<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>&lt; เทคโนโลยีถนอมอาหาร by เด็กชายนันทิพัฒน์ สองสี</title>
      <link>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยความโอ้อวด</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-05-30 06:08:24 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-05-30 07:09:20 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>เทคโนโลยีถนอมอาหาร</title>
         <author>s6317296</author>
         <link>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204231348</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1717819017/97aa90eafce2e73058a87248505beb40/image.png" />
         <pubDate>2022-05-30 06:40:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204231348</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความสำคัญของการถนอมอาหาร</title>
         <author>s6317296</author>
         <link>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204234516</link>
         <description><![CDATA[<div>ความสำคัญของการถนอมอาหาร</div><div><strong>การถนอมอาหารมีประโยชน์ และมีความสำคัญหลายอย่าง เช่น</strong>1. ช่วยบรรเทาความขาดแคลนอาหาร เช่นการเก็บรักษา และแปรรูปอาหารในยามสงครามเกิดภัยธรรมชาติ เกิดภาวะแห้งแล้งผิดปกติ2 ช่วยให้เกิดการกระจายอาหาร เพราะในบางประเทศไม่สามารถผลิตอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยอาหารจากแหล่งผลิตอื่น3. ช่วยให้มีอาหารบริโภคนอกฤดูกาล เช่นเมื่อพ้นฤดูการผลิตของผลิตผลเกษตรนั้นๆ ไปแล้ว ก็ยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้มาบริโภคได้4. ใช้อาหารเหลือให้เกิดประโยชน์ เช่น ในกระบวนการแปรรูปผลผลิตการเกษตรจะมีวัตถุดิบเหลือทิ้ง ซึ่งเราสามารถนำส่วนที่เหลือนั้นมาแปรรูปเก็บไว้เป็นอาหารได้5. ช่วยให้เกิดความสะดวกในการขนส่ง โดยที่อาหารไม่เน่าเสีย สามารถพกพาไปที่ห่างไกลได้6. ช่วยยืดอายุการเก็บอาหารไว้ให้ได้นาน เพราะอาหารที่ผ่านการแปรรูปเพื่อการถนอมอาหารไว้จะมีอายุการเก็บที่ยาวนานกว่าอาหารสด7. ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด<br>ที่มา<br>https://sites.google.com/site/chalidasurach/kar-thnxm-xahar/khwam-sakhay-khxng-kar-thnxm-xahar</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 06:42:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204234516</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความหมายของการถนอมอาหาร</title>
         <author>s6317296</author>
         <link>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204242688</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ความหมายของการถนอมอาหาร</strong></div><div>&nbsp;การเก็บอาหารหรือแปรรูปอาหารทำให้อยู่ได้นานไม่บูดเสีย และผลของการถนอมอาหารจะช่วยยืดอายุอาหาร การเปลี่ยนแปลงในด้าน สี กลิ่น รส เนื้อ สัมผัส และ ยังคงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไว้ การถนอมอาหารเป็นกระบวนการของการแปรรูป ด้วยวิธีหลายอย่าง ได้แก่ การดอง การแช่อิ่ม การตากแห้งและการเชื่อม เป็นต้น<br>ที่มา<br>https://sites.google.com/a/nareerat.ac.th/food-preservation/khwam-hmay-khxng-kar-thnxm-xahar<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 06:49:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204242688</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเภทของการถนอมอาหารในปัจจุบัน</title>
         <author>s6317296</author>
         <link>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204259216</link>
         <description><![CDATA[<h1>วิธีถนอมอาหาร</h1><div>การถนอมอาหารเทคนิคหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตซึ่งถูกพัฒนามาแต่โบราณ ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่เราควรใส่ใจและควรเข้าใจข้อดีในแต่ละวิธีดังนี้<br><br></div><h1><strong>วิธีถนอมอาหารมีหลายวิธีดังนี้</strong></h1><div><strong>1. การเชื่อม<br></strong><br></div><div>เป็นการใส่น้ำตาลในอาหาร โดยใช้ความร้อน ทำให้อาหารสุก และเก็บไว้ได้นาน น้ำตาลจะเป็นสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ เช่น การเชื่อมกล้วย ลินจี่ ลูกตาล มะม่วง กระท้อน สับปะรด วิธีนี้ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเท่านั้น ถ้าเอาออกมารับประทานควรรับประทานให้หมด ถ้ารับประทานไม่หมดและทิ้งไว้ค้างคืน อาจจะทำให้เสียได้<br><strong>2. การหมักดอง<br></strong>เช่น ดองปูเค็ม หอยดอง ไข่เค็ม ขิง กระเทียม ผักและผลไม้ โดยใช้เกลือหรือน้ำเกลือแล้วแต่จะเอาอะไรมาทำ การดองพวกนี้ จะสามารถนำไปปรุงอาหารได้ วิธีการดองคือ นำปู หรือ ผัก ผลไม้ ที่ต้องดองมาล้างน้ำให้สะอาดก่อน จากนั้นก็ใส่เกลือแต่ไม่ต้องเยอะมาก เพราะกรดแลคติกจะช่วยป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเน่าเจริญเติบโต<br><strong>3. การแช่อิ่ม<br></strong><br></div><div>ผลไม้ เช่น มะละกอ พุทรา มะยม มะม่วง ลำไย มะขาม และอื่นๆ และการแช่อิ่มผักก็มี เช่น ฟักทอง มะเขือเทศ วิธีคือ นำผลไม้มาแช่ในน้ำเกลือก่อน เพื่อที่จะให้ผลไม้ลดความเปรี้ยวความขมลง พอแช่เสร็จ (ไม่ควรแช่นาน) ก็เตรียมน้ำเชื่อม เพื่อที่จะนำมาเคี่ยวหลังจะนั้นก็รอให้เย็น พอเย็นปุ๊บเราก็เอาผลไม้มาแช่ในน้ำเชื่อม แล้วทิ้งไว้ค้างคืน เป็นอันเสร็จ แต่ถ้าหากชอบแบบเข้มข้นกว่านี้ ก็สามารถทำน้ำเชื่อมใหม่ก็ได้ แต่แล้วแต่คนชอบ<br><br></div><div><strong>4. การกวน<br></strong><br></div><div>เช่น การกวนทุเรียน มะม่วง สับปะรด เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง วิธีทำก็คือ เอาผลไม้มาล้างสะอาดทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นเราก็นำผลไม้ที่จะกวนมาผสมกับน้ำตาล ใช้ความร้อนเคี่ยวจนได้เป็นเนื้อเดียวกัน เป็นอันเสร็จ เราก็สามารถเก็บไว้ได้นาน<br><br></div><div><strong>5. ตากแห้ง<br></strong><br></div><div>การตากแห้งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีและถนอมอาหารได้มาก โดยเฉพาะ ปลา เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ วิธีทำก็ไม่มีไรมาก แค่เอา หมู เอามาตาก เป็นหมูแดดเดียว นำหมูมามักกับเกลือ นิดหน่อย แล้วเราก็ต่างแดดไว้ ให้แห้งสนิท เราก็สามารถเก็บไว้กินได้นานๆได้ อีกอย่างคือ ปลา เราก็สามารถนำมาตากแห้งได้เหมือนกัน ที่ขาดไม่ได้ของการตากแห้งก็คือกล้วยแตกนั้นเอง ปอกเปลือกกล้วยแล้วก็นำมาตากแดด รอจนแห้ง เป็นอันเสร็จ<br><strong>6. การแช่แข็ง<br></strong><br></div><div>เป็นทางออกที่ดีที่สุดของยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะที่เป็นเนื้อสัตว์ ถ้าอยากเก็บไว้นาน ควรใส่ถุงถนอมอาหาร หาซื้อทั่วไป ควรแบ่งเนื้อหมูเป็นสัดส่วนเท่าๆกัน เพื่อที่จะเก็บใส่ถุงถนอมอาหารได้ วันไหนเราอยากทำกับข้าวเราก็สามารถนำออกมาทำได้เลย เพราะเราหั่นแช่ไว้เป็นหลายถุงแล้ว มันเป็นวิธีที่ดี หรือถ้าใครอยากที่จะใส่ถุงพลาสติกธรรมดาเราก็สามารถทำได้ โดยการเอาเนื้อหมูออกมาเช็ดใช้ผ้าสะอาดๆชุบน้ำหมาดๆเช็ด หลังจากนั้นก็สามรถเอาเข้าตู้เย็นได้<br><br></div><div>– ส่วนผัก ผลไม้ สามารถแยกชนิดของผัก และผลไม้ ใส่ถุงพลาสติกหรือ ถุงถนอมอาหารได้ เก็บตามช่องผัก เป็นอันเรียบร้อย<br><br>ที่มา<br>http://www.ohlor.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 07:01:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204259216</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การถนอมอาหารในอดีต</title>
         <author>s6317296</author>
         <link>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204264127</link>
         <description><![CDATA[<div>1. เก็บในสภาพสด<br><br></div><div><strong>หอม กระเทียม</strong> : แขวนไว้บนราวใต้ถุนบ้าน ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จะเป็นการลดปริมาณน้ำของหอมและกระเทียม ทำให้สามารถเก็บไว้ได้นาน<br><br></div><div><strong>ฟักเขียว ฟักทอง</strong> : เป็นผักที่มีเปลือกหนา จะสามารถเก็บไว้ได้นาน ถ้าเก็บในที่ร่มและอากาศถ่ายเทได้สะดวก<strong>มะนาวสด</strong> : ซึ่งใช้วิธีฝังทรายที่พรมน้ำเล็กน้อย จะเป็นการช่วยลดอุณหภูมิทราย จะป้องกันไม่ให้ผิวของเปลือกมะนาวสัมผัสอากาศ เป็นการป้องกันการเหี่ยว ทำให้สามารถเก็บมะนาวได้เป็นเวลาหลายเดือน<br><br></div><div>2. การแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ<br><br></div><div>มีการปฏิบัติต่อเนื่องกันมาหลายวิธี แต่ละวิธีอาจจะแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ความนิยมในท้องถิ่น ซึ่งอาจจะแบ่งออกได้ ดังนี้<br><br></div><div>2.1 การทำให้แห้ง<br><br></div><div><strong>– การตากแดด<br></strong><br></div><div><strong>การผึ่งลม และตากแดดให้แห้ง</strong> เพื่อจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น กล้วยตาก ปลาแห้ง ผักตากแห้ง เครื่องเทศ เป็นต้น<br><br></div><div>2.2 การรมควัน<br><br></div><div>วิธีนี้จะใช้ในการเก็บรักษาปลา ในรูปของ<strong>ปลาย่างแห้ง </strong>ขั้นต้นต้องทำความสะอาดปลา โดยเอาไส้และพุงออกให้หมด ล้างให้สะอาด แล้ววางปลาบนตะแกรงไม้ไผ่เหนือกองไฟ ที่มีควัน เชื้อเพลิงที่ใช้เพื่อทำให้เกิดควัน ได้แก่ <strong>กาบมะพร้าว ชานอ้อย ขี้เลื่อย</strong> โดยทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างช้าๆ และมีควันออกมา จะต้องครอบเตาด้วยภาชนะที่สามารถเก็บควันให้รมปลาอยู่ภายใน ใช้ถ่านหรือฟืนเป็นตัวที่ทำให้เกิดความร้อนในการย่าง <strong>หมั่นกลับปลาบ่อยๆ ควันจะจับที่ตัวปลา แล้วยังจับที่ผิวของปลา</strong> ทำให้มีสีน้ำตาลอมเหลือง และทำให้ปลามีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ชวนรับประทาน<br><br></div><div>2.4 การทอดหรือการคั่ว<br><br></div><div><strong>– การทอด<br></strong><br></div><div>ทำได้โดยนำผลิตผลทางการเกษตรมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นบางๆ ตามความชอบ ของแต่ละครอบครัว แล้วนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ พอสุก ก็นำขึ้นจากน้ำมัน ตั้งทิ้งไว้บนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมน้ำเชื่อมข้นมากๆ แล้วนำผักหรือผลไม้ที่สะเด็ดน้ำมันแล้ว ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันดี น้ำตาลจะเคลือบชิ้นผักหรือผลไม้นั้น ทิ้งไว้ให้แห้ง น้ำตาลที่เคลือบจะแข็งตัว ถ้าเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด จะสามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น <strong>กล้วยฉาบ เผือกฉาบ หรือ ถั่วลิสงคลุก</strong> เป็นต้น<br><br></div><div><strong>– การคั่ว<br></strong><br></div><div>เป็นการทำผลิตผลการเกษตรให้สุก โดยคนกลับไปกลับมาในกระทะที่ตั้งไฟให้ร้อน เช่น ถั่วลิสงคั่ว หรือถ้าผลิตผลนั้น มีเปลือกหนา เช่น มะก่อ เกาลัด ในการคั่ว ส่วนมากจะใช้ทราย ช่วยในการกระจายความร้อนเข้าไปในเนื้อของเม็ดมะก่อ หรือเกาลัด เพื่อเนื้อจะได้สุกอย่างสม่ำเสมอ โดยปลือกไม่ไหม้ เมื่อสุกแล้ว นำมาแยกออกจากทราย ผึ่งให้เย็น เก็บไว้รับประทานได้หลายวัน<br><br></div><div>2.5 การหมักเกลือ<br><br></div><div>การถนอมผลิตผลการเกษตร โดยใช้เกลือเป็นตัวช่วยในการรักษา ไม่ให้ผลิตผลเน่าเสียง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ซึ่งมีโปรตีนสูง ถ้าทิ้งไว้จะเกิดการเน่าเสีย ดังนั้น ในกรณีที่มีปริมาณมาก ไม่สามารถรับประทานได้หมด จึงจำเป็นต้องเก็บไว้ เพื่อรับประทานได้นานวัน <strong>โดยคลุกเนื้อสัตว์กับเกลือ ทำให้เนื้อสัตว์มีรสเค็ม</strong> ซึ่งทำให้เกิดภาวะไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์<strong> โดยทั่วไปมักจะเอาเนื้อหมัก เกลือนั้นมาตากแดด 1-2 วัน</strong> แล้วจึงเก็บไว้ เพื่อรับประทานได้หลายวัน หรือแขวนผึ่งลมให้ เนื้อแห้ง อาจจะทอดหรือปิ้งก่อนรับประทาน ซึ่ง เกลือจะช่วยเสริมให้เนื้อสัตว์นั้นมีรสดีขึ้น<br><br></div><div>2.6 การหมักดอง<br><br></div><div>คนไทยส่วนใหญ่จะกล่าวถึงการหมัก และการดองควบคู่กันไป แต่ในหลักการถนอมอาหาร ถึงแม้ว่าคนในสมัยก่อนจะไม่ทราบ แต่<strong>การหมัก (fermentation) และการดอง (pickling)</strong> นั้นต่างกัน โดยวิธีทำ คือ<br><br></div><div><strong>– </strong>การหมัก<br><br></div><div>หมายถึง การถนอมอาหาร โดยอาศัยจุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์บางชนิด เป็นตัวช่วยในการย่อยสลาย หรือเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของวัตถุดิบ อาจเติมเกลือหรือไม่ก็ได้ และอาจเติมส่วนประกอบอย่างอื่น เช่น ข้าวคั่ว เพื่อเสริมให้จุลินทรีย์มีบทบาทในการหมัก ทำให้เกิดรสชาติที่ต้องการ ซึ่งอาจต้องหมักทิ้งไว้ ประมาณ 2-3 วัน หรือหลายเดือน แล้วแต่ชนิดของผลิตภัณฑ์ เช่น <strong>น้ำปลา ปลาร้า ปลาเจ่า หม่ำ ไส้กรอก (เปรี้ยว) เค็มหมักนัด ข้าวหมาก อุ (น้ำเมาหมักจากข้าว) ผักกาดดอง และหน่อไม้ดอง</strong> เป็นต้น<br><br></div><div><strong>– </strong>การดอง<br><br></div><div>หมายถึง <strong>การถนอมอาหารในน้ำเกลือ และมีน้ำส้มเล็กน้อย</strong> อาจเติมเครื่องเทศ น้ำตาล หรือน้ำมันด้วยก็ได้ การดองอาจอาศัยเชื้อจุลินทรีย์เข้าไปช่วย ถ้าดองในน้ำเกลือ ที่มีความเข้มข้นต่ำ เช่น แตงกวาดอง กระเทียมดอง ขิง ดอง เป็นต้น หรืออาจดองโดยไม่ต้องอาศัยเชื้อจุลินทรีย์เลย ซึ่งมักใช้กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว หรือที่มีความเป็นกรดสูง และใช้น้ำเกลือที่เค็มจัด เช่น มะม่วงดอง เป็นต้น<br><br></div><div><strong>In the end.</strong> กรรมวิธีในการถนอมอาหารแบบที่คนสมัยก่อนได้สอนบอกต่อกันมานั้น หากพูดในเรื่องของ<strong>ถนอมอาหารแบบการหมักดอง</strong> ยังสามารถแยกย่อย ได้อีกเช่น การหมักดองที่แบ่งออกตามประเภทของวัตถุดิบของการเกษตรที่ใช้ คือ การหมักดองผักและผลไม้ การหมักดองสัตว์น้ำ การหมักดองเนื้อสัตว์ การดองอาหารอื่นๆ การดองไข่เค็ม อ่านต่อที่นี่ <a href="https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/105620.html"><strong>วิธีการถนอมอาหาร แบบการหมัก-ดอง&nbsp;<br></strong></a><strong><br>ที่มา</strong></div><div>https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/105596.html<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 07:05:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204264127</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สาเหตุของการเปลื่อนแปลงการถนอมอาหารจากอตีคถึงปัจจุบัน</title>
         <author>s6317296</author>
         <link>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204268996</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การถนอมอาหาร</strong>ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นกรรมวิธีที่มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณนานมาแล้ว เพราะสมัยก่อนตั้งแต่ยังไม่มีตู้เย็น การจะเก็บรักษาเนื้อสัตว์ก็ใช้วิธีตากแดดให้แห้ง การเก็บรักษาด้วยเกลือ หรือแม้แต่วิธีหมักดองแบบคนจีน คนไทยเราก็โตมากับวิธีการถนอมอาหารทั้งนั้น เพียงแต่หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าอาหารที่กินไปนั้นมีที่มาอย่างไร อย่างเช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ผักดอง ของคนอีสาน ถั่วเน่า จิ้นส้มหรือแหนม ของคนเหนือ น้ำปลา ข้าวหมาก ของภาคกลาง กะปิ น้ำบูดู และหนาง ของคนใต้ ในยุคปัจจุบันอาหารที่เป็นสากล พวก แฮม เบคอน ซอส กิมจิ เต้าเจี้ยว โชยุ มิโสะ ฯลฯ ก็ล้วนผ่านการถนอมอาหาร ก่อนที่จะมาเป็นอาหารด้วยกันทั้งนั้น<br><br></div><div>สมัยก่อนการถนอมอาหารต้องทำครั้งละมาก ๆ เพราะต้องเก็บไว้ ให้ได้มีกินมีใช้นาน ๆ ข้ามเดือน ข้ามปี นั่นก็เพราะลมฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอน ฤดูกาลที่อาจจะแปรปรวนได้ทุกเมื่อ และ<strong>การถนอมอาหารก็เปรียบดังวัฒนธรรมประเพณีที่มีวิธีการที่ต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่</strong> ในทางวิทยาศาสตร์นั้น การถนอมอาหารก็คือการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ที่อยู่ในอาหารที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็นนั่นเอง<br><br></div><div>Advertisementขอบคุณภาพประกอบ</div><div>&nbsp;<a href="https://pxhere.com/en/photo/745079">pxhere</a></div><div>ปัจจุบันนี้การถนอมอาหารถูกพูดถึงอย่างมากอีกครั้ง นั่นก็เพราะสถานการณ์<strong>ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19</strong> กำลังแพร่ระบาด และเป็นที่คาดการณ์กันว่าอาจยาวนานกินวงกว้างไปทั่วโลก ทำให้ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน มีการกักตุนอาหาร ของกินของใช้ต่าง ๆ การถนอมอาหารก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการเก็บรักษาอาหาร ยืดอายุอาหารให้ยาวนานกว่าปกติ เราจะมาดูกันว่าเมื่อถึงวันที่เราต้องกักตุนอาหารไว้ในบ้านให้พอกินพอใช้นั้นเราจะทำอย่างไรได้บ้างขอบคุณภาพประกอบ<br><br></div><div>&nbsp;<a href="https://pxhere.com/en/photo/713239">pxhere</a></div><div>เริ่มที่คนยุคใหม่รู้จักกันดีเลยก็คือการ freeze หรือแช่แข็ง การแช่แข็งต่างจากการแช่เย็น เพราะการแช่แข็งที่ดีนั้น อุณหภูมิต้องต่ำกว่า -18 องศา เพราะจะทำให้<strong>การถนอมอาหาร</strong>นั้น สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปีเลยทีเดียว ขณะที่การแช่เย็นแบบตู้เย็นในบ้านเรานั้น อุณหภูมิเพียง -5 องศา ระยะเวลาการถนอมอาหารก็จะสั้นกว่า อาหารประเภท frozen food จะพบเห็นได้ตามตู้แช่แข็งใน Supermarket ในห้างสรรพสินค้ามากมาย พวกปลา กุ้ง ปลาหมึก มันฝรั่งนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ<br><br></div><div>Advertisement</div><div><strong>ภาพประกอบโดยผู้เขียน</strong></div><div><strong>การหมักดอง </strong>ที่เรารู้จักกันดีก็จะเป็นพวก ผักกาดดอง กระเทียมดอง ขิงดอง แตงกวาดอง ผักเสี้ยนดอง บ๊วยดอง การหมักดองประเภทนี้มักจะใช้กับพืชผัก โดยการหมักในน้ำเกลือ หรือน้ำส้ม หรือการดองอาหารทะเลแบบ หอยดอง กั้งดอง ปูเค็ม ฯลฯ กรรมวิธีก็เพียงแต้มเกลือกับน้ำให้เดือด ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาราดจนท่วมสิ่งที่เราต้องการดอง จากนั้นก็ปิดฝาไม่ให้อากาศเข้าได้ หมักทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน ถ้าต้องการดองให้มีรสหวานด้วย อย่างขิงดอง ก็เพียงแต่เติมน้ำตาล น้ำส้ม เข้าไปด้วย ก็จะออกไปทางรสหวาน หรือสามรส ส่วน<strong>การหมักเกลือ</strong>ก็แทบจะเป็นเหมือนวัฒนธรรมพื้นถิ่นของทุกภาคของคนไทยไปแล้ว อย่างพวก ปลาร้า ปลาจ่อม น้ำบูดู หนาง จริง ๆ แล้วกรรมวิธีถนอมอาหารแบบนี้ทำกันทุกภาคคล้าย ๆ กัน แต่ชื่อเรียกแตกต่างกันไปเท่านั้นเอง<br><br></div><div>Advertisementขอบคุณภาพประกอบ</div><div>&nbsp;<a href="https://pxhere.com/en/photo/745079">pxhere</a></div><div><strong>การเชื่อม </strong>การเชื่อมน้ำตาลก็เป็นการถนอมอาหารอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนมากนิยมใช้กับผลไม้ เพราะความร้อนและน้ำตาลจะยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้ดี ที่เราเห็นกันตามตลาดบ่อย ๆ ก็พวกมันเชื่อม สาเกเชื่อม ลูกตาลเชื่อม ขนุนเชื่อม ฯลฯ การเชื่อมหวานแบบนี้จะสามารถเก็บถนอมอาหารได้เป็นระยะเวลานาน แล้วก็ยังมีการเชื่อมแห้ง หรือที่เรียกว่า<strong>การฉาบ </strong>ด้วยเหมือนกัน การฉาบจะเคี่ยวจนน้ำตาลงวดกว่าการเชื่อม เคี่ยวจนน้ำตาลเกือบจะจับตัวเป็นก้อน แล้วเอาผลไม้ต่าง ๆ ลงไปคลุกเคล้า ที่เป็นที่นิยมก็คือ มันฉาบ กล้วยฉาบขอบคุณภาพประกอบ<br><br></div><div>&nbsp;<a href="https://pxhere.com/en/photo/539086">pxhere</a></div><div><strong>การแช่อิ่ม</strong> การแช่อิ่มก็คือการหมักดองโดยใช้น้ำตาลแทนเกลือนั่นเอง และส่วนใหญ่จะใช้กับผัก ผลไม้ที่มีรสขื่น ๆ หรือรสเปรี้ยวจัด ๆ ในวิธีโบราณอาจจะกำจัดความเปรี้ยวก่อนด้วยการเอาไปแช่น้ำปูนใส แล้วค่อยมาแช่น้ำเชื่อม แล้วปิดฝาให้สนิท ไม่ให้อากาศเข้าได้ ระยะเวลา 4-7 วัน ผลไม้ที่นิยมแช่อิ่มก็จะได้แก่ มะกอก มะดัน มะยม มะม่วง มะขามขอบคุณภาพประกอบ<br><br></div><div>&nbsp;<a href="https://pxhere.com/en/photo/872878">pxhere</a></div><div><strong>การตากแห้ง ตากแดด</strong> น่าจะเป็นวิธีการถนอมอาหารที่ง่ายและประหยัดที่สุดแล้ว โดยจะนิยมใช้กับอาหารทุกประเภท ตั้งแต่เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ กรรมวิธีก็เพียงแต่เอามาตากแดดจัด ๆ เพื่อไล่ความชื้นออกจากอาหาร เพราะการโดนแดดจัด ๆ นั้น จะทำให้จุลินทรีย์ในอาหารตาย ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ทำให้สามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เน่าไม่เสีย ที่เป็นที่นิยมทำกันมากก็คือ ปลาแห้ง&nbsp; หมูแดดเดียว เนื้อแดดเดียว ผักกาดตากแห้ง กล้วยตากขอบคุณภาพประกอบ<br><br></div><div>&nbsp;<a href="https://pxhere.com/en/photo/1365800">pxhere</a></div><div><strong>การถนอมอาหารนั้นทำให้เราเก็บอาหารต่าง ๆ ไว้ได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น</strong> แต่ก็ต้องคำนึงถึงความสะอาด ถูกหลักอนามัยด้วยเช่นกัน ในครอบครัวสมัยใหม่การถนอมอาหารอาจไม่เป็นที่นิยมเท่าใดนัก แต่บางครั้งการเก็บอาหารอย่างดี รู้วิธีรักษาสภาพอาหาร รู้จักประยุกต์ปรับใช้ ก็ถือเป็นการถนอมอาหารให้ยืนยาวกว่าปกติได้ด้วยเช่นกัน อย่างการห่อผักผลไม้ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ การคั้นน้ำมะนาวแช่เย็นไว้ก่อนจะถึงหน้าร้อนที่มะนาวแพง การแช่แข็งเนื้อหมู เนื้อวัว ในถุง หรือกล่องพลาสติกโดยการหั่นแยกให้พอดีต่อการทำอาหารในแต่ละมื้อ การไม่ต้องล้างไข่ไก่ การเก็บหอมกระเทียมไว้ในถุงตาข่ายระบายอากาศ การแช่ใบมะกรูดเพื่อไล่แมลงในถังข้าวสาร การเก็บผักในถุงซิบล็อค หรือกล่องพลาสติก หรือการใช้ฟิล์มห่อหุ้มผลไม้ วิธีการเหล่านี้ล้วนเป็นการถนอมอาหารให้เก็บไว้ได้อย่างยาวนานขึ้น<br><br></div><div>ยิ่งในสถานการณ์ไวรัสระบาด ออกไปนอกบ้านแต่ละครั้งก็ลำบากแบบนี้ด้วยแล้ว การใส่ใจเรื่องการเก็บอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่เราทุกคนต้องเตรียมพร้อมไว้ในยามจำเป็น <strong>การถนอมอาหารนอกจากจะเก็บรักษาอาหารไว้ได้ยาวนานขึ้นแล้ว ยังเป็นการรู้จักใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วยเช่นกัน<br>ที่มา<br>https://food.trueid.net/detail/v1pym9OrobN6</strong></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 07:09:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6317296/Bookmarks/wish/2204268996</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
