<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ใบงานที่1 คอมพิวเตอร์กราฟิก ม.6/8 by Apinya Mooksign</title>
      <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz</link>
      <description>1.	กราฟิก หมายถึง 2.	คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง 3.	ภาพกราฟิก แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง 4.	หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ แบบ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด 5.	กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-11-24 04:53:55 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-01-28 18:59:11 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Basketball.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>นาย ศตวรรษ จวนรุ่ง และ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833121</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว กวิสรา ทายิดา<br>1. หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่งที่สื่อความหมายโดยการใช้เส้น ภาพเขียน สัญญาลักษณ์ ภาพถ่าย จะเห็นได้ชัดเจน และเข้าใจได้ทันที<br>2. หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดยใช้คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ<br>3. มี 2ประเภทได้แก่<br>&nbsp; &nbsp;- ภาพแบบ Raster หรือแบบ บิตแมป&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;-ภาพแบบเวกเตอร์ Vector<br>4. -หลักการทำงานของภาพ Bitmap&nbsp; คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสี ในแต่ละพิกเซล จะประกอบด้วยจุดสีต่างๆ จำนวนคงที่ เมื่อพิกเซลจำนวนคงที่ นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้นความละเอียดก็จะลดลง จะมองเห็นภาพเป็นแบบจุด และถ้าเพิ่มความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟ์มีขนาดใหญ่ และเปลืองหน่วยความจำมากขึ้น<br>&nbsp; &nbsp; -หลักการทำงานของ Vector คือ เป็นภาพที่มีลักษณะการสร้างของคอมพิวเตอร์ การสร้างของแต่ละส่วนภาพเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง รูปทรง หรือส่วนโค้ง ดั้งนั้นไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายหรือย่อขยายขนาดของภาพ ก็จะไม่เสียทรง ความละเอียดของภาพก็จะไม่ลดลง จะทำให้ภาพมีความชัดเจนเหมือนเดิม<br>5. ความแตกต่างของกราฟิกแบบ Vector และ Bitmap คือ&nbsp;<br>vector มีการสร้างไฟล์แบบรูปทรงคณิตศาสาตร์ เมื่อซูมเเล้วภาพยังคงความชัดเจน&nbsp; &nbsp; &nbsp; แต่ไฟล์ bitmap จะสร้างขึ้นจากพิกเซล เมื่อซุมหรือขยายภาพจะไม่ชัดเจน เห็นเป็นกรอบเล็กๆติดกัน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:40:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833121</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย สรวิศ ฟุ้งส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833128</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟฟิก หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียนตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ<br>2.หมายถึงการสร้างและจัดการภาพกราฟิก โดยใช้คอมพิวเตอร์ เช่นภาพยนตร์ วิดีทัส<br>3.กราฟิกมี2ชนิด<br>1Bitmap เป็นภาพแบบประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆ<br>2vector เป็นภาพแบบ มีลักษณะของการสร้างให้แต่ละส่วนเป็นอิสระ<br>4.raster คือ เป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสีต่างๆ ที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มีความละเอียดของภาพต่างกันไปหากขยายภาพจะเห็นได้ว่ามีลักษณะเป็นตารางเล็กๆ<br>5.rastr เป็นภาพกราฟิกที่เกิดขึ้นโดยจุดสีเล็กๆเรียงตัวกันแต่ vectorเป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ จะเห็นได้ว่าถ้าเอาภาพแบบrasterมาขยายจะเห็นได้ว่าภาพจะแตกเป็นจุดเล็กๆอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าลองนำภาพของvector มาขยายจะเห็นได้ว่าภาพยังคงชัดเจนเหมือนต้นฉบับ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:40:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833128</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ชนิดาภา   ราชวงศา                                                                                   </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833130</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.กัญญารัตน์ ชนะคช<br>1.หมายถึง การสื่่อความหมายด้วยการใช์ศิลปะและศาสตร์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทางการใช้เส้นภาพวาด ภาพเขียน&nbsp; แผนภาพตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที&nbsp; ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ<br>2.หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย<br>3.กราฟิกที่ใช้ในงานคอมพิวเตอร์ มี 2 ประเภท&nbsp; คือ Bitmap และ Vector<br>4.กราฟิกแบบ Bitmap<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Bitmap เป็นภาพแบบ Resolution Dependent ประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆ ที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มี Resolution หรือความละเอียดของภาพต่างกันไป หากขยายภาพ Bitmap จะเห็นว่ามีลักษณะเป็นตารางเล็กๆ ซึ่งแต่ละบิตคือ ส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เนื่องจาก Bitmap มีค่า Pixel จำนวนคงที่จึงทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องการขยายขนาดภาพ การเปลี่ยนขนาดภาพทำโดยเพิ่มหรือลด Pixel จากที่มีอยู่เดิม เมื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดของภาพจึงลดลง และถ้าเพิ่มค่าความละเอียดมากขึ้นก็จะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และเปลืองเนื้อที่หน่วยความจำมากขึ้นตามไปด้วย ภาพที่ขยายโตขึ้นจะมองเห็นเป็นตารางสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ทำให้ขาดความสวยงาม<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ภาพแบบ Bitmap จึงเหมาะสำหรับงานกราฟิกในแบบที่ต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด เป็นไฟล์ที่เหมาะกับการทำงานกับภาพเหมือนจริงประเภทภาพถ่าย เพราะ Bitmap มี Channel พิเศษ เรียกว่า Alpha Channel ซึ่งเป็น 32 bit หรือ true color คือสีสมจริง เช่น ภาพที่นำมาใช้กับ PhotoShop จะเป็นภาพเหมือน ภาพถ่าย เพราะไฟล์ที่ได้จาก PhotoShop เป็น Bitmap ในขณะที่ไฟล์ที่สร้างจาก Illustrator จะเหมือนการ์ตูนหรือภาพเขียน เพราะเป็นไฟล์แบบ Vector นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียดและสวยงาม<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ไฟล์ภาพแบบ Bitmap ในระบบวินโดวส์คือ ไฟล์ที่มีนามสกุล .BMP, .PCX. , .TIF, .GIF, .JPG, .MSP, .PCD เป็นต้น สำหรับโปรแกรมที่ใช้สร้างกราฟิกแบบนี้คือ โปรแกรม Paint ต่างๆ เช่น Paintbrush, PhotoShop, Photostyler เป็นต้น<br>5. ความแตกต่างระหว่างกราฟิกแบบ Bitmap และ Vector<br>Bitmap<br>1. ลักษณะภาพประกอบขึ้นด้วยจุดต่างๆ มากมาย<br>2. ภาพมีจำนวนพิกเซลคงที่จึงต้องการค่าความละเอียดมากขึ้นเมื่อขยายภาพ โดยจะคำนวณค่าสีทีละ pixels ทำให้ภาพแตกเมื่อขยายภาพให้ใหญ่<br>3. เหมาะสำหรับงานกราฟิก ในแบบต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด<br>4. แสดงภาพบนจอทันที เมื่อรับคำสั่งย้ายข้อมูลจากหน่วยความจำที่เก็บภาพไปยังหน่วยความจำของจอภาพ<br>Vector<br>1. ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ โดยรวมเอา Object (เช่น วงกลม เส้นตรง) ต่างชนิดมาผสมกัน<br>2. สามารถย่อและขยายขนาดได้มากกว่า โดยสัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนเดิม ความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง<br>3. เหมาะสำหรับงานแบบวาง Layout งานพิมพ์ตัวอักษร Line Art หรือ Illustration<br>4. คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาในการแสดงภาพมากกว่า เนื่องจากต้องทำตามคำสั่งที่มีจำนวนมากกว่า&nbsp;</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br><br><br><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:40:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833130</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวดวงพร แก้วเทพ และ นางสาวบุญญปัญญ์ เกษแก้ว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833131</link>
         <description><![CDATA[<div>1. กราฟิก หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน  แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว-ดำ<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการกับภาพกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์<br>3. ภาพกราฟิกแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ Bitmap และ Vector<br>4. หลักการภาพกราฟิกของRaster เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลากสี ซึ่งเรียกจุดเล็กๆนี้ว่าพิกเซล ในการสร้างกราฟิกแบบนี้จะต้องกำหนดจำนวนพิกเซล<br>  ส่วนหลักการภาพกราฟิกของBitmap คือ จะเป็นการประมวลผลแบบอาศัยค่าสี ในแต่ละพิกเซลจะประกอบไปด้วยจุดสีต่างๆจำนวนคงที่<br>5. กราฟิกแบบRaster เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่นมเล็กๆหลากสี ซึ่งเรียกว่าพิกเซล ในการสร้างกราฟิกนั้นจะต้องกำหนดจำนวนพิกเซลกับภาพที่ต้องการสร้าง เหมาะแก่การตกแต่งและแก้ไขภาพ และการประมวลผลสามารถทำได้รวดเร็ว<br>     ส่วนกราฟิกแบบVector  ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณ เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ การประมวลผลภาพจะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:40:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833131</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ศิริญภรณ์ พรชัยเฉลิมสกุล และ น.ส.ศศมาน์ รุ่งภาณีย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833171</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ศิลปะแขนงหนึ่งที่ใช้ เส้น ภาพกราฟ สัญลักษณ์ต่างๆในการสื่อความหมาย<br>2.เป็นการแสดงภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์<br>3.มี2ประเภท<br>     -bitmap<br>     - vector<br>4.raster เป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่เรียกว่า พิกเซลในการสร้างภาพกราฟฟิกจะต้องกำหนดจำนวนพิกเซล<br>5.กราฟฟิกแบบ raster นั้นเมื่อขยายภาพออกจะทำให้ความละเอียดองภาพลดลง ส่วนแบบ vector เป็นกราฟฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกฃิ้นส่วนชองภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อขยายภาพออกจะไม่ทำให้ความละเอียดของถาพลดลง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:40:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส. ณัฐพร   วัฒนา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833190</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส. สมัชญา &nbsp; ปานคำ<br>1.หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช่ศิลปะและศาสตร์ทางการใช่เส้น &nbsp; ภาพวาด ภาพเขียน&nbsp; มีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที&nbsp; ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ&nbsp;<br>2. การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ ในการสร้างภาพตกแต่งภาพ แก้ไขภาพหรือจัดการเกี่ยวกับภาพ<br>3. แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่<br>1) ภาพเวคเตอร์ (Vector)&nbsp;<br>2) ภาพบิตแมป (Bitmap)<br>4.&nbsp; คือภาพที่ประกอบด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัว มีข้อดีคือ เหมาะกับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี กำหนดสีที่ต้องการความละเอียดได้ง่าย&nbsp;<br>ข้อเสีย&nbsp; เมื่อมีจุดสีที่คงที่นั่น ทำให้เวลาขยายภาพนั้นจะมีความละเอียดน้อยลงมาก และถ้าเพิ่มขนาดความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟล์ภาพมีขนาดที่ใหญ่ และเปลืองพื้นที่ความจำ&nbsp;<br>5. แบบ raster&nbsp; จะเป็น ภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี&nbsp;<br>แต่แบบ vector จะเป็น ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน  เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:41:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833190</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วัชรพล บุญจันทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833259</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย ศุภวิชญ์   ฟักคำ</div><div>1. กราฟิก หมายถึง  การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ <br> 2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง  การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ <br> 3. ภาพกราฟิก แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง ประเภทของภาพกราฟิก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่<br>1.3.1  ภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ<br>           เป็นภาพกราฟิกที่มีแต่ความกว้างและความยาว แต่จะไม่มีความหนาหรือความลึก ได้แก่ ภาพสามเหลี่ยม ภาพสี่เหลี่ยม ภาพถ่าย ภาพลายเส้น ภาพวาด เป็นต้น โดยทั่วไปเรียกภาพกราฟิกประเภท 2 มิติว่า ภาพร่าง    <br>1.3.2    ภาพกราฟิกประเภท 3 มิติ<br>             เป็นภาพที่เกิดจากการใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ ภาพที่ได้จะมีลักษณะเหมือนภาพที่มองจากตาคน โดยภาพกราฟิกประเภท 3 มิติจะมีส่วนโค้ง เว้า มุม แสง ความลึก<br>และรายละเอียดที่สูงขึ้นจากภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ มีลักษณะการมองภาพที่เหมือนจริง <br> 4. หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ แบบ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด  1.การประมวลผลแบบ <strong>Raster</strong></div><div>       การประมวลผลแบบ <strong>Raster</strong> หรือแบบ บิตแมป(Bitmap) หรือเรียกว่าเป็นภาพแบบ Resolution Dependent โดยหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap ซึ่งจะเก็บค่าของข้อมูลเป็นค่า 0 และ 1 และในแต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง ลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้ คือ จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัว ตามการสร้างภาพที่มีความละเอียดแตกต่างกันไป ภาพแบบ Bitmap นี้ มีข้อดี คือ เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องละเอียดและสวยงามได้ง่าย ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลจำนวนคงที่ นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดก็จะลดลง มองเห็นภาพเป็นแบบจุด และถ้าเพิ่มความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ และเปลืองเนื้อที่หน่วยความจำมาก </div><div>      ไฟล์ของรูปภาพที่เกิดจากการประมวลผลแบบ <strong>Raster</strong> คือ ไฟล์พวกที่มี นามสกุล เป็น .BMP .PCX .TIF .JPG .GIF .MSP .PNG .PCT โดยโปรแกรมที่ใช้จัดการกับภาพประเภทนี้ คือ โปรแกรมประเภทจัดการภาพ ตกแต่งภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้มีโปรแกรมมากมายให้เราได้ใช้กัน เช่น Photoscape,Paintbrush,Photoshop,Photostyler และอีกมากมาย </div><div> 5. กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง  </div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Raster</strong></div><div>หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่</div><div>ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ</div><div>•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว<br>•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi<br>•  งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350</div><div>ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไขปรับแต่งสีตกแต่งภาพ ได้ง่ายและสวยงาม โปรแกรมที่นิยมใช้ คือ Paint, Adobe Photoshop</div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Vector</strong></div><div>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max</div><div>ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Vector คือ เมื่อทำการขยายภาพที่วาดแล้ว ภาพจะยังคงความละเอียดเสมอ</div><div>พิกเซล (Pixel) คือ จุดหนึ่งจุดในหน้าจอ ซึ่งถ้าตั้งค่าพิกเซลมาก จะทำให้ภาพที่เราสร้างขึ้นมีความละเอียดของสีเพิ่มขึ้น แต่ก็จะทำให้ไฟล์ภาพใหญ่ตามไปด้วยนะครับ <br>การตั้งค่าไฟล์ หากต้องการสร้างไฟล์ที่ต้องการให้แสดงผลทางหน้าจอเพียงอย่างเดียว เช่น การออกแบบเว็บไซต์ ให้ตั้งค่าประมาณ 72 pixel/Inc แต่ถ้าต้องการพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ควรตั้งค่า ประมาณ 300 pixel/Inc ครับ</div><div> </div><div><br> รักนะค่ะ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/241653751/588e343aa451330108327d844836c8b4/20882931_1460790434036933_6364393487523675776_n.jpg" />
         <pubDate>2017-11-24 06:42:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833259</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย นนทวํฒน์ สมคำพี้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833263</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ&nbsp;<br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง&nbsp; การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์&nbsp;<br>3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ และภาพกราฟิกประเภท 1 มิติ<br>4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็นอย่างไร&nbsp; ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย&nbsp;<br>5.กราฟิกแบบ Raster และ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร&nbsp; บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย &nbsp; ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:42:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833263</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ทรงศักดิ์ สุดหอม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833289</link>
         <description><![CDATA[<div>1. กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งที่ใช้ในการสื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน เพื่อใช้สื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามความต้องการของผู้สื่อสาร และสามารถเข้าใจได้ทันที<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการเช่นการทำ Image Retouching ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การสร้างภาพจินตนาการและการใช้ภาพกราฟิก ในการนำเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อให้สามารถสื่อความหายได้ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ&nbsp;<br>3.กราฟิกแบ่งออกได้ 2 ประเภท<br>3.1. กราฟิกแบบ 2 มิติ สามารถแบ่งออกได้อีก 2 แบบคือ ภาพแบบ Raster หรือ บิตแมป Bitmap มีหลักการทำงานคือจะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่่ละพิกเซล ลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้คือ จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆมีจำนวนคงที่ ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลจำนวนคงที่ นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดจะลดลง<br>และอีกแบบหนึ่งคือ ภาพแบบเวกเตอร์ Vector เป็นภาพลักษณะของการสร้างจากคอมพิวเตอร์ที่มีการสร้างให้แต่ละส่วนของภาพเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง รูปทรง หรือส่วนโค้ง สร้างจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ดังนั้นไม่ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายหรือย่อขยายของภาพก็จะไม่เสียรูปทรง<br>3.2 กราฟิกแบบ 3 มิติ เป็นภาพกราฟิกที่ใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติโดยเฉพาะ เช่น โปรแกรม 3 DS Max , Setchup โปรแกรม Maya<br>4.หลักการทำงานของกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมๆหลากหลายสี เรียกว่า พิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการจะสร้าง ถ้าจำพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ โปรแกรมที่ใช้สร้างคือ Paintbrush , Photoshop , Photostyler<br>5. Bitmap เป็นภาพที่ใช้มีจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆมาประกอบกันเป็นภาพ เมื่อขยายภาพปกติก็จะเห็นเป็นภาพ แต่ถ้าซุมเอาไปจะเห็นเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆไม่ชัด เบลอ ส่วนภาพแบบ Vector เป็นภาพกราฟิกที่เกิดการจากอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสคร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมด เส้นตรง เส้นโค้ง เมื่อซูมเข้าไปใกล้ๆก็จะคงรูปแบบเหมือน ซึ่งแตกต่างจากภาพเป็น bitmap อย่างมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:42:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833289</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส. อัจฉราภรณ์ หมื่นศรีพ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833295</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง การแสดงภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมวาดภาพ โปรแกรมระบายสีภาพ เป็นต้น โดยโปรแกรมเหล่านี้จะเก็บภาพไว้ในรูปของสูตรคณิตศาสตร์ หรือจุดภาพ<br><br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง วิชาเรขาภาพคอมพิวเตอร์ เป็นสาขาหนึ่งของการศึกษาวิชาด้านคอมพิวเตอร์ที่เน้นการใช้คอมพิวเตอร์แสดงภาพ แผนภาพการแบ่งส่วนการแสดง ความสัมพันธ์ กราปชนิดต่างๆ โดยใส่ข้อมูลตัวเลข<br><br>3.ภาพกราฟิกแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง<br>แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ <br>   1.ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต จะถูกจัดเก็บในคำสั่งของโปรแกรมและค่าตัวเลข ซึ่งเวลาทำการแสดงผลจะมีการคำนวณทุกๆครั้ง ส่งผลให้ภาพลักษณะเช่นนี้มีความคมชัดและไม่แตกเมื่อมีการขยายให้ภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น<br>   2.ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็าภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมาก เรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่ส พิกเซล (pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน <br><br>4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด<br>หลักการทำงานของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmat <br>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ เรียกว่า “พิกเซล” (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Rasterจะต้องกำหนดจำนวนของพิกซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้าจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหรือถ้ากำหนดจำนวนพิเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ ดังนั้นการกำหนดพิกเซลจึงควรกำหนดให้เหมาะกับงานที่สร้าง คือ ถ้าต้องการใช้งานทั่วๆ ไป จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100 – 150 ppi (Pixel/inch) “จำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว” ถ้าเป็นงานความเล็กเอียดน้อยแป้มภาพมีขนาดเล็ก เช่นภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi และถ้าเป็นแบบงานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300 – 350 ppi เป็นต้น <br><br>5.ภาพกราฟิกแบบ Rester และแบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร</div><div><strong>ความแตกต่างภาพกราฟิกระหว่างแบบ Rester และแบบVector</strong></div><div><br><strong>• หลักการของกราฟิกแบบ Raster<br></strong>หลักการของกราฟิกแบบ Raster  เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่</div><div><br></div><div><strong>•หลักการของกราฟิกแบบ Vector<br></strong>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:42:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833295</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส พัชรีพร บุญล้ำ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833326</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว-ดำ<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ<br>3. ภาพกราฟิกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Bitmap กับ Vector<br>4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap คือ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้เรียกว่า "พิกเซล" ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น<br>5.กราฟิกแบบ Raster และแบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร&nbsp; -แบบ Raster&nbsp;<br>1.ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลากหลายสีมาเรียงต่อกันเป็นรูปภาพ<br>2.การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลง ทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก<br>3.การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม เช่น การ Retouching ภาพคนแก่ให้หนุ่มขึ้น เป็นต้น<br>4.การประมวลผลภาพสามารถทำได้รวดเร็ว ส่วน<br>-แบบ Vector<br>1.ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณโดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน<br>2.การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ภาพยังคงความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม<br>3.เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ เช่น งานสถาปัตย์ ออกแบบโลโก้ เป็นต้น&nbsp;<br>4.การประมวลผลภาพจะใช้เวลานาน เนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:42:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833326</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.อรอุมา บำรุงทรัพย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833405</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง &nbsp; ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ&nbsp;<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง &nbsp; การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน&nbsp;<br>3.ภาพกราฟิกแบ่งออกได้ 2 ประเภท<br>3.1 &nbsp; ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ&nbsp;<br>3.2&nbsp; ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง เช่น ภาพการ์ตูน&nbsp;<br>4.&nbsp; คือภาพที่เกิดจากจุดสีที่เรียกว่า&nbsp;</div><div>Pixel</div><div>&nbsp; ซึ่งประกอบกันเป็นรูปร่างบนพื้นที่ ที่มีลักษณะเป็นเส้นตาราง (กริด) แต่ละพิกเซลจะมีค่าของตำแหน่ง และค่าสีของตัวเอง ภาพหนึ่งภาพ จะประกอบด้วยพิกเซลหลายๆ พิกเซลผสมกัน แต่เนื่องจากพิกเซลมีขนาดเล็กมาก จึงเห็นภาพมีความละเอียดสวยงาม ไม่เห็นลักษณะของกริด จึงเป็นภาพที่เหมาะสมต่อการแสดงภาพที่มีเฉด และสีสันจำนวนมาก เช่นภาพถ่าย หรือภาพวาด&nbsp; ภาพแบบ Bitmap เป็นภาพที่ขึ้นอยู่กับความละเอียด&nbsp; ความคมชัด (Resolution)ซึ่งก็คือ จำนวนพิกเซลที่แน่นอน &nbsp;</div><div>ไฟล์ทั้ง 2 ประเภทนี้ไม่มีอันไหนที่ดีไปเลยหรือแย่ไปเลย<br>เพราะแต่ละประเภทถูกสร้างขึ้นมาให้รองรับงานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ทำงานประเภทไหนนั่นเอง<br><br></div><div>และสำหรับใครที่สนใจงาน Graphic Design แบบครบ 360 องศา<br>และต้องการที่จะเรียนรู้หลักการออกแบบงานกราฟิก<br>รวมไปถึงเทคนิคและวิธีการใช้งานโปรแกรม Photoshop และ Illustrator อย่างมืออาชีพ&nbsp;<br>5.&nbsp; หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ&nbsp; ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:43:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833405</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวนฤมล   ป้องท้าว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833432</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวสุธิตรา&nbsp; &nbsp; &nbsp; ศรีศักดิ์ดา&nbsp;<br><br>1. ตอบ เป็นศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้การสื่อความหมายด้วยการใช้เส้น ภาพวาด สัญลักษณ์ ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายของข้อมูลได้่ถุกต้องตรงตามที่ผู้รับสารต้องการ<br>2. ตอบ การสร้างการตกแต่งแก้ไขหรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้นการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆมากมาย&nbsp;<br>3. ตอบ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท&nbsp;<br>&nbsp; 1.ภาพเวคเตอร์ ( vector)&nbsp;<br>&nbsp; 2.ภาพบิตแมป( bitmap )<br>4. ตอบ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้เรียกว่า พิกเซล( Pixel ) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสาร้าง<br>5. ตอบ กราฟิกแบบ Vector หรือ Object- oriented Graphics หรือเรียกว่าเป็นรูปภาพ Resolution - Independent  เป็นภาพที่มีลักาณะของการสร้างจากคอมพิวเตอรืที่มีการสร้างให้แต่ละส่วนของภาพเป็นอิสระต่อกันโดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรงรูปทรงหรือส่วนโค้ง ดดยอ้างอิงตามความสำคัยทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณซึ่งมีทิศทางการลากเส้นไปในแนวต่างๆจึงเรียกประเภทเวกเตอร์กราฟิก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:44:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833432</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย สุวินัย  ทองทิพย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833440</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย เจษฎากร ภักดี<br>1.กราฟิก หมายถึง ศิลปเเขนงหนึ่งที่ใช้การสื่อความหมายด้วยเส้นสัญญาลักษณ์ ภาพถ่ายกราฟ<br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิกฟ หมายถึง การสร้างการตกเเต่งเเก้ไข้หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพดดยใช่คอมพิวเตอร์โดยการจัดการการทำตกเเต่งภาพที่เรียกว่าภาพคนเเก่ ให้มีวัยเด็กขึ้นการใช้ภาพกราฟฟิกในการนำเสนอข้อมูลเเตกต่างมากมาย<br>3.ภาพกราฟิก เเบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง 2 ประเภท Bitmap vector<br>4.หลักการของภาพกราฟิกเเบบ Raster จงอธิบายอย่างละเอียด&nbsp; กราฟิกแบบ Bitmap<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Bitmap เป็นภาพแบบ Resolution Dependent ประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆ ที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มี Resolution หรือความละเอียดของภาพต่างกันไป หากขยายภาพ Bitmap จะเห็นว่ามีลักษณะเป็นตารางเล็กๆ ซึ่งแต่ละบิตคือ ส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เนื่องจาก Bitmap มีค่า Pixel จำนวนคงที่จึงทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องการขยายขนาดภาพ การเปลี่ยนขนาดภาพทำโดยเพิ่มหรือลด Pixel จากที่มีอยู่เดิม เมื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดของภาพจึงลดลง และถ้าเพิ่มค่าความละเอียดมากขึ้นก็จะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และเปลืองเนื้อที่หน่วยความจำมากขึ้นตามไปด้วย ภาพที่ขยายโตขึ้นจะมองเห็นเป็นตารางสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ทำให้ขาดความสวยงาม<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ภาพแบบ Bitmap จึงเหมาะสำหรับงานกราฟิกในแบบที่ต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด เป็นไฟล์ที่เหมาะกับการทำงานกับภาพเหมือนจริงประเภทภาพถ่าย เพราะ Bitmap มี Channel พิเศษ เรียกว่า Alpha Channel ซึ่งเป็น 32 bit หรือ true color คือสีสมจริง เช่น ภาพที่นำมาใช้กับ PhotoShop จะเป็นภาพเหมือน ภาพถ่าย เพราะไฟล์ที่ได้จาก PhotoShop เป็น Bitmap ในขณะที่ไฟล์ที่สร้างจาก Illustrator จะเหมือนการ์ตูนหรือภาพเขียน เพราะเป็นไฟล์แบบ Vector นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียดและสวยงาม<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ไฟล์ภาพแบบ Bitmap ในระบบวินโดวส์คือ ไฟล์ที่มีนามสกุล .BMP, .PCX. , .TIF, .GIF, .JPG, .MSP, .PCD เป็นต้น สำหรับโปรแกรมที่ใช้สร้างกราฟิกแบบนี้คือ โปรแกรม Paint ต่างๆ เช่น Paintbrush, PhotoShop, Photostyler เป็นต้น<br>5. ความแตกต่างระหว่างกราฟิกแบบ Bitmap และ Vector<br><br>Bitmap<br>1. ลักษณะภาพประกอบขึ้นด้วยจุดต่างๆ มากมาย<br>2. ภาพมีจำนวนพิกเซลคงที่จึงต้องการค่าความละเอียดมากขึ้นเมื่อขยายภาพ โดยจะคำนวณค่าสีทีละ pixels ทำให้ภาพแตกเมื่อขยายภาพให้ใหญ่<br>3. เหมาะสำหรับงานกราฟิก ในแบบต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด<br>4. แสดงภาพบนจอทันที เมื่อรับคำสั่งย้ายข้อมูลจากหน่วยความจำที่เก็บภาพไปยังหน่วยความจำของจอภาพ<br><br>Vector<br>1. ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ โดยรวมเอา Object (เช่น วงกลม เส้นตรง) ต่างชนิดมาผสมกัน<br>2. สามารถย่อและขยายขนาดได้มากกว่า โดยสัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนเดิม ความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง<br>3. เหมาะสำหรับงานแบบวาง Layout งานพิมพ์ตัวอักษร Line Art หรือ Illustration&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:44:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833440</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายเหมราช ฮั่นตุ้นพงษ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833582</link>
         <description><![CDATA[<div>1กราฟฟิก หมายถึง&nbsp; ศิลปะแขนงหนึ่งซื่งใช้การสื่อความหมายด้วยการใช้เส้น ภาพวาด สัญลักษณ์ ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายของข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้รับสารต้องการ&nbsp;<br>2คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หมายถึง<br>&nbsp;การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพกราฟฟิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ&nbsp;<br>3.ภาพกราฟฟิกแบ่งเป็น &nbsp; 2 แบบ คือ แบบบิตแมพ (Bit Mapped) และแบบเวกเตอร์ (Vector) หรือสโตรก (Stroked)&nbsp;<br><br>&nbsp;4กราฟิกแบบบิตแมป&nbsp; มีลักษณะเป็นช่องๆ เหมือนตาราง แต่ละบิตก็คือส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (ซึ่งก็คือสวิตซ์ปิดเปิดในหน่วยความจำ "1" หมายถึงเปิด และ "0" หมายถึงปิด) และสวิตซ์ปิดเปิดนี้ก็ยังหมายถึงสีดำและสีขาวอีกด้วย ดังนั้น ถ้าเราเอาบิตที่แตกต่างกันในแต่ละตารางมารวมกันเข้า เราจะสามารถสร้างภาพจากจุดดำและขาวเหล่านี้ได้ กราฟิกแบบบิตแมปทุกชนิดมีลักษณะที่เหมือนกันอยู่บางประการ&nbsp;<br>&nbsp;กราฟิกแบบเวกเตอร์ใ ช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ เช่น วงกลม หรือเส้นตรง เป็นต้น ถึงแม้ว่าอาจจะฟังดูซับซ้อนสักเล็กน้อยแต่ภาพบางชนิดก็ถูกสร้างได้ง่าย หลักที่จะนำไปสู่กราฟิกแบบเวกเตอร์ก็คือ การรวมเอาคำสั่งทางคอมพิวเตอร์และสูตรทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายเกี่ยวกับออบเจ็กต์ ซึ่งจะปล่อยให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่น จอภาพ หรือเครื่องพิมพ์เป็นตัวกำหนดเองว่าจะวางจุดจริงๆ ไว้ที่ตำแหน่งใดในการสร้างภาพ&nbsp;<br>&nbsp;5ข้อเเตกต่างระหว่าง&nbsp;</div><div><strong>&nbsp;Raster</strong> เเละ &nbsp;<strong>Vector</strong>&nbsp;</div><div><br><strong>ภาพกราฟิกแบบ Raster</strong> <br>1. ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ <br>2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลงทำให้มองเห็นภาพเป็นจุสี่เหลี่ยมเล็ก <br>3. การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม เช่น การ Retouching ภาพคนแก่ให้หนุ่มขึ้น เป็นต้<br> <strong>ภาพกราฟิกแบบ Vector</strong>&nbsp;<br> 1. ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณ โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน&nbsp;<br>&nbsp;</div><div>&nbsp;2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นภาพยังคงความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม&nbsp;<br>&nbsp;</div><div>&nbsp;3. เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ เช่น งานสถาปัตย์ ออกแบบโลโก เป็นต้น&nbsp;<br>&nbsp;</div><div>4. การประมวลผลภพสามารถทำได้รวดเร็ว |&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:45:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833582</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สิริวงค์ คำยี่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833585</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง&nbsp; สื่อความหมายด้านกาารใช้ภาพวาดภาพสเกตแผนภาพการถ่ายภาพ และอื่นๆที่ต้องอาศัยศิลปะเข้ามาช่วยทำให้เกิดความคิดและการตีความหมาย<br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแตางแก้ไข้ หรือการจัดเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอรืในการจัดการ เฃ่นการตกเเต่งภาพ<br>3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ และภาพกราฟิกประเภท 1 มิติ<br>4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็นอย่างไรภาพกราฟิกแบบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็ฯกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในละตำแหนางจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่างๆ เช่นภาพถ่าย<br>5.กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง บิตเเมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่จงเจาะในแต่ละตำแหน่งเป็ฯภาพในลักษณะต่างๆ เช่น ภาพถ่าย  ภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์เป็นภาพที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวนทางคณิตศาสตร์ มีสีตำแหน่งที่แน่นอน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:45:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833585</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว ภัทราวริน มะโนชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833681</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง เป็นศิลปะในการเขียนภาพลายหรือภาพเขียนหยาบๆ ตกแต่งรูปภาพ ทำสัญลักษณ์ ภาพถ่าย แผนภูมิ และภาพ3มิติ&nbsp;<br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึงการสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ<br>3.ภาพกราฟิกแบ่งเป็น2ประเภท - ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต&nbsp;<br>&nbsp;- ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel)&nbsp;<br>4.หลักการของภาพกราฟิกแบบRasterหรือBitmap&nbsp; บิตแมป(Bitmap) หลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap ซึ่งจะเก็บค่าของข้อมูลเป็นค่า 0 และ 1 และในแต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง ลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้&nbsp;<br>5.กราฟิกแบบRasterและVecterแตกต่างกันอย่างไร</div><div>หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง &nbsp;</div><div>หลักการทำงานแบบ Vecter</div><div>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:46:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833681</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายชรัณ อินมา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833792</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึงศิลปะแบบหนึ่งที่สื่อความหมาย โดยใช้เส้น รูปภาพภาพสเกต เพื่อสื่อความหมายข้อมูลถูกต้องตรงตามผู้ใช้งานต้องการ<br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิกหมายถึงการสร้างการตกเเต่งเเก้ไขรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่นการตกเเต่งภาพคนแก่ให้ดูเด็กขึ้น การใช้กราฟิกในการนำเสนอข้อมุล<br>3ภาพกราฟิกเเบ่งออกเป็น 2ประเภทภาพเเบบบิตเเมพ ภาพเวกเตอร์<br>4.หลักของภาพกราฟิกเเบบRasterหรือเเบบ บิตแมป(Bitmap) หรือเรียกว่าเป็นภาพแบบ Resolution Dependent โดยหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap ซึ่งจะเก็บค่าของข้อมูลเป็นค่า 0 และ 1 และในแต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในเเต่ละตำแหน่งลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้คือประกอบด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มีความละเอียดเเตกต่างกันไป ภาพเเบบBitmap มีข้อดีคือเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสีหรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียดเเละสวยงาม<br>&nbsp;5.กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้ภาพมีขนาดใหญ่&nbsp;<br>&nbsp;ภาพเเบบเวกเตอร์</div><div>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนตการสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:48:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833792</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว พิชามญชุ์ จันทร์คำ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833805</link>
         <description><![CDATA[<div>1. กราฟิกหมายถึง&nbsp; การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ สัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ชัดเจนเข้าใจได้ทันที ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ&nbsp; <br>2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิกหมายถึง การสร้าง ตกแต่งแก้ไข การจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ&nbsp; การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมาย ได้ตรงตามต้องการ และน่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ<br>3. กราฟิกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท<br>&nbsp; &nbsp; - กราฟิกแบบบิตแมป คือ มีลักษณะเป็นช่องๆเหมือนตารางแต่ละบิตก็คือส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; - กราฟิฟแบบเวกเตอร์ คือ&nbsp; ประกอบไปด้วย จุดต่าง ๆ มากมาย แต่กราฟฟิกแบบเวกเตอร์ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ <br>4. ภาพหลักของกราฟิกแบบ (Raster) <strong>&nbsp; &nbsp; </strong>ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาพถ่าย&nbsp;<br>5. กราฟิกแบบ Raster แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร ?<br>กราฟิกแบบ Raster&nbsp; เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ&nbsp;ส่วนแบบ Vector เกิดการการอ้างอิงความสัมพันธุ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวน โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน ภาพแบบ Raster จะประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว แบบ Vector จะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน ภาพแบบ Raster เหมาะกับการแก้ไข้ตกแต่งภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม แบบ Vector เหมาะกับการออกแบบต่างๆ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:48:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833805</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย  สถาพร แก้วเหล็ก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833815</link>
         <description><![CDATA[<div>1. <strong>กราฟิก</strong> หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ <br>2.&nbsp; &nbsp;<strong>คอมพิวเตอร์กราฟิก</strong> หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานด้านธุรกิจ งานด้านการออกแบบ งานด้านบันเทิง หรืองานด้านการแพทย์ เป็นต้น <br>3.ภาพกราฟฟิกแบ่งได้2ประเภทได้แก่Bitmap&nbsp; Vector<br>4.&nbsp; ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ (Raster)<br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย&nbsp;<br>&nbsp;</div><div><br>ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ (Vector)<br><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง เช่น ภาพการ์ตูนเมื่อถูกขยายภาพออกมา ภาพที่ได้ก็จะยังคงรายละเอียดและความชัดเจนไว้เหมือนเดิม และขนาดของไฟล์ภาพจะมีขนาดเล็กกว่าภาพแบบราสเตอร์ โปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพแบบเวคเตอร์ ได้แก่ โปรแกรม Illustrator โปรแกรม CorelDraw เป็นต้น&nbsp;<br>5. ภาพกราฟิก 2 มิติแบบราสเตอร์&nbsp; | ภาพกราฟิก 2 มิติแบบเวคเตอร์<br>1. เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่าพิกเซล (Pixel) โดยจะเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง จนเกิดเป็นภาพในลักษณะ ต่าง ๆ&nbsp; | 1. เป็นการประมวลผลโดยอาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งของสีที่แน่นอนภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน&nbsp;<br>2. การขยายภาพจะมีการเพิ่มจำนวนจุดของภาพ ทำให้ความละเอียดลดลง มองเห็นภาพเป็นแบบจุด คุณภาพของภาพนั้นสูญเสียไป&nbsp; | 2. เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพจะไม่ลดลง ยังคงรายละเอียดและความชัดเจนของภาพไว้เหมือนเดิม&nbsp;<br>3.การตกแต่งและแก้ไขภาพสามารถทำได้ง่ายและสวยงาม มีความเหมือนจริง เช่น การลบรอยตำหนิบนภาพเพื่อให้ ภาพดูสวยงามขึ้น&nbsp; | 3. นิยมใช้กับงานด้านสถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน และงานด้านการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบการ์ตูน&nbsp;<br>4. การประมวลผลภาพสามารถทำได้รวดเร็ว | 4. การประมวลผลภาพใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่ง<br>ในการทำงาน</div><blockquote><blockquote><blockquote><blockquote><blockquote><blockquote><blockquote>&nbsp;</blockquote></blockquote></blockquote></blockquote></blockquote></blockquote></blockquote>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:48:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833815</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรุ้งพราย หงษ์ขาวปูน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833844</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะที่ใช้ในการสือความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย &nbsp; ฯลฯ เพื่อใช้สื่อข้อมูลถูกต้องตามต้องการ<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูป โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการทำ เช่น Image Retouching&nbsp; ภาพคนแกให้มีวัยที่เด็กขึ้น เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามผู้สารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้น<br>3.ภาพกราฟิก แบ่งเป้นกี่ประเภท อะไรบ้าง<br>แบ่งออกเป้น 2 ประเภท คือ<br>1.มิตแมป (Bitmap)<br>2.เวกเตอร์ (Vector)<br>4. กราฟิกแบบ Rasterหรือ แบบ ฺBitmapo มีหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าในแต่ละพิกเซล จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลคงที่นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความอะเอียดจะลดลง จะมองเห็นภาพแบบเป็นจุด<br>5.<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:48:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209833844</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวเบญญาภา เสือดี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209834271</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง&nbsp; &nbsp; การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที&nbsp; ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ&nbsp;<br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง&nbsp; การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย&nbsp;<br>3.ภาพกราฟิก แบ่งออกเป็น กี่ประเภท คือ การสร้างภาพกราฟิกด้วยคอมพิวเตอร์ มีวิธีการสร้าง 2 แบบ คือ แบบบิตแมพ (Bit Mapped) และแบบเวกเตอร์ (Vector) หรือสโตรก (Stroked)&nbsp;<br>4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด คือ&nbsp;</div><div>ภาพที่เกิดบนจอคอมพิวเตอร์ เกิดจากการทำงานของโหมดสี RGB ซึ่งประกอบด้วย สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน โดยใช้หลักยิงประจุไฟฟ้าให้เกิดการเปล่งแสงของสีทั้ง 3 สีมาผสมกัน ทำให้เกิดเป็นจุดสีสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) ซึ่งมาจากคำว่า Picture กับ Element โดยพิกเซลจะมีหลากหลายสี เมื่อนำมาวางต่อกันจะเกิดเป็นรูปภาพ ซึ่งภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มี 2 ประเภท คือ แบบ Raster กับ Vector</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ว่าพิกเซล (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ ดังนั้นการกำหนดพิกเซลจึงควรกำหนดจำนวนพิกเซลให้เหมาะกับงานที่สร้าง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลักการของกราฟิกแบบ Vector เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณซึ่งภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพจะไม่ลดลง แฟ้มจะมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่างๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก้ การสร้างการ์ตูน&nbsp;<br>5.กราฟิกแบบ Raster หรือ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร &nbsp;</div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Raster</strong></div><div>หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่</div><div>ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ</div><div>•&nbsp; การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว<br>•&nbsp; งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi<br>•&nbsp; งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350</div><div>ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไขปรับแต่งสีตกแต่งภาพ ได้ง่ายและสวยงาม โปรแกรมที่นิยมใช้ คือ Paint, Adobe Photoshop</div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Vector</strong></div><div>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max</div><div>ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Vector คือ เมื่อทำการขยายภาพที่วาดแล้ว ภาพจะยังคงความละเอียดเสมอ</div><div>พิกเซล (Pixel) คือ จุดหนึ่งจุดในหน้าจอ ซึ่งถ้าตั้งค่าพิกเซลมาก จะทำให้ภาพที่เราสร้างขึ้นมีความละเอียดของสีเพิ่มขึ้น แต่ก็จะทำให้ไฟล์ภาพใหญ่ตามไปด้วยนะครับ&nbsp;<br>การตั้งค่าไฟล์ หากต้องการสร้างไฟล์ที่ต้องการให้แสดงผลทางหน้าจอเพียงอย่างเดียว เช่น การออกแบบเว็บไซต์ ให้ตั้งค่าประมาณ 72 pixel/Inc แต่ถ้าต้องการพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ควรตั้งค่า ประมาณ 300 pixel/In&nbsp;</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 06:54:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209834271</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย พีรณัฐ จันทวงศ์ </title>
         <author>art1923</author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209835349</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;1.<strong>กราฟิก</strong> หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ <br>2.&nbsp; <strong>คอมพิวเตอร์กราฟิก</strong> หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานด้านธุรกิจ งานด้านการออกแบบ งานด้านบันเทิง หรืองานด้านการแพทย์ เป็นต้น&nbsp;<br>3.&nbsp; ภาพกราฟิกในคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br>&nbsp; &nbsp; - ภาพแบบ Raster&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; -ภาพแบบvector<br>4.&nbsp; ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน<br>&nbsp; 5. กราฟิกแบบ Raster และแบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร&nbsp;<br><br> 5.1หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่&nbsp;<br>5.2หลักการของกราฟิกแบบvector<br> เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 07:07:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209835349</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธนกร สุกเมือง</title>
         <author>pontanagorn</author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209838308</link>
         <description><![CDATA[<div>1. กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งซื่งใช้การสื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายของข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้รับสารต้องการ<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช ้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า Image Retouching ภาพคนแก่<br>&nbsp;3. ภาพกราฟิก แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Bitmap Vector<br><strong>&nbsp;</strong>4. หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ แบบ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่างๆ<br>&nbsp;ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์(Vector)&nbsp; &nbsp; &nbsp; ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง เช่น ภาพการ์ตูนเมื่อถูกขยายภาพออกมา ภาพที่ได้ก็จะยังคงรายละเอียดและความชัดเจนไว้เหมือนเดิม และขนาดของไฟล์ภาพจะมีขนาดเล็กกว่าภาพแบบราสเตอร์ โปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพแบบเวคเตอร์ ได้แก่ โปรแกรมIllustrator โปรแกรม CorelDraw เป็นต้น<br>5. กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร<br>&nbsp;1. ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ | 1. ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณ โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน<br>2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลงทำให้มองเห็นภาพเป็นจุสี่เหลี่ยมเล็ก | 2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นภาพยังคงความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม<br>3. การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม เช่น การ Retouching ภาพคนแก่ให้หนุ่มขึ้น เป็นต้น | 3. เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ เช่น งานสถาปัตย์ ออกแบบโลโก เป็นต้น<br>4. การประมวลผลภพสามารถทำได้รวดเร็ว | 4. การประมวลผลภาพจะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำง </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 07:30:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209838308</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย กรกฎ น้ำโมง</title>
         <author>krorakotnm</author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209838972</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ&nbsp;<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ&nbsp;<br>3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็น 2 ประเภท<br>ได้แก่ &nbsp;<br>3.1 ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ&nbsp;<br>3.2 ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง&nbsp;<br>4.&nbsp; หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่&nbsp;<br>5.<strong>หลักการของกราฟิกแบบ Raster</strong></div><div>หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่</div><div>ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ</div><div>•&nbsp; การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว<br>•&nbsp; งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi<br>•&nbsp; งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350</div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Vector</strong></div><div>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max&nbsp;</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 07:34:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209838972</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย นัทธพงค์ นามา</title>
         <author>natthaphong_009</author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209839982</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;<strong>กราฟิก</strong> หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ <br> <strong>&nbsp;คอมพิวเตอร์กราฟิก</strong> หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย .<br> ภาพกราฟิกในคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1. ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต จะถูกจัดเก็บในคำสั่งของโปรแกรมและค่าตัวเลข ซึ่งเวลาทำการแสดงผลจะมีการคำนวณทุกๆ ครั้ง ส่งผลให้ภาพลักษณะเช่นนี้มีความคมชัดและไม่แตกเมื่อมีการขยายให้ภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน&nbsp;<br> หลักการทำงานของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmat&nbsp;<br>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ เรียกว่า “พิกเซล” (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้าจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ ดังนั้นการกำหนดพิกเซลจึงควรกำหนดให้เหมาะกับงานที่สร้าง คือ ถ้าต้องการใช้งานทั่วๆไป จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100 – 150 ppi (Pixel/inch) “จำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว” ถ้าเป็นงานความเล็กเอียดน้อยแป้มภาพมีขนาดเล็ก เช่นภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi และถ้าเป็นแบบงานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300 – 350 ppi เป็นต้น&nbsp; ไฟล์นามสกุล (Extension) ของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็น .BMP , .PCX, .TIF , .GIF , .JPG, .MSP , .PCD, .PCT โปรแกรมที่ใช้สร้างคือ โปรแกรมประเภทระบายภาพ (Painting Program) เช่น Paintbrush , Photoshop , Photostyler เป็นต้น&nbsp;<br>&nbsp;</div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Raster</strong></div><div>หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่</div><div>ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ</div><div>•&nbsp; การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว<br>•&nbsp; งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi<br>•&nbsp; งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350</div><div>ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไขปรับแต่งสีตกแต่งภาพ ได้ง่ายและสวยงาม โปรแกรมที่นิยมใช้ คือ Paint, Adobe Photoshop</div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Vector</strong></div><div>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max</div><div>ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Vector คือ เมื่อทำการขยายภาพที่วาดแล้ว ภาพจะยังคงความละเอียดเสมอ</div><div>พิกเซล (Pixel) คือ จุดหนึ่งจุดในหน้าจอ ซึ่งถ้าตั้งค่าพิกเซลมาก จะทำให้ภาพที่เราสร้างขึ้นมีความละเอียดของสีเพิ่มขึ้น แต่ก็จะทำให้ไฟล์ภาพใหญ่ตามไปด้วยนะครับ&nbsp;<br>การตั้งค่าไฟล์ หากต้องการสร้างไฟล์ที่ต้องการให้แสดงผลทางหน้าจอเพียงอย่างเดียว เช่น การออกแบบเว็บไซต์ ให้ตั้งค่าประมาณ 72 pixel/Inc แต่ถ้าต้องการพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ควรตั้งค่า ประมาณ 300 pixel/Inc ครับ&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 07:40:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209839982</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย เจษฎาพร คงสุข</title>
         <author>menkonmanza</author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209842857</link>
         <description><![CDATA[<div>1.- <strong>กราฟฟิก</strong>เป็นการสื่อความหมายด้านการใช้ภาพวาด ภาพสเกต แผนภาพ การถ่ายภาพ และอื่นๆ ที่ต้องอาศัยศิลปะ เข้ามาช่วยเพื่อทำให้ผู้ดูเกิดความคิดและการตีความหมายได้ตรงตามที่ผู้ส่งสารต้องการ เช่น แผนภูมิ แผนภาพ ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นต้น<br>- วัสดุที่เกิดจากการวาดและการเขียนงานออกแบบต่างๆ ในสิ่งที่เป็นวัตถุ 2 มิติ มีความกว้างและความยาวเท่ากัน อันได้แก่ งานสถาปนิกในการเขียนแปลนบ้าน การเขียนภาพเหมือนของจิตรกร การออกแบบโฆษณาของช่างออกแบบ<br>- <strong>กราฟฟิก</strong>เป็นศิลปะหรือศาสตร์ในการเขียนภาพลายเส้น รวมไปถึงการพิมพ์ การแกะสลัก การถ่ายภาพ และการจัดทำหนังสือ<br><br>2.<strong>  คอมพิวเตอร์กราฟิก</strong> หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย<br>3. ภาพกราฟิกในคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br>         1. ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต จะถูกจัดเก็บในคำสั่งของโปรแกรมและค่าตัวเลข ซึ่งเวลาทำการแสดงผลจะมีการคำนวณทุกๆ ครั้ง ส่งผลให้ภาพลักษณะเช่นนี้มีความคมชัดและไม่แตกเมื่อมีการขยายให้ภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น<br>         2. ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน<br>4.หลักการของกราฟิกแบบ Vector เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ซึ่งภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง  รูปทรง  เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง  แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster  ภาพกราฟิกแบบ Vector  นิยมใช้เพื่องานสถาปัยต์ตกแต่งภายในและการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร  การออกแบบรถยนต์  การสร้างโลโก  การสร้างการ์ตูน เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพแบบ Vector คือ โปรแกรม  Illustrator, CoreDraw, AutoCAD, 3Ds max เป็นต้น  แต่อุปกรณ์ที่ใช้แสดงผลภาพ เช่น จอคอมพิวเตอร์จะเป็นการแสดงผลภาพเป็นแบบ  Raster<br>5<strong>หลักการของกราฟิกแบบ Raster</strong></div><div>หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่</div><div>ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ</div><div>•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว<br>•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi<br>•  งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350</div><div><strong>หลักการของกราฟิกแบบ Vector</strong></div><div>เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-24 07:54:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/209842857</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย สุพัชญ์ คงเพ็ง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/210350940</link>
         <description><![CDATA[<div>1.<strong>กราฟิก</strong> หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ<br><br>2.<strong>คอมพิวเตอร์กราฟิก</strong> หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานด้านธุรกิจ<br><br>3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง<br>แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ภาพการฟิกประเภท 2 มิติ และ แบบกราฟิกประเภท 1 มิติ<br><br>4.<strong>ภาพกราฟิกส์แบบ Raster <br></strong>คือภาพที่ประกอบด้วย จุดสี ต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัว มีข้อดีคือ เหมาะกับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี กำหนดสีที่ต้องการความละเอียดได้ง่าย ข้อเสีย คือเมื่อมีจุดสีที่คงที่นั่น ทำให้เวลาขยายภาพนั้นจะมีความละเอียดน้อยลงมาก และถ้าเพิ่มขนาดความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟล์ภาพมีขนาดที่ใหญ่ และเปลืองพื้นที่ความจำ ไฟล์ภาพพวกนี้มีหลายรู<br><br>5 กราฟิก แบบ raster และ vertor มีความแตกต่างกันอย่างไร <strong>Bitmap</strong><br>เรียกอีกชื่อว่าไฟล์ Raster คือไฟล์ภาพที่ประกอบด้วยจุดสีต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า Pixel<br>โดยจุดเหล่านี้จะเรียงต่อกันอัดแน่นจนเกิดเป็นภาพหนึ่งภาพ<br>เป็นเหตุผลว่าถ้าหากเราขยายภาพเกินกว่า 100% ภาพจะแตกเป็นเม็ดๆ ต่างจากไฟล์ Vector<br>หากต้องการใช้ไฟล์ Bitmap สำหรับงานพิมพ์ จำเป็นต้องใช้ภาพที่มีความละเอียด 300 dpi หรือมากกว่า<br>ตัวอย่างไฟล์ Bitmap นั้นเราจะคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นไฟล์ภาพปกติอย่าง  JPEG, PNG, GIF เป็นต้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-11-27 12:12:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/210350940</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรุ้งพราย หงษ์ขาวปูน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/214397204</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะที่ใช้ในการสือความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย   ฯลฯ เพื่อใช้สื่อข้อมูลถูกต้องตามต้องการ<br>2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูป โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการทำ เช่น Image Retouching  ภาพคนแกให้มีวัยที่เด็กขึ้น เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามผู้สารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้น<br>3.ภาพกราฟิก แบ่งเป้นกี่ประเภท อะไรบ้าง<br>แบ่งออกเป้น 2 ประเภท คือ<br>1.มิตแมป (Bitmap)<br>2.เวกเตอร์ (Vector)<br>4. กราฟิกแบบ Rasterหรือ แบบ ฺBitmapo มีหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าในแต่ละพิกเซล จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลคงที่นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความอะเอียดจะลดลง จะมองเห็นภาพแบบเป็นจุด<br>5.กราฟิกแบบ Raster แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร ?<br>กราฟิกแบบ Raster  เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ ส่วนแบบ Vector เกิดการการอ้างอิงความสัมพันธุ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวน โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน ภาพแบบ Raster จะประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว แบบ Vector จะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน ภาพแบบ Raster เหมาะกับการแก้ไข้ตกแต่งภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม แบบ Vector เหมาะกับการออกแบบต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-12-08 07:32:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/214397204</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวณํฐกฤตา มาชัน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/217810777</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย&nbsp;<br>2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไข้ภาพหรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ<br>3.ภาพกราฟิก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สองมิติอละหนึ่งมิติ<br>4.ภาพกราฟิกแบบบราสเตอร์หรือบิตแมพเป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ<br>5.บิตแมพเป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่างๆ เช่น ภาพถ่าย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-12-22 06:19:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/217810777</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย คมกริช สุขประเสริฐ ม.6.8 เลขที่ 13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/238450930</link>
         <description><![CDATA[<div>1. กราฟิกหมายถึง&nbsp; <br><strong>ตอบ :</strong> การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ สัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ชัดเจนเข้าใจได้ทันที ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ&nbsp; <br>2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิกหมายถึง<br><strong>ตอบ :</strong> การสร้าง ตกแต่งแก้ไข การจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ&nbsp; การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมาย ได้ตรงตามต้องการ และน่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ<br>3. กราฟิกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท<br><strong>&nbsp; &nbsp; ตอบ :</strong> กราฟิกแบบบิตแมป คือ มีลักษณะเป็นช่องๆเหมือนตารางแต่ละบิตก็คือส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; - กราฟิฟแบบเวกเตอร์ คือ&nbsp; ประกอบไปด้วย จุดต่าง ๆ มากมาย แต่กราฟฟิกแบบเวกเตอร์ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ <br>4. ภาพหลักของกราฟิกแบบ (Raster) <strong>&nbsp; &nbsp;ตอบ : </strong>ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาพถ่าย <br>5. กราฟิกแบบ Raster แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร ?<br><strong>ตอบ :</strong> บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย &nbsp; ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-03-06 04:35:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/238450930</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/300864620</link>
         <description><![CDATA[นาย คมกริช สุขประเสริฐ ม.6.8 เลขที่ 13
นาย คมกริช สุขประเสริฐ ม.6.8 เลขที่ 13
1. กราฟิกหมายถึง  
ตอบ : การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ สัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ชัดเจนเข้าใจได้ทันที ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ  
2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิกหมายถึง
ตอบ : การสร้าง ตกแต่งแก้ไข การจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ  การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมาย ได้ตรงตามต้องการ และน่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ
3. กราฟิกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
    ตอบ : กราฟิกแบบบิตแมป คือ มีลักษณะเป็นช่องๆเหมือนตารางแต่ละบิตก็คือส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์
    - กราฟิฟแบบเวกเตอร์ คือ  ประกอบไปด้วย จุดต่าง ๆ มากมาย แต่กราฟฟิกแบบเวกเตอร์ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ 
4. ภาพหลักของกราฟิกแบบ (Raster)    ตอบ : ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาพถ่าย 
5. กราฟิกแบบ Raster แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร ?
ตอบ : บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย   ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง 

นาย นนทวํฒน์ สมคำพี้
นาย นนทวํฒน์ สมคำพี้
1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ 
2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง  การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ 
3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ และภาพกราฟิกประเภท 1 มิติ
4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็นอย่างไร  ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย 
5.กราฟิกแบบ Raster และ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร  บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย   ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง 

นางสาวณํฐกฤตา มาชัน
นางสาวณํฐกฤตา มาชัน
1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย 
2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไข้ภาพหรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ
3.ภาพกราฟิก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สองมิติอละหนึ่งมิติ
4.ภาพกราฟิกแบบบราสเตอร์หรือบิตแมพเป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ
5.บิตแมพเป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่างๆ เช่น ภาพถ่าย

นาย กรกฎ น้ำโมง
นาย กรกฎ น้ำโมง
1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ 
2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ 
3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็น 2 ประเภท
ได้แก่  
3.1 ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ 
3.2 ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง 
4.  หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ 
5.หลักการของกราฟิกแบบ Raster
หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่
ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ
•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว
•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi
•  งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350
หลักการของกราฟิกแบบ Vector
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max 


นางสาวรุ้งพราย หงษ์ขาวปูน
นางสาวรุ้งพราย หงษ์ขาวปูน
1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะที่ใช้ในการสือความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย   ฯลฯ เพื่อใช้สื่อข้อมูลถูกต้องตามต้องการ
2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูป โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการทำ เช่น Image Retouching  ภาพคนแกให้มีวัยที่เด็กขึ้น เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามผู้สารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้น
3.ภาพกราฟิก แบ่งเป้นกี่ประเภท อะไรบ้าง
แบ่งออกเป้น 2 ประเภท คือ
1.มิตแมป (Bitmap)
2.เวกเตอร์ (Vector)
4. กราฟิกแบบ Rasterหรือ แบบ ฺBitmapo มีหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าในแต่ละพิกเซล จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลคงที่นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความอะเอียดจะลดลง จะมองเห็นภาพแบบเป็นจุด
5.กราฟิกแบบ Raster แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร ?
กราฟิกแบบ Raster  เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ ส่วนแบบ Vector เกิดการการอ้างอิงความสัมพันธุ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวน โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน ภาพแบบ Raster จะประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว แบบ Vector จะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน ภาพแบบ Raster เหมาะกับการแก้ไข้ตกแต่งภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม แบบ Vector เหมาะกับการออกแบบต่างๆ
นาย เจษฎาพร คงสุข
นาย เจษฎาพร คงสุข
1.- กราฟฟิกเป็นการสื่อความหมายด้านการใช้ภาพวาด ภาพสเกต แผนภาพ การถ่ายภาพ และอื่นๆ ที่ต้องอาศัยศิลปะ เข้ามาช่วยเพื่อทำให้ผู้ดูเกิดความคิดและการตีความหมายได้ตรงตามที่ผู้ส่งสารต้องการ เช่น แผนภูมิ แผนภาพ ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นต้น
- วัสดุที่เกิดจากการวาดและการเขียนงานออกแบบต่างๆ ในสิ่งที่เป็นวัตถุ 2 มิติ มีความกว้างและความยาวเท่ากัน อันได้แก่ งานสถาปนิกในการเขียนแปลนบ้าน การเขียนภาพเหมือนของจิตรกร การออกแบบโฆษณาของช่างออกแบบ
- กราฟฟิกเป็นศิลปะหรือศาสตร์ในการเขียนภาพลายเส้น รวมไปถึงการพิมพ์ การแกะสลัก การถ่ายภาพ และการจัดทำหนังสือ

2.  คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย
3. ภาพกราฟิกในคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
         1. ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต จะถูกจัดเก็บในคำสั่งของโปรแกรมและค่าตัวเลข ซึ่งเวลาทำการแสดงผลจะมีการคำนวณทุกๆ ครั้ง ส่งผลให้ภาพลักษณะเช่นนี้มีความคมชัดและไม่แตกเมื่อมีการขยายให้ภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น
         2. ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน
4.หลักการของกราฟิกแบบ Vector เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ซึ่งภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง  รูปทรง  เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง  แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster  ภาพกราฟิกแบบ Vector  นิยมใช้เพื่องานสถาปัยต์ตกแต่งภายในและการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร  การออกแบบรถยนต์  การสร้างโลโก  การสร้างการ์ตูน เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพแบบ Vector คือ โปรแกรม  Illustrator, CoreDraw, AutoCAD, 3Ds max เป็นต้น  แต่อุปกรณ์ที่ใช้แสดงผลภาพ เช่น จอคอมพิวเตอร์จะเป็นการแสดงผลภาพเป็นแบบ  Raster
5หลักการของกราฟิกแบบ Raster
หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่
ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ
•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว
•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi
•  งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350
หลักการของกราฟิกแบบ Vector
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max
นาย สุพัชญ์ คงเพ็ง
นาย สุพัชญ์ คงเพ็ง 
1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ

2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานด้านธุรกิจ

3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง
แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ภาพการฟิกประเภท 2 มิติ และ แบบกราฟิกประเภท 1 มิติ

4.ภาพกราฟิกส์แบบ Raster 
คือภาพที่ประกอบด้วย จุดสี ต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัว มีข้อดีคือ เหมาะกับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี กำหนดสีที่ต้องการความละเอียดได้ง่าย ข้อเสีย คือเมื่อมีจุดสีที่คงที่นั่น ทำให้เวลาขยายภาพนั้นจะมีความละเอียดน้อยลงมาก และถ้าเพิ่มขนาดความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟล์ภาพมีขนาดที่ใหญ่ และเปลืองพื้นที่ความจำ ไฟล์ภาพพวกนี้มีหลายรู

5 กราฟิก แบบ raster และ vertor มีความแตกต่างกันอย่างไร Bitmap
เรียกอีกชื่อว่าไฟล์ Raster คือไฟล์ภาพที่ประกอบด้วยจุดสีต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า Pixel
โดยจุดเหล่านี้จะเรียงต่อกันอัดแน่นจนเกิดเป็นภาพหนึ่งภาพ
เป็นเหตุผลว่าถ้าหากเราขยายภาพเกินกว่า 100% ภาพจะแตกเป็นเม็ดๆ ต่างจากไฟล์ Vector
หากต้องการใช้ไฟล์ Bitmap สำหรับงานพิมพ์ จำเป็นต้องใช้ภาพที่มีความละเอียด 300 dpi หรือมากกว่า
ตัวอย่างไฟล์ Bitmap นั้นเราจะคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นไฟล์ภาพปกติอย่าง  JPEG, PNG, GIF เป็นต้น

นาย นัทธพงค์ นามา
นาย นัทธพงค์ นามา
 กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ 
  คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย .
 ภาพกราฟิกในคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
         1. ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต จะถูกจัดเก็บในคำสั่งของโปรแกรมและค่าตัวเลข ซึ่งเวลาทำการแสดงผลจะมีการคำนวณทุกๆ ครั้ง ส่งผลให้ภาพลักษณะเช่นนี้มีความคมชัดและไม่แตกเมื่อมีการขยายให้ภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น
         2. ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน 
 หลักการทำงานของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmat 
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ เรียกว่า “พิกเซล” (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้าจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ ดังนั้นการกำหนดพิกเซลจึงควรกำหนดให้เหมาะกับงานที่สร้าง คือ ถ้าต้องการใช้งานทั่วๆไป จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100 – 150 ppi (Pixel/inch) “จำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว” ถ้าเป็นงานความเล็กเอียดน้อยแป้มภาพมีขนาดเล็ก เช่นภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi และถ้าเป็นแบบงานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300 – 350 ppi เป็นต้น  ไฟล์นามสกุล (Extension) ของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็น .BMP , .PCX, .TIF , .GIF , .JPG, .MSP , .PCD, .PCT โปรแกรมที่ใช้สร้างคือ โปรแกรมประเภทระบายภาพ (Painting Program) เช่น Paintbrush , Photoshop , Photostyler เป็นต้น 
 
หลักการของกราฟิกแบบ Raster
หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่
ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ
•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว
•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi
•  งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไขปรับแต่งสีตกแต่งภาพ ได้ง่ายและสวยงาม โปรแกรมที่นิยมใช้ คือ Paint, Adobe Photoshop
หลักการของกราฟิกแบบ Vector
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Vector คือ เมื่อทำการขยายภาพที่วาดแล้ว ภาพจะยังคงความละเอียดเสมอ
พิกเซล (Pixel) คือ จุดหนึ่งจุดในหน้าจอ ซึ่งถ้าตั้งค่าพิกเซลมาก จะทำให้ภาพที่เราสร้างขึ้นมีความละเอียดของสีเพิ่มขึ้น แต่ก็จะทำให้ไฟล์ภาพใหญ่ตามไปด้วยนะครับ 
การตั้งค่าไฟล์ หากต้องการสร้างไฟล์ที่ต้องการให้แสดงผลทางหน้าจอเพียงอย่างเดียว เช่น การออกแบบเว็บไซต์ ให้ตั้งค่าประมาณ 72 pixel/Inc แต่ถ้าต้องการพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ควรตั้งค่า ประมาณ 300 pixel/Inc ครับ 
นางสาวรุ้งพราย หงษ์ขาวปูน
นางสาวรุ้งพราย หงษ์ขาวปูน
1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะที่ใช้ในการสือความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย   ฯลฯ เพื่อใช้สื่อข้อมูลถูกต้องตามต้องการ
2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูป โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการทำ เช่น Image Retouching  ภาพคนแกให้มีวัยที่เด็กขึ้น เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามผู้สารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้น
3.ภาพกราฟิก แบ่งเป้นกี่ประเภท อะไรบ้าง
แบ่งออกเป้น 2 ประเภท คือ
1.มิตแมป (Bitmap)
2.เวกเตอร์ (Vector)
4. กราฟิกแบบ Rasterหรือ แบบ ฺBitmapo มีหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าในแต่ละพิกเซล จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลคงที่นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความอะเอียดจะลดลง จะมองเห็นภาพแบบเป็นจุด
5.

นาย สถาพร แก้วเหล็ก
นาย  สถาพร แก้วเหล็ก
1. กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ 
2.   คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานด้านธุรกิจ งานด้านการออกแบบ งานด้านบันเทิง หรืองานด้านการแพทย์ เป็นต้น 
3.ภาพกราฟฟิกแบ่งได้2ประเภทได้แก่Bitmap  Vector
4.  ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ (Raster)
            ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่นภาพถ่าย 
 

ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ (Vector)


            ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง เช่น ภาพการ์ตูนเมื่อถูกขยายภาพออกมา ภาพที่ได้ก็จะยังคงรายละเอียดและความชัดเจนไว้เหมือนเดิม และขนาดของไฟล์ภาพจะมีขนาดเล็กกว่าภาพแบบราสเตอร์ โปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพแบบเวคเตอร์ ได้แก่ โปรแกรม Illustrator โปรแกรม CorelDraw เป็นต้น 
5. ภาพกราฟิก 2 มิติแบบราสเตอร์  | ภาพกราฟิก 2 มิติแบบเวคเตอร์
1. เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่าพิกเซล (Pixel) โดยจะเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง จนเกิดเป็นภาพในลักษณะ ต่าง ๆ  | 1. เป็นการประมวลผลโดยอาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งของสีที่แน่นอนภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน 
2. การขยายภาพจะมีการเพิ่มจำนวนจุดของภาพ ทำให้ความละเอียดลดลง มองเห็นภาพเป็นแบบจุด คุณภาพของภาพนั้นสูญเสียไป  | 2. เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพจะไม่ลดลง ยังคงรายละเอียดและความชัดเจนของภาพไว้เหมือนเดิม 
3.การตกแต่งและแก้ไขภาพสามารถทำได้ง่ายและสวยงาม มีความเหมือนจริง เช่น การลบรอยตำหนิบนภาพเพื่อให้ ภาพดูสวยงามขึ้น  | 3. นิยมใช้กับงานด้านสถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน และงานด้านการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบการ์ตูน 
4. การประมวลผลภาพสามารถทำได้รวดเร็ว | 4. การประมวลผลภาพใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่ง
ในการทำงาน
 
นางสาว พิชามญชุ์ จันทร์คำ
นางสาว พิชามญชุ์ จันทร์คำ
1. กราฟิกหมายถึง  การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ สัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ชัดเจนเข้าใจได้ทันที ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ  
2. คอมพิวเตอร์กราฟฟิกหมายถึง การสร้าง ตกแต่งแก้ไข การจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ  การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมาย ได้ตรงตามต้องการ และน่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ
3. กราฟิกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
    - กราฟิกแบบบิตแมป คือ มีลักษณะเป็นช่องๆเหมือนตารางแต่ละบิตก็คือส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์
    - กราฟิฟแบบเวกเตอร์ คือ  ประกอบไปด้วย จุดต่าง ๆ มากมาย แต่กราฟฟิกแบบเวกเตอร์ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ 
4. ภาพหลักของกราฟิกแบบ (Raster)     ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาพถ่าย 
5. กราฟิกแบบ Raster แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร ?
กราฟิกแบบ Raster  เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ ส่วนแบบ Vector เกิดการการอ้างอิงความสัมพันธุ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวน โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน ภาพแบบ Raster จะประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว แบบ Vector จะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน ภาพแบบ Raster เหมาะกับการแก้ไข้ตกแต่งภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม แบบ Vector เหมาะกับการออกแบบต่างๆ

นางสาว ภัทราวริน มะโนชัย
นางสาว ภัทราวริน มะโนชัย
1.กราฟิก หมายถึง เป็นศิลปะในการเขียนภาพลายหรือภาพเขียนหยาบๆ ตกแต่งรูปภาพ ทำสัญลักษณ์ ภาพถ่าย แผนภูมิ และภาพ3มิติ 
2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึงการสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ
3.ภาพกราฟิกแบ่งเป็น2ประเภท - ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต 
 - ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel) 
4.หลักการของภาพกราฟิกแบบRasterหรือBitmap  บิตแมป(Bitmap) หลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap ซึ่งจะเก็บค่าของข้อมูลเป็นค่า 0 และ 1 และในแต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง ลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้ 
5.กราฟิกแบบRasterและVecterแตกต่างกันอย่างไร
หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง  
หลักการทำงานแบบ Vecter
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง 
นาย ธนกร สุกเมือง
นาย ธนกร สุกเมือง
1. กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งซื่งใช้การสื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายของข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้รับสารต้องการ
2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช ้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า Image Retouching ภาพคนแก่
 3. ภาพกราฟิก แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Bitmap Vector
 4. หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ แบบ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด 
       ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่างๆ
 ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์(Vector)      ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง เช่น ภาพการ์ตูนเมื่อถูกขยายภาพออกมา ภาพที่ได้ก็จะยังคงรายละเอียดและความชัดเจนไว้เหมือนเดิม และขนาดของไฟล์ภาพจะมีขนาดเล็กกว่าภาพแบบราสเตอร์ โปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพแบบเวคเตอร์ ได้แก่ โปรแกรมIllustrator โปรแกรม CorelDraw เป็นต้น
5. กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร
 1. ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ | 1. ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณ โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน
2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลงทำให้มองเห็นภาพเป็นจุสี่เหลี่ยมเล็ก | 2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นภาพยังคงความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม
3. การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม เช่น การ Retouching ภาพคนแก่ให้หนุ่มขึ้น เป็นต้น | 3. เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ เช่น งานสถาปัตย์ ออกแบบโลโก เป็นต้น
4. การประมวลผลภพสามารถทำได้รวดเร็ว | 4. การประมวลผลภาพจะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำง 
สิริวงค์ คำยี่
สิริวงค์ คำยี่
1.กราฟิก หมายถึง  สื่อความหมายด้านกาารใช้ภาพวาดภาพสเกตแผนภาพการถ่ายภาพ และอื่นๆที่ต้องอาศัยศิลปะเข้ามาช่วยทำให้เกิดความคิดและการตีความหมาย
2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแตางแก้ไข้ หรือการจัดเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอรืในการจัดการ เฃ่นการตกเเต่งภาพ
3.ภาพกราฟิก แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ และภาพกราฟิกประเภท 1 มิติ
4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็นอย่างไรภาพกราฟิกแบบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็ฯกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในละตำแหนางจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่างๆ เช่นภาพถ่าย
5.กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง บิตเเมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่จงเจาะในแต่ละตำแหน่งเป็ฯภาพในลักษณะต่างๆ เช่น ภาพถ่าย  ภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์เป็นภาพที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวนทางคณิตศาสตร์ มีสีตำแหน่งที่แน่นอน
นาย สุวินัย ทองทิพย์
นาย สุวินัย  ทองทิพย์
นาย เจษฎากร ภักดี
1.กราฟิก หมายถึง ศิลปเเขนงหนึ่งที่ใช้การสื่อความหมายด้วยเส้นสัญญาลักษณ์ ภาพถ่ายกราฟ
2.คอมพิวเตอร์กราฟิกฟ หมายถึง การสร้างการตกเเต่งเเก้ไข้หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพดดยใช่คอมพิวเตอร์โดยการจัดการการทำตกเเต่งภาพที่เรียกว่าภาพคนเเก่ ให้มีวัยเด็กขึ้นการใช้ภาพกราฟฟิกในการนำเสนอข้อมูลเเตกต่างมากมาย
3.ภาพกราฟิก เเบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง 2 ประเภท Bitmap vector
4.หลักการของภาพกราฟิกเเบบ Raster จงอธิบายอย่างละเอียด  กราฟิกแบบ Bitmap
        Bitmap เป็นภาพแบบ Resolution Dependent ประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆ ที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มี Resolution หรือความละเอียดของภาพต่างกันไป หากขยายภาพ Bitmap จะเห็นว่ามีลักษณะเป็นตารางเล็กๆ ซึ่งแต่ละบิตคือ ส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์
        เนื่องจาก Bitmap มีค่า Pixel จำนวนคงที่จึงทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องการขยายขนาดภาพ การเปลี่ยนขนาดภาพทำโดยเพิ่มหรือลด Pixel จากที่มีอยู่เดิม เมื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดของภาพจึงลดลง และถ้าเพิ่มค่าความละเอียดมากขึ้นก็จะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และเปลืองเนื้อที่หน่วยความจำมากขึ้นตามไปด้วย ภาพที่ขยายโตขึ้นจะมองเห็นเป็นตารางสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ทำให้ขาดความสวยงาม
        ภาพแบบ Bitmap จึงเหมาะสำหรับงานกราฟิกในแบบที่ต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด เป็นไฟล์ที่เหมาะกับการทำงานกับภาพเหมือนจริงประเภทภาพถ่าย เพราะ Bitmap มี Channel พิเศษ เรียกว่า Alpha Channel ซึ่งเป็น 32 bit หรือ true color คือสีสมจริง เช่น ภาพที่นำมาใช้กับ PhotoShop จะเป็นภาพเหมือน ภาพถ่าย เพราะไฟล์ที่ได้จาก PhotoShop เป็น Bitmap ในขณะที่ไฟล์ที่สร้างจาก Illustrator จะเหมือนการ์ตูนหรือภาพเขียน เพราะเป็นไฟล์แบบ Vector นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียดและสวยงาม
        ไฟล์ภาพแบบ Bitmap ในระบบวินโดวส์คือ ไฟล์ที่มีนามสกุล .BMP, .PCX. , .TIF, .GIF, .JPG, .MSP, .PCD เป็นต้น สำหรับโปรแกรมที่ใช้สร้างกราฟิกแบบนี้คือ โปรแกรม Paint ต่างๆ เช่น Paintbrush, PhotoShop, Photostyler เป็นต้น
5. ความแตกต่างระหว่างกราฟิกแบบ Bitmap และ Vector

Bitmap
1. ลักษณะภาพประกอบขึ้นด้วยจุดต่างๆ มากมาย
2. ภาพมีจำนวนพิกเซลคงที่จึงต้องการค่าความละเอียดมากขึ้นเมื่อขยายภาพ โดยจะคำนวณค่าสีทีละ pixels ทำให้ภาพแตกเมื่อขยายภาพให้ใหญ่
3. เหมาะสำหรับงานกราฟิก ในแบบต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด
4. แสดงภาพบนจอทันที เมื่อรับคำสั่งย้ายข้อมูลจากหน่วยความจำที่เก็บภาพไปยังหน่วยความจำของจอภาพ

Vector
1. ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ โดยรวมเอา Object (เช่น วงกลม เส้นตรง) ต่างชนิดมาผสมกัน
2. สามารถย่อและขยายขนาดได้มากกว่า โดยสัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนเดิม ความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง
3. เหมาะสำหรับงานแบบวาง Layout งานพิมพ์ตัวอักษร Line Art หรือ Illustration 
นายชรัณ อินมา
นายชรัณ อินมา
1.กราฟิก หมายถึงศิลปะแบบหนึ่งที่สื่อความหมาย โดยใช้เส้น รูปภาพภาพสเกต เพื่อสื่อความหมายข้อมูลถูกต้องตรงตามผู้ใช้งานต้องการ
2.คอมพิวเตอร์กราฟิกหมายถึงการสร้างการตกเเต่งเเก้ไขรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่นการตกเเต่งภาพคนแก่ให้ดูเด็กขึ้น การใช้กราฟิกในการนำเสนอข้อมุล
3ภาพกราฟิกเเบ่งออกเป็น 2ประเภทภาพเเบบบิตเเมพ ภาพเวกเตอร์
4.หลักของภาพกราฟิกเเบบRasterหรือเเบบ บิตแมป(Bitmap) หรือเรียกว่าเป็นภาพแบบ Resolution Dependent โดยหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap ซึ่งจะเก็บค่าของข้อมูลเป็นค่า 0 และ 1 และในแต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในเเต่ละตำแหน่งลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้คือประกอบด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มีความละเอียดเเตกต่างกันไป ภาพเเบบBitmap มีข้อดีคือเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสีหรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียดเเละสวยงาม
 5.กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้ภาพมีขนาดใหญ่ 
 ภาพเเบบเวกเตอร์
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนตการสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น 
นางสาวนฤมล ป้องท้าว
นางสาวนฤมล   ป้องท้าว
นางสาวสุธิตรา      ศรีศักดิ์ดา 

1. ตอบ เป็นศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้การสื่อความหมายด้วยการใช้เส้น ภาพวาด สัญลักษณ์ ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายของข้อมูลได้่ถุกต้องตรงตามที่ผู้รับสารต้องการ
2. ตอบ การสร้างการตกแต่งแก้ไขหรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้นการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆมากมาย 
3. ตอบ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 
  1.ภาพเวคเตอร์ ( vector) 
  2.ภาพบิตแมป( bitmap )
4. ตอบ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้เรียกว่า พิกเซล( Pixel ) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสาร้าง
5. ตอบ กราฟิกแบบ Vector หรือ Object- oriented Graphics หรือเรียกว่าเป็นรูปภาพ Resolution - Independent  เป็นภาพที่มีลักาณะของการสร้างจากคอมพิวเตอรืที่มีการสร้างให้แต่ละส่วนของภาพเป็นอิสระต่อกันโดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรงรูปทรงหรือส่วนโค้ง ดดยอ้างอิงตามความสำคัยทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณซึ่งมีทิศทางการลากเส้นไปในแนวต่างๆจึงเรียกประเภทเวกเตอร์กราฟิก
นาย พีรณัฐ จันทวงศ์
นาย พีรณัฐ จันทวงศ์ 
 1.กราฟิก หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ 
2.  คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานด้านธุรกิจ งานด้านการออกแบบ งานด้านบันเทิง หรืองานด้านการแพทย์ เป็นต้น 
3.  ภาพกราฟิกในคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
    - ภาพแบบ Raster 
    -ภาพแบบvector
4.  ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็นภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมากเรียงเรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่า พิกเซล(pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน
  5. กราฟิกแบบ Raster และแบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร 

 5.1หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ 
5.2หลักการของกราฟิกแบบvector
 เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max 
น.ส พัชรีพร บุญล้ำ
น.ส พัชรีพร บุญล้ำ
1.กราฟิก หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว-ดำ
2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ
3. ภาพกราฟิกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Bitmap กับ Vector
4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap คือ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้เรียกว่า "พิกเซล" ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น
5.กราฟิกแบบ Raster และแบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร  -แบบ Raster 
1.ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลากหลายสีมาเรียงต่อกันเป็นรูปภาพ
2.การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลง ทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก
3.การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม เช่น การ Retouching ภาพคนแก่ให้หนุ่มขึ้น เป็นต้น
4.การประมวลผลภาพสามารถทำได้รวดเร็ว ส่วน
-แบบ Vector
1.ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณโดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน
2.การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ภาพยังคงความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม
3.เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ เช่น งานสถาปัตย์ ออกแบบโลโก้ เป็นต้น 
4.การประมวลผลภาพจะใช้เวลานาน เนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน
น.ส. อัจฉราภรณ์ หมื่นศรีพ
น.ส. อัจฉราภรณ์ หมื่นศรีพ
1.กราฟิก หมายถึง การแสดงภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมวาดภาพ โปรแกรมระบายสีภาพ เป็นต้น โดยโปรแกรมเหล่านี้จะเก็บภาพไว้ในรูปของสูตรคณิตศาสตร์ หรือจุดภาพ

2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง วิชาเรขาภาพคอมพิวเตอร์ เป็นสาขาหนึ่งของการศึกษาวิชาด้านคอมพิวเตอร์ที่เน้นการใช้คอมพิวเตอร์แสดงภาพ แผนภาพการแบ่งส่วนการแสดง ความสัมพันธ์ กราปชนิดต่างๆ โดยใส่ข้อมูลตัวเลข

3.ภาพกราฟิกแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 
   1.ภาพเวคเตอร์ (Vector) จะเป็นภาพประกอบด้วยเส้นลักษณะต่างๆ เช่น เส้นตรง โค้ง และรูปทรงของเลขาคณิต จะถูกจัดเก็บในคำสั่งของโปรแกรมและค่าตัวเลข ซึ่งเวลาทำการแสดงผลจะมีการคำนวณทุกๆครั้ง ส่งผลให้ภาพลักษณะเช่นนี้มีความคมชัดและไม่แตกเมื่อมีการขยายให้ภาพมีขนาดใหญ่ขึ้น
   2.ภาพบิตแมป (Bitmap) จะเป็าภาพที่ประกอบจากจุดสีขนาดเล็กๆจำนวนมาก เรียงตัวกันในลักษณะรูปแบบตาราง เรียกว่ส พิกเซล (pixel) โดยในแต่ละภาพจะมีค่าและขนาดที่แน่นอน ถ้ามีการขยายเพิ่มมากขึ้นจากขนาดเดิมจะทำให้มองเห็นเป็นภาพหยาบหรือรูปภาพแตกอย่างชัดเจน 

4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด
หลักการทำงานของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmat 
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ เรียกว่า “พิกเซล” (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Rasterจะต้องกำหนดจำนวนของพิกซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้าจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหรือถ้ากำหนดจำนวนพิเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ ดังนั้นการกำหนดพิกเซลจึงควรกำหนดให้เหมาะกับงานที่สร้าง คือ ถ้าต้องการใช้งานทั่วๆ ไป จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100 – 150 ppi (Pixel/inch) “จำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว” ถ้าเป็นงานความเล็กเอียดน้อยแป้มภาพมีขนาดเล็ก เช่นภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi และถ้าเป็นแบบงานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300 – 350 ppi เป็นต้น 

5.ภาพกราฟิกแบบ Rester และแบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างภาพกราฟิกระหว่างแบบ Rester และแบบVector

• หลักการของกราฟิกแบบ Raster
หลักการของกราฟิกแบบ Raster  เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่

•หลักการของกราฟิกแบบ Vector
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ



นางสาวเบญญาภา เสือดี
นางสาวเบญญาภา เสือดี
1.กราฟิก หมายถึง    การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที  ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ 
2.คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง  การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย 
3.ภาพกราฟิก แบ่งออกเป็น กี่ประเภท คือ การสร้างภาพกราฟิกด้วยคอมพิวเตอร์ มีวิธีการสร้าง 2 แบบ คือ แบบบิตแมพ (Bit Mapped) และแบบเวกเตอร์ (Vector) หรือสโตรก (Stroked) 
4.หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด คือ 
ภาพที่เกิดบนจอคอมพิวเตอร์ เกิดจากการทำงานของโหมดสี RGB ซึ่งประกอบด้วย สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน โดยใช้หลักยิงประจุไฟฟ้าให้เกิดการเปล่งแสงของสีทั้ง 3 สีมาผสมกัน ทำให้เกิดเป็นจุดสีสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) ซึ่งมาจากคำว่า Picture กับ Element โดยพิกเซลจะมีหลากหลายสี เมื่อนำมาวางต่อกันจะเกิดเป็นรูปภาพ ซึ่งภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มี 2 ประเภท คือ แบบ Raster กับ Vector
          หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ว่าพิกเซล (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่ ดังนั้นการกำหนดพิกเซลจึงควรกำหนดจำนวนพิกเซลให้เหมาะกับงานที่สร้าง
          หลักการของกราฟิกแบบ Vector เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณซึ่งภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพจะไม่ลดลง แฟ้มจะมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่างๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก้ การสร้างการ์ตูน 
5.กราฟิกแบบ Raster หรือ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไร  
หลักการของกราฟิกแบบ Raster
หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่
ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ
•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว
•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi
•  งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไขปรับแต่งสีตกแต่งภาพ ได้ง่ายและสวยงาม โปรแกรมที่นิยมใช้ คือ Paint, Adobe Photoshop
หลักการของกราฟิกแบบ Vector
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Vector คือ เมื่อทำการขยายภาพที่วาดแล้ว ภาพจะยังคงความละเอียดเสมอ
พิกเซล (Pixel) คือ จุดหนึ่งจุดในหน้าจอ ซึ่งถ้าตั้งค่าพิกเซลมาก จะทำให้ภาพที่เราสร้างขึ้นมีความละเอียดของสีเพิ่มขึ้น แต่ก็จะทำให้ไฟล์ภาพใหญ่ตามไปด้วยนะครับ 
การตั้งค่าไฟล์ หากต้องการสร้างไฟล์ที่ต้องการให้แสดงผลทางหน้าจอเพียงอย่างเดียว เช่น การออกแบบเว็บไซต์ ให้ตั้งค่าประมาณ 72 pixel/Inc แต่ถ้าต้องการพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ควรตั้งค่า ประมาณ 300 pixel/In 


นาย วัชรพล บุญจันทร์
นาย วัชรพล บุญจันทร์
นาย ศุภวิชญ์   ฟักคำ
1. กราฟิก หมายถึง  การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ 
 2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง  การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ 
 3. ภาพกราฟิก แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง ประเภทของภาพกราฟิก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.3.1  ภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ
           เป็นภาพกราฟิกที่มีแต่ความกว้างและความยาว แต่จะไม่มีความหนาหรือความลึก ได้แก่ ภาพสามเหลี่ยม ภาพสี่เหลี่ยม ภาพถ่าย ภาพลายเส้น ภาพวาด เป็นต้น โดยทั่วไปเรียกภาพกราฟิกประเภท 2 มิติว่า ภาพร่าง    
1.3.2    ภาพกราฟิกประเภท 3 มิติ
             เป็นภาพที่เกิดจากการใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ ภาพที่ได้จะมีลักษณะเหมือนภาพที่มองจากตาคน โดยภาพกราฟิกประเภท 3 มิติจะมีส่วนโค้ง เว้า มุม แสง ความลึก
และรายละเอียดที่สูงขึ้นจากภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ มีลักษณะการมองภาพที่เหมือนจริง 
 4. หลักการของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือ แบบ Bitmap เป็นอย่างไร จงอธิบายอย่างละเอียด  1.การประมวลผลแบบ Raster
       การประมวลผลแบบ Raster หรือแบบ บิตแมป(Bitmap) หรือเรียกว่าเป็นภาพแบบ Resolution Dependent โดยหลักการทำงาน คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap ซึ่งจะเก็บค่าของข้อมูลเป็นค่า 0 และ 1 และในแต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่ง ลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้ คือ จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัว ตามการสร้างภาพที่มีความละเอียดแตกต่างกันไป ภาพแบบ Bitmap นี้ มีข้อดี คือ เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องละเอียดและสวยงามได้ง่าย ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลจำนวนคงที่ นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดก็จะลดลง มองเห็นภาพเป็นแบบจุด และถ้าเพิ่มความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ และเปลืองเนื้อที่หน่วยความจำมาก 
      ไฟล์ของรูปภาพที่เกิดจากการประมวลผลแบบ Raster คือ ไฟล์พวกที่มี นามสกุล เป็น .BMP .PCX .TIF .JPG .GIF .MSP .PNG .PCT โดยโปรแกรมที่ใช้จัดการกับภาพประเภทนี้ คือ โปรแกรมประเภทจัดการภาพ ตกแต่งภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้มีโปรแกรมมากมายให้เราได้ใช้กัน เช่น Photoscape,Paintbrush,Photoshop,Photostyler และอีกมากมาย 
 5. กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง  
หลักการของกราฟิกแบบ Raster
หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่
ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ
•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว
•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่น ภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi
•  งานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไขปรับแต่งสีตกแต่งภาพ ได้ง่ายและสวยงาม โปรแกรมที่นิยมใช้ คือ Paint, Adobe Photoshop
หลักการของกราฟิกแบบ Vector
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้น โปรแกรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Vector คือ เมื่อทำการขยายภาพที่วาดแล้ว ภาพจะยังคงความละเอียดเสมอ
พิกเซล (Pixel) คือ จุดหนึ่งจุดในหน้าจอ ซึ่งถ้าตั้งค่าพิกเซลมาก จะทำให้ภาพที่เราสร้างขึ้นมีความละเอียดของสีเพิ่มขึ้น แต่ก็จะทำให้ไฟล์ภาพใหญ่ตามไปด้วยนะครับ 
การตั้งค่าไฟล์ หากต้องการสร้างไฟล์ที่ต้องการให้แสดงผลทางหน้าจอเพียงอย่างเดียว เช่น การออกแบบเว็บไซต์ ให้ตั้งค่าประมาณ 72 pixel/Inc แต่ถ้าต้องการพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ควรตั้งค่า ประมาณ 300 pixel/Inc ครับ
 

 รักนะค่ะ

นายเหมราช ฮั่นตุ้นพงษ์
นายเหมราช ฮั่นตุ้นพงษ์
1กราฟฟิก หมายถึง  ศิลปะแขนงหนึ่งซื่งใช้การสื่อความหมายด้วยการใช้เส้น ภาพวาด สัญลักษณ์ ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายของข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้รับสารต้องการ 
2คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หมายถึง
 การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพกราฟฟิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ 
3.ภาพกราฟฟิกแบ่งเป็น   2 แบบ คือ แบบบิตแมพ (Bit Mapped) และแบบเวกเตอร์ (Vector) หรือสโตรก (Stroked) 

 4กราฟิกแบบบิตแมป  มีลักษณะเป็นช่องๆ เหมือนตาราง แต่ละบิตก็คือส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (ซึ่งก็คือสวิตซ์ปิดเปิดในหน่วยความจำ "1" หมายถึงเปิด และ "0" หมายถึงปิด) และสวิตซ์ปิดเปิดนี้ก็ยังหมายถึงสีดำและสีขาวอีกด้วย ดังนั้น ถ้าเราเอาบิตที่แตกต่างกันในแต่ละตารางมารวมกันเข้า เราจะสามารถสร้างภาพจากจุดดำและขาวเหล่านี้ได้ กราฟิกแบบบิตแมปทุกชนิดมีลักษณะที่เหมือนกันอยู่บางประการ 
 กราฟิกแบบเวกเตอร์ใ ช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ เช่น วงกลม หรือเส้นตรง เป็นต้น ถึงแม้ว่าอาจจะฟังดูซับซ้อนสักเล็กน้อยแต่ภาพบางชนิดก็ถูกสร้างได้ง่าย หลักที่จะนำไปสู่กราฟิกแบบเวกเตอร์ก็คือ การรวมเอาคำสั่งทางคอมพิวเตอร์และสูตรทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายเกี่ยวกับออบเจ็กต์ ซึ่งจะปล่อยให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่น จอภาพ หรือเครื่องพิมพ์เป็นตัวกำหนดเองว่าจะวางจุดจริงๆ ไว้ที่ตำแหน่งใดในการสร้างภาพ 
 5ข้อเเตกต่างระหว่าง 
 Raster เเละ  Vector 

ภาพกราฟิกแบบ Raster 
1. ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ( Pixels) มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ 
2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลงทำให้มองเห็นภาพเป็นจุสี่เหลี่ยมเล็ก 
3. การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม เช่น การ Retouching ภาพคนแก่ให้หนุ่มขึ้น เป็นต้
 ภาพกราฟิกแบบ Vector 
 1. ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณ โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน 
 
 2. การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นภาพยังคงความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม 
 
 3. เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ เช่น งานสถาปัตย์ ออกแบบโลโก เป็นต้น 
 
4. การประมวลผลภพสามารถทำได้รวดเร็ว | 
น.ส.อรอุมา บำรุงทรัพย์
น.ส.อรอุมา บำรุงทรัพย์
1.กราฟิก หมายถึง   ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ 
2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง   การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วิดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน 
3.ภาพกราฟิกแบ่งออกได้ 2 ประเภท
3.1   ภาพกราฟิกแบบราสเตอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิตแมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ 
3.2  ภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง เช่น ภาพการ์ตูน 
4.  คือภาพที่เกิดจากจุดสีที่เรียกว่า 
Pixel
  ซึ่งประกอบกันเป็นรูปร่างบนพื้นที่ ที่มีลักษณะเป็นเส้นตาราง (กริด) แต่ละพิกเซลจะมีค่าของตำแหน่ง และค่าสีของตัวเอง ภาพหนึ่งภาพ จะประกอบด้วยพิกเซลหลายๆ พิกเซลผสมกัน แต่เนื่องจากพิกเซลมีขนาดเล็กมาก จึงเห็นภาพมีความละเอียดสวยงาม ไม่เห็นลักษณะของกริด จึงเป็นภาพที่เหมาะสมต่อการแสดงภาพที่มีเฉด และสีสันจำนวนมาก เช่นภาพถ่าย หรือภาพวาด  ภาพแบบ Bitmap เป็นภาพที่ขึ้นอยู่กับความละเอียด  ความคมชัด (Resolution)ซึ่งก็คือ จำนวนพิกเซลที่แน่นอน  
ไฟล์ทั้ง 2 ประเภทนี้ไม่มีอันไหนที่ดีไปเลยหรือแย่ไปเลย
เพราะแต่ละประเภทถูกสร้างขึ้นมาให้รองรับงานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ทำงานประเภทไหนนั่นเอง

และสำหรับใครที่สนใจงาน Graphic Design แบบครบ 360 องศา
และต้องการที่จะเรียนรู้หลักการออกแบบงานกราฟิก
รวมไปถึงเทคนิคและวิธีการใช้งานโปรแกรม Photoshop และ Illustrator อย่างมืออาชีพ 
5.  หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ  ในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 
น.ส. ณัฐพร วัฒนา
น.ส. ณัฐพร   วัฒนา
น.ส. สมัชญา   ปานคำ
1.หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช่ศิลปะและศาสตร์ทางการใช่เส้น   ภาพวาด ภาพเขียน  มีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที  ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ 
2. การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ ในการสร้างภาพตกแต่งภาพ แก้ไขภาพหรือจัดการเกี่ยวกับภาพ
3. แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1) ภาพเวคเตอร์ (Vector) 
2) ภาพบิตแมป (Bitmap)
4.  คือภาพที่ประกอบด้วยจุดสีต่างๆที่มีจำนวนคงที่ตายตัว มีข้อดีคือ เหมาะกับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี กำหนดสีที่ต้องการความละเอียดได้ง่าย 
ข้อเสีย  เมื่อมีจุดสีที่คงที่นั่น ทำให้เวลาขยายภาพนั้นจะมีความละเอียดน้อยลงมาก และถ้าเพิ่มขนาดความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟล์ภาพมีขนาดที่ใหญ่ และเปลืองพื้นที่ความจำ 
5. แบบ raster  จะเป็น ภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี 
แต่แบบ vector จะเป็น ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน  เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster 
น.ส.ศิริญภรณ์ พรชัยเฉลิมสกุล และ น.ส.ศศมาน์ รุ่งภาณีย์
น.ส.ศิริญภรณ์ พรชัยเฉลิมสกุล และ น.ส.ศศมาน์ รุ่งภาณีย์
1.ศิลปะแขนงหนึ่งที่ใช้ เส้น ภาพกราฟ สัญลักษณ์ต่างๆในการสื่อความหมาย
2.เป็นการแสดงภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์
3.มี2ประเภท
     -bitmap
     - vector
4.raster เป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่เรียกว่า พิกเซลในการสร้างภาพกราฟฟิกจะต้องกำหนดจำนวนพิกเซล
5.กราฟฟิกแบบ raster นั้นเมื่อขยายภาพออกจะทำให้ความละเอียดองภาพลดลง ส่วนแบบ vector เป็นกราฟฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกฃิ้นส่วนชองภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง รูปทรง เมื่อขยายภาพออกจะไม่ทำให้ความละเอียดของถาพลดลง
นางสาวดวงพร แก้วเทพ และ นางสาวบุญญปัญญ์ เกษแก้ว
นางสาวดวงพร แก้วเทพ และ นางสาวบุญญปัญญ์ เกษแก้ว
1. กราฟิก หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน  แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว-ดำ
2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการกับภาพกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์
3. ภาพกราฟิกแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ Bitmap และ Vector
4. หลักการภาพกราฟิกของRaster เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลากสี ซึ่งเรียกจุดเล็กๆนี้ว่าพิกเซล ในการสร้างกราฟิกแบบนี้จะต้องกำหนดจำนวนพิกเซล
  ส่วนหลักการภาพกราฟิกของBitmap คือ จะเป็นการประมวลผลแบบอาศัยค่าสี ในแต่ละพิกเซลจะประกอบไปด้วยจุดสีต่างๆจำนวนคงที่
5. กราฟิกแบบRaster เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่นมเล็กๆหลากสี ซึ่งเรียกว่าพิกเซล ในการสร้างกราฟิกนั้นจะต้องกำหนดจำนวนพิกเซลกับภาพที่ต้องการสร้าง เหมาะแก่การตกแต่งและแก้ไขภาพ และการประมวลผลสามารถทำได้รวดเร็ว
     ส่วนกราฟิกแบบVector  ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์หรือการคำนวณ เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ การประมวลผลภาพจะใช้เวลานานเนื่องจากใช้คำสั่งในการทำงาน


น.ส.ชนิดาภา ราชวงศา
น.ส.ชนิดาภา   ราชวงศา                                                                                   
น.ส.กัญญารัตน์ ชนะคช
1.หมายถึง การสื่่อความหมายด้วยการใช์ศิลปะและศาสตร์              ทางการใช้เส้นภาพวาด ภาพเขียน  แผนภาพตลอดจนสัญลักษณ์ทั้งสีขาว - ดำ ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที  ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ
2.หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การทำตกแต่งภาพที่เรียกว่า ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ มากมาย
3.กราฟิกที่ใช้ในงานคอมพิวเตอร์ มี 2 ประเภท  คือ Bitmap และ Vector
4.กราฟิกแบบ Bitmap
        Bitmap เป็นภาพแบบ Resolution Dependent ประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆ ที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มี Resolution หรือความละเอียดของภาพต่างกันไป หากขยายภาพ Bitmap จะเห็นว่ามีลักษณะเป็นตารางเล็กๆ ซึ่งแต่ละบิตคือ ส่วนหนึ่งของข้อมูลคอมพิวเตอร์
        เนื่องจาก Bitmap มีค่า Pixel จำนวนคงที่จึงทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องการขยายขนาดภาพ การเปลี่ยนขนาดภาพทำโดยเพิ่มหรือลด Pixel จากที่มีอยู่เดิม เมื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดของภาพจึงลดลง และถ้าเพิ่มค่าความละเอียดมากขึ้นก็จะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และเปลืองเนื้อที่หน่วยความจำมากขึ้นตามไปด้วย ภาพที่ขยายโตขึ้นจะมองเห็นเป็นตารางสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ทำให้ขาดความสวยงาม
        ภาพแบบ Bitmap จึงเหมาะสำหรับงานกราฟิกในแบบที่ต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด เป็นไฟล์ที่เหมาะกับการทำงานกับภาพเหมือนจริงประเภทภาพถ่าย เพราะ Bitmap มี Channel พิเศษ เรียกว่า Alpha Channel ซึ่งเป็น 32 bit หรือ true color คือสีสมจริง เช่น ภาพที่นำมาใช้กับ PhotoShop จะเป็นภาพเหมือน ภาพถ่าย เพราะไฟล์ที่ได้จาก PhotoShop เป็น Bitmap ในขณะที่ไฟล์ที่สร้างจาก Illustrator จะเหมือนการ์ตูนหรือภาพเขียน เพราะเป็นไฟล์แบบ Vector นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียดและสวยงาม
        ไฟล์ภาพแบบ Bitmap ในระบบวินโดวส์คือ ไฟล์ที่มีนามสกุล .BMP, .PCX. , .TIF, .GIF, .JPG, .MSP, .PCD เป็นต้น สำหรับโปรแกรมที่ใช้สร้างกราฟิกแบบนี้คือ โปรแกรม Paint ต่างๆ เช่น Paintbrush, PhotoShop, Photostyler เป็นต้น
5. ความแตกต่างระหว่างกราฟิกแบบ Bitmap และ Vector
Bitmap
1. ลักษณะภาพประกอบขึ้นด้วยจุดต่างๆ มากมาย
2. ภาพมีจำนวนพิกเซลคงที่จึงต้องการค่าความละเอียดมากขึ้นเมื่อขยายภาพ โดยจะคำนวณค่าสีทีละ pixels ทำให้ภาพแตกเมื่อขยายภาพให้ใหญ่
3. เหมาะสำหรับงานกราฟิก ในแบบต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด
4. แสดงภาพบนจอทันที เมื่อรับคำสั่งย้ายข้อมูลจากหน่วยความจำที่เก็บภาพไปยังหน่วยความจำของจอภาพ
Vector
1. ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ โดยรวมเอา Object (เช่น วงกลม เส้นตรง) ต่างชนิดมาผสมกัน
2. สามารถย่อและขยายขนาดได้มากกว่า โดยสัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนเดิม ความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง
3. เหมาะสำหรับงานแบบวาง Layout งานพิมพ์ตัวอักษร Line Art หรือ Illustration
4. คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาในการแสดงภาพมากกว่า เนื่องจากต้องทำตามคำสั่งที่มีจำนวนมากกว่า 











                                                                               
นาย ทรงศักดิ์ สุดหอม
นาย ทรงศักดิ์ สุดหอม
1. กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งที่ใช้ในการสื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน เพื่อใช้สื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามความต้องการของผู้สื่อสาร และสามารถเข้าใจได้ทันที
2. คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวรูปภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการเช่นการทำ Image Retouching ภาพคนแก่ ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การสร้างภาพจินตนาการและการใช้ภาพกราฟิก ในการนำเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อให้สามารถสื่อความหายได้ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ 
3.กราฟิกแบ่งออกได้ 2 ประเภท
3.1. กราฟิกแบบ 2 มิติ สามารถแบ่งออกได้อีก 2 แบบคือ ภาพแบบ Raster หรือ บิตแมป Bitmap มีหลักการทำงานคือจะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่่ละพิกเซล ลักษณะสำคัญของภาพประเภทนี้คือ จะประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆมีจำนวนคงที่ ข้อจำกัดคือ เมื่อมีพิกเซลจำนวนคงที่ นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดจะลดลง
และอีกแบบหนึ่งคือ ภาพแบบเวกเตอร์ Vector เป็นภาพลักษณะของการสร้างจากคอมพิวเตอร์ที่มีการสร้างให้แต่ละส่วนของภาพเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง รูปทรง หรือส่วนโค้ง สร้างจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ดังนั้นไม่ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายหรือย่อขยายของภาพก็จะไม่เสียรูปทรง
3.2 กราฟิกแบบ 3 มิติ เป็นภาพกราฟิกที่ใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติโดยเฉพาะ เช่น โปรแกรม 3 DS Max , Setchup โปรแกรม Maya
4.หลักการทำงานของกราฟิกแบบ Raster หรือ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมๆหลากหลายสี เรียกว่า พิกเซล ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการจะสร้าง ถ้าจำพิกเซลน้อย เมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ โปรแกรมที่ใช้สร้างคือ Paintbrush , Photoshop , Photostyler
5. Bitmap เป็นภาพที่ใช้มีจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆมาประกอบกันเป็นภาพ เมื่อขยายภาพปกติก็จะเห็นเป็นภาพ แต่ถ้าซุมเอาไปจะเห็นเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆไม่ชัด เบลอ ส่วนภาพแบบ Vector เป็นภาพกราฟิกที่เกิดการจากอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสคร์ หรือการคำนวณ ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมด เส้นตรง เส้นโค้ง เมื่อซูมเข้าไปใกล้ๆก็จะคงรูปแบบเหมือน ซึ่งแตกต่างจากภาพเป็น bitmap อย่างมาก
นาย ศตวรรษ จวนรุ่ง และ
นาย ศตวรรษ จวนรุ่ง และ 
นางสาว กวิสรา ทายิดา
1. หมายถึง ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่งที่สื่อความหมายโดยการใช้เส้น ภาพเขียน สัญญาลักษณ์ ภาพถ่าย จะเห็นได้ชัดเจน และเข้าใจได้ทันที
2. หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดยใช้คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ
3. มี 2ประเภทได้แก่
   - ภาพแบบ Raster หรือแบบ บิตแมป 
   -ภาพแบบเวกเตอร์ Vector
4. -หลักการทำงานของภาพ Bitmap  คือ จะเป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสี ในแต่ละพิกเซล จะประกอบด้วยจุดสีต่างๆ จำนวนคงที่ เมื่อพิกเซลจำนวนคงที่ นำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้นความละเอียดก็จะลดลง จะมองเห็นภาพเป็นแบบจุด และถ้าเพิ่มความละเอียดให้แก่ภาพ จะทำให้ไฟ์มีขนาดใหญ่ และเปลืองหน่วยความจำมากขึ้น
    -หลักการทำงานของ Vector คือ เป็นภาพที่มีลักษณะการสร้างของคอมพิวเตอร์ การสร้างของแต่ละส่วนภาพเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง รูปทรง หรือส่วนโค้ง ดั้งนั้นไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายหรือย่อขยายขนาดของภาพ ก็จะไม่เสียทรง ความละเอียดของภาพก็จะไม่ลดลง จะทำให้ภาพมีความชัดเจนเหมือนเดิม
5. ความแตกต่างของกราฟิกแบบ Vector และ Bitmap คือ 
vector มีการสร้างไฟล์แบบรูปทรงคณิตศาสาตร์ เมื่อซูมเเล้วภาพยังคงความชัดเจน      แต่ไฟล์ bitmap จะสร้างขึ้นจากพิกเซล เมื่อซุมหรือขยายภาพจะไม่ชัดเจน เห็นเป็นกรอบเล็กๆติดกัน

นาย สรวิศ ฟุ้งส
นาย สรวิศ ฟุ้งส
1.กราฟฟิก หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียนตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ
2.หมายถึงการสร้างและจัดการภาพกราฟิก โดยใช้คอมพิวเตอร์ เช่นภาพยนตร์ วิดีทัส
3.กราฟิกมี2ชนิด
1Bitmap เป็นภาพแบบประกอบขึ้นด้วยจุดสีต่างๆ
2vector เป็นภาพแบบ มีลักษณะของการสร้างให้แต่ละส่วนเป็นอิสระ
4.raster คือ เป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสีต่างๆ ที่มีจำนวนคงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มีความละเอียดของภาพต่างกันไปหากขยายภาพจะเห็นได้ว่ามีลักษณะเป็นตารางเล็กๆ
5.rastr เป็นภาพกราฟิกที่เกิดขึ้นโดยจุดสีเล็กๆเรียงตัวกันแต่ vectorเป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ จะเห็นได้ว่าถ้าเอาภาพแบบrasterมาขยายจะเห็นได้ว่าภาพจะแตกเป็นจุดเล็กๆอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าลองนำภาพของvector มาขยายจะเห็นได้ว่าภาพยังคงชัดเจนเหมือนต้นฉบับ
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-11-06 09:01:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/300864620</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/403187564</link>
         <description><![CDATA[5.กราฟิกแบบ Raster และ แบบ Vector มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง บิตเเมพ (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-10-28 07:36:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/403187564</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/653052668</link>
         <description><![CDATA[
1. เกิดจาก]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-07-13 07:02:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinya1/7g5w82nucpgz/wish/653052668</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
