<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title> 💊💊A6.6 ยาไม่ได้รักษา...โลก_G14 ( กลุ่ม 3) by Intira Thampayak</title>
      <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-09-28 01:27:03 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-10-04 14:50:50 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558717878/3c8660adf151d225e54001a29fcd0858/_________________2.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยา เก็บยา ทิ้งยา และจัดการขยะยา</title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954397</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558717878/408523c910a10a8a6732ae673e818936/________________.png" />
         <pubDate>2023-09-28 01:27:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954397</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมาชิกกลุ่ม คาบ 6</title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954398</link>
         <description><![CDATA[<div>รายชื่อนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมในคาบเรียน (รหัส /ชื่อ)</div><ol><li>6502877 นางสาว สวิตตา สุดโต&nbsp;</li><li>6502878 นางสาว สิปาง พูลสวัสดิ</li><li>6502980 สุมิตา เลิศไกร</li><li>6503256 กัณฐิกา คำปาแก้ว</li><li>6504009 พัชรพร&nbsp; จั่นเจริญ</li><li>6505824 วัลภา&nbsp; จุลปาน</li><li>6505951 ปณิธิ แดงบุญเรือง</li><li>6506249 นายจารึก ลี</li><li>6506495 นางสาว วริศรา สิริวิลัยกุล</li><li>6506528 นาย อนุชา สุนา</li><li>6507089 นางสาว ลริสา ลิน</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2124701006/ceafef6e3f7541cad7cf568c3c0637ba/_______________28_9_66______10_47.jpg" />
         <pubDate>2023-09-28 01:27:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954398</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Data ปัญหาสิ่งแวดล้อมจาก การใช้ การจัดเก็บ การทิ้งและจัดการขยะยา</title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954399</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet.com/lawanwijarn4/6-data-xgc8yytq737aiq53" />
         <pubDate>2023-09-28 01:27:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954399</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954401</link>
         <description><![CDATA[<div>1️⃣ ศึ่กษาข้อมูลปัญหาสิ่งแวดล้อมจาก <mark>Data ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้ การจัดเก้บ และการทิ้ง ขยะยา&nbsp; ปัญหาจากขยะบรรจุภัณฑ์ใส่ยา)&nbsp; &nbsp;<br></mark>2️⃣<mark>กำหนดให้ <br></mark>&nbsp; &nbsp; กลุ่ม 1,2,3 ใช้ข้อมูลจากบทความ 1-10 <br>&nbsp; &nbsp; กลุ่ม 4,5,6 ใช้ข้อมูลจากบทความ 11-20 <mark><br></mark>3️⃣<mark> สมาชิกกลุ่มแต่ละคน รับผิดชอบทำ&nbsp; 1 บทความ) โดยทำการ</mark>สรุปปัญหาสิ่แวดล้อมที่เกิดจากการใช้ การจัดเก้บ การทิ้งและจัดการขยะยา<br>4️⃣ทำเป็น mind map&nbsp; / 📌📌<mark>ใส่รหัส ชื่อ สกุล&nbsp; ของเจ้าของผลงาน</mark>ไว้ในกล่องข้อความด้วยค่ะ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558717878/668555672a26d5438c7be6f9d479244e/________.png" />
         <pubDate>2023-09-28 01:27:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2723954401</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ8 ยาปฏิชีวนะในระบบอาหารของเรา / 6502878 สิปาง พูลสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724067940</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ยาปฏิชีวนะในระบบอาหารของเรา</strong><br><br>ยาปฏิชีวนะที่รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียในมนุษย์นั้นถูกนำไปใช้ในฟาร์มในสัดส่วนที่มากกว่าคนอย่างเกินความจำเป็น เชื้อดื้อยาที่พบในเนื้อสัตว์นั้นเกิดจากการใช้อย่างไม่เหมาะสม เช่น ใช้ในอาหารสัตว์เพื่อกระตุ้นการเติบโต ซึ่งทุกครั้งที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะ จะมีแบคทีเรียบางกลุ่มที่รอดชีวิต อาจส่งผลให้แบคทีเรียนั้นกลายเป็นเชื้อดื้อยา</div><div><br></div><div>การตกค้างของยาปฏิชีวนะและเชื้อดื้อยาในเนื้อสัตว์เกิดได้เพราะสัตว์ยังได้รับยาภายใน 10-20 วันสุดท้ายของชีวิตทำให้ยังมียาหลงเหลือในเนื้อ ซึ่งทำให้เชื้อดื้อยารุนแรงขึ้น สร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์</div><div><br></div><div>และยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่จะถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ ดังนั้นมูลสัตว์จะเป็นแหล่งปนเปื้อนหลักทั้งยาและแบคทีเรีย กลายเป็นทางหลักในการปนเปื้อนลงสิ่งแวดล้อม ทั้งซึมลงทางดิน ไหลลงน้ำจากท่อบำบัด</div><div><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115321459/20817cfbba7340ef8ffddda78523721f/IMG_2076.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:54:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724067940</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ 1 เชื้อดื้อยาผลพวงยาปฏิชีวนะ ภัยคร่าชีวิตคนไทย 6502877 สวิตตา สุดโต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724068134</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp;ร่างกายของเรามีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่จำนวนมาก แต่แบคทีเรียก็สามารถมาทำร้ายในร่างกายได้เช่นกัน หลังจากนั้นเราก็เริ่มกินยาต้านแบคทีเรีย เหล่าตัวยาก็เข้าไปกำจัดแบคทีเรียทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษต่อร่างกาย แต่ยังไม่มียาที่สามารถกำจัดได้จนหมดสิ้น<br><br>   เมื่อแบคทีเรียที่รอดมาได้ก็สร้างตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นกลายเป็นเชื้อดื้อยา แถมยังเพิ่มจำนวนมากขึ้น และแพร่ไปสู่แบคทีเรียสายพันธุ์อื่นได้ เมื่อพัฒนาไปเรื่อย ๆ จากการได้รับยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็นหรือในขนาดที่ไม่เหมาะสมท้ายที่สุดแบคทีเรียก็อัพเกรดเป็นซุปเปอร์บั๊ค (Superbug) หรือเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่รักษาได้ยาก หรืออาจไม่มียารักษาได้เลย</div><div><br></div><div>โดยมนุษย์เรามีเชื้อดื้อได้เพราะจากการใช้ดังนี้</div><div>1.ซื้อยาปฏิชีวนะกินตามคนอื่น</div><div>2.หยุดกินยาปฏิชีวนะ เมื่ออาการดีขึ้น</div><div>3.ซื้อยาปฏิชีวนะตามที่เคยได้รับจากแพทย์ครั้งก่อนๆ</div><div>4.อมยาอมที่ผสมยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อโรค</div><div>5.แกะแคปซูลยาปฏิชีวนะโรยแผล</div><div>6.ใช้ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์</div><div>7.เปลี่ยนไปซื้อยาปฏิชีวนะที่แรงกว่ากินเอง</div><div>8.ไม่สนใจคำแนะนำการใช้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง</div><div>9.ซื้อยาแก้อักเสบกินตามความเข้าใจของตัวเอง</div><div>10.ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่รู้ชื่อสามัญของยา</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115338067/fa994f7dd78b5e4cb4da2d8a59be7e7a/IMG_1453.png" />
         <pubDate>2023-09-28 03:54:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724068134</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ5 โรคกลุ่มNCDs/ 6503256 กัณฐิกา คำปาแก้ว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724068223</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp;โรคกลุ่ม NCDs ย่อมาจาก Non-communicable diseases คือโรคกลุ่มที่ไม่ติดต่อ เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่ติดต่อแม้มีการสัมผัส คลุกคลี หรือมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่างๆ</div><div><br>&nbsp; &nbsp;เป็นโรคที่เกี่ยวกับนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งโรคกลุ่มนี้จะค่อยๆสะสมอาการ ค่อยเกิด ค่อยทวีความรุนแรง และเมื่อมีอาการของโรคแล้วจะเกิดการเรื้อรังของโรคตามมาด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้าง<br><br>&nbsp; &nbsp;โรคกลุ่ม NCDs บางครั้งเรียกว่า โรคที่เราสร้างขึ้นมาเอง เนื่องจากโรคในกลุ่มนี้เกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เช่น การไม่ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารรสจัดเกินไป รับประทานอาหารไขมันสูง การสะสมความเครียด การรับสารพิษอย่างสม่ำเสมอ เช่นการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ กินอาหารปิ้งย่างบ่อยเกินไป เป็นต้น จะก่อให้เกิดโรคดังนี้ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง โรคไขมันในเลือดสูง โรคมะเร็ง โรคทางพันธุกรรม โรคตับแข็ง และโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) เป็นต้น</div><div><br>โรคกลุ่ม NCDs สามารถป้องกันได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเสียใ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115372547/512b6a56e95aa31c6779f3d076f229e0/IMG_1476.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:55:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724068223</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ 2 พฤติกรรมเสี่ยงดื้อยา 6507089 ลริสา ลิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724069341</link>
         <description><![CDATA[<div>10 พฤติกรรมเสี่ยงดื้อยา<br>1.กินยาปฏิชีวนะบ่อยครั้ง&nbsp;<br>2.กินยาปฏิชีวนะโดยไม่แยกแยะ ว่าเป็นโรคจากไวรัสหรือแบคทีเรีย<br>3.กินยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้างเกินความจำเป็น<br>4.เมื่อติดเชื้อแบคทีเรีย กินยาปฏิชีวนะไม่ครบตามระยะเวลา<br>5.เคยกินยาปฏิชีวนะด้วยความคิดว่า กินกันไว้ก่อน<br>6.เคยใช้ยาอมผสมยาปฏิชีวนะ<br>7.เคยขอยาปฏิชีวนะจากผู้อื่น หรือแบ่งยาให้ผู้อื่นกิน<br>8.เคยทำตัวเป็นหมอ ด้วยการแนะนำยาปฏิชีวนะให้ผู้อื่น<br>9.เคยซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เมื่อไม่หายจึงไปพบแพทย์<br>10.เคยขอยาปฏิชีวนะจากแพทย์ และไม่พอใจเมื่อแพทย์ อธิบายว่าไม่จำเป็นต้องใช้<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; ปัญหาเชื้อดื้อยาไม่ใช่แค่การทานยา จนไม่สามารถฆ่าเชื้อได้เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างไปถึงสิ่งแวดล้อม เรื่องใกล้ตัวรอบๆตัวเราอีก เห็นได้จากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพบว่าปัจจุบันผู้ประกอบการที่เลี้ยงไก่ สุกร หรือโค โดยเฉพาะไก่ หันมาใส่ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์ เพื่อเร่งเนื้อ เร่งการเจริญเติบโต เนื่องจากมีผลต่อผลประกอบการ<br>อย่างการให้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ หากให้ไม่หมด มีการหลงเหลือ และถูกชำระล้างก็จะไหลลงปนเปื้อนในส่ิงแวดล้อมทั้งดิน แม่น้ำ ลำคลอง ทะเล สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ เห็นได้จากปะการังฟอกขาว น้ำทะเล ชายหาดมีการปนเปื้อนต่างๆ เชื่อว่ามีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการเจือปนของยาปฏิชีวนะด้วย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1933126155/19bd80d2180d2fc8da24b038beece023/CF9E9815_E113_4631_82A7_D80EF56C2D76.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:56:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724069341</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ 6 / เชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะมหันตภัยเงียบใกล้ตัวเรา /6504009 พัชรพร จั่นเจริญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724070566</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยา&nbsp;</strong></div><div>&nbsp;</div><div>1.&nbsp; การสั่งใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นและการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง กรณีนี้พบบ่อยมากทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน และรวมถึงร้านขายยาทั่วไป เนื่องจากยาปฏิชีวนะนั้นไม่ได้ถูกกำหนดข้อจำกัดในการใช้ยาที่ชัดเจน และยาเองก็เข้าถึงได้ง่ายทำให้มีการใช้ยาเกินความจำเป็น</div><div>&nbsp;</div><div>2.&nbsp; การสั่งใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นในฟาร์มปศุสัตว์ ปัญหาเชื้อดื้อยาส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์มปศุสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตและเพื่อเพิ่มน้ำหนักของสัตว์เลี้ยง ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุผลอย่างยิ่ง เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกค้างของเชื้อดื้อยาสู่มนุษย์ได้&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;3.&nbsp; ขาดการผลิตยาปฏิชีวนะกลุ่มใหม่ นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง ค้นพบยาเพนนิซิลินและผลิตออกใช้จริงในปี ค.ศ. 1940 เราก็มีการคิดค้นยาปฏิชีวนะกลุ่มใหม่ๆ เรื่อยมา และเชื้อแบคทีเรียเองก็ทยอยดื้อยาทุกตัวด้วยเช่นกัน แต่ในที่สุดแล้ว นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 เป็นต้นมา เราก็ยังไม่สามารถคิดค้นยากลุ่มใหม่ๆ ได้อีก นับจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่าสามสิบปีแล้วที่เราไม่มียาปฏิชีวนะกลุ่มใหม่ใช้ ซึ่งหมายถึงถ้ามีการติดเชื้อดื้อยา<br><br>4.&nbsp; การขาดสุขอนามัยที่ถูกต้องของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการล้างมือที่ถูกต้อง จากผลสำรวจพฤติกรรมการล้างมือในปี พ.ศ. 2557 พบว่า คนไทยยังไม่ล้างมือหลังขับถ่ายสูงถึงร้อยละ 88 โดยที่ในจำนวนคนที่ล้างมือนั้นร้อยละ 41 ล้างมือไม่ถูกวิธี และมีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่ล้างมือด้วยน้ำและสบู่</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2118897898/29436ac9cff5d79a6fca8256b1c16c85/IMG_5996.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:59:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724070566</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ4 / 10 โรคร้ายที่เป็นภัยเสี่ยงตายของคนไทยในยุคปัจจุบัน / 6505951 ปณิธิ แดงบุญเรือง</title>
         <author>panithid65</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724070583</link>
         <description><![CDATA[<div>1. มะเร็ง<br>มะเร็งลำไส้, มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งเต้านม&nbsp;<br>2. โรคหลอดเลือดหัวใจ&nbsp;<br>ด้วยนิสัยการทานอาหารที่มีไขมันสูง, ไม่ยอมออกกำลังกาย, สูบบุหรี่จัด, ปล่อยตัวเองให้อ้วน, เป็นโดยพันธุกรรม และคร่ำเคร่งอยู่กับงานตลอดทั้งวัน และยังเป็นอีก 1 โรคแทรกซ้อนของผู้ที่เป็นเบาหวาน<br>3. โรคเบาหวาน&nbsp;<br>คือโรคที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนอินซูลินมามาก จนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ&nbsp;<br>4. โรคความดันโลหิตสูง<br>หรือโรคภาวะความดันโลหิตสูง โดยมีความดันสูงถึง 140/90 มิลลิเมตร - ปรอท ขึ้นไป โดยที่ความดันของคนปกติจะอยู่ที่ 90 - 119/60 - 79 มิลลิเมตร - ปรอท<br>5. วัณโรคที่มากับอากาศ&nbsp;<br>โรคปอดอักเสบ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจชนิดเดียวกัน ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Mycobacterium tuberculosis<br>6. โรคปอดเรื้อรัง&nbsp;<br>โรคปอดเรื้อรังสามารถกลายเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในชั้นเยื่อบุ และชั้นใต้เยื่อบุมากขึ้น&nbsp;<br>7. โรคภูมิแพ้&nbsp;<br>ภูมิแพ้ที่มีหลากหลายชนิด สาเหตุมาจากอาการแพ้ต่อสารต่าง ๆ แม้กระทั่งอากาศและอาหาร ที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเยื่อบุต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม และสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา&nbsp;<br>8. โรคระบบประสาทจิตเวช&nbsp;<br>เพราะชีวิตที่ยังคงต้องดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตรอด การทำงานจึงมีความกดดัน และความเครียดค่อนข้างสูง&nbsp;<br>9. โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ&nbsp;<br>ไม่ว่าจะเกิดจากการก้มดูโทรศัพท์, การทำงานหน้าจอคอม หรือการเล่นกีฬา และจะปวดรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการถูกกระตุ้น&nbsp;<br>10. โรคอ้วน และน้ำหนักตัวเกิน&nbsp;<br>ด้วยการบริโภคที่ง่ายขึ้น และการทำงาน หรือใช้ชีวิตแบบคนสมัยใหม่ที่ต้องทำงานตลอดเวลา จนไม่ได้ให้ความสนใจต่อการออกกำลังกาย หรือในรายที่เป็นโดยกำเนิด&nbsp;<br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115322339/87905b8a7596f79d1490a33676aa5277/images__16_.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:59:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724070583</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ 9 ”เชื้อดื้อยา”จากฟาร์มสัตว์สู่คน : กินหรือไม่กินเนื้อสัตว์ ก็เสี่ยง / 6506528 อนุชา สุนา</title>
         <author>panithid65</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724072109</link>
         <description><![CDATA[<div>เชื้อดื้อยาจากฟารม์สัตว์สู่คน</div><div>การกินเนื้อสัตว์ที่อาจถูกเชื้อดื้อยาจากฟาร์มสัตว์สู่คนเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเชื้อดื้อยาที่มาจากสัตว์อาจทำให้ยาที่ใช้ในการรักษาโรคมนุษย์ไม่ได้ผล และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์.</div><div><br>สำหรับการป้องกันเชื้อดื้อยาจากฟาร์มสัตว์สู่คน:</div><ol><li>ควรป้องกันการใช้ยาในสัตว์อย่างมีระมัดระวังและตามคำแนะนำจากสัตวแพทย์.</li><li>ควรสังเกตุสถานการณ์เชื้อดื้อยาในพื้นที่ที่คุณอาศัยและรับรู้ข้อมูลจากหน่วยงานทางการแพทย์หรือสาธารณสุข.</li></ol><div><br>การเลือกกินเนื้อสัตว์ควรพิจารณาตามข้อมูลที่มีอยู่และรับคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุข หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับเชื้อดื้อยา ควรทำการปรุงอาหารให้สุกที่สุดและปฏิบัติการทานอาหารอย่างถูกสุขอนามัย.<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115325508/9518ec21a780050ed789ff5949ba90ec/nMrWnwOfKSY6PlLVttLv.webp" />
         <pubDate>2023-09-28 04:01:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724072109</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่7 พบคนเสียชีวิตเกี่ยวข้อง“กับการดื้อยา” 6506249</title>
         <author>charuekl65</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724072506</link>
         <description><![CDATA[<div>บทความนี้เน้นถึงความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาทั่วโลก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยามากกว่า 6 ล้านคนในปี 2019 และมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อดื้อยาในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราแอฟริกาและเอเชียใต้ ปัญหานี้มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของมนุษย์ เนื่องจากยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ไม่สามารถควบคุมการเติบโตของเชื้อดื้อยาได้อีกต่อไป การดื้อยาเกิดจากพฤติกรรมการกินยาที่ไม่ถูกต้อง และควรมีการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา ในทางใดที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นในมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ทั่วโลก ในประเทศไทยเองก็เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่มีผลกระทบทางสุขภาพที่ร้ายแรง กระทบที่ไม่ควรถูกมองข้ามได้ เพื่อการควบคุมและป้องกันในระดับชาติและนานาชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2148052880/820c0a0fc63f8311381c1ee23c0588ec/IMG_0261.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 04:02:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724072506</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่10 / ภัยเชื้อดื้อยาที่อาจแฝงมาในเนื้อสัตว์ / 6502980 สุมิตา เลิศไกร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724072879</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>ความต้องการเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น&nbsp;</mark></div><div>อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เป็นกระบวนการที่เร่งรัดและส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด ขยับตัวได้ยาก ไม่ได้รับแสงอาทิตย์ และสัตว์อยู่ร่วมกันในปริมาณมาก ทำให้สัตว์เกิดความเครียดและมีภูมิคุ้มกันต่ำ ส่งผลให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเกินความจำเป็นและผิดวิธีใช้<br><mark>การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยา</mark></div><div>จากแนวโน้มความต้องการเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกันและโดยมากแล้ว หากปราศจากกฎข้อบังคับและการตรวจสอบอย่างรัดกุมจากภาครัฐ ก็อาจนำไปสู่การใช้งานอย่างผิด ๆ เช่น เพื่อคาดหวังให้สัตว์เติบโตได้ดี และป้องกันโรคในสัตว์ที่สุขภาพดี การใช้เหล่านี้เป็นการใช้ยาปฏิชีวนะเกินขนาด และส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยา รวมถึงยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อสัตว์ และสิ่งแวดล้อม<br>เมื่อได้รับยาปฏิชีวนะ แบคทีเรียจะถูกกำจัดไปจากร่างกาย ทั้งแบคทีเรียที่ร้ายและดี แต่แบคทีเรียที่สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อเอาชีวิตรอดจากยาปฏิชีวนะมาได้ จะเป็นแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาชนิดนั้นและยากต่อการรักษาในอนาคต จำเป็นต้องใช้ยาที่แรงขึ้นจึงจะได้ผล การใช้อย่างไม่เหมาะสมทั้งในทางการสาธารณสุข และภาคอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และการเกษตร จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้แบคทีเรียดื้อยาเร็วขึ้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2124701006/a64cdc052a6f941bea3a0fe0c7c75fbe/6502980____________.mp4" />
         <pubDate>2023-09-28 04:02:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724072879</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่ 20 การปนเปื้อนยาสู่สิ่งแวดล้อม / 6505824 วัลภา จุลปาน (เนื่องจากสมาชิกมี 11 คน)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724076871</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาเหตุของปัญหา </strong>เกิดจากการพัฒนาของอุตสาหกรรมทำให้ต้องใช้ยามากขึ้นโดยเฉพาะในผู้ป่วยเรื้อรังและในสารคัดหลังของผู้ป่วยจะมีสารเคมีจากการปนเปื้อนมาเมื่อโรงพยาบาลกำจัดไม่ถูกวิธีอาจทำให้มีสารตกค้างในแม่น้ำได้และเกิดจากการใช้ยาการเกษตรและปศุสัตว์ทำให้เกิดการสะสมของยาในดินเมื่อมีการชะล้างยาลงสู่น้ำผิวดินและใต้ดิน<br><br></div><div><strong>ผลกระทบของยาในสิ่งแวดล้อม </strong>ยาที่ตกค้างจะส่งผลต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อซึ่งมีผลต่อการทำงานของระบบฮอร์โมนถึงแม้จะมีปริมาณที่น้อยแต่ส่งผลต่อการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำเช่น เอสตร้าไดออล ทำให้จำนวนของปลาในแม่น้ำลดลง</div><div><br></div><div><strong>การดื้อยาที่เกิดจากการตกค้างของยาปฏิชีวนะ </strong>การตกค้างในสิ่งแวดล้อมส่งผลโดยตรงต่อการทำลายปริมาณและความหลากหลายของจุลชีพในสิ่งแวดล้อมด้วยนอกจากนี้ยังทำให้เกิดการพัฒนาการดื้อยาของยีนส์เชื้อโรค แบคทีเรียดื้อยาจะส่งผลให้ จำนวนยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคในมนุษย์ลดลง การดื้อยานี้ได้เกิดขึ้นแล้วในจุลชีพจำนวนมากที่เป็นสาเหตุโรคร้ายแรงของมนุษย์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115322031/9a62178343931e46671bd7008dc9920d/IMG_0817.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 04:10:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724076871</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ3 / พฤติกรรมการกินยาแบบผิดๆ 6506495 วริศรา สิริวิลัยกุล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724083617</link>
         <description><![CDATA[<div>พฤติกรรมการกินยาแบบผิดๆ<br>ยารักษาโรคเป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้าใช้ยาไม่ถูกต้องเหมาะสมจะสามารถเกิดโทษได้ พฤติกรรมการใช้ยาแบบผิดๆที่พบบ่อยในคนไทย<br>มี 1.การปรับยาด้วยตัวเอง : การกินยามากเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย &nbsp; บางครั้งถ้าโรคของผู้ป่วยไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยจะหยุดกินยา จึงทำให้เชื่อโรคในร่างกายไม่สามารถกำจัดได้และจะเกิดการดื้อยา<br>2.การนำยาของผู้อื่นมาใช้ : เมื่อผู้ป่วยนำยาของผู้อื่นมาใช้อาจก่อให้เกิดการแพ้ยาได้<br>3.ผู้ป่วยไม่พร้อมรับฟังคำอธิบายจากเภสัชกร : จะเกิดการใช้ยาแบบผิดวิธี จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลง<br>4.การจัดเก็บยาในสภาวะที่ไม่เหมาะสม : จะทำให้ยาที่เก็บไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคของผู้ป่วย<br>5.การไม่ตรวจสอบวันหมดอายุของยา : ยาที่ผู้ป่วยได้รับจะมีวันหมดอายุอย่างย้อน6เดือนถึง1ปี การตรวจสอบวันหมดอายุของยาจะทำให้มั่นใจว่ายานั้นจะมีประสิทธิภาพ<br>6.การลืมรับประทานยา : การรับประทานยาให้ตรงเวลาเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก&nbsp; และ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นการทำให้ควบคุมโรคของผู้ป่วยมีประสิทธิภาพ<br>7.การใช้ยาอย่างไม่ถูกต้อง : การใช้ยาอย่างถูกวิธีจะทำให้ได้รับยาอย่างถูกต้อง และ มีประสิทธิภาพมากที่สุด<br>8.การไม่นำยาที่ใช้เป็นประจำมา เพื่อตรวจสอบในระหว่างที่เข้ารับการรักษา : การนำยามาเป็นประจำเพื่อเภสัชกรได้ตรวจสอบว่ายาที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาโรคของผู้ป่วยมีความถูกต้อง จะได้รักษาโรคของผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง<br>9.ผู้ป่วยได้รับการรักษาจากหลายสถานพยาบาล : จะทำให้รักษาไม่ถูกจุด จะเกิดการได้รับยาซ้ำซ้อน โรคที่เป็นอยู่จะไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง<br>10.ความเชื่อของผู้ป่วยที่ว่า”การใช้ยามีประสิทธิภาพมากกว่าการป้องกันการเกิดโรค” : ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรคในอนาคตจะมีประโยชน์มากกว่าการใช้ยาเพื่อรักษาโรค<br><br>และพฤติกรรมการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้องที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงพฤติกรรมส่วนหนึ่งที่พบได้บ่อย เมื่อเราเกิดคำถามเกี่ยวกับการใช้ยา ควรปรึกษาเภสัชกร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2148009925/0cd23ea2315d30b01e820b86a06ef25d/IMG_4535.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 04:21:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2724083617</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่ 20 การปนเปื้อนยาสู่สิ่งแวดล้อม / 6505824 วัลภา จุลปาน </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2728387357</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115322031/450a7737f41bf42b0040d0543f047351/__________20_RSU172.mp3" />
         <pubDate>2023-10-02 11:20:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2728387357</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความ5 โรคกลุ่มNCDs/ 6503256 กัณฐิกา คำปาแก้ว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2728421719</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115372547/ec523bbd8e85fdc3bd423d6a177e3de0/audio.mp4" />
         <pubDate>2023-10-02 11:50:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2728421719</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่ 6 /เชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะมหันตภัยเงียบใกล้ตัวเรา /6504009 พัชรพร จั่นเจริญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2732222424</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2118897898/ade81290bcb9ba324ac60d4f0b24af4b/audio.mp4" />
         <pubDate>2023-10-04 14:45:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/agmi249th69mt294/wish/2732222424</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
