<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>4/11 ทุกข์ของชาวนาในบทกวี by Kanchanok Wutti</title>
      <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411</link>
      <description>ให้นักเรียนค้นคว้าข้อมูล เกี่ยวกับชาวนา เช่น ผลผลิต ความทุกข์ยาก หรือนวัตกรรมต่างๆ จากข่าว หรือสื่อต่างๆ </description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-12-02 01:25:02 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-03-15 08:51:10 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f33e.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ชาวนาได้เฮ ครม. ถกประกันรายได้ข้าว จ่ายส่วนต่างเพิ่มงวด 3-33 วันนี้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612212</link>
         <description><![CDATA[<div>วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นาย<a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%8F%E0%B9%8C"><strong>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์</strong></a> หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ว่า ส่วนตัวได้ลงนามทำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี เรื่อง<a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7"><strong>ประกันรายได้ข้าว</strong></a> ซึ่งได้มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้ชาวนาไปแล้ว 2 งวด เป็นเงินประมาณ 13,000 ล้านบาท แต่ที่เหลืออีก 31 งวด ยังไม่ได้จ่าย เพราะต้องรอการเพิ่มเพดานวินัยการคลัง ซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มเพดานจาก 30% เป็น 35% แล้ว โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา วันนี้ตนได้เสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี สำหรับเงินส่วนต่างที่เหลืออีก 76,000 ล้านบาท คาดว่าถ้าผ่าน ครม.วันนี้จะได้จ่ายเงินส่วนต่างที่เหลือได้<br><br><strong>นายเมธาสิทธิ์ แก้วศรีทอง ม.4/11 เลขที่ 2</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://img.pptvhd36.com/thumbor/2020/09/29/news-d5f21767b3.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:20:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612212</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพื่อไทยรับฟังทุกข์ชาวนา อัดรัฐบาล ชี้ความต่างจำนำข้าวกับประกันรายได้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612495</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันที่ 6 ธ.ค. 2564 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส. รองเลขาธิการพรรค โฆษกพรรค รองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค ส่วนหนึ่ง ลงพื้นที่ ตำบลชายนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรับฟังปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องชาวนา โดยมีตัวแทนชาวนาร่วมสะท้อนปัญหาการทำงานและอุปสรรคปัญหาของเกษตรในยุครัฐบาล พล.อ.<a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%20%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B2"><strong>ประยุทธ์ จันทร์โอชา</strong></a> นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</div><div>ทางด้านตัวแทนชาวนาสะท้อนปัญหาตรงกันคือ ขณะนี้ชาวนาเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีตัวแทนรัฐบาลลงพื้นที่เข้ามาดูแลชาวบ้านเลย ทั้งที่เป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากพื้นที่อำเภอเสนา เป็นแก้มลิงชะลอรับน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ เมื่อมีน้ำเข้านากลับมีปริมาณมากเกิน แต่เมื่อต้องการน้ำทำนา กลับไม่มีน้ำใช้ น้ำแล้ง และน้ำส่งไปไม่ทั่วถึงที่นาชาวบ้าน<br><br>แหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/2259081<br>.<br>.<br>.<br>นางสาวศิรภัสสร ธรสินธุ์ ม.4/11 เลขที่ 42</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thairath.co.th/news/politic/2259081" />
         <pubDate>2021-12-23 05:21:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612495</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สันติภาพ ปะทุมตะ เลขที่ 23</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612659</link>
         <description><![CDATA[<div>ผู้สื่อ<a href="https://www.sanook.com/news/">ข่าว</a>รายงานว่า <a href="http://www.sanook.com/news/8477106/">ชาวนา</a>ที่จังหวัดนครราชสีมาในช่วงนี้เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมแล้ว<br><br></div><div>แต่มีเสียงโอดครวญจากชาวนาว่า ราคารับซื้อข้าวเปลือกตกต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ราคารับซื้อตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 7 บาท 70 สตางค์ ชาวนาขาดทุนซ้ำซากทุกปี อยากเรียกร้องให้รัฐบาลและนายทุนเพิ่มราคารับซื้อให้ด้วย<br><br></div><div>โดยหนึ่งในชาวนาในตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตนลงทุนทำนาปลูกข้าว ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ จำนวน 18 ไร่ วันนี้นำข้าวหอมมะลิไปขายได้ราคากิโลกรัมละ 7 บาท 70 สตางค์<br><br></div><div>ปีนี้ตนต้องมาประสบกับปัญหาน้ำท่วม 2 รอบ ข้าวที่เคยได้จำนวน 5 อุ้ม ปีนี้ (64) ได้เพียงแค่ 2 อุ้ม (อุ้มของรถเกี่ยวข้าว) นำไปขายแล้วขาดทุนมาก เมื่อหักต้นทุนการผลิต ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ารถไถ ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว ค่าขนส่งแล้ว<br><br></div><div>สรุปคือขาดทุน อยากให้รัฐบาลช่วยปรับราคารับซื้อข้าวเปลือกให้สูงกว่านี้ด้วย เพราะหากรับซื้อเท่านี้ชาวนาไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้แน่ หากรับซื้อที่ราคา กิโลกรัมละ 10 บาทขึ้นไปก็ยังจะมีทุนพอสู้ต่อได้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://s.isanook.com/ns/0/rp/r/w728/ya0xa0m1w0/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY5NC84NDcwNTkwLzQ3NDAwMC5qcGc=.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:21:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612659</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เกษตรกรดีใจ มารอถอนเงิน &quot;เยียวยาชาวนา&quot; แห่ต่อคิวยาวเหยียดแน่นธนาคาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612697</link>
         <description><![CDATA[<div>วันที่ 13 ธ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. สาขา อ.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เนืองแน่นไปด้วยเกษตรกรชาวนาที่มารอคิวเบิกเงินจากธนาคาร หลังจากรัฐบาลได้โอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ จ.อุดรธานี แล้ว<br><br></div><div>จากการตรวจสอบ พบว่าบางคนมารอตั้งแต่ 05.00 น. ตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิด เพื่อมารอคิวเบิกเงินสดทั้งถอนจากตู้เอทีเอ็มและถอนหน้าจากเคาน์เตอร์กับเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน โดยชาวนาทุกคนที่มาวันนี้ต่างพากันดีใจที่ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แม้ทางรัฐจะโอนมาครั้งเดียวในวันนี้ ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ปลูกข้าวก็ให้เลย เก็บเกี่ยวก็ให้เลย โดยทุกคนบอกว่าเงินที่ได้ต้องเอาไปใช้หนี้ค่าปุ๋ย ค่าจ้างเกี่ยวข้าวและอื่นๆ ที่ค้างเขาไว้ คงเหลือเงินติดตัวไม่มาก<br><br>นายพรรคพล สวัสดิ์วงศ์วิชา เลขที่ 25</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461448005/c014e3bba96b08539e642a3a3a568e42/Dtbezn3nNUxytg04aYl4sY7udpFyuX8GVMmgEQ5SleRHU9.webp" />
         <pubDate>2021-12-23 05:21:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612697</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิกฤติราคาข้าวตกตํ่า หลุมพรางการเมือง?</title>
         <author>s39150</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612746</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>วัฏจักรทุกข์ชาวนา “ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ” ยังคงตามหลอกหลอนไม่จบสิ้น สร้างความเดือดร้อนให้ต้องแบกรับภาระขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมีหนี้สะสมพอกพูนแทบไร้แสงสว่างลืมตาอ้าปาก<br></strong>กลายเป็น “ยิ่งทำยิ่งล่มจม ทำจนต้องเสียนา” เพราะต้นทุนการทำนามีทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าน้ำมันขนส่งแพงขึ้นทุกรายการ “สวนทางกับราคาขายตกต่ำกว่าต้นทุน” ชาวนาต้องขายข้าวขาดทุนทุกฤดูกาล “หลายคนต้องถอดใจ เลิกทำนา” ฉะนั้นเวลานี้ห่วงโซ่ข้อแรกในวงจรผลิตข้าวเพื่อการส่งออกกำลังผุพังลงช้าๆ<br><br><mark>นางสาวมินตรา เกตุโชติ เลขที่ 26 ม.4/11</mark></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thairath.co.th/news/local/2253331" />
         <pubDate>2021-12-23 05:21:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612746</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เงินประกันรายได้ข้าว ธ.ก.ส. โอนงวดที่ 10 ชาวนารับสูงสุด 53,316 บาท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612760</link>
         <description><![CDATA[<div>ในวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการ โอนเงินประกันรายได้ในงวดที่ 1-9 (เพิ่มเติม) พร้อมงวดที่ 10 อีกจำนวน 1,174 ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 93,302 ครัวเรือน ซึ่งผลการโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 ตั้งแต่งวดที่ 1-10 รวมทั้งหมดจำนวน 83,483 ล้านบาท มีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้ว 4,683,606 ครัวเรือน เทียบกับเป้าหมายรวม 4.69 ล้านครัวเรือน<br><br></div><div>“การประกันรายได้ดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ได้รับผลตอบแทนจากการผลิตที่เหมาะสม เป็นการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน และช่วยแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และอุทกภัย โดยที่กลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ”<br><br>นางสาวกัญญ์ณณัฐ สุขเศรษฐศิริ ม.4/11 27</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1511214134/27ae2769095521d40d9421997b4bc320/___________728x485.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:21:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961612760</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ร้องเรียนชาวนาปิดถนนในซอยหมู่บ้านตากข้าว</title>
         <author>s41603</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613028</link>
         <description><![CDATA[<div>ไรวินทร์ ทองทวี เลขที่ 21</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=pv_lgLPSEmc" />
         <pubDate>2021-12-23 05:21:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613028</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น้ำท่วมนาข้าว อ.ประทายนานหลายสัปดาห์</title>
         <author>s41595</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613303</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>(16 ต.ค.64)</mark>&nbsp; ชาวนาใน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา รายหลายได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากมวลน้ำจากลำเชียงไกร ใน อ.โนนไทย ได้ไหลหลากเข้าท่วมนาข้าวนานหลายสัปดาห์&nbsp; ส่งผลทำให้ต้นข้าวที่กำลังออกรวง เริ่มเน่าเสีย เมล็ดข้าวเน่าเสียหายเป็นจำนวนมาก<br><br>นายสมาน ทิพย์เนตร อายุ 54 ปี&nbsp; เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ใน ต.ตลาดไทร อ.ประทาย เล่าว่า&nbsp; ลงทุนปลูกข้าวหอมมะลิ จำนวน 20 ไร่ แต่มวลน้ำลำเชียงไกร ที่ไหลชมาจาก อ.โนนไทย ได้ไหลลงลำสะแทด อ.ประทาย ส่งผลทำให้มวลน้ำล้นตลิ่ง เอ่อท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้าน และท่วมนาข้าวที่อยู่ติดกับลำสะแทด ระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตร บางจุดท่วมสูง 2 เมตร ท่วมขังนานหลายสัปดาห์ทำให้ต้นข้าวที่กำลังออกรวง ได้รับความเสียหายอย่างหนักและเมล็ดข้าวเน่า<br><mark>นายกฤตธน 13</mark></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1488839605/db5941fc0d216fdec85cf30b6ee2053d/616a519288c382_93836367.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:22:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613303</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สาวโพสต์ถาม ตากข้าวบนถนนทำคนรถล้มแขนหัก เรียกค่าเสียหาย 5 พัน มันเกินไปไหม?</title>
         <author>s41606</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613490</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัญหาดราม่าชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาวางตากไว้บนพื้นถนน กีดขวางทางสัญจร ยังคงมีให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมีปากเสียงกันระหว่างเจ้าของข้าวกับผู้สัญจร บางกรณีหนักถึงขั้นมีรถประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากหลบ หรือเหยียบข้าวที่ตากอยู่บนถนน จนรถล้ม<br><br></div><div>ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก <strong>ควายหลุดถนน V1</strong> ได้โพสต์ภาพข้อความ จากโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่โพสต์ถามความเห็นชาวเน็ตว่า เธอถูกคนในหมู่บ้านมาเรียกเงินค่าทำขวัญ เป็นเงิน 5,000 บาท เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุรถล้มจนแขนหัก ผู้บาดเจ็บโทษว่าเป็นเพราะข้าวเปลือกที่เธอตากไว้บนถนน ทั้งที่ถนนตรงนั้นไม่มีไฟส่องสว่าง และคนที่รถล้มก็ขับรถไม่ดูเอง ทำแบบนี้เขาทำเกินไปไหม<br><br></div><div>ซึ่งก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างถล่มทลาย ส่วนใหญ่เห็นไปทางเดียวกันว่า เป็นเรื่องที่เจ้าของข้าวต้องรับผิดชอบแน่นอน และเงินแค่ 5,000 บาท ก็ถือว่าน้อยมากแล้วเมื่อเทียบกับการที่ต้องบาดเจ็บแขนหัก หากเป็นคนอื่นคงเรียกมากกว่านี้แน่นอน คอมเมนต์บางส่วนระบุว่า<br><br></div><div><strong><em>"ส่วนตัวเเล้ว เขาล้มเพราะข้าวเราครับ อย่างน้อยค่ารักษาพยาบาลต้องให้ครับ ใจเขาใจเรา โดยเฉพาะยิ่งคนในหมู่บ้านเดียวกัน ใจเเลกใจวันข้างหน้าได้พึ่งพากันอยู่เเล้วครับ"<br></em></strong><br></div><div><strong><em>"ดีนะครับ คนบ้านเดียวกันจึงเรียก 5,000 ถ้าผมแขนหัก ค่าแรงเบาๆ500×ไปเลย6เดือนกว่าจะทำงานได้ ค่าซ่อม ค่านู้นนี้นั้น น่าจะหลักแสน"<br>ใ"โตมาแบบไหนถึงได้คิดแบบนี้เนี้ย"<br><br>https://www.sanook.com/news/8477106/<br></em></strong><mark>นายสิรภพ ทองศรี 24 4/11</mark><strong><em><br></em></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1488870785/a8ef69094e538fe0018c30ad9c45644e/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY5NS84NDc3MTA2L3Nhbm9va190aHVtYm5haWxfMTIwMHg3MjAtMi5qcGc_.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:22:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613490</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนาทวงรัฐบาล เงินช่วยลดต้นทุนผลิต ประกันราคาข้าว ยังไม่ได้รับเลย</title>
         <author>s394551</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613557</link>
         <description><![CDATA[<div>เวลา 12.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านกร่าง ตัวแทนชาวนาจาก 4 ตำบล คือ ต.วังอิทก ต.นิคมพัฒนา ต.บึงกอก และ ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้รวมตัวล่ารายชื่อทำหนังสือกับ นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงถึงรัฐบาลเกี่ยวกับเงินเยียวยาชาวนาทั้ง 3 โครงการ คือ โครงการประกันรายได้ การช่วยเหลือโครงการลดต้นทุนเพื่อการผลิตไร่ละ 500 บาท และการช่วยเหลือโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 500 บาท ที่ถึงปัจจุบันชาวนายังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเลย<br><br></div><div>นางบุญผ่อง อุ่นบุญ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า วันนี้ตัวแทนชาวนาจาก 4 ตำบล คือ ต.วังอิทก ต.นิคมพัฒนา ต.บึงกอก ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จำนวนกว่า 30 คน เดินทางมายื่นหนังสือให้กับ นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เพื่อให้ช่วยติดตามโครงการประกันรายได้ ประกันเงินเยียวยาค่าเก็บเกี่ยว และลดต้นทุนการผลิต เพราะชาวนาเกี่ยวข้าวไม่ได้ราคาตามที่ตั้งไว้ และต้นทุนการผลิตแพง ชาวนาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก อยากให้ ส.ส.นิยม ช่วยกระตุ้นในสภาฯ เพื่อให้ชาวนาได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล<br><br>นายพรหมเพชร บ้านเนิน เลขที่ 12 </div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thairath.co.th/news/local/north/2223812" />
         <pubDate>2021-12-23 05:22:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961613557</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“ธนกร” สวนเพื่อไทย อย่าเอาแต่สร้างโลกสวยไปวันๆ ใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือ</title>
         <author>s39290</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961614671</link>
         <description><![CDATA[<div>วันที่ 7 ธ.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ชาวนาไทยทุกข์ยากลำบาก แต่รัฐบาลไม่เคยใส่ใจ <a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2"><strong>พรรคเพื่อไทย</strong></a>จะฟื้นศักดิ์ศรีให้ชาวนาไทยกลับมายืนตรงมองฟ้าอย่างองอาจอีกครั้ง ว่า ขอให้ นายแพทย์ชลน่าน ยึดข้อเท็จจริง อย่าใช้<a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2"><strong>ชาวนา</strong></a>เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล<br>นายธนภัทร  ชะระสัย ม.4/11 เลขที่ 1</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1488843261/fa72e56fa44e115915cc661f14a3b581/Screenshot_2021_12_23_122257.png" />
         <pubDate>2021-12-23 05:23:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961614671</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ราคาข้าวเดือนธันวาคม</title>
         <author>s415991</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961614721</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>วันที่ 7 ธันวาคม 2564</strong> นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนธันวาคม 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ <mark>7,736 – 7,944 บาท/ตัน</mark> เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.44 – 3.14<br><br></div><div>เนื่องจากราคาข้าวขาวของประเทศไทยในตลาดโลกสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ประกอบกับความต้องการของประเทศผู้นำเข้าในแถบทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย และตะวันออกกลาง ยังมีความต้องการข้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อไว้ใช้ในช่วงเทศกาลปลายปี<br><br><em><mark>นายณัฐวัฒน์ บรรลุขันติกุล ม.4/11 เลขที่17</mark></em></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1452432331/dd307073112b165a15cc701c8a8ff739/S__3563794.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:23:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961614721</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข่าวเรื่อง &quot;สมาคมชาวนาไทย ยื่นคัดค้าน CPTPP ยกเหตุผล 6 ข้อ หวั่นกระทบเศรษฐกิจฐานราก&quot;</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615076</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาคมชาวนาไทย ยื่นหนังสือคัดค้านการเข้าร่วม CPTPP ต่อ กมธ.ศึกษาผลกระทบฯ สภาผู้แทนราษฎร ยกเหตุผล 6 ข้อ พันธุ์พืช ยา ความมั่นคงทางสาธารณสุข หวั่นกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากโดยตรงนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย พร้อมอุปนายก และที่ปรึกษาฯ เป็นตัวแทนของสมาคมฯ ยื่นหนังสือต่อนายนิกร จำนง รองประธานอนุกรรมาธิการเกษตรและพันธุ์พืช กรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วม CPTPP เพื่อส่งต่อ นายวีระกร คำประกอบ ประธานกรรมาธิการฯ คัดค้านการเข้าร่วมความตกลง CPTPPทั้งนี้เนื้อหาในจดหมายระบุว่า สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ติดตามและศึกษาเกี่ยวกับ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP ) นั้นสมาคมฯได้จัดประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ในการคัดค้านความตกลงนี้ โดยมีเหตุผลประกอบ 6 ประการ<br><br>นางสาวเปมิกา สกุลฉ่ำ เลขที่ 32</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.sanook.com/news/8190430/" />
         <pubDate>2021-12-23 05:24:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615076</guid>
      </item>
      <item>
         <title>&quot;เงินเยียวยาเกษตรกร&quot; ไร่ละ 1,000 บาท อัพเดทล่าสุด โอนเงินวันไหนเช็กที่นี่!!</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615380</link>
         <description><![CDATA[<div><br>"เงินเยียวยาเกษตรกร" 2564 / 65 เกษตรกรยังคงเกาะติด ประกันรายได้ข้าว หรือ เงินช่วยเหลือชาวนา หรือ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินส่วนต่างราคาประกันรายได้ข้าวให้เกษตรกร ตามมติ ครม. ล่าสุด งวดที่ 7 สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่แจ้งเก็บเกี่ยว วันที่ 19 - 25 พฤศจิกายน 2564<br>เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท<br><br>เงินส่วนนี้อยู่ในมาตรการคู่ขนานในการเยียวยาเกษตรกรอีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จะนำเข้าพิจารณาใน ครม. สัปดาห์หน้า (30 พฤศจิกายน 2564) เพื่อให้กระทรวงการคลังไฟเขียวให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินให้เกษตรกร<br><br>คาดว่าเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้วจะได้เงินภายในเดือนธันวาคมนี้แน่นอน<br>ที่มา<a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/974238">https://www.bangkokbiznews.com/news/974238</a><br>นางสาววิภาวี อริยะมนตรี เลขที่39<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1465532574/71b668684e71cdce2b35cc4fd5892546/D04260C5_4105_4B3F_96AB_B6061B47120E.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:24:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615380</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รัฐแช่แข็งชาวนา ยิ่งแจกง่ายยิ่งจน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615396</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ปมปัญหาโลกแตก ทุกข์คนทำนา “</strong><a href="https://www.thairath.co.th/news/politic/2259081"><strong>ราคาข้าวตกต่ำ</strong></a><strong>” ที่เกิดจากความไม่สมดุลกลไกทางการตลาด และผลผลิตที่ออกมาปริมาณมาก “สวนทางกับผู้บริโภค และการส่งออกลดน้อยลง” ทำให้ข้าวระบายออกได้ไม่หมดค้างสต๊อกสะสมกันมานี้ </strong>กลายเป็นปัญหาซ้ำเติมความเดือดร้อน “ชีวิตชาวนา” ต้องแบกรับภาระต้นทุนทำนาเพิ่มสูง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายาราคาแพงขึ้น รศ.ดร.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโสสถาบันคลังสมองของชาติ บอกว่า ปีนี้ฤดูกาลเกี่ยวข้าวในหลายพื้นที่ต้องเจอน้ำท่วมค่อนข้างหนัก ทำให้ข้าวมีความชื้นถูกหักราคาลง เช่น ข้าวเจ้าความชื้นไม่เกิน 15% ราคารับซื้อ 8 พันบาท/ตัน ถ้าความชื้นสูง 25% จะเหลือราคาข้าว 6 พันกว่าบาท/ตัน ยิ่งข้าวแช่น้ำความชื้นอาจสูงกว่า 30% ต้องถูกหักราคาเพิ่มขึ้นอีก ฉะนั้นปีนี้ราคาข้าวตกต่ำมาจากข้าวเปลือกมีความชื้นสูง 25-35% ที่มิใช่ความชื้นตามมาตรฐานกำหนดไว้ 15% ทำให้โรงสีต้องหักราคาความชื้นลงนี้เพราะข้าวรับซื้อมา 1 ตัน จะได้ข้าวจริง 700-800 กิโลกรัมเท่านั้น...ที่เหลือเป็นความชื้นในข้าวเปลือกทั้งสิ้น อีกประการ “ปีนี้การส่งออกข้าวลดลง” ขณะที่ข้าวเปลือกใหม่ออกมาเยอะมาก อันเป็นสาเหตุให้ราคาตกลงโดยเฉพาะ “ข้าวเหนียวเปลือก” ในปี 2562 เคยมีราคาสูง 1.5 หมื่นบาท/ตัน จนต้องปลูกเพิ่มขึ้น<br>&nbsp;ฉะนั้น “โครงสร้างการเกษตรไทย” ต้องปรับเปลี่ยนหันมามุ่งเน้น “ทำพืชสวน หรือพืชผัก” อันเป็นสิ่งเฉพาะสามารถปลูกได้ในประเทศ เพราะในอนาคตราคาข้าวกำลังเดินเข้าสู่ทางตันอย่างช้าๆด้วยต้นทุนที่สูง การส่งออกแพงกว่าคู่แข่งแล้ว “งบวิจัยข้าวก็หดตัว” การปรับตัวมาสู่ปลูกพืชผสมผสานจะทำให้มีรายได้ดีขึ้น ความเดือดร้อนของอาชีพเกษตรกรก็น่าเห็นใจ แต่ว่า “รัฐบาล” ก็ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ไม่อาจจ่ายเงินทุกปี “การจะหลุดพ้นจากความยากจน” จำเป็นต้องปรับตัวพึ่งพาตัวเองด้วยเช่นกัน<br><a href="https://www.thairath.co.th/news/local/2256110">https://www.thairath.co.th/news/local/2256110</a><br><br>นางสาวลภัสรดา ใจตรง เลขที่ 35 ม.4/11</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thairath.co.th/news/local/2256110" />
         <pubDate>2021-12-23 05:24:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615396</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ม็อบเกษตรกร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615540</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่มชาวนาได้มาปักหลักชุมนุมที่บริเวณหน้ากระทรวงการคลังตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. เป็นเวลา 2 คืน 3 วัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ และต้องบอกเลยว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีม็อบเกษตรกร แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร<br>1) เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการยืดเวลาชำระหนี้ หรือปรับลดอัตราดอกเบี้ย</div><div>2) ลดอัตราดอกเบี้ยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ให้เหลือร้อยละ 3% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับราคาข้าว และพืชผลการเกษตรที่ลดลง</div><div>3) สงวนสินทรัพย์ที่จำนอง สืบเนื่องจากราคาข้าวที่ตกต่ำ ทำให้ชาวนาไม่สามารถไถ่คืนทรัพย์สินที่จำนองไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด จึงขอให้ชะลอการยึดทรัพย์สินเหล่านั้น&nbsp;<br>นอกจากข้อเรียกร้องต่างๆ เหล่านี้ ทางเพจเฟซบุ๊ก THE Kaset ยังออกมาเปิดเผยปัญหาของโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 ของรัฐบาล ซึ่งโดยปกติจะมีการจ่ายเงินประกันเป็นงวด ในแต่ละรอบจะมี 3 งวด แต่ทาง ธ.ก.ส. ได้เลื่อนจ่ายประกันรายได้ข้าวงวดที่ 2 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งมีการชี้แจงว่า งบประมาณจาก ครม. งวดแรกเหลือไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้เกษตรกรทั้งหมด หากจ่ายเพียงบางส่วนอาจเกิดการครหาได้ อย่างไรก็ตาม ทาง ธ.ก.ส. ได้แจ้งปัญหาดังกล่าวไปที่กระทรวงแล้ว</div><div>ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมายืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลได้โอนเงินประกันงวดที่ 1 และ 2 ให้กับธนาคารแต่ละสาขาเรียบร้อยแล้ว และได้เตรียมงบประมาณไว้สำหรับโครงการประกันรายได้งวดที่ 3 พร้อมแล้ว ขอให้เหล่าเกษตรกรสบายใจได้</div><div><br>แหล่งที่มา<br>https://thematter.co/brief/129321/129321<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1440947177/e8c905fdd13d66f2f566a5412040cfc7/image.png" />
         <pubDate>2021-12-23 05:24:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615540</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธ.ก.ส. โอนแล้ว! เงินประกันรายได้ข้าวงวดแรก 1.12 หมื่นล้านบาท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615633</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ธ.ก.ส. เริ่มแล้ว! จ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 ลอตแรก 11,200 ล้านบาท แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด จำนวน 530,000 ราย<br><br>วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส.ได้รับมอบหมายให้ดำเนินจ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 วงเงินรวม 13,225 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสถานการณ์ เศรษฐกิจโลก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และอุทกภัย<br><br>โดยที่กลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละ ไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน<br>นาย กิตติพัศ วาสนาวิน ม.4/11 เลขที่5<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1309779970/b44df2b31230e4f4871d5130659fbc45/000_1W54QM.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:24:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615633</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“จำนำข้าว” ยังไม่จบ! รัฐทยอยปลดหนี้ ธ.ก.ส. 1 แสนล้านบาท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615916</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ธ.ก.ส. เผยรัฐทยอยปลดหนี้ วงเงิน 1 แสนล้านบาท จากโครงการรับจำนำข้าว คาดจบภายใน 3-5 ปี และใช้หนี้ สบน. จากการออกบอนด์ด้วย ชี้แต่ละปีตั้งงบชดเชย เฉลี่ย 10-20%<br></strong><br></div><div>วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธถ.ส.) เปิดเผยว่า หนี้ที่รัฐบาลต้องชดใช้จากโครงการรับจำนำข้าวในอดีต ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ หนี้ที่รัฐบาลต้องชดใช้ ธ ก.ส. วงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยสำนักงบประมาณได้เข้ามาดูแล ทยอยชดเชยทุกปี ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้หนี้ ธ.ก.ส หมดภายใน 3-5 ปีและอีกส่วนหนึ่งที่รัฐต้องชดเชยจากโครงการดังกล่าว คือ หนี้จากการออกพันธบัตรรัฐบาล ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 3-5 ปี ในการชำระหนี้ครบวงเงินเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ สำนักงบประมาณจะพิจารณาการจัดสรรงบในการชดเชยหนี้ให้กับธ.ก.ส. ด้วยการพิจารณาหนี้ในส่วนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะชำระในส่วนนี้ก่อน อย่างไรก็ดี ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐในแต่ละปีด้วย แต่ชำระหนี้เฉลี่ยประมาณ 10-20% โดยในปีงบประมาณ 2565 นี้ ก็ตั้งงบชดเชยหนี้ให้กับธ.ก.ส จำนวน 69,000 ล้านบาท น้อยกว่าปีที่ผ่านมา<br><br></div><div>“ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องมาจากเงินรับฝาก การออกพันธบัตร ซึ่งปัจจุบันมีไม่ถึง 5% และส่วนที่เหลือมาจากงบประมาณแผ่นดิน โดยได้รับการชดเชยจากรัฐบาล ซึ่งมีการตั้งงบชำระหนี้เฉลี่ยประมาณ 10-20% ต่อปี”<br><br></div><div>นายกิติพัฒน์ ณัฐเศรษฐ์ภาธร เลขที่ 15<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1480744456/8f5ca0b2dd949cd2d393bef1f1d87bb6/__________62_63_728x464_1.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:25:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615916</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผบ.ทบ.สั่งเปิดทุกหน่วยทหาร เพิ่มพื้นที่ลานตากข้าวช่วยชาวนา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615933</link>
         <description><![CDATA[<div>จากนโยบายเร่งด่วนของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่มีเจตนารมณ์ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาและส่งเสริมให้มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการผลผลิต โดยใช้ศักยภาพของ กองทัพบกสนับสนุนเกษตรกรอย่างเต็มที่<br><br></div><div>ล่าสุด ในเรื่องการช่วยเกี่ยวข้าว ซึ่งหน่วยทหารกองทัพบก ได้เข้าช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการเพิ่มเติมให้กองทัพภาค ได้บูรณาการรวมการรถเกี่ยวนวดข้าวจำนวน 27 คัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนมาจากภาคเอกชนและถูกส่งไปประจำตามหน่วยทหารต่างๆ&nbsp; โดยให้นำมารวมการอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพภาค เพื่อจัดสรรแบ่งมอบงาน ระดมลงเกี่ยวข้าวในแปลงนาที่มีการวางแผนไว้ ทำให้เพิ่มความรวดเร็วและได้เนื้องานเกี่ยวข้าวเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ให้ใช้รถเกี่ยวนวดข้าวควบคู่ไปกับการใช้กำลังพลร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวกับภาคส่วนต่างๆ และกำชับให้กองทัพภาคบริหารจัดการและจัดสรรการใช้งานรถเกี่ยวข้าวแบบรวมการให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวดเร็ว ตรงกับความต้องการของเกษตรกร<br><br></div><div>ส่วนการเปิดค่ายทหารเป็นพื้นที่ตากข้าวเปลือกบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนานั้น ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ทุกหน่วยทหาร พิจารณาปรับสถานที่ของหน่วยให้เป็นสถานที่ตากข้าวเปลือกเพิ่มขึ้นอีก เช่น ลานฝึก ถนน สนามบิน โรงรถ ลานรวมพล ลานอเนกประสงค์ สนามหญ้า เป็นต้น เพื่อให้ได้พื้นที่ตากข้าวเปลือกมากที่สุด สามารถรองรับความต้องการของเกษตรกรได้อย่างเต็มที่ การเพิ่มพื้นที่ตากข้าวของทุกหน่วยทหารขึ้นอีกในครั้งนี้ จะทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์และลดความชื้นในข้าวได้ทัน สามารถรักษาคุณภาพข้าวและนำไปขายได้ราค<br><br>https://www.sanook.com/news/8305802/<br><br><br>&nbsp;นาย วีรวิทย์ แก้วเจริญ เลขที่ 4</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1309779799/16d73f5efafcc972f9a1d2010e8562a8/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2MS84MzA1ODAyL3JpY2UuanBn.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:25:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961615933</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนา 2 ล้านคน เตรียมรับเงิน ไร่ละ 500 ธ.ก.ส.โอนเข้าบัญชีสัปดาห์หน้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616072</link>
         <description><![CDATA[<div>นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกรมบัญชีกลาง เตรียมจ่ายเงินอุดหนุนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 62/63 ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 25,000 ล้านบาท งวดแรกในสัปดาห์หน้า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม<br><br></div><div>“ตอนนี้ทาง ธ.ก.ส.ได้รับรายชื่อเกษตรกรที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงเกษตรฯ แล้ว มีประมาณ 2 ล้านราย และ ธ.ก.ส.จะทยอยโอนเงินช่วยค่าปลูกข้าวเข้าบัญชี ธ.ก.ส.ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวภายใน 3 วันให้เสร็จสิ้น”<br>https://www.thairath.co.th/business/economics/1660111<br><br>นางสาววรลัญช์ ทวีวัฒนปรีชา ม.4/11 เลขที่37</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thairath.co.th/business/economics/1660111" />
         <pubDate>2021-12-23 05:25:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616072</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความจริงเรื่องข้าวกับเรื่องราวของชาวนาไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616183</link>
         <description><![CDATA[<div>การทำนาปลูกข้าวของชาวนาจากอดีตจนถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเทคโนโลยีการทำนาไปจากเดิม จากเทคโนโลยีการทำนาแบบพื้นบ้านได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการทำนาด้วยเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่&nbsp; เน้นการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเกษตรจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตและวิถีชีวิตของชาวนา ดังเช่นกรณีของการพัฒนาพันธุ์ข้าวสมัยใหม่ เพื่อให้ตอบสนองต่อระบบการตลาด การพัฒนาพันธุ์ข้าวจึงเน้นผลผลิตต่อไร่สูงสุดและสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี&nbsp; &nbsp; ทำให้ชาวนาต้องใช้ปุ๋ยในปริมาณสูงขึ้น ขณะที่ราคาปุ๋ยเคมีก็เพิ่มขึ้นสูงทุกปี&nbsp; อีกทั้งพันธุ์ข้าวสมัยใหม่ที่พัฒนาขึ้นก็มักจะมีความอ่อนแอต่อโรค ชาวนาในระบบเกษตรสมัยใหม่ก็มักจะจัดการปัญหาด้วยการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชควบคู่กันไป ส่งผลต่อสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือการพัฒนาพันธุ์ข้าวตามระบบเกษตรสมัยใหม่ ที่แม้จะได้ข้าวพันธุ์ดี แต่ก็ได้ทำให้ต้นทุนเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวของชาวนาเพิ่มขึ้น เพราะมีส่วนส่งเสริมให้ชาวนาหันไปซื้อพันธุ์ข้าวปลูกแทนการเก็บพันธุ์ไว้ใช้เองที่เคยทำมาแต่เดิม&nbsp; เหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ต้นทุนการผลิตของชาวนาสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การพัฒนาพันธุ์ข้าวในลักษณะนี้จึงมุ่งตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และระบบที่เป็นเกษตรเคมี มากกว่าให้ตอบสนองต่อความต้องการของชาวนา ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันการทำธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว ภาคเอกชนบริษัทธุรกิจเมล็ดพันธุ์กำลังเข้ามามีบทบาทในการทำตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่มุ่งจะผูกขาดเทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์และทำกำไรจากการขายเมล็ดพันธุ์รวมทั้งปัจจัยการผลิตอื่นๆ ในลักษณะครบวงจร&nbsp; ทำให้ชาวนามีทางเลือกที่จำกัดในการผลิต และนับวันจะทำให้ชาวนาพึ่งตนเองได้น้อยลง<br><br>ที่มา:https://www.gotoknow.org/posts/13596<br>ศิรภัสสร ขุนสุนทร ม4/11 41</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1309780373/487ecfc623b37a08e699134051447daa/90A953B0_170E_4EF6_902F_916D397138FF.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:25:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616183</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนาระทม ราคาข้าวตกต่ำแถมขาดแรงงานช่วยเกี่ยวข้าว จ.เลย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616195</link>
         <description><![CDATA[<div>ชาวนาที่จังหวัดเลย ตอนนี้ระทมหนัก ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ไม่กล้านำออกมาขายให้กับโรงสี แถมต้นทุนในการเก็บเกี่ยวราคาสูงกว่าปกติ เพราะไม่มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมารับจ้างเกี่ยวข้าว<br><br>เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย กำลังเร่งเกี่ยวข้าวนาปี ที่กำลังออกรวงเหลืองโตเต็มวัย แต่กลับถูกกระแสลมพัดต้นข้าวล้มเสียหาย โดยปีนี้ ชาวนาบอกว่าเป็นปีที่ชาวนามีความเครียดมาก เนื่องจากราคาข้าวเปลือกที่โรงสีข้าวรับซื้อ ราคาตกต่ำมาก เหลือกิโลกรัมละ 5 บาท ทำให้เกษตรกรหลายคนที่เกี่ยวข้าวมาแล้วพอนำไปตากแดดไล่ความชื้นเสร็จ ต้องเก็บข้าวเปลือกไว้ที่ยุ้งฉาง เพื่อรอให้ราคาข้าวดีขึ้นมาถึงจะนำออกมาขาย บางคนก็จะนำไปรับประทานเองกันในครัวเรือ เพราะขายไปไม่คุ้มทุนที่ลงทุนไป แต่หากในอานคตราคาข้าวยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องยอมตัดสินใจนำออกมาขาย อีกทั้งแรงงานเพื่อนบ้าน ปีนี้ขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่มีแรงงงานมาช่วยในการเกี่ยวข้าว พอจะมาจ้างแรงงานไทยก็ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ไปทำงานประเภทอื่นกันหมด ทำเกษตรกรจะต้องมาใช้รถเกี้ยวข้าวที่ทีต้นทุนสูงกว่าปกติ<br>นายวรพรต อร่ามเลื่อม ม.4/11 เลขที่ 3</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1511214944/cdae073e65960cb5ccc4b2fc2dee5718/image.png" />
         <pubDate>2021-12-23 05:25:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616195</guid>
      </item>
      <item>
         <title>- เร่งทำนาไล่เลนหลังน้ำท่วมลดลง ประหยัดต้นทุน </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616430</link>
         <description><![CDATA[<div>ปาณิสรา แหล่งหล้า ม.4/11 เลขที่31</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/6BBHVS-EHTM" />
         <pubDate>2021-12-23 05:25:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961616430</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เปิดปม &#39;ทุกข์ของชาวนา&#39; เหตุจำเป็นของ &#39;เงินจำนำข้าว&#39;</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961618106</link>
         <description><![CDATA[<div>จำนวนข้าวที่ถูกส่งออกในปี 2556 จำนวน 6.6 ล้านตัน มูลค่า 133,852 ล้านบาท ติดเป็นอันดับ 3 ของโลก ตอกย้ำภาพลักษณ์อาชีพ "ทำนา" อาชีพเกษตรกรรมอันดับ 1 ของประเทศ สะท้อนภาพความกินดีอยู่ดีของชาวนา แต่ความจริงแล้วนั้น มูลค่าการส่งออกข้าว และคุณภาพชีวิตของผู้ที่ถูกขนานนามว่า "กระดูกสันหลังของชาติ" กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง...<br><br>ทุกวันนี้ <strong><em>"ทุกข์ของชาวนา"</em></strong> เริ่มขยายแผลกว้างขึ้นเรื่อยๆ นอกจากต้องเผชิญกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ราคาข้าวตกต่ำ พ่อค้าคนกลาง กดราคารับซื้อข้าวจากชาวนา รวมถึงธรรมชาติที่แปรปรวนแล้วนั้น วันนี้ชาวนาทั่วประเทศ กำลังประสบปัญหาล่าสุด คือ ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับ<a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7"><strong>จำนำข้าว</strong></a>กว่าแสนล้านบาท ความทุกข์ ความลำบาก และความเครียดของชาวนาต่อกรณีดังกล่าวมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะปัญหาการฆ่าตัวตายของชาวนาจากความเครียด ที่ไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ซึ่งจนถึงขณะนี้มีชาวนาฆ่าตัวตาย เพราะสาเหตุความเครียดไปแล้ว 9 ราย จากรายงานข่าวของกรมสุขภาพจิต<br>นายฐปนรรฆ์ มีวน ม.4/11 เลขที่ 16</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1499516266/ba5bb519df471efa9404ab7bf66789c8/4DQpjUtzLUwmJZZC0uW2OR7zAqJRDPl6QwIz7kW7C4Wz.webp" />
         <pubDate>2021-12-23 05:27:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961618106</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายกเล็กโต้กลับชาวเน็ต ดราม่ารีดเงินรถเกี่ยวข้าว คันละ 1,500 เป็นเทศบัญญัติ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961618489</link>
         <description><![CDATA[<div><br><strong>นายกเทศบาลโต้กลับ ดราม่าเก็บค่าธรรมเนียมรถเกี่ยวข้าว คันละ 1,500 เป็นเทศบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่<br></strong><br></div><div>(16 พ.ย.64) นายอภิสิทธิ์ วรศักดิ์กัญญา นายกเทศมนตรี ตำบลยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุ หลังมีคนนำภาพขณะเจ้าหน้าที่ของเทศบาล เข้าไปตรวจสอบรถเกี่ยวข้าวที่มาจากนอกพื้นที่ ให้ไปเสียค่าธรรมเนียม คันละ 1,500 บาท และป้ายห้ามรถเกี่ยวข้าวหรือรถนวดข้าว จากนอกพื้นที่เข้ามาเกี่ยวในพื้นที่ หากไม่ได้รับอนุญาต แล้วมีคนออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะรุมด่าเทศบาลฯโดยนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การออกมาต่อว่าเทศบาลดังกล่าว ตนไม่ถือสา เพราะถือว่ายังไม่เข้าใจในกฎระเบียบของเทศบาล ที่ออกมาเป็นเทศบัญญัติ โดยมีข้อกำหนดคือรถนวดข้าว หรือรถเกี่ยวข้าว ที่มีกำลังแรงม้าไม่เกิน 15 แรง จะต้องเสียค่าทำเนียบให้กับเทศบาล คันละ 200 บาท แรงม้า 15-40 แรง เสีย 700 บาท และเกินกว่า 40 แรงม้าขึ้นไป จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 1,500 บาท ไม่จำกัดว่าจะเกี่ยวกี่ไร่ หรือกี่วัน จึงมีการขึ้นป้ายแจ้งเตือนให้รถเกี่ยวจากนอกพื้นที่ ที่เข้ามาทำงานในเขตเทศบาลยายแย้มวัฒนา ปฏิบัติตามระเบียบ และมีหลายคนออกมาทักท้วงว่าเป็นการซ้ำเติมราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้หรือไม่&nbsp;<br>ตนขอชี้แจงว่า จริงแล้ว เกษตรกรไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เพราะรถเกี่ยวยังคงเก็บค่าเกี่ยวไร่ละ 600 บาทเหมือนเดิม ส่วนเจ้าของรถเกี่ยวก็ยินดีที่จะจ่าย เพราะเป็นธรรมเนียมทั่วไป จึงอยากจะประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปรับทราบทั่วกันว่า เป็นเทศบัญญัติ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ปฏิบัติตาม</div><div>นางสาวสุรีพร สมใจนึก ชั้นม.4/11 เลขที่43<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1440946543/82223eb4b104dade6d433286fe004f49/4DQpjUtzLUwmJZZPFBVr8GwNih1ZFaHeQO2HV7R831Qi.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:28:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961618489</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนาทวงรัฐบาล เงินช่วยลดต้นทุนผลิต ประกันราคาข้าว ยังไม่ได้รับเลย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961619355</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวชมพูนุท ศรีสร้อย ม.4/11 เลขที่28</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thairath.co.th/news/local/north/2223812" />
         <pubDate>2021-12-23 05:29:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961619355</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อึ้ง! ชาวนาถูกงูจงอางตัวเขื่องกัด สาหัส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961622496</link>
         <description><![CDATA[<div>https://youtu.be/AZYyfH6argE<br><br>อุบลราชธานี 18 มี.ค.-ชาวนาอุบลฯ ถูกงูจงอางตัวเขื่องกัด จึงใช้ไม้ทุบหัวฆ่างูตัวนั้นจนตาย แล้วยัดใส่กระสอบ ใช้ผ้ารัดขาเหนือบาดแผล แล้วขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในหมู่บ้านให้ญาติพาส่งโรงพยาบาล ขณะนี้อาการสาหัส<br><br>นายธนายุทธ ศรีเสริม เลขที่10</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1311470262/0e04935f937d3c2f3cfcfd77df462271/images.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:32:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961622496</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เดือดร้อน! ชาวนาพิจิตรเกี่ยวข้าวแล้วโรงสีไม่รับซื้อ</title>
         <author>s41610</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961623702</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><em>เกษตรกรชาวพิจิตรเดือดร้อนหนักโรงสีไม่รับซื้อข้าวเปลือก อ้างไม่ที่เก็บข้าวเปลือก-กดราคาที่ตกต่ำ</em></strong><em><br></em><br>เมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 ที่<strong>ว่าการอำเภอสากเหล็ก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร</strong> เกษตรกรจาก อ.สากเหล็ก และ อ.เมืองพิจิตร กว่า 30 คน ได้นำรถที่บรรทุกข้าวเปลือก 3 คัน น้ำหนักข้าวเปลือกรวมกว่า 20 ตัน มาจอดรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ทางหน่วยงานราชการ หาทางออกในการแก้ไขปัญหาหลังจากที่ชาวนากว่า 10 ราย ได้เก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ และจะนำไปขายให้กับโรงสีและท่าข้าว แต่ถูกปฎิเสธการรับซื้อ โดยทางผู้ประกอบการโรงสีอ้างว่าไม่มีที่เก็บ และมีโรงสีบางแห่งอ้างว่าข้าวเปลือกหอมมะลิของชาวนาเน่าเหม็น พร้อมกดราคารับซื้อเพียงตันละ 10,800 บาท ทำให้ชาวนาหลายรายต้องจำใจขาย เนื่องจากเก็บเกี่ยวข้าวมาแล้วและไม่มีที่จะเก็บ<br><br></div><div><strong>นางคะนึง เชิดเพชรผล เกษตรกรผุ้ประสบปัญหาโรงสีไม่รับซื้อข้าว</strong> ระบุว่า ที่ชาวนามารวมตัวกันเนื่องจากโรงสีไม่ยอมรับซื้อข้าวเปลือก โดยทางโรงสีอ้างว่าข้าวเปลือกของข้าวนาที่เก็บเกี่ยวมานั้นทั้งเน่าทั้งเหม็นทั้งๆ ที่ข้าวของเกษตรกรชาวนาเพิ่งจะเก็บเกี่ยวมา โดยข้าวไม่ได้แช่น้ำแต่ทางโรงสีก็ไม่รับซื้อข้าวเปลือกของชาวนา พร้อมให้ราคาขายที่ต่ำ เหลือเพียงตันละ 10,800 บาท ส่งผลให้ชาวนาหลายรายต้องหยุดการเก็บเกี่ยวข้าวเนื่องจากกลัวว่าเก็บเกี่ยวข้าวมาแล้วทางโรงสีจะมารับซื้อข้าวเปลือกของชาวนา<br><br></div><div>โดยทางเจ้าหน้าที่อำเภอสากเหล็กได้พูดคุยกับเกษตรที่มีกำหนดเก็บเกี่ยวในช่วงนี้ จะชะลอการเก็บเกี่ยวไปก่อน หลังจากที่เห็นว่าราคาของข้าวหอมมะลิถูกกดราคาจากที่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขายได้ตันละ 13,000-14,000 บาท แต่เวลาผ่านไปเพียง 17 วัน ชาวนาถูกกดราคาลงเหลือเพียง 1,0800 บาทเท่านั้น โดยหลังจากนี้ ชาวนาจะยื่นหนังสือให้หน่วยงานราชการ ช่วยเหลือให้โรงสีช่วยรับซื้อข้าวที่ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงนี้<br><br><strong><em><mark>นางสาวธนัชญา อุระเกต ม.4/11 เลขที่ 30</mark></em></strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bangkokbiznews.com/news/854937" />
         <pubDate>2021-12-23 05:32:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961623702</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนายกมือไหว้ วอนนายกฯ ช่วยด้วย ข้าวเปลือกกก.5 บาท สวนทางราคาน้ำมัน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961624142</link>
         <description><![CDATA[<div>ชาวนาสะอื้น วอนนายกฯ ลุงตู่ช่วยพยุง<a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7"><strong>ราคาข้าว</strong></a> ขยับราคาข้าวเปลือกสัก 10 บาทต่อกก.ก็ยังดี บอกต้องตรากตรำอาบเหงื่อต่างน้ำ แต่ราคาข้าวมีแต่ดิ่งลง สวนทางกับราคาน้ำมัน ค่าจ้าง ค่าแรง ชาวนาแทบจะกอดคอกันตายแล้ว<br><br>วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองตะไก้ ม.5 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี พบนางจันทร์ศรี ทำวงศ์ศรี หรือยายขอด อายุ 60 ปี <a href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2"><strong>ชาวนา</strong></a> กำลังก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวดอ หรือข้าวที่เก็บเกี่ยวก่อนฤดู ร่วมกับญาติ หลังจากช่วงเช้าได้ช่วยพากันเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว 2 ไร่เศษ เหลือเพียงเล็กน้อย จึงพากันมาเก็บเกี่ยวให้แล้วเสร็จในช่วงเย็น เพราะช่วงกลางวันแดดร้อน จำเป็นต้องหยุดพักผ่อน เนื่องจากมีแต่ผู้สูงวัย ส่วนคนหนุ่มสาวต้องไปทำงาน และจะมาเก็บเกี่ยวในช่วงวันหยุด<br><br></div><div>ยายขอด เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทราบข่าวว่าราคาข้าวเปลือก 5 บาท/กก. รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะกว่าจะปลูกข้าวมาเป็นรวง เป็นเมล็ดข้าวสาร ต้องลำบากตรากตรำ อาบเหงื่อต่างน้ำ โชคดีที่อุดรธานีปีนี้ฝนไม่แล้ง และน้ำไม่ท่วมเหมือนจังหวัดอื่น ซึ่งการทำนาปัจจุบันต้องมีต้นทุนที่สูง ผลพวงมาจากราคาน้ำมันที่ราคาพุ่งไม่หยุด ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ตนยังเป็นสาว ราคาน้ำมัน 5-7 บาท/ลิตร และสมดุลกับราคาข้าวเปลือกในขณะนั้นราคา 4-5 บาท/กก. แต่ตอนนี้มันต่างกันมาก น้ำมันแพงส่งผลให้ปุ๋ยแพง ค่าแรงเกี่ยวข้าวแพง อะไรก็แพงไปหมด หากปีไหนหน้าแล้งก็ต้องซื้อน้ำมันมาสูบน้ำเข้านาเลี้ยงต้นข้าว และปีไหนถ้าฝนดีน้ำท่วมนา ก็ต้องซื้อน้ำมันมาใส่เครื่องสูบน้ำออก เพื่อไม่ให้ข้าวเน่าเสียหาย อย่างเช่นวันนี้ต้องจ้างแรงงานมาช่วยเกี่ยวข้าว และจ้างรถสีข้าวเปลือก ตนไม่มีเงินจ้างก็ให้ข้าวเปลือก 1 ถุงปุ๋ย แลกกับค่าจ้าง<br><br>"อยากฝากถึงท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ยกมือพนมพร้อมกับสะอื้น) ว่าให้ช่วยชาวนา โดยการพยุงราคาข้าวเปลือกให้ชาวนา อย่ามัวแต่ไปพยุงราคาข้าวสารให้โรงสีและนายทุน สงสารชาวนาตาดำๆ บ้าง และไม่ได้ว่าท่านนายกฯ ไม่ดี ที่ผ่านมาท่านก็ทำดีที่สุดแล้ว ทราบข่าวว่าวันนี้มีการประชุมในรัฐสภา ก็ขอให้ท่านนายกฯ ช่วยชาวนาตาดำๆ ด้วย หลังทราบข่าวราคาข้าวเปลือก ชาวนาในหมู่บ้านแทบจะกอดคอกันตายแล้ว เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นลูกชาวนา 60 ปี ไม่เคยเห็นราคาข้าวเปลือกตกต่ำสวนทางกับราคาน้ำมันหรือต้นทุนขนาดนี้ หากยังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็อยากจะเดินทางไปถามท่านนายกฯ ถึงที่หน้ารัฐสภา หากมีแกนนำพาไป แต่ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อน<br><br>ต่อมา นางจันทร์ศรี ทำวงศ์ศรี ได้พาผู้สื่อข่าวไปที่บ้าน พร้อมกับกล่าวว่า หากราคาข้าวเปลือกไม่ขยับขึ้นอย่างน้อย 10 บาท/กก. ตนก็จะไม่นำไปขายให้กับโรงสี หรือนายทุน แต่จะใช้เครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่ซื้อผ่อนส่งในราคา 14,000 บาท สีข้าวเปลือกเป็นเมล็ดข้าวสารไว้กิน และแบ่งบรรจุถุงขายให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายในตลาดนัดตามหมู่บ้านในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพราะข้าวที่ปลูกเป็นข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวสันปาตอง ที่คนไทยนิยมรับประทาน.<br><br>นายนัทธพงศ์ เจริญรักษ์ ม.4/11 เลขที่ 19</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1452432099/2fcc7a3ef01175aafdb3f172ba670f39/4DQpjUtzLUwmJZZSBHpuPqBBZuJ8qmMf2buP8xbkngmT.webp" />
         <pubDate>2021-12-23 05:33:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961624142</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เปิดปม &#39;ทุกข์ของชาวนา&#39; เหตุจำเป็นของ &#39;เงินจำนำข้าว&#39;</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961637500</link>
         <description><![CDATA[<div>จำนวนข้าวที่ถูกส่งออกในปี 2556 จำนวน 6.6 ล้านตัน มูลค่า 133,852 ล้านบาท ติดเป็นอันดับ 3 ของโลก ตอกย้ำภาพลักษณ์อาชีพ "ทำนา" อาชีพเกษตรกรรมอันดับ 1 ของประเทศ สะท้อนภาพความกินดีอยู่ดีของชาวนา แต่ความจริงแล้วนั้น มูลค่าการส่งออกข้าว และคุณภาพชีวิตของผู้ที่ถูกขนานนามว่า "กระดูกสันหลังของชาติ" กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง...<br><br>ทุกวันนี้ "ทุกข์ของชาวนา" เริ่มขยายแผลกว้างขึ้นเรื่อยๆ นอกจากต้องเผชิญกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ราคาข้าวตกต่ำ พ่อค้าคนกลาง กดราคารับซื้อข้าวจากชาวนา รวมถึงธรรมชาติที่แปรปรวนแล้วนั้น วันนี้ชาวนาทั่วประเทศ กำลังประสบปัญหาล่าสุด คือ ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวกว่าแสนล้านบาท ความทุกข์ ความลำบาก และความเครียดของชาวนาต่อกรณีดังกล่าวมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะปัญหาการฆ่าตัวตายของชาวนาจากความเครียด ที่ไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ซึ่งจนถึงขณะนี้มีชาวนาฆ่าตัวตาย เพราะสาเหตุความเครียดไปแล้ว 9 ราย จากรายงานข่าวของกรมสุขภาพจิต<br><br>การเดินทางมารวมตัวกันของชาวนา 20 จังหวัด ที่กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.57 "ไทยรัฐออนไลน์" ได้พูดคุยถึงชีวิตชาวนา พอจะมุมมองมาสะท้อน ความทุกข์ของพวกเขาได้ ว่า ชาวนาที่มารวมตัวทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับเงินจำนำข้าวจากรัฐบาลในฤดูการผลิตปี 2556/2557 เฉลี่ยรายละ 300,000 บาท ขณะเดียวกัน มีบางคนที่ยังไม่ได้รับตั้งแต่ฤดูกาลการผลิตปี 2555/2556 รวมแล้วเป็นเงินประมาณรายละ 800,000 บาท ซึ่งความจำเป็นของเงินจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น อยู่ที่การนำเงินไป "จ่ายหนี้ที่ค้างระหว่างที่ทำนาข้าว" เช่น ค่าคนงาน ค่ายา ค่าปุ๋ย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขณะที่ชาวนาอีกส่วน เมื่อไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ก็ต้องเสียเงินเพิ่ม เพื่อเช่าที่ทำนา นอกจากนำเงินก้อนนี้ไปจ่ายหนี้สินแล้ว เงินจำนวนนี้ยังเป็นเงินในอนาคต หรือเงินออม เพื่อไว้ในในยามฉุกเฉิน รวมถึงค่าเล่าเรียนของคนในครอบครัว ส่วนค่าใช้จ่ายรายวันนั้น ชาวนาส่วนใหญ่มักหาอาชีพเสริม เช่น ขายของ ขายผัก หรือขายผลไม้แทน ดังนั้น "เงินจำนำข้าว" ในเวลานี้จึงจำเป็น และมีความสำคัญกับชาวนาอย่างมาก<br><br>นายอำนาจ นิลเขียว ชาวนาจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า หากตนเองไม่จำเป็น ก็จะไม่มาร่วมชุมนุม แต่เพราะยังไม่ได้จ่ายค่าปุ๋ย ค่ายาที่ติดค้างไว้ จึงต้องมา และยังมีลูกที่ต้องส่งเสียให้เรียน ซึ่งยอมรับว่าเครียด แต่ถึงอย่างไร ก็จะต่อสู้ตนกว่าจะได้รับเงิน เช่นเดียวกับนางปูนศรี สุกรม ชาวเมืองกาญจน์อีกคน ที่ระบุว่า ตอนนี้เดือดร้อนมาก เพราะยังมีหนี้เรื่องค่าทำนาข้าวจำนวนมาก ที่ถึงแม้จะทำอาชีพค้าขายอยู่ แต่ด้วยค่าครองชีพที่สูง ซึ่งมันไม่สอดคล้องกัน<br><br>นายชญานิน เพิ่มยินดี เลขที่9ม.4/11</div>]]></description>
         <enclosure url="https://static.posttoday.com/media/content/2019/11/08/6F801C630E024E458C313E48B7FDF389_1000.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:50:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961637500</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ณภรรษ 8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961649881</link>
         <description><![CDATA[<div>ราคาข้าวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2020 “ไม่ไปต่อ” ทั้ง ๆ ที่ยังมีการระบาดของ COVID-19 เนื่องจากความกังวลต่อปัญหาการขาดแคลนข้าวสำหรับการบริโภคของประเทศคู่ค้าลดลง ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการระบาดของ COVID-19 คู่ค้าข้าวของไทยเร่งนำเข้าข้าวเพื่อกักตุน เนื่องจากกังวลว่าข้าวจะไม่เพียงพอกับการบริโภค . ขณะที่ปัญหาภัยแล้งในประเทศทำให้ผลผลิตมีจำกัด อีกทั้งในเดือนเมษายน 2020 ประเทศคู่แข่งข้าวไทยอย่างเวียดนามประกาศงดส่งออกข้าวชั่วคราว ยิ่งนำไปสู่คำสั่งซื้อในลักษณะ panic buy หรือหมายถึงการซื้อเพราะตื่นตระหนก . ราคาข้าวไทยมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเฉลี่ยในปี 2020 อยู่ที่ 476 มากกว่าปี 2019 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 230 เช่นเดียวกับค่า S.D. ของราคาข้าวเปลือกเจ้า ซึ่งอยู่ที่ 306 มากกว่าปี 2019 ซึ่งมีค่าอยู่ที่ 69 .&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-23 06:05:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961649881</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เงินประกันรายได้ข้าว&quot; ธ.ก.ส. เริ่มโอนเข้าบัญชีชาวนาแล้ว พร้อมวิธีเช็กสิทธิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961656750</link>
         <description><![CDATA[<div>วันที่ 9 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้โอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564-65 (เพิ่มเติม) หลังจาก ครม.อนุมัติวงเงินสำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา<br><br></div><div>โดยโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันตก และภาคใต้ จำนวนประมาณ 7.7 แสนราย ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มโอนในวันที่ 10 ธันวาคม 2564 ประมาณ 7.5 แสนราย<br><br></div><div>จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง 13 ธันวาคม 2564 โดยคาดว่าในรอบวันที่ 9-13 ธันวาคม 2564 จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตามข้อมูลที่ได้รับและผ่านการประชุมของคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงฯ งวดที่ 3-7 รวมทั้งสิ้น 3.58 ล้านราย คิดเป็นเงินกว่า 64,000 ล้านบาท<br><br>นางสาวทิพย์อาภรณ์ สินสกุล ม.4/11 เลขที่ 29 <br><br></div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1440949307/1a336cc6a131fce1b4ad66ff6458e71b/EF3E1250_81A8_43E5_A81E_08D0BC8CF98F.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-23 06:13:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961656750</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนาหมดอาลัยตายอยาก ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในชีวิต จนอยากขายที่นาทิ้ง</title>
         <author>rattinan195757</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961705053</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชาวนาชัยนาท หมดอาลัยตายอยาก ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในชีวิตการทำนากว่า 30 ปี จนอยากขายที่นาทิ้ง</strong></div><div>จากกรณีดราม่าที่เกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำข้าวเปลือกมาหว่านในสภาเพื่อสะท้อนปัญหาราคาข้าวตกต่ำที่ปัจจุบันมีการรับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 5 บาท หรือตันละ 5,000 บาท ซึ่งในวันนี้เริ่มมีเสียงสะท้อนกระเพิ่มกรณีดังกล่าวจากทางฟากฝั่งชาวนาทีมข่าวลงพื้นที่ จ.ชัยนาท เพื่อพูดคุยกับชาวนาซึ่งนายชาลี หางแก้ว ชาวนาใน ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท เปิดเผยว่าราคาข้าวปัจจุบันที่โรงสีรับซื้อเพียงตันละ 5,000 บาทเศษนั้น ถือว่าตกต่ำที่สุดในชีวิตการทำนากว่า 30 ปีของตน ไม่เคยมีปีไหนหรือยุคไหนราคาข้าวตกต่ำได้ขนาดนี้ ซึ่งถ้าราคาข้าวเป็นแบบนี้เรื่องผลกำไรจากการทำนานั้นคงไม่ต้องหวัง เพราะลำพังต้นทุนการทำนาต่อไร่ก็ตกไร่ละ 5,000 บาทแล้ว ยิ่งซ้ำร้ายในรายที่เช่านาทำก็ตก 6,000บาท/ไร่ เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าต้นทุนสำคัญอย่างปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชนั้นมีราคาแพงไม่สอดคล้องกับราคาข้าวเปลือกเมื่อถามว่าราคารับซื้อข้าวเปลือกหน้าโรงสีต้องอยู่ในเกณฑ์เท่าไหร่ชาวนาถึงจะพออยู่ได้ นายชาลีบอกว่าเมื่อต้นทุนตกไร่ละ 6,500 บาทแล้ว ราคาข้าวที่รับซื้ออย่างน้อยก็ควรจะอยู่ที่ 7,000 บาท/ตัน ชาวนาถึงจะพออยู่ได้ แต่ถ้าราคายังตกต่ำแบบนี้มีแต่ขาดทุน ซึ่งจากสถานการณ์ที่ทั้งราคาข้าวตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ชาวนาจำนวนมากเริ่มประกาศขายที่นากันแล้ว เพราะไม่รู้จะฝืนทนทำนาเพื่อที่จะขาดทุนไปทำไม</div><div>ข่าวที่เกี่ยวข้อง<br>นางสาวภัทรลภา วรรรณา 34&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1488855175/9c58a9bb0f419ccaf7d8322cfbfdaba2/699789.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 07:11:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961705053</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนาเดือดร้อนราคาข้าวเปลือกนาปรังตกต่ำ อ้อนขอประกันราคาข้าว-ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961730695</link>
         <description><![CDATA[<div>เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ในพื้นที่ใช้น้ำชลประทานลำปาว เขต ต.บัวบาน ต.นาเชือก ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด ซึ่งอายุข้าวถึงช่วงเก็บเกี่ยวพอดี เนื่องจากพื้นที่อยู่ต้นน้ำและกลางน้ำ จึงได้รับน้ำที่ส่งมาจากคลองชลประทานลำปาวก่อนพื้นที่ด้านล่าง โดยชาวนาได้จ้างรถเกี่ยวข้าว เพื่อความสะดวก รวดเร็ว แต่กลับเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต เนื่องจากค่ารถเกี่ยวสูงถึงไร่ละ 600 บาท ขณะที่ลานรับซื้อข้าวให้ราคาเพียงตันละ 6,500-6,700 บาทเท่านั้น<br><br></div><div>นายบัณฑิต ภูบุตรตะ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 391 ชาวนาบ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่นาอยู่ในเขตใช้น้ำชลประทานลำปาว จึงมีน้ำเพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงต้นข้าวนาปรัง ตนและเพื่อนชาวนาที่อยู่ในโซนเดียวกันจึงทำนาปรัง โดยเป็นนาหว่าน เพื่อประหยัดต้นทุน ซึ่งทำกันเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้ตั้งความหวังกันไปว่าราคารับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังจะสูงขึ้น ถึงตันละ 9,000-10,000 บาท เนื่องจากพื้นที่อื่นประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่ได้ทำนาปรัง เพราะทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ประกาศให้ลดพื้นที่ทำนาปรัง สาเหตุคือปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนลำปาวเหลือน้อย จึงประหยัดเพื่อการประมงบางส่วน และสำหรับผลิตน้ำประปา รวมทั้งรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น<br><br>วิรวรรณ อังคุระษี 40<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1499528612/af497e7df188631a441310240184b0f8/Screenshot__377_.png" />
         <pubDate>2021-12-23 07:40:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1961730695</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวนาอาลัย! เป็นชาวนาต้องอดทน ปีนี้ขายข้าวหอมมะลิได้ กก.ละ 7 บาท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1962722509</link>
         <description><![CDATA[<div>ผู้สื่อ<a href="https://www.sanook.com/news/">ข่าว</a>รายงานว่า <a href="http://www.sanook.com/news/8477106/">ชาวนา</a>ที่จังหวัดนครราชสีมาในช่วงนี้เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมแล้ว<br><br></div><div>แต่มีเสียงโอดครวญจากชาวนาว่า ราคารับซื้อข้าวเปลือกตกต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ราคารับซื้อตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 7 บาท 70 สตางค์ ชาวนาขาดทุนซ้ำซากทุกปี อยากเรียกร้องให้รัฐบาลและนายทุนเพิ่มราคารับซื้อให้ด้วย<br><br></div><div>โดยหนึ่งในชาวนาในตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตนลงทุนทำนาปลูกข้าว ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ จำนวน 18 ไร่ วันนี้นำข้าวหอมมะลิไปขายได้ราคากิโลกรัมละ 7 บาท 70 สตางค์<br><br></div><div>ปีนี้ตนต้องมาประสบกับปัญหาน้ำท่วม 2 รอบ ข้าวที่เคยได้จำนวน 5 อุ้ม ปีนี้ (64) ได้เพียงแค่ 2 อุ้ม (อุ้มของรถเกี่ยวข้าว) นำไปขายแล้วขาดทุนมาก เมื่อหักต้นทุนการผลิต ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ารถไถ ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว ค่าขนส่งแล้ว<br><br></div><div>สรุปคือขาดทุน อยากให้รัฐบาลช่วยปรับราคารับซื้อข้าวเปลือกให้สูงกว่านี้ด้วย เพราะหากรับซื้อเท่านี้ชาวนาไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้แน่ หากรับซื้อที่ราคา กิโลกรัมละ 10 บาทขึ้นไปก็ยังจะมีทุนพอสู้ต่อได้<br><br>ส่วนที่จังหวัดสุรินทร์ ช่วงนี้จะเป็นรอบการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ กข.105 ซึ่งเป็นข้าวหนัก พบว่าปีนี้รวงข้าวค่อนข้างสมบูรณ์สวยงาม ผลผลิตก็ข้างดี แต่ราคาข้าวตกต่ำ เมื่อนำข้าวเปลือกไปขายเต็มที่ ได้ กิโลกรัมละ 8 บาท<br><br></div><div>บางรายโดนหักค่าความชื้นและความสมบูรณ์ของเมล็ดข้าวด้วย จะเหลืออยู่ประมาณราคา กก.ละ 5-6 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรชาวนาจำนวนมากที่คาดหวังกับเงินกำไร ที่ลงทุนไปกับการทำนาปีนี้ และหวังจะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้หนี้ ส่งลูกเรียน และไว้เลี้ยงดูครอบครัว กลับต้องผิดหวังไปตามๆ กัน<br><br></div><div>และที่จังหวัดชัยภูมิ ได้เกิดฝนหลงฤดูตกลงมาเป็นบริเวณกว้าง ในพื้นที่บ้านช่อระกา ต.นาฝาย อ.เมือง ทำให้เกษตรกรชาวนา หมู่ 18 บ้านช่อระกา ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ที่เกี่ยวข้าวเปลือกแล้ว นำข้าวเปลือกของตนเองมาตากแดดไล่ความชื้น บางรายเก็บข้าวเปลือกไม่ทัน ข้าวเปลือกเปียกน้ำฝน&nbsp;<br><br></div><div>ด้านศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์สถานการณ์ข้าวไว้ว่า ราคาเฉลี่ยข้าวเปลือกเจ้าที่เกษตรกรขายได้ในเดือนตุลาคม 2564 ภาพรวมลดลงจากเดือนก่อน<br><br></div><div>เนื่องจากตลาดข้าวโลกยังมีการแข่งขันด้านราคาส่งออกอย่างรุนแรง โดยประเทศอินเดียซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกสามารถส่งออกข้าวไปประเทศจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ของโลกได้เพิ่มขึ้น<br><br></div><div>ด้านตลาดข้าวหอมมะลิ การส่งออกไปประเทศคู่ค้ายังไม่กลับสู่ภาวะปกติจากปัญหาด้านการขนส่งสินค้าและค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางการเดินเรือไปยังตลาดสำคัญในทวีปอเมริกาและสหภาพยุโรป<br><br></div><div>ส่งผลให้ในภาพรวมปริมาณการส่งออกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม 2564 เท่ากับ 3.18 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 14 (ข้อมูล : สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย, 2564)<br><strong>นายกฤษกร เกาทั</strong><strong><em>ณฑ์ทอง ม.4/11 เลขที่14</em></strong><strong><br></strong><br></div><div><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1512011555/397603bccd3386f21eb6c19528896cb6/image.png" />
         <pubDate>2021-12-24 03:07:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1962722509</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รัฐแช่แข็งชาวนา ยิ่งแจกง่ายยิ่งจน</title>
         <author>s39352</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1973659729</link>
         <description><![CDATA[<div>ปมปัญหาโลกแตก ทุกข์คนทำนา “ราคาข้าวตกต่ำ” ที่เกิดจากความไม่สมดุลกลไกทางการตลาด และผลผลิตที่ออกมาปริมาณมาก “สวนทางกับผู้บริโภค และการส่งออกลดน้อยลง” ทำให้ข้าวระบายออกได้ไม่หมดค้างสต๊อกสะสมกันมานี้<strong><br><br></strong>กลายเป็นปัญหาซ้ำเติมความเดือดร้อน “ชีวิตชาวนา” ต้องแบกรับภาระต้นทุนทำนาเพิ่มสูง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายาราคาแพงขึ้น รศ.ดร.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโสสถาบันคลังสมองของชาติ บอกว่า ปีนี้ฤดูกาลเกี่ยวข้าวในหลายพื้นที่ต้องเจอน้ำท่วมค่อนข้างหนัก ทำให้ข้าวมีความชื้นถูกหักราคาลง เช่น ข้าวเจ้าความชื้นไม่เกิน 15% ราคารับซื้อ 8 พันบาท/ตัน ถ้าความชื้นสูง 25% จะเหลือราคาข้าว 6 พันกว่าบาท/ตัน<br><br>ยิ่งข้าวแช่น้ำความชื้นอาจสูงกว่า 30% ต้องถูกหักราคาเพิ่มขึ้นอีก ฉะนั้นปีนี้ราคาข้าวตกต่ำมาจากข้าวเปลือกมีความชื้นสูง 25-35% ที่มิใช่ความชื้นตามมาตรฐานกำหนดไว้ 15% ทำให้โรงสีต้องหักราคาความชื้นลงนี้เพราะข้าวรับซื้อมา 1 ตัน จะได้ข้าวจริง 700-800 กิโลกรัมเท่านั้น...ที่เหลือเป็นความชื้นในข้าวเปลือกทั้งสิ้น<br><br>วัชรพงศ์ ราชสินธ์ เลขที่ 6  ม.4/11</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1349497801/826f4bc2df3189979916176d6a23cb49/4DQpjUtzLUwmJZZSBGvULYDHWuSllE8aN26wlfPyMChZ.jpg" />
         <pubDate>2022-01-04 07:17:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/1973659729</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เดือดร้อน! ชาวนาพิจิตรเกี่ยวข้าวแล้วโรงสีไม่รับซื้อ</title>
         <author>s39356</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/2063924190</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><em>เกษตรกรชาวพิจิตรเดือดร้อนหนักโรงสีไม่รับซื้อข้าวเปลือก อ้างไม่ที่เก็บข้าวเปลือก-กดราคาที่ตกต่ำ</em></strong><em><br></em><br>เมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 ที่<strong>ว่าการอำเภอสากเหล็ก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร</strong> เกษตรกรจาก อ.สากเหล็ก และ อ.เมืองพิจิตร กว่า 30 คน ได้นำรถที่บรรทุกข้าวเปลือก 3 คัน น้ำหนักข้าวเปลือกรวมกว่า 20 ตัน มาจอดรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ทางหน่วยงานราชการ หาทางออกในการแก้ไขปัญหาหลังจากที่ชาวนากว่า 10 ราย ได้เก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ และจะนำไปขายให้กับโรงสีและท่าข้าว แต่ถูกปฎิเสธการรับซื้อ โดยทางผู้ประกอบการโรงสีอ้างว่าไม่มีที่เก็บ และมีโรงสีบางแห่งอ้างว่าข้าวเปลือกหอมมะลิของชาวนาเน่าเหม็น พร้อมกดราคารับซื้อเพียงตันละ 10,800 บาท ทำให้ชาวนาหลายรายต้องจำใจขาย เนื่องจากเก็บเกี่ยวข้าวมาแล้วและไม่มีที่จะเก็บ<br><br></div><div><strong>นางคะนึง เชิดเพชรผล เกษตรกรผุ้ประสบปัญหาโรงสีไม่รับซื้อข้าว</strong> ระบุว่า ที่ชาวนามารวมตัวกันเนื่องจากโรงสีไม่ยอมรับซื้อข้าวเปลือก โดยทางโรงสีอ้างว่าข้าวเปลือกของข้าวนาที่เก็บเกี่ยวมานั้นทั้งเน่าทั้งเหม็นทั้งๆ ที่ข้าวของเกษตรกรชาวนาเพิ่งจะเก็บเกี่ยวมา โดยข้าวไม่ได้แช่น้ำแต่ทางโรงสีก็ไม่รับซื้อข้าวเปลือกของชาวนา พร้อมให้ราคาขายที่ต่ำ เหลือเพียงตันละ 10,800 บาท ส่งผลให้ชาวนาหลายรายต้องหยุดการเก็บเกี่ยวข้าวเนื่องจากกลัวว่าเก็บเกี่ยวข้าวมาแล้วทางโรงสีจะมารับซื้อข้าวเปลือกของชาวนา<br><br></div><div>โดยทางเจ้าหน้าที่อำเภอสากเหล็กได้พูดคุยกับเกษตรที่มีกำหนดเก็บเกี่ยวในช่วงนี้ จะชะลอการเก็บเกี่ยวไปก่อน หลังจากที่เห็นว่าราคาของข้าวหอมมะลิถูกกดราคาจากที่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขายได้ตันละ 13,000-14,000 บาท แต่เวลาผ่านไปเพียง 17 วัน ชาวนาถูกกดราคาลงเหลือเพียง 1,0800 บาทเท่านั้น โดยหลังจากนี้ ชาวนาจะยื่นหนังสือให้หน่วยงานราชการ ช่วยเหลือให้โรงสีช่วยรับซื้อข้าวที่ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงนี้<br><br>สุริเยนทร์ กงทิพย์ ม.4/11 เลขที่ 7</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.google.co.th/url?sa=i&amp;url=https%3A%2F%2Fwww.komchadluek.net%2Fnews%2F447981&amp;psig=AOvVaw3bwz0K9v5A4LCC8FmEAENo&amp;ust=1645765584651000&amp;source=images&amp;cd=vfe&amp;ved=0CAsQjRxqFwoTCPDJntvIl_YCFQAAAAAdAAAAABAD" />
         <pubDate>2022-02-24 05:07:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/2063924190</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดราม่าเมียผู้ใหญ่บ้านตากข้าว อ้างขอกำนันแล้ว ยันไม่ได้ปิดถนน-เว้นทางให้รถวิ่งได้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/2079037818</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว มณิการ์ ดิษฐเจริญ เลขที่36<br>https://www.sanook.com/news/8473742/</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.sanook.com/news/8473742/" />
         <pubDate>2022-03-05 09:42:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/farmernews411/wish/2079037818</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
