<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>work 2-การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของ กล้องถ่ายรูป by 17 ณัฐนันท์ สุพรรณพยัค</title>
      <link>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o</link>
      <description>17 ณัฐนันท์ สุพรรณพยัค ม.1/2</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-11-08 04:23:06 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-12-24 06:25:15 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ยุคแรกของ กล้องถ่ายรูป ที่1</title>
         <author>1063837</author>
         <link>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374355233</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1841 นาย William Henry Talbot ได้พัฒนาระบบที่ชื่อ Calotype โดยสร้างภาพจากการบันทึกให้เป็นภาพกลับสี (Negative Image ขณะนั้นยังเป็นภาพสีขาวกับดำอยู่) จากนั้นนำภาพที่ได้มาทำการสำเนาได้เป็นภาพสีเหมือน (Positive Image) ซึ่งวิธีการนี้สามารถทำสำเนาจากภาพต้นฉบับได้หลาย ๆ ชุด ทั้งนาย Daguerre และนาย Talbot ต่างก็ใช้กล้องออบสคิวราแบบติดเลนส์ด้านหน้าซึ่งสามารถเลื่อนปรับระยะได้ เพื่อหาระยะชัดของภาพ ส่วนแผ่นรับภาพจะติดไว้ด้านหลังที่ช่องมองภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1843 ได้มีการนำภาพถ่ายมาใช้ในการโฆษณาครั้งแรกที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1851 Frederick Scott Archer ได้คิดค้นระบบที่มีชื่อเรียกว่าระบบ Collodion โดยใช้แผ่นรับภาพแบบแห้ง ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ถึง 3 วินาทีในการบันทึกภาพในสภาพแสงปกตินอกอาคาร ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองก็มีการทดลองบันทึกภาพถ่ายใต้น้ำด้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1859 มีการจดสิทธิบัตรกล้องถ่ายภาพแบบ Panorama<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1871 นาย Richard Leach Maddox ได้คิดค้นแผ่นรับภาพแบบแห้งโดยใช้สารเจลาตินซึ่งมีชื่อเรียกระบบนี้ว่า ระบบ Gelatin Dry Plate Silver Bromide แผ่นรับภาพชนิดนี้ทำให้ช่างถ่ายภาพไม่จำเป็นต้องชะโลมด้วยน้ำยาเคมีเพื่อทำ การล้างภาพทันทีหลังจากบันทึกภาพเสร็จเหมือนกรรมวิธีในระบบก่อนหน้านี้ ในช่วงท้ายของทศวรรษ 1870 ความเร็วในการบันทึกภาพเหลือเพียง 1 ใน 25 วินาที</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1879166894/411c97f3c1622e7849e32e04298ce376/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_daguerreotype.jpg" />
         <pubDate>2022-11-08 04:46:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374355233</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่2ของ กล้องถ่ายรูป ที่2</title>
         <author>1063837</author>
         <link>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374358069</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1953 นาย Harold Eugene Edgerton จากบริษัท EG&amp;G ได้ร่วมมือกับนาย Jaques Yves Cousteau นักสำรวจใต้น้ำชาวฝรั่งเศสเริ่มใช้กล้องถ่ายภาพท้องมหาสมุทรโดยใช้คลื่น โซนาร์ในการวัดระยะระหว่างกล้องกับพื้นมหาสมุทร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1968 ยาน Apollo 8 ได้ทำการบันทึกภาพของโลกจากดวงจันทร์เป็นครั้งแรก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1978 บริษัทผลิตกล้อง Konica ได้ประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพแบบหาระยะชัดโดยอัตโนมัติ (Automatic Focus Camera)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1980 บริษัท Sony เริ่มแสดงต้นแบบกล้องถ่ายวีดิโอ ในปีถัดมา บริษัท Sony ได้ออกกล้อง<br>ถ่ายภาพนิ่งแบบอีเลคทรอนิคซึ่งใช้หลักการเดียวกับการบันทึกวีดีโอและใช้แผ่น เก็บข้อมูลขนาดเล็ก ซึ่งสามารถดูภาพและพิมพ์ภาพจากเครื่องอ่านที่สร้างเฉพาะงาน ระบบดังกล่าวคล้ายกับระบบที่บริษัท Texas Instruments คิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1972 คุณภาพของภาพที่ได้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำเทียบเท่ากับภาพบนจอทีวี<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1985 บริษัท Pixar ได้นำเสนอเทคโนโลยีการสร้างและประมวลภาพด้วยระบบดิจิตอล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1986 บริษัท Fuji ได้ริเริ่มผลิตกล้องแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1988 บริษัท Fuji ได้ออกกล้อง Fuji DS-1P ซึ่งถือเป็นกล้องดิจิตอลแรกที่สร้างไฟล์ภาพนำมาใช้ในคอมพิวเตอร์ได้ ตัวกล้องมีการ์ดความจำ 16 MB และต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่รักษาข้อมูลตลอดเวลา กล้องดังกล่าวไม่ได้มีการวางจำหน่ายมากนัก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1990 กล้องที่มีการวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ คือกล้อง Dycam Model 1 ใช้หน่วยบันทึกภาพแบบ CCD (Charge Couple Device) และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โดยตรงในการส่งข้อมูลภาพ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1879166894/945b0d70a841853a8c7f88b9e86e7e05/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_polaroid_model_20_swinger.jpg" />
         <pubDate>2022-11-08 04:49:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374358069</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่3 ของ กล้องถ่ายรูป ที่3</title>
         <author>1063837</author>
         <link>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374359510</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1991 บริษัท Kodak ได้นำกล้อง Kodak DCS-100 ออกจำหน่ายโดยใช้ตัวกล้องแบบใช้ฟิล์มของยี่ห้ออื่นมาดัดแปลง (ใช้กล้องของ Nikon) Kodak ได้ให้การนิยามในการเรียกเม็ดสีแต่ละเม็ดของภาพดิจิตอลว่า “พิกเซล” (Pixel) ขนาดของไฟล์ภาพสำหรับกล้องรุ่นนี้อยู่ที่ 1.3 เมกกะพิกเซล กล้องดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูงและมีเป้าหมายในการจำหน่ายแก่ช่างภาพมือ อาชีพและนักข่าว<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1995 กล้อง Ricoh RDC-1 ได้ถูกวางจำหน่าย ถือเป็นกล้องแรกที่สามารถอัดคลิบวีดีโอได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1879166894/b138fc644e98f0813d2c7ac17585a479/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_dycam_model_1.jpg" />
         <pubDate>2022-11-08 04:50:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374359510</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่4ของ กล้องถ่ายรูป ที่4</title>
         <author>1063837</author>
         <link>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374360985</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1995 นาย Phillipe Kahn ได้ประดิษฐ์ระบบบันทึกภาพสำหรับโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องแรก และ ในปีค.ศ. 2000 บริษัท J-Phone ได้ออกโทรศัพท์มือถือรุ่น J-SH04 ที่สามารถบันทึกภาพได้จำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก หลังจากนั้น บริษัทผลิตกล้องชั้นนำต่างก็ผลิตกล้องดิจิตอลที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีหน่วยบันทึกภาพที่ให้คุณภาพ และความละเอียดสูงขึ้น ในขณะที่ราคาลดต่ำลง มีแบบและรุ่นต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ทำให้การถ่ายภาพเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1879166894/a14ecdfc5ad891f406d916ec2b1d4783/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_ricoh_rdc_1.jpg" />
         <pubDate>2022-11-08 04:52:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374360985</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่5ของ กล้องถ่ายรูป ที่5</title>
         <author>1063837</author>
         <link>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374367209</link>
         <description><![CDATA[<div>เมื่อกล้องพัฒนาเป็นอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ในยุคที่กล้องดิจิตอลพัฒนาไปถึงขีดสุด ไม่รู้ภาพจะชัดกว่านี้ยังไงแล้ว ก็หันมาพัฒนาด้านอื่นแทน เช่น บรรจุ GPS, Wifi, เพิ่มฟังก์ชั่นการถ่ายวิดีโอ Full HD หรือสโลว์โมชั่น, ทำหน้าจอสัมผัส หรือใส่ฟังก์ชั่นการแก้ไขภาพเข้าไปในกล้องเลย อะไรอย่างนี้เป็นต้น</div><div><br>นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาให้ตัวกล้องเล็กลงเรื่อย ๆ จนแตกกล้องออกเป็นกล้องอีกประเภทหนึ่งคือกล้อง Mirrorless คือใช้เซนเซอร์ขนาดใหญ่เท่า DSLR ในบางรุ่นถึงกับใส่เซนเซอร์ระดับฟุลเฟรมเข้าไปเลย เพื่อให้ขนาดกล้องเล็กลง เนื่องจากไม่ต้องบรรจุกระจกสะท้อนเข้าไปในกล้อง สำหรับกล้องประเภทนี้ ทางค่าย Sony และ Olympus เป็นผู้นำ ซึ่งผลิตออกมานานแล้ว&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1879166894/ee08c8233f6af09dba90bb81d22b79bc/Canon_EOS_1DxII_hero_3000_1920x1290.webp" />
         <pubDate>2022-11-08 04:57:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1063837/6mhikgq9u9tyq87o/wish/2374367209</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
