<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>4/1 ความเป็นไทย  ประเพณีไทย  วัฒนธรรม  ค่านิยมของคนไทย   อาหารไทย ฯลฯ by Kanchanok Wutti</title>
      <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-12-22 00:17:59 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-01-02 05:24:38 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/2764.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ประเพณีวันสงกรานต์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832110316</link>
         <description><![CDATA[<p>วันสงกรานต์ หรือประเพณีสงกรานต์ (ภาษาอังกฤษ: Songkran, Water Festival หรือ Thai New Year) ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี<br>วันสงกรานต์ คือ การฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งเป็นประเพณีและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยปัจจุบันยังถือเป็นวันหยุดราชการอีกด้วย รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ทั่วประเทศ แก่นสำคัญของวันสงกรานต์นั้นเน้นไปที่ความกตัญญู ความอบอุ่น ความสนุกสนาน และการเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมทั้งความสามัคคี ระหว่างบุคคลในครอบครัว เพื่อนฝูง ชุมชน และสังคม โดยมี “น้ำ” เป็นสื่อสำคัญในการเชื่อมสัมพันธไมตรี</p><p>วันสงกรานต์มีความสำคัญต่อสถาบันครอบครัว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะกับสมาชิกในครอบครัว ถือเป็นโอกาสดีในการสานสัมพันธ์และใช้เวลาร่วมกันระหว่างบุคคลในครอบครัว</p><p>กิจกรรมวันสงกรานต์ ยังมีความสำคัญต่อชุมชนและสังคมโดยรวม เพราะเป็นโอกาสดีให้ผู้คนได้พบปะในงานรื่นเริง ทำบุญทำทาน บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รวมถึงช่วยกันสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามของไทย</p><p>นอกจากนี้ ผู้คนยังนิยมทำบุญ ตักบาตร และเข้าวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนั้นวันสงกรานต์จึงมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอีกด้วยค่ะ</p><p><br></p><p>น.ส.ศุภนิช อินทาภรณ์ เลขที่13</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2204213842/458aa2069e17e6aa8d292838106230af/IMG_7533.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:53:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832110316</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การไหว้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832110842</link>
         <description><![CDATA[<p>วัฒนธรรมการไหว้คือการแสดงความมีสัมมาคารวะอย่างหนึ่งของไทย เป็นธรรมเนียมการทักทาย และแสดงความเคารพต่อกัน การไหว้ทำให้ผู้ใหญ่รักและเอ็นดู คนที่พบเห็นต่างชื่นชม คำที่เรามักจะได้ยินเป็นประจำที่ใช้กล่าวชมผู้ที่มีสัมมาคารวะและได้รับการอบรมมารยาทการไหว้ว่ารู้จัก “ไปลามาไหว้” หมายความว่า เมื่อพบกันก็ไหว้ทักทาย เมื่อจะจากกันก็ไหว้ลาพร้อมบอกสวัสดี&nbsp;</p><p><br/></p><p>นางสาวกชพร สรรเสริญ ม.4/1 เลขที่ 7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061956448/189169968f24ef49f23a89b4316bb98a/AD9C232D_C281_4175_85DD_9A9F066BA30E.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:54:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832110842</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีลอยกระทง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832111759</link>
         <description><![CDATA[<p>วันลอยกระทง เป็นเทศกาลของกลุ่มชาติพันธุ์ไทตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคาซึ่งเป็นเทวดาในคติฮินดู แต่เทศกาลนี้มีร่องรอยหลักฐานย้อนไปถึงจีนและอินเดียโบราณ</p><p><br/></p><p>นางสาวชุติกาญจน์ ไชยผล เลขที่ 8 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1353283356/c8c427c5d783018769393ac2f6d374bf/IMG_5838.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:55:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832111759</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณียี่เป็ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112345</link>
         <description><![CDATA[<p>ประเพณียี่เป็งเป็นตำนานที่อยู่คู่กับภาคเหนือ คาดว่าเกิดที่อาณาจักรหริภุญไชย หรือ ล้านนา อีกความเชื่อหนึ่งมีประวัติว่าชาวล้านนาจะทำซุ้มประตูบ้าน ด้วยการตกแต่งให้สวยงาม เฉกเช่นเรื่องชาดกพระเวสสันดร เสมือนการต้อนรับพระเวสสันดรกลับบ้าน กลับเมือง เพื่อจะได้อานิสงส์จากการถวายเครื่องสักการะ รวมถึงจุดผางประทีป หรือจุดโคมที่วัด พร้อมฟังเทศน์มหาชาติ</p><p><br></p><p>นางสาวพิชชาพร ทองขจร ม.4/1 เลขที่ 25</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061948275/70009ceb43a0fbc29add439979426f71/dFQROr7oWzulq5Fa5yPJ4eLJ4E75Ek4cYdRrCP0etaDYeKSHtoqFJKDr08qrFcA5cKj.webp" />
         <pubDate>2023-12-22 02:56:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112345</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส้มตำ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112462</link>
         <description><![CDATA[<p>ส้มตำ เป็นอาหารที่รับประทานกันมากในภาคอีสาน โดยนำมะละกอดิบที่ขูดหรือสับเป็นเส้น มาตำในครกกับมะเขือเทศลูกเล็ก มะกอก พริก กระเทียม น้ำปลาร้า(ต่วง) อาจปรุงรสเพิ่มด้วยมะนาว ปูนาดอง มีรสเปรี้ยว เผ็ด และออกเค็มเล็กน้อย เรียก "ส้มตำปลาร้า" หรือ "ส้มตำลาว" นิยมกินกับข้าวเหนียวและไก่ย่าง โดยมีผักสดเช่น กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว เม็ดกระถิน เป็นเครื่องเคียง หากตำโดยมีการใส่ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง น้ำตาลปิ๊บ ใส่น้ำปลาแทนปลาร้า จะเรียก "ส้มตำไทย" ร้านขายส้มตำมักจะมีอาหารอีสานอย่างอื่นๆ ขายร่วมด้วย เช่น ซุปหน่อไม้ ลาบ ก้อย น้ำตก ไก่ย่าง ไข่ต้ม แคปหมู ข้าวเหนียว เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1958968193/0b06616c1f9b85a3c81581ac20ed8e29/Screenshot_20231222_095529_Google.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:56:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112462</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ต้มยำกุ้ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112518</link>
         <description><![CDATA[<p>ความเป็นไทยต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติจัดจ้านและมีชีวิตชีวา ต้มยำกุ้งเป็นซุปร้อนและเปรี้ยวที่มักปรุงด้วยส่วนผสมต่างๆ เช่น กุ้ง ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า พริก และเห็ด ซุปมักปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และบางครั้งก็เติมน้ำตาลเล็กน้อย</p><p>"ความเป็นไทย" ในความเป็นไทย ต้มยำกุ้ง หมายถึงคุณภาพและรสชาติแบบไทยแท้ที่ทำให้อาหารจานนี้พิเศษอย่างแท้จริง ผสมผสานแก่นแท้ของอาหารไทยด้วยความสมดุลของรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และหวาน มักรับประทานเป็นอาหารจานหลักหรือเป็นส่วนหนึ่งของอาหารไทยมื้อใหญ่</p><p>หากคุณชื่นชอบรสชาติเข้มข้นและเปรี้ยว ต้มยำกุ้งแบบไทยก็คุ้มค่าที่จะลอง </p><p><br/></p><p>นายธนกฤต อร่ามศิลป์ 1 4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2204213556/935fd3d7f33435874559e51b61820c52/IMG_1816.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:56:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112518</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การยิ้ม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112535</link>
         <description><![CDATA[<p>ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรอยยิ้มที่หวาน และ สวยงาม และในการทักทายกันของคนไทยนั้นก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของคนไทยนั่นคือการไหว้และการกล่าวคำทักทายสวัสดี การยิ้มและการทักทายเหล่านี้ทำให้ชาวต่างชาติหลงใหลในวัฒนธรรมของคนไทย และรอยยิ้มที่หวานนี้จึงทำให้ ต่างชาติหลงใหลเมืองไทย ทั่วโลกเลยติดปากจึงเรียกประเทศไทยว่า "สยามเมืองยิ้ม" ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงมาจากรอยยิ้มของคนไทย ของพวกเราเอง&nbsp;</p><p><br/></p><p>นาวสาวปัญญาพร ศรีสังวาลย์ เลขที่ 23 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263347389/b57ee5cfcb2198470d7599f91a70d196/IMG_7398.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:56:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112535</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุ้มพระดำน้ำ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112923</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ</strong> เป็นประเพณีที่ชาว<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C">จังหวัดเพชรบูรณ์</a> ได้ร่วมมือกันจัดขึ้นในวันแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบ ซึ่งประวัติความเป็นมาของประเพณีอุ้มพระดำน้ำก็คือ เมื่อประมาณ 400 ปีที่ผ่านมามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมีอาชีพหาปลาขาย และได้ไปหาปลาที่แม่น้ำป่าสักเป็นประจำทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งก็ได้เกิดเรื่องที่ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า เกิดอะไรขึ้นเพราะวันนั้น ไม่มีใครจับปลาได้สักตัว จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นตรงบริเวณ วังมะขามแฟบ (ไม้ระกำ) ซึ่งปกติบริเวณนี้น้ำจะไหลเชี่ยวมาก จู่ ๆ น้ำก็หยุดไหล และมีพรายน้ำผุดขึ้นมาพร้อมกับพระพุทธรูป ชาวบ้านจึงอัญเชิญพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว ขึ้นจากน้ำและนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B">พระพุทธรูป</a>คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ จนกระทั่งถึง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A">วันสารทไทย</a>หรือ วันแรม 15 ค่ำเดือนสิบ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2">พระพุทธรูป</a>องค์ดังกล่าว (<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2">พระพุทธมหาธรรมราชา</a>) ก็ได้หายไปจากวัด ชาวบ้านจึงช่วยกันตามหาและพบพระพุทธรูป อยู่บริเวณวังมะขามแฟบ จากนั้นเป็นต้นมา พอถึงวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ก็จะจัดงานซึ่งเรียกว่า “อุ้มพระดำน้ำ”<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3#cite_note-1"><sup>[1]</sup></a> ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา</p><p> </p><p>นายภูมิพลัง จันทศาศวัต6 4/1</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263349993/86015c7ad7e884f3f9110baa3c364696/IMG_4391.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:57:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832112923</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งูกินหาง 🐍🐍</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832113093</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นการละเล่นที่ได้มีกิจกรรมทางกายแบบเบา เล่นเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 3-5 คน ขึ้นไป การเล่นงูกินหางไม่มีอุปกรณ์การเล่นใด ๆ สามารถเล่นกันในหมู่เด็กที่หลากหลายวัยได้ หรือเล่นร่วมกับผู้ใหญ่ได้ โดยส่วนมากผู้ใหญ่จะเล่นในเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ ส่วนเด็ก ๆ จะเล่นทุกโอกาสที่เด็ก ๆ รวมกันซึ่งมีวิธีการเล่นดังนี้ เริ่มเล่นเมื่อผู้เล่นพร้อมกันแล้ว จะเริ่มด้วยการเสี่ยงถ้าใครแพ้คนนั้น ก็จะออกเป็นพ่องู ส่วนผู้ชนะก็จะได้เล่นเป็นแม่งูและลูกงู ส่วนมากในกลุ่มผู้เล่นจะเลือกเอาคนที่มีร่างกายแข็งแรงหรือรูปร่างใหญ่ในทีมเป็นแม่งู เพื่อเอาไว้ป้องกันลูกงู </p><p><br/></p><p>วิธีการเล่น</p><p>- ผู้เล่นมีจำนวน 8-10 คน แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย- ฝ่ายที่ 1 จะต้องเป็น “พ่องู” 1 คน ฝ่ายที่ 2 มี “แม่งู” 1 คน ที่เหลือเป็น “ลูกงู” ซึ่งผู้เล่นเป็นลูกงูจะต้องเกาะเอวผู้เล่นเป็นแม่งู เมื่อได้ผู้เล่นแล้วพ่องูและแม่งูจะยืนหันหน้าเข้าหากัน ส่วนแม่งูจะมีลูกงูกอดเอวต่อแถวไปข้างหลังแล้วพ่องูจะเริ่มถามแม่งู</p><p><br/></p><p>นางสาวชุติณัฐษมน สุขิโต ม.4/1 เลขที่ 19</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263348023/d7e8d6c987ff17eb7393639e6cc45ab2/52AD7FF3_3A33_46BC_A547_EAEC643D18FE.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:57:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832113093</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีแห่นางแมว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832113223</link>
         <description><![CDATA[<p>ประเพณีแห่นางแมวเป็นพิธีกรรมขอฝนของเกษตรกรไทยจัดขึ้นทั้งในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงหนือ เมื่อใกล้ฤดูเพาะปลูกแล้วแต่ฝนยังไม่มาหรือมาล่าช้ากว่าปรกติ ส่งผลให้ข้าวในนา พืชในสวนขาดน้ำหล่อเลี้ยง ให้ผลผลิตไม่ได้เต็มที่ ชาวนา ชาวไร่ก็จะจัดพิธีแห่นางแมวขอฝนที่ทำสืบต่อกันมาด้วยความเชื่อที่ว่า หากทำพิธีแห่นางแมวแล้ว อีกไม่ช้าฝนก็จะตกลงมา</p><p>สมัยโบราณนั้น เชื่อกันว่าที่ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้งไปทั่วนั้น มีอยู่หลายสาเหตุ เช่น ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ผู้คนย่อหย่อนศีลธรรม ผู้ปกครองไม่อยู่ในทศพิศราชธรรม และที่ใช้แมวแห่เพื่อขอฝนนั้น ก็มาจากความเชื่อกันว่า แมวเป็นสัตว์ที่กลัวฝน กลัวน้ำ หากฝนตกเมื่อใดแมวจะร้อง&nbsp; คนโบราณถือเคล็ดว่า ถ้าแมวร้องแสดงว่าฝนกำลังจะตกบ้างก็เชื่อว่า แมวนั้นเป็นตัวแทนของความแห้งแล้ง หากเมื่อใดแมวถูกสาดน้ำจนเปียกปอนก็เท่ากับเป็นการขับไล่ความแห้งแล้งออกไปจากเมือง เมื่อบ้านเมืองเกิดความแห้งแล้งผิดธรรมชาติ จึงใช้กลอุบายให้แมวร้องออกมา ด้วยการนำแมวมาใส่กระบุงหรือตะกร้าแล้วแห่ไปรอบๆ หากขบวนแห่ผ่านหน้าบ้านใครก็ให้สาดน้ำใส่แมว เพื่อให้แมวร้องออกมา บ้างก็เชื่อว่า แมวเป็นสัตว์ที่มีอำนาจลึกลับสามารถเรียกฝนได้</p><p><br/></p><p>ด้วยเหตนี้เมื่อฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกษตรกรก็จะนัดหมายเตรียมจัดพิธีแห่นางแมวขึ้น โดยคัดเลือกแมวลักษณะดีสายพันธุ์สีสวาด เพศเมีย ๑ – ๓ ตัว ใส่กระบุงหรือตะกร้าออกแห่ไปรอบๆ หมู่บ้าน ฝนก็จะตกลงมาภายใน ๓ วัน ๗ วัน สาเหตุที่ต้องเลือกแมวสีสวาดก็เพราะคนโบราณมองว่าขนสีเทาคล้ายกับสีเมฆฝน บางแห่งอาจจะใช้แมวดำแทน</p><p>ในระหว่างที่แห่นางแมวจะมีคนทำหน้าที่ร้องเพลงเซิ้ง ตีเกราะเคาะไม้เพื่อให้เกิดจังหวะสนุกสนานไปด้วย เนื้อหาการเซิ้งก็จะบรรยายถึงความแห้งแล้ง และอ้อนวอนให้ฝนตกลงมา ขบวนแห่นางแมวจะเคลื่อนไปทั่วทุกหลังคาเรือน โดยมีกติการ่วมกันว่า ขบวนแห่นางแมวไปถึงบ้านใคร บ้านนั้นจะต้องเอาน้ำสาด</p><p><br/></p><p>นางสาวพัณณิตา เหลืองอ่อน ม.4/1 เลขที่24</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263349719/d33ddfc0c78fd04ea942c0f8b16336f2/IMG_0720.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:58:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832113223</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การแต่งกาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832113755</link>
         <description><![CDATA[<p>การแต่งกาย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันการแต่งกายของชาวไทยจะเป็นสากลมากขึ้น แต่ก็ยังคงเครื่องแต่งกาย ของไทยไว้ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่น ในงานพระราชพิธี งานที่เป็นพิธีการ หรือในโอกาสพบปะ สังสรรค์ระหว่างผู้นำ พิธีแต่งงาน เทศกาลและงานประเพณีที่จัดขึ้น หรือในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน ในบางหน่วยงานของราชการ มีการรณรงค์ให้แต่งกายในรูป แบบไทย ๆ ด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><br/></p><p>นางสาวกรรชญ  นวลฝ้าย 4/1 17</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061945372/702ddb00ecba9aefeda74efd89e4dae6/1.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:58:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832113755</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การแต่งกายชุดไทยศิวาลัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832114084</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>ชุดไทยศิวาลัยเสื้อตัวในไม่มีแขน ไม่มีคอ ห่มทับด้วยสไบ แบบมีชายเดียว ทิ้งชายสไบยาวด้านหลัง ปักด้วยลูกปัดทอง นุ่งทับด้วยผ้าซิ่นไหม ยกดิ้นทอง ตัดแบบหน้านาง มีชายพก คาดเข็มขัด เครื่องประดับ สร้อยคอ รัดแขน สร้อยข้อมือ เป็นเครื่องแต่งกาย ของสตรีบรรดาศักดิ์ ปัจจุบันใช้ในงานเลี้ยงฉลองสมรสหรือเลี้ยงอาหารค่ำ</p><p><br/></p><p>นายกลวัชร​ สุการี​ ม.4/1​ เลขที่5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2061962272/0c1506b789cd53af2c4007e384b10367/queen_sirikit_dress_3_300x250.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 02:59:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832114084</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แกงเขียวหวาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832114869</link>
         <description><![CDATA[<p>แกงเขียวหวาน เป็นอาหารไทยประเภทแกง ประกอบด้วยเนื้อ ปลา ไก่ หรือหมู และผัก ปรุงรสด้วยกะทิ มะเขือ น้ำตาล น้ำปลา ใบมะกรูด และใบโหระพา นิยมรับประทานกับข้าวสวยหรือขนมจีนน้ำพริกแกงมีสีเขียวเพราะใช้พริกขี้หนูสดสีเขียว บางท้องที่ใส่ใบพริกลงไปตำด้วย ในประเทศกัมพูชามีการรับแกงเขียวหวานไป เรียกว่า ซ็อมลอกะติ โดยมีลักษณะเป็นน้ำกะทิใส ๆ</p><p>น.ส.ธันยรัตน์ เตือนจันทร์ทึก ม.4/1 เลขที่ 9</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2026844261/2fba6e9295f57665978d2d09001d378e/1000011510.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:00:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832114869</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผัดไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832114879</link>
         <description><![CDATA[<p>&nbsp;ผัดไทย หมายถึง อาหารประเภทผัดที่นําเอาก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็กแบน มาผัดกับกระเทียม เต้าหู หัวไชโป๊สับ ถั่วงอกกุยช่าย ไข่ กุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยน้ํามะขามเปียก น้ําตาลปีบ น้ําปลา พริกแห้งป่น เพิ่มรสมันด้วยถั่วลิสงคั่ว ปนหยาบ รับประทานกับหัวปลี ใบบัวบก กุยช่ายและถั่วงอก การทําผัดไทยได้รับอิทธิพลมาจากการใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวของจีนมาประกอบอาหาร โดยเป็นที่รู้จักและแพรหลายตั้งแต่สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ได้รณรงค์ให้คนไทยหันมารับประทานผัดไทย เพราะต้องการให้มีความเป็นชาตินิยม จึงมีความคิดสรรค์สร้างอาหารประจำชาติขึ้นมา สร้างความสามัคคีและความรักชาติ รวมทั้งลดการบริโภคข้าวในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำอันเนื่องมาจากภาวะสงครามอีกด้วยและใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่นภายในประเทศ จึงได้เกิดก๋วยเตี๋ยวผัด และด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เป็นที่ถูกปาก และแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว คนไทยจึงเรียกกันติดปากว่า “ผัดไทย”</p><p><br/></p><p>น.ส.ญาณิศา เพ็ชรวงศ์ เลขที่ 20 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://images.deliveryhero.io/image/foodpanda/recipes/pad-thai.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:00:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832114879</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภาพจิตรกรรมฝาผนัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832116485</link>
         <description><![CDATA[<p>คือ จิตรกรรมไทยที่มีความประณีตที่สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต จนได้ลักษณะประจำชาติ นิยมเขียนบนฝาผนังภายในอาคารหรืองานศิลปะประยุกต์ที่เนื่องในพุทธศาสนาและบุคคลชั้นสูง คือ อุโบสถ วิหาร พระที่นั่ง บนแผ่นผ้า (ภาพพระบฏ) บนกระดาษ (สมุดไทย) โดยเขียนด้วยสีฝุ่นตามวิธีการของช่างเขียนไทยแต่โบราณ นิยมเขียนเรื่องเกี่ยวกับอดีตพระพุทธเจ้า พุทธประวัติ ทศชาติชาดก ไตรภูมิ วรรณคดี และชีวิตไทย ส่วนใหญ่นิยมเขียนประดับผนังอุโบสถ วิหาร</p><p>จิตรกรรมไทยในแต่ละยุคสมัยค์ได้ใช้เส้นเป็นหลักในการกำหนดขอบเขตของภาพทำให้รูปมีลักษณะแบน ภาพจิตรกรรมไทยได้ใช้องค์ประกอบที่เป็นส่วนรอง เช่น ต้นไม้ ภูเขา ลำธาร โขดหิน ฯลฯ เป็นสิ่งแบ่งเหตุการณ์หรือแบ่งพื้นที่ของภาพไปในตัว ในบางครั้งมีการแบ่งพื้นที่ว่างของภาพแต่ละตอน โดยใช้เส้นที่มีรูปแบบต่าง ๆ เช่น เส้นหยักฟันปลา เส้นโค้งไปมา ฯลฯ แล้วแต่ความเหมาะสม ส่วนที่ใช้แบ่งภาพนี้เรียกว่า สินเทา การใช้สี เป็นการระบายสีแบน ไม่แสดงแสงเงา เน้นรายละเอียดของภาพ โดยใช้สีที่เข้มกว่าหรืออ่อนกว่าในส่วนที่เป็นพื้นเพื่อตัดเส้น มีการจัดองค์ประกอบที่มีความสมดุลกัน ทั้งทางด้านซ้ายและด้านขวาของภาพ</p><p><br/></p><p>น.ส.อภิชญาน์ สุขสอาด ม.4/1 เลขที่ 14</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263350800/df7018c0406cd3c7f021a394ce24b5a3/016_The_Marraige_of_King_Suddhodana_and_Queen_Maya__34443939153_.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:02:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832116485</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีวิ่งควาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832116631</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประเพณีวิ่งควาย</strong> เป็นงาน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5">ประเพณี</a>ประจำ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5">จังหวัดชลบุรี</a> เป็นหนึ่งในประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชลบุรีที่มีการจัดมากว่า 100 ปีแล้ว ประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 16 ค่ำ เดือน11 หรือก่อน<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2">ออกพรรษา</a> 1 วัน เพื่อเป็นการทำขวัญควายและให้ควายได้พักผ่อนหลังจากการทำนามายาวนาน นอกจากนี้ประเพณีวิ่งควายยังเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อควายที่เป็นสัตว์มีบุญคุณต่อชาวนาและคนไทยอีกทั้งยังเพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสพักผ่อนมาพบปะสังสรรค์กันในงานวิ่งควาย</p><p>ก็จะนำผลผลิตของตนบรรทุกเกวียนมาขายให้ชาวบ้านร้านตลาดไปพร้อมๆ กัน ต่างคนก็จูงควายเข้าเที่ยวตลาดจนกลายมาเป็นการแข่งขันวิ่งควายกันขึ้น และจากการที่ชาวไร่ชาวนาต่างก็พากันตกแต่งประดับประดาควายของตนอย่างสวยงามนี่เอง ทำให้เกิดการประกวดประชันความสวยงามของควายกันขึ้น พร้อมๆ ไปกับการแข่งขันวิ่งควาย</p><p><br/></p><p>นายกัมปนาท รัตนาจารย์ ม.4/1 เลขที่ 4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2204226319/257da24ae163a38c7331587c7002c427/E0001239.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:02:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832116631</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ทองหยอด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832117252</link>
         <description><![CDATA[<p>ขนมไทย “ทองหยอด” เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวตำบลบ้านกุ่ม ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวของคนในชุมชนเมื่อประมาณ ๗๐ ปีที่ผ่านมา โดยได้รวบรวมบรรดาญาติๆ พี่ ป้า น้า อา ตั้งเป็นกลุ่มไปช่วยงาน ตามงานมงคลและงานประเพณีต่างๆ โดยทางกลุ่มจะมีความชำนาญในเรื่องของขนมไทยทุกชนิด โดยเฉพาะทองหยอดนับได้ว่าเป็นที่นิยมภายในหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียงว่ามีความอร่อย สวยงาม คู่ควรกับงานมงคล จากนั้นกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของบรรดาญาติๆ ก็ได้พัฒนาฝีมือและได้มอบวิชาความรู้ รวมถึงเทคนิคในการทำขนมไทยให้กับลูกหลานสืบต่อมา จนเมื่อในปี พุทธศักราช ๒๕๓๙ ได้มีเกษตรอำเภอเข้ามาให้ความรู้และจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านกุ่ม หมู่ ๙ ขึ้น จนถึงปัจจุบัน</p><p>นายภูวฎณ สุขนาคกิจ เลขที่3 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263349306/3db8bb108baced17364242e89994944a/IMG_6638.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:03:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832117252</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832118231</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><mark>ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</mark></strong> กรอบแนวคิดเพื่อการปฏิบัติตนโดยยึดหลักทางสายกลาง ความพอเพียง การคำนึงถึงเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง รวมทั้งให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีขั้นตอนตามหลักความรู้และคุณธรรม</p><p><br/></p><p>นางสาวศศิร์รัช คงขวัญ เลขที่ 12 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1958967980/d559daa6037612ed290aa4320e831836/IMG_3653.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:04:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832118231</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปิดทองฝังลูกนิมิต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832119166</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><p>การปิดทองเป็นการแสดงออกซึ่งความเชิดชู ยกย่องด้วยเครื่องสักการะที่มีค่ายิ่ง เนื่องจากทองคำเปลวเป็นทองคำบริสุทธิ์ ที่ตีแผ่จนเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาปิดลงบนวัตถุ ด้วยการทาขี้ผึ้ง หรือน้ำมัน หากต้องการให้แผ่นทองยึดติดคงทนใช้ยางรัก เรียกลงรักปิดทอง ตัวอย่างเช่น</p></li></ul><p><br></p><ul><li><p>งานฝังลูกนิมิต ชาวพุทธเชื่อว่า การทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิตได้บุญมาก เพราะเหตุผลคือ หนึ่งวัดจะจัดได้เพียงครั้งเดียว การเตรียมการก็ประกอบด้วยอุปกรณ์และสิ่งของอันเป็นมงคลมากมาย การประกอบพิธีก็จะต้องมีการสวดถอนสีมา เพื่อให้เป็นสถานที่ที่บริสุทธิ์จริงๆ พ้นจากสภาพที่อาจเคย เป็นสีมามาก่อนและสถานที่นั้นต้องได้รับ พระราชทาน เป็นเขตวิสุงคามสีมา เป็นสิทธิของสงฆ์แห่งวัดนั้นถูกต้องตามกฎหมายผู้ที่มีโอกาสได้ทำบุญปิด ทองฝังลูกนิมิต จึงถือว่าได้ทำบุญ ที่ยิ่งใหญ่เป็นมหากุศลบารมีประดับชีวิตตลอดไป เป็นบุญที่จะหาโอกาสทำได้ไม่ง่ายนักเมื่อมีพิธีปิดทองฝังลูกนิมิตแต่ละ ครั้งจะต้องเตรียมของที่จะใส่ลงไปกับลูกนิมิต ทางวัดต้องจัดไว้จำหน่ายหรือผู้มีศรัทธาจัดหามาเอง และต้องเป็นสิ่งที่ถือเป็น</p></li></ul><p><br></p><ul><li><p>ความหมายมงคล ประกอบด้วย ๑.ดอกไม้ จะใช้ดอกมะลิ ดอกบานไม่รู้โรย และอื่นๆ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสวยงาม บูชาพระอริยสงฆ์ เกิดทุกภพทุกชาติจะเป็น คนที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม ผิวพรรณผุดผ่อง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีแต่คนเคารพนับถือ ยึดมั่นในหลักศีลธรรม ๒.ธูป บูชาพระคุณของพระพุทธเจ้า ๓ ประการ คือ พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ เกิดชาติใดภพใดก็จะไม่ห่างเหินจากพระพุทธศาสนา หรือได้พบเห็นพระพุทธเจ้า ๓.เทียน บูชาพระธรรม ที่ให้แสงสว่างทางปัญญาแก่มวลมนุษยชาติ เกิดชาติใดภพใด ก็จะไม่ห่างเหินจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และทำให้มีปัญญาสามารถเข้าใจและ รู้ธรรมนำให้หมดกิเลสพ้นทุกข์ได้ ๔.เข็ม เป็นสัญลักษณ์ของความแหลมคม ผู้ที่ได้ทำบุญถวายเข็มลงไปในหลุมนิมิต เกิดทุกภพทุกชาติจะเป็นคนที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว แก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้ไม่ติดขัด เป็นคนมีเหตุผลละเอียดรอบคอบ สามารถบรรลุธรรมและพ้นทุกข์ได้ในที่สุด ๕.ด้าย เป็นสัญลักษณ์แห่งความยืดยาว การทำบุญด้วยการใส่ด้ายลงไปในหลุมนิมิต เชื่อว่าจะทำให้เป็นคนที่มีอายุยืนยาว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ๖.แผ่นทองคำ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีราคาในตัว มีความสวยงาม ไปอยู่กับสิ่งใดทำให้สิ่งนั้นมีค่ามีราคายิ่งขึ้น การนำแผ่นทองคำมาปิดองค์พระ ปิดลูกนิมิต หรืออื่นๆ เป็นการยกย่องเชิดชูให้เป็นสิ่งสูงส่งควรแก่การสักการะ เชื่อว่าจะทำให้เป็นคนที่มีเกียรติยศสูงส่ง มีคนยกย่องนับหน้าถือตา มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาผิวพรรณงดงามทุกภพทุกชาติ ๗.สมุด ดินสอ เป็นอุปกรณ์การบันทึก เป็นสัญลักษณ์แห่งการจดจำ ผู้ที่ทำบุญด้วยการใส่สมุด ดินสอ ลงไปในหลุมนิมิต จะเป็นคนที่มีสติปัญญาเยี่ยม มีความทรงจำไม่เลอะเลือน เป็นเลิศ สติไม่ฟั่นเฟือนก่อนตายสงบ ไม่ทุรนทุรายทรมาน และไปสู่สุคติ</p><p>น.ส.สุชานันท์ เงาเจริญวิตร ม.4/1 28</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2204214171/d9564cb6bd41cbfcb993bd649c566192/istock_1225585666.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:06:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832119166</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รีรีข้าวสาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832119792</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>การละเล่น ไทย รี รี ข้าวสาร </strong>นั้นสันนิษฐานว่า <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://kanlalen.com/"><strong>เกมพื้นบ้านสนุกๆ</strong></a> น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เห็นได้จากวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น บทละครเรื่องอิเหนา กล่าวถึงการละเล่นนี้ว่า เด็กๆ เล่น <strong>เกม รี รี ข้าวสาร</strong> กันบริเวณพระที่นั่งเวหาสัณฐาน ในงานเฉลิมฉลองงานอภิเษกสมรสของอิเหนากับบุษบา นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานการละเล่นนี้ในวรรณคดีต่างประเทศ เช่น ในประเทศจีน เรียกว่า “ลู่ฮัว” (ลูกบอลผ่านประตู) ในประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า “โอคัง” (ลูกบอลผ่านประตู) เป็นต้น</p><p>นางสาวอิสรัญญา วิเศษฤทธิ์ มี.4/1 เลขที่ 29<br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263353957/0f204c92ff88314a18de5d84983d81bd/IMG_3065.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:07:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832119792</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีผีตาโขน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832123052</link>
         <description><![CDATA[<p>ประเพณีผีตาโขน ถือเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่ หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ตรงกับเดือน 7 จัดขึ้น ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์มหาชาติประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย กล่าวกันว่า…การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่า กลับสู่เมืองบรรดาผีป่าหลายตนและสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกกันว่า “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” จนกลายมาเป็น “ผีตาโขน” อย่างในปัจจุบัน</p><p><br/></p><p>นางสาวภัทรภร พวงบุญชู เลขที่ 26 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2263347091/207567e505c3f260dd0f05ef46c47d4a/IMG_1860.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:11:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832123052</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีแห่นางแมว</title>
         <author>s42737_</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832123338</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม การทำเลือกสวนนาไร่จำเป็นต้องอาศัยน้ำจำนวนมาก ดังนั้นหากวันหนึ่งฝนที่เคยตกต้องตามฤดูกาลไม่ตกเช่นเคยย่อมสร้างความเดือนร้อนให้กับชาวนาชาวไร่ทั่วไป เพราะฉะนั้นเพื่อให้ฝนตกลงมาจะได้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรกรรมจึงต้องทำพิธี “แห่นางแมว” ขึ้น<br><br>สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีแห่นางแมวนั้น คนไทยมีความเชื่อว่าฝนตกลงมาเพราะเทวดา เมื่อฝนไม่ตกจึงต้องทำพิธีขอฝนกับเทวดา แต่บางความเชื่อกล่าวว่าเมื่อแผ่นดินแห้งแล้ง สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ มีควันและละอองเขม่าควันจะต้องขอน้ำจากเทวดามาช่วยล้างเพราะน้ำฝนเป็นน้ำของเทวดา เนื่องจาก<strong> เทโว </strong>แปลว่า<strong> ฝน</strong> นั่นเอง<br><br></div><div>ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับแมวนั้น คนไทยเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีอำนาจลึกลับ ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนำมาทำพิธีแล้วจะช่วยเรียกฝนให้ตกลงมาได้ หรือถ้าเป็นความเชื่อของชาวอีสานจะมีความเชื่อว่าเมื่อฝนไม่ตกให้ใช้สัตว์ที่มีสีเดียวกับเมฆเรียกฝน จะทำให้ฝนตกลงมาได้เช่นกันและสัตว์ประเภทเดียวที่มีสีเมฆคือ<strong>แมวสีสวาท<br><br>นางสาวนันทิชา สารเกตุ ม.4/1 เลขที่ 21</strong></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2204215243/fd07f3b78231b70889fe4ad9565a5bb1/IMG_9031.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 03:12:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832123338</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โขนไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832406848</link>
         <description><![CDATA[<p>“โขน” ได้รับการยกย่องจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ในปีพ.ศ. 2561 ว่าเป็น ‘มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ’ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน</p><p><br/></p><p>โขนมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา (พ.ศ. 1893 – พ.ศ. 2310) หรือราวศตวรรษที่ 14 – 18 ศิลปะการแสดงประเภทนี้ปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องลิลิตพระลอ อีกทั้งมีการบันทึกไว้เป็นลายลักษร์อักษรในสมัยศตวรรษที่ 17 เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศสได้ส่งราชทูตนาม ซิมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de la Loubère) เข้ามาในสยามประเทศ ลา ลูแบร์ ได้บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยนั้นไว้ในจดหมายเหตุอันโด่งดังเขาที่มีชื่อว่า ‘Du Royaume de Siam’ (Of The Siam Kingdom) ซึ่งหนึ่งในนั้นได้พรรณนาถึงการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ในสมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยธนบุรี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระราชนิพนธ์ให้ละครหลวงเล่น จนมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ หรือรัชกาลที่ 1 ทรงรวบรวมเรื่องรามเกียรติ์ให้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ต่อมาในสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์เพื่อให้ละครหลวงเล่น หลังจากนั้นถูกดัดแปลงโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า รัชกาลที่ 6 เพื่อใช้ในการเล่นโขน</p><p><br/></p><p>น.ส.กัญญนัท ล้อรุ้งทอง เลขที่16</p>]]></description>
         <enclosure url="https://ichef.bbci.co.uk/news/640/cpsprodpb/CEBC/production/_104542925_gettyimages-542630812-1.jpg" />
         <pubDate>2023-12-22 13:26:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832406848</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การทำขวัญภาคเหนือ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832698226</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ความเชื่อและพิธีฮ้องขวัญของชาวไทยภาคเหนือ</strong></p><p>คนไทยในสังคมภาคเหนือสืบต่อความเชื่อเรื่องขวัญมาช้านาน ทั้งชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยเขิน และชาวไทยภาคเหนือตอนล่างมีความเชื่อว่า ขวัญเป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกายทุกคน ขวัญมีลักษณะเบา เคลื่อนไหวได้ ไม่อาจเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ ขวัญแฝงอยู่ในคน สัตว์และสิ่งของ เมื่อใดที่ขวัญอ่อนลงหรือหย่อนจะทำให้สภาวะของร่างกายและจิตใจของเจ้าของขวัญจะรู้สึกเสียใจ ตกใจ ท้อใจ เมื่อเจ้าของขวัญมีขวัญดี จะรู้สึกสุขสบายใจและกล้าหาญ มีพลังเต็มเปี่ยม ชาวล้านนาเรียก “ขวัญอยู่กับเนื้อกับตัว” นอกจากนี้ชาวล้านนามีคำเรียกลักษณะขวัญ ที่อยู่กับเนื้อกับตัวว่า “รู้คิง” หมายถึงอาการของคนที่รู้เรื่อง รู้สึกตัว มีความรู้สึกเข้าใจทุกอย่าง ทุกขณะพูดและทำการใดก็รู้สติ ขวัญเป็น พลังแฝงในจิตใจเป็นนามธรรม ดูแลควบคุมกายจิตใจและวิญญาณให้มีดุลยภาพ ขวัญของชาวล้านนาจัดแบ่งประเภทเหมือนกับคนไทย ท้องถิ่นอื่น คือ มีขวัญคน ขวัญพืช ขวัญสัตว์ และขวัญสิ่งของ (บ้านเรือนและเครื่องใช้ในการเกษตร) ชาวล้านนามีพิธีกรรมโบราณ เรียกว่า <strong>“พิธีฮ้องขวัญ”</strong> หมายถึง พิธีเรียกขวัญให้กลับคืนสู่ร่างเดิม พิธีฮ้องขวัญเป็นการผสมผสานระหว่างความเชื่อเรื่องขวัญกับศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์ และความเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติ พิธีฮ้องขวัญจะทำในโอกาสที่ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีเหตุต้องจากบ้านไปไกล มีความเจ็บป่วยและเกิดอุบัติเหตุหรือในกรณีที่มีบุคคลสำคัญมาเยี่ยมเยือนบ้านเมือง พิธีกรรมฮ้องขวัญของชาวล้านนามักปฏิบัติร่วมกับ พิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ (ส่งเคราะห์) และพิธีสืบชะตา โดยจะมีปฏิบัติต่อเนื่องกัน โดยเริ่มจากการสะเดาะเคราะห์ การสืบชะตาและการเรียกขวัญ พิธีฮ้องขวัญ ยังคงปฏิบัติกันอยู่ในสังคมล้านนา ทั้งชนเผ่าชาวไทยล้านนาและชาวเหนือตอนล่าง มีบทบาทเป็นพิธีกรรมแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคม สร้างเสริมกำลังใจและขัดเกลาจริยธรรมและพฤติกรรมคนในสังคม พิธีเรียกขวัญหรือพิธีทำขวัญของ ชาวเหนือมีหลายลักษณะ ได้แก่ การเรียกขวัญเด็ก (การทำขวัญ) ขวัญลูกแก้ว (นาค)ขวัญนาค ขวัญสามเณร ขวัญผู้ป่วย ขวัญบ่าวสาว ขวัญผู้ที่จะเดินทางไกล ขวัญผู้ที่มาเยือน ขวัญผู้ใหญ่บ้านและอาจารย์วัด ขวัญข้าว ขวัญช้าง ขวัญวัวควาย ขวัญเรือน ขวัญเสา ผู้ที่เข้าร่วมพิธีเรียกขวัญมี หมอขวัญเจ้าของขวัญญาติพี่น้องที่เข้าร่วมพิธีเรียกขวัญ อุปกรณ์ประกอบพิธีกรรมมีเครื่องบายศรี (ทำจากใบตองและดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ประดิษฐ์เป็นชั้นสวยงาม) ไข่ต้ม ข้าว กล้วย น้ำ ใบพลู หมากเมี่ยง บุหรี่ ด้ายดิบและด้ายผูกข้อมือ ขั้นตอนของพิธีกรรมฮ้องขวัญ คือ การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีกรรม พร้อมกับเชิญหมอขวัญมาทำพิธีตามฤกษ์ยามที่ กำหนดไว้ในช่วงพิธี หมอขวัญจะทำพิธีเรียกขวัญ โดยเริ่มจากกล่าวคำอัญเชิญเทวดา บทเรียกขวัญ (เป็นสำนวนเก่าหรือสำนวนแต่งขึ้น โดยปฏิภาณในช่วงทำพิธีก็ได้) ช่วงเรียกขวัญจะทำพิธีเสี่ยงทายว่าขวัญมาแล้วหรือยัง จากนั้นหมอขวัญจะเอาน้ำมนต์มาพรมให้เจ้าของ ของขวัญพร้อมทั้งอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข และใช้ด้ายสายสิญจน์มามัดมือซ้ายของเจ้าของขวัญเพื่อให้ขวัญมา และมัดมือขวาเพื่อให้ขวัญ อยู่กับเนื้อกับตัว จากนั้นผู้ที่มาร่วมงานก็จะร่วมรับประทานอาหารและเจ้าของขวัญร่วมทานอาหารและทานไข่ต้มที่ประกอบพิธี จากนั้นญาติจะนำเครื่องบายศรีไปวางไว้ที่หัวนอนของเจ้าของขวัญโดยคำเรียกขวัญจะมี เนื้อความที่แตกต่างกันไปตามประเภทของพิธีกรรม</p><p><br></p><p>นางสาวภวพร สมนึก เลขที่ 15 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2264122489/a0c2cf39ca0897d822bebb736345fe14/IMG_3198.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-23 07:14:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832698226</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ขี่ม้าส่งเมือง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832870627</link>
         <description><![CDATA[<p>ขี่ม้าส่งเมืองเป็นกีฬาพื้นเมืองเก่าแก่ที่เล่นกันในจังหวัดต่างๆของภาคกลางในสมัยก่อน เช่น จังหวัดฉะเชิงเทรา กรุงเทพฯ ธนบุรี และราชบุรี เป็นต้น บางท้องถิ่นเรียกว่า ขี่ม้าลงเมืองบ้าง เทวดานั่งเมืองบ้าง เป็นต้น เป็นการเล่นที่มีมานาน อย่างน้อยที่สุดพบว่ามีการเล่นกีฬาขี่ม้าส่งเมืองกันแล้วในสมัยรัชกาลที่ ๖ ก่อน พ.ศ. ๒๔๖๗ ขี่ม้าส่งเมืองเป็นการเล่นเลียบแบบวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านในสมัยโบราณที่ยังมีการปกครองในระบบเจ้าขุนมูลนาย มีเจ้าเมืองเป็นผู้มีอำนาจสั่งการ คอยรับฟังการร้องทุกข์ของราษฎร ตัดสินความ รวมทั้งเป็นการเล่นเลียบแบบการใช้ม้าเป็นพาหนะในการขี่ ขนส่งคนและสินค้าไปยังต่างแดนด้วย ชาวบ้านในสมัยก่อนนิยมเล่นขี่ม้าส่งเมืองในเทษกาลตรุษสงกรานต์และเล่นเป็นการสนุกสนานรื่นเริงในยามว่าง ปัจจุบันยังมีการเล่นกีฬาขี่ม้าส่งเมืองอยู่ แต่ผู้ใหญ่หรือคนหนุ่มสาวไม่ค่อยนิยมเล่นกันแล้ว กลายเป็นกีฬาของเด็กๆเล่นกันโดยทั่วไป</p><p>นางสาวมนัสนันท์ ฉัยยากูล เลขที่11</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2264333517/476dea2ad57246b4979c6d077ebd51aa/BB263582_DC5D_47E3_BF46_3E8846ACBD64.jpeg" />
         <pubDate>2023-12-23 15:47:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/8qa2h8yaedgo6xh9/wish/2832870627</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
