<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Padlet มหากาพย์ ของฉัน by Tienchai Laimanee</title>
      <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-06-07 03:46:27 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-07-12 04:00:46 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ศรีสัชนาลัย สุโขทัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616630426</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองที่ปกครองโดยเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในสมัยสุโขทัย ก่อนจะถูกยึดครองโดยรัฐต่างๆ ที่เข้มแข็งกว่าในเวลาต่อมา เช่น ล้านนา เรียกเมืองนี้ว่า “เชียงชื่น” และกรุงศรีอยุธยาเรียกเมืองนี้ว่า “สวรรคโลก” แต่หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 ใน พ.ศ. 2112 อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสังคโลกที่เมืองศรีสัชนาลัยได้หมดความสำคัญลง ส่งผลให้ฐานะของเมืองศรีสัชนาลัยลดลงเป็นเพียงหัวเมืองชั้นโทศรีสัชนาลัย มีพัฒนาการมาแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ประมาณ 2,300 – 1,500 ปีมาแล้ว โดยปรากฏชื่อควบคู่ไปกับเมืองสุโขทัยที่เป็นราชธานี สันนิษฐานว่าเมืองศรีสัชนาลัยมีความสำคัญในฐานะแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกในสมัยสุโขทัยต่อเนื่องถึงสมัยอยุธยา หลักฐานจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย พบเครื่องสังคโลกจากเมืองศรีสัชนาลัย เป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำคัญของเครื่องถ้วยประเภทนี้ในการค้าระหว่างสุโขทัยและภูมิภาคโพ้นทะเลเมื่อครั้งอดีต<br>เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองที่ปกครองโดยเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในสมัยสุโขทัย ก่อนจะถูกยึดครองโดยรัฐต่างๆ ที่เข้มแข็งกว่าในเวลาต่อมา เช่น ล้านนา เรียกเมืองนี้ว่า “เชียงชื่น” และกรุงศรีอยุธยาเรียกเมืองนี้ว่า “สวรรคโลก” แต่หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 ใน พ.ศ. 2112 อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสังคโลกที่เมืองศรีสัชนาลัยได้หมดความสำคัญลง ส่งผลให้ฐานะของเมืองศรีสัชนาลัยลดลงเป็นเพียงหัวเมืองชั้นโท<br>ในเมืองศรีสัชนาลัย พบโบราณสถานราว 278 แห่ง อาทิ วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง กลุ่มเตาเผาสังคโลก เตาทุเรียงบ้านป่ายาง บ้านเกาะน้อย และแหล่งโบราณคดีวัดชมชื่น เป็นต้น กรมศิลปากรได้บูรณะโบราณสถานเมืองศรีสัชนาลัย นับแต่ พ.ศ. 2496 และได้นำเสนอโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) ส่งผลให้มีการบูรณะโบราณสถานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยอย่างเป็นทางการ<br>เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองบริวารเมืองหนึ่งของสุโขทัย ซึ่งได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาเป็นอย่างดี โดยกรมศิลปากร และมีการบริหารจัดการในรูปแบบอุทยานประวัติศาสตร์ จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมนับตั้งแต่ พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา<br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628671/92925a436c1c0113040f733fadcd6011/_____________________________________________.jpg" />
         <pubDate>2023-06-07 04:08:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616630426</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กำแพงเพชร ประเทศไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616633816</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร</strong></div><div>ตัวเมืองกำแพงเพชรทุกวันนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกแม่น้ำปิง ทว่าแต่เดิมนั้นชุมชนของกำแพงเพชรเริ่มที่ฝั่งตะวันตก มีชื่อปรากฏในจารึกสมัยสุโขทัยว่า <strong>นครชุมหรือนครพระชุม </strong>ทุกวันนี้คือบริเวณปากคลองสวนหมาก ต.นครชุม ยังมีซากโบราณสถานแบบสุโขทัยตกค้างอยู่ดังเช่นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์วัดเจดีย์กลางทุ่ง มณฑปวัดหนองพิกุล ส่วนพระบรมธาตุเดิมซึ่งน่าจะเป็นเจดีย์แบบสุโขทัยนั้นถูกซ่อมแปลงเป็นเจดีย์พม่าโดยพ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ 100 กว่าปีมานี้เองเมืองโบราณบริเวณลุ่มแม่น้ำปิงคือ เมืองแปบ เมืองเทพนคร เมืองไตรตรึงษ์ เมืองพาน เมืองคนฑี เมืองนครชุม เมืองชากังราว เมืองพังคา เมืองโกสัมพี เมืองรอ เมืองแสนตอ เมืองพงซังซา และบ้านคลองเมือง ล้วนตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร แสดงว่าเมือง กำแพงเพชรเป็นเมืองโบราณก่อนสมัยประวัติศาสตร์ไทยจะเริ่มขึ้น เมืองที่ตั้งใน ยุคแรก ๆ น่าจะเป็นเมืองแปบ ซึ่งไม่มีกล่าวอยู่ในจารึก แต่มีตำนานเล่าว่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางฝั่งนครชุมบริเวณตรง ข้ามกับเมืองกำแพงเพชรในปัจจุบัน และระหว่างสะพานกำแพงเพชรกับวัดพระ บรมธาตุเจดียาราม เคยมีเจดีย์ขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกบริเวณดังกล่าวว่า วังแปบ อาจเป็นที่ตั้งเมืองแปบก็ได้<br>นอกจากนี้ เมืองกำแพงเพชรยังเป็นศูนย์ กลางการค้าทั้งทางบกและทางน้ำ ที่สำคัญ ทางบกมีถนนพระร่วง เป็นเส้นทางในการลำเลียง สินค้าและอาวุธจากเมืองกำแพงเพชรไปยังกรุงสุโขทัย และจากกรุงสุโขทัยไปยังเมือง ศรีสัชนาลัย ส่วนทางน้ำอาศัยแม่น้ำปิงและแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าไปยังกรุงศรีอยุธยา นอกจาก นี้การค้าของป่าจากเมืองกำแพงเพชรก็นับว่า มีความสำคัญมาก มีหลักฐานเอกสารฮอลันดาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองว่า ฮอลันดา ได้ปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา และ บังคับไทยให้ชนชาติฮอลันดาเป็นชาติเดียว ที่ค้าขายหนังกวาง ที่เมืองกำแพงเพชร กล่าวได้ว่าเมืองกำแพงเพชรในอดีตมีความ สำคัญทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีมาช้านาน เมื่อบรรดาเมืองโบราณในเขต ลุ่มแม่น้ำปิงกลายเป็น เมืองร้าง จะด้วยสาเหตุจากศึกสงคราม หรือภัย ธรรมชาติก็ตาม ผู้คนจากเมืองดังกล่าวได้มารวมกัน ในเมืองใหญ่อย่างเมืองกำแพงเพชร สมเด็จฯกรม พระยาดำรงราชานุภาพมีพระวินิจฉัยว่า เมืองชากังราวเป็นชื่อเก่าของ นครชุม ตั้งอยู่บริเวณปากคลองสวนหมากทางฝั่ง ขวาของแม่น้ำปิง ซึ่งต่อมามีการย้ายเมืองมา ตั้งใหม่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำปิง ตรงข้ามกับเมืองนครชุมเดิม ชื่อว่า กำแพงเพชร แนวคิดนี้เป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2068147272/3e35e589b9c43516fc0c19490d6b9f8f/image.png" />
         <pubDate>2023-06-07 04:13:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616633816</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิษณุโลก ประเทศไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616640975</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองสรลวง สองแคว เป็นเมืองลูกหลวง<br>(หัวเมืองชั้นใน)<br>“สรลวง” หมายถึง เมืองพิษณุโลก มีหลักฐานอยู่ในจารึกวัดศรีชุม (จารึกสุโขทัยหลักที่ 2) ว่า “สรลวงสองแคว” อ. ประเสริฐ ณ นคร อธิบายว่า เป็นเมืองเดียวกันอยู่ที่เดียวกัน คือเมืองพิษณ<br><br>สถานที่ตั้ง<br>อยู่ในบริเวณที่ตั้งสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จังหวัดพิษณุโลก บริเวณรอบนอก ได้แก่ พื้นที่ของเมืองยมราช ตำบลแหลมโพธิ์ ตำบลบ้านกร่าง ตำบลท้อแท้ และพื้นที่ของทะเลแก้ว<br><br>ประวัติความเป็นมา<br>จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า เมืองสระหลวง-สองแคว เป็นเมืองแฝดของเมืองพิษณุโลกโบราณ<br><br>ลักษณะทั่วไป<br>เมืองสระหลวง-สองแคว แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน พื้นที่ภายในคูน้ำคันดิน ๓ ชั้น มีรูปแบบสถาปัตยกรรมการสร้างเมืองจัดอยู่ในสมัยสุโขทัย และพื้นที่ภายนอกเมืองเป็นที่ตั้งของโบราณสถานมากกว่า ๑๐ แห่ง พบแหล่งน้ำและโบราณวัตถุจำนวนมาก<br><br>หลักฐานที่พบ<br>พบหลักฐานทางโบราณคดีสำคัญหลายแห่ง เช่น<br>๑. พบเมืองโบราณสมัยสุโขทัย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๓๐๐ ไร่เศษ และยังปรากฏคูน้ำคันดิน ๓ ชั้น<br>๒. พบแหล่งน้ำโบราณขนาดใหญ่ เรียกว่า ทะแลแก้ว เดิมมีพื้นที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ และพบแนวดินกั้นน้ำไม่ให้น้ำท่วมเมืองสระหลวง-สองแคว<br>๓. วัดโบราณขนาดเล็กและขนาดใหญ่มากกว่า ๑๐ วัด<br>๔. แม่น้ำโบราณไหลผ่านเมืองสระหลวง-สองแคว เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ ๒ สายและพบคลองธรรมชาติอีกหลายสาย อาทิ เช่น คลองท้อแท้ คลองเมน คลองบางแก้ว คลองยมราช<br>๕. ภายในเมืองโบราณในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลได้ขุดพบโบราณวัตถุศิลปะสุโขทัยประมาณ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ชิ้น<br><br>เส้นทางเข้าสู่แหล่งโบราณคดีเมืองสระหลวง-สองแคว<br>จากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๐-๑๒ กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงสายพิษณุโลก-สุโขทัย ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๐ เลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๒ กิโลเมตรถึงพื้นที่ของเมืองสระหลวง-สองแคว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628527/69a36a70fb55fc37f81659313ea5e75d/1283091410.jpg" />
         <pubDate>2023-06-07 04:23:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616640975</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตาก ประเทศไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616646231</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>เมืองฉอด</strong> เป็นชื่อเมืองในอดีตปรากฏในเอกสารของกองทัพในสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันสันนิษฐานว่า คือ เมืองที่ตั้งอยู่ริม<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A2">แม่น้ำเมย</a> ซึ่งคือ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%94">อำเภอแม่สอด</a>อยู่ใน<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81">จังหวัดตาก</a> จากจารึกประวัติศาสตร์ที่สลักไว้เพียงไม่กี่บรรทัดบนแท่งศิลา สามารถบรรยายความเป็นเมืองได้อย่างถ่องแท้ของดินแดนสุด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1">สยาม</a>ปัจจิมริมแม่น้ำเมย เมืองเกิดขึ้นในสังคมไทยตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ที่มีการจารึกเรื่องราวเป็นหลักฐาน แม้ว่าเมืองจะมีความหมายแตกต่างกันไปตามบริบทของสังคมและสิ่งแวดล้อม และความเป็นเมืองดำรงอยู่ในสังคมไทยมานานหลายศตวรรษแล้วก็ตาม</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-07 04:30:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616646231</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แพร่ ประเทศไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616649543</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองแพร่ เป็นเมืองประเทศราช (เมืองออก)<br>ประวัติศาสตร์เมืองแพร่ในปัจจุบันยังไม่ลงตัว เนื่องจากขาดหลักฐาน และการบันทึกที่สืบเนื่อง จึงมีลักษณะเป็นงานเขียนประวัติศาสตร์ที่เกิดจาก ความเชื่อ เขียนขึ้นโดยขาดหลักฐานที่หนักแน่นรองรับ เมืองแพร่ปรากฏตัวตน ครั้งแรกในตำนานพื้นเมืองพะเยาเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ในฐานะเป็น แว่นแคว้นอิสระที่เรียกว่า “แคว้นพลนคร” และมีความสัมพันธ์กับแว่นแคว้น ใกล้เคียง ได้แก่ แคว้นโยนก แคว้นเขลางค์นคร แคว้นภูกามยาว (พะเยา) แคว้นน่าน และแคว้นสุโขทัย จนกระทั่ง พ.ศ.๑๙๘๖ แคว้นพลนครผนวกเข้าเป็น ส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา หลังจากนี้เมืองแพร่จึงถูกลดบทบาทลงเป็น หัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรล้านนาและขึ้นตรงต่อกษัตริย์ล้านนาที่เมืองเชียงใหม่ มีการสับเปลี่ยนเจ้าเมืองที่เป็นเจ้านายและขุนนางมาปกครอง จนถึง พ.ศ.๒๑๐๑ ล้านนาตกเป็นประเทศราชของพม่า เมืองแพร่ จึงเป็นประเทศราชของพม่าด้วย กษัตริย์พม่าและกษัตริย์ล้านนามีอำนาจในการ โยกย้ายสับเปลี่ยนเจ้าเมืองแพร่ แต่ขณะเดียวกันบางช่วงเจ้าเมืองแพร่ก็เป็น ผู้ที่มีบทบาทมากจนกษัตริย์พม่าได้สถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ล้านนา จนกระทั่ง พ.ศ.๒๓๑๓ พญามังไชย เจ้าเมืองแพร่ ได้ต่อต้านกษัตริย์พม่าหันมาสวามิภักดิ์ กับกษัตริย์สยาม เมืองแพร่จึงมีสถานะเป็นเมืองประเทศราชของสยาม ปกครอง ด้วยระบบ “เจ้าหลวง” ในราชวงศ์แสนซ้าย ที่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดภายใน บ้านเมือง เจ้าหลวงมีสถานะเป็น “กษัตริย์เมืองนครแพร่” เป็นเจ้าชีวิต เจ้าแผ่นดินภายในบ้านเมืองและหัวเมืองขึ้น จนถึงพ.ศ.๒๔๔๒ เมืองนครแพร่ ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยาม จึงกลายเป็น “จังหวัดแพร่” ประเทศไทย สืบมาจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของตัวตนเมืองแพร่ รัฐจารีตมีคติตัวตนของเมืองประกอบขึ้นด้วย เมืองทางกายภาพกับเมืองทางจินตภาพที่ซ้อนทับกันอยู่ ตัวตนของเมืองแพร่ จึงประกอบขึ้นด้วยหัวใจสำคัญของความเป็นเมืองผ่านระบบ “เจ้า” ที่ประกอบด้วย ส่วนสำคัญคือ กษัตริย์ (เจ้าเมือง) เจ้านาย คุ้ม เมือง และเวียง ระบบ “พุทธ” (พราหมณ์) ประกอบด้วยส่วนสำคัญคือ วัดหลวงประจำเมือง วัดมิ่งเมือง และ วัดหลวงหัวเวียง (วัดหัวข่วง) และระบบ “ผี” ประกอบด้วยส่วนสำคัญคือ ผีเมือง ผีอารักษ์เวียงและผีอารักษ์ดูแลรักษาพื้นที่ต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628527/cab40dc832bb0d5571a3af4060a40995/DSCF2291.jpg" />
         <pubDate>2023-06-07 04:34:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616649543</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระบาง ตำบลวัดไทร อำเภอเมืองนครสวรรค์ นครสวรรค์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616650555</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองพระบางเป็นเมืองโบราณในสมัยสุโขทัยคู่กับเมืองคนที โดยตัวเมืองพระบางอยู่ที่เมืองนครสวรรค์เก่า ส่วนเมืองคนทีสันนิษฐานว่าอยู่ที่บ้านโคน ริมฝั่งแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร จากข้อมูลในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย เมืองพระบางถูกผนวกรวมกันเข้ากับอาณาจักรสุโขทัยในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และตั้งตัวเป็นอิสระเมื่อสิ้นสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และถูกผนวกรวมอีกครั้งในสมัยพระยาลิไท พระองค์ได้ประดิษฐานพระพุทธบาทพร้อมทั้งศิลาจารึกวัดเขากบไว้ที่เขากบ ปัจจุบันอยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไท) ที่ประกาศให้สุโขทัยเป็นเอกราชได้รวมเมืองพระบางไว้ในอาณาเขตด้วย “เมืองพระบาง” อยู่ภายใต้การปกครองของราชส านักสุโขทัย โดยมีบทบาทเป็นเมืองที่อยู่<br>ชายขอบทางทิศใต้ของอาณาจักรสุโขทัยต่อแดนกับกรุงศรีอยุธยา<br>ในขณะที่อาณาจักรสุโขทัยกำลังอ่อนแอในช่วงปลายสมัยพระยางั่วน าถุมและช่วงต้นสมัยพระมหา<br>ธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) อันเนื่องมาจากความขัดแย้งภายในราชส านัก สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้า<br>อู่ทอง) ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาในลุ่มแม่น้ าเจ้าพระยาซึ่งกำลังพยายามรวบรวมบ้านเมืองเป็น<br>อาณาจักรขึ้นอีกแห่งหนึ่งใน พ.ศ.1893 ที่บริเวณใกล้จุดบรรจบกันของแม่น้ าเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสัก<br>(ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, 2548, หน้า 18-20) มีความต้องการตีเอาเมืองสองแคว (เมืองพิษณุโลก) ไว้เป็น<br>เมืองขึ้น จึงได้น าก าลังทั้งจากกรุงศรีอยุธยาและเมืองสุพรรณบุรีเข้ามายึดเมืองสองแคว (พระรัตนปัญญา<br>เถระ, 2515, หน้า 114-115)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628671/b1eff7576ae470766685d21714978c53/25028.jpg" />
         <pubDate>2023-06-07 04:35:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616650555</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิจิตร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616660256</link>
         <description><![CDATA[<div>จังหวัดพิจิตรตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน ลักษณะพื้นที่เป็นที่สูงทางด้านทิศเหนือ และค่อยๆ ลาดเทลงไปทางตอนใต้ ต่อเนื่องไปยังที่ราบตอนกลางของจังหวัดนครสวรรค์ แม่น้ำในเขตนี้จะไหลแรงและเร็วกว่าแม่น้ำทางตอนล่าง จึงมีการกัดเซาะพื้นแผ่นดินที่น้ำไหลผ่าน พากรวดทรายโคลนตมมาทับถม แม่น้ำยมช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร มีความยาวประมาณ ๑๒๔ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอบึงนาราง และอำเภอโพทะเล แม่น้ำมีลักษณะคดเคี้ยวมาก มีการกัดเซาะค่อนข้างน้อย ส่วนแม่น้ำน่าน ช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร มีความยาวประมาณ ๙๗ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอเมืองพิจิตร อำเภอตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก มีความคดเคี้ยวน้อยกว่าแม่น้ำยม แต่มีการกัดเซาะพังทลายสูงกว่า ลักษณะภูมิประเทศจังหวัดพิจิตร สามารถแบ่งออกเป็น ๓ เขต คือ<br><br>๑. พื้นที่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำน่าน เป็นที่ราบแบบลูกฟูก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓๗ เมตร ที่บ้านหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร ทางใต้ที่บ้านใหม่สำราญ บ้านวังปลาม้า อำเภอบางมูลนาก บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ เป็นดินที่เกิดจากอิทธิพลของน้ำพัดพามาทับถม ลักษณะพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบ เป็นที่ราบทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำน่าน ในเขตอำเภอเมืองพิจิตร และกิ่งอำเภอสากเหล็ก อำเภอตะพานหิน และอำเภอบางมูลนาก พื้นที่จะค่อยๆ สูงจากบริเวณริมฝั่งแม่น้ำลาดชันขึ้นไปทางตะวันออก บริเวณนี้เป็นลานตะพักน้ำระดับกลาง ติดต่อกับอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่บริเวณขอบด้านตะวันออกนี้เป็นภูเขาโดดๆ หรือเนินเขา กระจายห่างๆ กันในเขตอำเภอเมืองพิจิตร อำเภอวังทรายพูน อำเภอทับคล้อ อำเภอตะพานหิน และกิ่งอำเภอดงเจริญ เป็นภูเขาที่ไม่สูงนัก ไม่เกิน ๒๕๐ เมตร<br><br>๒. พื้นที่ราบระหว่างแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่านในเขตอำเภอเมืองพิจิตร อำเภอตะพานหิน บางส่วนของอำเภอบางมูลนาก อำเภอโพทะเล อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และอำเภอสามง่าม พื้นที่เป็นที่ราลลูกฟูก พื้นที่จะสูงทางด้านเหนือและลาดต่ำไปทางด้านใต้ ในเขตอำเภอโพทะเลและบางมูลนาก นอกจากแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมแล้ว ยังมีแม่น้ำพิจิตร (แม่น้ำน่านเก่า) สภาพพื้นที่ราบระหว่างแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมเป็นที่ราบดินตะกอนลุ่มน้ำ ซึ่งเกิดจากการตกตะกอนของแม่น้ำน่าน แม่น้ำพิจิตร แม่น้ำยม และลำน้ำสาขา<br><br>๓. พื้นที่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำยม ในเขตอำเภอวชิรบารมี อำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล และอำเภอบึงนาราง สภาพพื้นที่ติดกับแม่น้ำยมเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง จากที่ราบแม่น้ำยมพื้นที่จะลาดชันไปทางตอนกลาง ในเขตอำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล และอำเภอบึงนาราง พื้นที่จะมีความสูงเพิ่มขึ้น บริเวณนี้เป็นดินตะกอนลุ่มน้ำเกิดจากตะกอนแม่น้ำยมและสาขาพัดมาทับถม (เรื่องเดียวกัน, ๖ – ๗)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628527/2d692dbbb2451906786c143b8682baaf/Wat_Pho_Prathap_Chang_07__1_.jpg" />
         <pubDate>2023-06-07 04:45:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2616660256</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กรุงเทพมหานคร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622973379</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกกลุ่ม<br>นาย เทียนชัย หล่ายมณี AC1/5 เลขที่8<br>นางสาว พินิตกาณจน์ กิมชุมมณี AC1/5 เลขที่24<br>นางสาว พรพิมล จันทรมณี AC1/5 เลขที่ 37<br>นางสาว พัชรวรินทร์ เพียรเมธสิริ AC1/5 เลขที่34<br>นางสาว ใยบัว ปั้นตระกูล AC1/5 เลขที่14</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-14 03:47:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622973379</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บาโก เมียนมาร์ (พม่า)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622979156</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองหงสาวดี ประเทศพม่า เป็นเมืองชั้นนอก<br><br>หงสาวดี หรือ พะโค เมืองพะโคนั้นเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง&nbsp; ในอดีตนั้นพะโคเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู&nbsp; เมื่อประมาณ พ.ศ. 1908 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ เมื่อปี พ.ศ. 2178 หงสาวดี หรือ พะโค หรืออ่านออกเสียงตามสำเนียงพม่าว่า หานตาวดี&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของสหภาพพม่ามาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่า ซึ่งอยู่ทางใต้ของ เมืองแปร เมืองคัง ยะไข่ อังวะ พุกาม นครหงสาวดีเป็นเมืองหลวงของเขตหงสาวดี<br><br>ประวัติเมืองหงสาวดี&nbsp;<br>หงสาวดีเป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082หลังจากที่พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้เข้ามาทำพิธี เจาะพระกรรณที่ฐานพระธาตุมุเตาขณะที่ยังอยู่ในเขตของมอญอยู่ และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ตองอู หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง เนื่องจากพระองค์ให้ทรงสร้างพระราชวังของพระองค์ที่ชื่อ กัมโพชธานี ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่ เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และพวกยะไข่เผาทำลายหงสาวดี หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์ก่อนที่พม่าทั้ง ประเทศจะเสียเอกราชให้อังกฤษ<br>อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของหงสาวดี คือ พระธาตุชเวมอดอ หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า พระธาตุมุเตา เป็นพระธาตุที่อยู่มานานคู่กับเมือง เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชื่อว่าภายในได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าไว้ เล่ากันว่าเมื่อครั้งใดที่ พระเจ้าบุเรงนองจะออกทำศึกจะทรงสักการะขอพรจากพระธาตุนี้ทุกครั้ง และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จมายังที่ หงสาวดีนี้ก็ได้ทำการสักการะพระธาตุนี้ด้วย<br><br>สัญลักษณ์เมืองหงสาวดี&nbsp;<br>เป็นรูปหงส์คู่ ตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าทรงเสด็จมาถึงเมืองหงสาวดีที่สมัยก่อนยังคงเป็นชายหาดริมทะเล พระพุทธเจ้าทรงเห็น หงส์สองตัวว่ายน้ำเล่นกัน จึงทำนายออกมาว่าภายหลังจะเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ชาวหงสาวดีจึงถือเอาตำนานเรื่องนี้มาเป็นสัตว์สัญลักษณ์ นอกจากนี้ ตำนานยังกล่าวว่า หงส์คู่นั้น ตัวเมียขี่ตัวผู้ จึงมีคำทำนายว่าต่อไปผู้หญิงจะเป็นใหญ่ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นคือ พระนางชินสอบู (ตะละแม่ท้าว)นั่นเอง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2072878933/692bdc33ffff5cb7ee225fc090997a94/inbound8161560986045476140.jpg" />
         <pubDate>2023-06-14 03:56:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622979156</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เมืองชากังราว อุตรดิตถ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622982433</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองชากังราวเป็นเมืองโบราณในลุ่มแม่น้ำปิงในเขตจังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันนายพิเศษ เจียจันทร์พงษ์ เสนอแนวคิดใหม่ว่า เป็นเมืองโบราณในลุ่มแม่น้ำน่านในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์กำแพงเพชรมีชื่อเดิมว่า เมือง 'ชากังราว' ทั้งมีการใช้ชากังราวสื่อถึงกำแพงเพชร เช่น เรียกเฉาก๊วยจากกำแพงเพชรว่า "เฉาก๊วยชากังราว"&nbsp;และเรียกการแข่งขันกีฬาในจังหวัดกำแพงเพชรว่า "ชากังราวเกมส์" ตลอดจนมีสถานที่หลายแห่งในกำแพงเพชรใช้คำว่า "ชากังราว" เช่น โรงเรียนชากังราววิทยา (อินทร์-ชุ่ม ดีสารอุปถัมภ์)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628671/6e7473e43c4a1d480f03faf0ae0747ba/_______________.jpg" />
         <pubDate>2023-06-14 04:01:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622982433</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622985963</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองเพชรบุรี เป็นเมืองชั้นนอก<br>เพชรบุรีในสมัยสุโขทัยอาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงแม้จะมีอำนาจครอบคลุมเพชรบุรีแต่เพชรบุรีก็ยังมีอิสระอยู่มาก สามารถส่งทูตไปจีนได้ ต้นวงศ์ของกษัตริย์เพชรบุรีในช่วงสมัยสุโขทัยคือ พระพนมทะเลศิริ ผู้เป็นเชื้อสายของพระเจ้าพรหมแห่งเวียงไชยปราการ ราชวงศ์นี้ได้ครองเมืองเพชรบุรีมาจนถึงสมัยพระเจ้าอู่ทอง จึงได้เสด็จไปสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี<br><br>ขนาด ที่ตั้งและอาณาเขต&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>จังหวัดเพชรบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 6,225,138&nbsp; ตารางกิโลเมตร หรือ 3,890,711&nbsp; ไร่ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภาคกลาง มีอาณาเขตติดต่อจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน ดังนี้<br>ทิศเหนือ ติดกับอำเภอปากท่อ &nbsp; จังหวัดราชบุรี&nbsp; และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>ทิศใต้ ติดกับอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์<br>ทิศตะวันออก ติดกับอ่าวไทย<br>ทิศตะวันตก ติดกับสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า)&nbsp;<br><br>ทางด้านทิศตะวันตกในเขตอำเภอแก่งกระจานและอำเภอหนองหญ้าปล้อง มีลักษณะเป็นที่ราบสูงและภูเขาสูงชัน แล้วค่อยๆลาดต่ำมาทางทิศตะวันออกเกิดเป็นสันปันน้ำ แบ่งน้ำส่วนหนึ่งให้ไหลลงสู่ประเทศพม่าและอีกส่วนหนึ่งไหลมาทางทิศตะวันออกเป็นต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี&nbsp; สภาพเช่นนี้ทำให้ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และแร่ธาตุ&nbsp; แต่มีประชากรอาศัยอยู่น้อยเนื่องจากเป็นแดนกันดาร จะมีเพียงชาวกะเหรี่ยงและชาวกะหร่างที่อพยพข้ามแดนมาจากพม่าเข้ามาอาศัยเท่านั้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2072878933/fc53023c212a238e0d70bc598144fd9c/inbound4752162376584980006.jpg" />
         <pubDate>2023-06-14 04:06:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622985963</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เมืองแพรก ชัยนาท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622989912</link>
         <description><![CDATA[<div>เมืองแพรก อยู่ในเขตตำบลแพรกศรีราชา เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสันนิษฐานว่าเดิมชื่อเมืองไตรตรึงส์ ศิลปกรรมแบบอู่ทอง น่าจะสร้างก่อนเมืองชัยนาท และยังเคยเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัยคู่กันมากับเมืองชัยนาท ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเรียกเมืองสรรคบุรีว่าเมืองแพรก และเรียกเมืองชัยนาทว่าชัยนาทบุรี ในปี พ.ศ. 1924 ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิทัย) กรุงศรีอยุธยาได้ยกกองทัพมายึดไว้ ทั้งสองเมืองนี้จึงตกอยู่ในราชาอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา และได้เปลี่ยนชื่อเมืองแพรกเป็นเมืองสรรค์ตั้งแต่นั้นมา โดยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงคู่กับเมืองชัยนาท ผังของเมืองสรรค์เป็นผังที่ซับซ้อน วัดโตนดหลายมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ศิลปะสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 20 วัดโตนดหลาย ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันวัดสองพี่น้อง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628671/159eb9c31c8b8e7f93422f61b485deb6/P03014367_1.jpeg" />
         <pubDate>2023-06-14 04:11:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2622989912</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นครศรีธรรมราช</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2628770143</link>
         <description><![CDATA[<div>นครศรีธรรมราชในสมัยสุโขทัย มีชื่อเรียกว่า "ศรีธรรมราช" ชื่อนี้อาจเชื่อได้ว่าเป็นอิสริยยศที่ถวายแก่กษัตริย์ผู้ปกครองนครว่า "ศรีธรรมราช" และคงจะถือเป็นประเพณีสืบเนื่องกันมาหลายองค์ จึงเป็นเหตุให้มีการขนานนามราชธานีแห่งนี้ตามชื่ออิสริยยศที่ถวายแก่กษัตริย์ผู้ปกครองนครตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา<br>พ.ศ. 1837<br>สมัยสุโขทัย<br>นครศรีธรรมราชสมัยสุโขทัย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นครศรีธรรมราชเป็นเมืองขึ้นอย่างแท้จริงในสมัยสุโขทัยในช่วงของพ่อขุนรามคำแหง&nbsp; ถือเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์ศรีธรรมโศกราช ภายหลังที่มีกษัตริย์สืบต่อกันมาจากพระเจ้าศรีธรรมโศกราช 4-5 พระองค์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นครศรีธรรมราชในสมัยสุโขทัย มีชื่อเรียกว่า "ศรีธรรมราช" ชื่อนี้อาจเชื่อได้ว่าเป็นอิสริยยศที่ถวายแก่กษัตริย์ผู้ปกครองนครว่า "ศรีธรรมราช" และคงจะถือเป็นประเพณีสืบเนื่องกันมาหลายองค์ จึงเป็นเหตุให้มีการขนานนามราชธานีแห่งนี้ตามชื่ออิสริยยศที่ถวายแก่กษัตริย์ผู้ปกครองนครตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมืองนครศรีธรรมราชมีความสัมพันธ์กับกรุงสุโขทัยในด้านการปกครอง และมีฐานะเป็นเมืองประเทศราชเมืองหนึ่งของสุโขทัย&nbsp; รวมถึงมีความสัมพันธ์ด้านศาสนา ซึ่งเชื่อได้จากสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองนครศรีธรรมราช และขออัญเชิญพระพุทธสิหิงส์ซึ่งคาดว่าจะขอมาจากลังกา และให้ไปประดิษฐาน ณ กรุงสุโขทัย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นครศรีธรรมราชเป็นเมืองขึ้นของสุโขทัยประมาณ 56 ปี (ตั้งแต่ พ.ศ. 1837-1893) พระเจ้าอู่ทองได้ทรงประกาศตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นอิสระทางตอนล่างของสุโขทัย เมืองนครศรีธรรมราชจึงตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาสืบมา</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2077518299/cd2c13c024dccac6233107f7c8ba3523/inbound4691613129581013809.jpg" />
         <pubDate>2023-06-21 03:35:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2628770143</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643229720</link>
         <description><![CDATA[<div>นครชุม เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำปิง และอยู่ตรงข้ามกับตัวเมืองกำแพงเพชร ปัจจุบันมีประชากรทั้งหมด 17,381 คน[2] เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย อาทิ วัดพระบรมธาตุเจดียาราม วัดซุ้มกอ วัดเจดีย์กลางทุ่ง เป็นต้น และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรอีกด้วย สมัยก่อนเมืองนครชุมเคยเป็นเมืองที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรสุโขทัย แต่ต่อมาได้ถูกทิ้งร้าง เพราะผู้คนได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่ฝั่งเมืองกำแพงเพชร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628534/07095fb9861c5f1ed1fc60d176af8164/500px_Phra_Nakhon_Chum.jpg" />
         <pubDate>2023-07-12 03:44:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643229720</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุพรรณบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643234384</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อเมืองสุพรรณภูมิ ปรากฏอยู่ในจารึกหลักที่ 1 “ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย” ศิลาจารึกหลักนี้เป็นจารึกที่เล่าเรื่องราวของเมืองสุโขทัย สมัยพ่อขุนรามคำแหง ผู้เสวยราชสมบัติที่เมืองสุโขทัยเมื่อประมาณครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 19 ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ประมาณ 50 ปี ในตอนที่กล่าวถึงเมืองสุพรรณภูมินั้นได้จารึกข้อความไว้ว่า<br></strong><br></div><div><em>“พ่อขุนพระรามคำแหงนั้น หาเป็นท้าวเป็นพระยา…หาเป็นครูอาจารย์…หาคนจักเสมอมิได้ อาจปราบฝูงข้าเสีก มีเมืองกว้าง ช้างหลาย ปราบเบื้องตะวันออกรอดสระหลวง…เบื้องหัวนอนรอดคนที พระบาง แพรก </em><strong><em>สุพรรณภูมิ</em></strong><em> ราชบุรี เพชรบุรี ศรีธรรมราช ฝั่งทะเลสมุทรเป็นที่แล้ว”<br></em><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2089065101/185add6923c6aaa180dc26588e464cb8/images.jpeg" />
         <pubDate>2023-07-12 03:50:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643234384</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัว น่าน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643238248</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัวเริ่มปรากฏขึ้นราว พ.ศ. 1825 ภายใต้การนำของ พญาภูคา เจ้าเมืองย่าง ศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองย่าง (เชื่อกันว่าคือบริเวณริมฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำย่าง ใกล้เทือกเขาดอยภูคาในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผา) เพราะปรากฏร่องรอย ชุมชนในสภาพที่เป็นคูน้ำ คันดิน กำแพงเมืองซ้อนกันอยู่ ต่อมาพญาภูคา ได้ขยายอาณาเขตปกครองของตนออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยส่งราชบุตรบุญธรรม 2 คน ไปสร้างเมืองใหม่ โดยขุนนุ่น ผู้พี่ไปสร้างเมืองจันทบุรี (เมืองหลวงพระบาง) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำของ (แม่น้ำโขง) และขุนฟองผู้น้องสร้างเมืองวรนคร(เมืองปัว) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ การที่ให้ชื่อว่าเมือง "วรนคร" ก็เนื่องมาจาก พญาภูคา ได้เลือกชัยภูมิที่ดี เหมาะสมในการสร้างเมือง เสร็จแล้วจึงขนานนามว่าเมือง "วรนคร" ซึ่งหมายถึง เมืองดี นับว่าเป็นการเริ่มต้นราชวงศ์ภูคา</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628534/c2b9d1d4b3ef1559f50ef718979939f0/500px_2014_1121_Wat_Ban_Ton_Laeng_01.jpeg" />
         <pubDate>2023-07-12 03:55:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643238248</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เมืองน่าน น่าน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643241512</link>
         <description><![CDATA[<div>นครรัฐน่านถูกสถาปนาขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 โดยการนำของพญาภูคา มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองย่าง (ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน) ขณะที่ ราชวงษปกรณ์ พงศาวดารน่าน ที่รวบรวมโดยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชช่วงรัตนโกสินทร์เพียงฉบับเดียว ที่ระบุว่า ราชวงศ์กาวนี้สืบเชื้อสายมาจากพญาลาวกอ โอรสพญาลวจังกราช เมื่อปี พ.ศ. 1220 ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวไม่มีความสัมพันธ์กับตอนที่สองจนถึงยุคพระเจ้าสุริยวงษ์ผริตเดชโดยไม่กล่าวถึงราชวงศ์ลวจังกราชอีกเลย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2057628534/9a9e28f9c01d48fe73cdc0a1567044be/480px_Wat_Phra_Sri_Sanphet_01.jpg" />
         <pubDate>2023-07-12 04:00:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/theiynchayhlaymni/7bazzvit4v1nr0ph/wish/2643241512</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
