<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Physical change in aging by Rewwadee Petsirasan</title>
      <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1</link>
      <description>Effect of aging to physiological system</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2019-03-09 05:17:37 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-02-06 08:05:24 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Hearts.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>Case 1</title>
         <author>prewwade</author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526045</link>
         <description><![CDATA[<div>Assign for group 1 &amp; 2</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/360644891/9bc4eb88c67f8be42f2fbba9b58476d8/Case_1.docx" />
         <pubDate>2019-03-09 05:20:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526045</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Case 2</title>
         <author>prewwade</author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526116</link>
         <description><![CDATA[<div>Assign for group 3 &amp; 4</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/360644891/11288fa710fab0084c61715f67de9472/Case_2.docx" />
         <pubDate>2019-03-09 05:21:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526116</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Case 3 </title>
         <author>prewwade</author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526171</link>
         <description><![CDATA[<div>Assign for group 5 &amp; 6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/360644891/7e099219365a4e7a00e56d2b0cd95a56/Case_3.docx" />
         <pubDate>2019-03-09 05:22:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Case 4</title>
         <author>prewwade</author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526212</link>
         <description><![CDATA[<div>Assign for group 7 &amp; 8</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/360644891/a786b6213faaec3b13bc1dcc5d13748a/Case_4.docx" />
         <pubDate>2019-03-09 05:22:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526212</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Case 5</title>
         <author>prewwade</author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526248</link>
         <description><![CDATA[<div>Assign for group 9 &amp; 10</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/360644891/c610d293563a46006697babad7ce5488/Case_5.docx" />
         <pubDate>2019-03-09 05:23:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/339526248</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/340306447</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่ม 8 case 4<br>ประวัติผู้รับบริการ<br>ผู้รับบริการหญิง อายุ 77 ปี สูง 5.3 ฟุต น้ำหนัก 99 ปอนด์ สถานะหม้าย ลูกสาว 1 คน<br><br><br>ด้านร่างกาย<br>-กระดูกสะโพกหัก<br>-แผลกดทับระดับ 3 บริเวณส้นเท้าและ sacrum<br>-ใส่ฟันปลอม<br>-ท้องผูก<br>-เบื่ออาหาร<br><br>จิตใจและอารมณ์<br>-ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ถึงแม้จะมีการสูญเสียบุคคลที่รักไปแล้ว<br>-มีจิตใจที่เข้มแข็งที่จะยอมรับการเจ็บป่วยครั้งนี้<br><br>ด้านสังคม<br>-อยู่คนเดียว<br>-ชอบฤดูใบไม้ร่วง<br><br>Nursing care<br>ดูแลเรื่องการเคลื่อนไหว<br>-กายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูกระดูกและกล้ามเนื้อ ป้องกัน ข้อติดแข็ง<br>-พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดแผลกดทับเพิ่มขึ้น<br>-การดูแลทำความสะอาดแผลกดทับเพื่อลดการติดเชื้อ<br>ช่องปากและรับประทานอาหาร<br>-แนะนำให้คนไข้ทำฟันปลอมให้มีความพอดีกับช่องปาก<br>-ดูแลทำความสะอาดช่องปากและฟันเป็นประจำเพื่อกระตุ้นความอยากอาหารและป้องกันการเกิดแผลที่อาจส่งผลต่อการติดเชื้อ<br>-เลือกอาหารให้เหมาะสม เป็นอาหารอ่อนและเคี้ยวง่าย เช่น ปลานึ่ง ข้าวต้ม ซุปข้าวโพด ซุปฟักทอง น้ำมะเขือเทศปั่น<br> -เลี่ยงเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟที่มีส่วนผสมคาเฟอีน<br>-เลี่ยงอาหารที่มีรสจัด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม<br>-ในแต่ละมื้อแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย<br>         ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเรื่องของอาหารเพื่อลดปัญหาท้องผูก เบื่ออาหาร เนื่องจากไม่สามารถทานอาหารที่เคี้ยวยาก ขนาดฟันปลอมที่ไม่เหมาะสมกับช่องปาก ทำให้เกิดปัญหาการเคี้ยวที่ลำบากและ ป้องกันภาวะพร่องโภชนาการ<br>-การบริหารการหายใจเพื่อลดท้องผูกเพิ่มการเคลื่อนไหวลำไส้ วิธีการ คือหายใจเข้าทางจมูกนับ 1 2 ปล่อยลมหายใจออกทางปากยาวๆ<br>-จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม ex เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-12 09:29:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/340306447</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/340890269</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่ม 9 case 5<br>ประวัติผู้รับบริการ<br> • เพศชาย อายุ 85 ปี เป็นคนผิวขาว อาศัยอยู่กับลูกสาวที่บ้าน<br><br>📌ด้านร่างกาย<br> • ระบบหัวใจและหลอดเลือด<br>    - Hypertension<br> • ระบบทางเดินปัสสาวะ<br>    - ต้อกระจก เนื่องจากมีการเสื่อมของโปรตีนในแก้วตาที่เปลี่ยนไปตามวัย<br>    - ต้อหินเรื้อรัง<br> • ระบบประสาท<br>    - ประสิทธิภาพการมองเห็น<br>	•	ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเสื่อมลง เนื่องจากนาย L มีการใช้ไม้เท้าช่วยการเดิน เนื่องจากในผู้สูงอายุมีการสะสมโปรตีนในกล้ามเนื้อลดลง ทำให้ร่างกายเสียสมดุล<br>📚Nursing care <br>• ให้ยา losartan เป็นยารักษาความดันโลหิตสูง ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง<br>• ให้ยา oxybutynin ลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ รักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือมีการปัสสาวะถี่จนเกินไป<br>• ให้ยาหยอดตา<br><br>📌การพัฒนาด้านจิตใจ<br>การรับรู้และความรู้สึกมีคุณค่า (self-concept and self-esterm) : ผู้สูงอายุรับรู้ในด้านร่างกายลดลง ทำให้รู้สึกไม่มีคุณค่า พยายามที่จะปฏิเสธ โดยการแสดงบุคลิกภาพ<br>แบบต่อต้าน (Defended personalities) คือ Holding on เป็นกลุ่มที่เกลียด กลัวความชรา พยายมฉีกรูปแบบบุคลิกภาพของตนในวัยกลางคนไว้ และพึงพอใจต่อการยึดถือ จึงแสดงให้เห็นจากการปฏิเสธไปข้างนอกโดยมีคนดูแล เพราะมีเจตคติที่รู้สึกว่าเสียความเป็นผู้นำ ขาดคุณค่าในตนเอง<br><br>📚การพยาบาลด้านจิตใจ<br>1.จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยรู้สึกหรือเห็นคุณค่าในตัวเอง เช่นการปลูกต้นไม้ การเลี้ยงสัตว์<br>2.อธิบายให้ญาติเข้าใจและยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายของผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้ญาติแสดงพฤติกรรมหรือพูดให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่มีคุณค่าในตัวเองและสูญเสียภาวะความเป็นผู้นำ<br>3.ให้ผู้สูงอายุเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายที่เกิดขึ้นได้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลง และสามารถใช้ชีวิตโดยไม่รู้สึกว่าไม่มีคุณค่าในตนเอง<br><br>ขอบคุณค่ะ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-13 14:25:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/340890269</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม 2 Case 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342109987</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่ม 2 case 1</div><div>ประวัติผู้รับบริการ</div><div>    •เพศชาย อายุ92ปี เป็นทหารเกษียณอายุ อาศัยอยู่ลำพัง มีลูก 2คนแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน</div><div>**Hx: hypertention, DM type 2</div><div>📌การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย</div><div>1.การเปลี่ยนแปลงในระบบประสาท</div><div>      ในระบบประสาทของผู้สูงอายุ จะมีการเสื่อมลงของเซลล์ประสาท ประมาณ 100,000 เซลล์ต่อวัน ส่งผลต่อ  การเคลื่อนไหวที่ช้าลงเนื่องจาก เซลล์ประสาทในก้าสมอง ส่งผลให้ Dopamine ลดลง การรับรส และ รับรู้ การมองเห็น การได้ยิน  ที่ลดลง</div><div>       จากการประเมิน orentation ของผู้รับบริการ พบว่า ผู้รับบริการ สามารถจดจำสถานที่และบุคคลได้ แต่ไม่สามารถ จดจำเวลาและวันที่ได้ </div><div>        กิจกรรมการพยาบาล </div><div>-  แนะนำ และส่งเสริมให้ผู้รับบริการ มีปฏิทินส่วนตัว ที่บ้าน และมีการทำเครื่องหมายในปฏิทิน ในทุกๆวัน จนเกิดความเคยชิน ทำให้ผู้รับบริการ สามารถดูวันที่และจดจำได้</div><div>-  จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ให้อยู่ในสภาพเดิม ไม่ควรเปลี่ยนแปลง เพราะผู้รับบริการจะจำไม่ได้</div><div>-  ทำป้ายบอกกลางวันกลางคืน  ไว้ข้างเตียง</div><div>-  ให้ผู้รับบริการจดบันทึกของตนเอง ในสิ่งที่อยากจดจำ สิ่งที่จะทำ หรือสิ่งสำคัญต่างๆ</div><div>  2. การเปลี่ยนแปลงในระบบผิวหนัง </div><div>     ผิวหนังของผู้สูงอายุจะบางลง เหี่ยวและมีรอยย่นเนื่องจากนํ้าและไขมันใต้ผิวหนังลดน้อยลงเส้นใยอีลาสติน (Elastin) ลดลงแต่คอลลาเจน (Collagen) เพิ่มขึ้นทําให้ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น</div><div>    ผู้รับบริการมีเเผลจากอุบัติเหตุที่สะโพก หัวเข่าเเละปลายเเขน จากการเปลี่ยนแปลงจากความสูงอายุและการเสื่อมของผิวหนังทําให้มีผลต่อการหายของแผล เเผลจึงหายช้าลง </div><div><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล</div><div>-ให้ผู้รับบริการทำเเผลที่คลินิกใกล้บ้านวันละ1ครั้ง</div><div>-เเนะนำให้ดูเเลความสะอาดของร่างกาย ล้างมือบ่อยๆ ไม่สัมผัสบริเวรเเผล ไม่ให้เเผลโดนน้ำ เพื่อป้องกันเเผลติดเชื้อ</div><div>-เเนะนำเรื่องอาหารการกินที่ส่งเสริมการหายของเเผล</div><div>เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว วิตามินซี</div><div>3. การเปลี่ยนแปลงของระบบต่อมไร้ท่อ</div><div>&gt;ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้การผลิตของฮอร์โมนต่างๆลดลง ซึ่งผู้รับบริการมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานชนิดที่2 ผลมาจากตับอ่อนมีการหลั่งอินซูลินลดลง ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆมีการตอบสนองต่ออินซูลินลดลง ทำให้ผู้รับบริการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง</div><div>&gt;การพยาบาล</div><div>1.แนะนำให้ผู้รับบริการมีการควบคุมการกินอาหาร ลดมัน ลดหวาน </div><div>2.ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดของผู้รับบริการเพื่อประเมิน</div><div>3.ส่งเสริมให้ผู้รับบริการมีการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายมีการสร้างไขมันดี</div><div>4.แนะนำให้ผู้รับบริการรับประทานยาที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง</div><div><br></div><div>4. ระบบทางเดินอาหาร</div><div>ฟันของผู้สูงอายุมักไม่ค่อยดี เคลือบฟันจะมีสีคล้ำขึ้นและบางลง แตกง่ายเหงือกที่หุ้มคอฟันร่นลงไป เซลล์สร้างฟันลดลง ฟันผุง่ายขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีฟัน ทำให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวก ต้องรับแระทานอาหารอ่อนและย่อยง่าย ทำให้เกิดภาวะขาดอาหาร ต่อมน้ำลายทำงานน้อยลง การผลิตน้ำย่อยและเอนไซม์ลดลง การกระหายน้ำลดลง ทำให้ลิ้นและปากแห้ง เกิดการติดเชื้อทางปากได้</div><div>การเคลื่อนไหวของหลอดอาหารลดลงและหลอดอาหารกว้างขึ้น ทำให้ระยะเวลาที่อาหารผ่าาหลอดอาหาช้าลง กล้ามเนื้อบริเวณปลายหลอดอาหารหย่อนตัวและทำงานลดลง ทำให้อาหารและน้ำย่อยไหลย้อนกลับจากกระเพาะเข้าสู่หลอดลมได้ จึงทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก และเกิดอาการสำลักได้ การเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารลดลง อาหารอยู่ในกระเพาะอาหารนานขึ้น จึงทำให้รู้สึกหิวน้อยลง การผลิตน้ำย่อยและเอนไซม์ในกระเพาะอาหารลดลง ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวน้อยลงเกิดอาการท้องผูกได้ง่าย    น้ำหนักของตับจะลดลงเนื่องจากเซลล์ตับลดจำนวนลง ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนผ่านตับจึงลดลง ทำให้การกำจัดยาที่เข้าสู่ร่างกายช้าลง ผู้สูงอายุจึงมีความโน้มเอียงในการเกิดพิษจากยาและแอลกอฮอล์ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไปลำไส้มีการเคลื่อนตัวช้าลง ทำให้ท้องผูกได้ง่าย ส่วนความสามารถในการดูดซึมอาหารไม่ลดลง โดยเฉพาะการดูดซึมไขมันไม่แตกต่างไปจากคนวัยหนุ่มสาว แต่การดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนลดลงเล็กน้อย</div><div><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล</div><div>1. แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากการย่อยไขมันในผู้สูงอายุลดลง</div><div>2. แนะนำให้รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ผัก ผลไม</div><div><br></div><div>5. การเปลี่ยนแปลงของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก</div><div>ในวัยผู้สูงอายุจะมีจํานวนและขนาดเส้นใยของกลามเนื้อลดลงทำให้กําลังการหดตัวของกลามเนื้อและการเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆไม่คล่องตัว</div><div>มวลของน้ําหนักกระดูกลดลง จากมีการแคลเซียมสลายออกจากกระดูกมากขึ้น ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย</div><div>ความยาวของกระดกสันหลังและหมอนรองกระดูกบางลง หลังคอมมากขึ้น น้ำไขข้อลดลง กระดูกบริเวณข้อเสื่อมมีแคลเซียมเกาะมากขึ้น การเคลื่อนไหว</div><div>ข้อต่างๆ ไม่สะดวกเกิดการตึงแข็งอักเสบและติดเชื้อได้ง่ายขอที่พบเกิดความเสื่อมได้มากคือข้อเข่าและข้อสะโพกและข้อกระดูกสันหลัง</div><div><br></div><div>การพยาบาล</div><div>-ส่งเสริมให้ได้รับธาตุแคลเซียมและวิตามินดีที่เพียงพอ</div><div>แคลเซียมเป็นธาตุหลักที่สำคัญเพื่อป้องกันและการรักษาโรคกระดูกพรุน การได้รับแคลเซียมร่วมกับวิตามินดีอย่างเพียงพอสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก อาหารที่มีแคลเซียมสูงได้แก่นมและผลิตภัณฑ์นม </div><div>งาขาวและผักใบเขียว โดยเฉพาะผักคะน้า ผักกาดเขียว </div><div>-ส่งเสริมการออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก(weight-bearing) เป็นการออกกำลังกายที่ทั้งกล้ามเนื้อและ</div><div>กระดูก เช่น การเดินช้าๆ</div><div>-ให้ความรู้เรื่องการจัดสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยจากหกล้ม</div><div><br></div><div>📌การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ</div><div><br></div><div>การพยาบาลด้านจิตใจ </div><div>1. ผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลด้านจิตใจ ให้ความรัก การดูแลเอาใจใส่ และการเห็นอกเห็นใจจากครอบครัว</div><div>2. ผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้อยู่ตามลำพัง ควรอยู่ร่วมกับครอบครัว เนื่องจากผู้สูงอายุในวัยนี้มีสมรรถภาพทางร่างกายถดถอย ดังนั้นจึงมีความต้องการให้บุตรหลานได้ดูแลเอาใจใส่ </div><div>3. ในกรณีที่ต้องให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง บุตรหลานควรหมั่นมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ</div><div>4. ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมกับคนวัยเดียวกันในชุมชน</div><div>5. ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุหาแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-17 12:57:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342109987</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม10 Case 5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342297142</link>
         <description><![CDATA[<div><br>เพศชาย อายุ 85 ปี ผิวขาว อาศัยอยู่กับลูกสาว<br>🙍🏻‍♂️ การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย ตามทฤษฎี <br>ระบบประสาท : - ต้อกระจก สาเหตุเกิดจากการเสื่อมของโปรตีนในแก้วตา ซึ่งเปลี่ยนไปตามวัย<br>- ต้อหิน สาเหตุสาคัญของต้อหิน คือความดันลูกตาสูงกว่าปกติ เนื่องจากความผิดปกติของระบบไหลเวียนนำ้ เอเควียส นำ้เอเควียส คือนำ้ในลูกตาซึ่งสร้างโดยช้ันผิวของ ciliary process จากนั้นจะไหลเข้าช่องหลังม่าน ตา (posterior chamber) ผ่านรูม่านตาไปยังช่องหน้าม่านตา (anterior chamber) แล้วผ่าน trabecular meshwork ตรงมุมตาเข้าสู่ Schlemm’s canal จนกระทั่งเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตทาง aqueous vein<br>🎈กิจกรรมทางการพยาบาล<br>1. ดูแลให้ได้รับยาหยอดตาตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อป้องกันความดันในลูกตาสูง<br>2.ในเวลากลางวันให้ใส่แว่นตาดากันแดด เพื่อลดการระคายเคืองตาจากแสงแดด ซึ่งจะทำให้นำ้ตาไหล ถ้าเช็ดนำ้ตาด้วยวิธีไม่สะอาดอาจทำให้ติดเชื้อได้<br>3.เวลานอนให้ใช้ท่ีครอบตาปิดไว้ เพื่อป้องกันการได้รับอันตรายโดยตรง เพราะเวลานอนหลับอาจ เผลอเอามือขยี้ตา<br>4.ควรระมัดระวังอุบัติเหตุ เนื่องจากสายตาท้ังสองข้าง มองเห็นน้อยมาก และบางครั้งลานสายตา อาจแคบ ควรมีผู้ดูแลใกล้ชิด โดยเฉพาะเวลาเดิน<br><br>ระบบทางเดินปัสสาวะ : กระเพาะปัสสาวะมีปัญหา เนื่องจากกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวได้ลดลง ทำให้ความจุของกระเพาะปัสสาวะลดลง<br>🎈กิจกรรมทางการพยาบาล<br>1.ดูแลให้ได้รับยา oxybutynin และ losartan ครบตามแผนการรักษาของแพทย์และแนะนำในเรื่องของการเฝ้าระวังการเกิดผลข้างเคียงของยาดังกล่าว<br>      oxybutynin : ผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ รู้สึกสับสน ปากแห้ง ท้องผูก คลื่นไส้ ท้องเสีย ชีพจรเต้นผิดปกติ ปลายมือและเท้าชา หัวใจเต้นเร็ว หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตสูง<br>      losartan : ผลไม่พึงประสงค์ เป็นหวัด หรือ ไข้หวัด โดยมีอาการ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ จาม เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ เป็นตะคริว<br>ปวดขา ปวดหลัง ปวดท้อง หรือ ท้องร่วง ปวดหัว วิงเวียน รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง นอนไม่หลับ หรือ มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ<br>อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการที่เป็นสัญญาณบ่งชี้อาการการแพ้ยา เช่น มีผดผื่นขึ้นตามผิวหนัง แน่นหน้าอก หายใจลำบาก มีปัญหาการหายใจ หน้าบวม ลิ้นบวม ปากบวม หรือคอบวม<br><br>ระบบหัวใจและหลอดเลือด : Hypertension เนื่องจากว่าโครงสร้างของหลอดเลือดในผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลง contratility เพิ่มขึ้น และในผู้สูงอายุจะมีการสะสมไขมันในร่างกายเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกระบวนการเผาผลาญลดลง ทำให้เกิดไขมันอุดตันเส้นเลือด ฉะนั้นเมื่อประกอบกันแล้ว จะมีผลทำให้ blood return ลดลง หัวใจบีบตัวแรงขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย<br>🎈กิจกรรมทางการพยาบาล<br>1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดําเนินชีวิตให้เหมาะสม<br>การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถือเป็นการรักษาขั้นแรกในการดูแลรักษา ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ซึ่งประกอบด้วย<br>      - เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค การลดนำ้หนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน องค์การอนามัยโลก<br>แนะนำว่าในขั้นต้น ควรลดน้ำหนักอย่างน้อย 5 กิโลลกรัม ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่มีนำ้หนักเกิน<br>      - การลดปริมาณโซเดียมในอาหาร ลดโซเดียมในอาหาร เหลือวันละ 0.5 – 2.3 กรัม หรือ เกลือโซเดียมคลอไรด์ 1.2 – 5.8 กรัม<br>ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก : เสื่อมลง เนื่องจากนาย เอล มีการหกล้มบ่อยครั้ง ซึ่งในผู้สูงอายุมวลของกระดูกและกล้ามเนื้อลดลง ทำให้ reflex ลดลงและกล้ามเนื้อแข็งเกร่งได้<br>🎈กิจกรรมทางการพยาบาล<br>1. ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เช่น โยคะ ไทเก๊ก เป็นต้น<br>💚 การเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจและอารมณ์<br>รู้สึกว่ามีคุณค่าในตนเองลดลง เนื่องจากไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดังเดิม<br>ไม่มั่นใจในบุคลิกภาพในตนเอง เนื่องจากต้องใช้ไม้เท้าในการช่วยเดิน จากปกติสามารถเดินได้โดยไม่ต้องมีตัวช่วย<br>🎈กิจกรรมทางการพยาบาล<br>1. มีทัศนคติที่ดีในการมีอายุยืนยาว<br>การมีชีวิตยืนยาวนั้น มีสิ่งดีๆ มากมาย คือ<br>- มีเวลามากขึ้นที่จะเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความสนใจและความต้องการ<br>- มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น ซึ่งปลอดโปร่งจากพันธนาการ และภารกิจ จำเป็นต่างๆ ซึ่งตนได้แบกรับภาระมาเนิ่นนาน<br>- มีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่น ชุมชน และสังคมได้มากขึ้น และยาวนานขึ้น<br>2. การมุ่งมั่นเป็นผู้ให้ที่ดีอย่างต่อเนื่อง<br>ผู้สูงอายุควรมุ่งมั่นเป็นผู้ให้ที่ดีอย่างต่อเนื่องได้ เช่น<br>- การให้ความรู้ ความคิด ให้แนวทาง ให้คำแนะนำ ให้การปรึกษา ให้ข้อคิดจากการ มีชีวิตยืนยาว <br>- การให้ความรัก ความอบอุ่น  ให้ความเมตตา  ให้ความเห็นอกเห็นใจ ให้ความเอาใจใส่  ให้กำลังใจแก่สมาชิกในครอบครัว<br>3. การปฏิบัติตนเป็นผู้รับที่ดีอยู่เสมอ เช่น<br>- การน้อมรับคำแนะนำ ความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ด้วยดี เมื่อประสบปัญหาที่เกิน กำลัง <br>- การยอมรับความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆเพื่อช่วยให้ตนสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง<br>- การยินดีรับเพื่อนใหม่ได้ ผูกมิตรเป็น ทั้งกับบุคคลวัยเดียวกันและต่างวัยกันที่จะช่วยให้ตนมีชีวิตชีวาขึ้น และช่วยเพิ่มความหมายในการดำรงชีวิต<br>- การรับธรรมะเข้ามาหล่อเลี้ยงใจได้อย่างถูกต้อง เพียงพอ และเหมาะสมกับโอกาส<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-18 09:31:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342297142</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม 7 Case 4 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342303008</link>
         <description><![CDATA[<div>กรณีศึกษาหญิงหม้ายอายุ 77 ปี มีลูกสาวนำอาหารทุกๆวันเสาร์และอาทิตย์ นำ้หนัก 99 ปอนด์ สูง 5.3 ฟุต  <br>ด้านร่างกาย : ประสบอุบัติเหตุล้มสะโพกหัก มี Bed sore grade 3 ที่บริเวณส้นเท้าและsacrum ฟันปลอมไม่พอดีกับปากจึงกินได้น้อย นำ้หนักลด มีอาการท้องผูก <br>ด้านจิตใจและอารมณ์ : กรณีศึกษามีภาวะเครียดจากปัญหาสุขภาพร่างกาย<br>ด้านสังคม : กรณีศึกษาอยู่คนเดียว (ลูกสาวมาหาทุกเสาร์ อาทิตย์)<br>การพยาบาล <br>         ทำความสะอาดแผล พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง แนะนำในการเลือกฟันปลอมให้เข้ากับรูปทรงของฟันเดิม เพื่อให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้ดีขึ้นและรับประทานอาหารประเภทโปรตีน เช่น สลัดปลาดอลลี่ อกไก่นึ่งอบสมุนไพรเพื่อส่งเสริมการหายของแผลและเพิ่มน้ำหนัก  แนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 2000-3000 มิลลิลิตร แบ่งดื่มตลอดวัน ดื่มน้ำหนึ่งแก้วหลังตื่นนอน เพื่อให้ขับถ่ายได้ดีขึ้นและลดอาการท้องผูก<br>        ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับเพิ่มโดยการทาโลชั่นบริเวณผิวหนังที่แห้ง รองหมอนใต้บริเวณปุ่มกระดูกและบริเวณที่รับน้ำหนัก เบี่ยงเบนความสนใจโดยการให้ฟังเพลงหรือทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อคลายความวิตกกังวล<br>         แนะนำเกี่ยวกับการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ เช่น การพูดคุย รับประทานอาหารร่วมกัน <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-18 09:50:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342303008</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342312041</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่ม 3 case 2. ระเบิดเรียงเป็นระเบียบ<br>การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย <br>1.มีภาวะGastroparesis เนื่องจากเคสเป็นวัยผู้สูงอายุทำให้ทางเดินอาหารมีการเสื่อมลงตามอายุ<br>การดูแล: ให้กินอาหารที่ย่อยง่าย ไม่รสจัด มีสารอาหารครบ5 หมู่<br>2.มีภาวะเหนื่อยง่าย เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นประสิทธิภาพการขยายตัวของปอดและการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง<br>การดูแล: แนะนำให้ฝึกการหายใจ Deep breathing exercise โดยให้หายใจเข้าทางจมูกแล้วกลั้นหายใจใว้ 3วินาที แล้วให้หายใจออกทางปากช้าๆเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการหายใจ<br>3.มีภาวะเบื่ออาหาร น้ำหนักลด BMIต่ำกว่าเกณฑ์ เนื่องจากอายุที่มากขึ้นทำให้การรับรสเปลี่ยนไป<br>การดูแล: จัดอาหารให้ดูน่ารับประทาน จัดอาหารให้ครบ 5 หมู่โดยเน้นอาหารประเภทโปรตีนและคาร์โบไฮเดรด เพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย<br>4.มีภาวะความดันโลหิตสูง เนื่องจากวัยผู้สูงอายุ หลอดเลือดมีการแข็งตัวมากขึ้น ความยืดหยุ่นลดลง ทำให้ต้องใช้ความดันที่สูงในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และอาจเป็นผลมาจากเคสเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2<br>การดูแล: ให้ควบคุมอาหารประเภทน้ำตาลและจัดให้มีกิจกรรมเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว<br>5.ตรวจพบก้อนแข็งที่เต้านมด้านซ้าย<br>การดูแล: แนะนำให้ไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอน<br><br>การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ<br>รู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถทำกิจกรรมทางสังคม<br>การดูแล: ให้ลูกหลานมีบทบาทในการดูแลและให้กำลังใจมากขึ้น<br><br>การเปลี่ยนแปลงด้านสังคม<br>รู้สึกเหนื่อยเมื่อทำกิจกรรม ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมทางด้านสังคมได้เต็มที่<br>การดูแล: จัดให้มีกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยและโรคที่เป็นอยู่และให้ครอบครัวมีบทบาทในการทำกิจกรรมร่วมกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-18 10:22:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342312041</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม 1 เคส 1 </title>
         <author>titiamity</author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342326716</link>
         <description><![CDATA[<div>ชายไทย อายุ 92 ปี  อาศัยอยู่ตามลำพัง ภรรยาเสียชีวิต ลูกแยกย้ายไปทำงานต่างประเทศและมีครอบครัว มีประวัติเป็นความดันโลหิตสูงและเบาหวานชนิดที่ 2 <br><br></div><div><strong><em>การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย</em></strong><br><br></div><div><mark>ระบบประสาท</mark><br><br></div><div>มีการเสื่อมสลาย ของเซลล์ประสาท (Neurons) ในสับสะแทนเทียไนกรา (Substantianigra) ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ประสาทที่อยู่ส่วนบนของก้านสมอง (Brain stem) ทําให้ปริมาณโดปามีน (Dopamine) ลดลงทําให้เกิดปัญหาของโรคพาร์กินสันและมีการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า รวมไปทั้งในเรื่องของการทรงตัวที่อาจจะทำให้ทรงตัวได้ไม่ค่อยดี เนื่องจากมีการเสื่อมของระบบประสาท ซึ่งจะเห็นได้ว่า แจ็ค วัยอายุ 92 ปี มีอาการขณะเดินที่เชื่องช้ามากขึ้น ไม่สามารถที่จะลุกนั่ง หรือเปลี่ยนท่าทางได้อย่างรวดเร็วได้ เนื่องจากระบบประสาทอัตโนมัติมีการลดประสิทธิภาพลง ในเรื่องของสติปัญญา แจ็คจะสูญเสียความจำระยะสั้น ขณะที่ให้จำสิ่งของ3สิ่ง ต้องใช้เวลานานมากขึ้นในการทบทวน<br><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล<br>- จัดอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องความจําให้แก่ผู้สูงอายุ เช่น นาฬิกา ปฏิทิน รูปภาพของครอบครัว</div><div>- ช่วยพยุงหรือใช้ไม้พยุงเพื่อการทรงตัวที่ดีขึ้น<br><br><mark>ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ</mark> <br><br>การเปลี่ยนแปลงในระบบกล้ามเนื้อและกระดูกกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุจะมีจำนวนและขนาดเส้นใย ลดลง การทำงานของเอนไซม์ในกล้ามเนื้อลดลง ปริมาณของกลัยโคเจนและโปรตีนที่สะสมในกล้ามเนื้อลดลง ตามขนาดของกล้ามเนื้อทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุเสียสมดุลของไนโตรเจน ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อมีอาการสั่น เนื่องจากระบบเอกซ์ตร้าพัยรามิดัล (Extrapyramidal system) เสื่อมสภาพ เอ็นแข็งตัวทำให้รีเฟล็กซ์ลดลง และทำให้กล้ามเนื้ออาจมีอาการแข็งเกร็งได้ ซึ่งสอดคล้องกับกรณีศึกษาข้างต้น เพราะมีการเสื่อมสลายกระดูกและมวลกล้ามเนื้อทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง นอกจากนี้ขนาดของเส้นใยกล้ามเนื้อที่ลดลงในผู้สูงอายุอาจเกิด จากการที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเป็นเวลานาน ๆ เป็นเหตุให้มีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ<br><br>กิจกรรมการพยาบาล <br><br></div><div>- แนะนำอาหาร ควรจัดอาหารให้เหมาะสมกับโรคของผู้ป่วย และส่งเสริมการหายของกระดูก เช่น อาหารที่มีพวกโปรตีน แคลเซียม วิตามินซี</div><div>-  ดูแลจัดกิจกรรมให้ผู้ป่วยมีการออกกำลังกายบ้าง โดยให้ผู้ป่วยทำเอง และควรช่วยทำให้ ถ้าผู้ป่วยทำเองไม่ได้ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น กล้ามเนื้อลีบ ข้อติด  <br>- ดูแลเรื่องโภชนาการ ให้รับประทานอาหารได้ครบถ้วน และตามความต้องการของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป และเสริมอาหารที่ให้โภชนาการครบถ้วนสำหรับผู้สูงอายุเป็นประจำ หากไม่สามารถรับประทานอาหารได้ครบ<br> <br><mark>ระบบต่อมไร้ท่อ </mark><br><br></div><div>ในผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงของต่อมไร้ท่อทำให้มีการผลิตฮอร์โมนต่างๆลดลงได้ยกตัวอย่างเช่น ต่อมพาราไทรอยด์จะทำงานลดลงสร้างฮอร์โมนพาราไทรอยด์ออกมาได้แต่การทำงานของฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นในผู้สูงอายุเพราะระดับเอสโตรเจนซึ่งออกฤทธิ์ต้านการทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์มีระดับน้ำตาลลดลง ส่วนตับอ่อนมีการหลั่งอินซูลินลดลง เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายมีการตอบสนองต่ออินซูลินลดลงเป็นผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดผู้สูงอายุสูงขึ้น นำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานได้<br><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล<br>- แนะนำให้ผู้สูงรับประทานอาหารไม่หวานจัด เค็มจัด</div><div>- แนะนำให้ตรวจสุขภาพเพื่อตรวจดูระดับน้ำตาลในเลือดทุกๆเดือน เพื่อเฝ้าระวังภาวะน้ำตาลในเลือดสูง <br><br><mark>ระบบหัวใจและหลอดเลือด<br></mark><br></div><div>เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจลดจำนวนลง มีเนื้อเยื่อพังผืดเพิ่มมากขึ้น ในคนที่มีความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ก็จะทำให้มีกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้น เซลล์ที่เป็นตัวกำหนดจังหวะการเต้นของหัวใจลดจำนวนลง ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติไปในผู้สูงอายุบางราย ลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะลิ้นที่ต้องทำงานหนัก จะเกิดความเสื่อม มีไขมันสะสมและหินปูนมาเกาะในที่สุด ทำให้การปิด-เปิดของลิ้นหัวใจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยเฉพาะลิ้นเอออร์ติก หลอดเลือดแดง เซลล์กล้ามเนื้อเรียบที่ผนังหลอดเลือดแดงเพิ่มจำนวนขึ้น เกิดมีหย่อมของหินปูนมาเกาะตามผนัง ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งจนอาจคลำได้เป็นลำ และอุดตันได้ง่ายเกิดอาการขาดเลือดมาหล่อเลี้ยงยังอวัยวะปลายทางได้ การดูแลตนเองเพื่อบำรุงหัวใจและหลอดเลือด <br><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล<br>- หมั่นกินอาหารที่มีประโยชน์ งดไขมันให้มากที่สุด </div><div>- แนะนำให้ทำกิจกรรมยามว่างเช่น รดน้ำต้นไม้ <br><br><mark>ระบบทางเดินอาหาร </mark><br><br></div><div>การเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารลดลง อาหารอยู่ในกระเพาะอาหารนานขึ้นจึงเกิดความรู้สึกหิวน้อยลง การย่อยและการดูดซึมสารอาหารต่างๆ ในลำไส้ไม่ดี เนื่องมาจากการไหลเวียนเลือดทางเดินอาหารลดลง การเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่นั้นลดลง ในลำไส้ใหญ่เกิดการหย่อนตัวของเยื่อบุต่างๆ ทำให้มีสระเป็นกระพุ้ง เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะท้องผูกในผู้สูงอายุ<br><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล <br>- ปรุงอาหารที่มีความอ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย กลืนง่าย และย่อยง่าย </div><div>- กินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ แต่จะลดปริมาณอาหารน้อยลง </div><div>- ส่งเสริมให้ดื่มนม เพราะมีแคลเซียมและโปรตีนสูง ผู้สูงอายุควรดื่มวันละ 1 แก้ว สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูงหรือน้ำหนักตัวมากอาจดื่มนมพร่องมันเนยหรือนมถั่วเหลืองแทนได้ </div><div>- ควรเพิ่มการทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผักและผลไม้ซึ่งไฟเบอร์เป็นสารอาหารสำคัญที่จะช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น<br><br><mark>ระบบผิวหนัง</mark> <br><br></div><div>ผิวหนังของผู้สูงอายุจะบางลง เหี่ยวและมีรอยย่นเนื่องจากน้ำ และไขมันใต้ผิวหนังลดน้อยลง เส้นใยอีลาสติน (Elastin) ลดลงแต่คอลลาเจน (Collagen) เพิ่มขึ้นทำให้ผิวหนัง ขาดความยืดหยุ่นต่อมเหงื่อมีขนาดเล็กลง จากการเปลี่ยนแปลงจากความสูงอายุและการเสื่อมของผิวหนังมีผลต่อผิวหนังผู้สูงอายุ คือ ผิวหนังแห้งแตกง่าย การหายของแผลช้าลง ต่อมไขมันทำงานลดลงทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีรูที่ขายใหญ่ขึ้นแต่ไขมันลดลง ทำให้ผิวแห้งและมีอาการคันได้ ซึ่งสอดคล้องกับกรณีศึกษาข้างต้น ที่มีแผลรอยขีดข่วนที่อาจจะเกิดจากการที่ผิวแห้งและมีการเกา และกรณีศึกษามีแผล และจากการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุรวมทั้งโรคเบาหวานที่กรณีศึกษาเป็น ถือเป็นปัจจัยที่สงผลให้การหายของแผลช้าลง<br><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล <br>- ส่งเสริมให้ได้รับแสงแดดยามเช้า ช่วง 8.00-9.00 น. เพื่อให้ได้วิตามินดี</div><div>- แนะนำให้ผู้สูงอายุตัดเล็บสั้นเพื่อป้องกันการขีดข่วนบริเวณผิวหนัง </div><div>- แนะนำให้รับประทานอาหารประเภทโปรตีนสูงเพื่อส่งเสริมการหายของแผล <br><br></div><div><strong><em>การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ</em></strong><br><br></div><div>กรณีศึกษามีความรู้สึกพึงพอใจและมีความสุขในชีวิตบั้นปลายหลังการปลดเกษียณ แต่เมื่อลูกๆแต่งงาน แยกครอบครัวออกไป หรือไปประกอบอาชีพต่างถิ่น บวกกับการตายจากไปของคู่ครอง  ทำให้กรณีศึกษาต้องอยู่คนเดียว ตามลำพัง ซึ่งอาจทำให้กรณีศึกษาเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีคนคอยดูแล จึงส่งผลต่อสภาพร่างกายด้วย คือ เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น<br><br></div><div>กิจกรรมการพยาบาล <br>-  สนับสนุนให้ผู้สูงอายุคบหาเพื่อนบ้าน พูดคุยกับกลุ่มเพื่อนในวัยเดียวกัน</div><div>- ชักชวนให้ผู้สูงอายุหันมาทำกิจกรรมทางศาสนา หรือหางานอดิเรกที่ชอบทำ</div><div>- พูดคุยให้กำลังใจ <br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-18 11:18:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342326716</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342331451</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่ม4 case2  </div><div>✏️✏️ประวัติผู้รับบริการ ✏️✏️</div><div>หญิงอายุ82ปี รู้สึกเหนื่อย ไม่เข้าสังคม และรู้สึกไม่อยากอาหารจนให้นำ้หนักลด</div><div>ประวัติทางการแพทย์ เป็นเบาหวานชนิดที่2 , โรคซิลิแอค ดัชนีมวลกายตำ่ ตรวจเลือดพบค่าต่ำกว่าปกติ </div><div>สามเดือนต่อมา ได้ไปพบเเพทย์พบว่าไม่มีอาการผิดปกติเเต่เธอได้ให้ข้อมูลว่า รู้สึกเหนื่อยลดลงและรูปร่างผอมเห็นได้อย่างชัดเจน</div><div>1 เดือนต่อมาเธอตรวจพบก้อนเนื้อเเข็งบริเวณเต้านมซ้าย</div><div>🌻การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย </div><div>-ระบบผิวหนัง ผิวหนังของผู้สูงวัยจะบางลงมีรอยเหี่ยวและรอยย่น เนื่องจากน้ำและไขมันใต้ผิวหนังลดน้อยลง รวมถึงมีผมที่มีสีขาวและสีเทาเนื่องจากการสร้างเมลานินลดลงขณะเดียวกันการไหลเวียนเลือดในบริเวณศรีษะได้น้อยลงทำให้เส้นผมได้รับสารอาหารไม่เพียงพอส่งผลให้ผู้สูงวัยมีผมร่วงเเละบางกว่าเดิม</div><div><br></div><div>-ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกปริมาณของไกลเจนและโปรตีนที่สะสมในกล้ามเนื้อลดลงตามขนาดของกล้ามเนื้อทำให้ร่างกายของผู้สูงวัยเสียสมดุลของไนโตรเจนส่งผลให้กล้ามเนื้อมีอาการสั่น ผู้สูงอายุ มีดัชนีมวลกายต่ำซึ่งมาจากสาเหตุพยาธิสภาพของ โรคซิลิแอค </div><div><br></div><div>-ระบบหายใจ พบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอกของปอด การเคลื่อนไหวของซี่โครงลดลง มีการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลัง ประสิทธิภาพของการหายใจลดลงและพบว่าถุงลมมีความยืดหยุ่นลดลง ทำให้ผู้สูงอายุแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อย</div><div><br></div><div>-ระบบต่อมไร้ท่อ ในผู้สูงวัยจะมีการเปลี่ยนแปลงของต่อมไร้ท่อทำให้การผลิตฮอร์โมนต่างๆลดลง   ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานลดลงสร้างฮอร์โมนพาราไทรอยด์ออกมาได้แต่การทำงานของฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นในวัยสูงอายุเพราะระดับเอสโตรเจนซึ่งออกฤทธิ์ต้านการทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์มีระดับลดลง. ส่วนตับอ่อนมีการทำงานลดน้อยลงทำให้อินซูลินลดลงและเป็นผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระเเสเลือดผู้สูงวัยสูงขึ้น</div><div><br></div><div>-ระบบประสาท ในผู้สูงวัยพบว่าขนาดของสมองลดลง น้ำหนักสมองลดลง เซลล์ประสาทลดลง ความสามารถในการเรียนรู้ลดลงส่งผลให้ การมองเห็นลดลงการได้ยินลดลง การได้กลิ่นและรับรสลงลง ผู้สูงวัยจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการเนื่องจากการรับรสลดลง</div><div><br></div><div>🌻การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ</div><div>อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย กลัวถูกทอดทิ้ง ขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่เข้าสังคม คิดว่าตนไม่มีประโยชน์เป็นภาระต่อผู้อื่น ความทุกข์ใจคิดถึงอดีตด้วยความเสียดาย อาลัยอาวรณ์ คิดถึงปัจจุบันด้วยความวิตกกังวล เศร้าสลด หวาดระเเวง คิดถึงอนาคตด้วยความหวาดกลัว ว้าเหว่หากสูญเสียคู่ชีวิต  ผู้สูงอายุรู้สึกวิตกกังวล เครียดกับก้อนเนื้อที่เต้านมข้างซ้ายที่มันโตขึ้นเรื่อยๆ</div><div><br></div><div>🌻การพยาบาลด้านร่างกาย</div><div>ผิวหนัง </div><div>-อาบน้ำวันละ 2 ครั้ง ไม่ควรอาบน้ำบ่อยเกินไป ไม่ควรอาบหรือแช่น้ำที่อุ่นจัดเพราะจะทำให้ผิวแห้ง</div><div>-ถ้าผิวแห้งควรใช้ครีมชนิดให้ความชุ่มชื้นนวดผิวหลังอาบน้ำทุกครั้ง</div><div>-ป้องกันการเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เพราะผิวจะฟกช้ำและเป็นแผลง่าย และเมื่อเกิดบาดแผลจะรักษาให้หายยาก</div><div>เมื่อมีตุ่มเนื้องอกที่ผิวหนังหรือแผลเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์</div><div>-บำรุงรักษาสุขภาพของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและย่อยง่าย การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ</div><div>ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใสอยู่เสมอ</div><div><br></div><div>ด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ</div><div>-ออกกำลังกาย โดยเน้นการบริหารกล้ามเนื้อขา เริ่มจากนั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิงหลังและให้อยู่ในท่าสบาย หลังจากนั้นเริ่มเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาไว้ประมาณ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 - 15 ครั้งอย่างน้อย 3 รอบต่อวัน ตัวอย่างการออกกำลังกายทั่วไปที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ได้แก่ การเดิน การวิ่ง ควรวิ่งช้าๆ โยคะ การรำมวยจีน การรำไม้พลอง การว่ายน้ำ</div><div>-การประคบร้อน สามารถลดอาการปวด ฝืดตึงข้อ กล้ามเนื้อหดเกร็งและป้องกันข้อยึด ความร้อนที่ไม่ควรเกิน 45 องศาเซลเซียส และ</div><div>ประคบไม่เกิน 30 นาที</div><div><br></div><div>ด้านต่อมไร้ท่อ (เบาหวาน)</div><div>-ลดการกินอาหารหวาน อาหารที่ใส่น้ำตาลมาก ลดปริมาณอาหาร ข้าว แป้ง และผลไม้บางชนิด เนื่องจากร่างกายนำไปย่อยเป็นน้ำตาลได้ เพิ่มการกินอาหารที่มีเส้นใยอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีรสหวานน้อย</div><div>-ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม</div><div>-ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ</div><div>- ควรเจาะระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ให้ปรึกษาแพทย์ว่าควรเจาะช่วงใดและบ่อยแค่ไหนถึงจะดีที่สุด</div><div><br></div><div>ระบบหลอดเลือด</div><div>-ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การรับประทานอาหารที่มีเกลือมาก ความอ้วน ความเครียด ความดันโลหิตสูงคือผู้ที่มีความดันมากกว่า 140/90 mmHg </div><div>การพยาบาล </div><div>-แนะนำให้ผู้ป่วยการรับประทานยาให้ครบตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรค และบอกถึงผลข้างเคียงของยา หากผู้ป่วยอาการผิดปกติจากผลข้างเคียง แนะนำให้ผู้ป่วยรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเอง ควรไปตรวจตามนัดทุกครั้ง</div><div>- อธิบายให้ญาติหรือครอบครัวผู้ป่วยเข้าใจโรคและการดูแลผู้ป่วยตามความเหมาะสม เพื่อให้ความ ช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วย</div><div>- แนะนำให้ผู้ป่วยควบคุมอาหารเค็ม อาหารไขมัน และอาหารที่ให้พลังงานสูง คืให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหา รที่มีรสเค็ม เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ไข่เค็ม ของหมักดอง อาหารรสเค็มต่างๆ ควบคุมอาหารไขมัน โดยการลด หลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้น้ำมัน หรือมีส่วนประกอบของไขมัน เช่น เนย กะทิ หนังสัตว์ โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เนื่องจาก เพิ่มโอกาสการเกิดหลอดเลือด</div><div><br></div><div>🌻การพยาบาลด้านจิตใจ อารมณ์</div><div>ผู้สูงอายุมีความถดถอยทางสังคม จากโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ (disengagement theory )</div><div>-ส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว ให้ลูกหลานมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ </div><div>-แนะนำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่า มีความหวังในการใช้ชีวิต ระมัดระวังคำพูดหรือการกระทำ ที่แสดงออกต่อผู้สูงอายุ </div><div> </div><div>🌻การพยาบาลด้านสังคม </div><div>ช่วยให้ผู้สูงอายุพบปะสังสรรค์กับญาติสนิท หรือเพื่อนในวัยเดียวกัน พาไปยังศูนย์รวมจิตใจของผู้สูงอายุ เช่น วัด หรือชมรมผู้สูงอายุ</div><div> </div><div>🌻การพยาบาลด้านภาวะทุพโภชนาการ </div><div>ผู้ป่วยมีดัชนีมวลกายต่ำ. เนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเบาหวาน โรคซิลิแอค ซึ่งส่งผลต่อการรับประทานอาหาร </div><div>โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคซิลิแอค (แพ้กลูเตน) ที่ทำให้เกิดการอักเสบ villi ของผนังลำไส้เล็ก ทำให้มีผลต่อการดูดซึมสารอาหาร มีการปวดท้อง ท้องเสีย </div><div>-ส่งเสริมอาหารต้มนึ่ง มีไขมันน้อย หวานน้อย ได้แก่ ข้าวซ้อมมือต้ม นมขาดมันเนย  โจ๊กไก่ ไข่ต้ม ผักลวก แอ๊ปเปิ้ล เงาะ กล้วย </div><div>-หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตน ได้แก่ข้าวโพด ขนมปัง ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์.ข้าวโอ๊ต </div><div>-แบ่งรับประทาน 4 มื้อ แต่มื้อละน้อยๆ แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ </div><div><br></div><div>กลุ่ม4 ขอบคุณค่ะ 👴🏻🧓🏻</div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-18 11:37:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342331451</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342489858</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-18 16:23:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342489858</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม6case3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342489952</link>
         <description><![CDATA[<div>1.physicul<br>musculoskelotal system<br>side of hip spusm <br>กิจกรรมทางการพยาบาล<br>-ให้การดูแลให้ผู้ป่วยได้รับ bsphosphonate ตามแผนการรักษา<br>-ประเมิน pain score<br>-ประเมินความสามารถของผู้ป่วยในการมีส่วนร่วมในการบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่างๆและวิธีการยืดกล้ามเนื้อด้วยวิธีการ isometric Exercise<strong><br></strong>ข้อวินิจฉัย<br>-ผู้ป่วยไม่สุขสบายจากอาการปวดบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ<br>กิจกรรมทางการพยาบาล<br>-เบียงเบนความสนใจเกี่ยวกับอาการปวดด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆเช่นพูดคุย<br>-ประเมินระดับความดจ็บปวดด้วยเครื่องมือVAS พร้อมลงบันทึกระดับการปวด<br>-ค้นหาสาเหตุส่งเสริมที่ทำให้เกิดอาการปวด เช่น การกดของผิวหนัง<br>-ถ้ามีอาการปวดมากประคบร้อน ให้ยาบรรเทาอาการปวด ตามแผนการรักษาพร้อมอธิบายการออกฤทธิ์ ผลข้างเคียงของยา<br>-จัดท่าให้ผู้ป่วยสุขสบายด้วยการหาหมอนมารองแขน ขาและมือ เพื่อส่งเสริมการไหลของเลือดบริเวณส่วนปลายเพื่อลดอาการปวดและบวม<br>การท่อยึดแผงคอ<br>ข้อวินิจฉัย<br>3.ประเมินความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเจ็บป่วยและการรักษาพยาบาลโดยสังเกตจากสีหน้าและการซักถาม<br>กิจกรรมทางดารพยาบาล<br>-กระตุ้นให้ผู้ป่วยปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเท่าที่จะสามารถปฏิบัติได้ให้กำลังใจและคำชมเชยผู้ป่วยเมื่อผู้ป่วยสามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเอง<strong><br></strong>ข้อวินิจฉัย<br>4.เสี่ยงต่อข้อยึดติด กล้ามเนื้อลีบเนื่องจากถูกจำกัดการเคลื่อนไหวของอวัยวะบริเวณข้อสะโพก<br><br>กิจกรรมการพยาบาล<br>-อธิบายถึงความสำคัญของการเคลื่อนไหวและกำลังที่แข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักและให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายข้อและกล้ามเนื้อ<br>ข้อวินิจฉัย<br>-เป็นUTI <br>กิจกรรมทางการพยาบาล<br>-แนะนำให้ผู้ป่วยไม่กลั้นปัสสาวะไว้ควรถ่ายปัสสาวะทุก 4-6 ชั่วโมง<br>-กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆวันละ 1,500 ถึง 2,000 ลิตรประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน<br>-ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ<br>-สังเกตและบันทึกสัญญาณชีพเพื่อประเมินอาการไข้<br>ข้อวินิจฉัย<br>6.<br>-มีสภาพปัญหาทางจิตใจ<br><br>กิจกรรมทางการพยาบาล<br>-ให้การดูแลและใส่ใจอย่างใกล้ชิด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-03-18 16:24:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prewwade/aml5dfj23or1/wish/342489952</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
