<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ส่งงานวิจัยบทที่ 5 by Abhichat Anukulwech</title>
      <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5</link>
      <description>ส่งงานวิจัยบทที่ 5 ตามที่วิทยากรมอบหมาย</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-09-11 09:09:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2021-09-12 08:10:34 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/263a.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733184902</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร (20105-2005) เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจรดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของเอกรัฐ หล่อพิเชียร (2560 หน้า 1120) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง โปรโตคอล TCP /P เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาวิชาการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผลการวิจัยพบว่านักศึกษาทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่องโปรโตคอล TCP/IP&nbsp; วิชาการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:21:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733184902</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733185068</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่าน เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 82.17/82.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่าน วิชา ภาษาไทย ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน&nbsp; ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขตามลักษณะของแบบฝึกที่ดี ตามกรมวิชาการ (2542:40)ซึ่งได้เสนอแนวคิดเพื่อกำหนดกิจกรรมในแบบฝึกทักษะ&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา และ วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์(2545:131) กล่าวว่า ลักษณะของแบบฝึกที่ดีควรเป็นสิ่งที่นักเรียนเรียนมาแล้ว เหมาะสมกับระดับวัย และความสามรถของนักเรียน และท้าทายให้นักเรียนแสดงความสามารถ สนุกสนานปลุกความสนใจหรือเร้าใจ สอดคล้องกับผลการวิจัยของ ประภาพร อัมสงคราม(2545:107)ที่ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่องการสะกดคำและแจกลูกของหนังสือเรียนภาษาไทยเล่ม1ชั้นประถมศึกษาปีที่1</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:21:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733185068</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733193381</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบใช้นิทานส่งเสริคุณธรรมจริยธรรม เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบนิทานส่งเสริคุณธรรมจริยธรรม ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของดุจเดือน พันธุมนาวิน (2557, หน้า 2) ที่ทำวิจัยเรื่องการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติธรรม การเล่นแบบร่วมมือ&nbsp; เพื่อศึกษาการรับรู้วินัยของเด็กปฐมวัย เพื่อปรับเปลี่ยนพฤิกรรมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนวัดบางโฉลงนอก(ประสิทธิ์บำรุง)ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และหลังทำกิจกรรมได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้แบบใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:33:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733193381</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733200266</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาภาษาไทยเป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาไทย ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของชาญชัย &nbsp; ศุภอรรถ (2562,บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัยหนังสือวรรณคดีไทยสามมิติ เรื่องหลวิชัย คาวี ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ผลการวิจัยพบว่าความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก</div><h1><br></h1><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:43:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733200266</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733202291</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 78.23/78.89&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน
 ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ ชาติ คนอยู่ตระกูล (2561 หน้า 136) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ วิชาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีผลวิจัยดังนี้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงฯประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 86.19 /90.88 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:45:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733202291</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733202354</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้ชุดกิจกรรมเกมการศึกษาด้วยสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 82.25/82.25 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดกิจกรรมเกมการศึกษาด้วยสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp; ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา <strong>สอดคล้องกับงานวิจัยของ</strong></div><div><strong>&nbsp;เกวลี ผาใต้&nbsp; (2561)</strong> ที่ทำวิจัยเรื่อง สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้เพื่อการพัฒนาความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ผลการวิจัยพบว่า <strong>ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้น</strong>สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้เพื่อการพัฒนาความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย <strong>ที่มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:46:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733202354</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผล วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733202906</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.00/83.79&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ จักรพงษ์ ไกรเพ็ชร และ แก้วใจ อาภรณ์พิศาล&nbsp; (2561 หน้า 1143) ที่ทำวิจัยการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง&nbsp; การพัฒนาสื่อการสอน วิชา วิทยาศาสตร์หน่วยการเรียนรู้โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม มีค่าเท่ากับ 80.13/82.54 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:46:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733202906</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733204787</link>
         <description><![CDATA[<div>ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาวิชาภาษาไทย (ท11101) เรื่อง มาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนวัดบางโฉลงใน เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.24/82.41&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาวิชาภาษาไทย (ท11101) ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ หทัยภัทร อัมพรไพโรจน์และกรวิภา สรรพกิจจานง (2563 หน้า 338) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง สถานที่&nbsp; ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ หนังสือนิทาน AR ชุด The fun of travel&nbsp; โดยมีผลการวิจัยพบว่า การหาประสิทธิภาพของหนังสือ นิทาน AR ชุด The fun of travel สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 81.19/80.23&nbsp; ซึ่งเป็นไป ตามเกณฑ์ที่กาหนดของ E1/E2 คือ 80/80 ตามที่กำหนดไว้&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:49:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733204787</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733206130</link>
         <description><![CDATA[<div>1.&nbsp;ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการแต่งกลอนสุภาพ&nbsp; วิชาภาษาไทย เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ย เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการแต่งกลอนสุภาพ ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา&nbsp; โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ&nbsp; มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของธนพร&nbsp; อินศรี (2562, บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัย เรื่อง การพัฒนาแบบฝึกทักษะ การแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด)ชุด “นักกลอนน้อย” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์) ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพสำหรับแบบฝึกทักษะ การแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด) ชุด “นักกลอนน้อย” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่า E1/E2 เท่ากับ 84.91/90.09&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:51:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733206130</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733206555</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การวิเคราะห์การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วิชาคณิตศาสตร์ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากแบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การวิเคราะห์การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วิชาคณิตศาสตร์ ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าว คือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของนายสุทัศน์ พนุมรัมย์ (2561 หน้า 7) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบ โดยการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนพญาไท ผลการวิจัยพบว่าพบประสิทธิภาพในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบ โดยการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียนก่อน 80.25 และหลังใช้ชุดแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการบวกและการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3&nbsp; 85.36 ดังนั้นประสิทธิภาพชุดแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3&nbsp; มีค่าเท่ากับ 80.25/85.36 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:51:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733206555</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author>mangopor</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733208221</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาดนตรี เรื่องประเภทของเครื่องดนตรีสากล เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.17/84.49 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาดนตรี เรื่องประเภทของเครื่องดนตรีสากล ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ อัครเทพ อัคคีเดช (2563:61) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่อง เครื่องดนตรีสากล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์&nbsp; ผลการวิจัยพบว่าสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่องเครื่องดนตรีสากลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์ มีประสิทธิภาพโดยรวม 90.98/89.53 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:54:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733208221</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author>jirayumeepake</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733209841</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเป่าขลุ่ยด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมเป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยเท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากแบบฝึกทักษะการเป่าขลุ่ยด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของอัครเทพ อัคคีเดช (2563) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมเรื่อง เครื่องดนตรีสากลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่อง เครื่องดนตรีสากล ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 84.32 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 90.24 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมเรื่อง เครื่องดนตรีสากล มีค่าเท่ากับ 84.32/90.24 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:56:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733209841</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733212053</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>&nbsp;</div><div>1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมตามแนวคิดของโคดายผสมทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนวัดบางโฉลงใน ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 ชุด เท่ากับ 85.43/85.43&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดกิจกรรมตามแนวคิดของโคดายผสมทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน</div><div>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ วีรภัทร ชาตินุช (2560 หน้า 83) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาโสตทักษะวิชาดนตรีสากลโดยใช้ชุดกิจกรรมตามแนวคิดของธอร์นไดค์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สาขาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 80.00 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 93.23 ดังนั้นประสิทธิภาพชุดกิจกรรมตามแนวคิดของธอร์นไดค์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp; มีค่าเท่ากับ 80.00/93.23 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 04:59:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733212053</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733212982</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์แบบฝึกทักษะ วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประมถมศึกษาปีที่ 3&nbsp; เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ย เท่ากับ 82.17/85.90 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์แบบฝึกทักษะ วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประมถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของปิ ยนุช เจริญยัง(2558 หน้า 26) ที่ทำวิจัยเรื่องแบบฝึกทักษะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ ของนกัเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:00:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733212982</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733213805</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 4 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษาดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียนครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของเพ็ญนภา บุญก้อน ณัฐพร แสงศิริและ วชิระ วิชชุวรนันท์ (2562, หน้า 161) ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดการสอน เรื่อง อวัยวะของเรา และอาหารหลักของเรา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชุดการสอน ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ (80/80) ได้ค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 84.67/85.28 และ 86.67/87.22&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:02:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733213805</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733215612</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบการจัดกิจกรรมเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์ และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ วิริยะ&nbsp; สิริสิงห ( 2537 : 39) ที่ทำวิจัยเรื่องการเล่าเรื่องให้เด็กฟังและสนทนาโต้ตอบ&nbsp; อภิปรายซักถาม&nbsp; แสดงข้อคิดเห็นและท่าทางประกอบเรื่องราว&nbsp; หรือประสบการณ์รอบตัว&nbsp; ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการเล่าเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน โรงเรียนวัดบางโฉลงนอก(ประสิทธิ์บำรุง) ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และทำกิจกรรมหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้แบบใช้การเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมคุณธรรม&nbsp; มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:04:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733215612</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733217569</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ&nbsp; ดวงกมล พลคร (2553.) ที่ทำวิจัยเรื่อง&nbsp; การพัฒนาแบบประเมินทักษะทางภาษาสําหรับเด็กปฐมวัย เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนวัดบางโฉลงนอก (ประสิทธิ์บำรุง) ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และหลังทำกิจกรรมได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพการพัฒนาแบบประเมินทักษะทางภาษาสําหรับเด็กปฐมวัย มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:07:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733217569</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author>sarinya168</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733218499</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 2 เรื่อง เท่ากับ 82.16/85.19&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ </strong>&nbsp;พรทิพย์ ปริยวาทิต <strong>&nbsp;(2558 หน้า 99) ที่ทำวิจัยเรื่อง</strong>การพัฒนาบทเรียน Augmented Reality Code เรื่องคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 2 วัดตานีนรสโมสร สังกัดเทศบาลเมืองปัตตานี มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.97/86.67&nbsp; <strong>ซึ่งเป็นไปตามเกณ์ที่กำหนดไว้</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:08:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733218499</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การอภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่1 1.ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ปฐมวัย เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49  ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ปฐมวัยดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้  โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี  มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน  ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน  สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของดุจเดือน พันธุมนาวิน (2557 หน้า2) ที่ทำวิจัยเรื่องการเล่านนิทานคติธรรม การเล่นแบบร่วมมือเพื่อศึกษาการรับรู้วินัยของเด็กปฐมวัย เพื่อปรับพฤติกรรมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 ของโรงเรียนวัดบางโฉลงใน  ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ทำกิจกรรมได้โดยถูกต้อง โดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และหลังจากการทำกิจกรรมได้ถูกต้องและแม่นยำโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้แบบใช้นิทานคุณธรรมจริยธรรมมีค่าเท่ากับ 85.00/92.55  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้   </title>
         <author>duangporndan</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733219976</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:10:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733219976</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733220020</link>
         <description><![CDATA[<div>1.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบแบบร่วมมือโดยใช้ผังมโนทัศน์ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 78.17/78.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้ผังมโนทัศน์ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยเริ่มจากการเลือกและเรียบเรียงเนื้อหาที่เรียนในหน่วยการเรียนรู้ ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร เนื้อหา ตัวชี้วัด และการวัดผลประเมินผล ตลอดจนศึกษาคู่มือการจัดการเรียนรู้ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สอดคล้องกับงานวิจัยของน้ำผึ้ง&nbsp; เสนดี (2560 หน้า 159) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์รายวิชาชีววิทยา เรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรูปแบบ STAD ร่วมกับการใช้ผังมโนทัศน์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5&nbsp; ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 77.10 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 76.67 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้แบบร่วมมือรูปแบบ STAD ร่วมกับการใช้ผังมโนทัศน์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 77.10/76.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:10:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733220020</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย            วัตถุประสงค์ข้อที่ 1                                                                </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733220270</link>
         <description><![CDATA[<div>ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ย เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม ป.5 ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของพันทิพา หนูซื่อตรง ( 2560 หน้า 128 ) ที่ทำวิจัยเรื่องผลการเรียนด้วยหนังสือเรียนร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:11:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733220270</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733221516</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ความเป็นจริงส่งเสริม วิชา ภาษาอังกฤษ&nbsp; เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยการเขียนตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษวิชา ภาษาอังกฤษดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการจัดการเรียนรู้ ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ สุพัชรา&nbsp; กัลยาณะ ศักดิ์ (2563 หน้า 1) ที่ทำวิจัยเรื่องการเขียนตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษเพื่อศึกษาการเรียนรู้ของเด็กประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเขียนตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนธนสิทธิ์อนุสรณ์ผลการวิจัยพบว่านักเรียนเขียนได้ถูกต้องเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และเขียนตัวเลขได้ถูกต้องโดยคิดเป็นร้อยละ&nbsp; 85.00 ดังนั้นประสิทธิภาพในการเรียนการเขียนตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษมีค่าเท่ากับ&nbsp; 85.00/90.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:13:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733221516</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733221754</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาคณิตศาสตร์ ป.2 เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาคณิตศาสตร์ ป.2 ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียนครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของเกศรินทร์ ศรีเงิน อรญา เสียงเลิศ และ สุทธิกานต์ บ่อจักรพันธ์ (2558, หน้า 70) เรื่อง สื่อมัลติมิเดียกลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่อง เรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึ้นนั้นมีค่าประสิทธิภาพของบทเรียนเท่ากับ 76.00/91.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่&nbsp; กำหนดไว้คือ 70/70 ในการศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษาเนื้อหาตามหลักสูตรและได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชา ซึ่งท่านได้ชี้แนะเกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียนเรื่องเรขาคณิตที่พัฒนาขึ้นเป็นสื่อการสอนที่ทันสมัย นักเรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง ทำให้สนุก ตื่นเต้น เกิดแรงจูงใจในการเรียน เมื่อไม่เข้าใจในเนื้อหาส่วนใดก็สามารถย้อนกลับไปศึกษาเพิ่มเติมได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:13:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733221754</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733222123</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนและร้อยละ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนและร้อยละดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ ชาติ คนอยู่ตระกูล (2561 หน้า 136) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ วิชาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ วิชาคณิตศาสตร์ สาหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัย เสนอผลการอภิปรายดังต่อไปนี้ พบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงฯประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 86.19 /90.88 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75 ซึ่งผลเป็นไปตามวัตถุประสงค์การวิจัยที่ตั้ง ไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:13:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733222123</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733223505</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ ปภาณิน สินโน&nbsp; ( 2558, บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัยเรื่อง ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประสิทธิภาพสำหรับ มีค่า E1/E2 เท่ากับ 85.56/80.70 &nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:15:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733223505</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย  วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733224893</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาภาษาไทย เรื่องการใช้คำพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ย เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาภาษาไทย เรื่องการใช้คำพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6&nbsp; ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ ปิยะ ถิรพันธุ์เมธีและพัธรวัลย์ แซ่เฮ้ง (2558 หน้า 34)&nbsp; ที่ทำวิจัยเรื่องสื่อการเรียนโดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง วิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถม ศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้(E1 /E2 ) เท่ากับ 82.12/86.21 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์80/80 ที่กำหนดไว้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:17:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733224893</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733225199</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของประไพพร&nbsp; พลเยี่ยม (2553) วิจัยเรื่องการสร้างมัลติมิเดียประกอบการสอน เพื่อให้นักเรียน ได้เรียนรู้ การใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) ของโรงเรียงวัดบางโฉลงนอก ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) &nbsp; มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:18:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733225199</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733226232</link>
         <description><![CDATA[<div>ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 3 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของปภาณิน สินโน (2558 หน้า 87) ที่ทำวิจัยเรื่อง ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหามีความเห็นว่าสื่อความเป็นจริงเสริมเรื่อง ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา มีความเห็นว่าสื่อความเป็นจริงเสริม มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:19:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733226232</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733228079</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสต์ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยเท่ากับ 80.17/80.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ เกศรินทร์ ศรีเงิน,อรญา เสียงเลิศและ สุทธิกานต์ บ่อจักรพันธ์2 (2560,บทคัดย่อ ) ที่ทำวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์สื่อมัลติมิเดียกลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่องเรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยี ความจริงเสริมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3&nbsp; ผลการวิจัยพบว่านักศึกษาทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 76.00 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 91.00 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง เรขาคณิต วิชาคณิตศาสตร์มีค่าเท่ากับ 76.00/91.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:21:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733228079</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่1</title>
         <author>uttha46c</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733228805</link>
         <description><![CDATA[<div>ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของศิริพร&nbsp; มิขำและคณะ (2560 หน้า 23) การพัฒนาหนังสือ 3 มิติ ความเป็นจริงเสริม เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4&nbsp; พบว่าหนังสือ 3 มิติความเป็นจริงเสริม ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:22:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733228805</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733230017</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมวิชาคณิตศาสตร์ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยเท่ากับ 84.17/84.49 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเรขาคณิต ดังกล่าวได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของเกศรินทร์ ศรีเงิน (2558) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง เรขาคณิตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 76.00 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 91.00 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง เรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยีความจริงเสริมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเท่ากับ 76.00/91.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้&nbsp; &nbsp; &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:24:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733230017</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author>phornthip1995</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733232312</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 78.23/78.89&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ วิลดา หอมจันทร์สุธาวัลย์ หาญขจรสุข และ ชนิดา มิตรานันท์ (2563 หน้า 12)สื่อเทคโนโลยีความจริงเสมือน (AR) เรื่อง จำนวนนับ สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาทางคณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.67/88.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:27:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733232312</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสุงค์ข้อที่ 1</title>
         <author>sujitra_maka</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733239662</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ทักษะการอ่านภาษาไทย เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมทักษะการอ่านภาษาไทยดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ&nbsp; ปิยะ ถิรพันธุ์เมธ (2558,บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัยเรื่อง การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อพัฒนาสื่อการเรียนวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยมีผลวิจัยดังนี้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงฯประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ&nbsp; 82.12/86.21&nbsp; ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80<br>ที่กำหนดไว้&nbsp;</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:37:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733239662</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733241364</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ภาษาอังกฤษ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจรดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน</div><div>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ ปัญจรัตน์ทับเปีย (2555) ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาชุดสื่อประสมแบบโลกเสมือนผสานโลกจริงเรื่อง โครงสร้างและการทำงานของหัวใจ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของชุดสื่อประสม แบบโลกเสมือนผสานโลกจริง เรื่องโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.33/81.11 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 และพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ยังพบว่า ความสนใจของนักเรียนที่มีต่อเนื้อหา รูปแบบการนำเสนอ และการใช้งานชุดสื่อประสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และสอดคล้องกับงานวิจัยของ จันทกานต์สถาพรวจนาและสกนธ์ม่วงสุ่น (2557) ผู้ทำการวิจัยเรื่อง การออกแบบและพัฒนาหนังสือเรียนที่ใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ซึ่งพบว่า หนังสือเรียนที่ใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ในการนำเสนอภาพประกอบแบบสามมิติได้ค่าประสิทธิภาพ 86.67/87.75 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ</div><div>85/85 นอกจากนี้ยังพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือเรียนที่ใช้เทคโนโลยี</div><div>ความเป็นจริงเสริม ในการนำเสนอภาพประกอบแบบสามมิติมีค่าสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือ</div><div>เรียนแบบปกติที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 และผู้เรียนมีความพึงพอใจหนังสือเรียนที่ใช้เทคโนโลยี</div><div>ความเป็นจริงเสริม ในการนำเสนอภาพประกอบแบบสามมิติในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:40:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733241364</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733241635</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของณัฐวดี ศิลิลากรณ์&nbsp; (2556 ) ที่ทำวิจัยเรื่องความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่น เพื่อศึกษาระดับความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาล2โรงเรียนวัดบางโฉลงนอกผลการวิจัยพบว่าหลังการทดลองระดับความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00และหลังทำกิจกรรมได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.55ดังนั้นประสิทธิภาพความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:40:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733241635</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย  วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733243499</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ&nbsp; เรื่องหลักธรรมทางศาสนา วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ย เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรมดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของปิยนุช&nbsp; เจริญยัง (2558 หน้า 27) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ เรื่อง พุทธประวัติ&nbsp; เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ผลการวิจัยพบว่านักศึกษาทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 77.70 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.90 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ เรื่องพุทธประวัติ&nbsp; วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม มีค่าเท่ากับ 77.70/85.90 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้&nbsp; &nbsp;&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:42:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733243499</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การอภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733245947</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ ณิรัชญา ยี่สุ่นเรือง (2560.) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย โดยการใช้กิจกรรมการล่านิทานประกอบภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ของโรงเรียนวัดบางโฉลงนอก(ประสิทธิ์บำรุง) ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และหลังทำกิจกรรมได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพการพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย มีค่าเท่ากับ 85.00/92.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:46:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733245947</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733254797</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 82.10/82.59&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของปภาณิน สินโน (2558 หน้า87) ที่ทำวิจัยเรื่องชุดการสอนความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่องชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่าคุณภาพของสื่อความเป็นจริงเสริม ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหามีความเห็นว่าสื่อความเป็นจริงเสริมเรื่อง ชุดการสอนความเป็นจริงเสริมเรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา มีความเห็นว่าสื่อความเป็นจริงเสริม มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 05:58:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733254797</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733257339</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 4 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษาดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียนครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของเพ็ญนภา บุญก้อน ณัฐพร แสงศิริ</div><div>และ วชิระ วิชชุวรนันท์ (2562, หน้า 171) ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดการสอน เรื่อง อวัยวะของเรา และอาหารหลักของเรา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนสนใจต่อกิจกรรมที่จัดขึ้นมากนักเรียนไม่เบื่อหน่ายในการเรียนทำให้บรรยากาศในการเรียนเป็นไปด้วยดี เนื่องจากกิจกรรมส่วนใหญ่ฝึกให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่มนักเรียนมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนหน้าที่กันในช่วงทำกิจกรรม ทำให้นักเรียนมีการปรับตัวในการทำงานเพื่อให้เข้ากับเพื่อน ๆ ในกลุ่มได้ รู้จักแก้ปัญหาร่วมกัน พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ช่วยสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีให้กับนักเรียน เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น ความรับผิดชอบและความกล้าแสดงออกึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่จะต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:02:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733257339</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733259075</link>
         <description><![CDATA[<div>1. สื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงสะกดภาษาอังกฤษ (Phonic)&nbsp; โดยใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp; เท่ากับ 77.49/79.55&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อ การเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงสะกดภาษาอังกฤษ (Phonic)&nbsp; โดยใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp; ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของสรียาภรณ์ นนทะปะ (2558 หน้า 33) ที่ทำ การพัฒนาการอ่านออกเสียงสะกดคำภาษาอังกฤษ (Phonics)&nbsp; โดยใช้แบบฝึกทักษะ เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านน้ำแคบ&nbsp;</div><div>ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 82.00 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 86.00 ดังนั้นประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงสะกดภาษาอังกฤษ (Phonic)&nbsp; วิชาภาษาอังกฤษ มีค่าเท่ากับ 82.00/86.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:04:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733259075</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733261640</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาอังกฤษ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 75.17/76.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาอังกฤษได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ เกวลี ผาใต้1* พิเชนทร์ จันทร์ปุ่ม2 และ อภิวัฒน์ วัฒนะสุระ 3&nbsp;(2563 หน้า 337) ที่ทำวิจัยเรื่อง&nbsp; สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้ Animal Planet Vocabulary Book with Augmented Reality Technology&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:07:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733261640</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733263109</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ วิชา ภาษาไทย เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/85.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากแบบฝึกทักษะ วิชาภาษาไทย ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทย ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยศิราณี แพทอง (2561 หน้า 40) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเขียนคำในภาษาไทยโดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียน เรื่อง อ่านหรรษา พาเขียนเพลิน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่านักเรียนทำแบบฝึกทักษะและแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 84.84 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.83 ดังนั้นประสิทธิภาพของการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเขียนคำในภาษาไทยโดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียน เรื่อง อ่านหรรษา พาเขียนเพลิน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่มีค่าเท่ากับ 84.84/85.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้</div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:08:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733263109</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การอภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่1</title>
         <author>pittayatonpit</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733264798</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ปฐมวัย เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ปฐมวัยดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของดุจเดือน พันธุมนาวิน (2557 หน้า2) ที่ทำวิจัยเรื่องการเล่านนิทานคติธรรม การเล่นแบบร่วมมือเพื่อศึกษาการรับรู้วินัยของเด็กปฐมวัย เพื่อปรับพฤติกรรมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 ของโรงเรียนวัดบางโฉลงใน&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ทำกิจกรรมได้โดยถูกต้อง โดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.00 และหลังจากการทำกิจกรรมได้ถูกต้องและแม่นยำโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.58 ดังนั้นประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้แบบใช้นิทานคุณธรรมจริยธรรมมีค่าเท่ากับ 85.00/92.55&nbsp; ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:10:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733264798</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733268123</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร (20105-2005) พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp;<br>&nbsp;วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร (20105-2005) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเอกรัฐ หล่อพิเชียร (2560 หน้า 1120) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง โปรโตคอล TCP /P เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาวิชาการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:15:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733268123</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733270311</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่าน วิชา ภาษาไทย เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 5 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่าน วิชา ภาษาไทย ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของถวัลย์ มาศจรัส และคณะ( 2550: 19) ที่กล่าวว่า หลักการสร้างแบบฝึกทักษะที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องมีลักษณะดังนี้ 1.ต้องสร้างแบบฝึกทักษะเสริมทักษะให้สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาและพัฒนาการของนักเรียนตามลำดับขั้นการเรียนรู้แบบฝึกทักษะต้องอาศัยรูปภาพจูงใจผู้เรียนและคุณและควรเรียงเนื้อหาตามลำดับจากง่ายไปหายาก<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:18:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733270311</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733270577</link>
         <description><![CDATA[<div>2.ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของของปภาณิน สินโน (2558 หน้า87) ที่ทำวิจัยเรื่องชุดการสอนความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่องชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:18:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733270577</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733272746</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบทดสอบให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเพ็ญนภา บุญก้อน ณัฐพร แสงศิริและ วชิระ วิชชุวรนันท์ (2562, หน้า 161) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนเรื่องอวัยวะของเรา และอาหารหลักของเรา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยมีนัยสำคัญที่ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:21:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733272746</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผลการอภิปรายผลการวิจัยวัตุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author>uttha46c</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733273872</link>
         <description><![CDATA[<div>2.&nbsp; ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของพันทิพา หนูซื่อตรงและอนิรุทธ์ สติมั่น (2561 หน้า 921) ที่ทำวิจัยเรื่องผลการเรียนด้วยหนังสือเรียนร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม และกระบวนการจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:22:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733273872</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733276455</link>
         <description><![CDATA[<div>2.ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ภาษาไทย พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของชาญชัย ศุภอรรถก<br>(2562,บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality)เรื่อง หลวิชัย คาวีด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนวิชาภาษาไทย โรงเรียนวัดบางโฉลงนอก (ประสิทธิ์บำรุง) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:26:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733276455</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733276737</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าว พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้ผังมโนทัศน์ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าว ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เหมาะสมกับนักเรียน มีแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของจริยา ขุนเศรษฐ์ (2551 หน้า 18 – 20) ที่ทำวิจัยเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอว์ร่วมกับแผนภูมิมโนทัศน์ที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์ร่วมกับแผนภูมิมโนทัศน์มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมีหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:26:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733276737</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733276842</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบทดสอบให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเพ็ญนภา บุญก้อน ณัฐพร แสงศิริและ วชิระ วิชชุวรนันท์ (2562, หน้า 161) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนเรื่องอวัยวะของเรา และอาหารหลักของเรา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยมีนัยสำคัญที่ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:26:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733276842</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278427</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียนกิจกรรมเกมการศึกษา พบว่าผลการประเมินหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดกิจกรรมเกมการศึกษาด้วยสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ<br>&nbsp;เฟื่องฟ้า พันธุราษฎร์ (2563 หน้า 34 ) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยโดยใช้บัตรภาพ AR (Augmented reality) ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านบัตรภาพ AR ก่อนจัดกิจกรรม มีผลรวมเท่ากับ 67 คะแนน มี แต่หลังจากจัดกิจกรรมแล้ว ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย มีผลรวมเท่ากับ 216 คะแนน&nbsp; ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:28:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278427</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278585</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาภาษาไทย(ท11101) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนวัดบางโฉลงใน พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาภาษาไทย(ท11101) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของพิษณุ จงเจริญและณัฐพล รำไพ (2563 หน้า 49) ที่ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม ในรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน เรื่องศิลาจารึกหลักที่ 1 เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล&nbsp; พบว่า&nbsp; คะแนนทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) มีค่าเฉลี่ย 5.33 และคะแนนทดสอบหลังเรียน (Post-test) มีค่าเฉลี่ย 17.35 เมื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน สูงกว่า คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05&nbsp;<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:28:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278585</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278855</link>
         <description><![CDATA[<div>2.&nbsp; ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาคณิตศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของงานวิจัยของนายสุทัศน์ พนุมรัมย์ (2561 หน้า 7) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบ โดยการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนพญาไท พบว่าผลสัมฤทธิ์ในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบ โดยการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียนก่อนและหลังใช้ชุดแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:29:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278855</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author>mangopor</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278959</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาดนตรี เรื่อง ประเภทของเครื่องดนตรีสากล พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาดนตรี เรื่อง ประเภทของเครื่องดนตรีสากล ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อัครเทพ อัคคีเดช (2563:61) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่อง เครื่องดนตรีสากล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องเครื่องดนตรีสากล สูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:29:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733278959</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย  วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279092</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของปิยนุช&nbsp; เจริญยัง (2558 หน้า 27) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ เรื่อง พุทธประวัติ เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:29:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279092</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author>khwanthamay</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279426</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่านโน้ต วิชาดนตรีสากล เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยเท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักะการอ่านโน้ต วิชาดนตรีสากล ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ นิทัสน์ พวงผกา&nbsp; (2560, บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัยเรื่องการศึกษาการพัฒนาทักษะในด้านการอ่านโน้ตดนตรีโดยใช่แบบฝึกระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 &nbsp; มีค่า E1/E2 เท่ากับ 80.00 /93.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้&nbsp; 80/80</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:29:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279426</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279676</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม การใช้นิทาส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม พบว่าความประพฤติหลังทำกิจกรรมการใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบการใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหานิทานให้นักเรียนได้ปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีความประพฤติที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของกุลยา&nbsp; ตันติผลาชีวะ.&nbsp; 2547: 212 - 213) การพัฒนาจริยธรรมให้กับเด็กมีหลายวิธีจากการศึกษาผลงานวิจัย&nbsp; พบว่า&nbsp; มีการใช้ทั้งนิทาน&nbsp; การละครและการเล่น เพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก&nbsp; ตัวอย่าง&nbsp; เช่น&nbsp; การใช้แม่แบบจากนิทานชาดก&nbsp; เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิง คุณธรรมจริยธรรมในเด็กปฐมวัยสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ.05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:29:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279676</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279761</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของณรงค์ ล่ำดี&nbsp; (2560 หน้า 50) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง สื่อความเป็นจริงเสริม เรื่อง สัตว์ป่าสงวนของไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3&nbsp; โรงเรียนกสิณธรเซ็นต์ปีเตอร์ จ.นนทบุรี เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:30:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733279761</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733280212</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา คณิตศาสตร์ พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp;<br>&nbsp;วิชา คณิตศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเกศรินทร์ ศรีเงิน,อรญา เสียงเลิศและ สุทธิกานต์ บ่อจักรพันธ์2 (2560,บทคัดย่อ ) ที่ทำวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์สื่อมัลติมิเดียกลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่องเรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยี ความจริงเสริมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 &nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:30:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733280212</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733281472</link>
         <description><![CDATA[<div>2.ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประมถมศึกษาปีที่ 3&nbsp; เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบแบบฝึกทักษะ วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประมถมศึกษาปีที่ 3&nbsp; เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของปิยนุช เจริญยัง(2558 หน้า 26) ที่ทำวิจัยเรื่องแบบฝึกทักษะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ ของนกัเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3</div><div>&nbsp;ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:32:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733281472</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733281925</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปเรขาคณิต พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปเรขาคณิต ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเกศรินทร์ ศรีเงิน (2558) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง เรขาคณิตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองเหล็ก ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:32:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733281925</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author>jirayumeepake</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733282001</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังใช้แบบฝึกทักษะการเป่าขลุ่ยด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากแบบฝึกทักษะการเป่าขลุ่ยด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของครเทพ อัคคีเดช (2563) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมเรื่อง เครื่องดนตรีสากลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่อง เครื่องดนตรีสากล ผลการวิจัยพบว่า ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:32:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733282001</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวิจัย วัตถุประสงคฺข้อที่ 2</title>
         <author>phornthip1995</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733282074</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา คณิตศาสตร์ พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับรัชฎาวรรณ นิ่มนวล (2554หน้า6)ได้ทำการวิจัยการเรียนแบบร่วมมือบนระบบเครือข่าย สำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง และการจัดการความรู้ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ.05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:32:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733282074</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733282751</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ภาษาไทย เรื่องการใช้คำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6&nbsp; พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาไทย เรื่องการใช้คำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของปิยะ ถิรพันธุ์เมธีและพัธรวัลย์ แซ่เฮ้ง (2558 หน้า 35)&nbsp; ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อพัฒนาสื่อการเรียนวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2&nbsp; ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยสื่อการเรียนโดยใช้เทคโนโลยี เสมือนจริงวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:33:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733282751</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733283201</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุวิชญาน์ บุญโท&nbsp; อุไร พรมมาวัน&nbsp; ฐิตินันท์ ธรรมโสม&nbsp; (2562 หน้า 21) ที่ทำวิจัย การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาเคมี 1 เรื่อง รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเลยพิทยาคม โดยใช้สื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality Code : AR Code) &nbsp; สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:34:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733283201</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733283981</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ภาษาอังกฤษ (20105-2005) พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร (20105-2005) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ &nbsp; สุพัชรา &nbsp;<br><br></div><div>กัลยาณะศักดิ์ (25603หน้า 1) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมการเรียนรู้ตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนธนสิทธิ์อนุสรณ์ผลการวิจัยพบว่า&nbsp; ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:35:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733283981</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733284683</link>
         <description><![CDATA[<div>2.ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ภาษาอังกฤษ พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงสะกดภาษาอังกฤษ (Phonic) &nbsp; วิชา ภาษาอังกฤษ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของของสรียาภรณ์ นนทะปะ (2558 หน้า 33) ที่ทำการพัฒนาการอ่านออกเสียงสะกดคำภาษาอังกฤษ (Phonics)&nbsp; โดยใช้แบบฝึกทักษะ เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:35:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733284683</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733284758</link>
         <description><![CDATA[<div>2.&nbsp; ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนและร้อยละพบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนและร้อยละที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเกศรินทร์ ศรีเงิน อรญา เสียงเลิศ และ สุทธิกานต์ บ่อจักรพันธ์ (2558 หน้า 71) ที่ทำวิจัยเรื่องผลการเรียน โดยใช้สื่อมัลติมิเดียกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ เรื่อง เรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยีความจริงเสริมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นั้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:36:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733284758</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author>khwanthamay</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733284829</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนวิชา ดนตรีสากล พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่านโน้ต วิชา ดนตรีสากล&nbsp; ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อภินันท์ สำเภาน้อยและ อสมา มาตยาบุญ&nbsp; (2559 หน้า 940) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านและการบรรเลงโน้ตสากลสำหรับ คีย์บอร์ดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 โดยใช้แนวคิดของ โคดายและคาร์ลออร์&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะและแบบฝึกทักษะสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:36:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733284829</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733285752</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ภาษาไทย พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่าน วิชา ภาษาไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของอนงพันธุ์ ใบสุขันธ์ (2551:33) ที่กล่าวว่า แบบฝึกทักษะคือ สื่อการเรียนการสอนที่ครูสร้างขึ้นเพื่อใช้ฝึกทักษะผู้เรียนหลังจากเรียนจบเนื้อหาให้เกิดความรู้ความเข้าใจจนเกิดทักษะสูงสุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05<strong><br></strong><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:37:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733285752</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733286026</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp;<br>วิชา คณิตศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของจิรวัส นิลาภรณ์ (2558 หน้าที่ 11) การพัฒนาสื่อดิจิทัลเลิร์นนิ่งอ็อบเจกต์วิชาคณิตศาสตร์บนแท็บเล็ต สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม). พบว่า มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:37:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733286026</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย</title>
         <author>pengruck</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733287300</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:39:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733287300</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author>sujitra_maka</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733288498</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ทักษะการอ่านภาษาไทย พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ทักษะการอ่านภาษาไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ปิยะภรณ์ นวลเจริญ(2556 หน้า บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดการเรียนรู้ร่วมกับเทคโนโลยีเสมือนจริงโดยใช้เทคนิคช่วยจำ เพื่อส่งเสริมการอ่านเรื่องมาตราตัวสะกด สำหรับนักศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:40:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733288498</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2                      ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ปฐมวัย พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม  วิชา ปฐมวัย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของกุลยา ตันติผลาชีวะ.(2547:212-213) การพัฒนา จริยธรรมกับเด็กมีหลายวิธีจากการศึกษาผลงานวิจัยพบว่า มีการใช้นิทาน เพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก ตัวอย่างเช่นการใช้แม่แบบจากนินานชาดก เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิงคุณธรรมจริยธรรมในเด็กปฐมวัยสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05                   </title>
         <author>duangporndan</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733293030</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:41:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733293030</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733293311</link>
         <description><![CDATA[<div>วัตถุประสงค์ข้อที่ 2<br>&nbsp;2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนและหลังเรียน โดยใช้สื่อมัลติมิเดียกลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่อง เรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นั้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เนื่องมาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเหมาะสาหรับการสอนคณิตศาสตร์เพราะการโต้ตอบกับนักเรียนได้อย่างรวดเร็ว ผู้เรียนไม่สามารถแอบดูเฉลยได้จนกว่าผู้เรียนจะปฏิบัติกิจกรรมสาเร็จและผู้เรียนสามารถทราบผลการเรียนรู้ของตนเองได้ทันที สอดคล้องกับ รัชฎาวรรณ นิ่มนวล (2554 หน้าที่ 6)ได้ทาการวิจัยการเรียนแบบร่วมมือบนระบบเครือข่าย สาหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง และการจัดการความรู้ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญ.05<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:41:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733293311</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย   วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295056</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp; พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp; ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของพันทิพา หนูซื่อตรง ( 2560 หน้า 129 ) ที่ทำวิจัยเรื่องผลการเรียนด้วยหนังสือเรียนร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:44:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295056</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295348</link>
         <description><![CDATA[<div>2.&nbsp; ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การแต่งกลอนสุภาพ วิชาภาษาไทย พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการแต่งกลอนสุภาพ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยธนพร&nbsp; อินศรี (2562, บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัย เรื่อง การพัฒนาแบบฝึกทักษะ การแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด) ชุด “นักกลอนน้อย” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ การแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด) ชุด “นักกลอนน้อย” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:44:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295348</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295369</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน&nbsp; พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริง ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของประไพพร พลเยี่ยม ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง การสร้างสื่อมัลติมิเดียประกอบการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนวัดบางโฉลงนอก ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:44:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295369</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295475</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ภาษาอังกฤษ&nbsp; พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; วิชา ภาษาอังกฤษ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ หทัยภัทร อัมพรไพโรจน์1 และ กรวิภา สรรพกิจจำนง2 เรื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง สถานที่ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ หนังสือนิทาน AR ชุด The fun of travel&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:44:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733295475</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author>sarinya168</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733296502</link>
         <description><![CDATA[<div><br>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา การงานอาชีพ พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; การงานอาชีพ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของปภาณิน สินโน (2558 หน้า 86) ที่ทำวิจัยเรื่องการใช้สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่องพรรณไม้ สำหรับนักรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:46:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733296502</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733296822</link>
         <description><![CDATA[<div>2.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ปภาณิน สินโน&nbsp; ( 2558, หน้า 87)ที่ทำวิจัยเรื่อง ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp; สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:46:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733296822</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733297952</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาไทย พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของดุสิต ขาวเหลืองและอภิชาติ อนุกูลเวช (2562 หน้า 26) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือน จริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:48:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733297952</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733298407</link>
         <description><![CDATA[<div>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาภาษาไทย(ท11101) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนวัดบางโฉลงใน พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก&nbsp; การนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่ง ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น&nbsp; เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พิษณุ จงเจริญและณัฐพล รำไพ (2563 หน้า 50) ที่ทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม ในรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน เรื่องศิลาจารึกหลักที่ 1 เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล &nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล &nbsp; ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:48:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733298407</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733299092</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร (20105-2005) พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของดุสิต ขาวเหลืองและอภิชาติ อนุกูลเวช (2562 หน้า 26) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:49:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733299092</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเขียนอภิปรายผล                                     วัตถุประสงค์ข้อที่  1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733299702</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประสิทธิภาพจัดการเรียนการสอนโดย การสร้างห้องประชุมในแอพพลิเคชั่นไลน์ รายวิชาการงานอาชีพ ง12101&nbsp; สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp; 2&nbsp; โรงเรียนธนสิทธิ์อนุสรณ์&nbsp;</div><div>ทั้ง 3 เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 3 เรื่อง เท่ากับ 83.32/87.56&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อ จัดการเรียนการสอนโดย การสร้างห้องประชุมในแอพพลิเคชั่นไลน์ รายวิชาการงานอาชีพ ง12101&nbsp; ดังกล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของศิวธิดา ทรัพย์เหมือน (2563 หน้า 4) ที่ทำวิจัยเรื่องผลของการใช้ Microsoft Teams ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:50:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733299702</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301155</link>
         <description><![CDATA[<div>2.ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาภาษาอังกฤษ</div><div>พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม สอดคล้องกับงานวิจัยของสหพร ขวัญวิชา (2557)ผู้ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาหนังสือคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่อง สัตว์ผ่านแท็บเล็ต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:51:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301155</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301475</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบนิทานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำนิทานมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยจะเริ่มเข้าใจ มีจินตนาการและมีการเลียนแบบนิทานจึงเป็นหัวใจ สำคัญของเด็กทำให้เด็กมีจินตนาการอันกว้างไกล&nbsp; เนื่องมาจากการมีนิทานเป็นสื่อ และในการจัด ประสบการณ์ทุกๆ กิจกรรม ครูควรจะใช้นิทานเป็นสื่อในการเรียนรู้ของเด็ก&nbsp; ผลจากการที่เด็ก ได้ฟังนิทาน&nbsp; ทำให้เด็กจดจำได้นาน&nbsp; และสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ(สมศักดิ์ ปริบูรณะ.&nbsp; 2542: 61 - 62) ได้วิจัยเรื่องการเล่านิทานจึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างคุณธรรม จริยธรรม สำหรับเด็กเพราะนิทานเป็นเรื่องของจินตนาการที่ให้ความบันเทิง เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน โลกของเด็กเป็น โลกสดใสด้วยวัยที่มีจินตนาการ นิทานจะสร้างคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ ในทางที่ดีงามและถูกต้อง ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อสังคม เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข&nbsp; &nbsp; ผลการวิจัยพบว่าความความพึงพอใจของนักของนักเรียนอนุบาลปีที่ 2&nbsp; ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบการใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div><div>&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:52:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301475</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author>pittayatonpit</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301886</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ปฐมวัย พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม&nbsp; วิชา ปฐมวัย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของกุลยา ตันติผลาชีวะ.(2547:212-213) การพัฒนา จริยธรรมกับเด็กมีหลายวิธีจากการศึกษาผลงานวิจัยพบว่า มีการใช้นิทาน เพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก ตัวอย่างเช่นการใช้แม่แบบจากนินานชาดก เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิงคุณธรรมจริยธรรมในเด็กปฐมวัยสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:52:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301886</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301955</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ดนตรีสากล พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดกิจกรรมตามแนวคิดของโคดายผสมทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยวีรภัทร ชาตินุช (2560 หน้า 83) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาโสตทักษะวิชาดนตรีสากลโดยใช้ชุดกิจกรรมตามแนวคิดของธอร์นไดค์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สาขาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:53:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733301955</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733302491</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนเข้าร่วมกิจกรรมและหลังเข้าร่วมกิจกรรม การเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม พบว่าพฤติกรรมหลังการเข้าร่วมกิจกรรมเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของจินตนา&nbsp; ใบกาซูยี (2542:22) เพื่อ&nbsp; ให้เด็กใช้ในการฟัง&nbsp; อ่าน&nbsp; และเรียนรู้&nbsp; ด้วยเนื้อหาสาระที่มุ่งให้ความรู้&nbsp; หรือ&nbsp; ความเพลิดเพลินอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินร่วมกันไปในรูปแบบที่เรียกสาระบันเทิง โดยใช้วิธีการเขียน การจัดทำ และรูปเล่มที่เหมาะสมกับวัย&nbsp; เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิงคุณธรรม จริยธรรมในเด็กปฐมวัย สูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:53:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733302491</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733303330</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการแต่งกลอนสุภาพ&nbsp; วิชาภาษาไทย พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการแต่งกลอนสุภาพใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการฝึกทำซ้ำ ๆ&nbsp; ทำบ่อย ๆ วิธีการนี้จึงเหมาะสมกับการเรียนเรื่อง การแต่งกลอนสุภาพ จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก&nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยธนพร&nbsp; อินศรี (2562, บทคัดย่อ) ที่ทำวิจัย เรื่อง การพัฒนาแบบฝึกทักษะ การแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด) ชุด “นักกลอนน้อย” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์) ผลการวิจัยพบว่า&nbsp; ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจสำหรับนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ การแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด) ชุด “นักกลอนน้อย” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า นักเรียน มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.51 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.15</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:55:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733303330</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author>khwanthamay</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733303745</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่านโน้ต วิชาดนตรีสากล พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำแบบฝึกทักษะที่ไม่มีในบทเรียนมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน มีความสนุกสนาน  น่าตื่นเต้น สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติเครื่องดนตรีได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ถาวรดา จันทนะสุต (2562 หน้า 428) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านโน้ตฉับพลัน สำหรับผู้เรียนดนตรี ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของผู้เรียนดนตรีที่มีต่อชุดฝึกทักษะการอ่านโน้ตฉับพลันประกอบเสียงพบว่า หัวข้อความเหมาะสมกับการใช้ฝึกอ่านโน้ตฉับพลัน&nbsp; ผู้เรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดและโดยภาพรวมผู้เรียนมีความพึงพอใจมาก&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:55:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733303745</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733303766</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของชาติ คนอยู่ตระกูล (2561 หน้า 136) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์วิชาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า พบว่า นักเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:55:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733303766</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304003</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา การงานอาชีพ ง12101&nbsp; พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการเรียนการสอนโดย การสร้างห้องประชุมในแอพพลิเคชั่นไลน์ รายวิชาการงานอาชีพ ง12101&nbsp; สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp; 2 &nbsp; ที่ผู้วิจัยได้ใช้จัดการเรียนการสอนมีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาวิชาและแบบฝึกให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของศิวธิดา ทรัพย์เหมือน (2563 หน้า 4) ที่ทำวิจัยเรื่องผลของการใช้ Microsoft Teams ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:55:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304003</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304460</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ปฐมวัย เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้ง 3 เรื่อง เท่ากับ 84.17/84.49&nbsp; ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ปฐมวัย กล่าว ได้ดำเนินการสร้างตามหลักการวิจัยและพัฒนา โดยมีการวางแผน การเตรียมการทดลอง ตามลำดับขั้นตอนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งขั้นตอน<br>&nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนด รวบรวม วางแผน การออกแบบ ทดลอง ปรับปรุง และการนำไปใช้&nbsp; โดยใช้หลักการสร้างที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี&nbsp; มีความชัดเจนในการแนะนำเกี่ยวกับการใช้บทเรียน&nbsp; ครอบคลุมเนื้อหาของบทเรียน&nbsp; สอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา และสมรรถนะรายวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ ชวนพิศ จะรา (2556) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาการเรียนด้วยเทคโนโลยีผสานความจริง (AR) ร่วมกับหนังสือนิทานสองภาษาโดยใช้ กระบวนการกลุ่มเพื่อส่งเสริมความสามารถทางภาษาด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัยโดยใช้ภาพและเสียงในการสอนและบรรยายผลการศึกษาพบว่า เทคโนโลยีผสานความจริง(AR)ร่วมกับหนังสือนิทาน 2 ภาษา โดยใช้ กระบวนการกลุ่มเพื่อส่งเสริมความสามารถทางภาษาด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัย โดยใช้ภาพเหมาะสมกับเนื้อหาสื่อความหมายได้ชัดเจนการบรรยายชัดเจนมีความสอดคล้องกับเนื้อหาและเหมาะสมกับผู้เรียนอยู่ในระดับดีมากที่ ค่าเฉลี่ย 4.53 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:56:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304460</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304472</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม การพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย โดยการใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบการใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหานิทานให้นักเรียนได้ปฏิบัติมีความเหมาะสมทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนส่งผลให้นักเรียนมีความประพฤติที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของณัฐวดี ศิลากรณ์ (2556.) การพัฒนาความสามารถทางการพูดเด็กปฐมวัย พบว่า การเล่านิทานประกอบหุ่น เพื่อพัฒนาความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญ.05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:56:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304472</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304646</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ บว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ เกศรินทร์ ศรีเงิน,อรญา เสียงเลิศและ สุทธิกานต์ บ่อจักรพันธ์2 (2560,บทคัดย่อ ) ที่ทำวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์สื่อมัลติมิเดียกลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่องเรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยี ความจริงเสริมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:56:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304646</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304725</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของของปภาณิน สินโน (2558 หน้า87) ได้วิจัยเรื่องชุดการสอนความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่องชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอนความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่องชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:56:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733304725</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย   วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733305117</link>
         <description><![CDATA[<div>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ป.5 พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของพันทิพา หนูซื่อตรง (2560 หน้า 133) ได้วิจัยเรื่องผลการเรียนด้วยหนังสือเรียนร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความคิดเห็นด้านสื่อหนังสือเรียนร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม โดยภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก ส่วนด้าน เนื้อหา โดยภาพรวมนักเรียนมีความคิดเห็น อยู่ในระดับดี และด้านการเรียนด้วยสื่อเทคโนโลยีความ จริงเสริมร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์ โดยภาพรวมนักเรียนมีความคิดเห็น อยู่ใน ระดับดี<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:57:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733305117</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายการทำวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author>uttha46c</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733305910</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมพบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสอดคล้องกับงานวิจัยของศิริพร&nbsp; มิขำและคณะ (2560 หน้า 23) การพัฒนาหนังสือ 3 มิติ ความเป็นจริงเสริม เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อหนังสือ 3 มิติ ความเป็นจริงเสริม เรื่องเกษตรทฤษฎี ใหม่ที่พัฒนาขึ้น พบว่า ความพึงพอใจเฉลี่ยรวมของนักเรียนมีค่าอยู่ในระดับมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:58:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733305910</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย  วัตถุประสงค์ที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733306324</link>
         <description><![CDATA[<div>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ จักรพงษ์ ไกรเพ็ชร และ แก้วใจ อาภรณ์พิศาล&nbsp; (2561 หน้า 1143) ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาสื่อการสอน วิชา วิทยาศาสตร์หน่วยการเรียนรู้โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้การสอนวิชา วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:58:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733306324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733306541</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม การพัฒนาแบบประเมินทักษะทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย พบว่าความประพฤติหลังทำกิจกรรมการพัฒนาแบบประเมินทักษะทางภาษาสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบการพัฒนาแบบประเมินทักษะทางภาษา ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้&nbsp; ในการวัดและประเมินผลการพัฒนาดังกล่าว จะต้องมีเครื่องมือในการวัดที่มี ประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเด็กได้ถูกทางการสร้างเครื่องมือประเมินทักษะทางภาษาของ เด็กปฐมวัย ที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ จะช่วยในการพัฒนาการฟังการพูดการอ่าน และการเขียน และ นําไปสู่การส่งเสริมปรับปรุง ประสิทธิภาพการใช้ภาษาให้สมบูรณ์ และเป็นแนวทางพัฒนาแบบ ประเมินทักษะทางภาษาในระดับช่วงชั้นที่สูงขึ้น ศิริชัย กาญจนวสี (2543 : 36) &nbsp; การวิจัยพบว่า การนําแบบประเมินทักษะทางภาษาไปใช้กับเด็กปฐมวัย สูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ.05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:58:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733306541</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733307567</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การวิเคราะห์การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วิชาคณิตศาสตร์ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำแบบฝึกทักษะมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานแบบฝึกทักษะที่น่าสนใจเข้ากับเนื้อหาช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน&nbsp; น่าตื่นเต้น สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก&nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของนายสุทัศน์ พนุมรัมย์ (2561) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบ โดยการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนพญาไท&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 06:59:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733307567</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733307801</link>
         <description><![CDATA[<div>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสุวิชญาน์ บุญโท, อุไร พรมมาวันและฐิตินันท์ ธรรมโสม(2562 หน้า 24) ได้วิจัยเรื่องพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาเคมี 1 เรื่อง รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเลยพิทยาคม ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality Code : AR Code) ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:00:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733307801</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733307950</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนและร้อยละ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ชาติ คนอยู่ตระกูล (2561 หน้า 136) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ วิชาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า พบว่า นักเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วย</div><div>เทคโนโลยีเสมือนจริง ฯ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:00:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733307950</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลกาวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author>mangopor</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733308254</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาดนตรี เรื่อง ประเภทของเครื่องดนตรีสากล พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อัครเทพ อัคคีเดช (2563:64) ที่ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่อง เครื่องดนตรีสากล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เรื่อง เครื่องดนตรีสากล อยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ย (𝑋̅)เท่ากับ 4.71 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (𝑆.𝐷.) เท่ากับ 0.38&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:00:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733308254</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733308309</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาไทย เรื่องการใช้คำพื้นฐาน</div><div>ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6<strong> </strong>พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อรรถกร บรรดาศักดิ์&nbsp; (2555 หน้า 109) ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาห้องเรียนปฏิบัติการเสมือนจริง เรื่องวงจรไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 &nbsp; ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อห้องเรียนปฏิบัติการเสมือนจริงเรื่องวงจรไฟฟ้าสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่6&nbsp; พบวา่ ผู้รียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:00:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733308309</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733309191</link>
         <description><![CDATA[<div>3.  ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ของ ปภาณิน สินโน&nbsp; ( 2558, หน้า 87)ที่ทำวิจัยเรื่อง ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ชุดการสอนความเป็นจริงเสริม เรื่อง ชนิดพรรณไม้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:02:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733309191</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733309661</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมของก่อนเข้าร่วมกิจกรรมและหลังเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้ พบว่าพฤติกรรมหลังทำกิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการพูดสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสื่อการเรียนรู้แบบการเล่านิทานประกอบภาพ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน มีการมอบหมายงานของครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องเนื้อหานิทานให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมีความเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการพูดที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของวิรัช อภิรัตนกุล(2524:1-3) การพัฒนาความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยพบว่าการเล่านิทานประกอบภาพเพื่อพัฒนาความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยสูงกว่าก่อนทำกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญระดับ.05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:02:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733309661</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733310102</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3 โรงเรียนวัดบางโฉลงนอก(ประสิทธิ์บำรุง) ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านวิชาภาษาไทยด้านการวัดและประเมินผลอยู่ในระดับดีมาก เนื่องจากโรงเรียนวัดบางโฉลงนอก(ประสิทธิ์บำรุง) มีการจัดทำแบบฝึกทักษะที่มีกระบวนการวัดและประเมินผลที่หลากหลายซึ่งนักเรียนสามารถทราบผลคะแนนของแบบฝึกทักษะทันที ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของอนงพันธุ์ ใบสุขันธ์&nbsp; (2551: 33) ที่กล่าวว่าแบบฝึกทักษะเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ครูสร้างขึ้นเพื่อใช้ฝึกทักษะผู้เรียนหลังจากเรียนจบเนื้อหาให้เกิดความรู้ความเข้าใจจนเกิดทักษะสูงสุดโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:03:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733310102</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733310370</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีชุดกิจกรรมเกมการศึกษาด้วยสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก&nbsp; ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก <strong>ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเกวลี ผาใต้&nbsp; (2561)</strong> ที่ทำวิจัยเรื่อง สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้เพื่อการพัฒนาความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยผลการวิจัยพบว่า สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้สามารถอธิบายเนื้อหาโดยใช้ภาพประกอบแบบสามมิติ ซึ่งสามารถท าให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนได้ง่าย และ เนื่องมาจากนักเรียนอาจไม่เคยใช้งานแอปพลิเคชันที่เป็นบทเรียนด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริงโดยการใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และหนังสือภาพมาก่อน จึงทำให้เกิดความสนใจและกระตุ้นความต้องการที่จะใช้งานสื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือน ซึ่งภาพรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:03:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733310370</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ ข้อที่ 3</title>
         <author>jirayumeepake</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733311293</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:04:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733311293</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733311563</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริง พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของดุสิต ขาวเหลืองและอภิชาติ อนุกูลเวช (2562 หน้า 26) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักรียนที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือน จริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:05:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733311563</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author>phornthip1995</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733311566</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของดุสิต ขาวเหลืองและอภิชาติ อนุกูลเวช (2562 หน้า 26) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:05:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733311566</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312205</link>
         <description><![CDATA[<div>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมคุณธรรม พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการเล่านิทาน เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม มาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของเด็กปฐมวัย ที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของเนื้อน้อง&nbsp; สนับบุญ&nbsp; (2541 : 35)&nbsp; &nbsp; ได้กล่าวว่า&nbsp; การเล่านิทาน&nbsp; หมายถึง&nbsp; การถ่ายทอดเรื่องราวของนิทานให้เด็กเข้าใจ&nbsp; ด้วยการเล่าโดยใช้น้ำเสียง &nbsp; ท่าทาง &nbsp; สื่อวัสดุ&nbsp; ตลอดจนวิธีการประกอบการเล่าและยังครอบคลุมถึง&nbsp; การส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสเป็นผู้เล่าด้วยตนเองจากความหมายข้างต้น&nbsp; สรุปได้ว่า&nbsp; การเล่านิทาน&nbsp; หมายถึง&nbsp; การเล่าเรื่องสืบทอดเรื่องราวการสนทนาให้เด็กฟัง&nbsp; โดยการพูด &nbsp; แสดงความคิดเห็น&nbsp; &nbsp; ประสบการณ์&nbsp; การแสดงท่าทาง&nbsp; จากสื่อต่าง ๆ&nbsp; เช่น&nbsp; นิทาน&nbsp; บัตรภาพ&nbsp; หุ่นมือ&nbsp; เป็นต้น ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียน ระดับชั้นอนุบาล 3 ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้กิจกรรมเล่านิทานเพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:06:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312205</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312267</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงสะกดภาษาอังกฤษ (Phonic) &nbsp; วิชา ภาษาอังกฤษ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำแบบฝึกทักษะมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของของสรียาภรณ์ นนทะปะ(2558 หน้า 33) ที่ทำการพัฒนาการอ่านออกเสียงสะกดคำภาษาอังกฤษ (Phonics)&nbsp; โดยใช้แบบฝึกทักษะ เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงสะกดภาษาอังกฤษ (Phonic)&nbsp; ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:06:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312267</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312318</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดย การสร้างห้องประชุมในแอพพลิเคชั่นไลน์ รายวิชาการงานอาชีพ ง12101&nbsp; พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก&nbsp; การใช้สื่อมัลติมีเดีย&nbsp; การนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับวิจัยของศิวธิดา ทรัพย์เหมือน (2563 หน้า 4) ที่ทำวิจัยเรื่องผลของการใช้ Microsoft Teams ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการใช้ Microsoft Teams ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:06:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312318</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author>sarinya168</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312762</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา การงานอาชีพ ระดบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ เกวลี ผาใต้ พิเชนทร์ จันทร์ปุ่ม และ อภิวัฒน์ วัฒนะสุระ&nbsp; (2561) ที่ทำวิจัยเรื่อง สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้ Animal Planet Vocabulary Book with Augmented Reality Technology&nbsp; นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1–3 โรงเรียนบ้านป่าหว้าน จังหวัดสกลนคร ที่มีต่อชุดการสอนความเป็นจริงเสริม สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้ Animal Planet Vocabulary Book with Augmented Reality Technology&nbsp; ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:06:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733312762</guid>
      </item>
      <item>
         <title>                               อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3                        ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรนิทานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำนิทานมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยจะเริ่มเข้าใจ มีจินตนาการและมีการเลียนแบบนิทานจึงเป็นหัวใจ สำคัญของเด็กทำให้เด็กมีจินตนาการอันกว้างไกล  เนื่องมาจากการมีนิทานเป็นสื่อ และในการจัด ประสบการณ์ทุกๆ กิจกรรม ครูควรจะใช้นิทานเป็นสื่อในการเรียนรู้ของเด็ก  ผลจากการที่เด็ก ได้ฟังนิทาน  ทำให้เด็กจดจำได้นาน  และสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ(สมศักดิ์ ปริบูรณะ.  2542: 61 - 62) ได้วิจัยเรื่องการเล่านิทานจึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างคุณธรรม จริยธรรม สำหรับเด็กเพราะนิทานเป็นเรื่องของจินตนาการที่ให้ความบันเทิง เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน โลกของเด็กเป็น โลกสดใสด้วยวัยที่มีจินตนาการ นิทานจะสร้างคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ ในทางที่ดีงามและถูกต้อง ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อสังคม เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข    ผลการวิจัยพบว่าความความพึงพอใจของนักของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3  ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบการใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด      </title>
         <author>duangporndan</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733314249</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:08:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733314249</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733315279</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำแบบฝึกทักษะมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของปิยนุช&nbsp; เจริญยัง (2558 หน้า 27) ได้วิจัยเรื่องการใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp; เรื่องพุทธประวัติ&nbsp; ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:10:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733315279</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733317661</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ วิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำแบบฝึกทักษะมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของปิยนุช&nbsp; เจริญยัง (2558 หน้า 26) ได้วิจัยเรื่องการใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา&nbsp; ศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp; เรื่องพุทธประวัติ&nbsp; ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:13:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733317661</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผล วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author>pittayatonpit</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733317852</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ปฐมวัย พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของดุสิต ขาวเหลืองและอภิชาติ อนุกูลเวช (2562 หน้า 26) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริม เพื่อพัฒนาพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนวัดบางโฉลงใน&nbsp; ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือน จริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:13:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733317852</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วตถุประสงค์ ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733317898</link>
         <description><![CDATA[<div>3.&nbsp; ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบร่วมมือ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากนักเรียนได้ใช้สื่อทั่วถึงกันทุกคน ได้ลงมือปฏิบัติจริง เกิดความตื่นเต้น ความท้าทาย มีการวัดและประเมินผลจริง ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผู้เรียนได้เรียนรู้แบบกลุ่มจึงทำให้นักเรียนที่เก่งสามารถช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนอ่อนกว่าได้ จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของศิริรักษ์&nbsp; แก้วหานาม (2562 หน้า 141) ที่ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องเสียงกับการได้ยิน โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือรูปแบบ STAD ร่วมกับการใช้ผังมโนทัศน์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบร่วมมือรูปแบบ STAD ร่วมกับการใช้ผังมโนทัศน์ภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:13:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733317898</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733318879</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบประเมินทักษะทางภาษา พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำแบบประเมินทักษะทางภาษา&nbsp; การวัดและประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซึ่อต้องดําเนินควบคู่กันไป การบูรณาการหรือการประสมประสานการวัดและประเมินผลกับการเรียนการสอนเข้าด้วยกันจะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียนซึ่งเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา นั้น การวัดและการประเมินผลมีบทบาทสําคัญต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน&nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของศิริชัย กาญจนวสี (2543 : 36) ได้วิจัยเรื่อง การเรียนภาษาของเด็กเกิดจากการที่เด็กได้ฟังและมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้อื่นโดยมีสิ่งเร้า เช่น ดูภาพ ฟังเพลง ภาพจากนิทาน เด็กจะสนใจและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและอยากซักถาม ด้วยคําถามแบบเด็ก ๆ เช่น อะไร ทําไม ทําให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้น (วิลาวัลย์ โชติเบญจมาภรณ์, 2542 : 49-51) ผลการวิจัยพบว่าความความพึงพอใจของนักของนักเรียนอนุบาลปีที่ 2&nbsp; ที่มีต่อแบบประเมินทักษะทางภาษา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:14:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733318879</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author>sujitra_maka</author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733320094</link>
         <description><![CDATA[<div><br><strong>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ทักษะการอ่านภาษาไทย พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ</strong>ณัฐพงศ์ พลสยม <strong>( 2559 ,บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่อง</strong> การพัฒนาสื่อการสอน ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ด้วย เทคโนโลยีเสมือนจริง <strong>เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือน จริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:16:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733320094</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733320863</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา ภาษาอังกฤษ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น  สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของดุสิต ขาวเหลืองและอภิชาติ อนุกูลเวช (2562 หน้า 26) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือน จริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:17:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733320863</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733321680</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์สำหรับครูผู้สอนเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้น และนักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ว่าที่ร้อยตรีธงชัย หวลถึง โรงเรียนเทศบาล ๒ วัดโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา (2563) เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) รายวิชาสุขศึกษา เรื่อง การเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (gif.latex?\bar{X} = 4.87, S.D. = 0.31)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:18:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733321680</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733323088</link>
         <description><![CDATA[<div>ความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมตามแนวคิดของโคดายผสมทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ พบว่าความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.29) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลําดับจากมากไปหาน้อยคือ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ (ค่าเฉลี่ย 4.32) ด้านชุดกิจกรรม (ค่าเฉลี่ย 4.29) และด้านครูผู้สอน (ค่าเฉลี่ย 4.25) จะเห็นได้ว่า ความพึงพอใจในชุดกิจกรรมที่ 4&nbsp; ด้านการนําไปใช้ มีระดับมากที่สุด เนื่องจากนักเรียนมีความพึงพอใจในการทําชุดกิจกรรมจึงทําให้เกิดการเรียนรู้และผลคะแนนที่สูง ซึ่งสอดคล้องกับ ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของ ธอร์นไดค์ (Thorndike) กฎแห่งผล ที่พึงพอใจ (Law of Effect) (ทิศนา แขมมณี, 2548, น. 51) กล่าวว่า เมื่อบุคคลได้รับผลที่พึงพอใจ ย่อมอยากจะเรียนรู้ต่อไป แต่ถ้าได้รับผลที่ไม่พึงพอใจ จะไม่อยากเรียนรู้ ดังนั้นการได้รับผลที่พึงพอใจจึงเป็นปัจจัยสําคัญในการเรียนรู้ และสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุชัณษา รักยินดี และ ณัฐรดี ผลผลาหาร (2557) เรื่อง ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน วิชาดนตรี (ศูนย์ ดนตรี) พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจ ผู้เรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ด้านของครูผู้สอน ครูผู้สอนมี บุคลิกภาพ ความประพฤติเหมาะสมแก่การเป็นครู ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.43 มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก คิด เป็นร้อยละ 88.64 รองลงมา คือ ด้านผู้สอนใช้นวัตกรรม สื่อการสอนอย่าง เหมาะสมและสอดคล้องกับ เนื้อหาวิชา และด้าน ผู้สอนเอาใจใส่ดูแลผู้เรียน อย่างทั่วถึงและอุทิศตน ให้กับการสอนอย่างเต็มที่ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.37 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 87.42 และผู้เรียนมีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านการเรียนการสอน การจัดสอบ Recital มีความ เหมาะสมและมีส่วนช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนให้ดีขึ้น ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 ความพึงพอใจอยู่ ในระดับมากคิดเป็นร้อยละ 81 และงานวิจัยของ พรทิพย์ สายแวว (2558) เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ เรื่องโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น โดยรวมในระดับมากที่สุด<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:20:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733323088</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733323607</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้โดยใช้นิทานประกอบภาพพบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำนิทานมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยจะเริ่มเข้าใจ มีจินตนาการและมีการเลียนแบบนิทานจึงเป็นหัวใจ สำคัญของเด็กทำให้เด็กมีจินตนาการอันกว้างไกล&nbsp; เนื่องมาจากการมีนิทานเป็นสื่อ และในการจัด ประสบการณ์ทุกๆ กิจกรรม ครูควรจะใช้นิทานเป็นสื่อในการเรียนรู้ของเด็ก&nbsp; ผลจากการที่เด็ก ได้ฟังนิทาน&nbsp; ทำให้เด็กจดจำได้นาน&nbsp; และสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ(ณิรัชยา ยี่สุ่นเรือง 2560) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยโดยการใช้กิจกรรมการเล่านิทาน สำหรับเด็กเพราะนิทานเป็นเรื่องของจินตนาการที่ให้ความบันเทิง เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน โลกของเด็กเป็น โลกสดใสด้วยวัยที่มีจินตนาการ นิทานจะช่วยส่งเสริมทักษะทางการพูด&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการวิจัยพบว่าการใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพส่งผลทำให้เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาทักษะทางการพูดของนักเรียนอนุบาลปีที่ 2&nbsp; ที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบการใช้นิทานส่งเสริมการพูดในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div><div>&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:21:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733323607</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733323801</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปเรขาคณิตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของชาติ คนอยู่ตระกูล (2561 หน้า123) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือน จริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:21:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733323801</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733324696</link>
         <description><![CDATA[<div>2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา ภาษาไทย พบว่าผลสัมฤทธิ์ของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากแบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทย ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้มีการศึกษาค้นคว้า และผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความสอดคล้องในการนำเอกสารประกอบการสอนไปใช้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายมีเนื้อหาทันสมัยเหมาะสมกับนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ</div><div>ศิราณี แพทอง (2561 หน้า 40) ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเขียนคำในภาษาไทยโดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียน เรื่อง อ่านหรรษา พาเขียนเพลิน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่านักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ .05</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:22:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733324696</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733325857</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ วิชาภาษาไทย พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำแบบฝึกทักษะมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งสามารถสร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย</div><div>ศิราณี แพทอง (2561 หน้า 40)&nbsp; ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเขียนคำในภาษาไทยโดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียน เรื่อง อ่านหรรษา พาเขียนเพลิน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ ชุดกิจกรรมการเรียนเรื่อง อ่านหรรษา พาเขียนเพลิน ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:24:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733325857</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัยวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733329161</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์สำหรับครูผู้สอนเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้น และนักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ว่าที่ร้อยตรีธงชัย หวลถึง โรงเรียนเทศบาล ๒ วัดโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา (2563) เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) รายวิชาสุขศึกษา เรื่อง การเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (gif.latex?\bar{X} = 4.87, S.D. = 0.31)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:28:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733329161</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733341658</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย โดยการใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก การพูดและการสนทนาจึงมีความสาคัญต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก ทั้งในชีวิตประจาวัน และชีวิตการทางานการพูดเป็นเครื่องมือสาคัญของการติดต่อสื่อสาร ที่จะนำไปความสำเร็จในชีวิต ทั้งนี้เพราะมนุษย์ต้องใช้ภาษาอยู่เสมอและใช้คำพูดในการสื่อถึงบุคคล (Persoral media) หรือเป็นวิธีทางหนึ่งในการถ่ายทอดชักนำเอาความรู้สึกนึกคิดของตนมาตีแผ่แสดงให้ผู้อื่นได้ทราบละเข้าใจ เมื่อเป็นเช่นนี้การพูดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่น (วิรัช อภิรัตนกุล .2524:1– 3) ดังนั้น การพูดการสนทนาที่ดีถูกต้องเหมาะสมจึงเป็นการสร้างบุคลิกภาพที่ดีสาหรับบุคคลใน ผลการวิจัยพบว่าความความพึงพอใจของนักของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3&nbsp; ที่มีต่อการพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย โดยการใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:39:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733341658</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลวัตถุประสงค์ข้อที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733349394</link>
         <description><![CDATA[<div>3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชาภาษาอังกฤษ เรื่องการเขียนตัวเลขป็นภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp; 2&nbsp; พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกสองมิติและสามมิติเข้ากับภาพเคลื่อนไหวแล้วพัฒนาเป็นแบบจำลองที่มีความสวยงามและสมจริงช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน ดูทันสมัย น่าตื่นเต้น การใช้งานอุปกรณ์สะดวกง่ายต่อการใช้งาน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพได้จริง จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของชาติ คนอยู่ตระกูล (2561 หน้า123) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้การเขียนตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า ความความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือน จริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในภาพรวมมี ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 07:47:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733349394</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิปรายผลการวิจัย </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733367442</link>
         <description><![CDATA[<div>วัตถุประสงค์ข้อที่ 3<br>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม วิชา คณิตศาสตร์ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์สำหรับครูผู้สอนเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้น และนักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข จึงทำให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ชาติ คนอยู่ตระกูล(2561) เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ วิชาคณิตศาสตร์ สาหรับนักเรียนผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือน<br>จริงฯ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-12 08:08:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drabhichat32/unit5/wish/1733367442</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
