<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>4/7 ความเป็นไทย  ประเพณีไทย  วัฒนธรรม  ค่านิยมของคนไทย   อาหารไทย ฯลฯ by Kanchanok Wutti</title>
      <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-12-21 01:31:26 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-01-02 05:25:43 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/2764.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>วัฒนธรรม : การไหว้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831221023</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ไหว้</strong> เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A2">การทักทาย</a>ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ชาวไทย</a> เพื่อแสดงความเคารพหรือสักการะด้วยการพนมมือเช่นเดียวกับการทำ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2"><em>อัญชลีมุทรา</em></a> ของวัฒนธรรมอินเดีย ถือเป็นการให้เกียรติและแสดงถึงความมีสัมมาคารวะแก่กันและกัน นอกจากนี้ยังแสดงถึงการขอบคุณ การขอโทษ การยกย่อง หรืออื่น ๆ ตามแต่โอกาส<sup> ก</sup>ารไหว้จะใช้สองมือขึ้นประนมเหมือนดอกบัวตูมไว้ระหว่างอก นิ้วแนบชิดสนิทกัน ศอกสองข้างแนบชิดลำตัว และยกขึ้นไหว้ในระดับต่าง ๆ โดยใช้มือกับใบหน้าเป็นตัวแบ่งระดับ </p><p><br></p><p>อาทิตยา พรรณไร่ ม.4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202504933/8b959ce69d147dbbae04fe04b764c88a/IMG_5785.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:37:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831221023</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาหารไทย-ต้มยำกุ้ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222175</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ต้มยำกุ้ง</strong> เป็นอาหารไทยภาคกลางประเภท<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B3">ต้มยำ</a> ซึ่งเป็นที่นิยมรับประทานไปทุกภาคในประเทศไทย เป็นอาหารที่รับประทานกับข้าว มีรสเปรี้ยวและเผ็ดเป็นหลักผสมเค็มและหวานเล็กน้อย มีวิธีทำดังนี้</p><p>1. ต้มน้ำต้มกระดูกโดยใส่เปลือกกุ้ง ตะไคร้หั่นท่อน และรากผักชี เมื่อเดือดยกลง<br>กรองเอาแต่น้ำเป็นน้ำสต็อก<br>2. นำน้ำสต็อกตั้งไฟ ใส่ตะไคร้ เห็ดฟาง พอน้ำเดือดใส่กุ้งรอจนเดือดแล้วใส่น้ำปลา ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไป<br>3. ละลายน้ำพริกเผากับนมข้นจืดในชามเสิร์ฟ คนให้เข้ากัน เติมน้ำมะนาว พริกขี้หนูบุบ<br>4. ตักต้มยำใส่ชามเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชี</p><p><br></p><p>นายจิรโชติ นนทรัตน์ ม.4/7 เลขที่7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202504978/c68e3a377f99f73c046ee521af04ffb3/IMG_9110.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:39:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222175</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเล่นไทย:รีรีข้าวสาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222238</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>รีรีข้าวสาร</strong> เป็นการละเล่นไทยแบบดั้งเดิมที่น่าจดจำ โดยผู้เล่นสองคนประสานมือไว้เหนือศีรษะ คล้องตัวผู้เล่นคนอื่นๆ มีวิธีเล่นดังนี้</p><p>1) ตกลงกันว่าใครจะเป็นประตู ใช้ 2 คน คนอื่นๆ ต่อแถวกันรอดประตู<br>2) ระหว่างเดิน ประตูจะเป็นผู้ร้องเพลง “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี” <br>3) ผู้เล่นที่ถูกคล้องตัวไว้ ก็จะถูกลงโทษ หรือถูกให้มาเป็นประตูแทน</p><p><br/></p><p>นางสาว นฤมล วัฒนกิจ เลขที่18 ม.4\7</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202505693/57dc27c5607ab0f4b0be7ed4229c3c46/6B3629D4_DDE2_4652_BF01_718E462A2197.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:39:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222238</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีไทย-แห่ผีตาโขน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222248</link>
         <description><![CDATA[<p>ผีตาโขน เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคอีสาน ของประเทศไทย เป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นในเดือน 7 ซึ่งมักจัดมากกว่าสามวันในบางช่วงระหว่างเดือนมีนาคม และกรกฎาคม โดยจัดขึ้นในวันที่ได้รับเลือกให้จัดขึ้นในแต่ละปีโดยคนทรงประจำเมือง ซึ่งงานบุญประเพณีพื้นบ้านนี้มีชื่อเรียกว่า บุญหลวง โดยแบ่งออกเป็นเทศกาล ผีตาโขน, ประเพณีบุญบั้งไฟ และงานบุญหลวง</p><p>น.ส.เบญญาดา สุขากรณ์ เลขที่21 ม.4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061982812/ec1acf31ec3de44d88b360e271e82234/Screenshot_20231221_083634_Google.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:39:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222248</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณี - ตักบาตรเทโว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222761</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>คือ การทำบุญตักบาตร ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เนื่องในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก คำว่า เทโว ย่อมาจากคำว่า เทโวโรหนะ ซึ่งแปลว่า การเสด็จลงจากเทวโลก ความเดิมมีว่าในพรรษาที่ 7 นับแต่วันตรัสรู้พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเทศน์โปรดพระพุทธมารดา จนบรรลุโสดาปัตติผล ครั้นออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 แล้วจึงเสด็จลงจากเทวโลกที่เมืองสังกัสสะนคร ในกาลที่เสด็จลงจากเทวโลก ได้มีเนินเป็นอันเดียวกันจนถึงพรหมโลก เมื่อทรงแลดูข้างล่าง สถานที่นั้นก็มีเนินอันเดียวกันจนถึงอเวจีมหานรก ทรงแลดูทิศใหญ่และทิศเฉียง จักรวาลหลายแสนก็มีเนินเป็นอันเดียวกัน เทวดาก็เห็นพวกมนุษย์ แม้พวกมนุษย์ก็เห็นเทวดา สัตว์นรกก็เห็นมนุษย์และเทวดา ต่างก็เห็นกันเฉพาะหน้าทีเดียว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเปล่งฉัพพรรณรังสีขณะที่พระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ รุ่งขึ้นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11</p><p><br/></p><p>ชาวเมืองจึงพากันทำบุญตักบาตรเป็นการใหญ่เพราะไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้ามาถึง 3 เดือน การทำบุญตักบาตรในวันนั้นจึงได้ชื่อว่า ตักบาตรเทวโรหนะ ต่อมามีการเรียกกร่อนไปเหลือเพียง ตักบาตรเทโว เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นและเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่ เทศบาลนครเชียงรายจึงได้จัดงานประเพณี "ตักบาตรเทโว" เพื่อสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นประจำทุกปี</p><p><br/></p><p>นายศุภกร พรประสิทธิ์ ม.4/7 เลขที่ 5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2262296603/964073820899a268ae17a148b30b62f6/images.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:39:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222761</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222951</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>อาหารไทย</strong></p><p>อาหารไทยขึ้นชื่อได้ว่ามีประวัติมาช้านาน ผู้คนส่วนใหญ่ทั้งในและต่างประเทศต่างนิยมชมชอบในอาหารไทยกันมากมาย โดยเฉพาะชื่อเสียงในด้านความเข้มข้นและจัดจ้านของรสอาหารที่ติดปากติดใจผู้คนมานับศตวรรษโดยส่วนใหญ่</p><p>อาหารไทยจะมีวิธีการประกอบอย่างง่ายๆ และใช้เวลาในการทำไม่มากนักโดยเฉพาะทุกครัวเรือนของคนไทย จะมีส่วนประกอบอาหารติดอยู่ทุกครัวเรือนไม่ว่าจะเป็นพริก แห้ง กุ้งแห้ง น้ำปลา กะปิ ส้มมะขาม กระเทียม หัวหอมตลอด จนปลาบ้าง รวมทั้งส่วนประกอบอาหารจำพวกผัก และเนื้อสัตว์นานาชนิด เพราะมีวิธีนำมาประกอบที่มีด้วยกันหลายรูปแบบไม่ ว่าจะเป็นแกง ต้ม ผัด ยำ รวมทั้งอาหารไทยได้รับอิทธิพลในการปรุงอาหารรวมทั้งรูปแบบในการรับประทานอาหารตั้งแต่ อดีต อาทิการนำเครื่องเทศมาใช้ในการประกอบอาหารก็ได้รับ อิทธิพลมาจากเปอร์เชียผ่านอินเดีย เครื่องเทศหรืออาหารจำพวกผัดก็ได้ รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน เป็นต้น</p><p>น.ส.สุกานดา สัตย์กุศล ม.4/7 เลขที่31</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2262298141/3d6ae9d23c3c7b5432be181cc08130ef/IMG_4678.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:39:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831222951</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเล่น มอญซ่อนผ้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831223335</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>“มอญซ่อนผ้า” คื</strong>อการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ คาดว่ามีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มชาวมอญที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี และมักนิยมเล่นกันในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาวันหยุดพักผ่อนของคนไทย&nbsp;</p><ul><li><p><strong>กติกาการเล่น: </strong>ผู้เล่นจำนวน 10 คนขึ้นไป นั่งล้อมวงกัน โดยมีผู้เล่น 1 คนสวมบทเป็น “มอญ” คอยถือตุ๊กตา หรือ ผ้าที่มัดเป็นปมคลายตุ๊กตาเดินรอบวงในขณะที่เพลง “มอญซ่อนผ้า” ดังขึ้น ผู้รับบทเป็นมอญจะต้องซ่อนผ้าไว้ด้านหลังของคนใดคนหนึ่ง และต้องรีบเดินวนมานั่งในตำแหน่งผู้ถูกซ่อนผ้า ผู้ถูกซ่อนผ้าต้องหยิบผ้านั้นขึ้นมาไล่ตีมอญก่อนที่มอญจะมานั่งในตำแหน่งของตนสำเร็จ หากตีไม่ทันผู้ถูกซ่อนผ้าจะต้องรับบทเป็นมอญแทนในตาถัดไป&nbsp;</p></li></ul><p>&nbsp;น.ส.บูรยา สุทธิธรรม ม.4/7 เลขที่20</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202504694/ccba10e0f947c4b8dc043a65164617e6/IMG_2753.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:39:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831223335</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831223794</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>วัฒนธรรมไทย : ด้านภาษา</strong></p><p>&nbsp;<strong>ประเทศไทยมีภาษาเป็นของตนเองมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเนื่องจากประเทศไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศใด</strong> <strong>ในโลก</strong> <strong>ทำให้เรามีภาษาไทยใช้มาจนถึงปัจจุบัน</strong> <strong>และในประเทศไทยก็มีภาษาทางการ</strong> <strong>คือภาษากลาง</strong> <strong>ซึ่งคนในประเทศไม่ว่าจะอยู่</strong> <strong>ในภาคไหนก็สามารถสื่อสารกันได้ด้วยภาษากลางนั้นเอง</strong> <strong>เพราะในประเทศไทยเรามีถึง</strong> 4 <strong>ภาคหลักและในแต่ละภาคก็ใช้ภาษาที่</strong> <strong>แตกต่างกันไปบ้างดังนั้นเพื่อให้คนไทยสามารถสื่อสารตรงกันได้เราจึงมีภาษากลางเกิดขึ้นนั่นเอง</strong></p><p><br/></p><p><strong>นางสาวชนิกานต์ พันธ์เขียว ม.4/7 เลขที่ 15</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202504998/ce7ec3171d4d8c0e24cd9860161653ee/C997D9A2_6BA1_4F16_A911_509AAFE3DC8E.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:39:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831223794</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831223864</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>วัฒนธรรมไทย : ด้านการแต่งกาย</strong><br>วัฒนธรรมไทยด้านการแต่งกาย ตั้งแต่ในอดีตมานั้นคนไทยมีเอกลักษณ์ด้านการแต่งกายที่ใช้ผ้าไทยซึ่งทำจากผ้าไหม ผ้า ทอมือต่างๆ นำมาทำเป็นผ้าสไบสำหรับผู้หญิงไทย ส่วนผู้ชายก็มีการแต่งกายที่นิยมสำหรับชาวบ้านก็คงหนีไม่พ้นผ้าขาวม้าซึ่ง นิยมใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ตัวอย่าง ในสมัยอยุธยาตอนปลายนั้นหญิงไทยจะนุ่งโจงกระเบนสวนเสื้อรัดรูปแขนกระบอก ผู้ชายจะนุ่งผ้าม่วงโจง สวม เสื้อคอปิด ผ่าอกแขนยาว โดยปกติจะไม่นิยมใส่เสื้อ ซึ่งในปัจจุบันนี้เราหาแทบไม่ได้แล้วสำหรับการแต่งกายแบบนี้ เนื่องจากคนไทยสมัยปัจจุบันนิยมแต่งกายตามแบบนิยม ตามชาวยุโรปซึ่งทำให้กายแต่งกายแบบอดีตเริ่มเลื่อนหายไปมาก </p><p><br/></p><p>กวิสรา หิรัญสุข 13 4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1450491656/26e3a592c1f8a6a55a5f8bb94a1dd493/IMG_9651.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:40:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831223864</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การแต่งกายไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831224064</link>
         <description><![CDATA[<p>การแต่งกายของคนไทยมีแบบฉบับ ตามสมัยและโอกาส โดยมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบันนี้ แม้ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะแต่งกายตามสมัยนิยม แต่เมื่อมีงานพิธีกรรมหรือพิธีสำคัญคนไทยมักจะแต่งการแบบไทยดั้งเดิมมีการรณรงค์ให้ใส่ผ้าไทย หรือชุดไทย หรือรณรงค์ให้ใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ชาติอื่นให้ความชื่นชม.</p><p>นางสาวพิชญาภา ผดุงพวก ม.4/7 เลขที่ 26</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202504689/7a4938a130321b5fce24dbc62b6e8272/IMG_8343.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:40:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831224064</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเล่นม้าก้านกล้วย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831224091</link>
         <description><![CDATA[<p>ม้าก้านกล้วยเป็นของเล่นพื้นบ้านที่เด็กๆ ในสมัยก่อนนิยมเล่นกันโดยทั่วไป โดยเด็กจะใช้ก้านกล้วยมาทำเป็นหัว หู หาง ของม้า แล้วสมมติว่าเป็นคนขี่ม้าพาวิ่ง เสมือนคนขี่ม้า บางทีก็แบ่งเป็นฝ่ายพระเอก ฝ่ายผู้ร้ายหรือขี่ม้าวิ่งแข่งขันกัน ม้าก้านกล้วยบางทีเรียกว่า ม้ากล้วย ซึ่งผู้ใหญ่ในสมัยนั้นได้คิดทำให้ลูกหลานวิ่งเล่น นับเป็นการออกกำลังกายเพื่อทำให้สุขภาพแข็งแรง รวมทั้งการทำของเล่นก็ง่ายสะดวก ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพราะต้นกล้วยปลูกกันแทบทุกครัวเรือนจนกลายเป็นสำนวนว่า “ดาษดื่นเหมือนกล้วยน้ำว้า” </p><p><br/></p><p>น.ส.อภิญญา ประเสริฐสังข์ ม.4/7 เลขที่33</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061983112/5a34b5486d512f37e04e89027b646614/0CCD4D75_9692_4A62_9469_4E315D9C6AAB.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:40:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831224091</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ขนมไทย/เปียกปูนกะทิสด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831224384</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>เปียกปูนกะทิสด</strong> เป็น<strong>ขนมไทย</strong>ที่ประยุกต์มาจากขนมเปียกปูน โดยขนมเปียกปูนนั้นดัดแปลงมาจากขนมกวนหรือกะละแม โดยในอดีตขนมเปียกปูนทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อมและสีเขียวจากใบเตย กับสีดำจากกากมะพร้าวเผา ผสมด้วยน้ำปูนใส กะทิและน้ำตาล กวนจนข้นเหนียว จากนั้นเทใส่พิมพ์ รอจนขนมเปียกปูนเย็นลง จึงตัดเป็นชิ้นๆ โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด ซึ่งขนมเปียกปูนดั้งเดิมจะมีเนื้อขนมที่แข็งตัวมากกว่าเพราะมีส่วนผสมของแป้งท้าวยายม่อม ส่วนที่มาของชื่อขนมเปียกปูนนั้น เพราะเป็นขนมที่มีส่วนผสมของน้ำปูนใส จึงได้ชื่อว่าขนมเปียกปูน</p><p><strong>เปียกปูนกะทิสด</strong>กลายเป็นของว่างเลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่น่ารับประทานเป็นที่สุด ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ<strong>ขนมไทย</strong>ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ปัจจุบันนอกจาก<strong>เปียกปูนกะทิสด</strong>จะเป็น<strong>ขนมไทย</strong>เลี้ยงต้อนรับ นิยมเสิร์ฟตามโต๊ะอาหารแล้ว ยังนิยมทำรับประทานภายในครอบครัว ทำเลี้ยงแขกที่มาเยือนและทำเลี้ยงในงานบุญงานมงคลอีกด้วย</p><p><br/></p><p>น.ส.ปาริฉัตร เฉลิมพันธ์ ม.4/7 เลขที่ 25</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061982017/b2db03e47f6b9065bbaf8ea31aed98eb/IMG_4145.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:40:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831224384</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาหารไทย-อาหารภาคใต้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225251</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>อาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไปมีรสชาติโดดเด่นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีลักษณะผสมผสานระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้ เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความคล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซีย อาหารของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่น ๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์อยู่ติดทะเลทั้งสองด้านมีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ แต่สภาพอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้มจึงมีรสจัด ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ปรุงเป็นอาหารนั้นส่วนมากก็จะนิยมสัตว์ทะเล เช่น ปลากระบอก ปลาทู ปูทะเล กุ้ง หอย ซึ่งหาได้ในท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านของภาคใต้ เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา นิยมใส่ขมิ้นปรุงอาหารเพื่อแก้รสคาว เครื่องจิ้มคือน้ำบูดู</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; อาหารของภาคใต้จะมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่นๆ แกงที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ คือ แกงเหลือง แกงไตปลา เครื่องจิ้มก็คือ น้ำบูดู และชาวใต้ยังนิยมนำน้ำบูดูมาคลุกข้าวเรียกว่า “ข้าวยำ” มีรสเค็มนำและมีผักสดหลายชนิดประกอบ&nbsp;อาหารทะเลสดของภาคใต้มีมากมาย ได้แก่ ปลาหอยนางรม และกุ้งมังกร เป็นต้น &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong></p><p><strong>การกิน &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>&nbsp;ลักษณะเด่นของการรับประทานอาหารของชาวภาคใต้ คือ มีผักหลายชนิดเพื่อเป็นผักจิ้มหรือผักแกล้มในการรับประทาน อาหารทุกมื้อ ภาษาท้องถิ่น เรียกว่า&nbsp;“ผักเหนาะ”ความนิยมใน การรับประทานผักแกล้มอาหารของชาวใต้ เป็นผลมาจากการที่ ภาคใต้มีพืชผักชนิดต่างๆ มาก และหาได้ง่าย คนใต้นิยมรับประ ทานอาหารเผ็ด จึงต้องมีผักแกล้ม เพื่อช่วยบรรเทาความเผ็ด และเพื่อชูรสอาหาร</p><p><br/></p><p>กอปรกฤษ สุขแสง เลขที่ 1 4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2262297254/2efcca5a0ed5b74f5efe8fef000bef98/IMG_6335.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:42:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225251</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225344</link>
         <description><![CDATA[<p>ในตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์นั้นล้วนมีความต้องการเป็นอย่างอยุธยา จึงมีการผสมผสานความเป็นแบบไทยเดิมเข้ากับความแปลเปลี่ยนตามยุคสมัย มีการประยุกต์วิธีการใช้รูปแบบการสร้าง แต่ก็ยังคงยึดหลักแบบอยุธยาอยู่ ซึ่งถือว่ากษัตริย์เป็นเทพมาจึงเป็นลักษณะที่มีรปแบบคือเข้าพระสุเมรุตรงกลางด้านรอบจะเป็นเทพต่างๆเทวดาหรือแม่น้ำ ซึ่งทำให้มีความวิจิตรประณีตสวยงามมากๆ</p><p>นายอริญชย์ ทรงธรรม เลขที่9 ม.4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1322246847/61833a3e42dceaee62127b4b9c37ec15/350px_Gran_Palacio__Bangkok__Tailandia__2013_08_22__DD_57.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:42:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225344</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเล่นไทย-เดินกะลา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225659</link>
         <description><![CDATA[<p>การเล่นเดินกะลา</p><p>ไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น อุปกรณ์การเล่น กะลามะพร้าวคนละ 2 อัน เชือกยาวประมาณ 1 เมตร กติกาการเล่น นำกะลาที่ล้างสะอาดเจาะรูตรงกลางสำหรับร้อยเชือก แล้วร้อยเชือกผูกปมให้แน่นหนากันหลุดเวลาเดิน ผู้เล่นขึ้นไปยืนบนกะลามะพร้าวใช้นิ้วหัวแม่เท้าแตะ เมื่อเตรียมตัวเสร็จก็เริ่มเดินแข่งขันกันให้ถึงเส้นชัย ใครถึงก่อนคนนั้นคือผู้ชนะ ประโยชน์จากการเล่น ฝึกการทรงตัว พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย และสนุกสนานเพลิดเพลิน</p><p>นางสาววรกัญญา โสมะภีร์ เลขที่ 29</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061983065/29f7bc97e10c55615dd02db6d7de085d/IMG_1527.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:42:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225659</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาหารไทย - หมูโสร่ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225684</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>เป็นอาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากเรือการค้าของโปรตุเกสและจีน จัดเป็นอาหารว่างที่นิยมรับประทานกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา</strong></p><p><strong>วิธีทำหมูโสร่ง</strong></p><p>1.นำหมูบดและเครื่องปรุงทั้งหมด คลุกนวดให้เหนียว<br>2.นำเส้นหมี่ซั่วที่พักไว้ จับประมาณ 4-5 เส้น พันหมูให้เป็นก้อนกลมเหมือนลูกตะกร้อ<br>3.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใช้ไฟอ่อนกลาง จากนั้นนำก้อนหมูที่พันเส้นหมี่ซั่วแล้วลงทอด แนะนำว่าน้ำมันต้องท่วมชิ้นหมู ทอดจนสุกเป็นสีเหลืองทอง นำขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลยจ้า จะเพิ่มความจัดจ้านด้วยน้ำจิ้มไก่หรือซอสมะเขือเทศก็ได้นะ</p><p>น.ส. ญดาวรรณ จำปาทอง เลขที่16 ม.4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1775752959/8685f061a2559235e7b1387ab41ac8c3/IMG_1303.webp" />
         <pubDate>2023-12-21 01:42:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225684</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาหารไทย:ขนมลืมกลืน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225811</link>
         <description><![CDATA[<p>ที่มาของชื่อ "ขนมลืมกลืน" ได้ยินได้ฟังมา 2 กระแส บ้างก็ว่าเป็นขนมอร่อย หอม หวาน มัน จนผู้ที่กินอยากเคี้ยวอยู่ในปากให้นานๆ จนต้องลืมกลืน บ้างก็ว่าเป็นเพราะขนมนุ่ม ลื่น เคี้ยวและกลืนง่ายมากๆ จึงเรียกชื่อว่า ขนมลืมกลืน มีวิธีทำดังนี้ 1.ผสมแป้งถั่วเขียวและน้ำลอยดอกมะลิลงในกระทะทองเหลือง คนให้เข้ากัน</p><p>2.ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน คนจนแป้งสุกข้นและมีลักษณะใส</p><p>3.เติมน้ำตาลทราย คนต่อจนน้ำตาลทรายละลาย ยกออกจากความร้อน ใส่น้ำอัญชันลงไปตามความเข้มของสีที่ต้องการ นำส่วนผสมใส่ถุงบีบขณะที่ส่วนผสมยังร้อนอยู่</p><p>4.ใส่ถุงมือกันความร้อน บีบส่วนผสมให้เต็มพิมพ์พลาสติก พักให้เย็นลง</p><p>5.ทำหน้ากะทิ โดยนำส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อคนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟ กวนให้สุก พักให้เย็นลง แล้วกรองให้เนียน</p><p>6.ใส่หน้ากะทิในถุงบีบ ใช้หัวบีบเบอร์ 102 บีบส่วนผสมกะทิเป็นรูปดอกไม้สวยงาม แต่งหน้าด้วยถั่วเขียวเลาะเปลือก</p><p>น.ส.กันต์ฤทัย โอสถโอฬาร ม.4/7 เลขที่ 14</p>]]></description>
         <enclosure url="https://howtocookhub.com/wp-content/uploads/2021/07/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%99-2.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:42:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225811</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเล่นไทย : กาฟักไข่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225828</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นอีกหนึ่งการละเล่นที่เคยได้ยินชื่อ แต่หลายคนไม่ทราบกติกา โดยวิธีการเล่นก็คือ ใช้อะไรก็ได้ลักษณะกลม ๆ เท่าจำนวนคนเล่น ยกเว้นผู้ที่เป็นกา 1 คน มาสมมติว่าเป็น "ไข่" แล้วเขียนวงกลมลงบนพื้น 2 วง วงแรกเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 ฟุต และอีกวงหนึ่งอยู่ข้างในวงแรก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ฟุต วาง "ไข่" ทั้งหมดไว้ในวงกลมเล็ก ให้คนใดคนหนึ่งเป็นกา ยืนในวงกลมวงใหญ่ หรือนั่งคร่อมวงกลมเล็ก นอกนั้นทุกคนยืนรอบนอกวงกลมวงใหญ่ คอยแย่งไข่ คนเป็นกามีหน้าที่ป้องกันไข่ไม่ให้ถูกแย่งไป<br><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กติกาของกาฟักไข่ ก็คือ คนข้างนอกต้องแย่งไข่มาให้ได้ โดยใช้แขนหรือมือเอื้อมเข้าไป แต่ห้ามนำตัวเข้าไปในวงกลม และต้องระวังไม่ให้อีกาถูกมือหรือแขนได้ด้วย หากแย่งไข่ออกมาได้หมดแล้ว ให้ปิดตากา แล้วนำไข่ทั้งหมดไปซ่อน เพื่อให้กาตามหาไข่ หากพบไข่ที่ผู้เล่นคนใดนำไปซ่อน ผู้นั้นจะต้องเปลี่ยนมาเป็นกาแทน</p><p><br/></p><p>น.ส.ปานรดา ธนากุลชนะสิน ม.4/7 เลขที่ 24</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061982105/49fe84bd529bc35659f7727f084ba162/IMG_4582.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:42:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831225828</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณี-กวนข้าวทิพย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226153</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นประเพณีที่ระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและ เหตุการณ์ที่นางสุชาดาได้กวนข้าวทิพย์ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้าก่อนที่จะตรัสรู้ ๑ วัน โดยถือ ว่ามีผลานิสงฆ์มาก ด้วยเหตุนี้ชาวพุทธจึงพร้อมใจกันกวน ข้าวทิพย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เทิดทูนพระเกียรติคุณ ด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ข้าวทิพย์มธุปายาสนี้เชื่อ กันว่า เมื่อทำครบถ้วนตามพิธีแล้ว จะเป็นสิริมงคลแด่ผู้ทำ และผู้บริโภค สมควรจะเซ่นสรวงเทพารักษ์ ผู้ที่ได้บริโภค ข้าวทิพย์แล้ว จะประสบโชคลาภต่างๆ นานา ปราศจาก โรคาพยาธิ ภัยพิบัติ ประสบสิ่งที่เป็นมงคล</p><p>    น.ส.กมลวรรณ ขันติธรรมกุล ม.4/7 เลขที่12</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202504972/affcaaf10106a31f03bbce20ae261375/IMG_0599.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:43:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226153</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาหารไทย-ต้มยำกุ้ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226172</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.สุวภัทร ปุริสา ม.4/7 เลยที่ 32</p><p>ที่มาของต้มยำกุ้งนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้น แต่หลักฐานหนึ่งที่ปรากฏชัดเจนคือมีการบันทึกถึงเมนู “ต้มยำ” มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่เป็นต้มยำปลาต่าง ๆ ส่วนในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2451) โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งเป็นตำราอาหารอย่างเป็นทางการของไทยเล่มแรกได้ปรากฏชื่อเมนูต้มยำเขมร หรือแกงนอกหม้อ แต่ก็หน้าตาไม่เหมือนต้มยำกุ้งที่เรากินอยู่ในปัจจุบัน</p><p>ส่วนผสม ต้มยำกุ้งน้ำข้น</p><ul><li><p>กุ้งก้ามกราม 10 ตัว (ประมาณ 1 กิโลกรัม)</p></li><li><p>ซุปหมูก้อน 1 ก้อน</p></li><li><p>เกลือ 1/2 ช้อนชา</p></li><li><p>น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ</p></li><li><p>กระเทียม &nbsp;4-5 กลีบ &nbsp;</p></li><li><p>หอมแดง 10 หัว</p></li><li><p>มะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ</p></li><li><p>น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ</p></li><li><p>พริกแดง พริกขี้หนูสวน 1/2 ถ้วย</p></li><li><p>มะเขือเทศ 1 ถ้วย</p></li><li><p>ตะไคร้ 2-3 ต้น</p></li><li><p>ข่า 10 ชิ้น</p></li><li><p>ใบมะกรูด 4-5 ใบ</p></li><li><p>มะนาวสด 2-3 ลูก&nbsp;</p></li><li><p>เห็ดฟาง 2 ถ้วย</p></li><li><p>ต้มหอม ผักชีไทย &nbsp;ผักชีฝรั่ง 1 ถ้วย</p></li><li><p>กะทิสด 250 ml</p><p>วิธีทำ ต้มยำกุ้งน้ำข้น</p><ol><li><p>เริ่มจากการเตรียมหม้อใส่น้ำต้มให้เดือด</p></li><li><p>ใส่ซุปก้อน เกลือ ข่า ตะไคร้ทุบ หอมแดง กระเทียม ปิดฝาต้มต่อให้เดือดให้เครื่องสมุนไพรหอมดี ต้มประมาณ 1-2 นาที &nbsp;</p></li><li><p>ใส่น้ำพริกเผาลงไป คนพอเข้ากันให้น้ำพริกเผาละลาย&nbsp;</p></li><li><p>ใส่กุ้งก้ามกราม ใส่เห็ดฟาง ใส่มะเขือเทศ ต้มต่อประมาณ 1 นาที&nbsp;</p></li><li><p>ฉีกใบมะกรูดลงไป ใส่พริกขี้หนูสวน พริกแดง ตำหยาบๆ ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกลงไป น้ำปลา คนนิดหน่อย ต้มพอเดือดใส่กะทิลงไป ต้มพอร้อนๆ ชิมรสปรุงให้ได้ตามชอบ&nbsp;</p></li><li><p>ปิดไฟ บีบน้ำมะนาวสดๆ ลงไป เพิ่มความเปรี้ยว ความหอมให้กับต้มยำ ใส่ต้นหอม ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง ลงไป คนพอเข้ากัน พร้อมตักเสิร์ฟน้ำสะอาด 1 ลิตร</p></li></ol><p><br></p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061980500/71344c720fce57477993c43f4ab62122/IMG_7543.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:43:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226172</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาหารไทย-ขนมจีนน้ำเงี้ยว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226440</link>
         <description><![CDATA[<p>ขนมจีนน้ำเงี้ยว เป็นเมนู อาหารภาคเหนือ มีส่วนประกอบ คือ ดอกงิ้ว มีการดัดแปลงมาจาก น้ำพริกอ่อง โดยน้ำพริกแกง จะมีความเข้มข้นคล้ายน้ำพริกแกงส้มของทางภาคกลาง คือ ใช้พริกแห้ง แต่จะไม่ใส่กระชาย แต่จะใส่ถั่วเน่าแผ่น หรือเต้าเจี้ยว หรือใส่ทั้ง 2 อย่าง</p><p>น้ำเงี้ยว เป็นอาหารยอดนิยมในหมู่ชาวล้านนามาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านมักจะทำน้ำเงี้ยว สำหรับจัดเลี้ยงในงานต่าง ๆ ถือว่าเป็นอาหารมงคลอย่างหนึ่ง ของชาวล้านนา ถือเป็นอาหารขึ้นชื่อของ จังหวัดเชียงราย เพราะน้ำเงี้ยว จะเข้มข้น และจัดจ้านมาก ๆ</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ปณิตา บัวลอย เลขที่22 ม.4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2255346379/612aab4362f5441c1f3210bfcf149de1/IMG_7588.webp" />
         <pubDate>2023-12-21 01:43:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226440</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ช้างไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226903</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ช้าง</strong>เป็นสัตว์ที่ดำรงอยู่ คู่กับ<strong>ประเทศไทย</strong>มาเป็นเวลานาน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สยามประเทศเคยใช้ธงชาติเป็น รูปช้างเผือก ชาว<strong>ไทย</strong>เชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ ช้างเผือกจึงได้รับการยกย่องเสมือนเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า <strong>ช้าง</strong>เป็นผู้ปกป้องเอกราชแห่งชาติ <strong>ไทย</strong></p><p><br/></p><p><strong>นายคูณบุญ กุศล</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202506284/20ce1b59cbd5ccc07ada02fd741f376c/IMG_5117.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:44:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831226903</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน เทศกาลสงกรานต์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227405</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประเพณีพื้นบ้าน</strong>เกิดจากการสร้างสรรค์ของชาวบ้านหมู่บ้านหนึ่ง หรือชุมชนใดชุมชนหนึ่ง หรือหลายหมู่บ้าน ที่มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องความเป็นมาของเผ่าพันธุ์ การทำมาหากิน และมักแยกอยู่โดดๆ ห่างไกลจากการติดต่อกับชุมชนที่เป็นเมือง เช่น เทศกาลสงกรานต์ วันสงกรานต์ คือ <strong>การฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งเป็นประเพณีและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ</strong> โดยปัจจุบันยังถือเป็นวันหยุดราชการอีกด้วย รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ทั่วประเทศ แก่นสำคัญของวันสงกรานต์นั้นเน้นไปที่ความกตัญญู ความอบอุ่น ความสนุกสนาน และการเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://cms.dmpcdn.com/travel/2021/03/19/4c2a4120-889e-11eb-8df4-295c6f713ddd_original.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:45:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227405</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีลอยกระทง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227457</link>
         <description><![CDATA[<p><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="keyword" href="https://www.sanook.com/campus/910912/"><strong>ลอยกระทง</strong></a> เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆ กัน ในปีนี้ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="keyword" href="https://www.sanook.com/campus/910912/"><strong>วันลอยกระทง</strong></a><strong> ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566</strong></p><p><strong>ประเพณีลอยกระทง&nbsp;(Loy Krathong Festival)&nbsp;</strong>มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่า ก็มีการลอยกระทงคล้ายๆ กับบ้านเรา จะต่างกันบ้าง ก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทง ก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน </p><p>น.ส.ภัสสร์อร  วิเศษ เลขที่27 4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2255377051/4edaf0b74ac82ee25427f539e48f6a6a/IMG_5062.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:45:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227457</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเล่น-หมากเก็บ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227772</link>
         <description><![CDATA[<p>ของเล่นที่เล่นกันทั่วโลก ส่วนใหญ่ใช้ก้อนหิน 5 ก้อน อุปกรณ์หาง่าย จึงมีการตั้งกติกากันนิดหน่อย และปรับเปลี่ยนบ้างตามแต่ละพื้นที่ วิธีการเล่นหลักๆ คือ การเลือกหินก้อนนำแล้วโยนขึ้นอากาศ พร้อมกับรวบก้อนหินที่รอท่าอยู่ที่พื้น รวบปุ๊บรอรับก้อนที่กำลังร่วงจากอากาศปั๊บ ถือเป็นการเล่นที่สายตาและมือต้องประสานกันด้วยความแม่นยำ</p><p> </p><p>ประโยชน์ของการเล่น</p><p>ด้านร่างกาย ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กให้สอดคล้องกับสายตา ฝึกความแม่นยำจากการคาดคะเน ป้องกันความจำเสื่อมในกลุ่มผู้สูงอายุ</p><p>ด้านจิตใจ รู้จักยอมรับความพ่ายแพ้และความชนะ ฝึกฝนให้ตัวเองพยายามมีทักษะในการชนะในเกมท้ายที่สุดคือชนะใจตน ทั้งยังฝึกการควบคุมอารมณ์หากเล่นแพ้</p><p>ด้านปัญญา ฝึกสมาธิ เกิดไหวพริบในการแก้ปัญหา</p><p>ด้านสังคม หากเล่นเป็นหมู่คณะจะเป็นการเปิดโอกาสให้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และยังใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์</p><p>ภาพประกอบ</p><p>หมากเก็บที่ใช้โซ่พลาสติกเป็นอุปกรณ์การเล่น  หมากเก็บที่ใช้โซ่พลาสติกเป็นอุปกรณ์การเล่น</p><p> </p><p>น.ส.นิชนันท์ ดวงฤทัย ม.4/7 เลขที่ 19</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061983172/8fe7d9aaae82abdc7282dd88163d2d08/Screenshot_20231221_084442.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:45:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227772</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ขนมไทย - ขนมครก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227939</link>
         <description><![CDATA[<p>มีหลักฐานว่าขนมครกเป็นที่นิยมแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีการทำเตาขนมครกขายตั้งแต่ยุคนั้น ขนมครกแต่เดิมใช้ข้าวเจ้าแช่น้ำ โม่รวมกับหางกะทิ ข้าวสวย และมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ผสมเกลือเล็กน้อยใช้เป็นตัวขนม ส่วนหน้าของขนมครกเป็นหัวกะทิ ขนมครกชาววังจะมีการดัดแปลงหน้าขนมครกให้แปลกไปอีก เช่น หน้ากุ้ง (แบบเดียวกับข้าวเหนียวหน้ากุ้ง) หน้าไข่ หน้าหมู (แบบเดียวกับไส้ปั้นสิบ) หน้าเผือก หน้าข้าวโพด หน้าต้นหอม</p><p>น.ส.ธัญวรัตม์ ชัยฤกษ์ ม.4/7 เลขที่ 17</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202919239/0f312463ead59a89455445c53359c965/IMG_4523.webp" />
         <pubDate>2023-12-21 01:46:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831227939</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัฒนธรรมการจี้พลอยแบบชาวจันทบูร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831228336</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อกล่าวถึงไทยในแวดวงของอัญมณี ทุกคนก็คงจะนึกถึง “ทับทิมสยาม” พลอยสีที่เป็นที่กล่าวขานถึงความสวยงามไร้ที่ติในอดีต ซึ่งเป็นอัญมณี ที่ทำให้ไทยเป็นที่รู้จักในตลาดโลกในฐานะเป็นแหล่งผลิตอัญมณี ที่สวยงาม ดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อหาในไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นแหล่งผลิตและค้าอัญมณี แม้ว่าในปัจจุบันไทยจะต้องนำเข้าวัตถุดิบอัญมณี จากต่างประเทศ แต่ด้วยชื่อเสียงที่มีมาตั้งแต่อดีตจึงยังทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและผลิตอัญมณี ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน</p><p>ในปี 2551 ได้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในตลาดจันทบุรี ซึ่งย่านนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าและเจียระไนพลอย เมื่อเพลิงสงบลงแล้ว เจ้าของบ้านได้เข้าไปสำรวจทรัพย์สินภายในบ้านก็พบว่าพลอยเนื้อแข็งมิได้ถูกไฟเผา แต่กลับมีสีสันสวยงามกว่าเดิมมาก ซึ่งถือเป็นการจุดประกายให้แต่ละคนคิดค้นวิธีการเผาพลอยขึ้นมา และพัฒนาจนสำเร็จ ส่งผลให้จันทบุรีกลายเป็นผู้นำการปรับปรุงคุณภาพพลอยสีด้วยความร้อนของโลกในปัจจุบัน จนยากที่จะหาประเทศใดทำได้ทัดเทียม คาดว่าพลอยก้อนในตลาดโลกที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพราวร้อยละ 90 ล้วนมาจากจังหวัดจันทบุรีทั้งสิ้น</p><p>การเผาพลอยจะได้สีสวยหรือไม่นั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการเผาแล้ว การใช้เตาที่ดีและเหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ต้องมีควบคู่กัน โดยเตาเผาที่นิยมใช้ในปัจจุบัน อาทิ เตาไฟฟ้า เตาน้ำมัน เตาแก๊ส และเตาถ่านไม้ เป็นต้น ส่วนอุณหภูมิที่ใช้ในการเผาพลอยนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาด ชนิด สีที่ต้องการและแหล่งที่มาของพลอยนั้น โดยปกติจะนำพลอยไปเผาที่อุณหภูมิ 1,600-1,900 องศาเซลเซียส ปัจจุบันการเผาพลอยเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกเพราะเป็นการให้ความร้อนเข้าไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในเนื้อพลอย โดยไม่มีการใส่สารแปลกปลอมเข้าไปช่วยแต่อย่างใด จึงไม่ถือว่าเป็นการทำเทียม และสีที่ได้รับหลังการเผาจะไม่กลับคืนสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ การเผาพลอยเป็นความลับเฉพาะตัว เพราะเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่เผาแล้วเสียหรือไม่ได้สีสวยเท่าเดิม ซึ่งจะทำให้ราคาขายตกลงไปมากหรืออาจจะขายไม่ได้เลย ฉะนั้น ผู้ที่จะทำการเผาพลอยได้ก็จะต้องเป็นคนกล้าได้กล้าเสียมากพอสมควรเลยทีเดียว </p><p><br/></p><p>นาย จรูญทัฏน์  อุ่นใจ  เลขที่ 6 ชั้น ม.4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061981626/995ccace01070e219170eaefbe1f3324/1693711685439.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:46:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831228336</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัฒนธรรมไทย : มวยไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831230353</link>
         <description><![CDATA[<p>มวยไทยเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่มีมาแต่โบราณ จนหลายคนเรียกว่าเป็นอาวุธที่รุนแรง จนมีการนำไปปรับปรุงปรับเปลี่ยนให้เป็นมวยรูปแบบต่าง ๆ และนำไปใช้ในการแข่งขันระดับโลก แต่สำหรับคนไทยที่มีความนิยมมวยไทยแท้ ก็ยังสามารถหาดูได้อย่างแพร่หลายตามที่ต่าง ๆ และเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ จนมีคนเดินทางมาเรียนรู้กันอย่างไม่ขาดสาย</p><p>&nbsp;</p><p>เมื่อเด็ก ๆ เรียนรู้ไปแล้วก็อย่าลืมช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ให้อยู่ต่อไป หรือดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างความน่าจดจำอย่างมีชั้นเชิงต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><strong>น.ส.วาสิตา อิ่นแก้ว ม.4/7 เลขที่30</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2255388866/0b0e861eb4a1ad9f4e1335fc1b2c1c8c/IMG_8345.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:49:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831230353</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติศาสตร์ของไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831230737</link>
         <description><![CDATA[<p>อาณาจักรสุโขทัย เหนือขึ้นไป พญามังรายทรงตั้งอาณาจักรล้านนาในปี 1839 มีศูนย์กลางอยู่ที่เชียงใหม่ ทรงรวบรวมแว่นแคว้นขึ้นในแถบลุ่มแม่น้ำปิง ส่วนบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีการตั้งสหพันธรัฐในบริเวณเพชรบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรีและอยุธยาในคริสต์ศตวรรษที่ 11 นักประวัติศาสตร์กระแสหลักมักเลือกนับสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของคนไทย</p><p><br/></p><p>อาณาจักรอยุธยาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1893 ต่อมาเป็นใหญ่แทนจักรวรรดิเขมร และแทรกแซงอาณาจักรสุโขทัยอย่างต่อเนื่องจนสุดท้ายถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงจัดการปกครองโดยแบ่งพลเรือนกับทหารและจตุสดมภ์ซึ่งบางส่วนใช้สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงริเริ่มระบบเจ้าขุนมูลนาย ทำให้ประชากรส่วนใหญ่เป็นไพร่ใช้แรงงานปีละ 6 เดือน กรุงศรีอยุธยาเริ่มติดต่อกับชาติตะวันตกเมื่อ พ.ศ. 2054 หลังจากนั้นในปี 2112 กรุงศรีอยุธยาตกเป็นประเทศราชของราชวงศ์ตองอูแห่งพม่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพในอีก 15 ปีให้หลัง กรุงศรีอยุธยายังติดต่อกับชาติตะวันตก จนรุ่งเรืองถึงขีดสุดในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ความขัดแย้งภายในติด ๆ กันหลายรัชกาลในราชวงศ์บ้านพลูหลวง และการสงครามกับราชวงศ์คองบอง (อลองพญา) จนส่งผลให้เสียกรุงครั้งที่สองเมื่อปี 2310 หลังจากนั้นบ้านเมืองแตกออกเป็นชุมนุมต่าง ๆ เจ้าตากทรงรวบรวมแผ่นดินและขยายอาณาเขต หลังเกิดความขัดแย้งช่วงปลายรัชกาล พระองค์และพระราชโอรสทั้งหลายทรงถูกสำเร็จโทษโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นในปี 2325</p><p><br/></p><p>นายปิยะ แช่มล้วน ม.4/7 เลขที่4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061986342/19c6b95d15e54cd856463b213921bcd1/1000006795.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:50:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831230737</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเล่น -​ งูกินหาง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831231680</link>
         <description><![CDATA[<p>งูกินหาง เป็นการละเล่นไทยที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวและธรรมชาติของงู โดยแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแม่งูจะปกป้องลูกงู มีวิธีการเล่นดังนี้</p><p><br/></p><p>7.1) จับไม้สั้นไม้ยาว หรือตกลงกันว่า ใครจะเป็นพ่องู กับแม่งู คนที่เหลือต่อแถวแม่งู เป็นลูกงู</p><p>7.2) พ่องูและแม่งูหันหน้าเข้าหากัน ร้องเพลงโต้ตอบกัน เมื่อเพลงจบ แม่งูต้องวิ่งพาลูกงูหนี</p><p>7.3) พ่องูวิ่งไล่จับลูกงูทีละคน</p><p><br/></p><p><br/></p><p>น.ส.เกสรา ลิลตสุวรรณ เลขที่ 10 ม.4/7</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1588255323/29e77b0ba9a3c32becbb8ab9fc6f3488/ngoo.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:51:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831231680</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831233070</link>
         <description><![CDATA[<p>ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นประเพณีที่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมมือกันจัดขึ้นในวันแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบ ซึ่งประวัติความเป็นมาของประเพณีอุ้มพระดำน้ำก็คือ เมื่อประมาณ 400 ปีที่ผ่านมามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมีอาชีพหาปลาขาย และได้ไปหาปลาที่แม่น้ำป่าสักเป็นประจำทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งก็ได้เกิดเรื่องที่ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า เกิดอะไรขึ้นเพราะวันนั้น ไม่มีใครจับปลาได้สักตัว จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นตรงบริเวณ วังมะขามแฟบ (ไม้ระกำ) ซึ่งปกติบริเวณนี้น้ำจะไหลเชี่ยวมาก จู่ ๆ น้ำก็หยุดไหล และมีพรายน้ำผุดขึ้นมาพร้อมกับพระพุทธรูป ชาวบ้านจึงอัญเชิญพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว ขึ้นจากน้ำและนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ จนกระทั่งถึงวันสารทไทยหรือ วันแรม 15 ค่ำเดือนสิบ พระพุทธรูปองค์ดังกล่าว (พระพุทธมหาธรรมราชา) ก็ได้หายไปจากวัด ชาวบ้านจึงช่วยกันตามหาและพบพระพุทธรูป อยู่บริเวณวังมะขามแฟบ จากนั้นเป็นต้นมา พอถึงวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ก็จะจัดงานซึ่งเรียกว่า “อุ้มพระดำน้ำ”[1] ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา</p><p>พิมุกต์ ประมาณพล ม4/7 เลขที่8</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061989867/346ee31a930bad31f6133af2657affde/1000008099.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:53:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831233070</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จิตกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831233849</link>
         <description><![CDATA[<p>จิตกรรมไทย เป็นวิจิตรศิลป์อย่างหนึ่งเป็นงานศิลปะประยุกต์ โดยเขียนด้วยสีฝุ่นตามวิธีการของช่างเขียนไทยแต่โบราณ นิยมเขียนเรื่องเกี่ยวกับอดีตพระพุทธเจ้า พุทธประวัติ ทศชาติชาดก ไตรภูมิ วรรณคดีและชีวิตไทย ส่วนใหญ่นิยมเขียนประดับผนังอุโบสถ วิหาร สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ มีคุณค่าทางศิลปะและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้า มีเรื่องที่เกี่ยวกับ ศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนการแสดงการเล่นพื้นเมืองต่าง ๆ ของแต่ละยุคสมัย</p><p><br/></p><p>น.ส.กมลฉัตร ยี่นาง ม.4/7 เลขที่ 11</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2255376699/19b8a12701a5ab230acf75a8ff10d4be/IMG_7868.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:54:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831233849</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ขนมไทย-ลูกชุบ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831236633</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ลูกชุบ</strong>(Fruit Shaped Mung Beans) เป็นขนมหวานจากแคว้นอัลการวี (Aigaeve) ของโปรตุเกส เรียกว่า <em>Massapaes</em> ทําจากเม็ด อัลมอนด์ บดกวนกับน้ำตาล ปั้นเป็นรูปต่าง ๆ สําหรับแต่งหน้าเค้ก พ่อค้าชาวโปรตุเกสนำเข้ามายัง อยุธยา ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชคนที่มีส่วนสําคัญคือ <strong>มารีปินยา เดอ กีย์มาร์</strong> (Dona Maria del Pifia) หรือ <strong>“ท้าวทองกีบม้า”</strong> เชื้อสายญี่ปุ่น-โปรตุเกส ภรรยาเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ หรือฟอลคอน (Constantine Phaulkon) ทําหน้าที่ชาววิเสทหรือแม่ครัวประจําราชสํานักจากพื้นฐานขนมไทยที่เดิมมีเพียง แป้ง น้ำตาล และมะพร้าว ได้เพิ่มไข่ รวมทั้งการอบที่เป็นเทคโนโลยีการอาหารของโปรตุเกส เกิดนวัตกรรมและอาหารใหม่ ๆ เช่น ขนมไข่ ขนมผิง ไข่เต่า หม้อแกง สําปันนี ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองโปร่ง ทองพลุ ทองม้วน สังขยา รวมทั้ง <strong>ลูกชุบ</strong> ที่ใช้ “ถั่วเขียว” แทน อัลมอนด์ ปั้นเป็นรูปผลไม้ แต้มสี ชุบวุ้น แต่เดิมทํากันเฉพาะในวัง ทําแจกให้เด็ก ๆ ในงานเทศกาล (กมลชนก พูลสวัสดิ์, 2556) ต่อมาแพร่หลายสู่ประชาชนทั่วไป</p><p><br/></p><p>ชื่อ น.ส.ปรีญาพัชญ์ เรืองอมรชัย ชั้น ม.4/7 เลขที่23</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2262308252/1016c60f1003caaae585a8ed1fb5ad53/images_4.jpg" />
         <pubDate>2023-12-21 01:57:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831236633</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเทศไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831360080</link>
         <description><![CDATA[<p>นายอุกฤษฏ์ พานิชวรพันธ์</p><p><strong>ประเทศไทย</strong> มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า <strong>ราชอาณาจักรไทย</strong> เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">รัฐชาติ</a>อันตั้งอยู่ในภูมิภาค<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">เอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> เดิมมีชื่อว่า "<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1"><strong>สยาม</strong></a>" รัฐบาลประกาศเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2482 ประเทศไทยมี<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88">ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก</a> มีเนื้อที่ 513,120 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3">ตารางกิโลเมตร</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2#cite_note-9"><sup>[9]</sup></a> และมี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">ประชากรมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก</a> คือ ประมาณ 70 ล้านคน มีอาณาเขตติดต่อกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2">ประเทศพม่า</a>ทางทิศเหนือและตะวันตก <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7">ประเทศลาว</a>ทางทิศเหนือและตะวันออก <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2">ประเทศกัมพูชา</a>ทางทิศตะวันออก และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2">ประเทศมาเลเซีย</a>ทางทิศใต้ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3">กรุงเทพมหานคร</a>เป็นศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดินและนครใหญ่สุดของประเทศ และการปกครองส่วนภูมิภาค จัดระเบียบเป็น <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">76 จังหวัด</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2#cite_note-%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87-10"><sup>[10]</sup></a> แม้จะมีการสถาปนาระบอบ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%82">ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2">ประชาธิปไตย</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2">ระบบรัฐสภา</a> ในปี 2475 แต่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">กองทัพ</a>ยังมีบทบาทในการเมืองไทยสูง โดยมี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2557">รัฐประหารครั้งล่าสุดในปี 2557</a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2202506284/098d7af3570196faeab9b334588a9d23/IMG_5118.png" />
         <pubDate>2023-12-21 04:48:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/al8mg6gq33w8qhb4/wish/2831360080</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
