14 16:34:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/270199359</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มุมมองของเด็กสามจังหวัดภาคใต้(อิสลาม)ที่มีต่อสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์และตัดสินใจศึกษาต่อ</title>
         <author>naddi_2005</author>
         <link>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271303695</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>บทที่ 1</strong></div><div><strong>บทนำ</strong></div><div>&nbsp;</div><h1>ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา</h1><div>&nbsp;</div><div>การศึกษาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและให้ความสนใจในการศึกษาอย่างมากแม้แต่รัฐบาลเองก็สนับสนุนให้คนไทยได้มีการศึกษาระดับสูงๆเพื่อมาพัฒนาประเทศชาติการศึกษาถือเป็นพื้นฐานแห่งความสำเร็จในชีวิตและสามารถนำไปประกอบวิชาชีพเพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวตัวเองและครอบครัวในอนาคตได้ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์เป็นสถาบันที่สร้างคนให้รู้จักการเรียนรู้และทำงานเป็นตลอดระยะเวลาเวลาที่เรียนนักศึกษาได้มีรายได้เพื่อได้เลี้ยงชีพและส่งให้ครอบครัวการทำงานของนักศึกษาลงปฎิบัติกับเครือง CP ALL จำกัดมหาชน ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะมีกลยุทธ์ในการหาวิธีการที่จะให้โรงเรียนและนักเรียนกลุ่มเป้าหมายตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์โดยจะเจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังเด็กสามจังหวัดชายแดงภาคใต้ที่เป็นศาสนาอิสลาม ส่วนมากเด็กสามจังหวัดจะรู้จักในนามโรงเรียน7-ELEVEn ที่ครอบครัวหลายครอบครัวไม่อยากให้บุตรได้ศึกษาต่อเพราะคิดว่าจบมาได้ทำ7-ELEVEn ไม่สามารถทำงานอื่นได้เพราะจบจากโรงเรียน7-ELEVEn หมายถึง การทำงานต้องเล่นกับระบบใน7-ELEVEn ต้องฝึกขายของ เป็นต้น และมีบ้างกลุ่มที่เป็นรุ่นพี่ที่แนะนำในสิ่งที่ผิดๆตัวอย่าง การทำงานที่ทำงานบังคับให้เล่นสิ่งของต้องห้ามในร้าน7-ELEVEn บังคับให้มีการดื่มเหล้าช่วงมีงานเลี้ยง ถึงตัดสินใจเรียนก็เรียนไม่จบ คนสามจังหวัดโดยเฉพาะคนอิสลามจะเชื่อคนง่ายและห้ามลูกหลานยุ่งเกี่ยวกับของต้องห้าม ตามหลักการอิสลามเป็นศาสนาที่เปิดกว้างในด้านการศึกษา สินของที่ต้องห้ามในอิสลามก็มีขอบเขต&nbsp; หลายสิ่งหลายอย่างขึ้นอยู่กับตัวบุคคล</div><div>&nbsp;</div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>วัตถุประสงค์ของการวิจัย</strong></div><div>&nbsp;</div><div>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (ตัวอักษร 16 พอยต์)</div><div>1.&nbsp; เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงจากความเข้าใจของเด็กสามจังหวัดที่มีต่อสถาบันการจัดการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัญญาภิวัฒน์</div><div>2. เพื่อศึกษาความเป็นอยู่ของนักศึกษาอิสลามสามจังหวัดภาคใต้ระดับปริญญาตรีในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์</div><div>3. &nbsp; เพื่อศึกษาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่มีต่อสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์</div><div>4. เพื่อศึกษาการทำงานของนักศึกษาในร้าน 7-ELVEn หลังจากตัดสินใจเข้าศึกษาในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์</div><div>4.เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจหลักการอิสลามที่ต้องใช้ในร้าน7-ELEVEn&nbsp;</div><div>5.เพื่อให้นักศึกษาอิสลามรักสถาบัน รักองค์กรหลังจากที่ศึกษาจบหลักสูตร</div><div>&nbsp;</div><div><strong>สมมติฐานของการวิจัย (ถ้ามี)</strong></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>ปัจจัยสำคัญมีรุ่นพี่ที่เป็นศาสนาอิสลามจากสามจังหวัดที่ประสบความสำเร็จมีการงานมั่งคงมีงานทำ100%ที่จบจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ระดับปริญญาตรี ทุกศาสนาสามารถทำงานและศึกษาร่วมกันได้เข้าใจกันได้ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ให้ความอิสระแก่นักศึกษาอิสลามในการทำศาสนกิจเมือถึงเวลา ทำให้มั่นใจได้ ในการดูแลจากสถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์จึงมีผลต่อการเลือกศึกษาต่อในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์แห่งนี้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>ขอบเขตของการวิจัย</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div>1&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประชากรที่ใช้ในการวิจัย&nbsp; ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้โดยเทียบการสมัครเรียนในระยะเวลา2ปี 2รุ่นได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ใน3จังหวัดชายแดงภาคใต้ทุกโรงเรียนที่สมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อจำนวน52คนในปี2560 และ ในปี 2561โดยมีผู้สมัครสอบคัดเลือกจำนวน67คนรวมทั้งสิ้น119คน</div><div>2&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กลุ่มตัวอย่างคือประชากร จำนวน119คนจากข้อความข้างตันที่ได้สรุปมาโดยใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่ายในที่ นี้ผู้ศึกษาขอเพิ่มเป็น200คน 119คนเป็นนักศึกษาสามจังหวัดศาสนาอิสลามที่กำลังศึกษาอยู่จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์และอีก 81 คือนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่6จากทั่วโรงเรียนในสามจังหวัดโดยใช้วิธีสุ่ม</div><div>3&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประเด็นศึกษา เพื่อศึกษาปัจจัยส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อของ นักศึกษา สามจังหวัดภาคใต้ที่เป็นอิสลามระดับปริญญาตรี ในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ประจำปี2560 – 2561 และเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่6 จากโรงเรียนในสามจังหวัดภาคใต้</div><div>4&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ระยะเวลาในการศึกษาเริ่มเดือนสิงหาคมและดำเนินเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างในระยะเวลา วันที่1-20สิงหาคม 2561</div><div><strong>กรอบแนวคิด</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กรอบแนวคิด การศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี&nbsp; &nbsp; &nbsp; ของเด็กสามจังหวัดภาคใต้(ศาสนาอิสลาม) ในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผู้ศึกษาได้ใช้กรอบแนวคิดดังนี้&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตัวแปรอิสระ คือ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อ ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่</div><div>1)&nbsp; &nbsp; &nbsp; ด้านภาพลักษณ์ของสถาบัน 2) ด้านหลักสูตร และ 3) ด้านเหตุผลส่วนตัว โดยบูรณาการตัวแป</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตัวแปรตาม คือ การตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยเขียนเป็นกรอบแนวคิดการศึกษาดังแสดงในภาพที่&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:71,&quot;url&quot;:&quot;null&quot;,&quot;width&quot;:82}" data-trix-content-type="image"><img src="null" width="82" height="71"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตัวแปรต้น&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตัวแปรตาม | <strong>ปัจจัย&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>-ด้านภาพลักษณ์ของสถาบัน -ด้านหลักสูตร -ด้านเหตุผลส่วนตัว | &nbsp; การตัดสินศึกษาต่อของเด็กสามจังหวัดภาคใต้(ศาสนาอิสลาม) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์&nbsp; &nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>กรอบแนวคิดการศึกษา ที่มา : บูรณาการตัวแปรจาก Cubillo Sanchez, and Cervino, 2006<br><br></div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div>1&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาตรีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ของเด็กสามจังหวัดภาคใต้ที่เป็นศาสนาอิสลามในปี 2560-2561&nbsp;</div><div>2&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นำข้อมูลที่ได้รับมาใช้เป็นแนวทางในการแนะนำนักเรียนให้เลือกมาศึกษาต่อได้อย่างถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพครอบครัวและความเป็นอยู่ของนักเรียน</div><div>3&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจของผู้บริหารเพื่อเพิ่มจำนวนนักศึกษาที่หลากหลายพื้นที่เพื่อเรียนจบสามารถทำงานกับองค์กรได้</div><div>4&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทราบถึงข้อเท็จจริงระหว่างสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์กับความเข้าใจผิดของคนสามจังหวัดในด้ามลบ</div><div>5&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทราบถึงการการทำงานในร้าน 7-ELEVEn ที่มองว่าเป็นปัญหาเพราะทุกปัญหาสามารถอธิบายให้หัวหน้างานเข้าใจได้เกี่ยวกับเรื่องต้องห้ามในอิสลาม</div><div>6&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ลดการลาออกของนักศึกษาทวิคภาคีที่เป็นศาสนาอิสลามเมือลงปฎิบัติงานจริงในร้าน</div><div>7-ELEVEn</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;7&nbsp; &nbsp; ทำให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่มีการชัดชวนเพื่อนเพื่อเข้ามาศึกษาต่อในสถาบันแห่งนี้ได้</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;<strong>นิยามศัพท์เฉพาะ</strong></div><div><strong>กระบวนการตัดสินใจ</strong>หมายถึง การลำดับขั้นตอนในการติดสินใจเลือกศึกษาในระดับปริญญาตรีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ประกอบด้วยผู้รับข้อมูลข่าวสาร การค้นหาข้อมูล การเรียบเรียงข้อมูลข่าวสาร และ การประเมินผลทางเลือก</div><div><strong>นักเรียน</strong>ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ชั้นปี1-2ของผู้สมัครในปี2560-2561และนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่6ที่กำลังจะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในปี 2562</div><div><strong>ปัจจัยส่วนบุคคล </strong>ประกอบด้วย เพศ ประเภทโรงเรียนเดิม สาขาที่ศึกษา ศาสนา อาชีพผู้ปกครอบ และรายได้ผู้ปกครอง</div><div><strong>หลักสูตร </strong>นักเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่6ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช) และระดับวิชาชีพชั้นสูง(ปวส)ตัดสินใจศึกษาสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หมายถึงสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์เปิดสอนในหลักสูตรที่ตลาดแรงงานมีความต้องการและเป็นหลักสูตรที่มีความชำนาญในการทำงานคือประสบการณ์ระหว่างเรียนกับทำงานนักศึกษาต้องเรียนเก่ง ทำงานเป็น<br>&nbsp;นาย อับดุลเลาะ สาและ<br>61711014</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-27 18:43:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271303695</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลยุทธ์การสร้างแบรนด์องค์กรและแนวทางการปรับตัวด้านการตลาดเพื่อความอยู่รอดของสถาบันอุดมศึกษาในยุคประเทศไทย 4.0 : กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี</title>
         <author>popphochakorn</author>
         <link>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271332302</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โดย...ธนากร โพชากรณ์</strong></div><div><br><strong>บทที่ 1<br>บทนำ </strong><br><br></div><h1><strong><mark>ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา</mark></strong></h1><div>การแข่งขันทางการศึกษาในปัจจุบันของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยมีความเข้มข้นอย่างยิ่ง เนื่องจากหลายสถาบันต้องเผชิญกับปัญหาความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รอบด้าน ทั้งภาวะจำนวนผู้เข้าสมัครเรียนที่ลดลง อันเป็นผลมาจากอัตราการเกิดของจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนที่นั่งในสถานศึกษาที่มีเกินกว่าจำนวนผู้เรียน อีกทั้งภาวะการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่ทำให้รูปแบบการเรียนการสอนมีความหลากหลายจนส่งผลกระทบตามมา เช่น การเปิดสอนสาขาที่แปลกใหม่ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบันจนทำให้สาขาวิชาแบบเดิมถูกปิดไป การปรับเปลี่ยนเป็นการเรียนการสอนทางไกลเพื่อลดต้นทุนจนส่งผลต่อการปรับลดอาจารย์ผู้สอน การเปิดสอนคอร์สออนไลน์ระยะสั้นฟรีของสถาบันในประเทศที่มีชื่อเสียงอันส่งผลให้ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการศึกษาจำนวนมากเพื่อแลกกับใบปริญญา หรือแม้กระทั่งการเรียนแบบออนไลน์กับสถาบันต่างประเทศโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปนั่งเรียนจริงที่หันเหความสนใจของผู้เรียนไปจากการเลือกสถาบันในประเทศ เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกำลังสื่อให้เห็นว่าสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนักหน่วง และยังแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนในอนาคตต่อจากนี้จะเป็นผู้เลือกสถาบัน มิใช่สถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้เลือกอีกต่อไป <br><br></div><div>วิกฤตปัญหาข้างต้น สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด สถาบันเอกชนจะไปต่อได้ต้องมีกลยุทธ์ในการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นควบคู่ไปกับการพัฒนาหลักสูตรที่เป็นเอกลักษณ์และแปลกใหม่ตอบโจทย์ผู้เรียนในยุค 4.0 สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทั้งในระบบและนอกระบบนั้น ต้องปรับเปลี่ยนในเชิงโครงสร้าง ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับการบริหารสถาบันอุดมศึกษาในเชิงพาณิชย์มากขึ้น งัดกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์องค์กรทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้มีอัตลักษณ์และจุดเด่นเฉพาะทางในการผลิตบัณฑิต ตลอดจนปรับเปลี่ยนแนวทางการตลาดเพื่อช่วงชิงผู้เรียนพร้อมกับการพัฒนาบุคลากรและคุณภาพหลักสูตรให้สอดคล้องกับ แนวคิดประเทศไทย 4.0  ที่ขับเคลื่อนการเรียนรู้ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ผ่านเทคโนโลยี การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม และงานวิจัย เพื่อเป็นกำลังให้ประเทศในอนาคต งานวิจัยนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างแบรนด์องค์กรและแนวทางการปรับตัวด้านการตลาดเพื่อการอยู่รอดของสถาบันอุดมศึกษาในยุคประเทศไทย 4.0 โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นกรณีศึกษา<br><br></div><div><strong><mark>วัตถุประสงค์ของการวิจัย</mark></strong></div><div>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ <br><br></div><div>1.    เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างแบรนด์องค์กรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในยุคประเทศไทย 4.0 </div><div>2.    เพื่อศึกษาแนวทางการปรับตัวด้านการตลาดของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในยุคประเทศไทย 4.0</div><div>3.    เพื่อสรุปแนวทางการในการพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีในยุคประเทศไทย 4.0 </div><div><br><strong><mark>สมมติฐานของการวิจัย <br></mark></strong><br></div><div>การวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยได้กำหนดสมมติฐานการวิจัยไว้ 2 ข้อ ดังนี้ </div><div>1.      กลยุทธ์การสร้างแบรนด์องค์กรที่เหมาะสมมีผลต่อความอยู่รอดของสถาบันอุดมศึกษาในยุค 4.0</div><div>2.      การปรับตัวด้านการตลาดที่เหมาะสมผลต่อความอยู่รอดของสถาบันอุดมศึกษาในยุค 4.0</div><div><br><strong><mark>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย</mark></strong><strong><br></strong><br></div><div>การศึกษานี้ครั้งจะนำไปสู่คำตอบของกลยุทธ์การสร้างแบรนด์องค์กรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีและแนวทางการทำการตลาดที่เหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในยุคประเทศไทย 4.0 เพื่อสร้างความสนใจและความไว้วางใจของผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษาในการเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญา  </div><div>              </div><div><strong><mark>นิยามศัพท์เฉพาะ</mark></strong><strong><br></strong><br></div><div><strong>กลยุทธ์ (Strategy)</strong></div><div>          “กลยุทธ์” หมายถึง วิธีในการปฏิบัติที่องค์การเลือกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้องค์การสามารถบรรลุยังเป้าหมายที่กำหนดจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ (สุมาลี, 2548:23) หรืออีกนัยความหมายหนึ่งมีผู้กล่าวว่า “กลยุทธ์” เป็นรูปแบบเฉพาะของการตัดสินใจและการปฏิบัติที่ผู้บริหารใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ (Hill, 1998) หรือแม้กระทั่ง หมายถึงแผนแม่บทที่ครอบคลุมทุกกระบวนการปฏิบัติงานขององค์กร เป็นตัวกำหนดทิศทางการดำเนินงานระยะยาว และเป็นแนวทางการใช้ทรัพยากรที่มีให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างยั่งยืนและได้เปรียบทางการแข่งขัน (Schermerhorn, 2002: 203)<br><br></div><div><strong>การปรับตัว (Adaptation)</strong></div><div><strong>          </strong>“การปรับตัว” หมายถึง การปรับกายใจให้อยู่ในสังคมได้ในสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีความสุข (กันยา แสงสุวรรณ, 2536 P.50) หรืออีกนัยความหมายหนึ่ง หมายถึงการที่บุคคลสามารถขัดเกลาหรือสร้างพฤติกรรมให้เข้ากับแบบแผนของสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ให้สามารถบรรลุจุดหมายที่ต้องการ ทำให้มีชีวิตอยู่อย่างปกติสุขทั้งทางกายและจิตใจ ไม่เกิดผลเสียทั้งต่อตนเองและผู้อื่น (ลักขณา สริวัฒน์, 2554 P.105)<br><br></div><div><strong>สถาบันอุดมศึกษา (Institute of Higher Education)</strong></div><div><strong>          </strong>“สถาบันอุดมศึกษา”<strong> </strong>หมายถึง สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งอาจเรียกมหาวิทยาลัยหรือชื่ออื่นใด เช่น สถาบัน วิทยาลัย ฯลฯ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่</div><div>1.      สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 62</div><div>1.1.   กลุ่มมหาวิทยาลัย 8 แห่ง</div><div>1.2.   กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง</div><div>1.3.   กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง</div><div>1.4.   กลุ่มสถาบัน 7 แห่ง</div><div>2.      สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาล 49</div><div>2.1.   กลุ่มในกำกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา 25 แห่ง</div><div>2.2.   กลุ่มในกำกับกรุงเทพมหานคร 1 แห่ง</div><div>2.3.   กลุ่มในกำกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 23 แห่ง</div><div>3.      สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 74 แห่ง  (ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา)</div><div>ซึ่งงานวิจัยนี้มีสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ นั่นคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นกรณีศึกษา</div><div><strong> </strong></div><div><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (Suratthani Rajabhat University)<br></strong><br></div><div><strong>1.</strong>     <strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></div><div>มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ที่ 272 ถนนสุราษฎร์-นาสาร หมู่ที่ 9 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 600 ไร่ เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นตามพระราช บัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 โดยในปัจจุบันมหาวิทยาลัยเปิดสอนในระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ซึ่งมีหลักสูตรและจำนวนบุคลากร ดังนี้</div><div>1.1  คณะครุศาสตร์ </div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน 8 หลักสูตร     มีนักศึกษาจำนวน 2,244 คน </div><div>บุคลากรสายวิชาการจำนวน 80 คน         บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 11 คน</div><div>1.2  คณะนิติศาสตร์</div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน 1 หลักสูตร     มีนักศึกษาจำนวน 897 คน </div><div>บุคลากรสายวิชาการจำนวน 33 คน         บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 8 คน</div><div>1.3  คณะพยาบาลศาสตร์</div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน  1 หลักสูตร    มีนักศึกษาจำนวน 404 คน</div><div>บุคลากรสายวิชาการจำนวน 45 คน         บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 7 คน</div><div>1.4  คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ </div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน 11               หลักสูตรมีนักศึกษาจำนวน 3,161 คน บุคลากรสายวิชาการจำนวน 101 คน       บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 15 คน</div><div>1.5  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี </div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน 15 หลักสูตร    มีนักศึกษาจำนวน 2,263 คน </div><div>บุคลากรสายวิชาการจำนวน 158 คน       บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 32 คน</div><div>1.6  คณะวิทยาการจัดการ</div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน 10 หลักสูตร    มีนักศึกษาจำนวน 3,943 คน </div><div>บุคลากรสายวิชาการจำนวน 85 คน         บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 15 คน</div><div>1.7  วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว (อำเภอเกาะสมุย)</div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน 3 หลักสูตร     มีนักศึกษาจำนวน 886 คน</div><div>บุคลากรสายวิชาการจำนวน 32 คน         บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 46 คน</div><div>1.8  บัณฑิตวิทยาลัย</div><div>เปิดสอนปริญญาตรีจำนวน 11 หลักสูตร    มีนักศึกษาจำนวน 96 คน</div><div>บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 13 คน</div><div>สรุป:    มีนักศึกษารวมจำนวน 13798 คน (สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน 19 มี.ค. 61)</div><div>     มีบุคลากรสายวิชาการจำนวน 534 คน (กองการเจ้าหน้าที่ 1 ธ.ค. 60)</div><div>มีบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการจำนวน 147 คน (กองการเจ้าหน้าที่ 1 ธ.ค. 60)</div><div>มีบุคลากรสายสนับสนุนส่วนงานอื่น ๆ จำนวน 247 คน (กองการเจ้าหน้าที่ 1 ธ.ค. 60)</div><div><strong>2.</strong>     <strong>ยุทธศาสตร์การพัฒนาหลัก</strong></div><div>มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเพื่อการรับใช้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล ผลิตบัณฑิตมีคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ สามารถเรียนรู้ คิดเป็น ทำเป็น มีศักยภาพการแข่งขันด้านการวิจัย ได้รับการยอมรับในด้านการส่งเสริมความรู้ สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม และเป็นมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ยึดหลักธรรมมาภิบาลและการมีส่วนร่วม และต่อยอดการดำเนินการที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาและปรับปรุงการ จึงได้กำหนดนโยบายและแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2560 ถึง พ.ศ. 2563 ดังนี้</div><div>นโยบายที่ 1 ผลิตบัณฑิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน</div><div>นโยบายที่ 2 พัฒนาคุณภาพการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น</div><div>นโยบายที่ 3 ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น</div><div>นโยบายที่ 4 ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และภูมิปัญญาสากล</div><div>นโยบายที่ 5 พัฒนาคุณภาพอาจารย์และบุคลากรข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน</div><div>นโยบายที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการรองรับการเข้าสู่สังคมดิจิทัล (คู่มือนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ปี 2561, 2561)</div><div><strong>3.</strong>     <strong>นโยบายและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัย (Policy and Direction of University)</strong></div><div>การนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการบริหารงานมหาวิทยาลัย และสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเพื่อให้เป็นไปตามนัยแห่งความเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏที่แท้จริง ดังความต่อไปนี้</div><div>“มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏชั้นนำ ที่น้อมนำพระราชปณิธานและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นต้นแบบในการประกอบพันธกิจสู่การเป็นพลังทางปัญญา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ภายใต้การให้โอกาสกับทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” (คู่มือนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ปี 2561, 2561) โดยนัยของวิสัยทัศน์นี้ประกอบด้วย 9 คำสำคัญ ได้แก่</div><div>                    1) มหาวิทยาลัยราชภัฏชั้นนำ 2) พระราชปณิธาน 3) เศรษฐกิจพอเพียง</div><div>4) พันธกิจ                  5) พลังแผ่นดิน             6) การพัฒนาท้องถิ่นและประเทศ</div><div>7) การมีส่วนร่วม          8) การให้โอกาส           9) ทั่วถึงและเท่าเทียม</div><div><strong>4.</strong>     <strong>10 ยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย พันธกิจ และยุทธศาสตร์หลัก</strong></div><div>4.1    การปฏิรูปการเรียนการสอน (Learning Methodology Reform)</div><div>4.2    การพัฒนานักศึกษา (Student Development)</div><div>4.3    ปฏิรูปการวิจัยและนวัตกรรม (Research and Innovation Reform)</div><div>4.4    การพัฒนาบุคลากร (Staff Development)</div><div>4.5    การสร้างระบบการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา (PPCP: Public-Private Community Partnership)</div><div>4.6    ระบบงบประมาณและการจัดสรรทรัพยากรเพื่อพันธกิจ (Financing &amp; Allocation System)</div><div>4.7    อุดมศึกษาดิจิตอล (Digital Higher Education)</div><div>4.8    การจัดการศึกษาวิเทศพันธกิจ (Outbound/Frontier Education)</div><div>4.9    ปฏิรูประบบธรรมภิบาลและการบริหารจัดการ (The Reform of Management)</div><div>4.10 การจัดการศึกษาสำหรับคนทั้งมวล (Education for All, All for Education) </div><div>(คู่มือนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ปี 2561, 2561)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-28 13:12:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271332302</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อบ้านจัดสรรของผู้บริโภคในเขตนนทบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271803270</link>
         <description><![CDATA[<div>นันท์มนัส อัครพรชัยสถิต<br>6171101605<br><strong>บทที่ 1</strong></div><div><strong>บทนำ</strong></div><div><strong>ความสำคัญของปัญหา<br><br></strong> “บ้าน” เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีราคาแพงที่สุด และยังเป็นทรัพย์สินที่มีราคาแพงที่สุดในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง การซื้อบ้านหนึ่งหลังจึงอาจจะซื้อได้ครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นการเลือกและการตัดสินใจซื้อบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับผู้ที่ปรารถนาอยากจะมีบ้านเป็นคนตัวเอง แต่เนื่องจากแต่ละคนไม่ค่อยจะมีประสบการณ์หรือความรู้ในการเลือกซื้อบ้านมากนัก ด้วยความที่เป็นทรัพย์สินที่หาซื้อกันไม่บ่อย ทำให้การเลือกและตัดสินใจซื้ออาจเกิดขึ้นตามแรงจูงใจและการโฆษณาของผู้ขายเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัยและเกิดปัญหาขึ้นมากมายภายหลังการเข้าอยู่อาศัย <br><br></div><div>ดังนั้นก่อนที่จะคิดตัดสินใจซื้อบ้าน ควรจะพิจารณาหลักการในเบื้องต้นเพื่อให้บ้านที่จะซื้อเป็นที่อยู่อาศัยที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงสำหรับผู้อยู่อาศัย โดยมีวิธีเลือกซื้อที่เป็นขั้นตอนอย่างกว้างๆ ทั้งการซื้อบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือห้องชุด ดังนี้  1.การพิจารณาทำเลที่ตั้งโครงการ  หลังจากที่ผู้ซื้อประเมินกำลังเงินของตัวเองอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า รายได้ของครอบครัวเหมาะสมที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในประเภทไหน และสามารถผ่อนส่งได้โดยไม่เดือดร้อน สิ่งแรกที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติ คือ การหาข้อมูลเบื้องต้นของบ้านที่ต้องการซื้อ โดยยึดเอาทำเลที่ตั้งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกที่สุด มาเป็นข้อพิจารณาอันดับแรก ได้แก่ การเดินทางไปสถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษาของสมาชิกในครอบครัว ระบบโครงข่ายคมนาคมที่มีระบบขนส่งรองรับ ทำให้การเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวันสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งการเลือกทำเลที่ตั้งของบ้านจะพิจารณาจากความเหมาะสมกับความต้องการและวิถีชีวิตของคนในครอบครัวเป็นหลัก สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นผู้ซื้อจะสามารถหาได้จากสื่อหนังสือพิมพ์  หรือนิตยสารที่เกี่ยวกับการซื้อ-ขายบ้าน หรือในเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการข้อมูลการซื้อบ้าน ที่เพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว ในการเลือกหาโครงการในทำเลที่ต้องการ เช่น เว็บไซต์ www.GHBHomeCenter.com ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมทั้งข้อมูลจากโบร์ชัวร์โฆษณาของโครงการ และงานแสดงบ้านที่จัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ จะเป็นแหล่งที่ผู้ซื้อสามารถที่จะเก็บข้อมูลโครงการบ้านต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว<br><br></div><div>2.เลือกโครงการ และราคาที่เหมาะสม เมื่อผู้ซื้อได้ทำเลที่ต้องการแล้ว ในแต่ละทำเล จะมีโครงการที่ให้ผู้ซื้อเลือกอย่างมากมายทั้งโครงการขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก สิ่งที่จะต้องพิจารณาในขั้นตอนต่อไป คือ การพิจารณาเลือกโครงการ และราคาที่เหมาะสม สำหรับโครงการที่ดีนั้นควรจะมีสาธารณูปโภค และสาธารณูปการที่ครบถ้วน  เช่น ถนน ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายการจัดสรรที่ดินกำหนด หรือไม่  สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ  เช่น สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ หรือสปอร์ตคลับ  มีตรงตามความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่ ในบริเวณใกล้เคียงโครงการมีโรงเรียน  โรงพยาบาล หรือศูนย์การค้าหรือไม่ รวมถึง สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโครงการ เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวหรือไม่  <br>             3.บริษัทหรือเจ้าของโครงการ มีความน่าเชื่อถือมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากประวัติชื่อเสียง และผลงานในอดีต เพื่อเป็นเครื่องรับประกันในขั้นต้นว่า ผู้ซื้อจะได้บ้านที่มีมาตรฐานทั้งด้านความมั่นคงแข็งแรง และก่อสร้างบ้านให้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันอย่างตรงเวลา ในกรณีนี้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพ จะได้เปรียบกว่าผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีผลงานในการก่อสร้างเลย สำหรับเรื่องราคาเป็นสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ซื้อ จะต้องพิจารณาให้ตรงกับกำลังซื้อที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การซื้อบ้านโดยคำนึงถึงราคาที่ถูกที่สุด ไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้องเสมอไป  เพราะโครงการที่มีราคาถูกอาจจะก่อสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐาน  หรือใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำระยะการใช้งานน้อย ทำให้ชำรุดทรุดโทรมได้ง่ายเสีย ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา ในระยะยาวกว่าบ้านที่มีราคาสูง แต่ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน ดังนั้นการพิจารณาเรื่องราคาบ้าน ในโครงการประเภทเดียวกันขนาดเท่ากันจะคำนึงถึงความคุ้มค่ามากกว่า โดยพิจารณาในแง่ของราคาที่ดิน ราคาค่าก่อสร้าง และคุณภาพของตัวบ้านเป็นประเด็นหลักการเลือกโครงการ และราคาที่เหมาะสม ผู้ซื้อจะสามารถนำโครงการที่อยู่ในทำเลเดียวกันมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ในจุดต่างๆ ได้ เพื่อคัดเลือกโครงการ และบ้านที่มีราคาเหมาะสมคุ้มค่ากับการซื้อ การพิจารณาเปรียบเทียบจะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ผู้ซื้อจะตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน ในโครงการไหนราคาเท่าไหร่ โดยการเปรียบเทียบทั้งด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ สิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม ราคาซื้อขายต่อตารางเมตร คุณภาพวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ผู้ซื้อสมควรเปรียบเทียบข้อมูลจากการไปดูสถานที่ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการจริง นำมาประมวลโดยการให้คะแนนในเรื่องต่างๆ รวมทั้งการปรึกษากับสมาชิกในครอบครัว และสอบถามจากผู้ที่ซื้อบ้านอยู่ในโครงการนั้นๆ ผู้ซื้อจะได้บ้านในโครงการที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด<br><br></div><div> 4.การเลือกตำแหน่งที่ดินและแบบบ้าน เมื่อผู้ซื้อสามารถเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสมได้แล้ว สิ่งที่ผู้ซื้อจะต้องพิจารณาในขั้นต่อไป คือ การเลือกตำแหน่งที่ดินและแบบบ้าน สำหรับเรื่องตำแหน่งที่ดินในโครงการจะเลือกแปลงที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้ซื้อ เช่น อยู่ใกล้สวนสาธารณะ เพื่อต้องการสัมผัสความเป็นธรรมชาติและสะดวกในการออกกำลังกาย ต้องการอยู่ด้านในโครงการเพื่อต้องการความสงบเงียบ แต่อาจจะเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยในทรัพย์สิน ในกรณีที่โครงการไม่สามารถจัดเวรยามได้เพียงพอ หรือต้องการอยู่ด้านหน้าโครงการเพื่อความสะดวกในการเดินทางหรือต้องการประกอบกิจการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น   สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลัก นอกจากนั้นผู้ซื้อจะต้องคำนึงถึงราคาบ้านที่เลือกในแต่ละแปลงซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปอีกด้วย สำหรับแบบบ้าน ก็เช่นเดียวกัน การเลือกขึ้นอยู่กับความชอบ และความต้องการของผู้ซื้อ เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันแต่ละโครงการจะมีแบบบ้านให้ผู้ซื้อเลือกอย่างมากมาย ทั้งสไตล์ร่วมสมัย สไตล์โมเดิร์น  หรือสไตล์ไทยประยุกต์ ที่กำลังเป็นที่นิยม แต่ในขณะเดียวกันผู้ซื้อ จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยภายในบบ้านที่เหมาะสมกับความต้องการ และความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยเป็นเรื่องสำคัญ ประโยชน์ใช้สอยที่เหมาะสม อาทิเช่น มีห้องต่างๆ ตรงกับความต้องการ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป สามารถติดต่อกันภายในระหว่างห้องได้สะดวกไม่ต้องขึ้นๆ ลงๆ ป้องกันแดด  ฝนได้ดี มีการถ่ายเทอากาศดี ซึ่งรูปแบบบ้านจะต้องเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศนั้นๆ การนำแบบบ้านในต่างประเทศมาใช้ จะต้องมีการปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน วิธีและขั้นตอน ดังที่กล่าวข้างต้น ช่วยทำให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน ได้อย่างเหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง เพราะเลือกซื้อบ้านที่ไม่คุ้มค่ากับการอยู่อาศัย<br><br></div><div>จากความเป็นมาดังกล่าวทำให้ผู้วิจัยต้องการที่จะศึกษาถึงปัจจัยที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน จัดสรร ในเขตนนทบุรี เพื่อเสนอแนวทางแก่ผู้ประกอบการเล็งเห็นถึงปัจจัยที่ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เนื่องจากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เป็นตลาดที่ มีความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ มีสภาพการแข่งขันที่สูง และเป็นตัวบ่งบอกสภาพเศรษฐกิจได้ว่าอยู่ในสถานะอะไร ดังนั้นหากผู้ประกอบการทราบถึงปัจจัยที่ผู้บริโภคคำนึงถึงแล้วไปประกอบกับ แนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจที่ได้คาดการณ์ไว้แล้วนั้น ก็จะสามารถนำไปวางแผนกลยุทธ์ เพื่อสร้างความ ได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างแน่นอน<br><br></div><div> <br><br></div><div><strong>วัตถุประสงค์ของการศึกษา<br></strong><br></div><div>1.2.1 เพื่อศึกษาพฤติกรรม และแนวโน้มความต้องการซื้อบ้านจัดสรรของผู้บริโภคในเขตนนทบุรี<br><br></div><div>1.2.เพื่อศึกษาถึงปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านจัดสรรของผู้บริโภคในเขตนนทบุรี<br><br></div><div>1.2.3 เพื่อศึกษาถึงปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (4Ps) ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านจัดสรรของผู้บริโภคในเขตนนทบุรี<br><br></div><div><strong>ขอบเขตของเนื้อหา<br></strong><br></div><div>งานวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาถึง  ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านจัดสรรของผู้บริโภคในเขตนนทบุรี ซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยที่ศึกษาทั้ง 2ด้าน ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ สภาพการศึกษา อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และสถานภาพสมรส 2) ปัจจัยส่วน ประสมทางการตลาด (4Ps) ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการตลาด โดยทำการศึกษาผู้ที่ไม่เคยซื้อบ้านและเคยซื้อบ้านจัดสรร ของผู้บริโภคในเขตนนทบุรี</div><div><strong> </strong></div><div><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</strong></div><div><strong> </strong></div><div>1.การทำวิจัย เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการธุรกิจบ้านจัดสรร ได้นำผลการศึกษาไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค </div><div>2.การทำวิจัย เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจบ้านจัดสรร สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาโครงการต่างๆของบริษัท</div><div>3.การทำวิจัย ได้ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับบ้านจัดสรรและผู้ที่สนใจ ได้นำไข้อมูลไปประยุกต์ให้สอดคล้องกับการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น</div><div>4.ผลจากการทำวิจัยครั้งนี้ ได้เป็นการเพิ่มเติมองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจบ้านจัดสรร</div><div><strong> </strong></div><div><strong>นิยามศัพท์เฉพาะ</strong></div><div> </div><div><strong>บ้านจัดสรร</strong> หมายถึง บ้านเดี่ยวที่อยู่ในโครงการที่มีการจัดสรรที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป และมีพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สระว่ายน้ำ สโมสร สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ และมี การจัดตั้งนิติบุคคลในการดูแล ที่เข้าข่ายพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543</div><div><strong> </strong></div><div><strong>ผู้ซื้อบ้านจัดสรร </strong>หมายถึง บุคคลผู้ที่ซื้อบ้านจัดสรร หรือ ผู้ที่พิจารณาจะซื้อบ้านจัดสรร โดยมีศักยภาพอย่างพอเพียง ในเขตนนทบุรี เพื่อซื้ออยู่เอง เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน และซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง </div><div> </div><div><strong>ด้านผลิตภัณฑ์</strong> หมายถึง สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่จอดรถ การใช้วัสดุที่มีคุณภาพในการก่อสร้างและตกแต่ง พื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม รูปแบบของบ้านจัดสรรที่สวยงามและทันสมัย ขนาดของบ้านจัดสรรที่มีให้เลือกหลากหลาย ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของโครงการ และสาธารณูปโภคภายในโครงการ </div><div> </div><div><strong>ด้านราคา</strong> หมายถึง ความเหมาะสมของบ้านจัดสรรได้แก่ ความเหมาะสมของค่าส่วนกลาง การวางเงินมัดจำ ราคาขายเหมาะสมกับทำเลที่ตั้ง ราคาขายเหมาะสมกับคุณภาพของโครงการและเงื่อนไขและระยะเวลาในการผ่อนดาวน์ สินเชื่อจากสถาบันการเงินให้เลือกหลากหลาย และมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เงื่อนไขและระยะเวลาในการชำระเงินที่ชัดเจน </div><div> <br><br></div><div><strong>ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย</strong> หมายถึง สถานที่ตั้งบ้านจัดสรรของผู้บริโภคในเขตนนทบุรี ได้แก่ สถานที่ตั้งโครงการบ้านจัดสรรที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน แอร์พอร์ตลิงก์ สถานพยาบาล ที่ทำงานหรือสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และชุมชน ราคาของแหล่งที่ตั้งโครงการมีแนวโน้มราคาที่จะสูงขึ้น มีความสะดวกสบายในการเดินทาง <br><br></div><div><strong>ด้านการส่งเสริมการตลาด </strong>หมายถึง การแจ้งข่าวสารและจูงใจผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ของบ้านจัดสรร ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการติดต่อสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อสร้างทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อ การสื่อสารทางการตลาดไปยังผู้บริโภคเพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการซื้อได้แก่ การได้เห็นโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ การได้เห็นสื่อโฆษณาทางนิตยสาร หนังสือพิมพ์ การจัดอีเว้นท์ตามสถานที่ต่างๆ การส่งเสริมการตลาด เช่น การลดราคา การมอบส่วนลดพิเศษ การขายโดยได้รับคำแนะนำจากพนักงานขาย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-02 17:19:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271803270</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>kopgolf</author>
         <link>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271914057</link>
         <description><![CDATA[<div>อรรถพร จันทร์จิระ เลขประจำตัว 6171101532<br><br></div><div><strong>การนำ QR Code เข้ามาใช้กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อหรือมีอิทธิพลในการกระตุ้นยอดขายของหนังสือพิมพ์<br></strong><br></div><div><strong>บทที่1<br></strong><br></div><div><strong>ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในปัจจุบันการแข่งขันในวงการสื่อสารมวลชนเป็นไปอย่างดุเดือดเพระการเข้ามาในยุคของโซเชี่ยลมีเดีย เทคโนโลยีเริ่มถูกลง ใครๆก็เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนได้ และอินเตอร์เนทเข้าถึงประชากรทั้งเกือบทั้งประเทศ<br><br></div><div>ธุรกิจสื่อหนังสือพิมพ์ก็เป็นอีกหนึ่งสื่อ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาหนังสือพิมพ์ในเมืองไทยได้ทยอยปิดตัวลง เพราะพฤติกรรมการเสพสื่อหนังสือพิมพ์ลดลง ยอดขายตก ไม่สามารถแบกรับสภาวะขาดทุนไว้ได้ไหว<br><br></div><div>เนื่องจากสื่อหนังสือพิมพ์มีข้อจำกัดด้านการรับชม คือจะเป็นคอลัมให้อ่านเพียงอย่างเดียว ไม่มีภาพคลิปเคลื่อนไหวให้รับชม ต่างจากการเสพสื่อผ่านทางสมาร์ทโฟน<br><br></div><div>การใช้ QR Code นำมาวางไว้บนคอลัมข่าวเพื่อใช้สแกนเข้าไปดูเป็นคลิปข่าวทำให้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่เมื่อก่อนใช้อ่านเพียงอย่างเดียว ให้กลับมีความหลากหลายในด้านการนำเสนอเพิ่มมากขึ้น &nbsp;<br><br></div><div><strong>วัตถุประสงค์ของงานวิจัย<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>1.เพื่อศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกเสพสื่อของคนในยุคนี้<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.เพื่อศึกษาแนวทางการปรับตัวด้านการตลาดของสื่อหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ<br><br></div><div><strong>สมมุติฐานของการวิจัย<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>การวิจัยครั้งนี้ผู้ทำการวิจัยได้กำหนดสมมุติฐานการวิจัยไว้ว่าการใช้ QR Code เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มช่องทางการรับชมหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจะช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่ม<br><br></div><div><strong>&nbsp;<br></strong><br></div><div><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากงานวิจัย<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>การทำวิจัยเพื่อเป็นแนวทางให้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าให้รักษาหรือเพิ่มยอดขาย เพื่อรักษาความเป็นหนังสือพิมพ์อันดับ1ของประเทศ ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้อยู่เหนือคู่แข่ง และเป็นการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์กับฐานลูกค้าเก่า<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-03 20:03:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/popphochakorn/b6hzzlw5ozv9/wish/271914057</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
