<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>หลักธรรมของแต่ละศาสนา by Denchai Chaithawip</title>
      <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha</link>
      <description>ให้นักเรียนสืบค้นหลักธรรมของแต่ละศาสนา ม.6/1</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-07-05 07:13:45 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2018-07-05 07:40:27 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Hearts.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>Noppharat sangsom</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448383</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หลักศรัทธา 6 ประการ</strong> คำว่าศรัทธาสำหรับชาวมุสลิม  หมายถึง ความเชื่อมั่นด้วยจิตใจโดยปราศจากการระแวงสงสัยหรือการโต้แย้งใดๆ  หลักศรัทธาในศาสนาอิสลามมี 6 ประการ คือ</div><div>                  1)  ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ชาวมุสลิมต้องศรัทธาต่อพระอัลลอฮ์แต่เพียงพระองค์เดียว</div><div>                  2)  ศรัทธาในบรรดามลาอีกะฮฺ ว่ามีจริง คำว่า “มลาอีกะฮฺ” หมายถึง ทูตสวรรค์หรือเทวทูตของพระเจ้า เป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับศาสดา เป็นวิญญาณที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้</div><div>                  3)  ศรัทธาในคัมภีร์อัลกุรอาน</div><div>                  4)  ศรัทธาในบรรดาศาสนทูต ในคัมภีร์อัลกุรอานกล่าวถึงศาสนทูตว่ามีทั้งหมด 25 ท่าน ท่านแรก คือ นบีอาดัม และท่านสุดท้ายคือ นบีมุฮัมมัด</div><div>                  5)  ศรัทธาในวันพิพากษา มุสลิมต้องเชื่อว่าโลกนี้ไม่จีรัง ต้องมีวันแตกสลายหรือมีวันสิ้นโลก</div><div>                  6)  ศรัทธาในกฎสภาวะ (ลิขิต) ของพระเจ้า ชาวมุสลิมเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงกำหนดกฎอันแน่นอนไว้ 2 ประเภท คือ กฎที่ตายตัว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า เช่น การถือกำเนิดชาติพันธุ์ รูปร่างหน้าตา ฯลฯ และกฎที่ไม่ตายตัว เป็นกฎที่ดำเนินไปตามเหตุผล เช่นทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งพระเจ้าได้ประทานแนวทางชีวิตที่ดีงามพร้อมกับสติปัญญาของมนุษย์ ดังนั้นมุสลิมทุกคนต้องพยายามทำให้ดีที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:18:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448383</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรัตนา ประดาสุข</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448439</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>๑.หลักบัญญัติ ๑๐ ประการ<br></strong><br></div><div>๑.จงนมัสการพระเจ้าแต่ผู้เดียว<br><br></div><div>๒. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมควร<br><br></div><div>๓.วันพระเจ้าให้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์<br><br></div><div>๔.จงนับถือบิดามารดา<br><br></div><div>๕.อย่าฆ่าคน<br><br></div><div>๖.อย่าล่วงประเวณี<br><br></div><div>๗.อย่าลักทรัพย์<br><br></div><div>๘.อย่าขโมย<br><br></div><div>๙.อย่าเป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้านของเจ้า<br><br></div><div>๑๐.อย่าโลภอยากได้เรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากอยากได้เมียของเพื่อนบ้าน หรือทาสของเขา โค ลา ของเขา หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเพื่อนบ้านนั้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:19:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448439</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย​ เสนกล้า​  สารติ  ​ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448443</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>        ๓. หลักคำสอนสำคัญของศาสนาอิสลาม</strong></div><div><br><br></div><div><br></div><div>                   ๑) หลักศรัทธา ๖ ประการ</div><div><br></div><div>                            (๑) ศรัทธาต่อพระอัลลอฮฺ มุสลิมเชื่อว่ามีพระเจ้าพระองค์เดียวเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง ผู้เป็นมุสลิมจะต้องศรัทธาต่อพระอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว</div><div><br><br></div><div><br></div><div>                            (๒) ศรัทธาต่อเทวทูต (มลาอิกะฮฺ) ของพระอัลลอฮฺ ผู้เป็นมุสลิมต้องเชื่อว่าเทวทูตมีจริง เทวทูตทำหน้าที่ในการสื่อสารถึงศาสนทูต (รสูล) และศาสนทูตจะนำคำสั่งสอน                </div><div>                                   ของอัลลอฮฺมาเผยแผ่แก่มวลมนุษย์</div><div><br><br></div><div><br></div><div>                            (๓) ศรัทธาต่อพระคัมภีร์ทั้งหลาย ผู้เป็นมุสลิมต้องศรัทธาต่อคัมภีร์ที่พระอัลลอฮฺประทานมาให้ผ่านมลาอิกะฮฺและรสูล เพื่อเผยแผ่มายังมนุษย์</div><div><br></div><div>    </div><div>                            (๔) ศรัทธาต่อศาสนทูต ผู้เป็นมุสลิมต้องศรัทธาในศาสนทูตซึ่งเป็นผู้ที่พระอัลลอฮฺเลือกสรรแล้วว่าเป็นคนดีเหมาะแก่การเป็นผู้ประกาศศาสนา ถือว่าท่านนบีมุฮัมมัดเป็น</div><div>                                   ศาสนทูตองค์สุดท้าย</div><div><br></div><div><br><br></div><div>                            (๕) ศรัทธาในวันพิพากษาโลก ผู้เป็นมุสลิมต้องเชื่อว่าโลกมีวันแตกดับ พระอัลลอฮฺจะเป็นผู้พิพากษามนุษย์ตามกรรมดีกรรมชั่วของแต่ละบุคคล</div><div><br><br></div><div>                            (๖) ศรัทธาในกฎสภาวะของพระอัลลอฮฺ ผู้เป็นมุสลิมต้องเชื่อว่าพระอัลลอฮฺเป็นผู้ลิขิตชีวิตมนุษย์</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:20:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448443</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาสาวปิ่นมณี สาแก้ว</title>
         <author>tanongwha3</author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448502</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>๑.หลักบัญญัติ ๑๐ ประการ<br></strong><br></div><div>๑.จงนมัสการพระเจ้าแต่ผู้เดียว<br><br></div><div>๒. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมควร<br><br></div><div>๓.วันพระเจ้าให้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์<br><br></div><div>๔.จงนับถือบิดามารดา<br><br></div><div>๕.อย่าฆ่าคน<br><br></div><div>๖.อย่าล่วงประเวณี<br><br></div><div>๗.อย่าลักทรัพย์<br><br></div><div>๘.อย่าขโมย<br><br></div><div>๙.อย่าเป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้านของเจ้า<br><br></div><div>๑๐.อย่าโลภอยากได้เรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากอยากได้เมียของเพื่อนบ้าน หรือทาสของเขา โค ลา ของเขา หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเพื่อนบ้านนั้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:21:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448502</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวสุธารัตน์ จันทร์แจ่ม</title>
         <author>tanongwha3</author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448539</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>๑.หลักบัญญัติ ๑๐ ประการ<br></strong><br></div><div>๑.จงนมัสการพระเจ้าแต่ผู้เดียว<br><br></div><div>๒. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมควร<br><br></div><div>๓.วันพระเจ้าให้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์<br><br></div><div>๔.จงนับถือบิดามารดา<br><br></div><div>๕.อย่าฆ่าคน<br><br></div><div>๖.อย่าล่วงประเวณี<br><br></div><div>๗.อย่าลักทรัพย์<br><br></div><div>๘.อย่าขโมย<br><br></div><div>๙.อย่าเป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้านของเจ้า<br><br></div><div>๑๐.อย่าโลภอยากได้เรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากอยากได้เมียของเพื่อนบ้าน หรือทาสของเขา โค ลา ของเขา หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเพื่อนบ้านนั้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:21:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448539</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาววาสนา สุขยิ่ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448581</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>            1. หลักศรัทธา 6 ประการ</strong> คำว่าศรัทธาสำหรับชาวมุสลิม  หมายถึง ความเชื่อมั่นด้วยจิตใจโดยปราศจากการระแวงสงสัยหรือการโต้แย้งใดๆ  หลักศรัทธาในศาสนาอิสลามมี 6 ประการ คือ</div><div>                  1)  ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ชาวมุสลิมต้องศรัทธาต่อพระอัลลอฮ์แต่เพียงพระองค์เดียว</div><div>                  2)  ศรัทธาในบรรดามลาอีกะฮฺ ว่ามีจริง คำว่า “มลาอีกะฮฺ” หมายถึง ทูตสวรรค์หรือเทวทูตของพระเจ้า เป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับศาสดา เป็นวิญญาณที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้</div><div>                  3)  ศรัทธาในคัมภีร์อัลกุรอาน</div><div>                  4)  ศรัทธาในบรรดาศาสนทูต ในคัมภีร์อัลกุรอานกล่าวถึงศาสนทูตว่ามีทั้งหมด 25 ท่าน ท่านแรก คือ นบีอาดัม และท่านสุดท้ายคือ นบีมุฮัมมัด</div><div>                  5)  ศรัทธาในวันพิพากษา มุสลิมต้องเชื่อว่าโลกนี้ไม่จีรัง ต้องมีวันแตกสลายหรือมีวันสิ้นโลก</div><div>                  6)  ศรัทธาในกฎสภาวะ (ลิขิต) ของพระเจ้า ชาวมุสลิมเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงกำหนดกฎอันแน่นอนไว้ 2 ประเภท คือ กฎที่ตายตัว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า เช่น การถือกำเนิดชาติพันธุ์ รูปร่างหน้าตา ฯลฯ และกฎที่ไม่ตายตัว เป็นกฎที่ดำเนินไปตามเหตุผล เช่นทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งพระเจ้าได้ประทานแนวทางชีวิตที่ดีงามพร้อมกับสติปัญญาของมนุษย์ ดังนั้นมุสลิมทุกคนต้องพยายามทำให้ดีที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:22:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448581</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ชัชพง์ ชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448591</link>
         <description><![CDATA[<div>ศาสนาคริสต์มีรากฐานมาจากศาสนายิว  ซึ่งมีโมเสสเป็นศาสดา และเป็นผู้ยืนยันว่า  พระเจ้า (พระยะโฮวา) ได้รับประทานบัญญัติมาให้  โดยศาสนิกชนต้องมีความศรัทธาในพระเยซูสูงสุดในชีวิต  และจงรักเพื่อนบ้าน  เพื่อนมนุษย์  เหมือนรักตัวเอง  ตามหลักธรรมคำสอนดังต่อไปนี้<br><br></div><div><strong>๑.หลักบัญญัติ ๑๐ ประการ<br></strong><br></div><div>๑.จงนมัสการพระเจ้าแต่ผู้เดียว<br><br></div><div>๒. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมควร<br><br></div><div>๓.วันพระเจ้าให้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์<br><br></div><div>๔.จงนับถือบิดามารดา<br><br></div><div>๕.อย่าฆ่าคน<br><br></div><div>๖.อย่าล่วงประเวณี<br><br></div><div>๗.อย่าลักทรัพย์<br><br></div><div>๘.อย่าขโมย<br><br></div><div>๙.อย่าเป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้านของเจ้า<br><br></div><div>๑๐.อย่าโลภอยากได้เรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากอยากได้เมียของเพื่อนบ้าน หรือทาสของเขา โค ลา ของเขา หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเพื่อนบ้านนั้น<br><br></div><div><strong>๒.หลักตรีเอกานุภาพ</strong>  เป็นหลักคำสอนที่ให้ศรัทธาในพระเจ้าพระองค์เดียว  แต่มี ๓ สภาวะประกอบด้วย<br><br></div><div>๑. พระบิดา คือ องค์พระเจ้าผู้สร้างโลกและมนุษย์<br><br></div><div>๒.พระบุตร คือ  ผู้เกิดมาเพื่อช่วยไถ่บาปให้แก่มนุษย์<br><br></div><div>๓.พระจิตร คือ พระวิญญาณอันบริสุทธ์เพื่อมอบความรักและบันดาลให้มนุษย์ประพฤติดี<br><br></div><div><strong>๓.หลักความรัก</strong>  คำสอนเรื่องความรักในศาสนาคริสต์ คือ การปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข มีความเมตตากรุณา ให้อภัยซึ่งกันและกัน และยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี<br><br></div><div>หลักคำสอนเรื่องความรักในศาสนาคริสต์ มี ๒ ระดับ คือ<br><br></div><div>๑.ความรักระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า เปรียบเหมือนความรักระหว่างบิดากับบุตร<br><br></div><div>๒.ความรักระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ พระเยซูสอนให้รักเพื่อนบ้าน (มนุษย์ทั้งโลก) สอนให้รักศัตรู รู้จักการให้อภัยและเสียสละ<br><br></div><div><strong>๔.หลักอาณาจักรพระเจ้า</strong>  เป็นหลักคำสอนที่เน้นให้มนุษย์สร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในจิตใจ  รู้จักการเตรียมตัวรับฟังคำสั่งสอน  เพื่อจะได้นำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง  ซึ่งอาณาจักรพระเจ้าแบ่งได้เป็น ๒ ส่วน คือ  อาณาจักรบนโลกมนุษย์  ให้มนุษย์กระทำตนให้ดีที่สุด  โดยการสวดมนต์  เพื่อเป็นการแสดงความศรัทธาในพระเจ้า  และอาณาจักรสวรรค์  เมื่อมนุษย์ตายไป  วิญญาณจะได้ไปเฝ้าพระเจ้าในสวรรค์มีชีวิตนิรันดร<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:22:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448591</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิรพล พุสสระแก้ว</title>
         <author>tanongwha3</author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448663</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>๑.หลักบัญญัติ ๑๐ ประการ<br></strong><br></div><div>๑.จงนมัสการพระเจ้าแต่ผู้เดียว<br><br></div><div>๒. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมควร<br><br></div><div>๓.วันพระเจ้าให้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์<br><br></div><div>๔.จงนับถือบิดามารดา<br><br></div><div>๕.อย่าฆ่าคน<br><br></div><div>๖.อย่าล่วงประเวณี<br><br></div><div>๗.อย่าลักทรัพย์<br><br></div><div>๘.อย่าขโมย<br><br></div><div>๙.อย่าเป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้านของเจ้า<br><br></div><div>๑๐.อย่าโลภอยากได้เรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากอยากได้เมียของเพื่อนบ้าน หรือทาสของเขา โค ลา ของเขา หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเพื่อนบ้านนั้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:23:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448663</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นันทา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448746</link>
         <description><![CDATA[<div>ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาดั้งเดิมของชนเผ่าอริยกะหรืออารยัน ในสมัยพุทธกาลเป็นศาสนาพราหมณ์แต่ในปัจจุบันเป็นศาสนาฮินดู  ในศาสนาพราหมณ์คำว่า ธรรม แปลได้หลายอย่าง คือแปลว่าหน้าที่ก็ได้   แปลว่าสิ่งที่ควรทำก็ได้ นอกจากนี้ยังแปลได้ว่า ความเจริญ ความรู้ของจริงการรู้ความถูกต้อง และรู้ตรรกศาสตร์หลักธรรมสำคัญในศาสนามีดังนี้<br><br></div><div>พระธรรมศาสตร์ มีอยู่ ๑๐ ประการ<br><br></div><div>๑.ธฤติ คือ ความพอใจ คล้ายกับคำว่าสันโดษ มีความพยายามอยู่ด้วยความมั่นคงเสมอ ความรู้สึกยินดี และพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่โดยปราศจากความโลภ<br><br></div><div>๒.กษมา ความอดกั้นหรือความอดทน มีความพากเพียร พยายาม อดทน  โดยถือเอาเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง<br><br></div><div>๓.ทมะ คือการระงับจิตใจ รู้จักข่มใจของตนด้วยความสำนึกในเมตตา  และมีสติอยู่เสมอไม่ปล่อยให้หวั่นไหวไปตามอารมณ์ได้ง่ายๆ<br><br></div><div>๔.อัสเตยะ คือ ไม่ลัก ไม่ขโมย<br><br></div><div>๕.เศาจะ คือความบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ<br><br></div><div>๖.อินทริยนิครหะ คือการปราบปรามอินทรีทั้ง ๑๐ ได้แก่ ประสาทความรู้สึกทางความรู้ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง กับประสาทความรู้สึกทางการกระทำ ได้แก่ มือ เท้า ทวารหนัก ทวารเบา และลำคอ<br><br></div><div>๗. ธี เหมือนกับธิติ ธีร หรือพุทธิ ได้แก่ปัญญา สติ ความคิด ความมั่นคง<br><br></div><div>๘.วิทยา คือ ความรู้ทางปรัชญาศาสตร์ คือรู้ลึกซึ้ง และมีความรู้เกี่ยวข้องกับชีวะ กับมายาและกับพรหม<br><br></div><div>๙. สตยะ คือ ความจริง ความเห็นอันสุจริต ความซื่อสัตย์ต่อกัน จนเป็นที่ไว้ วางใจกัน เชื่อใจกันได้<br><br></div><div>๑๐.อโกรธะ คือ ความไม่โกรธ มีความอดทน สงบเสงี่ยม รู้จักทำจิตใจให้สงบ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:24:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448746</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธิดารัตน์  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448943</link>
         <description><![CDATA[<div>หลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา</div><div><strong>1. ขันธ์ 5</strong> หรือ เบญจขันธ์ คือ องค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ที่ประกอบด้วยรูปและนาม<br><br>      <strong>รูป</strong> คือ ส่วนที่เป็นร่างกาย ประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่<br>    - ธาตุดิน(ส่วนของร่างกายที่เป็นของแข็ง เช่น เนื้อ กระดูก ผม)<br>    - ธาตุน้ำ (ส่วนที่เป็นของเหลวของร่างกาย) เช่น เลือด น้ำลาย น้ำเหลือง น้ำตา )<br>    - ธาตุลม (ส่วนที่เป็นลมของร่างกาย ได้แก่ ลมหายใจเข้าออก ลมในกระเพาะอาหาร)<br>    - ธาตุไฟ ( ส่วนที่เป็นอุณหภูมิของร่างกาย ได้แก่ ความร้อนในร่างกายมนุษย์)<br><br>     <strong>นาม</strong> คือ ส่วนที่มองไม่เห็นหรือจิตใจ ได้แก่<br>    - เวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดจากประสาทสัมผัส เช่น สุขเวทนา ทุกขเวทนาและอุเบกขาเวทนา ไม่ยินดียินร้าย<br>    - สัญญา คือ ความจำได้โดยอาศัยประสาทสัมผัส เมื่อสัมผัสอีกครั้งก็สามารถบอกได้<br>    - สังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งจิตใจให้คิดดี คิดชั่ว หรือเป็นกลาง สิ่งที่เข้ามาปรุงแต่งจิต ได้แก่ เจตนา ค่านิยม ความสนใจ ความโลภ และความหลง<br>    - วิญญาณ คือ ความรับรู้ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (อายตนะ 6)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:26:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269448943</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประภัสสร พิกุลทอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449035</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาอิสลาม</strong></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://www.maceducation.com/e-knowledge/2413117100/08_files/1.jpg" width="281" height="179"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><strong>            </strong>หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาอิสลาม ที่สำคัญได้แก่</div><div><strong>            1. หลักศรัทธา 6 ประการ</strong> คำว่าศรัทธาสำหรับชาวมุสลิม  หมายถึง ความเชื่อมั่นด้วยจิตใจโดยปราศจากการระแวงสงสัยหรือการโต้แย้งใดๆ  หลักศรัทธาในศาสนาอิสลามมี 6 ประการ คือ</div><div>                  1)  ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ชาวมุสลิมต้องศรัทธาต่อพระอัลลอฮ์แต่เพียงพระองค์เดียว</div><div>                  2)  ศรัทธาในบรรดามลาอีกะฮฺ ว่ามีจริง คำว่า “มลาอีกะฮฺ” หมายถึง ทูตสวรรค์หรือเทวทูตของพระเจ้า เป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับศาสดา เป็นวิญญาณที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้</div><div>                  3)  ศรัทธาในคัมภีร์อัลกุรอาน</div><div>                  4)  ศรัทธาในบรรดาศาสนทูต ในคัมภีร์อัลกุรอานกล่าวถึงศาสนทูตว่ามีทั้งหมด 25 ท่าน ท่านแรก คือ นบีอาดัม และท่านสุดท้ายคือ นบีมุฮัมมัด</div><div>                  5)  ศรัทธาในวันพิพากษา มุสลิมต้องเชื่อว่าโลกนี้ไม่จีรัง ต้องมีวันแตกสลายหรือมีวันสิ้นโลก</div><div>                  6)  ศรัทธาในกฎสภาวะ (ลิขิต) ของพระเจ้า ชาวมุสลิมเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงกำหนดกฎอันแน่นอนไว้ 2 ประเภท คือ กฎที่ตายตัว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า เช่น การถือกำเนิดชาติพันธุ์ รูปร่างหน้าตา ฯลฯ และกฎที่ไม่ตายตัว เป็นกฎที่ดำเนินไปตามเหตุผล เช่นทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งพระเจ้าได้ประทานแนวทางชีวิตที่ดีงามพร้อมกับสติปัญญาของมนุษย์ ดังนั้นมุสลิมทุกคนต้องพยายามทำให้ดี</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:27:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449035</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชนิดา บุญทะรา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449083</link>
         <description><![CDATA[<div>ศาสนาคริสต์มีรากฐานมาจากศาสนายิว  ซึ่งมีโมเสสเป็นศาสดา และเป็นผู้ยืนยันว่า  พระเจ้า (พระยะโฮวา) ได้รับประทานบัญญัติมาให้  โดยศาสนิกชนต้องมีความศรัทธาในพระเยซูสูงสุดในชีวิต  และจงรักเพื่อนบ้าน  เพื่อนมนุษย์  เหมือนรักตัวเอง  ตามหลักธรรมคำสอนดังต่อไปนี้<br><br></div><div><strong>๑.หลักบัญญัติ ๑๐ ประการ<br></strong><br></div><div>๑.จงนมัสการพระเจ้าแต่ผู้เดียว<br><br></div><div>๒. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมควร<br><br></div><div>๓.วันพระเจ้าให้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์<br><br></div><div>๔.จงนับถือบิดามารดา<br><br></div><div>๕.อย่าฆ่าคน<br><br></div><div>๖.อย่าล่วงประเวณี<br><br></div><div>๗.อย่าลักทรัพย์<br><br></div><div>๘.อย่าขโมย<br><br></div><div>๙.อย่าเป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้านของเจ้า<br><br></div><div>๑๐.อย่าโลภอยากได้เรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากอยากได้เมียของเพื่อนบ้าน หรือทาสของเขา โค ลา ของเขา หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเพื่อนบ้านนั้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:28:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449083</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประสิทธิ์ รินชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449238</link>
         <description><![CDATA[<div>ศาสนาสิกข์ เป็นศาสนาที่ยึดมั่นและเชื่อถือในพระเจ้า (วาเฮ่คุรุ) เพียงพระองค์เดียวอย่างเคร่งครัด<br><br></div><div>พระศาสดาคุรึนานักเทพ (คุรุนานักเดว)  พระองค์ได้สอนหลักธรรมและแนวคิดใหม่ให้กับทุกคน  เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง  หลักธรรมและแนวคิดดังกล่าวมีดังนี้<br><br></div><div>๑.สอนให้ทุกคนรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม  ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้<br><br></div><div>๒.ชี้นำทางให้ทุกคนได้เข้าถึงพระเจ้าด้วยการดำรงชีวิตและด้วยการกระทำแต่คุณงานความดี<br><br></div><div>๓.การเข้าถึงธรรมมะและการทำรงชีวิตตามหลักสัจธรรม  ละเว้นความโลภ  ความโกรธ ความหลง  ความยิ่งยโส  และความเห็นแก่ตัว  ซึ่งเป็นวิถีทางในการระลึกถึงพระเจ้าอย่างแท้จริง<br><br></div><div>ศาสนาสิกข์เชื่อในเรื่ององการกลับชาติมาเกิดใหม่  มนุษย์ทุกคนควรพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏจักรของชีวิตหรือการเวียนว่ายตายเกิดด้วยการหมั่นระลึกถึงพระเจ้าและการสวดมนต์ภาวนา  โดยในศาสนาสิกข์เชื่อว่าพระเจ้าคือความจริงนั่นเอง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:30:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449238</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิขิต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449268</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>. ขันธ์ 5</strong> หรือ เบญจขันธ์ คือ องค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ที่ประกอบด้วยรูปและนาม<br><br>      <strong>รูป</strong> คือ ส่วนที่เป็นร่างกาย ประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่<br>    - ธาตุดิน(ส่วนของร่างกายที่เป็นของแข็ง เช่น เนื้อ กระดูก ผม)<br>    - ธาตุน้ำ (ส่วนที่เป็นของเหลวของร่างกาย) เช่น เลือด น้ำลาย น้ำเหลือง น้ำตา )<br>    - ธาตุลม (ส่วนที่เป็นลมของร่างกาย ได้แก่ ลมหายใจเข้าออก ลมในกระเพาะอาหาร)<br>    - ธาตุไฟ ( ส่วนที่เป็นอุณหภูมิของร่างกาย ได้แก่ ความร้อนในร่างกายมนุษย์)<br><br>     <strong>นาม</strong> คือ ส่วนที่มองไม่เห็นหรือจิตใจ ได้แก่<br>    - เวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดจากประสาทสัมผัส เช่น สุขเวทนา ทุกขเวทนาและอุเบกขาเวทนา ไม่ยินดียินร้าย<br>    - สัญญา คือ ความจำได้โดยอาศัยประสาทสัมผัส เมื่อสัมผัสอีกครั้งก็สามารถบอกได้<br>    - สังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งจิตใจให้คิดดี คิดชั่ว หรือเป็นกลาง สิ่งที่เข้ามาปรุงแต่งจิต ได้แก่ เจตนา ค่านิยม ความสนใจ ความโลภ และความหลง<br>    - วิญญาณ คือ ความรับรู้ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (อายตนะ 6)</div><div><br><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif?attredirects=0"><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/_/rsrc/1472780016458/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong></a><strong>2. อริยสัจ 4 </strong>แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ เป็นหลักคำสอนที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา เพราะเป็นคำสอนที่จะช่วยให้บุคคลรอดพ้นจากความทุกข์เพื่อสู่นิพพาน ได้แก่</div><div><br><br></div><div>    1. <strong>ทุกข์</strong> หมายถึง สภาพที่ทนได้ยากทั้งร่างกายและจิตใจ<br>    1.1 สภาวทุกข์ หรือ ทุกข์ประจำ ได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย<br>    1.2 ปกิณกทุกข์ หรือทุกข์จร เป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไปและเกิดขึ้นเนืองๆ เช่น ความเศร้าโศก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ</div><div><br>    2. <strong>สมุทัย</strong> หมายถึง เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา( ความอยาก)<br>    2.1 กามตัณหา คือ อยากในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ตนยังไม่มี<br>    2.2 ภวตัณหา คือ ความอยากมี อยากเป็น อยากให้สภาพที่ตนปรารถนาอยู่นานๆ<br>    2.3 วิภวตัณหา คือ ความอยากมี อยากเป็น อยากให้สภาพที่ตนปรารถนาอยู่นานๆ</div><div><br>    3. <strong>นิโรธ</strong> หมายถึง ความดับทุกข์ คือ ให้ดับที่เหตุ ซึ่งมีขั้นตอนตามลำดับในมรรค 8</div><div><br>    4. <strong>มรรคมีองค์ 8</strong> หนทางแห่งการดับทุกข์<br>    4.1 สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ คือ มีความเข้าใจว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือสาเหตุแห่งทุกข์ อะไรคือความดับทุกข์<br>    4.2 สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ คือ ความคิดที่ปลอดโปร่ง ความคิดไม่พยาบาท ความคิดไม่เบียดเบียน<br>    4.3 สัมมาวาจา วาจาชอบ คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ<br>    4.4 สัมมากัมมันตะ การงานชอบ คือ ไม่ทำลายชีวิตคนอื่น ไม่ขโมยของ ไม่ผิดในกาม<br>    4.5 สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ คือ การทำมาหากินด้วยอาชีพสุจริต<br>    4.6 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ คือ เพียรระวังมิให้ความชั่วที่ยังไม่เกิดขึ้น เพียรละความชั่วที่เกิดขึ้น เพียรรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้ว<br>    4.7 สัมมาสติ ความระลึกชอบ คือ พิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต พิจารณาธรรม<br>    4.8 สัมมาสมาธิ การตั้งใจชอบ คือ การตั้งจิตที่แน่วแน่อยู่ในอารมณ์ใด อารมณ์หนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่านเพื่อมุ่งมั่นกระทำความดี<br><a href="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif?attredirects=0"><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/_/rsrc/1472780016458/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong></a><br><strong>3. ไตรลักษณ์</strong> คือ ลักษณะทั่วไปของสิ่งทั้งปวง</div><div><br>    1. <strong>อนิจจตา</strong> หรือ อนิจจัง ความไม่คงที่ ไม่เที่ยง ไม่ถาวร ไม่แน่นอน<br>    2. <strong>ทุกขตา</strong> หรือ ทุกขัง สภาพที่อยู่ในสภาวะเดิมไม่ได้ ต้องแปรปรวนไป<br>    3. <strong>อนัตตา</strong> ความไม่ใช่ตัวตนแท้จริง ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา ไม่มีใครเป็นเจ้าของ<br>    ในเรื่งไตรลักษณ์ พระพุทธศาสนาถือว่าเป็นคำสอนสูงสุด ซึ่งทุกสิ่งในสากลจักรวาลล่วนเป็นอนัตตาทั้งสิ้น</div><div><br><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif?attredirects=0"><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/_/rsrc/1472780016458/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong></a><br><br><br></div><div><strong>4. พรหมวิหาร 4 </strong> ธรรมสำหรับผู้เป็นใหญ่ ผู้ปกครอง พ่อแม่ จำเป็นต้องมีไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสำหรับดำเนินชีวิต ได้แก่</div><div><br>    1. <strong>เมตตา</strong> ความรักใคร่ ปรารถนาจะให้เป็นสุข<br>    2. <strong>กรุณา</strong> ความสงสาร ต้องการที่จะช่วยบุคคลอื่น สัตว์อื่นให้หลุดพ้นจากความทุกข์<br>    3. <strong>มุทิตา</strong> ความชื่นชมยินดีเมื่อเห็นบุคคลอื่นเขาได้ดี<br>    4. <strong>อุเบกขา</strong> ความวางเฉยไม่ดีใจไม่เสียใจ เมื่อบุคคลอื่นประสบความวิบัติ</div><div><a href="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif?attredirects=0"><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/_/rsrc/1472780016458/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong></a><br><br><strong>5. สังคหวัตถุ 4 </strong>หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจคน</div><div><br>    1. ทาน การให้<br>    2. ปิยวาจา การกล่าวถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน<br>    3. อัตถจริยา การบำเพ็ญประโยชน์<br>    4. สมานัตตตา การประพฤติตนสม่ำเสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง</div><div><br><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif?attredirects=0"><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/_/rsrc/1472780016458/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong></a><br><br><strong>6. ฆราวาสธรรม 4 </strong>หลักธรรมสำหรับผู้ครองเรือน ได้แก่</div><div><br>    1. สัจจะ การมีความซื่อตรงต่อกัน<br>    2. ทมะ การรู้จักข่มจิตของตน ไม่หุนหันพลันแล่น<br>    3. ขันติ ความอดทนและให้อภัย<br>    4. จาคะ การเ สียสละแบ่งปันของตนแก่คนที่ควรแบ่งปัน</div><div><a href="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif?attredirects=0"><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/_/rsrc/1472780016458/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong></a><br><br><strong>7. บุญกิริยาวัตถุ 10 </strong>หลักธรรมแห่งการทำบุญ ทางแห่งการทำความดี 10 ประการ</div><div><br>    1. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน<br>    2. ศีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล<br>    3. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา<br>    4. อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่<br>    5. เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการช่วยเหลือขวนขวายในกิจการงานต่างๆ<br>    6. ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ<br>    7. ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ<br>    8. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม<br>    9. ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม<br>    10. ทิฏฐุชุกัมม์ บุญสำเร็จด้วยการทำความคิดความเห็นของตนให้ตรง</div><div><a href="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif?attredirects=0"><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://sites.google.com/site/theprinciplesofbuddhism/_/rsrc/1472780016458/hlak-thrrm-sakhay-khxng-phraphuthth-sasna/green%20www.aluth.com.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong></a><br><br><strong>8. สัปปุริสธรรม 7 </strong>   หลักธรรมของคนดี หรือคุณสมบัติของคนดี</div><div><br>    1. ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ<br>    2. อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล<br>    3. อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน<br>    4. มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณ<br>    5. กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลา<br>    6. ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักชุมชน<br>    7. ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกคบคนดี</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:30:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449268</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวทิพย์สุดา บุติพันคา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449350</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หลักคำสอนสำคัญของศาสนาอิสลาม</strong></div><div><strong>            ๓. หลักคำสอนสำคัญของศาสนาอิสลาม</strong>                 ๑) หลักศรัทธา ๖ ประการ                    ๑) ศรัทธาต่อพระอัลลอฮฺ มุสลิมเชื่อว่ามีพระเจ้าพระองค์เดียวเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง ผู้เป็นมุสลิมจะต้องศรัทธาต่อพระอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว                    ๒) ศรัทธาต่อเทวทูต (มลาอิกะฮฺ) ของพระอัลลอฮฺ ผู้เป็นมุสลิมต้องเชื่อว่าเทวทูตมีจริง เทวทูตทำหน้าที่ในการสื่อสารถึงศาสนทูต (รสูล) และ                 ศาสนทูตจะนำคำสั่งสอนของอัลลอฮฺมาเผยแผ่แก่ มวลมนุษย์                    ๓) ศรัทธาต่อพระคัมภีร์ทั้งหลาย ผู้เป็นมุสลิมต้องศรัทธาต่อคัมภีร์ที่พระอัลลอฮฺประทานมาให้ผ่านมลาอิกะฮฺและรสูล เพื่อเผยแผ่มายังมนุษย์                    ๔) ศรัทธาต่อศาสนทูต ผู้เป็นมุสลิมต้องศรัทธาในศาสนทูตซึ่งเป็นผู้ที่พระอัลลอฮฺเลือกสรรแล้วว่าเป็นคนดีเหมาะแก่การเป็นผู้ประกาศศาสนา                 ถือว่าท่านนบีมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตองค์สุดท้าย                    ๕) ศรัทธาในวันพิพากษาโลก ผู้เป็นมุสลิมต้องเชื่อว่าโลกมีวันแตกดับ พระอัลลอฮฺจะเป็นผู้พิพากษามนุษย์ตามกรรมดีกรรมชั่วของแต่ละบุคคล                    ๖) ศรัทธาในกฎสภาวะของพระอัลลอฮฺ ผู้เป็นมุสลิมต้องเชื่อว่าพระอัลลอฮฺเป็นผู้ลิขิตชีวิตมนุษย์                ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ จะนำเอาบทบัญญัติในศาสนามาตราเป็นกฎหมายใช้ในการดูแลควบคุมความสงบของบ้าน        เมืองด้วย ดังนั้น การกระทำบางอย่างที่ขัดกับหลักศาสนาจึงถือเป็นความผิดตามกฎหมายด้วย เช่น การดื่มสุรา อาจต้องโทษถึงจำคุก             ๒) หลักปฏิบัติ ๕ ประการ                  ๑) การปฏิญาณตน เป็นการประกาศยอมรับด้วยความศรัทธาและความบริสุทธิ์ใจว่า พระอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าสูงสุดเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น และ            ยอมรับว่าท่านนบีมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของพระอัลเลาะห์ ในการปฏิญาณตน จะต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และทำเมื่อนมัสการพระเจ้า (ละหมาด) ผู้            เป็นมุสลิมต้องกล่าวปฏิญาณว่า                 ๒) การละหมาด เป็นการนมัสการพระเจ้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้เป็นมุสลิมจะต้องละหมาด วันละ ๕ เวลา คือ ย่ำรุ่ง กลางวัน เย็น พลบค่ำ และ               กลางคืน ก่อนที่จะละหมาดจะต้องชำระร่างกายให้สะอาดและสำรวมจิตใจให้สงบ การละหมาดเป็นพื้นฐานของศาสนาอิสลาม ข้อที่ ๒ การละหมาดจะ            ช่วยสกัดกั้นความคิดและการกระทำที่ไม่ดีงามต่างๆ อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องในรอบวัน ทำให้คนที่ละหมาดไม่กล้าทำสิ่งที่ขัดกับศีลธรรมจรรยา                 ๓) การบริจาคซะกาฮฺ เป็นการบริจาคทรัพย์หรือให้ทานแก่คนที่เหมาะสมตามที่ศาสนากำหนด เช่น เด็กกำพร้า คนที่ขัดสน ผู้เผยแผ่ศาสนากา            บริจาคซะกาฮฺถือเป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติ ผู้เป็นมุสลิมถือว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องสละทรัพย์ของตนเพื่อแบ่งปันให้แก่ผู้อื่น เป็นการขัดเกลาจิตใจให้            สะอาดลดความเห็นแก่ตัว และเป็นการลดช่องว่างในสังคม                  ๔) การถือศีลอด เป็นการละเว้นจากการบริโภคอาหาร เครื่องดื่มและการมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก เป็นเวลา            ตลอด ๑ เดือน คือ ในเดือน ๙ หรือที่เรียกว่า เดือนเราะมะฎอน ตามปฏิทินของอิสลาม การถือศีลอดเป็นการแสดงความศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ฝึกความ            อดทนเพื่อกำราบกิเลสใฝ่ต่ำ                  ๕) การประกอบพิธีหัจญ์ เป็นการประกอบศาสนกิจที่นครมักกะฮฺ ประเทศซาอุดีอาระเบีย มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ชาวมุสลิมระลึกถึงพระเจ้า            และได้พบปะพี่น้องมุสลิมจากทั่วโลก                        การประกอบพิธีหัจญ์ไม่ได้มีการบังคับให้ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติ แต่ชาวมุสลิมที่พร้อมด้วยกำลังทรัพย์และกำลังกาย ควรหาโอกาสไปทำพิธีนี้            อย่างน้อย ๑ ครั้งในชีวิตขณะที่ประกอบพิธีหัจญ์ ทุกคนจะอยู่ในสถานภาพเดียวกัน จะไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องชนชั้นหรือวรรณะและความร่ำรวย            หรือยากจน การทำหัจญ์เป็นการทำลายระบบชนชั้นในขั้นตอนหนึ่ง และสะท้อนให้เห็นว่าความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เราทุกคนต่างมีศักดิ์ศรีและความ            เป็นคนเท่าเทียมกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:31:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449350</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จิราวรรณ ศรีทอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449374</link>
         <description><![CDATA[<div><strong> อริยสัจ 4 </strong>แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ เป็นหลักคำสอนที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา เพราะเป็นคำสอนที่จะช่วยให้บุคคลรอดพ้นจากความทุกข์เพื่อสู่นิพพาน ได้แก่</div><div><br><br></div><div>    1. <strong>ทุกข์</strong> หมายถึง สภาพที่ทนได้ยากทั้งร่างกายและจิตใจ<br>    1.1 สภาวทุกข์ หรือ ทุกข์ประจำ ได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย<br>    1.2 ปกิณกทุกข์ หรือทุกข์จร เป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไปและเกิดขึ้นเนืองๆ เช่น ความเศร้าโศก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ</div><div><br>    2. <strong>สมุทัย</strong> หมายถึง เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา( ความอยาก)<br>    2.1 กามตัณหา คือ อยากในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ตนยังไม่มี<br>    2.2 ภวตัณหา คือ ความอยากมี อยากเป็น อยากให้สภาพที่ตนปรารถนาอยู่นานๆ<br>    2.3 วิภวตัณหา คือ ความอยากมี อยากเป็น อยากให้สภาพที่ตนปรารถนาอยู่นานๆ</div><div><br>    3. <strong>นิโรธ</strong> หมายถึง ความดับทุกข์ คือ ให้ดับที่เหตุ ซึ่งมีขั้นตอนตามลำดับในมรรค 8</div><div><br>    4. <strong>มรรคมีองค์ 8</strong> หนทางแห่งการดับทุกข์<br>    4.1 สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ คือ มีความเข้าใจว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือสาเหตุแห่งทุกข์ อะไรคือความดับทุกข์<br>    4.2 สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ คือ ความคิดที่ปลอดโปร่ง ความคิดไม่พยาบาท ความคิดไม่เบียดเบียน<br>    4.3 สัมมาวาจา วาจาชอบ คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ<br>    4.4 สัมมากัมมันตะ การงานชอบ คือ ไม่ทำลายชีวิตคนอื่น ไม่ขโมยของ ไม่ผิดในกาม<br>    4.5 สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ คือ การทำมาหากินด้วยอาชีพสุจริต<br>    4.6 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ คือ เพียรระวังมิให้ความชั่วที่ยังไม่เกิดขึ้น เพียรละความชั่วที่เกิดขึ้น เพียรรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้ว<br>    4.7 สัมมาสติ ความระลึกชอบ คือ พิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต พิจารณาธรรม<br>    4.8 สัมมาสมาธิ การตั้งใจชอบ คือ การตั้งจิตที่แน่วแน่อยู่ในอารมณ์ใด อารมณ์หนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่านเพื่อมุ่งมั่นกระทำความดี</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:31:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449374</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลักธรรมทางศาสนาคริสต์</title>
         <author>dcdenchai</author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449702</link>
         <description><![CDATA[<div>-หลักตรีเอกานุภาพ<br>-หลักอาณาจักรพระเจ้า<br>-หลักความรัก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:35:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449702</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลักธรรมทางศาสนาอิสลาม</title>
         <author>dcdenchai</author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449770</link>
         <description><![CDATA[<div>-หลักปฏิบัติ ๕</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-05 07:36:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/8vlyp7chx0ha/wish/269449770</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
