<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ by waiyuda headloh</title>
      <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport</link>
      <description>ครูป้าไวยุ์</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-08-23 10:01:44 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-12 02:12:32 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f427.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>จุดประสงค์การเรียนรู้</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693391137</link>
         <description><![CDATA[<div>1. อธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทตและแอกทีฟทรานสปอร์ต<br>2. สืบค้นข้อมูล อธิบายและเขียนแผนภาพการลำเลียงสารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ด้วยกระบวนการเอกโซไซโทซิสและเข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการเอนโดไซโทซิส</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-24 10:43:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693391137</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ทำไม? ต้องมีการลำเลียงสาร</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693397565</link>
         <description><![CDATA[<div>เซลล์จะดำรงชีวิตอยู่ได้จะต้องมีการนำสารต่างๆ เข้าและออกจากเซลล์ เช่น สารอาหารและแก๊สออกซิเจนที่ลำเลียงเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้ในการหายใจระดับเซลล์ทำให้ได้พลังงานไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากการหายใจและของเสียที่ลำเลียงออกจากเซลล์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานต่าง ๆ ของเซลล์<br><br>cr.&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/channel/UCq70-5_XhXL525qx6IjYjUQ">DrPukan</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/e162c809f995a1b5ad4a136518bc70d9/cell_transport.jpg" />
         <pubDate>2021-08-24 10:51:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693397565</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เชื่อมโยงสุขภาพ</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693411795</link>
         <description><![CDATA[<div>อหิวาตกโรคเป็นโณคติดเชื้อระบบทางเดินอาหารเฉียบพลันที่เกิดจากแบคทีเรีย เช่น <em>vibrio</em> <em>cholerae </em>สารพิษจากแบคทีเรียนี้จะทำให้มีการลำเลียงไอออนชนิดต่าง ๆ และน้ำจำนวนมากออกจากเซลล์เข้าสู่ลำไส้เล็ก ผู้ป่วยจึงถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก การเสียดุลยภาพของน้ำและไอออนนี้ส่งผลให้มีอาการขาดน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาทันเวลาจะมีโอกาสเสียชีวิตสูง<br><br>นอกจากการควบคุมชนิดของสารที่ผ่านเข้าและออกจากเซลล์แล้ว เซลล์ยังสามารถควบคุมปริมาณสารที่ผ่านเข้าออกได้ด้วย ทำให้ความเข้มข้นของสารชนิดต่างๆ แตกต่างกันระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ เช่น ในกรณีไองไอออนภายในและภายนอกเซลล์ประสาทที่มีความสำคัญต่อการเกิดและการส่งกระแสประสาท ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าของร่างกาย<br><br>cr : https://www.kroobannok.com/2117<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/41e36516d704bc980d2bc4cba8d583cd/__________.jpg" />
         <pubDate>2021-08-24 11:10:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693411795</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693481254</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>เยื่อหุ้มเซลล์</strong> เป็นเยื่อหุ้มที่ห่อหุ้มเซลล์เอาไว้ มีโครงสร้างประกอบด้วยชั้นไขมันเรียงตัวกัน 2 ชั้น (lipid bilayer)&nbsp; มีโครงสร้าง 2 ส่วน คือ ส่วนหัวและส่วนหาง&nbsp; โดยชั้นไขมันจะเอาส่วนหัว (polar head) ซึ่งมีคุณสมบัติชอบน้ำ (hydrophilic head) หันออกด้านนอกเพื่อสัมผัสกับน้ำที่อยู่ภายนอกเซลล์ และเอาส่วนหาง (tail) ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำ (hydrophobic tails) หันเข้าด้านใน&nbsp; ระหว่างชั้นไขมัน 2 ชั้นจะมีโมเลกุลอื่น ๆ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แทรกอยู่อย่างกระจาย<br><br>เยื่อหุ้มเซลล์มีสมบัติเป็นไดนามิก คือมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีโครงสร้างประกอบด้วยโปรตีน กับไขมันชนิดฟอสโฟไลปิด โดยที่ไลปิดจะเป็นตัวที่เป็นของไหลที่ยอมให้โมเลกุลของไลปิดและโปรตีนสามารถหมุนตัวหรือเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งไปมาได้ในแนวระนาบ&nbsp; นอกจากนั้นยังชี้ให้เห็นว่าโมเลกุลโปรตีนสามารถยึดเกาะที่ผิว หรือฝังตัวอยู่ในโครงสร้างหลัก โปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ <br>&nbsp;  - peripheral protein (หรือ extrinsic protein) คือโปรตีนที่มีโครงสร้างอยู่ด้านนอกของเยื่อหุ้มเซลล์ โดยยึดเกาะอยู่กับเยื่อหุ้มเซลล์ด้วยแรงยึดของระหว่างประจุกับพันธะไฮโดรเจนระหว่างผิวของเยื่อบุกับผิวนอกของโมเลกุลโปรตีน โปรตีนชนิดนี้สามารถแยกตัวหลุดออกจากเยื่อหุ้มเซลล์โดยการเติมสารละลายเกลือ หรือการเปลี่ยนแปลงค่า pH <br>&nbsp; &nbsp;- และอีกชนิดหนึ่งก็คือ Integral protein หรือ intrinsic protein เป็นโปรตีนที่มีบางส่วนของโมเลกุลฝังตัวอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์ โมเลกุลของโปรตีนชนิดนี้อาจมีทั้งส่วนที่ยื่นออกภายนอกเซลล์และส่วนที่ยื่นเข้าสู่ภายในตัวเซลล์ การยึดเกาะของโมเลกุลของโปรตีนในเยื่อหุ้มเซลล์เป็นการทำให้เกิดคุณสมบัติพิเศษบางประการในการทำหน้าที่ของเยื่อหุ้มเซลล์<br><br><strong>หน้าที่ของเยื่อหุ้มเซลล์</strong><br>1. ห่อหุ้มเซลล์และป้องกันอันตรายให้แก่เซลล์&nbsp;<br>2. มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน (semipermeable membrane)โดยทำหน้าที่ควบคุมการเข้าออกของน้ำ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp; สารอาหารและควบคุมการเข้าออกของไอออนของโลหะต่าง ๆ<br>3. ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนที่อยู่ที่เยื่อหุ้มเซลล์<br>4. มีโปรตีนที่ช่วยและควบคุมการขนส่ง&nbsp; สารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ไออนต่างๆ<br>5. ขับสารพิษออกสู่ภายนอก<br>6. มีสารสื่อสารระหว่างเซลล์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/I1MZG6508IM" />
         <pubDate>2021-08-24 12:22:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693481254</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ออสโมซิส (Osmosis)</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693619221</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ออสโมซิส (Osmosis) </strong><mark>เป็นการแพร่ของโมเลกุลของน้ำ</mark>จากบริเวณที่<mark>มีความเข้มข้นต่ำ (มีโมเลกุลของน้ำมาก) ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง</mark>กว่า (มีโมเลกุลของน้ำน้อยกว่า) โดย<mark>ผ่านเยื่อเลือกผ่าน</mark> ซึ่งมีสมบัติพิเศษ คือ ยอมให้โมเลกุลของน้ำผ่านได้สะดวก ส่วนสารอื่นที่ละลายปนอยู่ในน้ำและมีโมเลกุลขนาดใหญ่จะไม่สามารถผ่านได้ สำหรับสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กจะสามารถผ่านได้แต่ไม่สะดวก เยื่อบางๆ ที่มีสมบัติยอมให้สารผ่านเข้าออกได้มากน้อยต่างกันเช่นนี้ เรียกว่า <strong>“</strong>Differentially Permeable Membrane”<strong> </strong>หรือ “Semipermeable Membrane”</div><div>จากการศึกษาเปรียบเทียบความเข้มข้นของสารละลายที่อยู่ภายนอกเซลล์กับความเข้มข้นของของเหลว</div><div>ภายในเซลล์ พบว่ามีความแตกต่างกัน จำแนกได้เป็น 3 แบบ คือ<br><br></div><div><strong><mark>1. Hypotonic Solution</mark></strong><strong> </strong>หมายถึง สภาพที่สารละลายภายนอกเซลล์มีความเข้มข้นน้อยกว่าสารละลายภายในเซลล์ ทำให้น้ำที่อยู่ภายนอกเซลล์ออสโมซิสเข้าไปภายในเซลล์ ตัวอย่างเช่น เมื่อนำเซลล์เม็ดเลือดแดงไปใส่ในน้ำกลั่น น้ำก็จะออสโมซิสเข้าไปในเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเต่งและแตกในที่สุด เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า <strong>“Hemolysis”<br></strong><br></div><div><strong><mark>2. Hypertonic Solution </mark></strong>หมายถึง สภาพที่สารละลายภายนอกเซลล์มีความเข้มข้นมากกว่าสารละลายภายในเซลล์ ทำให้น้ำภายในเซลล์ออสโมซิสออกมาภายนอกเซลล์ ตัวอย่างเช่น เมื่อนำเซลล์เม็ดเลือดแดงไปใส่น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นสูงกว่า 0.85 เปอร์เซ็นต์ น้ำภายในเซลล์เม็ดเลือดแดงจะออสโมซิสออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแฟบหรือเหี่ยวลง เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า <strong>“Plasmolysis”<br></strong><br></div><div><strong><mark>3. Isotonic Solution</mark></strong><strong> </strong>หมายถึง สภาพที่สารละลายภายนอกเซลล์มีความเข้มข้นเท่ากับสารละลายภายในเซลล์ ทำให้การออสโมซิสของน้ำจากภายในเซลล์และภายนอกเซลล์ไม่แตกต่างกัน รูปร่างเซลล์จึงไม่เปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น การนำเซลล์เม็ดเลือดแดงแช่ในสารละลายที่มีความเข้มข้น 0.85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความเข้มข้นเท่ากับของเหลวภายในเซลล์เม็ดเลือดแดงพอดี จึงทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงอยู่ในสภาพปกติ</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/1ea38a37afc250424a3b3993172b8cbb/solution.png" />
         <pubDate>2021-08-24 13:40:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693619221</guid>
      </item>
      <item>
         <title> การแพร่แบบฟาซิลิเทต (Facilitated Diffusion) </title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693621098</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การแพร่แบบฟาซิลิเทต (Facilitated Diffusion) </strong>เป็นการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของสารบางชนิดที่ไม่สามารถแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้โดยตรง จึงต้อง<mark>อาศัยตัวพา (Carier) ซึ่งเป็นโมเลกุลของโปรตีน</mark>ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำหน้าที่จับกับโมเลกุลของสารเพื่อให้เคลื่อนที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไปในไซโทพลาซึมได้ การแพร่แบบนี้เกิดขึ้นเมื่อมีความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของสาร 2 บริเวณ โดยจะมี<mark>ทิศทางการเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าโดยไม่ต้องอาศัยพลังงาน</mark> การแพร่จะเกิดขึ้นจนกว่าความเข้มข้นของสารทั้งสองบริเวณจะเท่ากันและเกิดสภาวะสมดุลของการแพร่ จากการศึกษาพบว่าการแพร่แบบนี้มีความจำเพาะในการลำเลียงสารบางชนิดและมีอัตราเร็วมากกว่าการแพร่แบบธรรมดาหลายเท่าตัวตัวอย่างเช่น การเคลื่อนที่ของน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อ เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/KwtpmIWbGbw" />
         <pubDate>2021-08-24 13:41:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693621098</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การลำเลียงแบบใช้พลังงาน (Active Transport)</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693623584</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การลำเลียงแบบใช้พลังงาน (Active Transport) </strong>เป็นการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงโดยใช้พลังงานจากเซลล์และต้องอาศัยตัวพาซึ่งเป็นโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่เป็นตัวลำเลียงสารเช่นเดียวกับการแพร่แบบฟาซิลิเทต การลำเลียงสารแบบนี้จะมีทิศทางการลำเลียงตรงข้ามกับการแพร่ จึงต้องใช้พลังงานจากการสลายพันธะสารเคมีที่มีพลังงานสูง คือ ATP ช่วยเป็นแรงผลักดันในการเคลื่อนที่ ตัวอย่างเช่น การดูดซึมกลูโคสที่ย่อยแล้วเข้าสู่เส้นเลือด การเกิด Sodium-Potassium Pump ที่เยื่อหุ้มเซลล์ประสาท การดูดแร่ธาตุจากดินเข้าสู่ราก เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/727c965b59a329fa5869fe7e859cbe2b/image.png" />
         <pubDate>2021-08-24 13:42:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693623584</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การแพร่ (Diffusion)</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693627682</link>
         <description><![CDATA[<div>Cr : Dr.G Bhanu Prakash Animated Medical Videos<br><br><strong>การแพร่ (Diffusion) </strong>เป็นการเคลื่อนที่ของโมเลกุลหรือไอออนของสาร<mark>จากบริเวณที่มีโมเลกุลหรือไอออนของสารหนาแน่นมากไปยังบริเวณที่มีโมเลกุลหรือไอออนของสารหนาแน่นน้อยกว่า</mark> โดยการเคลื่อนที่นั้นจะอาศัยพลังงานจลน์ในโมเลกุลหรือไอออนของสารนั้น สารที่มีการแพร่อาจอยู่ในสถานะแก๊ส ของเหลว หรืออนุภาคของแข็งซึ่งแขวนลอยอยู่ในตัวกลางที่เป็นของเหลวก็ได้ โดยพบว่าการเคลื่อนที่กระทบกันของโมเลกุล จะเป็นผลให้โมเลกุลของสารกระจายออกไปทุกทิศทางในตัวกลาง เรียกว่า <strong>“การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน </strong>(Brownian Movement)” การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารนี้จะเกิดขึ้นจนกระทั่งบริเวณทั้งสองมีความเข้มข้นของสารเท่ากันเกิดเป็นสภาวะสมดุลของการแพร่ (Dynamic Equilibrium) ในที่สุด<br><br>จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ควบคุมอัตราการแพร่ของสารขึ้นอยู่กับ</div><div>1. ความเข้มข้นของสารที่แพร่ สารที่มีความเข้มข้นสูงจะแพร่ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำกว่า</div><div>2. อุณหภูมิ การเพิ่มอุณหภูมิจะทำให้อัตราการแพร่ของสารรวดเร็วยิ่งขึ้น</div><div>3. ความดัน การเพิ่มความดันจะทำให้โมเลกุลหรือไอออนของสารเคลื่อนที่ได้ดียิ่งขึ้น</div><div>4. ความสามารถในการละลายของสารที่แพร่ สารที่ละลายได้ดีจะมีอัตราการแพร่เร็วกว่าสารที่ละลายได้ไม่ดี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/KwtpmIWbGbw" />
         <pubDate>2021-08-24 13:44:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693627682</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิธีการนำสารเหล่านี้เข้าสู่เซลล์ได้โดยการสร้างเวสิเคิล</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693715599</link>
         <description><![CDATA[<div>วิธีการนำสารเหล่านี้เข้าสู่เซลล์ได้โดยการสร้างเวสิเคิล (vesicle) จากการยื่นหรือคอดเว้าของเยื่อหุ้มเซลล์ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ล้อมรอบสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่และสามารถลำเลียงสารเหล่านั้นเข้าและออกจากเซลล์ได้ การลำเลียงสารโดยวิธีนี้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ตามทิศทางการลำเลียง คือ</div><div><strong>1. เอนโดไซโทซิส (Endocytosis) </strong>เป็นการลำเลียงสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์ มีกลไกแตกต่างกัน 3 วิธี คือ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>1.1 พิโนไซโทซิส (Pinocytosis หรือ Cell Drinking) </strong>เป็นการนำสารโมเลกุลใหญ่ที่มีสภาพเป็นของเหลวเข้าสู่เซลล์ โดยการทำให้เยื่อหุ้มเซลล์เว้าเข้าไปในไซโทพลาซึมทีละน้อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นถุงเล็กๆ หลุดเข้าไปอยู่ในไซโทพลาซึมกลายเป็นเวสิเคิล เรียกว่า <strong>“Pinosome” </strong>จากการศึกษาพบว่าสารที่ลำเลียงโดยวิธีนี้ นั้นอาจจะเป็นสารละลายหรือหยดน้ำมันก็ได้ ตัวอย่างเช่น การลำเลียงสารละลายเข้าสู่เซลล์ลำไส้ และเซลล์ไต เป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>1.2 ฟาโกไซโทซิส (Phagocytosis หรือ Cell Eating) </strong>เป็นการนำสารโมเลกุลใหญ่ที่เป็นของแข็งหรือสารที่ไม่ละลายน้ำเข้าสู่เซลล์โดยการยื่นเท้าเทียม (Pseudopodium) ออกไปโอบล้อมสารเหล่านั้นไว้จนกลายเป็นถุงเล็กๆ หรือเวสิเคิลในไซโทพลาซึม เรียกว่า <strong>“Phagosome” </strong>จากนั้นถุงเล็กๆ เหล่านี้ก็อาจรวมตัวกับไลโซโซมภายในเซลล์และมีการย่อยสลายสารเหล่านี้เกิดขึ้น การลำเลียงสารเข้าสู่เซลล์โดยวิธีนี้พบในเซลล์บางชนิด</div><div>เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์อะมีบา เป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>1.3 การนำสารเข้าสู่เซลล์โดยอาศัยตัวรับ (Receptor-Mediated Endocytosis) </strong>เป็นการลำเลียงสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์โดยการใช้โปรตีนตัวรับ (Receptor) บนเยื่อหุ้มเซลล์จับกับสารที่มีความจำเพาะ จากนั้นเยื่อหุ้มเซลล์จึงคอดเว้าหลุดเข้าไปเป็นเวสิเคิลในไซโทพลาซึม<br><br></div><div><strong>2. เอกโซไซโทซิส (Exocytosis) </strong>เป็นการนำสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ออกจากเซลล์โดยสารที่ต้องการกำจัดออกจากเซลล์จะอยู่ในเวสิเคิลในไซโทพลาซึม เมื่อเวสิเคิลเคลื่อนที่ไปอยู่ชิดและเชื่อมกับเยื่อหุ้มเซลล์ก็จะทำให้สารภายในเวสิเคิลเคลื่อนที่ออกจากเซลล์ได้ ตัวอย่างเช่น การกำจัดของเสียออกจากเซลล์อะมีบา การหลั่งเอนไซม์ออกจากเยื่อบุกระเพราะอาหาร เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/77caf959570a50d56e90f83d84896b68/image.png" />
         <pubDate>2021-08-24 14:23:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693715599</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ (Cell Transport)</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693718136</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/d65b22a1408fd5e85f1b27518eea4ddf/transport.png" />
         <pubDate>2021-08-24 14:24:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1693718136</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ตอนที่ 1 Proj 14 ม.4 เพิ่มเติม</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1743125623</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/YOMbDH7Da-E" />
         <pubDate>2021-09-15 15:18:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1743125623</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ตอนที่ 2  Proj 14 ม.4 เพิ่มเติม</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1743129869</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/kPohLcyRqBk" />
         <pubDate>2021-09-15 15:20:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/cell_transport/wish/1743129869</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
