<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>GMOs by surangrat lamthanthong</title>
      <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd</link>
      <description>ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-08-24 09:25:50 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-24 18:27:06 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/File.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>น.ส. เกดกานดา ชื่นวิไลทรัพย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/184549827</link>
         <description><![CDATA[<var><br><strong>การตัดต่อพันธุกรรมของข้าวโพด ( GMOs ข้าวโพด )</strong></var><div>&nbsp;</div><div><strong>วิธีทำ </strong>เป็นเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการพัฒนาข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม YieldGard corn event MON 810 เพื่อให้ข้าวโพดสามารถสร้างโปรตีนจากแบคทีเรีย "Bacillus thuringiensis หรือ Bt ที่สร้างโปรตีนชนิดเดลต้าท็อกซินขึ้นได้เองตามธรรมชาติ พบว่าข้าวโพดที่พัฒนาขึ้นสามารถป้องกันการเข้ากัดกินโดยหนอนเจาะลำต้นข้าวโพดชื่อว่า European corn borerและหนอนเจาะลำต้นข้าวชนิดอื่นๆ เช่น Southwestern corn borer&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div><strong>ประโยชน์<br></strong>1. สามารถสร้างสารพิษต่อแมลงที่เป็นศัตรูพืชได้ โดยเมื่อแมลงมากัดกินข้าวโพดนี้แมลงก็จะตาย</div><div>2. ทำให้เกิดพืชสายพันธุ์ใหม่ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม</div><div>3. ช่วยเพิ่มผลผลิตขึ้นมาก และลดการใช้สารพิษลงมากด้วย</div><div><br>&nbsp;<strong>โทษ</strong><br> 1. ข้าวโพด GMOs อาจมีคุณค่าทางโภชนาการไม่เท่าข้าวปกติในธรรมชาติ<br>2. มีความกังวลว่า สารพิษบางชนิดที่ใช้ปราบแมลงศัตรูพืช เช่น Bt toxin ที่มีอยู่ใน GMOs บางชนิดอาจมีผล กระทบต่อแมลงที่มีประโยชน์ชนิดอื่นๆ เช่น สารฆ่าแมลงของเชื้อ Bacillus thuringiensis (บีที) ในข้าวโพดตบแต่งพันธุกรรมที่มีต่อผีเสื้อ Monarch ซึ่งการทดลองเหล่านี้ทำในห้องทดลองภายใต้สภาพเงื่อนไขที่บีบเค้น และได้ให้ผลในขั้นต้นเท่านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทดลองภาคสนามเพื่อให้ทราบผลที่มีนัยสำคัญ ก่อนที่จะมีการสรุปผลและนำไปขยาย ความ<br><br>**หมายเหตุ แก้ไขแล้วค่ะ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/211089468/24560947aa7f3b80c93fabe51c6e7982/Genetic_Engineering.jpg" />
         <pubDate>2017-09-04 15:21:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/184549827</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ดวงฤทัย ต๊ะจุ้ม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/185071049</link>
         <description><![CDATA[<div>วิธีการทำ GMO พริก<br>1.(CP-cDNA)โดยใช้เทคนิค Reversetranscriptase-Polymrease chain reaction (RT-PCR) ตัดต่อเข้ากับดีเอ็นเอของพลาสมิดพาหะ PBI121ถ่ายยีนเข้าสู่พืช ย้ายพลาสมิดดีเอ็นเอสายผสมของ PBI121 และยีน CP เข้าสู่เซลล์ของเชื้ออะโกรแบคทีเรีย<br>2.เพาะเมล็ดพริกให้งอกเป็นต้นกล้าที่มีใบเลี้ยงแรก(7-10วัน) ตัดแบ่งครึ่งใบเลี้ยงของพริกแยกมาเพาะในอาหาร(2วัน) ย้ายชิ้นใบมาแช่ในสารแขวนลอยเชื้ออะโกรแบคทีเรียที่มีพลาสมิดสายผสมของยีน CP(15-30นาที) ในการเตรียนเนื้อเยื่อพริก<br>3.ย้ายชิ้นใบมาเลี้ยงบนอาหารแข็ง(2วัน) ย้ายชิ้นใบมาเลี้ยงในอาหารเพาะเลี้ยงสูตรชักนำยอดและเติมสารปฏิชีวนะกานามัยซิน(2-4สัปดาห์) ย้ายยอดเล็กๆมาวางบนอาหารยืดยอดนาน 2 สัปดาห์<br>4.เติมอาหารชักนำรากและยืดราก(อย่างละ 2 สัปดาห์) จนได้พริกที่สมบรูณ์ ย้ายต้นพริกที่มีใบจริงประมาณ 3 ใบ ปลูกลงดินและนำเมล็ดมาทดสอบความต้านทานต่อไวรัสต่อไป<br>ประโยชน์<br>1.ทำให้เกิดพืชพันธุ์ใหม่ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม<br>2.ทำให้เกิดพืชสายพันธุ์ใหม่มีคุณสมบัติเหมาะแก่การเก็บรักษาเป็นเวลานาน ทำให้สามารถอยู่ได้นานวันและขนส่งได้เป็นระยะทางไกลโดยไม่เน่าเสีย<br>3.ทำให้ผักมีคุณสมบัติทางโภชนาการเพิ่มขึ้น<br>โทษ<br>1.สารอาหารจาก GMO  อาจมีคุณค่าทางโภชนาการไม่เท่าอาหารปกติในธรรมชาติ<br>2.สารอาหารจาก GMO อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตราย<br>3.มีความกังวลต่อการถ่ายทอดยีนออกสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพเนื่องจากมีสายพันธุ์ใหม่ที่เหนือกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติหรือลักษณะสำคัญบางอย่างถูกถ่ายทอดไปยังสายพันธุ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือแม้กระทั้งการทำให้เกิดการดื้อยาปราบวัชพืช</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/218683974/f2d10946e7ae8b22eb6952f95bef72f0/5.jpg" />
         <pubDate>2017-09-06 12:03:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/185071049</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรุ่งทิวา จันทร์แสง ม.6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/185414214</link>
         <description><![CDATA[<div>วิธีการทำ GMO  มะละกอ <br>1.เจาะจงใส่ยีนที่ต้านตานโรงจุดวงแหวนเข้าไป โดยการนำเอา Cort protein gene ( CP gene ) ใส่ในเซลล์ ของมะละกอ หรือ ถ่ายทอดเข้าไปอยู่ในโครโมโซมของเซลล์ใหม่ของมะละกอ</div><div>2.คัดเลือกต้นอ่อนของมะละกอที่มี Cort protein gene ( CP gene )  มาปลูก</div><div>ประโยชน์ </div><div>1.ทำให้มะละกอมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น ทนต่อศัตรูพืช </div><div>2. ทำให้มะละกอเหมาะแก่การเก็บรักษาเป็นเวลานาน </div><div>3. ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิต ลูกมะละกอ สูงมากขึ้น</div><div>4.ลดการใช้สารเคมีในต้นมะละกอ</div><div>โทษ</div><div>1.สารอาหารจาก GMOs อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้ที่บริโภค มะละกอ </div><div>2. ความกังวลในเรื่องของการเป็นพาหะของสารพิษในมะละกอ </div><div>3. ความกังวลต่อการเกิดสารภูมิแพ้ (allergen) ซึ่งอาจได้มาจากแหล่งเดิมของยีน  Cort protein gene ที่นำมาใส่ มะละกอ นั้น</div><div>4.  ปัญหาเรื่อง การดื้อยาในการทำ มะละกอ  (GMOs)จะใช้ selectable marker ที่มักเป็นยีน(gene)ที่สร้างสารต้านยาปฏิชีวนะ (antibiotic resistance) ใน,t]tdv  (GMOs)อาจมีสารต้านยาปฏิชีวนะอยู่ ซึ่งถ้าผู้บริโภค มะละกอ  (GMOs)กำลังอยู่ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะ อาจทำให้การรักษาไม่ได้ผล</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/218983811/b9e8dfdf700fe51d736d6e178adf2d32/IMG_1854.jpg" />
         <pubDate>2017-09-07 08:25:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/185414214</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ฟองจันทร์ สุวรรณา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/185416372</link>
         <description><![CDATA[<div>วิธีการทำ GMO สตอเบอร์รี่<br>1 นำยีนในปลาที่อาศัยในน้ำลึกที่มีความหนาวเย็นทางขั้วโลกเหนือ<br><br></div><div>2 ผลิตสารต่อต้านความหนาวเย็นจากน้ำให้ตัวปลาได้ <br><br></div><div>3 ทำการทดลองแยกยีนนั้นออกมานำมาทดลองกับ สตอเบอร์รี่ ผลปรากฏว่า ได้  สตอเบอร์รี่ พันธุ์ใหม่ที่มีความอดทนต่อความหนาวเย็นมากยิ่งขึ้น  ที่พิเศษสุด คือ ผลสตอเบอร์รี่ ที่ได้ใหม่จากต้น เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน<br><br></div><div> ประโยชน์<br><br></div><div>1.ทำให้ได้สตอเบอร์รี่ที่แปลกใหม่<br><br></div><div>2.สตอเบอร์รี่ที่ได้มีลักษณะป้องกันศรัตรูพืชได้ด้วยตนเอง<br><br></div><div> โทษ<br><br></div><div>1.เกิดการก่อสารพิษชนิดใหม่<br><br></div><div>2.ราคาสตอเบอร์รี่แพงขึ้น<br><br></div><div>3.เกิดไวรัสชนิดใหม่<br><br></div><div>4.เกิดสารก่อภูมิแพ้<br><br></div><div>5.ยีนที่ใส่เข้าไปอาจมีผลเสียต่อสุขภาพ<br><br></div><div> <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/218975454/e985e6005ab218c9531614a1fc461c6f/Hot_50_PCS_font_b_Blue_b_font_Rare_Fruits_And_Vegetables_Strawberry_Seeds_Home_Garden.jpg" />
         <pubDate>2017-09-07 08:36:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/185416372</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายสุทิน เขื่อนคำแสน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/188114372</link>
         <description><![CDATA[<div>การทำ GOM ในวัว<br>1 นำเซลล์เนื้อเยื่อที่ได้จากเนื้อวัวออกจากร่างกายของวัว<br><br>2 ก๊อปปี่ยีนไคโมซินจากเซลล์เนื้อวัวโดยการแยกแบ่งเซลล์<br><br>3 นำยีนไคโมซินแทรกแซงไปยัง<br>พลาสมิต(สำหรับพาหะยีนเข้าสู่เซลล์)<br><br>4 ใส่พลาสมิตเข้าไปในตัวยีนส์<br><br>5 ได้วัวพันธุ์ไหมที่ทำไห้เนื้อมีสีแดงทำให้ชวนสดุดตาและล่อตาล่อใจผู้ซื่อเป็นอย่างยิ่ง<br><br>ประโยชน์ของการทำGMO<br><br>1 ทำให้เกิดคุณสมบัติอันสวยงามของผลผลิตต่างๆ<br><br>2 ทำให้เกิดลักษณะใหม่ๆ ที่มีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ เช่น เนื้อที่มีสีแดงสด<br><br>3 การผลิตวัคซีน หรือยาชนิดอื่นๆ ในอุตสาหกรรมยาปัจจุบันนี้ล้วนแล้วแต่ใช้ GMO<br><br>โทษของการทำGOM<br><br>1 สารอาหารจาก GMOs อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตราย<br><br>2  ความกังวลในเรื่องของการเป็นพาหะของสารพิษ เช่น ความกังวลที่ว่า DNA จากไวรัสที่ใช้ในการทำ GMOs อาจเป็นอันตราย<br><br>3  ความกังวลในเรื่องของการเป็นพาหะของสารพิษ เช่น ความกังวลที่ว่า DNA จากไวรัสที่ใช้ในการทำ GMOs อาจเป็นอันตราย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/219928341/e1dec9bf6ece2ef46cee26b67a3d577a/images.jpg" />
         <pubDate>2017-09-16 00:53:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/188114372</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวสมปราถนา  แก้วสุข</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/190126705</link>
         <description><![CDATA[<div><br>การทำ gmo   มะเขือเทศ<br>           วิธีการทำ<br>ใส่ antisense gene ของยีน (gene) ที่ผลิตเอนไซม์ polygalacturonase (PG) ทำให้เอนไซม์ polygalacturonase ถูกรบกวนการแสดงออก<br><br>ประโยชน์ <br>-  ทำให้เกิดพืชที่ให้ผลผลิตมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผลมีขนาดใหญ่ขึ้น<br>-  ทำให้เกิดพืชที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม โดย ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกหรือเจริญเติบโตของพืช<br>- ทำให้เกิดพืชที่ทนต่อศัตรูพืช<br>- ทำให้เกิด พืช ผัก ผลไม้ มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มมากขึ้น เช่น ทำให้มะเขือเทศมีวิตามินอีมากขึ้น ทำให้ส้มหรือมะนาวที่มีวิตามินซีเพิ่มมากขึ้น ทำให้กล้วยมีวิตามินเอเพิ่มขึ้น เป็นต้น<br> <br>โทษ<br> - การตบแต่งพันธุกรรมในสัตว์ปลอดภัยต่อผู้บริโภคหรือไม่<br>- ราคามะเขือแพงขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/221623943/4b6cd9571ace48726358f17e79d16c0e/557000001084601.jpeg" />
         <pubDate>2017-09-22 13:43:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/190126705</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวาณิชย์ ติ๊บสภา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/190406257</link>
         <description><![CDATA[<div><br>การตัดต่พันธุกรรม (GMOs) ในมันฝรั่ง<br><br>ขั้นตอนมีดังนี้<br>1 ค้นหามันฝรั่งที่มีหัวขนาดใหญ่<br> <br>2 นำเอนไซม์ชนิดพิเศษตัดยีนตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง  แล้วนำยีนตัดต่อกับ พลาสมิคของแบคทีเรีย<br><br>3 นำพลาสมิคที่มียีนที่ต้องการใส่ในเซลล์ของแบคทีเรีย<br><br>4 แบคทีเรียแบ่งเซลล์  ทำให้มียีนที่ต้องการเพิ่มขึ้นตามจำนวนเซลล์ของแบคทีเรีย<br><br>5 สกัดยีนที่ต้องการจากเซลล์แบคทีเรีย<br><br>6 นำยีนที่ได้ใส่ลงในผลมันฝรั่ง<br><br>7 นำผลมันฝรั่งที่ได้ไปเพาะ ก็จะได้มันฝรังที่มีหัวขนาดใหญ่ทุกต้น<br><br>ประโยชน์<br>ทำให้ได้มันฝรั่งที่มีหัวขนาดใหญ่สามารถขายได้ในราคาสูง ได้ผลผลิตมากตลอดทั้งปี ามารถเก็บใว้ได้นานโดยไม่เน่าเสีย<br><br>โทษ<br>อาจมีสิ่งอื่นเจือปนที่ทำให้เกิดอันตรายจากสารอาหารที่ได้ อาจเป็นพาหะของสารที่เป็นอันตรายได้ และอาจเกิดสารภูมิแพ้ได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/223706163/e188ceaf5cfa1ee04b19bc07c0dd343a/maxresdefault__1_.jpg" />
         <pubDate>2017-09-23 14:05:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ordinarygirl_96/b0unfom02xpd/wish/190406257</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
