<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน by YUCHIRA JANSUWAN</title>
      <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4</link>
      <description>ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-02-18 03:42:07 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-01-19 02:06:42 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>1</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538063</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538063</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538103</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยภูมิคุ้มกันของคน ๆ นั้นทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกายของตัวเองจนเกิดการอักเสบและสามารถทำให้เกิดความผิดปกติกับอวัยวะได้ทั่วร่างกาย<br></strong><br></div><blockquote><strong>อาการของโรคนี้จะแสดงความผิดปกติในร่างกายในหนึ่งอวัยวะหรือหลายอวัยวะ ที่พบได้บ่อยคือ</strong></blockquote><ul><li>ปวดข้อ&nbsp;</li><li>เป็นไข้ตั้งแต่ไข้ต่ำ ๆ จนถึงไข้สูง&nbsp;</li><li>อ่อนเพลีย&nbsp;</li><li>เบื่ออาหาร&nbsp;</li><li>เกิดผื่นผิวหนังตามใบหน้า แขน ขา ที่อยู่บริเวณนอกเสื้อผ้า&nbsp;</li><li>ผมร่วง&nbsp;</li><li>มีสภาวะเลือดจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ ถ้าโรครุนแรงอาจมีเม็ดเลือดแดงแตก ปอดอักเสบ ไตอักเสบ&nbsp;</li></ul><div><br><strong>รักษาโรคแพ้ภูมิตัวเอง</strong></div><div><strong>โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะการรักษาที่สม่ำเสมอช่วยทำให้โรคสงบได้</strong> โดยแพทย์จะเริ่มทำการรักษาจากการประเมินความรุนแรงของอาการที่ผู้ป่วยเป็นว่ามากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละคนอาการจะมีความรุนแรงของโรคไม่เท่ากัน หลังจากนั้นจึงวางแผนการรักษาและการให้ยา<br><br><strong>ข้อควรปฏิบัติของผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) </strong>คือ&nbsp;</div><ul><li>นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ&nbsp;</li><li>หลีกเลี่ยงการออกแดด&nbsp;</li><li>ลดและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อด้วยการทานอาหารที่สะอาด&nbsp;</li><li>รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลดหรือเพิ่มยาเอง&nbsp;</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538103</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538154</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538154</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538220</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคพุ่มพวง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง SLE (Systemic Lupus Erythematosus, SLE)</strong> เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำลายเนื้อเยื่อร่างกายของตนเอง แต่สาเหตุที่ภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาดนั้นยังไม่แน่ชัด แต่ยังพอสามารถระบุพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคพุ่มพวงอยู่หลายสาเหตุ โรคนี้ยังต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานและเคร่งครัดเนื่องจากอาการที่กำเริบอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้<br><br><strong>อาการของโรคพุ่มพวง</strong>&nbsp;</div><div>อาการของโรคนี้มีอยู่หลายระดับ ถึงแม้จะรักษาได้แต่ในผู้ป่วยบางรายถึงแม้จะรักษาไปแล้วอาการจะยังคงอยู่แบบถาวร โดยอาการดังกล่าวมีอยู่หลายแบบดังนี้</div><div>&nbsp;</div><ul><li>มีการตรวจพบแอนติบอดีต่อดีเอ็นเอ (anti-dsDNA) หรือการตรวจพบแอนติฟอสโฟไลปิดแอนติบอดี หรือการตรวจเลือดพบผลบวกปลอมต่อการตรวจซิฟิลิส</li><li>หากมีการตรวจเลือดจะพบแอนตินิวเคลียร์แอนติบอดี (antinuclear antibody)</li><li>ผื่นผิวหนังบริเวณใบหน้า ใบหู แขนขา และลำตัว</li><li>มีผื่นบริเวณใบหน้าเป็นรูปผีเสื้อ</li><li>อาการซีด จากเม็ดเลือดขาว หรือเกล็ดเลือดต่ำ</li><li>หากโดนแดดจะมีผื่นผิวหนังแดงอย่างรุนแรง</li><li>เกิดอาการอักเสบที่เยื่อหุ้มปอดหรือหัวใจหรือเยื่อหุ้มสมอง</li><li>ไตอักเสบ</li><li>มีแผลในปาก</li><li>มีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น อาการชัก เป็นต้น&nbsp;</li><li>ข้ออักเสบ</li></ul><div><br><strong>โรคพุ่มพวงรักษาได้ไหม</strong></div><div>โรคนี้สามารถรักษาได้แต่ต้องใช้เวลานานพอสมควร อีกทั้งยังต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ร่วมกับการดูแลตนเอง ดังนี้</div><div>&nbsp;</div><ul><li>อยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก</li><li>หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด</li><li>พักผ่อนให้เพียงพอ</li><li>พยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538220</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538254</link>
         <description><![CDATA[<div>สาเหตุ<br>-เกิดจากกรรมพันธุ์ โดยพบว่า ถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้<br>-เกิดจากสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญ เพราะสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าสู่ร่างกายของเรา เกิดจากสภาพแวดล้อมซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น การหายใจ การรับประทานอาหาร หรือการสัมผัสสารต่างๆ&nbsp;<br><br>อาการ<br>-อาการแสดงทางระบบทางเดินหายใจ เช่น จาม คันตา เคืองตา น้ำมูกไหลลงคอ เป็นหวัดบ่อย<br>-อาการแสดงทางผิวหนัง เช่น ผื่นแดงตามใบหน้าและลำตัว คันตามผิวหนัง<br><br>การรักษา<br>แม้ว่าโรคภูมิแพ้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถควบคุมโรคไม่ให้มีอาการหรือมีอาการน้อยที่สุดได้ โดย<br>-หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้<br>-ใช้ยารักษาสม่ำเสมอต่อเนื่อง<br>-ดูแลร่างกายให้แข็งแรง<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538254</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538291</link>
         <description><![CDATA[<div>โรค HIV เป็นโรค ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ชนิดหนึ่ง&nbsp; สามารถติดต่อได้โดยวิธีการ<br>1.การได้รับเลือดหรือองค์ประกอบอื่นๆของเลือดที่มีเชื้อ HIV<br>2.การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ<br>3.การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ โดยไม่ป้องกัน<br>4.การได้รับเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกขณะการตั้งครรภ์และระหว่างคลอด<br>5.การให้น้ำนมลูกของแม่ที่ติดเชื้อ HIV<br><br></div><div>อาการ</div><div>หากมีการติดเชื้อเอชไอวี ในระยะแรก ของการติดเชื้อนั้น จะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ หรือบางคน อาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต หรืออาจมีผื่นขึ้น ตามร่างกาย เป็นต้น อาการจะปรากฏประมาณ 1-4 สัปดาห์ หลังจากติดเชื้อ ซึ่งจะมีอาการคล้าย ๆ กับเป็นไข้หวัด และมักจะหายหลังจาก 1 สัปดาห์ แต่เชื้อก็จะยังค่อย ๆ ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายให้อ่อนแอ และเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ โดยเชื้อจะแพร่กระจายมากขึ้นในช่อง 2-3 เดือนแรกหลังจากติดเชื้อ<br><br></div><div>วิธีการรักษา<br>ในการรักษาเอดส์นั้น ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาใดที่จะกำจัดเชื้อเอชไอวีให้หมดไปได้ แต่มียาที่จะช่วยชะลอการพัฒนาของโรค คือ ยาต้านเอชไอวี&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538291</guid>
      </item>
      <item>
         <title>8</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538401</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome)</strong><br>เกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส HIV เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อเข้าไปจนถึงระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ เชื้อไวรัสจะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยมีจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อน<br><br>โรคเอดส์สามารถติดกันได้ผ่านทางเลือดผ่านการใช้เข็มร่วมกันกับผู้ป่วย จากแม่สู่ลูก หรือจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้มีการป้องกัน กับคนที่มีเชื่อ HIV อยู่ในร่างกาย<br><br>ในระยะแรกนี้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัส HIV จะมีอาการไข้ เจ็บคอ ผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโต ระยะสงบของโรคเอดส์สามารถกินเวลาเป็น 10 ปี และมีเชื้อเพิ่มขึ้นในปริมาณต่ำ ทำให้ผู้ป่วยไม่แสดงอาการออกมา แต่สามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ ระยะสุดท้าย ภูมิคุ้มกันร่างกายของผู้ป่วยจะถูกทำลายไปจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อนตามมา และเสียชีวิตในที่สุด<br><br>ในกรณีปกติ จะใช้การรักษาโรคเอดส์ด้วยการให้ยาต้านไวรัส HIV กับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องไปตลอดชีวิต และยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดจากการให้ยาต้านไวรัส แต่ปัจจุบันได้มีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การรักษาโรคเอดส์สามารถหายขาดได้ เช่น วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยากระตุ้นไวรัสเพื่อให้การทำงานของยาต้านไวรัสได้ผลมากขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538401</guid>
      </item>
      <item>
         <title>9</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538471</link>
         <description><![CDATA[<div>สาเหตุ<br><br></div><ul><li><strong>เกิดจากการใช้ยา</strong> และสารเคมีต่าง ๆ หรือยาประเภทควบคุมความดันเลือด ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น</li><li><strong>เกิดจากฮอร์โมน</strong> การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในบางครั้งจะส่งผลด้วย เช่น ช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงที่เติบโตในแต่ละวัย เป็นต้น</li></ul><div><br></div><div>มีอาการ<br>การตรวจพบแอนติบอดีต่อดีเอ็นเอ (anti-dsDNA) หรือการตรวจพบแอนติฟอสโฟไลปิดแอนติบอดี หรือการตรวจเลือดพบผลบวกปลอมต่อการตรวจซิฟิลิส<br><br>&nbsp;หากมีการตรวจเลือดจะพบแอนตินิวเคลียร์แอนติบอดี (antinuclear antibody)<br><br>&nbsp;ผื่นผิวหนังบริเวณใบหน้า ใบหู แขนขา และลำตัว<br>&nbsp;มีผื่นบริเวณใบหน้าเป็นรูปผีเสื้อ<br><br></div><div>การรักษา<br><br></div><ul><li>อยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก<br>&nbsp;</li><li>หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด</li></ul><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538471</guid>
      </item>
      <item>
         <title>10</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538515</link>
         <description><![CDATA[<div>สาเหตุ: เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจได้มาจากการรับเชื้อจากผู้เป็นแม่ การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้มีเชื้อ เชื้อ HIV จะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า CD4 (ซีดีโฟร์) ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายลดต่ำลง ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่าง ๆ เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น<br>อาการ: ปอดอักเสบ มีผื่นตามร่างกาย เหนื่อยผิดปกติ มีแผลที่ปาก อวัยวะเพศและทวารหนัก<br>การรักษา: ยังไม่มีวิธีการรักษา แต่มียาคอยยับยั้งและบรรเทาเชื้อ HIV</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538515</guid>
      </item>
      <item>
         <title>11</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538572</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538572</guid>
      </item>
      <item>
         <title>12</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538608</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาเหตุ</strong><br>&nbsp; &nbsp;เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติของการทำงานระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ที่ควรจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย แต่กลับมีปฏิกิริยาต่อต้านทำลายเนื้อเยื่อตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายตัวเองแทน<br><br><strong>อาการ</strong><br>&nbsp; &nbsp;อาการแสดงจะมีทั้งแบบที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและแบบที่ค่อย ๆ แสดงอาการ ลักษณะอาการรุนแรงน้อยไปถึงรุนแรงมาก และอาจมีอาการป่วยเพียงชั่วคราว เมื่อได้รับการรักษา อาการก็จะหายไป หรืออาจมีอาการต่อไปอย่างถาวรแม้ได้รับการรักษาแล้วก็ตาม<br><strong>อาการของโรคนี้จะแสดงความผิดปกติในร่างกายในหนึ่งอวัยวะหรือหลายอวัยวะ ที่พบได้บ่อย</strong>คือ&nbsp;<br><br></div><ul><li>ปวดข้อ&nbsp;</li><li>เป็นไข้ตั้งแต่ไข้ต่ำ ๆ จนถึงไข้สูง&nbsp;</li><li>อ่อนเพลีย&nbsp;</li><li>เบื่ออาหาร&nbsp;</li><li>เกิดผื่นผิวหนังตามใบหน้า แขน ขา ที่อยู่บริเวณนอกเสื้อผ้า&nbsp;</li><li>ผมร่วง&nbsp;</li><li>มีสภาวะเลือดจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ ถ้าโรครุนแรงอาจมีเม็ดเลือดแดงแตก ปอดอักเสบ ไตอักเสบ&nbsp;</li></ul><div><br><br><strong>การรักษา</strong><br>&nbsp; &nbsp;การรักษามีวิธีรักษาด้วยยา จะมียาลดการอักเสบของข้อ ลดการเจ็บปวด นอกจากนี้อาจจะมียาช่วยในการปรับการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้ทำงานเหมือนปกติมากยิ่งขึ้น&nbsp; ยากลุ่มนี้ ได้แก่ ยากลุ่มสเตียรอยด์ และ ยากดภูมิ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538608</guid>
      </item>
      <item>
         <title>14</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538666</link>
         <description><![CDATA[<div>สาเหตุ: หลักๆมาจากการได้รับเชื้อไวรัส HIV ผ่านทางการรับของเหลว เช่น เลือด น้ำนมแม่ น้ำอสุจิ ของเหลวในช่องคลอด ทำให้ผู้ได้รับเชื้อส่วนใหญ่จะได้รับผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์และการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับบุคคลอื่น ทั้งนี้การที่ไวรัสส่งผ่านทางของเหลวทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV สามารถส่งผ่านเชื้อไวรัสจากแม่ไปยังลูกในครรภ์ได้เช่นกัน<br><br>อาการ: มีสามระยะ<br><strong>ระยะไม่แสดงอาการ</strong> การติดเชื้อในระยะแรก จะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ ซึ่งจะดูเหมือนกับ คนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ โดยจากระยะแรก จะเปลี่ยนเข้าสู่ระยะต่อไป ผู้ที่ติดเชื้อ สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น&nbsp;</div><div><strong>ระยะมีอาการสัมพันธ์กับเอดส์ </strong>โดยในระยะนี้ จะสามารถตรวจพบ ผลเลือดเป็นบวก และจะเริ่มมีอาการผิดปกติ เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต มีเชื้อราเกิดขึ้น ภายในช่องปาก เป็นงูสวัด โดยอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นมานานกว่า 1 เดือน โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งในระยะนี้ จะอยู่นานเป็นปี ๆ ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่โรคเอดส์ ระยะเต็มขั้น</div><div><strong>ระยะเอดส์เต็มขั้น </strong>ในระยะนี้ เชื้อเอชไอวีได้ฟักตัว เป็นโรคเอดส์แบบเต็มขั้นแล้ว โดยระบบภูมิคุ้มกัน ภายในร่างกาย ได้ถูกทำลายลงไปอย่างมาก จึงก่อให้เกิด การติดเชื้อฉวยโอกาส ซึ่งจะมีอยู่หลายชนิด เช่น อาการไข้เรื้อรัง ไอเป็นเลือด วัณโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปวดหัวอย่างรุนแรง&nbsp;<br><br>วิธีการรักษา: ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาใดที่จะกำจัดเชื้อเอชไอวีให้หมดไปได้ แต่มียาที่จะช่วยชะลอการพัฒนาของโรค คือ ยาต้านเอชไอวี หรือยาต้านรีโทรไวรัส (Antiretrovirals: ARVs) ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาภายใต้การพิจารณาการตอบสนองต่อยาแต่ละชนิด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://media2.giphy.com/media/olAik8MhYOB9K/giphy.gif" />
         <pubDate>2022-02-18 03:44:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538666</guid>
      </item>
      <item>
         <title>13</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538713</link>
         <description><![CDATA[<div>สาเหตุ : ได้รับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันมีการตอบสนองต่อแอนติเจนบางอย่างที่ได้รับรุนแรงเกินไป เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง สารบางชนิดในอาหาร<br>อาการ : ไอ จาม น้ำมูกไหล คันจมูก คันตา กล้ามเนื้อเรียบหดตัว บางรายแพ้รุนแรงอาจทำให้กล้ามเนื้อเรียบบริเวณทางเดินหายใจหดตัว หายใจติดขัด หรือเกิดการบวมทั่วร่างกาย<br>การรักษา : ใช้ยาแอนติฮิสทามีน หลีกเลี่ยงการได้รับสารก่อภูมิแพ้ รับประทานอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538713</guid>
      </item>
      <item>
         <title>15</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538788</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054538788</guid>
      </item>
      <item>
         <title>16</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539021</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคภูมิแพ้ เกิดจากภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร ไรฝุ่น ละอองเกสร ซึ่งในคนทั่วไปจะไม่มีปฏิกิริยาต่อสิ่งเหล่านี้ อาการของโรคอาจเกิดขึ้นกับระบบใดระบบหนึ่งของร่างกาย หรือเกิดขึ้นพร้อมกันหลายระบบ<br><br><strong>โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นกับระบบใดในร่างกาย<br>-ระบบหายใจ<br>-ผิวหนัง<br>-ระบบทางเดินหายใจ<br>-ระบบอื่นๆ </strong><em>(ที่มักมีอาการรุนแรง)</em> ผู้ป่วยบางรายมีอาการแพ้มาก อาจมีอาการเกิดขึ้นในทุกระบบ เช่น หอบ ลมพิษ ช็อค หรืออาจรุนแรงจนเสียชีวิตภายหลังจากการกินอาหารบางชนิด เช่น กุ้ง ถั่วลิสง&nbsp; ฯลฯ หรือภายหลังได้รับยา เช่น เพนิซิลลิน<br><br><strong>การรักษาโรคภูมิแพ้วิธีที่ดีที่สุด</strong> คือ การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ , ออกกำลังกายซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ , หมั่นทำความสะอาดผิวหนัง</div><div><strong><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://i.pinimg.com/originals/81/bc/6f/81bc6fb882ce64e127c20ddb0c704f81.png" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539021</guid>
      </item>
      <item>
         <title>17</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539072</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539072</guid>
      </item>
      <item>
         <title>18</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539130</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรค HIV</strong><br><strong>สาเหตุ - </strong>มาจากการได้รับเชื้อไวรัส HIV ผ่านทางการรับของเหลว เช่น เลือด น้ำนมแม่ น้ำอสุจิ ของเหลวในช่องคลอด ทำให้ผู้ได้รับเชื้อส่วนใหญ่จะได้รับผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์และการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับบุคคลอื่น ทั้งนี้การที่ไวรัสส่งผ่านทางของเหลวทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV สามารถส่งผ่านเชื้อไวรัสจากแม่ไปยังลูกในครรภ์ได้เช่นกัน <br><strong>อาการ - ระยะเริ่มแรก </strong>หรือเรียกระยะเฉียบพลัน ในระยะแรกนี้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัส HIV จะมีอาการไข้เจ็บคอ ผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งเป็นอาการตอบสนองของร่างกายจากการได้รับเชื้อ<br><strong>การรักษา -</strong> ในกรณีปกติจะใช้การรักษาโรคเอดส์ด้วยการให้ยาต้านไวรัส HIV กับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องไปตลอดชีวิต และยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดจากการให้ยาต้านไวรัส แต่มีผู้ป่วยเพียงไม่กี่รายที่หายจากโรคเอดส์ได้ พบว่าหลังจากหยุดรับยาต้านไวรัสก็ไม่สามารถตรวจเจอเชื้อไวรัสได้อีก ซึ่งปัจจุบันได้มีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การรักษาโรคเอดส์สามารถหายขาดได้ เช่น วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยากระตุ้นไวรัสเพื่อให้การทำงานของยาต้านไวรัสได้ผลมากขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://pbs.twimg.com/profile_images/1289209780670586881/iR37XzeU_400x400.jpg" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539130</guid>
      </item>
      <item>
         <title>19</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539175</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาเหตุ</strong><br>เกิดจากการใช้ยา และสารเคมีต่าง ๆ หรือยาประเภทควบคุมความดันเลือด ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น เกิดจากฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในบางครั้งจะส่งผลด้วย เช่น ช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงที่เติบโตในแต่ละวัย เป็นต้น การถ่ายทอดพันธุกรรม โรคหรืออาการบางชนิดที่เกิดในวงเครือญาติอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพุ่มพวงได้<br><br><strong>อาการ</strong></div><ol><li>ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผอมลง</li><li>มีผื่นแดง มักขึ้นบริเวณใบหน้า ช่วงตรงกลาง และโหนกแก้มทั้งสองข้าง รูปร่างคล้ายผีเสื้อ และอาจมีอาการผมร่วงด้วย</li><li>อาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ</li><li>เจ็บหน้าอก ไอ ปอด เยื่อหุ้มปอดอักเสบ มีน้ำในปอด เหนื่อยง่าย เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ไปจนถึงหัวใจเต้นผิดปกติ</li><li>อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร</li><li>อาการทางไต <a href="https://www.sanook.com/health/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99/">ความดัน</a>โลหิตสูง เช่น ขาบวม จากการบวมน้ำ</li><li>อาการทางระบบโลหิต เช่น โลหิตจาง ภาวะซีด ความดันโลหิตต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ หลอดเลือดอักเสบ อาจจะพบเป็นจุดแดงๆ เล็กๆ ทั่วตัวคล้าย<a href="https://www.sanook.com/health/445/">ไข้เลือดออก</a></li><li>อาการทางระบบประสาท เช่น มีอาการชักโดยไม่ทราบสาเหตุ แขนขาอ่อนแรง ไม่มีสมาธิ เครียด นอนไม่หลับ ซึมเศร้า วิตกกังวล มีปัญหาในการจำ สับสน เห็นภาพหลอน โดยอาจเป็นผลข้างเคียงมาจากอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบอีกทีได้</li></ol><div><br><strong>วิธีการป้องกัน</strong><br>ด้วยการดูแลรักษาร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดจนเกินไป รักษาสุขอนามัยของตัวเองให้สะอาด ลดโอกาสในการติดเชื้อ และปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนทานยาอะไรเป็นประจำ</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1536778364/be7098e8fd715a5476432446bcbb92a0/263197258_444652170553625_9001244179488827815_n.jpg" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539175</guid>
      </item>
      <item>
         <title>20</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539244</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาเหตุการติดเชื้อเอชไอวีที่พบบ่อยที่สุด</strong> คือ ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่งผ่านจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์ สัมผัสเลือด น้ำอสุจิ ของเหลวจากช่องคลอดของผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่น้ำนมแม่ก็สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีได้เช่นกัน<br><br><br><strong>การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี</strong> แพทย์จะใช้ยาต้านรีโทรไวรัส หรือ ARV ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งและต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาว อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายสู่ผู้อื่นด้วย การทานยาเร็วทำให้โรคไม่พัฒนาไปสู่ขั้นเอดส์ และยังช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายและโรคที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HIV เช่น มะเร็งบางชนิด&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1536777581/4bf98bc3373af8ff7c23f18a67717690/2E8930DE_3EBE_42E5_A26E_688DCB155988.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539244</guid>
      </item>
      <item>
         <title>21</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539306</link>
         <description><![CDATA[<div>ภูมิแพ้ คือ โรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการแพ้ โรคชนิดนี้มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต แต่จะส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือทำงาน ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนั้น จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี<br><strong>อาการของโรคภูมิแพ้</strong></div><ul><li>มีผื่นที่ผิวหนัง เช่นผื่นแพ้ ลมพิษ คันตามผิวหนัง</li><li>คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม</li><li>ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด โรคหอบ หืด</li><li>เคืองตา&nbsp; และตาแดง คัดจมูก</li><li>บวมรอบปาก อาเจียน และถ่ายเหลว</li><li>แสบคอ น้ำมูกไหลลงคอ หูอื้อ</li></ul><div><strong>การรักษาภูมิแพ้<br></strong><br></div><ul><li><strong>หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และสารระคายเคือง </strong>เนื่องจากการรักษาที่ดีที่สุดของโรคภูมิแพ้ คือ การหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อการรักษา หรือเพื่อบรรเทา และควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น</li><li><strong>การใช้ยารักษา </strong>แพทย์จะวินิจฉัย และจ่ายยาให้ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม เพื่อบรรเทา และควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น ผู้ที่มีอาการคัดจมูกมากอาจจะต้องใช้ยาลดอาการคัดจมูก สำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรังอาจจะต้องใช้ยาพ่นจมูก</li><li><strong>การฉีดวัคซีนรักษาโรคภูแพ้</strong> โดยผู้ป่วยจะได้รับการฉีดสารก่อภูมิแพ้เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgG การฉีดจะเลือกฉีดเฉพาะสารก่อภูมิแพ้ที่ทดสอบทางผิวหนังแล้วพบว่าแพ้ จากนั้นแพทย์จะเพิ่มขนาดยาตามตารางเวลา&nbsp;</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539306</guid>
      </item>
      <item>
         <title>22</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539335</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคพุ่มพวง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus)</strong> เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายมีความผิดปกติ โดยภูมิคุ้มกันจะต่อต้านและทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะต่าง ๆ จนเกิดเป็นอาการอักเสบเรื้อรัง <br><br>สาเหตุ : สาเหตุการเกิดโรคยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีบางปัจจัยที่อาจเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ได้แก่ <strong>พันธุกรรม / การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน / การติดเชื้อ / การใช้ยา / การได้รับสาร / แสงแดด<br><br>อาการ :&nbsp;</strong>มีอาการป่วยรู้สึกเหนื่อยล้า มีผื่นแดงตามใบหน้า ตาแห้ง ตัวบวม ขาบวม ปวดหัว ปวดบวมตามข้อต่อกระดูก ผมร่วง เป็นต้น<br><br>วิธีการรักษา : แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามอาการที่ป่วย โดยวิธีการหลักที่ใช้รักษา คือ การรับยา เช่น ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs: <a href="https://www.pobpad.com/nsaids">NSAIDs</a>) บางชนิดสามารถหาซื้อได้ตามร้ายขายยา อย่างยานาพรอกเซน (Naproxen Sodium) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ใช้ลดอาการปวด บวม หรือมีไข้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://healthjade.net/wp-content/uploads/2017/10/Lupus-facial-rash-832x1024.jpg" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539335</guid>
      </item>
      <item>
         <title>23</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539378</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539378</guid>
      </item>
      <item>
         <title>24</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539429</link>
         <description><![CDATA[<div>สาเหตุ<br>โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งในปัจจุบันด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตแบบสังคมเมือง ประกอบกับสภาพแวดล้อมของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมลพิษ เช่น ฝุ่นควันต่างๆ PM 2.5 ทำให้อุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้เพิ่มสูงขึ้น<br><br>อาการ<br>อาการบ่งบอกภูมิแพ้<br>ผื่นคัน<br>ลมพิษ<br>น้ำมูก<br>จาม<br>คันจมูก<br>คัดจมูก<br>คันตา<br>เคืองตา<br><br>การรักษา<br>การรักษาโรคภูมิแพ้วิธีที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ , ออกกำลังกายซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ , หมั่นทำความสะอาดผิวหนัง แต่ถ้าทั้ง 3 วิธีนี้ไม่ได้ผลหรือทำไม่ได้ อาจใช้วิธีล้างช่องจมูกด้วยน้ำเกลือ ทำความสะอาดผิวหนังด้วยยา betadine และน้ำเกลือ ร่วมกับรับประทานยาแก้แพ้ (antihistamine) ข้อเสียของยาแก้แพ้ คือ ทำให้ง่วง ..<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539429</guid>
      </item>
      <item>
         <title>25</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539474</link>
         <description><![CDATA[<div>สาเหตุ - เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยภูมิคุ้มกันของคน ๆ นั้นทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกายของตัวเองจนเกิดการอักเสบและสามารถทำให้เกิดความผิดปกติกับอวัยวะได้ทั่วร่างกาย<br>อาการ - ปวดข้อ เป็นไข้ตั้งแต่ไข้ต่ำ ๆ จนถึงไข้สูง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เกิดผื่นผิวหนังตามใบหน้า แขน ขา ที่อยู่บริเวณนอกเสื้อผ้า ผมร่วง มีสภาวะเลือดจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ ถ้าโรครุนแรงอาจมีเม็ดเลือดแดงแตก ปอดอักเสบ ไตอักเสบ&nbsp;<br>วิธีการรักษา - นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกแดด ลดและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อด้วยการทานอาหารที่สะอาด รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลดหรือเพิ่มยาเอง มาตรวจหรือพบแพทย์ตามนัดอย่าให้ขาด ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก เกิดการอักเสบของร่างกายในหลายระบบ แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาสเตียรอยด์หรือยากดภูมิเพื่อคุมโรค</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539474</guid>
      </item>
      <item>
         <title>26</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539531</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาเหตุ</strong><br>คนสามารถติดเชื้อเอชไอวีโดยการสัมผัสกับเลือด น้ำอสุจิ ของเหลวจากช่องคลอด หรือแม้แต่น้ำนมแม่ สาเหตุการแพร่เชื้อส่วนใหญ่มาจากการมีเพศสัมพันธ์และการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือส่งผ่านจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์<br><br><strong>อาการ</strong><br>มีไข้ หนาวสั่น อาการไอเรื้อรัง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเมื่อยตามร่างกายปวดหรือวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ผิวหนังเป็นผื่น ผิวหนังอักเสบ หรือมีรอยฟกช้ำเป็นจุด ต่อมน้ำเหลืองบวม น้ำหนักลด&nbsp;<br>ท้องเสียเรื้อรัง&nbsp; เหงื่อออกมากผิดปกติโดยเฉพาะในเวลากลางคืน</div><div><br><strong>การรักษา</strong><br>ปกติจะใช้การรักษาโรคเอดส์ด้วยการให้ยาต้านไวรัส HIV กับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องไปตลอดชีวิต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539531</guid>
      </item>
      <item>
         <title>27</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539576</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งในปัจจุบันด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตแบบสังคมเมือง ประกอบกับสภาพแวดล้อมของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมลพิษ</div><div><strong>อาการ</strong></div><ol><li>อาการแสดงทางระบบทางเดินหายใจ เช่น จาม มีน้ำมูก คัดจมูก คันจมูก คันตา เคืองตา ตาแดง น้ำมูกไหลลงคอ เป็นหวัดบ่อย เป็นหวัดเรื้อรัง หูอื้อ ไอ หายใจหอบ ไอมากตอนกลางคืน ไอหลังออกกำลังกาย หายใจมีเสียงวี้ด นอนกรน มีเลือดกำเดาไหล</li><li>อาการแสดงทางผิวหนัง เช่น ผื่นแดงตามใบหน้าและลำตัว ผื่นลมพิษเป็นๆ หายๆ ผิวหนังแห้ง คันตามผิวหนัง</li><li>อาการแสดงทางระบบทางเดินอาหาร เช่น มีอาการอาเจียน สำรอก ปวดท้อง ถ่ายเหลว</li><li>อาการแสดงในระบบอื่น เช่น ปวดศีรษะ นอนหลับไม่สนิท อ่อนเพลีย</li></ol><div><strong>การรักษาโรคภูมิแพ้<br></strong>หากมีอาการของโรคภูมิแพ้ ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุว่าเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ตัวใด เพื่อหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ทำให้อาการของโรคภูมิแพ้ดีขึ้นได้ โดยการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้สามารถตรวจได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ</div><ol><li>การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้โดยการสะกิดผิวหนัง</li><li>การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้โดยการเจาะเลือด</li></ol><div>และเมื่อทราบสาเหตุของการเป็นโรคภูมิแพ้แล้ว ควรรับการรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง โดยเทคนิคการรักษาโรคภูมิแพ้ให้ได้ผลดีนั้นมีหลายวิธี เช่น</div><ul><li><strong>หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้</strong>&nbsp;</li><li><strong>ดูแลร่างกายให้แข็งแรง</strong></li><li><strong>รักษาโรคร่วม</strong></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=dr-5SO5HgQY" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539576</guid>
      </item>
      <item>
         <title>28</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539640</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรค</strong>พุ่มพวง หรือ<strong>โรคแพ้</strong>ภูมิ<strong>ตัวเอง</strong> (Lupus) เป็น<strong>โรค</strong>ที่ระบบ<strong>ภูมิคุ้มกัน</strong>ภายในร่างกายมีความผิดปกติ โดย<strong>ภูมิคุ้มกัน</strong>จะต่อต้านและทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะต่าง ๆ จนเกิดเป็น<strong>อาการ</strong>อักเสบเรื้อรัง&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; ลักษณะอาการรุนแรงน้อยไปถึงรุนแรงมาก และอาจมีอาการป่วยเพียงชั่วคราว เมื่อได้รับการรักษา อาการก็จะหายไป หรืออาจมีอาการต่อไปอย่างถาวรแม้ได้รับการรักษาแล้วก็ตาม<br>อาการส่วนใหญ่ที่พบของโรคพุ่มพวง คือ<br><br></div><ul><li>รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแรง</li><li>มีไข้ ปวดหัว</li><li>ตาแห้ง ตาบวม</li><li>มีผื่นแดงขึ้นตามใบหน้า</li><li>ปากเป็นแผล</li><li><a href="https://www.pobpad.com/%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9A">ผมร่วง</a></li><li>นิ้วมือ นิ้วเท้าซีด</li><li>ผิวไวต่อแสงแดด</li><li>หายใจช่วงสั้น ๆ เจ็บหน้าอกเมื่อหายใจเข้าลึก ๆ</li><li>ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดบวมตามข้อ ขาบวม</li><li>รู้สึกมึนงง สูญเสียความทรงจำ</li></ul><div>แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามอาการที่ป่วย โดยวิธีการหลักที่ใช้รักษา คือ การรับยา เช่น&nbsp;<strong>ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์&nbsp;<br>ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์&nbsp; ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านมาลาเรีย</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1536779958/0cc0cb9e57b47493cb4569a34e25ba1c/image_2022_02_18_130040.png" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539640</guid>
      </item>
      <item>
         <title>29</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539690</link>
         <description><![CDATA[<div>เอช ไอ วีย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus&nbsp; คำว่า “ภูมิคุ้มกันบกพร่อง” หมายความว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆและทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายของคนเราสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดทำให้ผู้ที่ติดเชื้อเอช ไอ วีจะไม่สามารถต้านการติดเชื้อต่างๆได้ เช่น วัณโรคหรือมะเร็ง: เราเรียกภาวะนี้เรียกว่า ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์<br><br>เมื่อผู้นั้นติดเชื้อเอช ไอ วีแล้วจะไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้แต่สามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้โดยการรับการรักษา ปัจจุบันนี้ได้มีการรักษาเพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสและผู้ที่ได้รับการรักษาสามารถมีชีวิตอยู่ได้เหมือนคนปกติทั่วไป<br><br>หลังจากการติดเชื้อแล้ว เชื้อไวรัสจะเริ่มแบ่งตัวซึ่งส่วนใหญ่จะแบ่งตัวในเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายเรียกว่า ซีดี4 และแพร่กระจายในหลายอวัยวะ&nbsp; ระยะนี้จะเกิดขึ้นภายในสองถึงสามสัปดาห์หลังจากการติดเชื้ออาจมีอาการไม่ค่อยสบายเหมือนอาการเป็นไข้หวัด มีผื่น เบื่ออาหาร มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เจ็บคอ เหงื่อออกในเวลากลางคืน เป็นแผลในปาก ในหลอดอาหาร หรืออวัยวะสืบพันธุ์&nbsp; ต่อมน้ำเหลืองโต หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับบางคนแต่อาจจะไม่เกิดกับทุกคน<br>หลังจากช่วงเวลานี้&nbsp; อาจมีอาการแสดงไม่มากหรือไม่มีอาการเลยซักระยะหนึ่งแต่เชื้อไวรัสก็ยังคงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ โรคมะเร็งหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ<br>มีเพียงการตรวจเท่านั้นที่จะทราบว่าผู้นั้นติดเชื้อหรือไม่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบโดยเร็วว่าบุคคลผู้นั้นติดเชื้อหรือไม่เนื่องจากการรักษาสามารถป้องกันระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่ให้อ่อนแอและถูกทำลายลงได้<br><strong>การแพร่เชื้อ</strong></div><div><br>การแพร่เชื้อสามารถเกิดขึ้นได้ 3 ทาง ได้แก่:&nbsp;</div><ul><li>การแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ผ่านทางช่องคลอด ทางทวารหนักหรือการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปากโดยที่ไม่มีการป้องกัน &nbsp;<br><br></li><li>การแพร่เชื้อทางเลือดผ่านการแลกเปลี่ยนเลือด (เช่น การใช้ยาฉีดเข้าเส้น,การได้รับเลือดที่มีเชื้อ,การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการฆ่าเชื้อ) &nbsp;<br><br></li><li>​การแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก: จากแม่ที่ติดเชื้อสู่ลูกในขณะที่แม่ตั้งครรภ์ ขณะคลอดและการให้นมแม่&nbsp;</li></ul><div><strong>การป้องกัน</strong> มีวิธีการป้องกันการติดเชื้อหลายวิธีดังต่อไปนี้:&nbsp;</div><ul><li>ใช้ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชายหรือถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิงซึ่งถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการติดโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้ด้วย &nbsp;<br><br></li><li>ใช้เข็มฉีดยาที่สะอาดสำหรับการฉีดยาและไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น &nbsp;<br><br></li><li>รับรู้สถานะการติดเชื้อเอช ไอ วีของตนเอง &nbsp;<br><br></li><li>รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยเร็วหลังจากการติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้อื่น &nbsp;<br><br></li><li>ใช้ยาต้านไวรัสในผู้ที่ไม่ติดเชื้อเอช ไอ วีเมื่อมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ&nbsp;<br><br></li><li>การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายโดยสมัครใจ: ผู้ชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศมีความเสี่ยงต่ำในการติดเชื้อเอช ไอ วี<br><br>สำหรับการป้องกันการแพร่เชื้อเอช ไอ วีจากมารดาสู่ทารกมีวิธีการเฉพาะโดยใช้วิธีการให้ยาต้านไวรัสแก่มารดาและทารกแรกคลอดเป็นหลัก</li></ul><div><strong>การรักษา</strong><br><br>การให้การรักษาในปัจจุบันทำให้ผู้ที่ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติทั่วไป ยาต้านไวรัสสูตรรวมซึ่งเป็นสูตรยารวมในเม็ดเดียวซึ่งรับประทานหนึ่งครั้งหรือสองครั้งต่อวันเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสซึ่งทำให้ปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดลดลงต่ำมาก การรักษาช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้นและสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อและโรคต่างๆได้<br><br>ปัจจุบันนี้ยังไม่มีการรักษาใดที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้ทั้งหมดและสามารถรักษาการติดเชื้อเอช ไอ วีให้หายขาดได้แต่นักวิจัยก็ยังมุ่งมั่นดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่</div><div><br></div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539690</guid>
      </item>
      <item>
         <title>30</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539765</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539765</guid>
      </item>
      <item>
         <title>31</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539842</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539842</guid>
      </item>
      <item>
         <title>32</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539896</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539896</guid>
      </item>
      <item>
         <title>33</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539933</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054539933</guid>
      </item>
      <item>
         <title>34</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540013</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โรคภูมิแพ้</strong> เกิดจากภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร ไรฝุ่น ละอองเกสร&nbsp; อาการของโรคอาจเกิดขึ้นกับระบบใดระบบหนึ่งของร่างกาย หรือเกิดขึ้นพร้อมกันหลายระบบ มักจะเป็นเรื้อรัง ความรุนแรงมีตั้งแต่รบกวนชีวิตประจำวันเล็กน้อยไปจนถึงขั้นที่อันตรายถึงแก่ชีวิต<br><br><strong>สาเหตุ</strong></div><ul><li>กรรมพันธุ์</li><li>มลภาวะ</li><li>สูบบุหรี่</li><li>ขาดการออกกำลังกาย</li><li>สภาพแวดล้อมภายในที่พักอาศัย เช่น เลี้ยงสัตว์ ปูพรม เครื่องปรับอากาศ เป็นแหล่งสะสมฝุ่นละอองและไรฝุ่นชั้นดี เป็นต้น</li></ul><div><strong>การรักษา<br></strong><br></div><ol><li><strong>การใช้ยารักษา<br></strong>ในกรณีที่ผู้ป่วยภูมิแพ้จำเป็นต้องใช้ยาในการรักษาอาการภูมิแพ้ แพทย์จะทำการวินิจฉัยและพิจารณาในการจ่ายยาให้ตัวผู้ป่วยตามความเหมาะสม ยาที่มักใช้ในการรักษาโรคภูมิแพ้ ได้แก่ ยาลดอาการคัดจมูก, ยาพ่นจมูก เป็นต้น</li><li><strong>การฉีดวัคซีนรักษาโรคภูมิแพ้<br></strong>การรักษาโรคภูมิแพ้ โดยการฉีดวัคซีนสามารถให้ในผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 5 ปีเป็นต้นไป วิธีการรักษาด้วยการฉีดวัคซีน คือ การให้สารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าไปสู่ร่างกาย โดยเริ่มจากปริมาณเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงปริมาณที่มากขึ้น</li><li><strong>หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และสารระคายเคือง<br></strong>โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักรู้ว่าตัวเองแพ้สารก่อภูมิแพ้ใด จึงมักหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ แต่ในกรณีที่ไม่เคยเป็นโรคภูมิแพ้ อาจจะต้องหมั่นสังเกตอาการเบื้องต้นของตนเอง หากมีอาการผิดปกติตามอาการบ่งชี้ของโรคภูมิแพ้ ให้สันนิษฐานว่าอาจจะแพ้สารก่อภูมิแพ้ และควรหลีกเลี่ยงในครั้งต่อไป</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://media0.giphy.com/media/1dOjUN2R82Mc6MuARR/giphy.gif" />
         <pubDate>2022-02-18 03:45:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540013</guid>
      </item>
      <item>
         <title>35</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540093</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคพุ่มพวง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง</div><div>*สาเหตุ&nbsp;</div><div>เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำลายเนื้อเยื่อร่างกายของตนเอง แต่สาเหตุที่ภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาดนั้นยังไม่แน่ชัด แต่ยังพอสามารถระบุพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคพุ่มพวงอยู่หลายสาเหตุ โรคนี้ยังต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานและเคร่งครัดเนื่องจากอาการที่กำเริบอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้</div><div>*อาการ</div><div>อาการแสดงจะมีทั้งแบบที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและแบบที่ค่อย ๆ แสดงอาการ ลักษณะอาการรุนแรงน้อยไปถึงรุนแรงมาก และอาจมีอาการป่วยเพียงชั่วคราว เมื่อได้รับการรักษา อาการก็จะหายไป หรืออาจมีอาการต่อไปอย่างถาวรแม้ได้รับการรักษาแล้วก็ตาม<br><strong>*วิธีการรักษา</strong><br>แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามอาการที่ป่วย โดยวิธีการหลักที่ใช้รักษา คือ การรับยา เช่น ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs: NSAIDs) บางชนิดสามารถหาซื้อได้ตามร้ายขายยา อย่างยานาพรอกเซน (Naproxen Sodium) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ใช้ลดอาการปวด บวม หรือมีไข้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:46:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540093</guid>
      </item>
      <item>
         <title>36</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540132</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:46:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540132</guid>
      </item>
      <item>
         <title>37</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540187</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคพุ่มพวง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง<br>สาเหตุ : โรคพุ่มพวงเป็นโรคที่เกิดความผิดปกติของการทำงานระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ที่ควรจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย แต่กลับมีปฏิกิริยาต่อต้านทำลายเนื้อเยื่อตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายตัวเองแทน<br><br>อาการ<br>-รู้สึกเหนื่อยล้า&nbsp;<br>-อ่อนแรงมีไข้&nbsp;<br>-ปวดหัวตาแห้ง ตาบวมมีผื่นแดงขึ้นตามใบหน้า<br>-ปากเป็นแผลผมร่วง<br>-นิ้วมือ นิ้วเท้าซีด<br>-ผิวไวต่อแสงแดด<br><br>การรักษา : แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามอาการที่ป่วย โดยวิธีการหลักที่ใช้รักษา คือ การรับยา เช่น<br>-ยาต้านมาลาเรีย&nbsp;<br>-ยากดภูมิคุ้มกัน<br>-ยาคอร์ติโคสเตียรอย<br>-ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:46:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540187</guid>
      </item>
      <item>
         <title>38</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540225</link>
         <description><![CDATA[<div><br>โรคเอดส์เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี เอชไอวีซึ่งย่อมาจากคำว่า <em>human immunodeficiency virus </em>เป็นเชื้อไวรัส ในขณะที่โรคเอดส์หรือ <em>acquired immune deficiency syndrome</em> คือกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกเชื้อไวรัสทำลายจนร่างกายของผู้ป่วยไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคทั้งหลายที่เข้าสู่ร่างกายได้<br><br></div><div>ผู้ติดเชื้อเอชไอวีอาจไม่พัฒนาอาการจนเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์เต็มขั้น<br>&nbsp;<br>สาเหตุ&nbsp;<br>เอดส์เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันที่อยู่ในเม็ดเลือดขาวทำงานบกพร่อง โดยเชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการรับของเหลวอย่างเลือด และผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ การติดเชื้อจากแม่สู่ลูกผ่านการตั้งครรภ์ การคลอด การให้นม การใช้เข็มฉีดยาหรือสิ่งของที่มีเลือดและของเหลวของผู้ที่ติดเชื้ออยู่<br><br><br></div><div>อาการของโรคเอดส์มีดังนี้<br><br></div><ul><li><a href="https://www.bumrungrad.com/th/conditions/pneumonitis">ปอดอักเสบ</a></li><li>สูญเสียความจำ <a href="https://www.bumrungrad.com/th/conditions/depression">อาการซึมเศร้า</a>และอาการทางระบบประสาทอื่นๆ</li><li><a href="https://www.bumrungrad.com/th/conditions/chronic-diarrhea">ท้องเสียเรื้อรัง</a>นานกว่าหนึ่งสัปดาห์</li><li>เหนื่อยผิดปกติ</li><li>อาการไข้ที่กลับมาเป็นซ้ำๆ</li><li>เหงื่อออกตอนกลางคืน</li><li>น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว</li><li>มีผื่นตามผิวหนัง ในช่องปาก จมูกและเปลือกตา</li><li>แผลที่ริมฝีปาก อวัยวะเพศและทวารหนัก</li><li>อาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ รักแร้และขาหนีบ</li></ul><div><br><br>การรักษา<br>ปัจจุบันการรักษาโรคเอดส์ทำได้โดยการให้ยาต้านไวรัส HIV โดยสูตรยาต้านไวรัส HIV จะใช้รวมกันตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป ตัวยาจะทำหน้าที่ในการหยุดการแบ่งตัวเพื่อไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวน ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้</div><div><br></div><ol><li>Nucleoside reverse transcriptase inhibitors (NRTIs)</li><li>Non nucleoside reverse transcriptase inhibitors (NNRTIs)</li><li>Protease inhibitors (PIs)</li></ol><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:46:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540225</guid>
      </item>
      <item>
         <title>39</title>
         <author>yuchira_jans</author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540286</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 03:46:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054540286</guid>
      </item>
      <item>
         <title>7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054686963</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาเหตุ</strong> : เนื่องจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อแอนติเจนบางอย่าง เช่น แพ้ละอองเกสรดอกไม้ แพ้อากาศ แพ้อาหารและยา เป็นต้น โดยเมื่อสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะไปกระตุ้นให้เซลล์ชนิดหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันปล่อยสารบางอย่างออกมา ซึ่งเป็นสารก่ออาการแพ้<br><strong>อาการ</strong> : เกิดอาการจาม คัน แดง บวม เป็นผื่น<br><strong>การรักษา</strong> :&nbsp;<br>- การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้&nbsp;<br>- ออกกำลังกายซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ<br>- หมั่นทำความสะอาด<br> - การฉีดวัคซีนภูมิแพ้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-18 05:56:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/yuchira_jans/b4qjczs6zb13wbj4/wish/2054686963</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
