<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>เรื่อง วงดนตรีไทย by นางสาวกรรณิการ์ มณีวิหก</title>
      <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n</link>
      <description>ศ32101</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-06-14 08:35:50 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-09 07:25:54 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f3b8.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>4521212</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604690824</link>
         <description><![CDATA[<div>• <strong><mark>วงปี่พาทย์</mark></strong><br>ลักษณะของวง : วงปี่พาทย์ เป็นวงที่ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีประเภทตี เป่า และเครื่องประกอบจังหวะ ใช้บรรเลงในงานพระราชพิธี และพิธีต่างๆ</div><div>ความสำคัญและลักษณะของวงดนตรีแต่ละประเภท<br>วงปี่พาทย์ หมายถึง วงที่เกิดจากการประสมวงกันระหว่างเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าและเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี มีหลายรูปแบบ<br>&nbsp;1.) วงปี่พาทย์ชาตรี ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียก " ปี่พาทย์เครื่องห้าชนิดเบา " เพราะมีน้ำหนักเบา ใช้บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรีต่อมาจึงเรียกชื่อตามละคร ใช้เครื่องดนตรี ดังนี้ ปี่นอก ฆ้องคู่ กลองชาตรี โทนชาตรี ฉิ่ง&nbsp;<br>&nbsp;2.) วงปี่พาทย์ไม้แข็ง เป็วงที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าและเครื่องตีนิยมบรรเลงทั่วไป เช่น บรรเลงดนตรีล้วนๆ หรือประกอบการขับร้อง มี 3 ขนาด ดังนี้<br>&nbsp;2.1 วงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องห้า ประกอบด้วย ปี่ใน ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ตะโพน กลองทัด&nbsp;<br>&nbsp;2.2 วงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่ ปี่นอก ปี่ใน ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ตะโพน กลองทัด ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับ โหม่ง<br>&nbsp;2.3 วงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องใหญ่ ประกอบด้วย ปี่ใน ปี่นอก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงเล็ก ฆ้องวงใหญ่ ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ตะโพน กลองทัด ฉิ่ง ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ กรับ โหม่ง<br>3.) วงปี่พาทย์ไม้นวม เป็นวงที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าและเครื่องตี เครื่องดนตรี ที่ใช้ ขลุ่ยเพียงออ ซออู้ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงเล็ก ฆ้องวงใหญ่ กลองตะโพน ตะโพน ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง ( ระนาด ใช้ไม้นวมตี)<br>4.) วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ทรงปรับปรุงขึ้น ใช้ประกอบละครดึกบรรพ์ ประกอบด้วย ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ซออู้ ขลุ่ยเพียงออ ตะโพนกลอง ตะโพน กลองแขก ฆ้องหุ่ย 7 ใบ<br>5.) วงปี่พาทย์มอญ เดิมเป็นของมอญ ใช้ทั้งงานมงคลและอวมงคล แต่ปัจจุบันจะใช้บรรเลงเฉพาะงานศพเท่านั้น มีขนาดต่างกันดังนี้.<br>&nbsp;5.1 วงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า ประกอบด้วย ฆ้องมอญวงใหญ่ ระนาดเอก ปี่มอญ เปิงมางคอก ตะโพนมอญ โหม่งมอญ ฉิ่ง<br>&nbsp;5.2 วงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ ประกอบด้วย ฆ้องมอญวงใหญ่ ฆ้องมอญวงเล็ก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ปี่มอญ เปิงมางคอก ตะโพนมอญ โหม่งมอญ ฉิ่ง ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ กรับ<br>&nbsp;5.3 วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ประกอบด้วย ฆ้องมอญวงใหญ่ ฆ้องมอญวงเล็ก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ปี่มอญ เปิงมางคอก ตะโพนมอญ โหม่งมอญ ฉิ่ง ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ กรับ<br>6.)&nbsp; วงปี่พาทย์นางหงส์ เป็นวงปี่พาทย์ที่ใช้บรรเลง ใน งานศพเท่านั้น เครื่องดนตรีที่ใช้ ปี่ชวา ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก กลองมลายู ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://i.ytimg.com/vi/ZyBmhuBDrdE/maxresdefault.jpg" />
         <pubDate>2021-06-14 09:16:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604690824</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>dechsakol2547</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604691316</link>
         <description><![CDATA[<div>• <strong><mark>วงเครื่องสาย</mark></strong><br>ลักษณะของวง : วงดนตรีไทยประเภทหนึ่งซึ่งเครื่องดนตรีส่วนใหญ่ในวงจะประกอบด้วยเครื่อง <br>ดนตรีที่ใช้สายเป็นต้นกำเนินของเสียงดนตรี เช่น ซอด้วง ซออู้ จะเข้&nbsp; แม้ว่า<br>เครื่องดนตรีที่นำมาบรรเลงนั้นจะมีวิธีบรรเลงแตกต่างกัน เช่น สี ดีด หรือตี ก็ <br>ตาม จึงเรียกวงดนตรีประเภทนี้ว่า <br><strong>"วงเครื่องสาย"</strong><br>&nbsp; <br>วงเครื่องสายอาจมีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า เช่น ขลุ่ย หรือเครื่องกำกับ <br>จังหวะ เช่น ฉิ่ง กลองบรรเลงด้วยก็ถือว่าอยู่ในวงเครื่องสายเช่นกันเพราะมีเป็น <br>จำนวนน้อยที่นำเข้ามาร่วมบรรเลงด้วยเพื่อช่วยเพิ่มรสในการบรรเลงด้วยเพื่อ <br>ช่วยเพิ่มรสในการบรรเลงให้น่าฟังมากยิ่งขึ้น <br><br>วงเครื่องสายเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ซึ่งมีเครื่องสี คือ ซอ เครื่องดีด คือ จะเข้ และ <br>กระจับปี่ ผสมในวง ปัจจุบันวงเครื่องสายมี 4 แบบ คือ<br><strong>1. วงเครื่องสายไทยเครื่องเดี่ยว <br></strong>เป็นวงเครื่องสายที่มีเครื่องดนตรีผสมเพียงอย่างละ 1 ชิ้น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า <br>วงเครื่องสายไทยวงเล็ก เครื่องดนตรีที่ผสมอยู่ในวงเครื่องสายไทยเครื่องเดี่ยวนี้ <br>นับว่าเป็นสิ่งสำคัญและถือเป็นหลักของวงเครื่องสายไทยที่จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใด <br>เสียมิได้ เพราะแต่ละสิ่งล้วนดำเนินทำนองและมีหน้าที่ต่าง ๆ กัน เมื่อผสมเป็น <br>วงขึ้นแล้ว เสียงและหน้าที่ของเครื่องดนตรีแต่ละอย่างก็จะประสมประสานกัน <br>เป็นอันดีเครื่องดนตรีที่ผสมอยู่ในวงเครื่องสายไทยเครื่องเดี่ยวซึ่งถือเป็นหลัก คือ<br>ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ยเพียงออซึ่งเป็นขลุ่ยขนาดกลาง โทนและรำมะนา ฉิ่ง<br><strong>2. วงเครื่องสายไทยเครื่องคู่</strong> <br>คำว่า เครื่องคู่ ย่อมมีความหมายชัดเจนแล้วว่าเป็นอย่างละ 2 ชิ้น แต่สำหรับการ <br>ผสมวงดนตรีจะต้องพิจารณาใคร่ครวญถึงเสียงของเครื่องดนตรีที่จะผสมกันนั้น <br>ว่าจะบังเกิดความไพเราะหรือไม่อีกด้วย เพราะฉะนั้นวงเครื่องสายไทยเครื่องคู่ <br>จึงเพิ่มเครื่องดนตรีในวงเครื่องสายไทยเครื่องเดี่ยวขึ้นเป็น 2 ชิ้น<br><strong>3. วงเครื่องสายผสม<br></strong>เป็นวงเครื่องสายที่นำเอาเครื่องดนตรีต่างชาติเข้ามาร่วมบรรเลงกับเครื่องสาย <br>ไทย การเรียกชื่อวงเครื่องสายผสมนั้นนิยมเรียกตามชื่อของเครื่องดนตรีต่างชาติ <br>ที่นำเข้ามาร่วมบรรเลงในวง เช่น นำเอาขิมมาร่วมบรรเลงกับ ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ย <br>และเครื่องกำกับจังหวะต่าง ๆ แทนจะเข้ ก็เรียกว่า "วงเครื่องสายผสมขิม" หรือ <br>นำเอาออร์แกนหรือไวโอลินมาร่วมบรรเลงด้วยก็เรียกว่า "วงเครื่องสายผสม <br>ออร์แกน" หรือ "วงเครื่องสายผสมไวโอลิน" เครื่องดนตรีต่างชาติที่นิยมนำมา <br>บรรเลงเป็นวงเครื่องสายผสมนั้นมีมากมายหลายชนิด เช่น ขิม ไวโอลิน <br>ออร์แกน เปียโน&nbsp; แอกคอร์เดียน กู่เจิง เป็นต้น<br><strong>4. วงเครื่องสายปี่ชวา<br></strong>เป็นวงเครื่องสายไทยทั้งวงบรรเลงประสมกับวงกลองแขก โดยไม่ใช้โทนและ&nbsp;<br>รำมะนา และใช้ขลุ่ยหลีบแทนขลุ่ยเพียงออกเพื่อให้เสียงเข้ากับปี่ชวาได้ดี เดิมเรียกว่า วง&nbsp;<br>กลองแขกเครื่องใหญ่ วงเครื่องสายปี่ชวาเกิดขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ&nbsp;<br>จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวการบรรเลงเครื่องสายปี่ชวานั้น นักดนตรีจะต้องมีไหวพริบและความ&nbsp;<br>เชี่ยวชาญในการบรรเลงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฉิ่งกำกับจังหวะจะต้องเป็นคนที่มีสมาธิดี&nbsp;<br>ที่สุดจึงจะบรรเลงได้อย่างไพเราะ เพลงที่วงเครื่องสายปี่ชวานิยมใช้บรรเลงเป็นเพลง&nbsp;<br>โหมโรง ได้แก่ เพลงเรื่องชมสมุทร เพลงโฉลก เพลงเกาะ เพลงระกำ เพลงสะระหม่า<br>แล้วออกเพลงแปลง เพลงออกภาษา แล้วกลับมาออกเพลงแปลงอีกครั้งหนึ่ง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1238613101/ef9055005f8af3d9e1fc0d7c44d15723/28121796_EBB6_4AAC_80EF_FB5A29B86288.jpg" />
         <pubDate>2021-06-14 09:16:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604691316</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>displaykidsofficial</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604716865</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;• <strong><mark>วงมโหรี</mark></strong></div><div><strong>ลักษณะของวง</strong> :<br>วงมโหรี เป็นวงดนตรีไทยที่มีวิวัฒนาการสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน จัดเป็นการประสมวงที่มีความสมบูรณ์ในด้านเสียงสูงสุด กล่าวคือ เป็นการรวมเอาเครื่องดนตรีทำทำนองของวงปี่พาทย์ที่มีเครื่องตี คือ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็กร่วมกับเครื่องดนตรีในวงเครื่องสายที่มีเครื่องดีด คือ จะเข้ เครื่องสี คือ ซอด้วง และซออู้ และเครื่องเป่าคือ ขลุ่ย เอาไว้ด้วยกัน การนำเอาวงปี่พาทย์และวงเครื่องสายมารวมกันนี้ ทำให้วงมโหรีเป็นการรวมกันของเครื่องดนตรีทุกตระกูล คือ ดีด สี ตี และเป่า มารวมอยู่ในวงเดียวกันได้อย่างลงตัว ละเอียดอ่อน และละเมียดละไม มีแนวทางการบรรเลงที่นุ่มนวล ไพเราะ นิยมใช้บรรเลงในพิธีการที่ศักดิ์สิทธิและเป็นมงคลต่างๆ<br><br><strong>วิวัฒนาการของวงมโหรี :</strong></div><ol><li><strong>วงมโหรีเครื่องสี่ (สมัยกรุงศรีอยุธยา)</strong></li><li><strong>วงมโหรีเครื่องห้า(สมัยกรุงศรีอยุธยา)</strong></li><li><strong>วงมโหรีเครื่องหก(สมัยกรุงศรีอยุธยา)</strong></li><li><strong>วงมโหรีเครื่องสิบ(สมัยกรุงศรีอยุธยา)</strong></li><li><strong>วงมโหรีสมัยกรุงธนบุรี</strong></li><li><strong>วงมโหรีสมัยรัชกาลที่ 1(วงมโหรีเครื่องแปด)</strong></li></ol><div><br></div><ol><li><strong>วงมโหรีสมัยโบราณ (มโหรีเครื่องสี่)</strong> : มีผู้บรรเลงเพียง 5 คน เท่านั้น คือ คนสีซอสามสาย คนดีดพิณ (กระจับปี่) คนตีทับ (โทน) และคนร้องซึงตีกรับพวงด้วยเครื่องดนตรีที่ทำหน้าที่ดำเนินทำนองคือ ซอสามสายกับพิณหรือกระจับปี่ ทับ ซึ่งในสมัยปัจจุบัน เรียกว่า โทน ทำหน้าที่กำกับจังหวะหน้าทับ เพื่อให้รู้ประโยคและทำนองเพลง ส่วนกรับพวงที่คนร้องตีนั้นกำกับจังหวะย่อย</li><li><strong>วงมโหรีเครื่องหก</strong> : ต่อมาวงมโหรีได้เพิ่มเติมเครื่องดนตรีขึ้นมาอีก 2 อย่าง และเปลี่ยนแปลงไปอย่างหนึ่งเป็นวงมโหรีเครื่องหก เพราะมีผู้บรรเลง 6 คน คือซอสามสาย พิณหรือกระจับปี่ ทับหรือโทน รำมะนา (เพิ่มใหม่) ตีสอดสลับกับโทนหรือทับ ขลุ่ย (เพิ่มใหม่)ช่วยดำเนินทำนองเพลง และกรับพวงของเดิมเปลี่ยนมาเป็นฉิ่ง</li><li><strong>วงมโหรีวงเล็ก</strong> : วงมโหรีได้มีวิวัฒนาการ เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงมาโดยลำดับ ครั้งแรกได้เพิ่มฆ้องวงกับระนาดเอก ต่อมาจึงได้เพิ่มซอด้วง ซออู้ และขลุ่ย ส่วนพิณหรือกระจับปี่นั้น เป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงเมื่อยล้าเมื่อพบจะเข้ซึ่งเดิมเป็นเครื่องดนตรีของมอญเป็นเครื่องดนตรีที่วางบนพื้นราบและดีดเป็นเสียงเช่นเดียวกัน ทั้งในที่บังคับเสียงเรียงลำดับก็ถี่พอสมควร สะดวกและคล่องแคล่วในการบรรเลงดีกว่าจึงนำจะเข้มาแทนพิณหรือกระจับปี่ซึ่งนับเป็นวงมโหรีวงเล็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ส่วนหน้าที่ในการบรรเลงก็เป็นดังนี้ ซอสามสาย บรรเลงเป็นเสียงยาวโหยหวนบ้าง เก็บถี่ ๆบ้างตามทำนองเพลง และเป็นผู้คลอเสียงร้องด้วย</li><li><strong>วงมโหรีเครื่องคู่</strong> : ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วงปี่พาทย์ได้เพิ่มระนาดทุ้มกับฆ้องวงเล็กกลายเป็นวงปี่พาทย์เครื่องคู่ วงมโหรีก็เพิ่มระนาดทุ้มกับฆ้องวงเล็กบ้าง ทั้งเพิ่มซอด้วง ซออู้ ขึ้นเป็นอย่างละ 2 คัน จะเข้เพิ่มเป็น 2 ตัว ขลุ่ยนั้นเดิมมีแต่ขลุ่ยเพียงออก็เพิ่ม ขลุ่ยหลิบ (เลาเล็ก) ขึ้นอีก 1 เลา เหมือนในวงเครื่องสาย ส่วนซอสามสายก็เพิ่มซอสามสายหลิบ (คันเล็กและเสียงสูงกว่า) อีก 1 คัน เครื่องประกอบจังหวะคงเดิม เรียกว่า วงมโหรีเครื่องคู่</li><li><strong>วงมโหรีเครื่องใหญ่ </strong>: ถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 วงปี่พาทย์ได้เพิ่มระนาดทุ้มกับระนาดเอกเหล็กขึ้นอีก 2 ราง กลายเป็นวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ มโหรีจึงเลียนแบบ โดยเพิ่มระนาดทุ้มเหล็กขึ้นบ้าง ส่วนระนาดเอกเหล็กนั้นเปลี่ยนเป็นสร้างลูกระนาดด้วยทองเหลียงเพราะเทียบให้เสียงสูงไพเราะกว่าเหล็ก เรียกว่าระนาดทอง รวมทั้งวงเรียกว่าวงมโหรีเครื่องใหญ่ ซึ่งได้ถือเป็นแบบปฏิบัติใช้บรรเลงมาจนปัจจุบันนี้ บรรดาเครื่องดนตรีต่าง ๆ ที่วงมโหรีได้เลียนแบบมาจากวงปี่พาทย์ คือระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก (เป็นระนาดทอง) ระนาดทุ้มเหล็ก (บางวงทำด้วยทองเหลืองเรียกว่า ระนาดทุ้มทองก็มี) ฆ้องวงใหญ่ และฆ้องวงเล็กนั้น ทุกสิ่งจะต้องย่อขนาดลดลงให้เล็กเพราะสมัยโบราณผู้บรรเลงมโหรีมีแต่สตรีทั้งนั้น จึงต้องลดขนาดลงให้พอเหมาะแก่กำลัง อีกประการหนึ่งการลดขนาดเครื่องตีเหล่านี้ลงก็เพื่อให้เสียงดังสมดุลกับเครื่องดนตรีประเภทดีดสี มิฉะนั้นเสียงจะกลบพวกเครื่องสายหมด</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="http://www.thailandclassicalmusic.com/thaimusic/mhore1.jpg" />
         <pubDate>2021-06-14 09:38:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604716865</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4532817</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604749094</link>
         <description><![CDATA[<div>• <strong>สิ่งที่เหมือนกันของวงปี่พาทย์และเครื่องสาย</strong><br>- มีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า เช่น ขลุ่ย&nbsp;</div>]]></description>
         <pubDate>2021-06-14 10:04:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1604749094</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• สิ่งที่เหมือนกันระหว่างวงปี่พาทย์กับวงมโหรี</title>
         <author>panitapearwah</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1606679814</link>
         <description><![CDATA[<div>- ใช้ในพิธีการมงคล ศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน<br>- ผสมผสานระหว่างเครื่องดนตรีประเภทตีและเป่าเหมือนกัน<br>- เริ่มขึ้นในสมัยอยุธยาเหมือนกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-06-15 04:04:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1606679814</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• สิ่งที่เหมือนกันของวงเครื่องสายกับวงมโหรี</title>
         <author>panitapearwah</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1606686231</link>
         <description><![CDATA[<div>- มีเครื่องดนตรีประเภท ดีด สี ตี เป่า&nbsp;<br>-ใช้ในพิธีการมงคล ศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-06-15 04:09:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1606686231</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง3วง</title>
         <author>panitapearwah</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1606686715</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;-มีเครื่องดนตรีประเภทตีเหมือนกัน<br>-ใช้ในงานพิธีการเหมือนกัน<br>-มีวิวัฒนาการของเครื่องเล่นต่างๆมาอย่างยาวนานเหมือนกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-06-15 04:09:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1606686715</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวอย่าง วงมโหรี</title>
         <author>4521212</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609034134</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=TNZGnm-758g" />
         <pubDate>2021-06-16 02:55:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609034134</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวอย่าง วงปี่พาทย์</title>
         <author>4521212</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609036822</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=_C_W79H3rU4" />
         <pubDate>2021-06-16 02:56:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609036822</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวอย่าง วงเครื่องสาย</title>
         <author>4521212</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609045418</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=Bk3lOM4-PtY" />
         <pubDate>2021-06-16 03:01:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609045418</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รวมความรู้เกี่ยวกับ วงปี่พาทย์,มโหรี และ เครื่องสาย</title>
         <author>4521212</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609048552</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=UIqjGspx0zE" />
         <pubDate>2021-06-16 03:03:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609048552</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมาชิก</title>
         <author>panitapearwah</author>
         <link>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609161259</link>
         <description><![CDATA[<div>นายกฤตภาส ดีนุช เลขที่13<br>นายเดชสกล มีสมบูรณ์ เลขที่29<br>นางสาวปณิตา น้อยพานิช เลขที่33<br>นางสาวกรรณิการ์ มณีวิหก เลขที่35<br>นางสาวบงกช คงนิรัติศัยกุล เลขที่39</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-06-16 04:13:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4521212/78z9xbgq0uppgz9n/wish/1609161259</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
