<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>หน้าวอลล์ ตระการตา ของฉัน by Sitthisak Nittayaros</title>
      <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยใจที่เปิดกว้าง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-07-28 19:54:25 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-12-29 19:39:51 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>อะไรคือสงคราม</title>
         <author>sitisak11</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271371776</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ.มุจลินท์ (philosophy)<br>สำหรับผมสงครามเป็นสิ่งที่ผมคิดในเชิงปรัชญาว่า สงครามสามารถให้กำเนิดวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของประเทศและ ฆาตกรใจโฉดของฝ่ายข้าศึก สงครามสามารถทำให้บรรดานักประดิษฐ์และนักวิชาการต่าง ๆ ที่ต้องการให้ประเทศของเขานั้นได้รับชัยชนะทำให้พวกเขากระหายยิ่งที่จะสร้างเทคโนโลยี ต่าง ๆ ขึ้นเพื่อใช้ในการประหัตประหารมนุษย์ด้วยกันเองทั้งหมดนี้เพื่อชัยชนะของประเทศเพียงเท่านั้น สงครามสามารถทำให้เกิดผู้นำทางทหารผู้ชาญฉลาดและยิ่งใหญ่ที่จะสามารถชี้นำประเทศไปสู่ชัยชนะได้ในที่สุดและผู้นำทางทหารเหล่านั้นจะกลายเป็นวีรบุรุษของประเทศในเวลาต่อมาและจะได้รับการกล่าวขานว่าเป็นตำนาน สงครามยังให้บทเรียนอันล้ำค่าแก่มนุษย์ไม่ใช่เพียงแค่ได้เรียนรู้จักความสูญเสียของมันเท่านั้นแต่มันได้สอนให้เราได้รู้ถึงวิธีรบเเบบใหม่วิธีการที่จะต่อสู้และทำสงครามรูปแบบใหม่ สงครามได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังเอาไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่คนสมัยนั้นใช้รบและต่อสู้กันได้กลายมาเป็นแบบแผนให้กับการรบสมัยใหม่ในทุกวันนี้ สงครามทำให้เกิดก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ๆ คือการจ้างงานในการทุ่มเทการผลิตอาวุธอย่างมหาศาลไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตามที่มีฐานอุตสาหกรรมอันเข้มแข็ง สงครามเป็นสิ่งตอกย้ำในอดีตว่ามนุษย์เราควรจะมีความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุของฝ่ายตรงข้ามมากเพียงใดเพราะหากว่าไม่มีการประนีประนอมอดทนและความเสียหายที่เกิดขึ้นมันจะทำให้เรานึกย้อนกลับไปว่าเราไม่น่าทำแบบนี้เลย<br>สุดท้ายนี้ผมขอทิ้งนิยามของสงครามสำหรับผมไว้ว่า<br>" สงครามเป็นอมตะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองและจบลงได้ด้วยตัวของมันเองตามเท่าที่ยังมีมนุษย์และความขัดแย้ง"<br>เขียนโดย นายสิทธิศักดิ์ นิตยารส ID5851102969<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นาย วิทวัส ชินชู ID58581102811<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/5/54/Infobox_collage_for_WWII.PNG" />
         <pubDate>2018-07-29 15:34:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271371776</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความจริงเป็นจริงและสิ่งที่ได้รับของสงคราม</title>
         <author>sitisak11</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271372501</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ.มุจลินท์ (philosophy)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สงคราม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะไหน จะในรูปแบบที่มีการใช้กำลังหรือไม่ล้วนไม่เคยก่อประโยชน์ใดๆเลยให้กับผู้ที่อยู่ร่วมในสงครามนั้นๆ ไม่ว่าผู้แพ้หรือผู้ชนะล้วนย่อมแต่สูญเสีย เช่น สงครามน้ำลาย ด่าทอกันไปมา สุดท้ายร่างกายของแต่ละฝ่ายก็เปียกปอนไปด้วยน้ำลายของฝ่ายตรงข้าม เพราะต่างฝ่ายก็เอาข้อบกพร่องข้อเสียอีกอีกฝ่ายมาประจาน คนที่ฟังการปะทะคารมล้วนแล้วแต่มอง สองฝ่ายที่ก่อสงครามน้ำลายเลวร้ายไม่ต่างกัน เห็นจุดบกพร่องข้อผิดพลาดทั้งสองฝ่ายเต็มไปหมด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ทางการทหารที่สุดในโลกอย่างสหรัฐ ก็ได้บทเรียนราคาแพงจากการก่อสงครามมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง สงครามเวียดนาม GI สหรัฐล้มตายเป็นเบือ พวกที่รอดกลับไปสู่มาตุภูมิแผ่นดินเกิดเมื่อสงครามสงบ ก็กลายเป็นปัญหาสังคมจำนวนไม่น้อย กลายเป็นพวกหัวรุนแรงที่เกิดจากอาการวิตกจริต ก่อเหตุอาชญากรรมอย่างไร้สติ ทั้งลักวิ่งชิงปล้น สารพัด ตามแบบอย่างที่เราเคยได้เห็นในหนังฮอลลีวู้ด คนพวกนี้กลับไปสร้างปัญหาที่ต้องเสียงบประมาณจำนวนไม่น้อยเพื่อมาเยียวยารักษาภาวะสงครามหลอนทางประสาทให้กับทหารที่เคยเข้าร่วมในสงครามเวียดนาม</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แล้วบทสรุปสุดท้ายสหรัฐก็ผ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม เรียกว่าเสียทั้งเงิน เสียทั้งชีวิตทหาร เสียทั้งคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ เสียทั้งเกียรติประวัติของชาติมหาอำนาจ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;และเมื่อสหรัฐในยุคนี้ พยายามจะกู้ชื่อตัวเองจากสงคราม ที่ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกหลายต่อหลายสงคราม แต่ที่สุดก็ยังไม่สามารถทำอย่างที่ใจหวังได้ สงครามในอิรัก หลังไร้ผู้นำเผด็จการอย่างซัดดัม อุสเซ็น ก็ไม่มีความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน กลับส่งผลเสียในกับสหรัฐที่วุ่นวายพยายามจะไปจัดระเบียบให้กับประเทศอื่น สงครามปราบปรามผู้ก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ที่ก่อขึ้นหลังจากเหตุการณ์ nine one one (911) จนป่านนี้ก็ยังความหาตัวนายอุสซามะ บิลลาดินไม่ได้ แถมทหารที่ส่งเข้าไปต้องสู้รบติดแหง่กอยู่อย่างนั้น สิ้นเปลืองงบประมาณปีล่ะไม่รู้กี่ล้านล้านบาท</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สงครามศาสนาในอดีต ก็ไม่เคยให้ผลลัพท์ที่ดีกับผู้ก่อสงคราม ที่หวังผลให้อีกฝ่ายเปลี่ยนมาเคารพนับถือตามอย่างที่ตนเองเชื่อ แต่จนถึงปัจจุบัน ความเชื่อความนับถือในศาสนาก็ยังคงแตกต่างกัน มิหนำซ้ำสงครามศาสนาในอดีตก็ยังคงฝากรอยร้าวให้กับกลุ่มคนบางกลุ่ม ฝั่งลึกลงไปในจิตใจให้เกิดความเคียดแค้นชิงชัง แม้ตอนนี้ยังอาจนิ่งเฉยไม่แสดงอาการ แต่ก็เชื่อว่า คนบางกลุ่มกำลังรอคอยวันเวลาเพื่อจะตอบโต้เอาคืน นั่นเป็นการก่อสงครามเพื่อสร้างศัตรูอย่างไม่จบสิ้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;บาดแผลความเจ็บปวดทางจิตใจ ที่เกิดขึ้นจากสงคราม ไม่ใช่สิ่งที่ลบเลือนได้ง่ายๆ เหมือนอย่างในปัจจุบัน ที่ จีน ออกมาประนาม รัฐบาลญี่ปุ่นทุกครั้ง ที่ผู้นำคนสำคัญของญี่ปุ่น เดินทางไปประกอบพิธีที่ศาลเจ้ายาสุคุนิ (พิธีรำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) เพราะจีนเองก็ยังผูกใจเจ็บกับการกระทำของทหารญี่ปุ่นในครั้งอดีตที่รุกรานจีน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สงครามมีวัตถุประสงค์หลักเพียง 2 อย่าง คือ แย่งชิง และ ปกป้อง ยกตัวในรูปแบบที่ไม่ใช้ความรุนแรง เช่น สงครามความคิด คือการแย่งชิงปรับเปลี่ยนให้อีกฝ่ายเปลี่ยนทัศนะคติมาเป็นอย่างที่ตัวเองเชื่อ ฝ่ายที่มีทัศนะคติที่ต่างออกไปหากไม่ยินยอมพร้อมใจเปลี่ยนแปลงทัศนะคติที่อีกฝ่ายเสนอหรือเปรียบได้กับการจู่โจม ฝ่ายที่เห็นต่างก็ต้องทำการปกป้องความคิดตัวเอง ด้วยการตอบโต้ความคิดนั้นๆกลับไป ซึ่งเหมือนในห้องราชดำเนินแห่งนี้ ซึ่งหากไม่ได้ข้อสรุปยุติ ก็จะกลายเป็นต่างฝ่ายต่างเกลียดชังกันในที่สุด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แต่ต่อให้เกิดปาฏิหารที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะในสงครามความคิดนี้ได้ ก็หลีกหนีไม่พ้นที่จะเกิดบาดแผลทางจิตใจให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด คือคบกันได้ แต่ไม่สนิทใจ ยังคงมีคนจดจำถ้อยคำหรือการกระทำในอดีตของอีกฝ่าย มาผูกใจเจ็บอยู่เสมอ เหมือนอย่างสงครามเหลืองแดง ในการเมืองจริงๆ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;รู้ทั้งรู้ ว่าสงครามไม่ใช่สิ่งดี แต่ก็ยังใช้กำลังแย่งชิงอำนาจประชาธิปไตยมาจากประชาชน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;รู้ทั้งรู้ ว่าสงครามไม่ใช่สิ่งดี แต่ก็ยังใช้กำลังเข้าจัดการสลายกลุ่มผู้ต่อต้าน ที่ตายก็ตายไป ที่รอดก็เกิดบาดแผลทางจิตใจ&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;รู้ทั้งรู้ ว่าสงครามไม่ใช่สิ่งดี แต่ใครบางคนยังใช้สงครามเพื่อให้ตัวเองได้มาซึ่งอำนาจ และใช้สงครามเพื่อให้ตนเองได้อยู่ในอำนาจต่อไป</div><div>&nbsp; &nbsp; และรู้ทั้งรู้ ว่าสงครามไม่ใช่สิ่งดียังใช้กำลัง เพื่อหวังกระแสช่วงชิงมวลชน โดยอ้างการปกป้องอธิปไตยของชาติ ใช้กำลังกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปิดบังสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาด เบี่ยงเบนประเด็นการโจมตีจากคนที่ไม่เห็นด้วย ใช้กระแสข่าวสงครามกลบความผิดพลาดในการดำเนินนโยบาย เรื่องไข่ชั่งกิโล กลบเรื่องราวกระบวนการฟ้องศาลอาญาโลก และกลบข่าวกระแสการปฏิวัติที่ไม่ได้รับการตอบสนองจากประชาชน<br>เขียนโดย นายสิทธิศักดิ์ นิตยารส ID5851102969<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นาย วิทวัส ชินชู ID58581102811</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-29 16:02:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271372501</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องตลกขบขำ</title>
         <author>i_perw</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271415550</link>
         <description><![CDATA[<div>เรื่องจริง จากประสบการณ์จริง เมื่อประมาณปี พ.ศ.2554 ในขณะที่เมืองหลวงของประเทศกำลังวิกฤต เกิดเหตุ อุทัยกะทกเอ้ย อุทกภัย แท๊น ! กลางเมืองน้ำท่วมเมืองน้ำท่วมอยู่นั้น ตัวเรายังได้ร่ำเรียนอยู่ดินแดนปลาทูอยู่เลย อ่ะๆๆ เข้าเรื่องกันดีกว่า  เวลาประมาณ บ่าย 3โมงประเทศไทย ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ตึกแผนกช่างไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิค ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังตึก ที่มีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่ ตัวเราได้นั่งรอเพื่อนสาวคนสนิทต่างแผนก เลิกเรียน ขณะที่กำลังฟังเพลง Price Tag ของ Jessie J ที่กำลังโด่งดังมากๆในสมัยนั้น จู่ๆ ได้มีเด็กผู้หญิงเดินมานั่งหันหลังให้เราอยู่ตรงหน้า และเหมือนเขามองไม่เห็นเราเลย เราจริงปิดเพลง และพูดกับผู้หญิงคนนั้นว่า "เธอทำไมมานั่งบนโต๊ะ ไม่เห็นเราเหรอ" แต่เธอก็เงียบไม่ตอบ ไม่หันมา เราจ้องมองเธอด้วยความมึนงง และได้สังเกตเห็นว่า เธอร้องไห้หนักมาก หัวยุ่งไปหมด และจู่ๆเธอก็หยิบคัตเตอร์ และจ้องมองที่แขนของตัวเอง แล้วพูดขึ้นมาว่า "พอกันที" เราตกใจมากได้เดินไปหยิบคัตเตอร์ และได้โยนเข้าป่าทันที และได้ต่อว่า ไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ แต่เธอลุกขึ้นยืน และโมโหมาก #คดีพลิก.!!! เะอได้พูดกับผมว่า "มึงเห็นเห้...อะไร กูจะเอาคัตเตอร์มาตัดสร้อยข้อมือที่มันซื้อให้ ไม่ได้จะกรีดแขน ไม่ได้ปัญญาอ่อนมานั่งทำร้ายตัวเอง มึงเข้าป่าไปหาคัตเตอร์มาคืนกูเดี๋ยวนี้เลย " เราได้แต่ตอบเธอไปว่า "ครับ" และรีบไปหาคัตเตอร์มาทันที เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า การยุ่งเรื่องของคนอื่นเป็นการลงทุนที่เสี่ยง โปรดศึกษาปัญหาและทำความเข้าใจกับเรื่องราวก่อนเป็นพลเมืองดี แท๊นนนนนน !!!<br><br></div><div> <br><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="null" width="335" height="184"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="null" width="209" height="154"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="null" width="277" height="195"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="null" width="294" height="220"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div> <br>เขียนโดย : น.สวราภรณ์ มั่นคง  ID 5851102799</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-30 04:17:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271415550</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งานศิลปะที่ไม่ยอมประนีประนอมใต้ยุคเผด็จการนาซี</title>
         <author>spider_fai_za</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271453608</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ.พิมลมาศ</div><ul><li>ออตโต ดิกซ์ (Otto Dix) จิตรกรและศิลปินภาพพิมพ์ชาวเยอรมัน ผู้เป็นที่รู้จักจากการตีแผ่สังคมในยุคไวมาร์ของเยอรมันและความโหดร้ายของสงครามผ่านภาพวาดเหมือนจริงอันเกรี้ยวกราดไร้ความรอมชอม</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-30 14:42:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271453608</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>spider_fai_za</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271456431</link>
         <description><![CDATA[<div>                        ออตโต ดิกซ์, Sturmtruppe geht unter Gas vor , 1924</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302415420/a6e9b6260505dc53dbb070712008de62/8_5.png" />
         <pubDate>2018-07-30 15:15:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271456431</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ออตโต ดิกซ์ (Otto Dix) ผู้ตีแผ่ไวมาร์เยอรมัน</title>
         <author>spider_fai_za</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271456630</link>
         <description><![CDATA[<div>หนึ่งในบรรดาศิลปินคนสำคัญของโลกที่ประสบภัยจากเงื้อมมือนาซีนั้นมีชื่อว่า ออตโต ดิกซ์ (Otto Dix) จิตรกรและศิลปินภาพพิมพ์ชาวเยอรมัน ผู้เป็นที่รู้จักจากการตีแผ่สังคมในยุคไวมาร์ของเยอรมันและความโหดร้ายของสงครามผ่านภาพวาดเหมือนจริงอันเกรี้ยวกราดไร้ความรอมชอม ด้วยความที่เขามีชีวิตอยู่ในช่วงสงครามโลกและเห็นความเลวร้ายของมัน นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างผลงานศิลปะที่พูดถึงความงามในความอัปลักษณ์ขึ้นมา<br><br>ในปี 1915 เขาต้องเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประสบการณ์ในสงครามส่งผลกระทบต่อเขาอย่างมาก ภายหลัง เขาบรรยายถึงฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ต้องปีนป่ายอยู่บนซากศพของม้า เขาถ่ายทอดประสบการณ์อันเลวร้ายลงในผลงานหลายชิ้นในเวลาต่อมา<br><br></div><div>ออตโต ดิกซ์ สนใจวิถีชีวิตอันยากลำบากช่วงหลังสงครามของเหล่าคนชายขอบในสังคมเยอรมนี ซึ่งมีทั้งปัญญาชนและเพื่อนศิลปิน แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาลุ่มหลงวิถีชีวิตของชนชั้นแรงงาน โสเภณี และทหารผ่านศึกผู้พิการ ด้วยทัศนคติทางการเมืองที่เอียงซ้ายอย่างชัดเจน<br><br></div><div>เขามุ่งเน้นถ่ายทอดธรรมชาติอันไม่จีรังของร่างกายมนุษย์อย่างโจ่งแจ่งไร้การประนีประนอม ตีแผ่ให้เห็นความอยุติธรรมในสังคม แสดงให้เห็นถึงความวิปริตทางการเมืองที่ต่อมาก่อตัวกลายเป็นระบบทรราชย์ของสาธารณรัฐไวมาร์<br><br></div><div>เขาร่วมกับศิลปินอีกหลายคน ทำงานศิลปะที่วิพากษ์สังคมเยอรมันยุคนั้นอย่างหนักหน่วง ดิกซ์มุ่งความสนใจไปยังความมืดหม่นสิ้นหวังของชีวิต ด้วยการถ่ายทอดภาพของโสเภณี ความรุนแรง ความชราภาพ และความตาย เขาเปิดเผยด้านอัปลักษณ์ของสงครามที่ถูกเพิกเฉยหรือหลงลืมไปในสังคม ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองที่กำลังก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างพรรคนาซีรับไม่ได้อย่างยิ่ง<br>เขียนโดย : นางสาวภาพิมล สำราญใจ 5851102641<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;: นางสาวพรปิยมน ใจกว้าง&nbsp; 5851102527</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-30 15:18:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271456630</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความประทับใจผลงาน</title>
         <author>spider_fai_za</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271457814</link>
         <description><![CDATA[<div>ออตโต ดิกซ์ (Otto Dix) เป็นบุคคลที่ถ่ายทอดศิลปะออกมาจากเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เขาจดจำฝังลึกในจิตใจ เขาถ่ายทอดภาพออกมาจากเหตุการณ์จริงที่วิพากษ์สังคมเยอรมันยุคนั้นอย่างหนักหน่วง ดิกซ์มุ่งความสนใจไปยังความมืดหม่นสิ้นหวังของชีวิต ด้วยการถ่ายทอดภาพของโสเภณี ความรุนแรง ความชราภาพ และความตาย เขาเปิดเผยด้านอัปลักษณ์ของสงครามที่ถูกเพิกเฉยหรือหลงลืมไปในสังคม งานศิลปะของ ออตโต ดิกซ์ (Otto Dix) จะเป็นการเล่าเรื่องความไม่ยุติธรรมไม่ยอมประณีประนอมใต้ยุคเผด็จการนาซี ให้ผู้คนภายหลังได้รับรู้<br>เขียนโดย : นางสาวภาพิมล สำราญใจ 5851102641<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  :&nbsp;นางสาวพรปิยมน ใจกว้าง&nbsp; 5851102527<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-30 15:38:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271457814</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สงครามกับการโฆษณา</title>
         <author>charliezz120</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271567856</link>
         <description><![CDATA[<div>สงครามไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากผลประโยชน์<br> ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนหนึ่งซึ่งเป้าหมายและผลประโยชน์ที่ได้รับจากสงครามเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของชาติจากการรุกรานของต่างชาติ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ด้วยการยึดครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือการประกาศอิสรภาพ เพื่อลงโทษแนวคิดที่เห็นว่าผิดหรือเห็นว่าไม่เหมาะสม แต่สงครามทุกครั้งก็ไม่อาจบรรยายได้ตามลักษณะดังกล่าว ตัวอย่างเช่น สงครามเย็น ซึ่งทำให้ประชาชนหลายล้านคนเสียชีวิต<br> ...แต่สงครามไม่ได้มีแต่การสู้รบกันอย่างเดียว สงครามนั้นอาจจะมีหลากหลายวิธี และตัวอย่างที่จะยกมานั้นเป็นสงครามการโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สองยักษ์ใหญ่ ได้แก่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำดำ "โค้ก" และ "เป๊ปซี่" มันไม่ได้เป็นการที่จะต้องเอาทหารไปสู้รบกันแต่สงครามนี้ใช้ คำพูด ใช้ภาพ ใช้เสียง ในการสู้รบกัน โดยผลสรุปคือแต่ละฝ่ายต้องการผลประโยชน์...<br> "สงครามนั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ไม่สามารถที่จะสร้างสิ่งที่ดีขึ้นมาได้เลยนอกจากความขัดแย้งและความเสียใจ"...<br>เขียนโดย : ปรีชา อินโนนพะเนาว์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 15:48:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271567856</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สงครามโลกครั้งที่สอง      </title>
         <author>spider_fai_za</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271569347</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ.ปติสร<br>สงครามโลกครั้งที่สอง (World War 2) เป็นความขัดแย้งในวงกว้าง ครอบคลุมทุกทวีปและประเทศส่วนใหญ่ในโลก เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) และดำเนินไปจนกระทั่งสิ้นสุดในปี  พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) ได้ชื่อว่าเป็นสงครามที่มีขนาดใหญ่และทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์โลก ต้นเหตุที่แท้จริงของสงครามครั้งนี้ ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ความเป็นชาตินิยม การแย่งชิงอำนาจและต้องการแบ่งปันโลกใหม่ของประเทศที่เจริญตามมาทีหลังและ แสนยนิยม เช่นเดียวกับวันเริ่มต้นสงคราม ที่อาจเป็นไปได้ทั้งวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) ที่เยอรมันรุกรานโปแลนด์, วันที่ 7 กรกฎาคม  พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) ที่ญี่ปุ่นรุกรานจีน (วันเริ่มต้นสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2) หรือปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ที่ญี่ปุ่นรุกรานแมนจูเรีย บางคนกล่าวว่าสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งนี้ เป็นข้อพิพาทเดียว กัน แต่แยกกันด้วย “การหยุดยิง”สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 2สาเหตุแรก      สาเหตุสำคัญเป็นผลมาจากประเทศเยอรมนีไม่พอใจสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ซี่งเป็นสนธิสัญญาที่เยอรมนีต้องลงนามเมื่อแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คือต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมากถูกลดกำลังทหาร อาวุธ ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ เสียดินแดน ชนวนเกิดขึ้นเมื่อเยอรมนีหาเรื่องโปแลนด์ในประเด็นเรื่องการไม่เคารพสิทธิ ของคนเชื้อสายเยอรมันในโปแลนด์ นอกจากนี้เมื่อทางเยอรมนีขอตัดถนนข้ามจากเยอรมนีฝั่งตะวันตกเข้าไปยังปรัสเซีย (ซึ่งปัจจุบันคือดินแดนฝั่งตะวันออกของเยอรมนี) โดยผ่านฉนวนโปแลนด์ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษและฝรั่งเศส  แต่อังกฤษและฝรั่งเศสไม่อนุญาต เยอรมนีจึงยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงและบุกเข้าโปแลนด์ทันที ซึ่งอังกฤษและฝรั่งเศสได้สัญญาไว้ว่าจะช่วยเหลือทางทหาร จึงสั่งให้เยอรมนีถอนกำลังออกภายใน 14 ชั่วโมง แต่เยอรมนีปฏิเสธไม่ถอนกำลัง จึงได้ประกาศสงคราม โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายอักษะ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ฝ่ายสัมพันธมิตร อังกฤษ ฝรั่งเศส ต่อมาจึงมี จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซ-เวียต ฝ่ายชนะคือฝ่าย สัมพันธมิตร ทำให้ประเทศมหาอำนาจในยุโรปหมดกำลังลง  จึงเกิดมหาอำนาจใหม่คือสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต จนนำไปสู่สภาพสงครามเย็นในเกือบจะทันทีที่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงสาเหตุที่สอง   สาเหตุเบื้องต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง คือ ความตึงเครียดเกี่ยวกับชาตินิยม ประเด็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข และความไม่พอใจอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และสมัยระหว่างสงครามโลกในทวีปยุโรป รวมทั้งผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1930 เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ลงเอยด้วยการปะทุของสงคราม ซึ่งมักเป็นที่เข้าใจว่าเป็นการรุกรานโปแลนด์ โดยนาซีเยอรมนี ความก้าวร้าวทางทหารนี้เป็นผลมาจากการตัดสินใจของผู้นำของเยอรมนีและญี่ปุ่น สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นจากการปฏิบัติอันก้าวร้าวและบรรจบกับการประกาศสงครามหรือการต่อต้านด้วยกำลัง<br>เขียนโดย : นางสาวพิมพ์แก้ว สารจันทร์ 5851102586</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 16:06:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271569347</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จุดเริ่มต้นและจุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่แท้จริง ?</title>
         <author>spider_fai_za</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271572034</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ.ปติสร<br>สงครามโลกครั้งที่สองไม่สามารถกำหนดจุดเริ่มต้นอย่างชี้ชัดแน่นอนได้ เพราะเป็นการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไม่ยุติธรรมต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง นักประวัติศาสตร์จึงเลือกหลายช่วงเวลาว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งนี้แตกต่างกันไปตามแนวคิดของตน ซึ่งได้แก่ เหตุการณ์ญี่ปุ่นรุกรานแมนจูเรีย ปี ค.ศ. 1931 อิตาลีรุกรานเอธิโอเปีย ในปี ค.ศ. 1935 ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของสันนิบาติ-ชาติ สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง ในปี ค.ศ. 1937 เยอรมนีรุกรานโปแลนด์ ในปี ค.ศ. 1939 ซึ่ง นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม ญี่ปุ่นโจมตีที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ ในปี ค.ศ. 1941และเยอรมนีรุกรานสหภาพโซเวียต ในปี ค.ศ. 1941 และยังมีนักเขียนบางคนให้ความเห็นว่า สงครามโลกครั้งที่สองเป็นสงครามครั้งเดียวกันกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งด้วยซ้ำไป (ใช้คำว่า "สงครามกลางเมืองยุโรป" หรือ "สงครามสามสิบปีครั้งที่สอง") อย่างไรก็ตาม ในตำราส่วนใหญ่มักถือว่าสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939 และยุติเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945<br>&nbsp; &nbsp; นอกเหนือจากนั้น สงครามโลกครั้งที่สองยังมีกำหนดเวลาสิ้นสุดแตกต่างกันเช่นกัน บ้างก็นับที่การประกาศสัญญาสงบศึกเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945 มากกว่าการยอมจำนนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 บางประเทศในทวีปยุโรปยึดเอาวันแห่งชัยชนะในทวีปยุโรป 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 เป็นสำคัญ แต่ว่า สนธิสัญญาสันติภาพกับประเทศญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้มีการลงนามจนกระทั่งปี ค.ศ. 1951<br>เขียนโดย : นางสาวพิมพ์แก้ว สารจันทร์ 5851102586<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; : นางสาวภาพิมล&nbsp; &nbsp; สำราญใจ 5851102641<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302415420/aa5f6e16fc302a21f28f2c0124babf92/maxresdefault.jpg" />
         <pubDate>2018-07-31 16:42:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271572034</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เตือนเกิดสงครามโลกครั้งที่3 ‘โสรัจจะ’ชี้รุนแรง-แต่ละประเทศพินาศ ไทยก็โดนด้วย</title>
         <author>spider_fai_za</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271572267</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้ออื่นๆ<br>เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2561 นายโสรัจจะ นวลอยู่ หมอดูชื่อดังฉายา ‘นอสตราดามุสเมืองไทย’ เปิดเผยถึงการทำนายดวงชะตาโลกในช่วงนี้ว่า ดวงโลกอยู่ในราศีพฤษก ดาวมฤตยูสถิตราศีเมษอยู่นานถึง 7 ปี โดยเข้ามาแล้วประมาณ 2 ปี ส่วนภพวินาศดวงโลก ราหูอยู่ในราศีกรกฎตรงฉากดาวมฤตยู เป็นดาวแห่งสงคราม ความขัดแย้ง ถือว่าค่อนข้างร้ายแรงที่สุดในดวงดาวทั้งหมด วินาศกับดวงของโลก สื่อถึงการใช้อาวุธที่รุนแรงมากกว่าที่เคยปรากฎมา ดาวเสาร์สถิตราศีธนู ดวงดาวใหญ่ๆ มาพร้อมกันเล็งทำมุมหักศอกสามเหลี่ยม ส่วนดาวพฤหัสอยู่ในราศีตุลย์เป็นภพอริของดวงโลกเล็งมฤตยู ซึ่งดาวพฤหัสหมายถึงภัยพิภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ การเงิน ความสุขทั่วๆไป เมื่ออยู่ในภพอริก็จะเกิดความวุ่นวายไม่เป็นสุข ลักษณะนี้จะก่อให้เกิดสงครามโลกที่ใหญ่ที่สุดและเป็นสงครามครั้งสุดท้าย</div><div>“สงครามโลกได้เริ่มตั้งแต่บัดนี้ โดยภายหลังสหรัฐฯยิงถล่มซีเรียนั้น สถานการณ์อาจดีขึ้น เพราะมีการหารือกันในหลายประเทศมองหาความสงบ แต่สักพักก็จะคุกรุ่นขึ้นมาอีก สลับกันไปมาและเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งในช่วงเดือนก.ย.สถานการณ์จะหนักมาก ถึงขั้นใช้อาวุธที่ร้ายแรง อาจเป็นนิวเคลียร์ เคมี ทำร้ายล้างบุคคล เกิดความขัดแย้งกันหลายประเทศ มีการแบ่งฝ่าย ใช้เวลายาวนาน หากดูจากดาวมฤตยูสถิตราศีเมษอีก 5-6 ปี หรือนานเกือบ 10 ปี สงครามโลกครั้งนี้จะเกิดความสูญเสียอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทรัพย์สินหรือความสวยงามของบ้านเมืองในแต่ละประเทศจะย่อยยับพังพินาศ สงครามโลกครั้งนี้จะจบลงด้วยความเสียหาย แต่จะไม่มีใครแพ้ไม่มีใครชนะ เพราะทุกคนไม่มีอะไรจะสูญเสียแล้ว ทรัยพากรต่างๆ สูญเสีย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ประเทศยักษ์ใหญ่จะกลายเป็นยากจนทันที” นายโสรัจจะ เผย<br>นอสตราดามุสเมืองไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนของประเทศไทย ลักขณาอยู่ราศีเมษ มีดาวมฤตยูเข้ามาทับ มีดาวพฤหัสเล็ง ราหูตั้งฉากกับดาวพฤหัส ดาวเสาร์ เป็นมุมมรณะ ถูกกระทบจากสงครามโลก อาจมีบางประเทศมาโน้มน้าวให้ไทยต้องฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญประเทศไทยต้องวางตัวเป็นกลางมากที่สุด นิ่งเฉย อย่าไปเข้าข้างฝ่ายใดจะดีที่สุด ประเทศไทยอาจเป็นประเทศทางผ่านของการยกทัพ เป็นแหล่งเสบียงอาหารให้หลายๆ ฝ่ายได้</div><div>“ขณะที่ความขัดแย้งภายในประเทศไทย อาจมีโอกาสเกิดขึ้นทั้งความคิด ด้านการเมือง อาจมีการเดินขบวนในช่วงเดือนพ.ค.นี้ ส่งผลให้ด้านเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นร่วง ซึ่งจะคล้องจองกับภาวะโลก ทั้งนี้อยากให้ผู้นำหรือรัฐบาลใจเย็นๆ ทั้งการแสดงออก คำพูดบางคำแม้แต่เรื่องเล็ก แต่อาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ โดยรัฐบาลและประชาชนต้องหมั่นทำบุญ ทำสมาธิ สวดมนต์ อาจช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้”<br>เขียนโดย : นายวิทวัส ชินชู 5851102811</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 16:45:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271572267</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pi_yaanan</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581173</link>
         <description><![CDATA[￼]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 18:37:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581173</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pi_yaanan</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581176</link>
         <description><![CDATA[￼]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 18:37:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581176</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“ฮิตเลอร์” จากจิตรกรตกยาก สู่จอมเผด็จการ ผู้เขย่าโลก</title>
         <author>pi_yaanan</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581265</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ.พิมลมาศ<br>ผลงานนี้แสดงให้เห็นว่า ฮิตเลอร์เป็นจิตรกรที่มีฝีมือพอใช้ ไม่ถึงกับดีเยี่ยม แต่ก็ไม่เลวร้าย ฮิตเลอร์เชื่อว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านศิลปะ จนทำให้เขาสมัครเข้าเรียนที่ Academy of Fine Art ที่เวียนนา แต่อนิจจา ถูกปฏิเสธการเข้าเรียน ว่ากันว่าคณะกรรมการส่วนใหญ่ในสถาบันนั้นเป็นยิว จึงทำให้เชื่อกันว่า นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฮิตเลอร์เป็น antisemitism หรือมีความเป็นอคติต่อชาวยิวมานับแต่นั้น<br><br></div><div>กว่า 20 ปี ที่ฮิตเลอร์และพรรคสังคมชาตินิยมเยอรมัน หรือ พรรคนาซี เถลิงอำนาจ ฮิตเลอร์ยังคงลุ่มหลงในศิลปะตลอดมา จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในอุดมการณ์ทางการเมืองของเขา<br><br></div><div>ในช่วงต้นทศวรรษ 1930s ฮิตเลอร์มีอำนาจบังคับทิศทางค่านิยมทางศิลปะในประเทศเยอรมนี รัฐเผด็จการเบ็ดเสร็จแบบนาซีต้องการชำระล้าง ‘สิ่งสกปรก’ ไม่ว่าจะเป็น ยิว รักร่วมเพศ รวมถึงงานศิลปะที่ต่างไปจากรัฐนิยมที่ถูกต้องและสะอาด ด้วยความที่ฮิตเลอร์เกลียดโมเดิร์นอาร์ต หรือศิลปะสมัยใหม่ เขากล่าวว่าศิลปะเหล่านั้นบิดเบือนความเป็นจริง มองไม่เห็นสีสันรูปทรงที่แท้จริงของธรรมชาติ ถ้าคนเยอรมันเสพจะทำให้จิตใจบิดเบี้ยว แปดเปื้อน ดังนั้นจึงต้องกำจัดทิ้งแบบเดียวกันกับเชื้อโรค<br><br></div><div>เขากล่าวถึงเรื่องนี้ในสุนทรพจน์ของเขาว่า “จากนี้ไปเราจะเริ่มต้นทำสงครามอย่างไม่หยุดหย่อน สงครามแห่งการชำระล้าง สงครามที่จะไล่ล่าทำลายล้างอะไรก็ตามที่จะมาเป็นปฏิปักษ์ต่อศิลปะของเรา”<br><br></div><div>ด้วยเหตุนี้ ในช่วงที่ฮิตเลอร์ครองอำนาจ นอกจากเขาจะสังหารชาวยิวจำนวนมหาศาล เขายังสังหารศิลปะวัตถุอีกนับไม่ถ้วน ทั้งเผาทำลาย รวมถึงนำมาเป็นทรัพย์สมบัติเพื่อขายเป็นทุนรอนสนับสนุนค่าใช้จ่ายของพรรคนาซี ปล้นชิงงานศิลปะชั้นครูยุคโบราณเพื่อรวบรวมมาสร้างอาณาจักรศิลปะของตัวเอง<br><br></div><div>โชคดีที่มีหน่วยราชการลับเรียกว่า Monuments Men ซึ่งก็คือภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์งาน ฯลฯ ที่มีหน้าที่ตามงานศิลปะที่ฮิตเลอร์ขโมยจากพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในยุโรปแล้วเอาไปซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ จนมีงานรอดเงื้อมมือนาซีมาให้เราได้ดูชมเป็นบุญตาได้หลายชิ้น<br>เขียนโดย : นายปิยะอนันต์ พิชัยกุล 5851102233</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/274424672/00e7496974063ae25878eab26c7ffdca/1529825582_60675_8.jpg" />
         <pubDate>2018-07-31 18:39:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581265</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความประทับใจผลงาน</title>
         <author>pi_yaanan</author>
         <link>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581720</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ.พิมลมาศ<br>อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นบุคคลที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นจิตรกรหรือจอมเผด็จการ ซึ่งความใฝ่ฝันในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นของฮิตเลอร์ ก็คือการเป็นจิตรกร แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว แต่ฮิตเลอร์ก็คงมุ่งมั่นทำตามใจปรารถนา พยายามฝึกปรือพัฒนาทักษะด้านการวาดภาพ ด้วยหวังว่าสักวันตนต้องเป็นจิตรกรชื่อดังก้องโลกให้จงได้<br><br>แต่แล้วก็เหมือนชะตากรรมเล่นตลก แม้ชื่อเสียงของเขาจะโด่งดังคับฟ้า แต่ไม่ใช่ในฐานะจิตรกร หากโลกกลับจดจำเขาในฐานะจอมเผด็จการ ผู้จุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 2 และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว<br>เขียนโดย : นายปิยะอนันต์ พิชัยกุล 5851102233</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 18:44:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sitisak11/ag9ts3sljvgx/wish/271581720</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
