<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>โครงการแกล้งดิน by 04รณกร ขุนทอง</title>
      <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp</link>
      <description>ของ รัชกาลที่9</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-06-26 07:13:24 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-03-17 03:08:01 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4049086749/4f35be53057732d9c9961ca477dfcf1b/20100422093711wdujx_1.jpg</url>
      </image>
      <item>
         <title>ต้นเหตุหลักของดินเปรี้ยวจัด (ดินกรด) ในโครงการแกล้งดิน เกิดจาก สารประกอบไพไรต์ (Pyrite) หรือแร่กำมะถันที่สะสมอยู่ในดินตามธรรมชาติ</title>
         <author>s35835</author>
         <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3827996853</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2026-03-17 02:59:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3827996853</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สาเหตุของดินเปรี้ยวนั้น</title>
         <author>s35835</author>
         <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3827999148</link>
         <description><![CDATA[<p>1. การทับถมของตะกอนน้ำทะเลในอดีต</p><p>ย้อนกลับไปหลายพันปี พื้นที่เหล่านี้เคยเป็นชายฝั่งทะเลหรือป่าชายเลนมาก่อน เมื่อน้ำทะเลท่วมขังเป็นเวลานาน จึงเกิดการสะสมของ <strong>สารประกอบซัลเฟต</strong> (Sulfate) ที่มากับน้ำทะเล ผสมรวมกับอินทรียวัตถุจากซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยในดิน</p><p>2. การก่อตัวของแร่ "ไพไรต์" (Pyrite)</p><p>ในสภาพที่ดินแฉะและไม่มีอากาศ (Anaerobic condition) แบคทีเรียในดินจะเปลี่ยนซัลเฟตให้กลายเป็น <strong>แร่ไพไรต์</strong> หรือสารประกอบฟอสฟอรัสกำมะถัน (Iron Pyrites:</p><p>���2</p><p>𝐹𝑒𝑆2</p><p>) สะสมอยู่ใต้ชั้นดิน ซึ่งในสภาวะที่ดินยังเปียกชื้นอยู่ แร่นี้จะยังไม่ส่งผลเสียใด ๆ ต่อพืช</p><p>3. ปฏิกิริยาเคมีเมื่อ "ดินแห้ง" (ตัวการหลัก)</p><p>ปัญหาจะเริ่มขึ้นเมื่อมีการระบายน้ำออกจากพื้นที่ หรือเกิดภัยแล้งจนระดับน้ำใต้ดินลดลง ทำให้ชั้นดินที่มีแร่ไพไรต์สัมผัสกับ <strong>ออกซิเจน</strong> ในอากาศ:</p><ul><li><p>แร่ไพไรต์จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำ กลายเป็น <strong>กรดซัลฟิวริก (กรดกำมะถัน)</strong></p></li><li><p>กรดนี้จะแพร่กระจายไปทั่วชั้นดิน ทำให้น้ำในดินมีค่า pH ต่ำลงอย่างรุนแรง (บางแห่งต่ำกว่า 4.0)</p></li></ul><p>4. การปลดปล่อยสารพิษในดิน</p><p>เมื่อดินกลายเป็นกรดจัด กรดจะไปละลายธาตุบางชนิดในดินออกมามากเกินไปจนเป็นพิษต่อพืช เช่น:</p><ul><li><p><strong>อะลูมิเนียม:</strong> ไปยับยั้งการเจาะไชของรากพืช ทำให้พืชแคระแกร็น</p></li><li><p><strong>เหล็ก:</strong> ถ้ามีมากเกินไปจะทำลายระบบรากและใบพืช</p></li><li><p><strong>การขาดฟอสฟอรัส:</strong> กรดจะไปตรึงฟอสฟอรัสไว้ ทำให้พืชดูดไปใช้ไม่ได้ แม้จะมีปุ๋ยอยู่ในดินก็ตาม</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2026-03-17 03:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3827999148</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ขั้นตอน</title>
         <author>s35835</author>
         <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828003134</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ขั้นตอนการ "แกล้งดินให้เปรี้ยวจัด"</p><p>เป็นการเร่งปฏิกิริยาเคมีโดยเลียนแบบธรรมชาติ แต่ทำให้เร็วขึ้น:</p><p><strong>STOU Library</strong></p><ul><li><p><strong>ร่นระยะเวลาฤดูกาล:</strong> ปกติธรรมชาติจะมีฤดูแล้งและฤดูฝนอย่างละครั้งต่อปี แต่โครงการนี้จะร่นเวลาให้เกิด "แล้ง-ฝน" สลับกันถึง 4 รอบต่อปี</p></li><li><p><strong>ทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกัน:</strong> ปล่อยให้ดินแห้ง 1 เดือน (เพื่อให้สารไพไรต์สัมผัสอากาศจนกลายเป็นกรด) และขังน้ำให้ดินเปียก 2 เดือน สลับกันไป</p></li><li><p><strong>เป้าหมาย:</strong> เพื่อกระตุ้นให้สารกำมะถันปล่อยกรดออกมาจนดินมีความเป็นกรดรุนแรงที่สุด (pH ต่ำสุด) จนพืชปลูกไม่ได้</p></li></ul><p>2. ขั้นตอนการ "ชะล้างและความคุม"</p><p>เมื่อดินเปรี้ยวถึงขีดสุดแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการลดความเป็นกรด:</p><p><strong>เทศบาลเมืองบางกรวย</strong></p><ul><li><p><strong>การชะล้างด้วยน้ำ:</strong> ใช้น้ำจืดชะล้างหน้าดินเพื่อนำพาความเปรี้ยว (กรดซัลฟิวริก) ออกไปจากพื้นที่ผ่านระบบระบายน้ำ</p></li><li><p><strong>การควบคุมระดับน้ำใต้ดิน:</strong> รักษาระดับน้ำให้อยู่เหนือชั้นดินเลนที่มีสารไพไรต์เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้มันสัมผัสอากาศและกลับมาสร้างกรดเพิ่มอีก</p></li></ul><p>3. ขั้นตอนการ "ปรับปรุงและฟื้นฟู"</p><p>ใช้สารเคมีที่เป็นด่างเข้ามาช่วยสะเทินกรดที่หลงเหลืออยู่:</p><p><strong>เทศบาลเมืองบางกรวย&nbsp;+1</strong></p><ul><li><p><strong>การใส่ปูนปรับปรุงดิน:</strong> นิยมใช้ <strong>ปูนมาร์ล</strong> หรือ <strong>ปูนขาว</strong> หว่านลงบนหน้าดิน (ประมาณ 1-2 ตันต่อไร่) แล้วไถกลบให้เข้ากันเพื่อลดความเป็นกรด</p></li><li><p><strong>การใช้ปุ๋ยบำรุง:</strong> เมื่อค่า pH ดีขึ้นแล้ว จะใส่ปุ๋ยไนโตรเจนและฟอสเฟตเพื่อเพิ่มธาตุอาหารที่จำเป็น เพราะดินเปรี้ยวเดิมมักจะขาดสารอาหารเหล่านี้</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2026-03-17 03:03:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828003134</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผลสรุปนั้นออกมาในทางที่ดีเลยมันสามารถลดความเปรี้ยวของดินได้เยอะมาก</title>
         <author>s35835</author>
         <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828004891</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ด้านกายภาพและเคมีดิน</p><ul><li><p><strong>ค่าความเป็นกรดลดลง:</strong> จากดินที่มีค่า pH ต่ำกว่า 3.0 (เปรี้ยวจัดจนพืชตาย) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5.0–5.5 ซึ่งเป็นระดับที่พืชส่วนใหญ่เติบโตได้</p></li><li><p><strong>ล้างสารพิษในดิน:</strong> ช่วยชะล้างกรดซัลฟิวริกและสารละลายอะลูมิเนียมที่เป็นพิษต่อรากพืชออกไปจากชั้นดิน</p></li></ul><p>2. ด้านการเกษตรและผลผลิต</p><ul><li><p><strong>ปลูกข้าวได้ผล:</strong> จากเดิมที่ปลูกข้าวไม่ได้เลย หรือได้ผลผลิตต่ำมาก (ประมาณ 5-10 ถังต่อไร่) เพิ่มขึ้นเป็น <strong>40–50 ถังต่อไร่</strong></p></li><li><p><strong>ความหลากหลายของพืช:</strong> พื้นที่ที่เคยรกร้างสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ได้ เช่น ข้าวโพด, ถั่ว, ผลไม้ (ส้มโอ, มะพร้าว) และปาล์มน้ำมัน</p></li></ul><p>3. ด้านเศรษฐกิจและสังคม</p><ul><li><p><strong>คืนอาชีพให้เกษตรกร:</strong> ชาวบ้านไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำที่อื่น เพราะสามารถทำกินบนที่ดินผืนเดิมได้</p></li><li><p><strong>ต้นแบบการแก้ปัญหาดิน:</strong> กลายเป็นองค์ความรู้ระดับโลกที่เรียกว่า <strong>"The Land Aggravation Study Project"</strong> ซึ่งเป็นต้นแบบให้หลายประเทศที่มีปัญหาดินเปรี้ยวจัดนำไปประยุกต์ใช้</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2026-03-17 03:05:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828004891</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>s35835</author>
         <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828006533</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4049086749/e147a9a4f4b460ccaff4a9546184575e/images__1_.jpg" />
         <pubDate>2026-03-17 03:06:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828006533</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>s35835</author>
         <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828006695</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4049086749/95292a55a5d6228b298b8bf87aca0c66/_________.jpg" />
         <pubDate>2026-03-17 03:06:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828006695</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความมีประโยช์นแบ่งออกเป็นด้านๆ</title>
         <author>s35835</author>
         <link>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828009571</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ด้านการเกษตร (หัวใจหลัก)</p><ul><li><p><strong>เปลี่ยนดินเสียเป็นดินดี:</strong> แก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัด (ดินกรด) ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก</p></li><li><p><strong>เพิ่มผลผลิต:</strong> ช่วยให้เกษตรกรปลูกข้าวได้ผลผลิตสูงขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว (จากที่ปลูกไม่ได้เลย หรือได้น้อยมาก)</p></li><li><p><strong>ปลูกพืชได้หลากหลาย:</strong> พื้นที่ที่เคยปลูกอะไรไม่ได้เลย สามารถปลูกไม้ผล พืชไร่ และพืชผักสวนครัวได้</p></li></ul><p>2. ด้านเศรษฐกิจและสังคม</p><ul><li><p><strong>เพิ่มรายได้:</strong> เมื่อปลูกพืชได้ ผลผลิตดี เกษตรกรก็มีรายมีรายได้เลี้ยงครอบครัวและลืมตาอ้าปากได้</p></li><li><p><strong>ลดการย้ายถิ่นฐาน:</strong> ชาวบ้านไม่ต้องทิ้งที่ดินทำกินไปหางานทำในเมืองใหญ่ ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน</p></li><li><p><strong>ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า:</strong> พลิกฟื้นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้กลายเป็นพื้นที่ทำกินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ</p></li></ul><p>3. ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการน้ำ</p><ul><li><p><strong>ระบบชลประทานดีขึ้น:</strong> โครงการต้องมีการวางระบบระบายน้ำและกักเก็บน้ำ ทำให้ช่วยบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำได้ดีขึ้น</p></li><li><p><strong>ฟื้นฟูระบบนิเวศ:</strong> ช่วยให้หน้าดินกลับมามีชีวิต มีจุลินทรีย์และธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชอีกครั้ง</p></li></ul><p>4. ด้านวิชาการและนวัตกรรม</p><ul><li><p><strong>องค์ความรู้ระดับโลก:</strong> เป็นต้นแบบการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวที่ทั่วโลกยอมรับ จนได้รับการจดสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย</p></li><li><p><strong>ศูนย์เรียนรู้:</strong> กลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้เกษตรกรและนักวิชาการนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีปัญหาคล้ายกัน</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2026-03-17 03:08:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s35835/7n0cyuxyhusripdp/wish/3828009571</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
