<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>หลักกฎหมายปกครอง by วรินทร ขานรัมย์</title>
      <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-10-25 07:45:42 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-10-02 15:42:22 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2355052095</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1223184023/14b27f91f6e3ed063a893270265e4352/IMG_20221025_150623.jpg" />
         <pubDate>2022-10-25 08:12:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2355052095</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งานมอบหมาย</title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2374438347</link>
         <description><![CDATA[<div>หลักการแบ่งอำนาจปกครองแตกต่างกับหลักการกระจายอำนาจปกครองในสาระสำคัญดังต่อไปนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคตามหลักการแบ่งอำนาจปกครองนั้น เป็นการจัดระเบียบราชการบริหารตามหลักการรวมอำนาจปกครอง มิใช่ตามหลักการกระจายอำนาจปกครอง ให้กับท้องถิ่น ทั้งนี้ เพราะว่าการมอบอำนาจให้แก่เจ้าหน้าที่ของราชการบริหารส่วนกลางในส่วนภูมิภาค เป็นแต่เพียงการมอบอำนาจวินิจฉัยสั่งการบางอย่างจากกระทรวง ทบวง กรม ในส่วนกลางไปให้เจ้าหน้าที่ ของส่วนกลางที่เป็นหัวหน้าในส่วนภูมิภาคเท่านั้น อำนาจบังคับบัญชาและวินิจฉัยสั่งการขั้นสุดท้ายยังอยู่กับ ราชการบริหารส่วนกลาง แต่ตามหลักการกระจายอำนาจปกครองเป็นการตัดอำนาจหน้าที่ในการดำเนิน กิจการบางส่วนจากราชการบริหารส่วนกลางไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่ของราชการ บริหารส่วนกลาง เพื่อให้ท้องถิ่นดำเนินกิจการได้เองโดยตรง ไม่ต้องอยู่ใต้การบังคับบัญชาสั่งการของราชการ บริหารส่วนกลาง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. เจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม อันเป็นราชการบริหาร ส่วนกลาง ซึ่งราชการบริหารส่วนกลางเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนทั้งสิ้น แต่เจ้าหน้าที่ของราชการบริหาร ส่วนท้องถิ่นตามหลักการกระจายอำนาจปกครอง มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของราชการบริหารส่วนกลาง แต่เป็น เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาคจะถือหลักการแต่งตั้ง (Nomination) เป็นเกณฑ์ แตกต่างจากเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นซึ่งมาจากการเลือกตั้ง (Election) ของราษฎร ในท้องถิ่น เช่น สมาชิกสภาเทศบาลหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เป็นต้น (เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล, 2564 : 36)<br><br>วิธีการกระจายอำนาจปกครอง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การกระจายอำนาจปกครองสามารถจำแนกได้ 2 แบบ คือ การกระจายอำนาจทางพื้นที่ และการกระจายอำนาจทางกิจการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. การกระจายอำนาจทางพื้นที่ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกกันว่า “การกระจายอำนาจทาง เขตแดน” มีที่มาจากแนวความคิดทางการเมืองซึ่งเน้นความสำคัญของการเลือกตั้ง โดยเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่ ที่ทำการบริหารหรือปกครองท้องถิ่นได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ก็จะเป็นการปกครองแบบรวมอำนาจ มิใช่การกระจายอำนาจ ดังนั้น การกระจายอำนาจทางพื้นที่จึงต้องมีการจัดตั้งองค์กรปกครองทางเขตแดน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเลือกตั้งผู้บริหาร มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เป็นอิสระจากส่วนกลาง ไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของส่วนกลาง แต่จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของส่วนกลาง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็จะจัดทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองและมีงบประมาณของตนเพื่อใช้ในการจัดทำกิจกรรม เหล่านั้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. การกระจายอานาจทางกิจการ หรืออีกนัยหนึ่งที่เรียกกันว่า “การกระจายอำนาจทาง บริการ” เป็นวิธีการกระจายอำนาจโดยมอบบริการสาธารณะอย่างใดอย่างหนึ่งให้องค์การซึ่งมิได้อยู่ในสังกัด ของส่วนกลางรับไปจัดทำด้วยเงินทุนและเจ้าหน้าที่ขององค์การนั่นเอง บริการสาธารณะที่แยกมาจัดทำนั้น อาจเป็นบริการสาธารณะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม กีฬาหรือวัฒนธรรม วิธีการกระจายอำนาจทางกิจการนี้ ไม่ใช่การกระจายอำนาจทางปกครอง แต่เป็นการ “มอบ” ให้องค์การของรัฐบาลไปจัดทำบริการสาธารณะ โดยแยกออกมาเป็นนิติบุคคลต่างหากจากรัฐ มีทรัพย์สินของตนเองและมีผู้บริหารของตนเอง โดยนิติบุคคล กระจายอำนาจนี้จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐเช่นกัน (เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล, 2564 : 42)<br><br>(เจนจิรา กระแสโสม)<br>ความแตกต่างระหว่างการแบ่งอำนาจและการกระจายอำนาจ<br>หลักการแบ่งอำนาจการปกครอง เป็นการบริหารโดยใช้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งไปจากส่วนกลางไปประจำตามเขต การปกครองในส่วนภูมิภาคทุกแห่งและเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็อยู่ในระบบการบริหารงานบุคคลของรัฐบาลกลางอันเดียวกัน การบริหารโดยใช้งบประมาณซึ่งส่วนกลางเป็นผู้อนุมัติและควบคุมให้เป็นไปตามวิธีการงบประมาณแผ่นดิน เป็นการบริหารภายใต้นโยบายและวัตถุประสงค์ของรัฐบาลกลาง (คะนอง พิลุน, 2563 : 55)<br><br>ส่วนหลักการกระจายอำนาจปกครอง ได้รับการจัดตั้งโดยผลแห่งกฎหมายให้มีส่วนเป็นนิติบุคคลหน่วยการปกครองท้องถิ่นเหล่านี้มีหน้าทีงบประมาณและทรัพย์สินเป็นของตนเองต่างหาก และไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยการปกครองส่วนกลาง ส่วนกลางเพียงแต่กำกับดูแลให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น มีการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหมดเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในท้องถิ่นได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง มีอำนาจอิสระในการบริหารงาน จัดทำกิจกรรมและวินิจฉัยสั่งการได้เองพอสมควรด้วยงบประมาณและเจ้าหน้าที่ของตนเอง หน่วยการปกครองท้องถิ่นต้องมีอำนาจในการจัดเก็บรายได้ เช่น ภาษีอากร ค่าธรรมเนียมต่างๆตามที่รัฐอนุญาต เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการต่างๆ (คะนอง พิลุน, 2563 : 57)<br><br>โดยกล่าวถึงหลักความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหารส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคของไทยนั้น จัดเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะของการบังคับบัญชา ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหารส่วนกลาง (และราชการบริหารส่วนภูมิภาค) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นความสัมพันธ์ในลักษณะของการควบคุมกำกับ (คะนอง พิลุน, 2563 : 178)<br><br>(สราวุฒิ จันทร์มณี)<br>ความแตกต่างระหว่างหลักการแบ่งอำนาจการปกครองกับหลักการ กระจายอำนาจการปกครอง คือ หลักการแบ่งอำนาจการปกครองมักจะแบ่งปันอำนาจและมอบอำนาจในการวินิจฉัยสั่งการบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้แทนบริหารส่วนกลาง ซึ่งส่งออกไปปฏิบัติราชการประจำเขตต่าง ๆ และอยู่ในบังคับบัญชาของราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนหลักการกระจายอำนาจการปกครองเป็นการโอนอำนาจการตัดสินใจจากส่วนกลางไปยังท้องถิ่นให้ดำเนินการเองโดยอิสระ ไม่ต้องขึ้นอยู่ในการบังคับบัญชาของราชการบริหารส่วนกลาง (ปรีชา เรืองจันทร์, 2562 : 80-82)<br><br>(ณัฐกานต์ อยู่รัมย์)</div><div>ความเเตกต่างระหว่างการแบ่งอำนาจกับการกระจายอำนาจ<br>(1) การจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคตามหลักการแบ่งอำนาจปกครองนั้น เป็นการจัดระเบียบราชการบริหารตามหลักการรวมอำนาจปกครอง มิใช่ตามหลักการกระจาย อำนาจปกครองให้แก่ท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะว่าการมอบอำนาจหน้าที่ให้แก่เจ้าหน้าที่ของราชการ บริหารส่วนกลางในส่วนภูมิภาค เป็นแต่เพียงการมอบอำนาจวินิจฉัยสั่งการบางอย่างจากกระทรวง ทบวง กรม ในส่วนกลางไปให้เจ้าหน้าที่ของส่วนกลางที่เป็นหัวหน้าในส่วนภูมิภาคเท่านั้น<br>(2) เจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม อันเป็นราชการ บริหารส่วนกลาง ซึ่งราชการบริหารส่วนกลางเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนทั้งสิ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ของ ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นตามหลักการกระจายอำนาจปกครองมิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของราชการ บริหารส่วนกลาง แต่เป็นเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นนั้นเอง การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ส่วนภูมิภาคก็ถือหลักการแต่งตั้ง&nbsp; เป็นเกณฑ์ ไม่ถือหลักการเลือกตั้ง เหมือนกับการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น ซึ่งตามหลักการเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากราษฎรใน ท้องถิ่นนั่นเอง เช่น สมาชิกสภาเทศบาล เป็นต้น (นันทวัฒน์ บรมานันท์ , 2560 : 63)</div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;กล่าวโดยสรุป ความแตกต่างระหว่างหลักการแบ่งอำนาจปกครองกับหลักการกระจายอำนาจปกครอง ประกอบด้วย ด้านเจ้าหน้าที่ขององค์กร และด้านการควบคุมบังคับบัญชาและการกำกับดูแล &nbsp;<br><br>วิธีการกระจายอำนาจในทางปฏิบัติ การกระจายอำนาจมี 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ<br>1.) การกระจายอำนาจทางเขตแดนหรือทางพื้นที่ ผ่านทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งความเป็นอิสระของเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นนั้น โดยจะเห็นได้จากการที่เจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นได้รับการเลือกตั้งโดยประชาชนในท้องถิ่น มิใช่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลส่วนกลาง<br>2.) การกระจายอำนาจทางเทคนิคหรือทางภารกิจหรือทางบริการ ซึ่งความเป็นอิสระจะเห็นได้จากการมอบหมายให้องค์การซึ่งมีความเป็นนิติบุคคลมีอิสระในการปฏิบัติงาน (คะนอง พิลุน, 2563 : 58)<br>วิธีการกระจายอำนาจ<br>&nbsp; &nbsp;การกระจายอำนาจทางพื้นที่ หรืออีกนัยหนึ่งที่เรียกกันว่า การกระจาย อำนาจทางเขตแดน มีที่มาจากแนวความคิดทางการเมืองซึ่งเน้นความสำคัญของการเลือกตั้ง โดยเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่ที่ทำการบริหารหรือปกครองท้องถิ่นได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ก็จะ เป็นการปกครองแบบรวมอำนาจ มิใช่การกระจายอำนาจ<br>&nbsp; &nbsp;การกระจายอำนาจทางกิจการ หรืออีกนัยหนึ่งที่เรียกกันว่า การ กระจายอำนาจทางบริการ เป็นวิธีการกระจายอำนาจโดยมอบบริการสาธารณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้องค์การซึ่งมิได้อยู่ในสังกัดของส่วนกลางรับไปจัดทำด้วยเงินทุนและเจ้าหน้าที่ขององค์การนั่นเอง บริการสาธารณะที่แยกมาจัดทำนั้นอาจเป็นบริการสาธารณะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม กีฬา หรือ วัฒนธรรม&nbsp;<br>(นันทวัฒน์ บรมานันท์ , 2560 : 61)<br>วิธีการกระจายอำนาจ<br>กระจายอำนาจ(Decentralization) คือ การโอนกิจการบริการสาธารณะบาง<br>เรื่องจากรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนกลางไปให้ชุมชนซึ่งตั้งอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ&nbsp; ของประเทศหรือ<br>หน่วยงานบางหน่วยงานรับผิดชอบจัดทำอย่างเป็นอิสระจากองค์กรปกครองส่วนกลาง ดังนั้น<br>เห็นว่าการกระจายอำนาจมี 2 รูปแบบ คือ<br>2.1 การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นหรือการกระจายอำนาจตามอาณาเขตหมายถึง การมอบอำนาจให้ท้องถิ่นจัดทำกิจการหรือบริการสาธารณะบางเรื่องภายในเขตของแต่ละท้องถิ่น และท้องถิ่นมีอิสระในการปกครองตนเองพอสมควร<br>2.2 การกระจายอำนาจตามบริการ หรือการกระจายอำนาจทางเทคนิคหมายถึง&nbsp; การโอนกิจการบริการสาธารณะบางกิจการจากรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนกลาง ไปให้หน่วยงานบางหน่วยงานรับผิดชอบจัดทำแยกต่างหากและอย่างเป็นอิสระ&nbsp; โดยปกติแล้วจะเป็น<br>กิจการซึ่งการจัดทำต้องอาศัยความรู้ความชำนาญทางเทคโนโลยีแขนงใดแขนงหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น การสื่อสาร วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ การผลิตกระแสไฟฟ้า&nbsp; เป็นต้น (โกวิทย์ พวงงาม, 2559 : 35)<br><br>เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม<br>โกวิทย์ พวงงาม. (2559). การปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพฯ:วิญญูชน.<br>คะนอง พิลุน. (2563). ระบบบริหารราชการไทย. มหาสารคาม : อภิชาติการพิมพ์.<br>นันทวัฒน์ บรมานันท์. (2560). กฎหมายปกครอง (พิมพ์ครั้งที่5). กรุงเทพฯ : วิญญูชน.<br>ปรีชา เรืองจันทร์. (2562). การเมืองเศรษฐกิจและสังคม. พิษณุโลก :&nbsp;สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.<br>เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล. (2564). คำอธิบายกฎหมายการปกครองท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.<br><br><br><br><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-08 06:02:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2374438347</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2374513468</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาววรินทร ขานรัมย์ รหัสนักศึกษา 630112801040 สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ปี3 หมู่1 </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1223184023/617f53342051bd564037fd0fd2c79b18/FB_IMG_1660411613962.jpg" />
         <pubDate>2022-11-08 07:17:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2374513468</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เกียรติบัตร</title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2425435065</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1223184023/4814e63a23bfe8a27bec09ce67da3902/1671510326226.jpg" />
         <pubDate>2022-12-20 04:26:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2425435065</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน</title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2429253914</link>
         <description><![CDATA[<div>- ได้ขุดหลุมแล้วนำถังขยะลงหลุมเพื่อคัดแยกขยะ<br>- ได้รู้การคัดแยกขยะเปียกกับขยะแห้ง และขยะที่สามารถทำเป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ได้&nbsp;<br>- ได้ความคิดว่าเราควรคัดแยกขยะก่อนทิ้งขยะทุกครั้ง เพราะมีขยะบางชิ้นสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ขยะบางชิ้นสามารถทำเป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1223184023/3d5a138b78b77a4c4bd664ae329cc635/IMG20221227110847.jpg" />
         <pubDate>2022-12-27 06:19:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2429253914</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อ้างอิงพระราชบัญญัติความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539</title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2438921290</link>
         <description><![CDATA[<div>พระราชบัญญัติความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539. (2539 , พฤศจิกายน 14). ราชกิจจานุเบกษา. 113 , (60 ก, 25-29)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-10 07:56:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2438921290</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยืมหนังสือ 50 เล่ม</title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2445219023</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1223184023/619d21f20c61b57c019815deeb813263/________50_____.pdf" />
         <pubDate>2023-01-16 05:35:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2445219023</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คดีเด็ด 7 บรรทัด</title>
         <author>630112801040</author>
         <link>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2446376368</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1223184023/92133e8604e2fa090f0259e1656fcb5b/received_495996299315702.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-17 06:00:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801040/Warinthorn02/wish/2446376368</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
