<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title> Science By Fon by </title>
      <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01</link>
      <description>การเรียนรู้จากการเรียน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-08 05:30:38 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-06-01 15:19:17 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f921.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1874231395</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 1<br>วันที่ 8/11/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ รู้เรื่องเเสงจะผ่านตัวกลางโปร่งใส โปร่งแสง แต่ไม่สามารถผ่านตัวกลางทึบแสง กระจกที่ที่แสงผ่านได้ แบบที่คัดกรองแสงต่างๆ ได้รู้กลไกของเครื่องทำน้ำอุ่น และคลื่นไมโครเวฟ<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ เครื่องทำน้ำอุ่นที่ผ่านเเรงดันและขดลวดทำให้เกิดความร้อนแล้วอะไรเป็นตัวความคุมความร้อนของขดลวด และระดับความร้อนภายในจะปรับได้ยังไง<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูได้สอนเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์ในการพิมพ์ทั้งสองสามารถนำไปปรับใช้จริงได้ และครูชวนให้คิดเรื่องการเขียน การวิเคราะห์หลังการเรียนช่วยให้เราพัฒนาสมองได้ดีกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/4b8a50513ef838ddd5f29ed37a7b90d9/367______________________2.jpg" />
         <pubDate>2021-11-08 06:02:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1874231395</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1881424927</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 2<br>วันที่ 10/11/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องเกี่ยวกับอัตตราเร็ว ความเร็ว ความเร่ง ได้รู้ความหมายความแตกต่าง เเละวิธีหาค่าเเต่ละแบบ ครูสอนให้หาค่าเฉลี่ยโดยใช้สูตร ความเร่งเฉลี่ย เท่ากับ ความเร็วที่เปลี่ยนไปหารด้วยช่วงเวลาทั้งหมด<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ การหาอัตราเร็วเฉลี่ยจำเป็นต้องนำจุดเริ่มมานับรวมกัน เพื่อนำมาหารด้วยหรือไม่ และถ้าค่า g เป็นค่าคงที่ วัตถุที่มวลต่างกันสองวัตถุ มีความเร็วกับระยะห่างของจุดที่เท่ากันเพราะอะไร เมื่อไม่รวมกับปัจจัยที่มีอากาศอยู่ด้วย<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ การที่ครูนำแอปพลิเคชั่น ในการทดลองมาใช้ เพื่อสาธิตให้พวกเราดู ทำให้เข้าใจและเห็นภาพมากยิ่งขึ้น เรายังสามารถนำไปใชกับการทดลองอื่นได้อีกด้วย และการที่ครูให้เราลองตั้งคำถามในใจแล้วทำการทดลองจากของใกล้ตัวไปพร้อมกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/3849cfa45117dfdb1aaa98b31fcdbe1a/256202018_874591593426026_413522999721195670_n.jpg" />
         <pubDate>2021-11-10 14:26:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1881424927</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1891312711</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 3<br>วันที่ 15/11/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ ครูได้ให้จัดกิจกรรมกลุ่มในการร่วมกันคิดโจทย์เกี่ยวกับ กราฟของการเคลื่อนที่ ครูได้ทบทวนอธิบายคร่าวๆในเรื่องกราฟแล้วให้คำแนะนำกับแต่ละกลุ่ม จากนั้นครูเฉลยวิธีการคิดที่ถูกต้องให้ในท้ายคาบ<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ เรื่องการคิดพื้นที่ใต้กราฟ ซึ่งต้องขีดเส้นให้รูปใต้กราฟเป็นเเต่ละแบบ ทำให้สับสนในการคิดพื้นที่เป็นรูปต่างๆ<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูมีการแยกห้องให้เราได้ไปคุยกันส่วนตัว แล้วครูได้เข้ามาให้คำแนะนำเป็นกลุ่มๆไป ช่วยให้มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/fc4351c10c40795e8a8db5011d86f54e/257456081_571713427252767_5900809696705547091_n.jpg" />
         <pubDate>2021-11-15 13:56:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1891312711</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1913161141</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 4<br>วันที่ 22/11/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องของแรง ลักษณะการเปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนความเร็ว ขนาดและรูปร่าง ครูได้อธิบายเรื่องการใช้สูตรหาแรงลัพท์ กรณีแรงย่อยที่ทำทิศตั้งฉากกัน การคำนวณให้ทิศเดียวกันบวกกัน ทิศตรงกันข้ามลบกัน และเรื่องการหาแรงลัพท์โดยวิธีเขียนเวกเตอร์หางต่อหัว หรือแบบหัวต่อหาง<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ เรื่องของการต่อรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ในลักษณะของเวกเตอร์ที่ไม่ได้ทำมุมตั้งฉากกัน และขนาดของแรงที่1-2 จะเท่ากับขนาดของเเรงที่3 แต่จะมีทิศทางเป็นอย่างไร<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูได้นำความรู้เรื่องแรงมาเปรียบเทียบต่อการใช้ในชีวิตจริงให้พวกเราฟัง เช่น ซีรีย์เรื่องสควิดเกม ฉากดึงเชือกชักเย่อที่ความจริงแล้วฝ่ายที่มีแรงมากกว่ามีโอกาสชนะมากสุด และครูบอกว่าในสายการเรียนของพวกเราข้อสอบจะไม่มีการคำนวณหาเวกเตอร์ในสูตรที่ยากๆ แต่จะเป็นการให้วาดกราฟหรือเขียนเป็นรูปแทน^^</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/bd80f27a21a61beab3afce36d40aa567/260732598_908151859906185_4189656460396618508_n.jpg" />
         <pubDate>2021-11-25 19:44:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1913161141</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)  </title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1925776022</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 5&nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>วันที่ 29/11/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงที่กระทำต่อวัตถุและมวลของวัตถุ มวล ก็คือ วัตถุที่มีสมบัติต้านต่อการเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ เรียกว่า ความเฉื่อย และสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุที่แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เคลื่อนที่คงเดิมและเคลื่อนที่เปลี่ยนไป อาจมีความเร่งเพิ่มหรือลดลง ครูได้อธิบายการทดลองเรื่องจุดบนแถบกระดาษกับจำนวนนอต เมื่อมีนอตเพิ่มขึ้น ความเร่ง(ตัวเเปรตาม)ก็เปลี่ยนไป ในลักษณะที่เพิ่มขึ้นหรือเร็วขึ้นด้วย ตามจำนวนของนอต<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ ความเร่งที่เปลี่ยนไปของนอตเเต่ละตัวนั้นคงที่ด้วยหรือไม่ ลักษณะของจุดที่ห่างเเตกต่างกันบงบอกค่าความเร่งเป็นอย่างไร<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูได้ใช้กราฟเปรียบเทียบ โดยให้สังเกตจากความชัน ของความเร่งวัตถุที่เปลี่ยนไป ทำให้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น และสามารถหาระยะห่างของจุดแต่ละจุดได้ทันที<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/3cc0206f4530a109a95191379cf2c33b/2911.jpg" />
         <pubDate>2021-12-02 18:00:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1925776022</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1940937050</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 6<br>วันที่ 1/12/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องของกฎการเคลื่อนที่ โดยสรุปถ้ามีแรงมากระทำกับวัตถุ แต่แรงไม่หักล้างกันวัตถุก็จะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งเป็นศูนย์ และความเร่งก็จะมีทิศทางไปตามแรงลัพธ์ที่มากระทำ , มวล*ความเร่ง=ขนาดของแรง(เมตร/วินาทีกำลังสอง) ตามกฎของนิวตัน คือ F หรือแรงที่มีทิศเดียวกันให้นำเวกเตอร์มาบวกกันได้ ถ้าแรงมีทิศที่ตรงกันข้ามเวกเตอร์หรือแรงลัพธ์จะมีทิศไปในทางที่เเรงมากกว่า(ทุกแรงกิริยาที่กระทำจะมีแรงปฏิกิริยาในทิศตรงข้ามเสมอ<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ คำถาม1 : เมื่อวัตถุมีแรงลัพธ์ไม่เท่ากับศูนย์มากระทำจะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่เป็นอย่างไร (วัตถุจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งที่มีทิศเดียวกับแรงลัพธ์) , คำถาม2 : ความเร่งของวัตถุมีความสัมพันธ์กับแรงลัพธ์และมวลของวัตถุอย่างไร (จะแปรผันตรงกับแรงที่กระทำ แต่จะแปรผกผันกับมวลวัตถุ) , คำถาม3 : แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุคู่หนึ่งเป็นอย่างไร (แรงมีขนาดที่เท่ากัน เกิดพร้อมกันแต่มีทิศตรงกันข้าม กระทำกับวัตถุคนละชิ้น)<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูให้ลองดูโจทย์ตัวอย่าง ลักษณะการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน ที่ขณะเวลาหนึ่ง และความเร็วความเร่งของคนที่ยืนมองอยู่กับที่กับคนที่วิ่งจะเห็นเครื่องบินต่างกันอย่างไร ทำให้ได้ฝึกคิดเเละเรียนรู้ในตัวโจทย์ ทั้งในเรื่องหาความเร็วความเร่งจากโจทย์ข้อนี้ด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/0b99e3dd821eca8ddeaa5a5760baf148/_.jpg" />
         <pubDate>2021-12-10 18:54:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1940937050</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1940985416</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 7&nbsp;<br>วันที่ 8/12/2021<br><br>-สิ่งได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ เป็นการเคลื่อนที่ สองแนวในลักษณะเส้นโค้งพาราโบลา ในแนวดิ่งและแนวระดับ เป็นการเคลื่อนที่ที่อิสระต่อกัน แนวระดับจะมีความเร็วที่คงตัวไม่มีความเร่ง แต่แนวดิ่งจะมีความเร่งที่คงที่และมีการเปลี่ยนทิศทางตามเเรง ความเร่งก็เพิ่มขึ้นขณะที่วัตถุกำลังตกในลัษณะคงตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการทดลองของเหรียญสองเหรียญทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะแนวไหนเหรียญก็ตกถึงพื้นพร้อมกัน<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ การทำมุมการตก มุมแบบใดจะได้ระยะทางที่ไกลและใกล้กว่าบ้าง (มุมขนาด45องศา จะมีระยะทางที่ไกลที่สุด ในขณะที่มุม30และ60องศามีระยะที่เท่ากัน)<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูให้ตอบคำถามเรื่องการตกของเหรียญที่ได้ทดลองกันมา และให้พิจารณาการตกด้วยมุม ความเร่งในการตก จากเว็บสาธิตการตกที่ครูได้เปิดให้เราดู ให้เห็นลักษณะการตกการโค้งของวัตถุได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/64fa6bf4e5590f3bc07fa240e2ecdb54/_.jpg" />
         <pubDate>2021-12-10 19:27:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1940985416</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1946882647</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 8<br>วันที่ 13/12/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องการเคลื่อนที่แบบวงกลมในแนวระดับ มีอัตราเร็วที่คงตัว โดยความเร่งจะเข้าสู่ศูนย์กลาง ขนาดของความเร็วก็คงตัว แต่จะมีทิศความเร็วที่เปลี่ยนเเปลงไปตลอดการเคลื่อนที่ ความเร่งก็จะมีทิศทางเข้าสู่ศูนย์กลางที่ตั้งฉากกับทิศของความเร็ว และรัศมีที่เท่าเดิมของวงกลมเมื่อมีความเร่งที่เหวี่ยงเพิ่มขึ้นทำให้เเรงตึงเชือกเข้าสู่จุดศูนย์กลางมากขึ้นด้วย(แปรผันตรง) ในขณะเดียวกันเมื่อความเร่งคงที่เเต่มีรัศมีวงกลมกว้างขึ้น ก็จะทำให้เเรงตึงเชือกลดน้อยลง(แปรผกผัน)<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ เมื่อไม่มีแรงสู่ศูนย์กลาง วัตถุจะเคลื่อนที่เป็นวงกลมต่อไปได้หรือไม่ (วัตถุจะยังคงเคลื่อนที่ไป แต่ไม่ได้เป็นวงกลมเช่นเดิม วัตถุก็จะเคลื่อนที่ไปตามทิศทางของแรงที่คงอยู่ โดยไม่มีทิศไปทางศูนย์กลาง)<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูตั้งคำถามให้ยกตัวอย่างการเคลื่อนที่แบบวงกลมในชีวิตประจำวัน และอธิบายเพิ่มเติม , ครูถามแบบให้จินตนาการเรื่องของแรงเหวี่ยงและรัศมีของวงกลม ความเร่งที่มีมากน้อยจะต่างกันอย่างไร ทำให้เกิดความเข้าใจแบบเห็นภาพมากขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/e5fa8e384218761522df77f1f512c85e/90.jpg" />
         <pubDate>2021-12-14 13:08:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1946882647</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1950322568</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 9<br>วันที่ 16/12/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ การแกว่งของวัตถุ จากการทดลองการแกว่งของลูกตุ้ม เป็นการเคลื่อนที่กลับไปมาซ้ำที่เดิม โดยผ่านจุดเริ่มต้น จุดสมดุล และจุดสุดท้าย โดยมีความเร็วจากการเคลื่อนที่ที่จุดสมดุลมากที่สุด และความเร็วเป็นศูนย์เมื่อลูกตุ้มแกว่งถึงจุดสูงสุดของทั้งสองฝั่ง เมื่อเคลื่อนที่ออกจากจุดสมดุลลูกตุ้มจะมีความเร็วที่ลดลง แต่ความเร่งเพิ่มขึ้น(แปรผกผันกัน) และความเร่งมีทิศเดียวกับความเร็วเมื่อพุ่งสู่จุดสมดุล(แปรผันตรงกัน) จากการทดลองเห็นได้ว่ามวลไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการแกว่ง แต่ความยาวเชือกทำให้ความถี่และคาบของการเคลื่อนที่แตกต่างกัน<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ ความถี่ของการเคลื่อนที่แกว่งซ้ำไปมาแต่ละครั้งของลูกตุ้มเป็นอย่างไร (ค่าเฉลี่ยความที่และคาบของการแกว่งแต่ละครั้งจะมีความเร็วที่เท่าๆกัน เป็นการแกว่งที่สม่ำเสมอ ผลการทดลองของความถี่แต่ละครั้งจึงไม่มีค่าที่ต่างกันมากนัก)<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูให้ลองฝึกคิดจากโจทย์ การหาความถี่และมวลของวัตถุที่แกว่ง มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยโจทย์กำหนดเวลามาให้เพียงครึ่งนึง และบอกจุดที่เริ่มแกว่ง เราได้ลองใช้สูตรการหา f จาก 1 ส่วน T ในโจทย์ข้อนี้)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/af8dbb7f0107b79ad63c5fef44ef3c09/l.jpg" />
         <pubDate>2021-12-15 19:55:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1950322568</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1959344333</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 10<br>วันที่ 20/12/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องแรงโน้มถ่วงเเละสนามโน้มถ่วง แรงโน้มถ่วง เป็นแรงที่กระทำระหว่างมวลดึงดูดซึ่งกันและกัน โลกซึ่งมีแรงโน้มถ่วงก็จะดึงดูดวัตถุที่อยู่โดยรอบ เเละวัตถุนั้นก็ดึงดูดโลก อย่างเช่นดวงจันทร์ เเรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อตัวเรา เราก็จะมีเเรงที่ต้านโดยทิศตรงกันข้ามขนาดเท่ากัน ทำให้เราไม่ลอยไปบนอากาศได้ ส่วนสนามโน้มถ่วงเป็นขอบเขตบริเวณของเเรงโน้มถ่วง ซึ่งเกิดได้เพราะมวลของโลก จะมีทิศเข้าสู่ศูนย์กลางพื้นโลก เมื่อวัตถุยิ่งห่างออกไปจากพื้นโลก ก็ยิ่งมีสนามโน้มถ่วงที่น้อยลง โดยวัดจากค่าเฉลี่ยของสนามโน้มถ่วง 9.8 N/kg<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ แรงดึงดูดจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เรียกว่าแรงโน้มถ่วงด้วยหรือไม่ แล้วมีค่าต่างจากแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างไร ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จึงมีลักษณะการดึงดูุดของโลกที่แตกต่างกัน<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูให้เรารวมกลุ่มในคาบนี้ เพื่อช่วยกันหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงและสนามเเม่เหล็ก แล้วก็นำมาพูดคุยกันอีกครั้ง ให้ทบทวนสิ่งที่หามาว่าถูกต้องหรือไม่</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/4299fd87e658af406b77edf140601238/_.png" />
         <pubDate>2021-12-21 18:52:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1959344333</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1963122629</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 11<br>วันที่ 22/12/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องของสนามแม่เหล็ก แม่เหล็กที่หันขั้วเดียวกันเข้าหากันจะมีจุดเป็นกลาง แต่แม่เหล็กที่ต่างขั้วกันหันเข้าหากันจะไม่มีจุดเป็นกลาง วัตถุที่อยู่นอกสนามเเม่เหล็กจะไม่เป็นระเบียบ อยู่กระจัดกระจาย อำนาจแม่เหล็กก็จะหักล้างกันหมด ความสัมพันธ์ของทิศกระแสไฟฟ้ากับทิศทางของสนามแม่เหล็ก คือ ใช้กฏมือขวา สนามแม่เหล็กที่เกิดรอบๆลวดตัวนำ ตรงตำแหน่งที่ห่างจากเส้นลวดต่างกัน จะมีขนาดสนามแม่เหล็กที่ต่างกัน ทิศของสนามแม่เหล็กที่จุดหนึ่ง จะอยู่ในแนวเส้นสัมผัสเส้นแรงแม่เหล็กที่จุดนั้น<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ&nbsp;สนามเเม่เหล็กในขดลวดโซลินอยด์ มีข้อแม้ต่างระหว่างสนามแม่เหล็กทั่วไปและขดลวดปกติยังไงบ้าง<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ&nbsp;การอธิบายของครู โดยการทบทวนเรื่องที่เรื่องเก่าๆเกี่ยวกับสนามแม่เหล็ก ทั้งทิศทางการดึงดูดของแม่เหล็กและเข็มทิศ ช่วยให้เป็นฐานความรู้ในการเรียนเรื่องนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/3532f3dc0deb909c9629e3831e7ff737/mm.jpg" />
         <pubDate>2021-12-24 14:35:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1963122629</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1970136683</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 12<br>วันที่ 27/12/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องการเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าในสนามแม่เหล็ก อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้าในสนามแม่เหล็กทำให้ทิศทางของอนุภาคเปลี่ยนไปจากเดิม เรียกแรงที่มากระทำนี้ว่า “แรงเนื่องจากสนามแม่เหล็ก" ปกติเมื่อหลอดรังสีแคโทดทำงานแนวรังสีที่จะวางตัวในลักษณะพุ่งเป็นเส้นตรง เมื่อนำขั้วเหนือหรือขั้วใต้ของแท่งแม่เหล็กเข้าใกล้หลอดแนวรังสีแคโทดมีการเปลี่ยนแปลงของอิเล็กตรอนเบนไปอีกทางในทิศตรงข้ามของขั้วแม่เหล็กใต้และเบนไปทางเดียวกับขั้วแม่เหล็กเหนือ โดยทำมุมของเส้นอิเล็กตรอนในลักษณะตั้งฉากกับอีกขั้วแม่เหล็ก แต่เมื่อนำด้านข้างของแท่งแม่เหล็กเข้าใกล้หลอดทำให้แนวรังสีแคโทดซึ่งเป็นเส้นตรงไม่มีการเบน ก็คือไม่เกิดแรงกระทำกับรังสีแคโทดนั่นเอง</div><div>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ การหาประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้ามาในสนามแม่เหล็กโดยใช้มือขวาหรือซ้ายต่างกันหรือไม่อย่างไร แล้วเราจะหาได้ยังไงว่าข้างไหนสามารถหันฝ่ามือเข้าหาเรา<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูให้พวกเราลองทำตามและสมมติให้มือขวา มือซ้ายเป็นทิศของแรงและสนามแม่เหล็ก แล้วให้เราดูรูปตอบคำถามทิศของสนามแม่เหล็กเป็นกลุ่มๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/655db82e0b94a4c2f6991c61668669b4/_.jpg" />
         <pubDate>2022-01-01 16:03:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1970136683</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1970210162</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 13<br>วันที่ 29/12/2021<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ ครูได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของสนามแม่เหล็ก ต่อด้วยเรื่องของแรงแม่เหล็กที่กระทำกับลวดตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน หากระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดตัวนำโดยให้กระแสไฟฟ้าไม่อยู่ในแนวเดียวกับสนามแม่เหล็ก ส่งผลให้แรงแม่เหล็กกระทำต่อลวดตัวนำเคลื่อนที่ทิศทางการเคลื่อนที่ตามแนวแรงแม่เหล็กขึ้นอยู่กับทิศทางของสนามแม่เหล็กและทิศทางการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ต่างกัน อย่างเช่นถ้าหากอนุภาคมีประจุลบเคลื่อนที่เข้าไปในสนามแม่เหล็กแนวการเคลื่อนที่มีทิศเบนขึ้น แล้วหากเป็นประจุบวกแนวการเคลื่อนที่ก็จะเปลี่ยนทิศไปคือเบนลง โดยสรุปก็คือหากกลับทิศของสนามแม่เหล็กจะทำให้การหมุนของมอเตอร์เปลี่ยนกลับทิศด้วยเช่นกัน<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ ถ้ามีลวดตัวนำสองเส้นขนานกันแล้วผ่านกระแสไฟฟ้าในลวดทั้งสองจะเกิดแรงกระทำกับลวดแต่ละเส้นหรือไม่ (จะเกิดเกิดแรงกระทำโดยเป็นแรงแม่เหล็กกระทำซึ่งกันและกันระหว่างเส้นลวดทั้งสอง)<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ดูได้ว่าลูกอธิบายเพิ่มเติมเรื่องแบบฝึกหัดเส้นสนามของแม่เหล็ก และครูได้สอนเรื่องแรงแม่เหล็กโดยใช้อุปกรณ์วัสดุจากลวดตัวนำ มายกตัวอย่างให้เราเห็นภาพมากยิ่งขึ้นจแล้วให้เราลองทำตาม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/ddfd8f642b1463b2541d8f3b6eba3592/__.jpg" />
         <pubDate>2022-01-01 18:09:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1970210162</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1984488075</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 14<br>วันที่ 5/1/2022<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อเคลื่อนแท่งแม่เหล็กเข้าหาหรือออกจากขดลวดทองแดง จะพบว่าเข็มของแกลแวนอมเตอร์เลนไปจากตำแหน่งเดิม และเมื่อต้องการให้แท่งแม่เหล็กอยู่นิ่ง แต่เคลื่อนขดลวดทองแดงเข้าหาหรือออกจากแท่งแม่เหล็ก เข็มของแกลแวนอมิเตอร์จะเบนไปมาจากตำแหน่งเดิม เมื่อหมุนแกนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ต่อเข้ากับหลอดไฟ แอมมิเตอร์และโวลต์มิเตอร์จะพบว่าหลอดไฟสว่าง เข็มแอมมิเตอร์โวลต์มิเตอร์บีนและเมื่อหมุนแกนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วยอัตราเร็วที่มากขึ้น หลอดไฟจะสว่างมากขึ้น เข็มแอมมิเตอร์และโวลต์มิเตอร์จะเบนมากขึ้นและเมื่อกลับทิศการหมุนแกนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลอดไฟสว่างเข็มแอมมิเตอร์และโวลต์มิเตอร์เบนในทิศตรงข้าม การเคลื่อนที่ของแท่งแม่เหล็กเข้าหรือออกจากดวก มีผลทำให้สนามแม่เหล็กที่ผ่านขดลวดเปลี่ยนแปลงเกิดความต่างศักย์ เรียก emfเหนียวนำแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน่า กระบวนการที่ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในลักษณะนี้ เรียกว่า การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า&nbsp;<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ สนามแม่เหล็กและขดลวดทําให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้ยังไง (สนามแม่เหล็กที่ผ่านขดลวดเกิดการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำและหากต้องการทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำจะต้องต่อขดลวดให้ครบวงจร) , กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนลวดตัวนำจากการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าจะคงอยู่ตลอดไปหรือไม่ (กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นจากคงอยู่ตลอดไป ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่ผ่านขดลวดตลอดเวลาและต่อขดลวดให้ครบวงจรกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นจะหายไป หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่ผ่านหรือต่อขดลวดไม่ครบวงจร)<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูเฉลยแบบฝึกหัดและข้อสอบทั้งหมดแบบละเอียดให้เข้าใจมากขึ้น ครูได้แสดงวิธีทำให้เราดูประกอบด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/eda38a01837924c9c83eb91de970cb47/ss.jpg" />
         <pubDate>2022-01-10 18:24:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/1984488075</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2016770749</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 15<br>วันที่ 19/1/2022<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ ก่อนหน้านั้นครูได้ให้เราไปเรียนรู้เองจากคลิปวิดีโอและสรุปลงสมุด ในเรื่องของพลังงานต่างๆ คาบนี้ครูได้สอนต่อเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาดไม่มีวันหมดถ้าเทียบกับพลังงานบนโลกแสงอาทิตย์ให้พลังงานมากกว่า 7 พันเท่า โลกทุกวันนี้ได้มีการสร้างแสงอาทิตย์เทียมขึ้นมาและใช้สนามแม่เหล็กจำลอง แหล่งพลังงานทดแทนแห่งโลกอนาคตมี 5 นวัตกรรม คือ (1)ในพลังงานชีวภาพจากสาหร่าย (2)พลังงานจากกังหันลมแบบลอยบนอากาศ (3)พลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งได้ทุกพื้นผิวสี (4)พลังงานฟิวชั่น (5)พลังงานจากร่างกายมนุษย์ และเราสามารถแบ่งพลังงานทดแทนได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทสิ้นเปลือง เป็นพลังงานทดแทนที่ใช้นานๆแล้วจะหมดไป เช่น แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมันดิบ พลังงานนิวเคลียร์ , ประเภทหมุนเวียน เป็นพลังงานทดแทนที่ใช้ไปแล้วสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล พลังงานความร้อนใต้พิภพ<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูนำข้อมูลเรื่องพลังงานมาเปรียบเทียบให้ดู เป็นข้อมูลปีที่ใกล้เคียงในปัจจุบันที่สุด และยกข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานในแต่ละภาค ระบบผลิตไฟฟ้า รวมถึงที่ตั้งของโรงงาน<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ ผลกระทบของการใช้พลังงานสะอาดที่มากเกินไปจะเกิดขึ้นหรือไม่ มากน้อยเเค่ไหน ลักษณะเป็นยังไง เราจะสามารถตั้งรับหรือเเก้ไขมันได้ยังไงบ้าง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/2c80cc800f01582fcdc674081209ad93/_______.jpg" />
         <pubDate>2022-01-27 20:46:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2016770749</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2030831711</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 16<br>วันที่ 31/1/2022<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรื่องของคลื่น คลื่นกลเป็นคลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่หรือถ่ายโอนพลังงาน อัตราเร็วของคลื่นกลขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของตัวกลางที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่านแบ่งเป็น 2 แบบ คือคลื่นตามยาวและคลื่นตามขวาง คลื่นตามยาวจะเป็นคลื่นที่อนุภาคตัวกลางเคลื่อนที่ตามหรือขนานกับทิศการเคลื่อนที่ของคลื่น เช่น คลื่นเสียงหรือคลื่นตามยาวบนขดลวดสปริง ส่วนคลื่นตามขวางจะเป็นคลื่นที่อนุภาคของตัวกลางเคลื่อนที่ขวางหรือตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนที่ของคลื่น เช่น คลื่นผิวน้ำหรือคลื่นในเชือก การหาคลื่นนั้นจะหาได้จาก ความถี่(จำนวนรอบที่อนุภาคสั่นใน 1 วินาที),คาบ(ช่วงเวลาในการสั่น 1 รอบของอนุภาค,ความยาวคลื่น(ระยะทางที่คลื่นไปได้ในช่วงเวลาของ 1 คาบ อาจนับจากสันคลื่นได้),เฟส(มุมที่บอกตำแหน่งของการกระจัดของคลื่น)<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ คาบกับความถี่เกี่ยวข้องกันยังไง(คาบคือวินาทีส่วนด้วยรอบ ความถี่คือรอบส่วนด้วยวินาที)<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูให้ดูโจทย์คิดรอบคาบ ความยาวคลื่น และความเร็วที่คลื่นใช้ในการเคลื่อนที่ แล้วให้เราลองหาเฟส โดยเทียบกับรอบวงกลมตามมุมองศาต่างๆ ทำให้เราสามารถหาการกระจัดได้ และเข้าใจเรื่องวิธีการคิดมากขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/1b5c229a5485482fce169f5ec0ae0c7d/__.jpg" />
         <pubDate>2022-02-05 17:46:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2030831711</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2030837721</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 17<br>วันที่ 2/2/2022<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ คลื่นกับเรื่องการสะท้อนของคลื่นที่ผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆ ในลักษณะที่มีต่างกันทั้งพื้นผิวและรุปร่าง เมื่อคลื่นเคลื่อนที่จากตัวกลางหนึ่งไปยังรอยต่อของตัวกลางหนึ่ง แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้คลื่นเกิดการสะท้อนกลับ โดยอาจกลับทิศแต่มีลักษณะสะท้อนเดียวกัน หรือสะท้อนแบบเต็มตัวของวงกลมและครึ่งวงกลม มุมที่ตกกระทบก็จะเท่ากับมุมที่สะท้อนกลับ(ความถี่ ความยาว อัตราเร็วคลื่นก็จะมีขนาดที่เท่ากัน)<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ ทำไมคลื่นถึงมีมุมสะท้อนในลักษณะเดียวกันได้ และเมื่อเราเอาแรงเข้าไปแทนตรงวัตถุ ส่วนเกินของคลื่นที่เกิดขึ้นจะเป็นยังไง<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูวาดเส้นสะท้อนกลับให้ดู ในพื้นผิวตกกระทบที่แตกต่างกัน แล้วยกตัวอย่างภาพวิวธรรมชาติที่ถูกแสงตกกระทบให้เห็นภาพสะท้อนกลับในน้ำแบบนิ่งๆ เพิ่มเติมโดยตัวอย่างของฉากตกกระทบที่เอียงนั้น จะทำให้การสะท้อนกลับเป็นยังไง เกิดข้อสังเกตที่ชวนคิดขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/807b3a6396e0e77f068da3a5adbfc151/____.png" />
         <pubDate>2022-02-05 17:54:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2030837721</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2044927077</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 19<br>วันที่ 9/2/2022<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ ครูได้ทบทวนความรู้เรื่องคลื่นเสียงและลักษณะการเกิดของคลื่นเสียงที่ได้ยิน คลื่นเสียงนั้นต้องมาจากแหล่งกำเนิด ผ่านอากาศ หรือเรียกว่าตัวกลางจะมีเป็นส่วนอัดและส่วนขยายในคลื่นต่างๆ ส่วนนี้จะได้เรียนเรื่องอุณหภูมิของอากาศกับอัตราเร็วของคลื่นเสียง ทำให้รู้ได้ว่าเมื่ออุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นอัตราเร็วของคลื่นเสียงก็จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าคลื่นเสียงจะเดินทางผ่านอากาศร้อนได้ดีกว่าอากาศเย็นหรืออุณหภูมิสูงได้ดีกว่าอุณหภูมิที่ต่ำกว่า เมื่อคลื่นเสียงเดินทางจากที่อุณหภูมิต่ำไปยังที่อุณหภูมิสูง ลักษณะของการหักเหของคลื่นจะเป็นในลักษณะของเบนออกจากเส้นปกติ ส่วนในเรื่องการเลี้ยวเบนของคลื่น สามารถที่จะอ้อมสิ่งกีดขวางหรือเลี้ยวเบนผ่านทางที่มีช่องว่างได้ คลื่นที่มีความถี่และความยาวคลื่นมากจะสามารถอ้อมสิ่งกีดขวางได้ดีกว่าคลื่นที่มีความถี่และความยาวคลื่นน้อย ขณะเดียวกันหากสิ่งกีดขวางมีขนาดใหญ่มาก คลื่นก็จะเดินทางได้ยากขึ้นด้วยเช่นกัน<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ เสียงที่เราได้ยินจากคลื่นเสียงที่ผ่านสิ่งกีดขวางกับไม่ผ่านสิ่งกีดขวางจะลักษณะต่างกันในลักษณะยังไงได้บ้าง<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูได้ยกตัวอย่างโจทย์ให้เราดู เป็นโจทย์แนววิเคราะห์เรื่องการเดินทางไปกลับของเสียงและการหาอัตราเร็วและระยะทางที่ยากขึ้นมากกว่าเดิมและครูก็ได้วาดภาพให้เห็นภาพมากขึ้นก่อนที่จะเริ่มไปคิดคำนวณกัน และจากการคำนวณเราก็ได้ใช้สูตร V เท่ากับ S ส่วน T อีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/6047347cf3b806bc99714b9ecfba419d/567.jpg" />
         <pubDate>2022-02-13 20:24:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2044927077</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2044951326</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 18<br>วันที่ 7/2/2022<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ การหักเหของคลื่น โดยการหักเห เป็นสมบัติของคลื่น เกิดขึ้นเมื่อคลื่นเดินทางจากตัวกลางหนึ่ง ไปยังอีกตัวกลางหนึ่งที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งเป็นต้นเหตุให้อัตราเร็วคลื่นเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ความยาวคลื่นเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เนื่องจากการหักเหคลื่นค่าความถี่คลื่นเป็นค่าคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp; ถ้าคลื่นตกกระทบเขตรอยต่อระหว่างตัวกลางที่ 1 กับตัวกลางที่ 2&nbsp; แบบไม่ตั้งฉาก จะทำให้เกิดมุมตกกระทบในตัวกลางที่ 1 และเกิดมุมหักเหในตัวกลางที่ 2 โดยคลื่นส่วนหนึ่งจะสะท้อนกลับในตัวตัวกลางที่ 1 เมื่อคลื่นหักเหเข้าไปในตัวกลางที่ 2&nbsp; การหักเหจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวกลางทั้งสอง การหักของคลื่นผิวน้ำ โดยทิศการเคลื่อนที่ตั้งฉากกับรอยต่อ ทิศของคลื่นที่หักเหจะไม่เปลี่ยนเเปลง และเรื่องการเลี้ยวเบนของคลื่น เกิดขึ้นเมื่อคลื่นเคลื่อนที่ไปพบสิ่งกีดขวาง ซึ่งกั้นคลื่นได้เพียงบางส่วนทำให้คลื่นยังผ่านช่องแคบมาได้ และเราเรียกสิ่งกีดขวางที่มีช่องเปิดนี้ว่า สลิต ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามขนาดความกว้าง ถ้ามีสลิตกว้างมากความยาวคลื่นก็จะเป็นในลักษณะเส้นตรง คลื่นที่มีช่องเปิดแคบจะเกิดการกระจายคลื่นที่ดีกว่าคลื่นแนวตรงหรือคลื่นช่องเปิดกว้าง การเลี้ยวเบนของคลื่นจะมีความยาวคลื่น ความถี่ และอัตราเร็วที่เท่าเดิม แต่แอมพิจูดคลื่นที่ถูกเลี้ยวเบนไปจะลดลง อีกเรื่องคือ การรวมกันของคลื่น คลื่นจากแหล่งกำเนิดทั้งสองที่มีความถี่และเฟสเท่ากันเกิดการรวมหรือซ้อนทับกันขึ้น มีทั้งการรวมกันแบบเสริมและแบบหักล้าง แบบเสริม คือ คลื่นที่มีสันหรือท้องคลื่นตรงกัน คลื่นจะมีขนาดที่สูงหรือลึกกว่าเดิม ส่วนคลื่นแบบหักล้าง คือ มีสันกับท้องคลื่นมาพบกัน ทำให้คลื่นต่ำกว่าเดิมหรือท้องคลื่นตื้นกว่าเดิมได้<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ คลื่นเสียงที่รวมกันแบบหักล้างทำให้เกิดเสียงที่เบาหรือดังกว่าเดิม จะยังคงได้ยินเสียงในลักษณะเสียงแบบใด ความถี่อัตราเร็วความยาวคลื่นจะยังเป็นแบบเดิมหรือไม่ยังไง<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ครูมีคำถามเป็นข้อสอบให้เราช่วยกันวิเคราะห์แล้วตอบในช่องแชทเพื่อเป็นการทดสอบความรู้ที่เรียนมาและได้เก็บคะแนนรวมถึงฝึกความเร็วในการคิดไปด้วย เพราะครูจำกัดเวลาในการตอบให้เรา</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/48904a00ebb0689d1c6abf60e4535b1f/34.jpg" />
         <pubDate>2022-02-13 20:53:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2044951326</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บันทึกการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์)</title>
         <author>kulisara_ket</author>
         <link>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2051295646</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้งที่ 20<br>วันที่ 14/2/2022<br><br>-สิ่งที่ได้เรียนรู้ในคาบนี้ คือ เรียนเรื่องความสัมพันธ์ของคลื่นเสียง ความเข้มของเสียงกับความถี่ของเสียง ความเข้มของเสียงนั้นคืออัตราการถ่ายทอดพลังงานของเสียงต่อพื้นที่ต่างๆ ยิ่งพื้นที่ใกล้ความเข้มของเสียงก็จะยิ่งมากแต่ไกลไปเรื่อยๆความเข้มของเสียงก็จะน้อยลงไปด้วย ถ้าหากว่าระยะทางเท่าเดิมแต่เพิ่มเสียงจากแหล่งกำเนิดทำให้มีความเข้มของเสียงมากขึ้น เมื่อมีความเข้มเสียงมากเราจะได้ยินเสียงที่ดังแต่ความเข้มเสียงน้อยเราจะได้ยินเสียงค่อย เราเรียกว่า กำลังเสียงจากแหล่งกำเนิด ระดับความเข้มของเสียงเราจะเทียบได้เป็นหน่วยของเดซิเบล (dB) ซึ่งปกติเสียงที่เราพูดคุยกันจะได้ยินที่ระดับ 40 ถึง 60 เดซิเบลเป็นระดับปานกลางของความเข้มเสียง ส่วนในเรื่องของความถี่เราจะได้ยินความถี่ของคลื่นเสียงที่แตกต่างกันไป ในลักษณะเป็นเสียงทุ้มหรือเสียงแหลม เมื่อมีระดับของความถี่ที่น้อยมากเราจะได้ยินเสียงทุ้ม แต่ระดับเสียงที่มีความถี่มากเราจะได้ยินเสียงแหลมแตกต่างกันออกไป ซึ่งเราจะเรียกเสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิร์ตว่า อินฟราโซนิก , เสียงที่มีความถี่สูงกว่า 20,000 เฮิร์ตว่า อัลตราโซนิก และในระดับที่คนทั่วไปได้ยินการคือช่วงความถี่ที่ 20-20,000 เฮิร์ตเรียกว่า โซนิก สมมุติว่าเราแกว่งชิงช้าวัตถุที่แกว่งหรือสั่นจะมีลักษณะความถี่ที่เท่ากับความถี่ธรรมชาติ คือเราต้องแกว่งให้สมดุลกันแต่หากเราเกิดการแกว่งชิงช้าที่ผิดจังหวะจะเกิดการแกว่งที่ไม่ใช่การแกว่งในลักษณะความถี่ธรรมชาตินั่นเอง<br>-สิ่งที่ยังสงสัย คือ เข้าใจได้ว่าทำไมเราถึงไม่สามารถได้ยินคลื่นเสียงในระดับความถี่ที่ต่ำมากๆได้แต่เป็นเพราะอะไรที่เราไม่สามารถได้ยินคลื่นความถี่เสียงที่ดังมากๆได้ แทนที่เราจะได้ยินมันดังจนถึงที่สุด แล้วลักษณะในเส้นประาสาทหูเราจะเป็นยังไงเมื่อได้ฟังคลื่นเสียงนั้น<br>-สิ่งที่ประทับใจ คือ ได้ความรู้เพิ่มเติมคือได้รู้ว่าการแกว่งของลูกตุ้มนั้นที่มีลักษณะเชือกที่เท่ากันจะมีความถี่ธรรมชาติของการแกว่งที่เท่ากันด้วย และครูได้แสดงกราฟความถี่และความเข้มของเสียงให้เราดูแสดงถึงโซนของการได้ยินของเสียงในลักษณะต่างๆ เช่น การได้ยินของเสียงดนตรี การได้ยินของเสียงสนทนาทั่วไปและขีดจำกัดของการได้ยินที่เราจะเริ่มปวดหูเมื่อได้ยิน ทำให้เห็นภาพได้ชัดมากขึ้นและสามารถคำนวณความถี่และระดับความเข้มของเสียงจากในเส้นกราฟได้ อีกอย่างคือครูได้แสดงภาพสัตว์ต่างๆที่ได้ยินความถี่เสียงได้มากหรือน้อยและสร้างความถี่ที่แตกต่างกันออกไป</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444558603/c4c26b7cac613e733ee93534b583333e/__.jpg" />
         <pubDate>2022-02-16 16:35:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kulisara_ket/9gpwiennh7fbde01/wish/2051295646</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
