<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ by สิตางศุ์ เทียนครบ</title>
      <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยความรื่นเริง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-12-03 01:17:44 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-10-28 23:24:53 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์</title>
         <author>3386133</author>
         <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926430525</link>
         <description><![CDATA[<div>(<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA">ฝรั่งเศส</a>: <em>Du Royaume de Siam</em> แปลตามตัวคือ "ว่าด้วยราชอาณาจักรสยาม")</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1483578609/8af7cf53031c0d7f164691aedfc33120/______________2564_12_03______08_48_45.png" />
         <pubDate>2021-12-03 01:48:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926430525</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.เหตุการณ์ที่นักเรียนเลือกที่จะศึกษาคือเหตุการณ์ใด  (ความรู้เรื่องวิธีการทางประวัติศาสตร์)</title>
         <author>3386133</author>
         <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926624656</link>
         <description><![CDATA[<div>1. กำหนดหัวข้อที่จะศึกษา : ศึกษาเรื่อง จดหมาย ลา ลูแบร์ <br>2. การเก็บรวบรวมข้อมูล : เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8">จดหมายเหตุ</a>บันทึกเป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA">ภาษาฝรั่งเศส</a> เอกสารชิ้นนี้กล่าวถึง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1">ราชอาณาจักรสยาม</a>ในปลายรัชสมัย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">สมเด็จพระนารายณ์มหาราช</a> พ.ศ. 2230 ผู้บันทึก คือ <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%87_%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD_%E0%B8%A5%E0%B8%B2_%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ซีมง เดอ ลา ลูแบร์</a> อัครราชทูตของ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_14">พระเจ้าหลุยส์ที่ 14</a> แห่ง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA">ฝรั่งเศส</a> ซึ่งเข้ามาทูลพระราชสาส์น ณ ประเทศสยาม เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8">จดหมายเหตุ</a>บันทึกเป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA">ภาษาฝรั่งเศส</a> เอกสารชิ้นนี้กล่าวถึง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1">ราชอาณาจักรสยาม</a>ในปลายรัชสมัย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">สมเด็จพระนารายณ์มหาราช</a> พ.ศ. 2230 ผู้บันทึก คือ <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%87_%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD_%E0%B8%A5%E0%B8%B2_%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ซีมง เดอ ลา ลูแบร์</a> อัครราชทูตของ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_14">พระเจ้าหลุยส์ที่ 14</a> แห่ง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA">ฝรั่งเศส</a> ซึ่งเข้ามาทูลพระราชสาส์น ณ ประเทศสยาม<br>3. การประเมินคุณค่าของหลักฐาน : &nbsp;<br>- การประเมินคุณค่าภายนอก &gt; เป็นหลักฐานชั้นต้น</div><div>- การประเมินคุณค่าภายใน &nbsp; &gt; ข้อสังเกตของนักประวัติศาสตร์.oปัจจุบัน มองว่า เนื้อความบางส่วนในเอกสารนี้ บางเรื่องคลาดเคลื่อนบ้าง บางเรื่องบันทึกจากการสอบถามจากคนที่ไม่มีความรู้บ้าง ฟังจากคำบอกเล่าซึ่งจริงบ้างไม่จริงบ้าง บางเรื่องผู้เขียนก็คาดเดาหรือใส่คงามเห็นลงไป</div><div>4. การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล :<br>เมื่อทราบว่าหลักฐานนั้นเป็นของแท้ และให้ข้อมูลที่เป็นจริง ขั้นตอนต่อมาเราจึงวิเคราะห์ข้อมูล เช่น วิเคราะห์ความเป็นมาของเหตุการณ์ สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ รายละเอียด และผลของเหตุการณ์<br>5.การเรียบเรียงและกาารนำเสนอ&nbsp; :</div><div>จากนั้นจึงนำเสนอข้อมูล ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมาก ในขั้นตอนนี้ผู้ศึกษาจะต้องตอบคำถามที่ได้ตั้งไว้ในหัวเรื่องที่จะศึกษา จากนั้นจึงนำเสนอออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งงานเขียน การบรรยาย อภิปราย ซึ่งเป็นการนำเสนอองค์ความรู้ที่ได้สู่สังคม<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-03 03:53:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926624656</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2.เหตุการณ์ที่นักเรียนเลือกที่จะศึกษาคือเหตุการณ์ใด (ความรู้เรื่องเวลาและการเปรียบเทียบศักราช)</title>
         <author>3386133</author>
         <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926632716</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นจดหมายเหตุพงศาวดารที่กล่าวถึงราชอาณาจักรสยามในปลาย<br>รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ. 2230 โดย มองซิเออร์&nbsp;<br>เดอ ลาลูแบร์ ซึ่งเข้ามาทูลพระราชสาส์น ณ ประเทศสยาม ได้พรรณา<br>ถึงกรุงศรีอยุธยาไว้อย่างกว้างขวาง&nbsp;<br>ตรงกับ ค.ศ. = 2230 - 543 = 1697<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ม.ศ. = 2230 - 621 = 1609<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฮ.ศ. = 2230 - 1122 = 1108<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ร.ศ. = หาค่าไม่ได้(ติดลบ)<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-03 03:59:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926632716</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3.เหตุการณ์ที่นักเรียนเลือกที่จะศึกษาเกิดก่อนและหลังเหตุการณ์ใด (ความรู้เรื่องการเรียบเรียงเหตุกาณ์)</title>
         <author>3386133</author>
         <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926670974</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาได้บันทึกไว้ว่า เจ้าพระยาวิไชเยนทร์เป็นผู้ดำริเกี่ยวกับการสร้างป้อมขึ้นที่เมืองบางกอก และได้นำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขอให้สร้างป้อมขึ้นที่บางกอกไว้ทั้งสองฟากแม่น้ำ สำหรับป้องกันศัตรูที่จะมีมาทางทะเล <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ป้อมบางกอกที่เจ้าพระยาวิไชเยนทร์สร้างขึ้น มีลักษณะเป็นป้อมอิฐสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีสายโซ่ขึงขวางแม่น้ำระหว่างป้อม มีคนเชื้อชาติแขกบ้าง เชื้อชาติโปรตุเกสบ้างเป็นผู้บังคับการป้อม มีทหารอาสาต่างชาติและทหารไทยรวมกันอยู่ประจำป้อมประมาณ 400 คน หลังจากสร้างเสร็จ ป้อมบางกอกได้แสดงอานุภาพเต็มที่ในคราวเกิดกบฏมักกะสัน ด้วยฝ่ายกบฏพยายามนำเรือหนีมาถึงบางกอกก็แล่นต่อไปไม่ได้ ด้วยติดโซ่ขึงขวางแม่น้ำอยู่ จึงถูกจับกุมได้ทั้งหมดู่<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยามีการติดต่อกับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง ทั้งในทางการทูตและการค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝรั่งเศส สังฆราช เดอลามอตต์ ลัมแบร์ต สังฆราชแห่งเบรีธ Monseigneur de la Motte Lambert, ?v?que de B?rythe) ได้เดินทางเข้ามาถึงกรุงศรีอยุธยา และได้รับอนุญาตให้ทำการสอนศาสนาในราชอาณาจักรไทยได้ จากนั้นบริษัทอินเดียตะวันออกของฝรั่งเศสโดยความสนับสนุนของรัฐบาลก็ได้ขยายการค้าเข้ามายังราชอาณาจักรไทย โดยส่งนายบูโร เดลังด์ (Boureau Deslandes) มาเป็นผู้จัดตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2223<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายบูโร เดลังด์ ได้บันทึกถึงความสำคัญของบางกอกในรายงาน ซึ่งมีถึงบริษัทว่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับการคมนาคมในสมัยนั้นอาศัยแม่น้ำลำคลองเป็นหลักสำคัญ โดยเฉพาะคลองหลอด 2 คลองที่ขุดขึ้น จะแบ่งบริเวณระหว่างคลองคูเมืองเดิมกับคลองรอบกรุง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของข้าราชบริพารและราษฎรสามัญ ออกเป็น 3 ส่วนเกือบเท่า ๆ กัน และในแต่ละส่วนจึงมีน้ำล้อมรอบ ประกอบกับในเวลานั้นมีประชาชนอาศัยอยู่ในพระนครเป็นจำนวนน้อย จึงสามารถเลือกตั้งบ้านเรือนตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและริมคลองที่ขุดขึ้นใหม่ อันเป็นเส้นทางคมนาคมเดินทางไปมาค้าขายติดต่อกันได้โดยตลอด ส่วนชานพระนครมีคลองมหานาคที่ช่วยให้ประชาชนเดินทางเข้ามาพระนครสะดวกขึ้น สำหรับการคมนาคมทางบก ส่วนใหญ่ใช้ตรอกเป็นทางเดินเช่นเดียวกับสมัยกรุงธนบุรี ต่อมามีการขยายตรอกออกเป็นถนนบ้าง มีการตัดถนนใหม่บ้าง ถนนส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นทางเดินแคบ ๆ เป็นถนนดินหรือไม่ก็ปูด้วยอิฐเรียงตะแคง จะมีถนนที่ขนาดใหญ่กว่าถนนอื่น ๆ คือ ถนนรอบพระบรมมหาราชวัง แต่ก็ปูด้วยอิฐเหมือนกับถนนสายอื่น ๆ เช่นกัน ถนนที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตัดขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มี 9 สาย คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “พวกฮอลันดาพยายามจะทำการอยู่ 2 อย่าง คือ อย่างหนึ่งจะคิดเอาเมืองบันตำ อีกอย่างหนึ่งคิดจะเอาป้อมที่บางกอก (ป้อมนี้อยู่ริมแม่น้ำห่างจากปากน้ำประมาณ 10 ไมล์) เพื่อจะได้เป็นใหญ่ในการค้าขายในทะเลฝ่ายใต้ ความคิดนี้อาจจะเป็นการจริงได้ แม้ว่าพวกฮอลันดายึดบางกอกไว้ได้แล้ว ก็จะเป็นใหญ่มีอำนาจสิทธิ์ขาดในทะเลแถบนี้ เพราะท่าเรือที่สำคัญอยู่ในเวลานี้ ก็เหลือแต่บางกอกแห่งเดียวเท่านั้น”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายลานิเอร์ (Lanier) นักประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ได้เขียนไว้ในหนังสือ Relations de la France et du Royaume de Siam de 1662 a 1703 (ประชุมพงศาวดารภาคที่ 27 เรื่อง ไทยกับฝรั่งเศสเป็นไมตรีกันครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์) ว่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ทางฝ่ายบริษัทฝรั่งเศสก็รู้ดีว่า บางกอกนั้นเป็นแห่งที่สำคัญเพราะบางกอกเป็นทำเลท่ามกลางระหว่างอ่าวสยาม ท่าเรือต่างๆ ในพระราชอาณาเขตสยาม และท่าเรือในประเทศจีนด้วย แต่เมืองมะริดนั้นบริษัทก็อยากได้เหมือนกัน เพราะเป็นทำเลอันเหมาะสำหรับการค้าขายในอ่าวเบงกอล ทั้งบางกอกและมะริด ถ้าได้สร้างป้อมอย่างดี และมีทหารรักษาแข็งแรง มีท่าจอดเรืออย่างมั่นคง และสร้างโรงเก็บของใหญ่ ๆ ไว้หลายหลัง ก็คงจะทำให้สินค้าทั้งปวงในฝ่ายอินเดียและแหลมมลายูมารวมอยู่ในที่นี้ทั้งหมด เมื่อบางกอกและมะริดได้จัดอย่างว่านี้ได้แล้ว ก็เป็นทางป้องกันมิให้เรือฮอลันดา อังกฤษ และโปรตุเกส มาสู้ในการค้าขายได้ตั้งแต่ฝั่งคอรอมันเดลตลอดไปถึงเมืองญี่ปุ่นทีเดียว… ในประเทศสยาม มีท่าเรือที่เป็นทำเลเหมาะและมั่นคงหลายแห่ง คือเมืองตะนาวศรี เมืองมะริด เมืองภูเก็ตอยู่ทางอ่าวเบงกอล ตรงกับที่ตั้งค้าขายของฝรั่งเศส ที่ฝั่งคอรอมันเดล เมืองสงขลา เมืองนครศรีธรรมราช เมืองเพชรบุรี ก็อยู่ทางอ่าวสยาม และบางกอก ซึ่งเท่ากับเป็นลูกกุญแจของประเทศสยามฝ่ายใต้ ก็เป็นทำเลอันสินค้าทั้งปวงต้องมารวมอยู่ทั้งสิ้น เพราะเหตุว่าบางกอกตั้งอยู่ใกล้กับปากน้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองซึ่งอาจแข่งกับบาตาเวียได้”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความคิดของฝรั่งเศสนี้ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกรมท่าและการค้าของไทยขณะนั้น ด้วยหมายจะให้ฝรั่งเศสร่วมช่วยป้องกันอิทธิพลของอังกฤษและฮอลันดา ดังจะเห็นได้จากพระราชสาส์นที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงมีไปถวายสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อปีพุทธศักราช 2231 ได้ทรงย้ำความสำคัญของบางกอกว่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “หม่อมฉันได้มอบเมืองด่านอันมีความสำคัญที่สุด พร้อมด้วยกำลังทหารแห่งราชอาณาจักรของหม่อมฉันตรงจุดที่อริราชศัตรูจะรุกล้ำเข้ามาย่ำยีไว้แก่กองทหารของฝ่าพระบาท ซึ่งหม่อมฉันส่งไปพิทักษ์รักษา”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;บาทหลวงตาชาร์ด ก็ได้บันทึกความสำคัญของบางกอกไว้ในจดหมายเหตุการเดินทางครั้ง 2 เมื่อพุทธศักราช 2230 - 2231 ว่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ใคร ๆ ก็ตามย่อมพิจารณาเห็นว่าการที่สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรงมอบเมืองบางกอกกับเมืองมะริดไว้ในความดูแลของชาวฝรั่งเศสนั้น ย่อมเท่ากับฝากเมืองหน้าด่านที่สำคัญที่สุดแห่งรัฐสีมามณฑลและกุญแจแห่งราชอาณาจักรไว้ด้วยความไว้วางพระทัยในความโอบอ้อมอารีขององค์พระเจ้าอยู่หัวฝรั่งเศส กษัตริย์พระองค์นี้ (สมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ทรงมีพระสติปัญญาเฉียบแหลมพอที่จะเล็งเห็นผลล่วงหน้าอันเนื่องจากข้อผูกพันดังนี้”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อเรือเลอโวตูร์ของฝรั่งเศสพานายบูโรเดลังด์ เดินทางมาถึงปากน้ำเจ้าพระยาในเดือนกันยายน พุทธศักราช 2223 ขณะเรือผ่านป้อมที่บางกอก ไทยได้สั่งให้มีการยิงสลุตต้อนรับ การยิงสลุตครั้งนี้มีเรื่องเกี่ยวพันถึงตำนานธงชาติไทยด้วย มีปรากฏในจดหมายเหตุ ซึ่งฝ่ายฝรั่งเศสได้บันทึกเหตุการณ์ไว้ว่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “เมื่อเรือเลอโวตูร์ได้มาถึงสันดอนเมืองสยาม มีรับสั่งว่าเมื่อเรือนี้แล่นผ่านป้อมที่บางกอกให้ป้อมที่บางกอกยิงสลุตรับ เป็นธรรมเนียมมาช้านานแล้วที่เรือต่าง ๆ ของสยามมักจะชักธงฮอลันดา เพราะเหตุว่าคงจะมีคนรู้จักมากว่าเป็นเรือค้าขาย และฝ่ายพระเจ้าแผ่นดินสยามจนทุกวันนี้หามีธงอย่างใดเป็นเครื่องหมายไม่ เจ้าเมืองบางกอกไม่รู้จะชักธงอะไร จึงได้ชักธงฮอลันดาขึ้น กัปตันเรือเลอโวตูร์ให้คนมาบอกเจ้าเมืองบางกอกว่า ถ้าประสงค์ให้เรือฝรั่งเศสสลุตป้อมแล้ว ก็ขอให้เอาธงฮอลันดาลงเสีย และถ้าไม่มีธงชาติอื่นจะชักแล้ว ก็ให้ชักธงอย่างใดอย่างหนึ่งก็แล้วแต่จะพอใจ เจ้าเมืองบางกอกจึงได้เอาธงฮอลันดาลงเสีย แล้วชักธงสีแดงขึ้นแทน”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ธงชาติไทยจึงได้ใช้ธงสีแดงต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จากนั้น การเจริญทางพระราชไมตรีระหว่างไทยกับฝรั่งเศสจึงได้เริ่มต้นขึ้นในปีพุทธศักราช 2228 สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ทรงแต่งตั้งให้นายเชอวาลิเอร์ เดอโชมองต์ เป็นราชทูต และบาทหลวงเดอชัวสี (L’abb? de Choisy) เป็นอุปทูต เดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา และได้หยุดพักค้างคืนที่บางกอกหนึ่งคืน นายเดอโชมองต์ได้ขึ้นพักค้างคืนที่ป้อมบางกอกฝั่งตะวันตก ซึ่งภายในมีตึกเป็นที่รับรอง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในระหว่างที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทย ได้มีการปรึกษาหารือระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในการที่จะสร้างป้อมใหม่ที่บางกอกให้ใหญ่โต ในที่สุดฝ่ายไทยได้ขอตัวเรือเอกเดอฟอร์แบง (Claude de Forbin) และนายช่างเดอลามาร์ (de Lamare) ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับราชทูตเอาไว้รับราชการอยู่ในเมืองไทยเพื่อควบคุมการสร้างป้อมที่บางกอกและทำแผนที่ ต่อมาเรือเอกเดอฟอร์แบง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นออกพระศักดิ์สงคราม มีตำแหน่งเป็นผู้บังคับป้อมและเป็นเจ้าเมืองที่บางกอกด้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อมาในปีพุทธศักราช 2230 สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสทรงส่งราชทูตมาเมืองไทยเป็นชุดที่ 2 มีนายเดอลาลูแบร์เป็นราชทูต พร้อมด้วยกองทหารฝรั่งเศสที่จะเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองไทย มีนายพลเดส์ฟาร์ช (G?n?ral Desfarges) เป็นผู้บังคับบัญชา กองทหารฝรั่งเศสนี้ได้ขึ้นประจำอยู่ที่ป้อมบางกอกฝั่งตะวันออกซึ่งกำลังสร้างใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ (อยู่ระหว่างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และปากคลองตลาดในปัจจุบัน)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายเดอลาลูแบร์ได้ไปชมการก่อสร้างป้อมใหม่นี้ด้วย โดยนายเซเบเรต์ได้จดหมายเหตุไว้ว่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “รุ่งขึ้นวันที่ 20 ตุลาคม (พุทธศักราช 2230) เวลาเช้า ได้ไปยังป้อมฝั่งตะวันออกโดยทางราชการ ป้อมได้ยิงปืนใหญ่คำนับทุกกระบอก มองซิเออร์เดฟาร์ชก็ได้มาคอยรับอยู่ที่ริมตลิ่ง และกองทหารก็ถืออาวุธเรียงรายเป็น 2 แถวคอยต้อนรับ ทหารปอร์ตุเกสอยู่แถวหน้าปนอยู่กับทหารไทย จากนั้นจึงถึงกองทหารฝรั่งเศส ส่วนในป้อมเล็กสี่เหลี่ยมนั้นเต็มไปด้วยกองทหารไทยทั้งสิ้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในที่นี้ข้าพเจ้าจะงดไม่อธิบายเล่าถึงป้อม เพราะถ้าจะดูตามแผนที่ซึ่งได้ส่งมาพร้อมกับรายงานนี้แล้วนั้น ก็อาจจะเข้าใจได้ว่าป้อมนั้นมีรูปร่างสัณฐานอย่างไร ดีกว่าจะเล่าด้วยปากหรือตัวหนังสือ แผนที่ป้อมนั้นมองซิเออร์เดอลามาร์เป็นผู้ทำขึ้น แต่ในที่นี้จะต้องกล่าวความแต่ข้อเดียวซึ่งหามีปรากฏในแผนที่ไม่ คือว่าพื้นที่ดินในป้อมนี้เป็นเลนเป็นโคลน ถูกแดดหน้าก็แห้งแข็งเหมือนจะเป็นดินแข็งไปทั้งหมด แต่ครั้นขุดลงไปลึก 6 ฟุตเท่านั้นก็เป็นเลนเป็นตมไปหมด เมื่อเอาท่อนเหล็กยาวตั้ง 20 - 25 ฟุตแทงลงไป ก็ไม่พบดินแข็งเลย ซึ่งพื้นที่ดินเป็นเช่นนี้ก็ต้องนับว่าเป็นพื้นที่เลวอย่างที่สุด ครั้นแล้วเราจึงได้กลับข้ามฟากไปที่ป้อมฝั่งตะวันตกที่ได้พักนอนเมื่อคืนนี้”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ป้อมบางกอกฝั่งตะวันออกนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2231 อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้เกิดเหตุการณ์ยุ่งยากขึ้นเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชใกล้เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเพทราชาทรงควบคุมพระราชอำนาจไว้ได้ ไม่โปรดให้มีกองทหารฝรั่งเศสมาตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย จึงได้ส่งทหารไปขับไล่ฝรั่งเศสออกจากป้อมบางกอก กองทหารฝรั่งเศสต้องถอนกำลังออกจากป้อมบางกอกฝั่งตะวันตก มารวมกันอยู่ที่ป้อมฟากตะวันออก ข้างทหารไทยก็เข้ายึดป้อมฝั่งตะวันตกไว้ เกิดต่อสู้กัน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ป้อมบางกอกฝั่งตะวันออก ซึ่งเพิ่งจะสร้างเสร็จได้ใช้ประโยชน์ในการสู้รบ จดหมายเหตุของคณะบาทหลวงฝรั่งเศส (ประชุมพงศาวดารภาคที่ 35 จดหมายเหตุของคณะบาทหลวงฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาครั้งสมัยรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ได้บันทึกไว้ว่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “ทหารฝรั่งเศส… ได้ระเบิดปืนใหญ่ในป้อมฝั่งตะวันตก 13 กระบอก และปืนกระบอกใดที่ระเบิดไม่ได้ ก็เจาะรูเสียทุกกระบอก แล้วขนอาวุธลูกกระสุนดินดำซึ่งอยู่ในป้อมนี้ ย้ายไปอยู่ป้อมฝั่งโน้น (ฝั่งตะวันออก) พอพวกฝรั่งเศสออกจากป้อมแล้ว พวกไทยก็เข้าไปยึดป้อมไว้ พอนายพลเดฟาร์ชเห็นว่าไทยเข้าไปอยู่ในป้อมแล้ว ก็ได้สั่งกองทหารฝรั่งเศสให้ไปตีเอาป้อมคืนมาจากไทย กองทหารไทยและฝรั่งเศสได้สู้รบกันช้านาน ทหารฝรั่งเศสสู้ไม่ได้ จึงได้ถอยเข้าไปอยู่ในป้อมฝั่งตะวันออก และได้กระทำการร้ายต่าง ๆ เป็นอันมาก ฝ่ายพระเจ้ากรุงสยามทรงพระราชดำริว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะไม่ทรงทราบว่านายพลกับกองทหารได้ทำการอย่างไร ทรงเห็นว่าถ้าจะให้กองทหารไทยทำการสู้รบโดยเต็มฝีมือ ก็จะเกิดบาดหมางในพระราชไมตรี จึงเป็นแต่มีพระราชโองการสั่งให้ทำป้อมเล็ก ๆ และคูรอบป้อมใหญ่ และให้ทหารรักษาไว้ให้มั่นคง ทั้งทางบกและทางเรือ และให้คอยป้องกันอย่าให้พวกฝรั่งเศสออกจากป้อมได้… นายพลเดฟาร์ชกับกองทหารกลับสานตะกร้าขึ้นวางบนเชิงเทินรอบป้อม แล้วเอาดินใส่ตะกร้า และทำสนามเพลาะในป้อมอีกชั้นหนึ่ง สนามเพลาะนี้ทำด้วยต้นตาลต้นใหญ่ ๆ และคล้ายกับป้อมอีกป้อมหนึ่งต่างหาก และกองทหารก็ได้เอาปืนใหญ่เข้าบรรจุตามที่ยกพื้นขึ้นสำหรับวางปืนได้สองชั้นซ้อนกัน แล้วได้ระดมยิงปืนใหญ่ทำลายธง ทำลายโรงไว้ดินปืนด้วย ฝ่ายข้างไทยก็ได้จัดทหารรักษาป้อมฝั่งตะวันตก สำหรับยิงปืนและโยนลูกแตกเข้าไปในป้อมฝรั่งเศส แต่เกรงว่าจะไปถูกคนไทยด้วยกัน ทั้งเป็นการไม่สมควรทางพระราชไมตรี จึงเป็นแต่คอยยิงตอบโต้กับพวกฝรั่งเศสเท่านั้น แล้วฝรั่งเศสได้จับไทยที่เข้าใกล้ป้อมฆ่าและเอาศพเสียบไว้ให้ป้อมไทยเห็น ทำให้ข้าราชการไทยและชาวต่างประเทศโกรธแค้นมาก”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อมาเมื่อนายพลเดส์ฟาร์ชและสมเด็จพระเพทราชาสามารถเจรจาสงบศึกกันได้ กองทหารฝรั่งเศสก็ยินยอมถอนตัวออกไปจากเมืองไทยโดยสิ้นเชิงครั้นแล้วสมเด็จพระเพทราชาโปรดให้รื้อป้อมบางกอกฝั่งตะวันออกเสีย ด้วยทรงเห็นว่าสร้างใหญ่โตเกินกำลังทหารไทยจะรักษาไว้ได้ คงเหลือแต่ป้อมบางกอกฝั่งตะวันตก ซึ่งต่อมาเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า<strong> “ป้อมวิไชเยนทร์”</strong> จนกระทั่งในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อสมเด็จพระเจัากรุงธนบุรี (สิน) ทรงกอบกู้อิสรภาพสำเร็จ และโปรดให้ดัดแปลงบริเวณป้อมเป็นพระตำหนักที่ประทับ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขนานชื่อป้อมใหม่ว่า <strong>“ป้อมวิไชยประสิทธิ์”</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-03 04:34:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1926670974</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4.นักเรียนใช้หลักฐานใดในการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว (การวิเคราะห์หลักฐานภายนอก)</title>
         <author>3386133</author>
         <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1930724619</link>
         <description><![CDATA[<div>จากข้อ 3 ได้อ้างอิงเหตุการณ์เกี่ยวกับจดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ จากพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่บันทึกไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-06 09:37:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1930724619</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5.หลักฐานที่นักเรียนเลือกดังกล่าวมีความสำคัญอย่างไรและเป็นหลักฐานประเภทใด (การวิเคราะห์หลักฐานภายใน)</title>
         <author>3386133</author>
         <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1930745428</link>
         <description><![CDATA[<div>พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา หลักฐานชั้นรองหรือหลักฐานทุติยภูมิและเป็นลายลักษ์อักษร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-06 09:51:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1930745428</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6.เหตุการณ์ที่นักเรียนเลือกที่จะศึกษาอยู่ในยุคสมัยใดของไทย และตรงกับสมัยใดของสากล (ความรู้เรื่องยุคสมัยทางประวัติศาสตร์)</title>
         <author>3386133</author>
         <link>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1930827299</link>
         <description><![CDATA[<div>สมัยประวัติศาสตร์ &gt; สมัยอยุธยา &gt; สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-06 10:50:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3386133/9r83cp9pwqook82t/wish/1930827299</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
