<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ฐานข้อมูล ม.6.10 by Olive-Oil Haha</title>
      <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10</link>
      <description>1. จงสรุปแนวคิดในการจัดการข้อมูลจากอดีตถึงปัจจุบัน 
2.โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย
3. การเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลมีข้อจำกัดอย่างไร จงอธิบาย
4. ฐานข้อมูลคืออะไร และยกตัวอย่างฐานข้อมูลที่นักศึกษารู้จักมาสองระบบ
5. ฐานข้อมูลช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูลอย่างไร
6. ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คืออะไร มีส่วนสำคัญต่อฐานข้อมูลอย่างไร
</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-07-24 02:48:28 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2017-07-24 03:12:59 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Watchclock.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>นางสาวนภัสสร จันทะคูณม6.10เลขที่18</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282938</link>
         <description><![CDATA[<div><br>1)  ตอบ ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก<br>    ในปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน DBMS <br><br><br>2)  ตอบ  <strong>1. บิต</strong> : <br>                   คือ  ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>              <strong>2</strong>. <strong>ไบต์ </strong>: <br>                   คือ  เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>          </strong><br><strong>           3. ฟิลด์  (Field)</strong></div><div>ฟิลด์ คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง </div><div>          <strong>4. เรคคอร์ด  (Record)</strong></div><div>เรคคอร์ด คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน<br>         <strong>5. แฟ้มข้อมูล  (File)</strong></div><div>แฟ้มข้อมูล คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท  <br>    5.1 แบ่งประเภทตามลักษณะของข้อมูล<br>    5.2  แบ่งตามลักษณะการใช้งาน<br>            <br>3)  ตอบ  .ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file) ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน</div><div>     2. ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่</div><div>         - ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)</div><div>         - ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)</div><div>         - ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)</div><div>      3. มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์ (Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้ </div><div>            1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล</div><div>            2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของชื่อพนักงาน จาก 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร</div><div>            3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่งครบทุกรายการ</div><div>            4. ลบไฟล์หลักทิ้ง</div><div>            5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก</div><div>    4. รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการเขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้</div><div>    5. โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวในโปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่  ทำให้เสียค่าใช้จ่าย<br><br><br>4)  ตอบ  คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system </div><div><strong>ตัวอย่าง.ฐานข้อมูล</strong></div><div>1. แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล </div><div>2. แฟ้มข้อมูลเงินเดือนของแผนกจ่ายเงินเดือนและแฟ้มข้อมูลสวัสดิการของแผนกจ่ายเงินเดือน<br><br><br>5) ตอบ  ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br><br><br>6) ตอบ  ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล ตัวอย่างของ DBMS ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่   Microsoft Access, FoxPro, SQL Server, Oracle, Informix, DB2 เป็นต้น<br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:50:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282938</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว พัฒชณีย์ การเรียน ม6/10  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282943</link>
         <description><![CDATA[<div>เลขที่ 17&nbsp;<br><br>1.- ในอดีตไม่มีเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลทำให้ต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ ของกระดาษทำให้ข้อมูลนั้นเกิดความเสียหายหรือสูญหายได้ง่ายเพราะกระดาษไม่มี ความคงทนถาวรและเมื่อเสียหายหรือสูญหายไปจะทำให้ข้อมูลนั้นไม่ครบถ้วนสมบูรณ อาจจะทำให้เกิดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นได้ง่าย</div><div>- ในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเก็บข้อมูลมากขึ้นทำให้ข้อมูล นั้นสามารถเรียกหาได้ง่ายและมีความรวดเร็วในการหยิบใช้ข้อมูล<br>2.<br>&nbsp; &nbsp; 2.1&nbsp; บิต (Bit)<br>&nbsp; &nbsp; 2.2ไบต์ (Byte)<br>&nbsp; &nbsp; 2.3ฟิลด์ (Field)<br>&nbsp; &nbsp; 2.4เรคคอร์ด (Record)<br>&nbsp; &nbsp; 2.5เรคคอร์ด (Record)<br>3.<br>&nbsp; &nbsp; 3.1 ข้อมูล มีการจัดเก็บแยกจากกัน<br>&nbsp; &nbsp; 3.2 เกิด ความซ้ำซ้อนของข้อมูล&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; 3.4 ข้อมูล มีความขึ้นต่อกัน<br>&nbsp; &nbsp; 3.5 ความ ไม่สอดคล้องกันของข้อมูล&nbsp;<br>4.<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4.1 ระบบฐานข้อมูลพนักงานในบริษัท&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4.2 ระบบฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท<br>5.<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ฐาน ข้อมูลจะช่วยแก้ปัญหาของการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูล โดยที่จะทำให้หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สามารถรักษาความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูล สามารถกำหนดความเป็นมามาตรฐานเดียวกัน สามารถกำหนดระบบรักษาความปลอดภัยได้&nbsp;<br>6.<br>ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง การเรียกใช้งาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ช่วยกำหนดและเก็บโครงสร้างฐานข้อมูล ช่วยบรรจุข้อมูลลงฐานข้อมูล ประสานงานกับระบบปฏิบัติการ ช่วยควบคุมความปลอดภัย การจัดทำข้อมูลสำรองและการกู้ แล้วยังทำหน้าที่จัดทำพจนานุกรมข้อมูล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:50:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282943</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วัชพล บัวไกร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282955</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก<br>2.<br>&nbsp; &nbsp;1.บิต : คือประกอบไปด้วยเลขฐานสองใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; 2.ไบต์ : คือเป็นการนำบิตหลายๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<br>&nbsp; &nbsp; 3.ฟิลด์ (Field) คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4.เรคคอร์ด (Record) คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน<br>     5. แฟ้มข้อมูล (File) คือ แฟ้มข้อมูล (Data File) เป็นกลุ่ม<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:50:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282955</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายพรดรัล ศรีแสง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282969</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ในอดีตการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะแฟ้มข้อมูล โดยแต่ละแฟ้มจะเป็นอิสระต่อกัน ซึ่งยุ่งยากในการเพิ่มหรือลบข้อมูล ในปัจจุบันใช้ระบบฐานข้อมูล DBMS ซึ่งง่ายเวลาค้นหาและข้อมูลเก็บไว้ในที่เดียวกัน แต่ต้นทุนสูง              2.บิต(bit) ประกอบด้วยเลขฐานสอง                   ไบต์(byte) คือการนำbitหลายๆbit มาเรียงต่อกันจนครบ8                                                        ฟิลด์(field) คือการนำอักขระตั้งแต่หนึ่งตัวมารวมกันเพื่อให้เกิดความหมาย                           เรคอร์ด(record) คือกลุ่มของfield ที่สัมพันธ์  กัน                                                                    Database คือการรวมกันของหลาย files              3. ข้อมูลมีการจัดเก็บแยกจากกัน จะมีการเก็บข้อมูลแยกกันหลายแฟ้ม ซึ่งแต่ละแฟ้มจะมีคีย์หลักที่เชื่อมข้อมูลเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้ข้อมูลแยกจากกัน และเกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เนื่องจากการเก็บข้อมูลที่แยกจากกัน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันได้ และยังทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลอีกด้วย                                                   4.ฐานข้อมูล (Database) ประกอบด้วยรายระเอียดข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะถูกนำมาใช้งานในด้านต่าง ๆ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ให้เป็นศูนย์กลางอย่างมีระบบซึ่งสามารถเรียกใช้งานร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์ในการจัดการ แลการเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ<br>ตัวอย่างฐานข้อมูลที่รู้จัก ระบบฐานข้อมูลของโรงเรียน                                                               5.ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้             6.</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:50:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282969</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ชัยมงคล รักอยู่ เลขที่ 12 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282976</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก ระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงานถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม </div><div>      ในปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน DBMS </div><div><br>2.<strong>1. บิต</strong> คือ  ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง<br>   <strong>2</strong>. <strong>ไบต์  </strong>คือ  เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>       3. ฟิลด์  </strong> คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อ -สกุล</div><div><strong> 4. เรคคอร์ด </strong> คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน</div><div><strong>5. แฟ้มข้อมูล  </strong>คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท</div><div><br>3. ตอบ   1.ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ </div><div>     2. ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ </div><div>         - ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)</div><div>         - ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)</div><div>         - ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)</div><div>      3. มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์ (Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล</div><div>    4. รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ </div><div>    5. โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์</div><div><br>4.ตอบ  คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system </div><div><strong>ตัวอย่าง.ฐานข้อมูล</strong></div><div>1. แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล </div><div>2. แฟ้มข้อมูลเงินเดือนของแผนกจ่ายเงินเดือนและแฟ้มข้อมูลสวัสดิการของแผนกจ่ายเงินเดือน<br><br>5.ตอบ  ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br><br>6.ตอบ  ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:50:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282976</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย จิรายุ จันทร์แย้ม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282984</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1</strong>.ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก ระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงานถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม<br>      ในปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน <br><strong>2.</strong><br><strong>1. บิต</strong> : คือ  ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>  <strong>2</strong>. <strong>ไบต์ </strong>: คือ  เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>     3. ฟิลด์  (Field)</strong>ฟิลด์ คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง</div><div><strong>4. เรคคอร์ด  (Record)</strong>เรคคอร์ด คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน</div><div><strong>5. แฟ้มข้อมูล  (File)</strong>แฟ้มข้อมูล คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท แฟ้มข้อมูลที่จะนำมาใช้ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อาจมีแฟ้มข้อมูลเดียวหรือหลายแฟ้มข้อมูล</div><div><br><strong>3.</strong><br>      1.ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file) ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน</div><div>     2. ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น</div><div>     3. มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์ <br><strong>4.</strong>คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system </div><div><strong>ตัวอย่าง.ฐานข้อมูล</strong></div><div>1. แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล </div><div>2. แฟ้มข้อมูลเงินเดือนของแผนกจ่ายเงินเดือนและแฟ้มข้อมูลสวัสดิการของแผนกจ่ายเงินเดือน<br><strong>5.</strong>ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย<br><strong>6.</strong>ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:50:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179282984</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย  พงศกร  พูนยอด ม 6.10 เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283025</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ตอบ ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลักและในปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน DBMS<br><br>2. ตอบ <strong>1. บิต (Bit) </strong>เป็นหน่วยข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและนำไปใช้งานได้ ได้แก่ เลข 0 และ เลข 1</div><div><strong>2. ไบต์ (Byte) หรือ อักขระ(Character) </strong>ได้แก่ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว&nbsp;</div><div><strong>3. ฟิลด์ (Flied) </strong>คือ อักขระ ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป รวมกันเป็น ฟิลด์ เช่น เลขประจำตัว ชื่อสกุล เป็นต้น</div><div><strong>4. เรคคอร์ด (Record) </strong>คือ การนำเอาฟิลด์หลายฟิลด์และมีความสัมพันธ์มารวมกลุ่มกัน เช่น นักเรียนแต่ละคนจะมีข้อมูที่เกี่ยวกับ ชื่อ สกุล อายุ เพศ เกรดเฉลี่ย</div><div><strong>5. แฟ้มข้อมูล หรือ ไฟล์ ( Flies) </strong>คือ เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน และเป็นเรื่องเดียวกันเช่น แฟ้มข้อมูลนักเรียนห้อง ม.1/1 จำนวน 50 คน ทุกคนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ สกุล เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย ฯ</div><div><strong>6. ฐานข้อมูล (Database)</strong></div><div>คือ การเก็บรวบรวมไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องมารวมกัน<br><br>3. ตอบ &nbsp; ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันมาจัดเก็บในที่เดียวกัน ซึ่งแต่เดิมถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแฟ้มข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูลมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบแฟ้มข้อมูล ได้แก่ ความซ้ำซ้อนของข้อมูล ความขัดแย้งของข้อมูลความยากในการแก้ไขและบำรุงรักษา การผูกติดกับข้อมูล การกระจายของข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลดลง</div><div><br>4. ตอบ ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันมาจัดเก็บในที่เดียวกัน ซึ่งแต่เดิมถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแฟ้มข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูลมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบแฟ้มข้อมูล<br><br>5.ตอบ&nbsp; ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br><br>6.ตอบ&nbsp; ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS&nbsp;<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:51:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283025</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วิสิษฎ์ เรืองนา  เลขที่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283027</link>
         <description><![CDATA[<div>1.<br>อดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก<br>ปัจจุบันมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน<br>2.<br>2.1)บิต<br>&nbsp;คือ&nbsp; ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp;2.2)ไบต์<br>คือ&nbsp; เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong></div><div>2.3)ฟิลด์<br>&nbsp;คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อ –สกุล &nbsp;<br>2.4)เรคคอร์ด&nbsp;<br>คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน เช่น เรคคอร์ดนักศึกษาจะประกอบ ด้วยรายละเอียดของข้อมูลนักศึกษา&nbsp; ฉะนั้นข้อมูลนักศึกษา&nbsp; 1&nbsp; คน จะเป็น&nbsp; 1 เรคคอร์ด<br>2.5)แฟ้มข้อมูล&nbsp;<br>คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท แฟ้มข้อมูลที่จะนำมาใช้ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อาจมีแฟ้มข้อมูลเดียวหรือหลายแฟ้มข้อมูล<br>3.<br>3.1)ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว<br>3.2) ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้<br>3.3) มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล&nbsp;<br>3.4) รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์<br>3.5)โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ<br>4.<br>คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system &nbsp;<br>เช่น แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล&nbsp;<br>5.<br>&nbsp;ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br>6.<br>หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:51:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283027</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว ณัฐชา เศรษฐวิทยา </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283043</link>
         <description><![CDATA[<div>1 ตอบ ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันมาจัดเก็บในที่เดียวกัน ซึ่งแต่เดิมถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแฟ้มข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูลมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบแฟ้มข้อมูล ได้แก่ ความซ้ำซ้อนของข้อมูล ความขัดแย้งของข้อมูลความยากในการแก้ไขและบำรุงรักษา การผูกติดกับข้อมูล การกระจายของข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลดลง<br>2 ตอบ&nbsp; บิต (Bit) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สถานะคือ 0 และ 1<br>&nbsp;ไบต์ (Byte) เป็นการนำจำนวนบิตมารวมกันเป็นไบต์ ได้แก่ ตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, a เป็นต้น โดยที่ 1 ไบต์มีค่าเท่ากับ 8 บิต<br>&nbsp;ฟิลด์ (Field) เป็นการนำไบต์หลาย ๆ ตัวมารวมกันเป็นฟิลด์เพื่อให้เกิดความหมาย เช่น Salary เป็นฟิลด์ที่เก็บเงินเดือนพนักงานเป็นต้น<br>&nbsp; เรคคอร์ด (Record) เป็นกลุ่มของฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน ในหนึ่งเรคคอร์ดจะประกอบด้วยฟิลด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันรวมกันเป็นชุด เช่น เรคคอร์ดของประวัตินักศึกษา ประกอบด้วยฟิลด์รหัสนักศึกษา ชื่อ-สกุล วันเกิด ที่อยู่ จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ ชื่อที่อยู่ผู้ปกครองเป็นต้น<br>&nbsp;ไฟล์ (File) หรือ แฟ้มข้อมูล (Data File) เป็นกลุ่มของเรคคอร์ดที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ในแฟ้มประวัตินักศึกษาจะประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ในวิทยาลัย<br>3 ตอบ&nbsp; ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน (duplication of data/data redundancy) คือ สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยก&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้&nbsp; ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่<br>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)<br>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)<br>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)<br>- &nbsp; ข้อมูลมีการเก็บแยกจากกัน (separation and isolation of data) คือ เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file)ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน<br>- &nbsp; ข้อมูลมีความขึ้นต่อกัน (data dependence) คือ เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์(Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้<br>1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล<br>2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของชื่อพนักงาน จาก&nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร<br>3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่งครบทุกรายการ<br>4. ลบไฟล์หลักทิ้ง<br>5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก<br>- &nbsp; มีรูปแบบที่ไม่ตรงกัน (incompatible file formats) คือ โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการเขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้<br>- &nbsp; รายงานต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างจำกัด (fixed queries/proliferation of application programs) คือ ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์&nbsp; ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวในโปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่&nbsp; ทำให้เสียค่าใช้จ่าย<br>4 ตอบ โครงสร้างของการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประมวลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ เช่น การใช้บริการห้องสมุด และ การใช้งานอินเทอร์เน็ต<br>5 ตอบ 1. สามารถลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้<br>2. หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้<br>3. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้<br>4. สามารถรักษาความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล<br>5. สามารถกำหนดความเป็นมาตรฐานเดียวกันของข้อมูลได้<br>6. สามารถกำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้<br>&nbsp;7. เกิดความเป็นอิสระของข้อมูล<br>6 ตอบ&nbsp; ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการบริหารและจัดการฐานข้อมูลในการสร้าง การเรียกใช้ การปรับปรุงฐานข้อมูล เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับระบบฐานข้อมูล&nbsp; โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล เช่นMicrosoft Access, Oracle, My SQL หรือ SQL Sever และหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล แปลงคำสั่งที่ใช้จัดการกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล ให้อยู่ในรูปแบบที่ฐานข้อมูลเข้าใจ นำคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแปลแล้ว ไปสั่งให้ฐานข้อมูลทำงาน เช่น การเรียกใช้ (Retrieve) จัดเก็บ (Update) ลบ (Delete) เพิ่มข้อมูล (Add) เป็นต้น ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล โดยจะคอยตรวจสอบว่าคำสั่งใดที่สามารถทำงานได้ และคำสั่งใดที่ไม่สามารถทำงานได้ รักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลภายในฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องอยู่เสมอ เก็บรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลไว้ในพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มักจะถูกเรียกว่า เมทาดาตา (MetaData) ซึ่งหมายถึง "ข้อมูลของข้อมูล" ควบคุมให้ฐานข้อมูลทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รายชื่อระบบจัดการฐานข้อมูล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:51:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283043</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว สุปราณี นันทแพทย์ เลขที่23 ม.6.10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283054</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ในอดีตจะจัดเก็บข้อมูลแบบแฟ้ม แต่ปัจจุปันมีการใช้ระบบจัดการ ข้อมูลที่เรียกว่า ระบบข้อมูลDBMS<br><br>2.<strong> 1. บิต</strong> : <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คือ&nbsp; ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>2</strong>. <strong>ไบต์ </strong>: <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คือ&nbsp; เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. ฟิลด์&nbsp; (Field)</strong></div><div>ฟิลด์ คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อ –สกุล&nbsp; อายุ&nbsp; เงินเดือน&nbsp; ที่อยู่&nbsp; เบอร์โทรศัพท์&nbsp; เป็นต้น</div><div><strong>4. เรคคอร์ด&nbsp; (Record)</strong></div><div>เรคคอร์ด คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน เช่น เรคคอร์ดนักศึกษาจะประกอบ ด้วยรายละเอียดของข้อมูลนักศึกษา&nbsp; ฉะนั้นข้อมูลนักศึกษา&nbsp; 1&nbsp; คน จะเป็น&nbsp; 1 เรคคอร์ด</div><div><strong>5. แฟ้มข้อมูล&nbsp; (File)</strong></div><div>แฟ้มข้อมูล คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท แฟ้มข้อมูลที่จะนำมาใช้ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อาจมีแฟ้มข้อมูลเดียวหรือหลายแฟ้มข้อมูล แฟ้มข้อมูลแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.1 แบ่งประเภทตามลักษณะของข้อมูล&nbsp; ได้แก่</div><div>- แฟ้มข้อมูลโปรแกรม (Program&nbsp; file) เป็นแฟ้มข้อ มูลที่เก็บโปรแกรมคำสั่งที่เขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์&nbsp;</div><div>- แฟ้มข้อมูลข้อความ (Text&nbsp; file) เป็นแฟ้มข้อมูลที่เก็บข้อมูลเป็นข้อความเช่น แฟ้มเอกสารต่าง ๆ ที่มีสกุล&nbsp; .txt, .csv&nbsp; เป็นต้น</div><div>- แฟ้มข้อมูลเสียง (Sound&nbsp; file)&nbsp; เป็นแฟ้มข้อมูลเสียงที่มีสกุล&nbsp; .mid (midi) หรือสกุล .wav (wave)&nbsp; เป็นต้น</div><div>- แฟ้มข้อมูลวีดิโอ(Video file)เป็นแฟ้มข้อมูลที่มีสกุล .ave, .mov, .mpg</div><div>- แฟ้มข้อมูลภาพกราฟิก(Graphic file) เป็นแฟ้มข้อมูลที่เป็นรูปภาพที่มีสกุล .bmp, .jpg, .gif, tif, .png&nbsp; เป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.2&nbsp; แบ่งตามลักษณะการใช้งานได้แก่</div><div>แฟ้มข้อมูลหลัก (Master&nbsp; file)&nbsp; หรือแฟ้มข้อมูลถาวรคือ&nbsp; แฟ้มข้อมูลที่เก็บข้อมูลสำคัญซึ่งต้องการเก็บไว้อย่างถาวร การปรับปรุงจะใช้ข้อมูลจากแฟ้มรายการ&nbsp; ในงานหนึ่ง ๆอาจมีแฟ้มข้อมูลหลักมากกว่า&nbsp; 1&nbsp; แฟ้มก็ได้&nbsp; ตัวอย่างแฟ้มข้อมูลหลัก เช่น แฟ้มข้อมูลลูกค้า แฟ้มข้อมูลรายการสินค้า เป็นต้น</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แฟ้มรายการ&nbsp; (Transaction&nbsp; file)&nbsp; หรือแฟ้มข้อมูลชั่วคราว คือ&nbsp; แฟ้มข้อมูลที่รวบรวมการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของแฟ้มข้อมูลหลักเก็บเป็นรายการย่อย ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะนำไปทำการปรับปรุงกับแฟ้มข้อมูลหลัก&nbsp; เช่น&nbsp; แฟ้มข้อมูลการชำระหนี้ของลูกค้า&nbsp; รายการขายสินค้าประจำวัน&nbsp; รายการเงินฝาก – ถอน การสำรองเที่ยวบิน&nbsp; เป็นต้น</div><div><br><br></div><div><br></div><div>ในการปรับปรุงแก้ไขแฟ้มข้อมูลหลัก โดยทั่วไปจะใช้แฟ้มข้อมูล 2 แฟ้ม โดยแฟ้มแรกใช้เก็บข้อมูลหลักที่กำลังทำการปรับปรุงแก้ไข แฟ้มที่สองจะเก็บข้อมูลเฉพาะรายการเปลี่ยนแปลง</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แฟ้มข้อมูลสำรอง (Backup&nbsp; file)&nbsp; หมายถึง&nbsp; แฟ้มข้อมูลที่ได้จากการทำสำเนาแฟ้มข้อมูลสำคัญเอาไว้ใช้ในกรณีที่แฟ้มข้อมูลสำคัญมีปัญหาอาจใช้แฟ้มข้อมูลสำรองแทน<br>3.1.ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file) ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์ (Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของชื่อพนักงาน จาก 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่งครบทุกรายการ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. ลบไฟล์หลักทิ้ง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก<br><br>4.คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system&nbsp;</div><div><strong>ตัวอย่าง.ฐานข้อมูล</strong></div><div>1. แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล&nbsp;</div><div>2. แฟ้มข้อมูลเงินเดือนของแผนกจ่ายเงินเดือนและแฟ้มข้อมูลสวัสดิการของแผนกจ่ายเงินเดือน<br><br>5. ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br><br>6.ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล ตัวอย่างของ DBMS ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ &nbsp; Microsoft Access, FoxPro, SQL Server, Oracle, Informix, DB2 เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:51:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283054</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย กิตติพงศ์ สุจริตธรรม เลขที่ 11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283068</link>
         <description><![CDATA[<div>1.<br>อดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก<br>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน<br>2.<strong> <br></strong>2.1<strong>. บิต</strong> คือ&nbsp; ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br> 2.2. <strong>ไบต์</strong>คือ&nbsp; เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>&nbsp; &nbsp; </strong>2.3.<strong> ฟิลด์ </strong>คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อ –&nbsp; &nbsp; &nbsp; สกุล&nbsp; อายุ&nbsp; เงินเดือน&nbsp; ที่อยู่&nbsp; เบอร์โทรศัพท์&nbsp; เป็นต้น<br>2.4<strong>. เรคคอร์ด</strong>คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน เช่น เรคคอร์ดนักศึกษาจะประกอบ ด้วยรายละเอียดของข้อมูลนักศึกษา&nbsp; ฉะนั้นข้อมูลนักศึกษา&nbsp; 1&nbsp; คน จะเป็น&nbsp; 1 เรคคอร์ด<br>2.5.<strong> แฟ้มข้อมูล</strong>คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท แฟ้มข้อมูลที่จะนำมาใช้ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อาจมีแฟ้มข้อมูลเดียวหรือหลายแฟ้มข้อมูล<br>3.<br>3.1 ข้อมูล มีการจัดเก็บแยกจากกัน จะมีการเก็บข้อมูลแยกกันหลายแฟ้ม ซึ่งแต่ละแฟ้มจะมีคีย์หลักที่เชื่อมข้อมูลเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้ข้อมูลแยกจากกัน<br>3.2 เกิด ความซ้ำซ้อนของข้อมูล เนื่องจากการเก็บข้อมูลที่แยกจากกัน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันได้ และยังทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลอีกด้วย<br>3.3 ข้อมูล มีความขึ้นต่อกัน ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล จะส่งผลให้ข้อมูลในหน่วยงานอื่น ๆ ที่จัดเก็บไม่ตรงกัน&nbsp;<br>3.4 ความ ไม่สอดคล้องกันของข้อมูล คือ ข้อมูลเดียวกันจะถูกจัดเก็บไว้ในหลาย ๆ แห่ง มีค่าไม่ตรงกัน ซึ่งอาจเกิดจากการผิดพลาดของการป้อนข้อมูล มีรูปแบบไม่ตรงกันรายงาน ต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างจำกัด เนื่องจากระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน ถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม ส่วนที่โปรแกรมเมอร์มาพัฒนาโปรแกรม จะมีส่วนกำหนดรายงานที่หน่วยงานจะใช้ เมื่อต้องการรายงานอื่น ๆ ในอนาคตก็จะต้องทำการจ้างโปรแกรมเมอร์อีกครั้ง<br>4.<br>&nbsp; &nbsp;หมายถึง กลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน นำมาเก็บรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลที่ประกอบกันเป็นฐาน ข้อมูลนั้น ต้องตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานขององค์กรด้วยเช่นกัน เช่น ในสำนักงานก็รวบรวมข้อมูล ตั้งแต่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่มาติดต่อจนถึงการเก็บเอกสารทุกอย่างของ สำนักงาน ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะมีส่วนที่สัมพันธ์กันและเป็นที่ต้องการนำออกมาใช้ ประโยชน์ต่อไปภายหลัง ข้อมูลนั้นอาจจะเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของสถานที่ หรือเหตุการณ์ใด ๆ ก็ได้ที่เราสนใจศึกษา&nbsp; หรืออาจได้มาจากการสังเกต การนับหรือการวัดก็เป็นได้ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข&nbsp; ข้อความ&nbsp; และรูปภาพต่าง ๆ ก็สามารถนำมาจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลได้ และที่สำคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กัน<br>4.1 ระบบฐานข้อมูลพนักงานในบริษัท<br>4.2 ระบบฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท<br>5.<br>ฐาน ข้อมูลจะช่วยแก้ปัญหาของการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูล โดยที่จะทำให้หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สามารถรักษาความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูล สามารถกำหนดความเป็นมามาตรฐานเดียวกัน สามารถกำหนดระบบรักษาความปลอดภัยได้&nbsp; และมีความเป็นอิสระของข้อมูลและโปรแกรมอีกด้วย<br>6.<br> ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง การเรียกใช้งาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย และยังมีความสำคัญต่อฐานข้อมูล เช่น ช่วยกำหนดและเก็บโครงสร้างฐานข้อมูล ช่วยบรรจุข้อมูลลงฐานข้อมูล ประสานงานกับระบบปฏิบัติการ ช่วยควบคุมความปลอดภัย การจัดทำข้อมูลสำรองและการกู้ แล้วยังทำหน้าที่จัดทำพจนานุกรมข้อมูล</div><div><br><br><br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div><br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:51:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283068</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวีรภัทร บุญคง ม.6.10 เลขที่7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283081</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ตอบ&gt;&gt;  การจัดการข้อมูลในอดีตจะทำการจัดเก็บในลักษณะของแฟ้มข้อมูล โดยแต่ละแฟ้มข้อมูลจะประมวลผลเป็นอิสระจากกัน ซึ่งจะทำให้มีความยุ่งยากมากต่อการเพิ่มข้อมูล ลบข้อมูล และแก้ไขข้อมูล เพราะอาจจะทำให้เกิดการซ้ำซอนของข้อมูลขึ้นได้<br>แต่ปัจจุบันได้ใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่าระบบฐานข้อมูล DBMS ซึ่งง่ายต่อการค้นหาและเรียกใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นระบบที่แก้ไขปัญหาของระบบแฟ้มข้อมูลนั่นเอง แต่ต้องแลกกับต้นทุนที่สูง<br>2.ตอบ&gt;&gt;  - <strong>บิต</strong> (Bit) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สถานะคือ 0 และ 1</div><div>                - <strong>ไบต์</strong> (Byte) เป็นการนำจำนวนบิตมารวมกันเป็นไบต์ ได้แก่ ตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, a เป็นต้น โดยที่ 1 ไบต์มีค่าเท่ากับ 8 บิต</div><div>                - <strong>ฟิลด์</strong> (Field) เป็นการนำไบต์หลาย ๆ ตัวมารวมกันเป็นฟิลด์เพื่อให้เกิดความหมาย เช่น Salary เป็นฟิลด์ที่เก็บเงินเดือนพนักงานเป็นต้น</div><div>                - <strong>เรคคอร์ด</strong> (Record) เป็นกลุ่มของฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน ในหนึ่งเรคคอร์ดจะประกอบด้วยฟิลด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันรวมกันเป็นชุด เช่น เรคคอร์ดของประวัตินักศึกษา ประกอบด้วยฟิลด์รหัสนักศึกษา ชื่อ-สกุล วันเกิด ที่อยู่ จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ ชื่อที่อยู่ผู้ปกครองเป็นต้น</div><div>                - <strong>ไฟล์</strong> (File) หรือ แฟ้มข้อมูล (Data File) เป็นกลุ่มของเรคคอร์ดที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ในแฟ้มประวัตินักศึกษาจะประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ในวิทยาลัย</div><div><br>3.ตอบ&gt;&gt; ข้อจำกัดของการเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูล<br>-ข้อมูลมีการจัดเก็บแยกจากกัน จะมีการเก็บข้อมูลแยกกันหลายแฟ้ม ซึ่งแต่ละแฟ้มจะมีคีย์หลักที่เชื่อมข้อมูลเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้ข้อมูลแยกจากกัน<br>-เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เนื่องจากการเก็บข้อมูลที่แยกจากกัน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันได้ และยังทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลอีกด้วย<br>-ข้อมูลมีความขึ้นต่อกัน ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล จะส่งผลให้ข้อมูลในหน่วยงานอื่น ๆ ที่จัดเก็บไม่ตรงกัน<br>-ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล คือ ข้อมูลเดียวกันจะถูกจัดเก็บไว้ในหลาย ๆ แห่ง มีค่าไม่ตรงกัน ซึ่งอาจเกิดจากการผิดพลาดของการป้อนข้อมูล มีรูปแบบไม่ตรงกัน<br>-รายงานต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างจำกัด เนื่องจากระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน ถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม ส่วนที่โปรแกรมเมอร์มาพัฒนาโปรแกรม จะมีส่วนกำหนดรายงานที่หน่วยงานจะใช้ เมื่อต้องการรายงานอื่น ๆ ในอนาคตก็จะต้องทำการจ้างโปรแกรมเมอร์อีกครั้ง<br>4.ตอบ&gt;&gt; ฐานข้อมูล (Database) ประกอบด้วยรายระเอียดข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะถูกนำมาใช้งานในด้านต่าง ๆ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ให้เป็นศูนย์กลางอย่างมีระบบซึ่งสามารถเรียกใช้งานร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์ในการจัดการ แลการเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ<br>ตัวอย่างฐานข้อมูลที่รู้จัก ระบบฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ระบบฐานข้อมูลของมหาวิยาลัย เป็นต้น<br>5.ตอบ&gt;&gt; ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) หมายถึง โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูลทั้งการสร้าง, การเรียกใช้งาน, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย โดยระบบจัดการฐานข้อมูลจะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้งานโปรแกรมประยุกต์<br>6ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) หมายถึง โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูลทั้งการสร้าง, การเรียกใช้งาน, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย โดยระบบจัดการฐานข้อมูลจะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้งานโปรแกรมประยุกต์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:52:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283081</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายระพีภัทร  กุลเกษตร์ เลขที่ 13  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283088</link>
         <description><![CDATA[<div><br>1)ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก ระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงานถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม การใช้งานของแต่ละหน่วยงานก็แตกต่างกัน การป้อนข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลก็ควรป้อนทั้งสองแฟ้มข้อมูลให้เหมือนกันและมีแฟ้มข้อมูลที่เป็นอิสระต่อกันคือเป็นหน่วยงานไหนก็ต้องใช้แฟ้มข้อมูลของตนเองเท่านั้นจนถึงปัจจุบัน&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp;2<strong> 1. บิต</strong> : <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คือ&nbsp; ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>2</strong>. <strong>ไบต์ </strong>: <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คือ&nbsp; เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. ฟิลด์&nbsp; (Field)</strong></div><div>ฟิลด์ คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อ –สกุล&nbsp; อายุ&nbsp; เงินเดือน&nbsp; ที่อยู่&nbsp; เบอร์โทรศัพท์&nbsp; เป็นต้น</div><div><strong>4. เรคคอร์ด&nbsp; (Record)</strong></div><div>เรคคอร์ด คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน เช่น เรคคอร์ดนักศึกษาจะประกอบ ด้วยรายละเอียดของข้อมูลนักศึกษา&nbsp; ฉะนั้นข้อมูลนักศึกษา&nbsp; 1&nbsp; คน จะเป็น&nbsp; 1 เรคคอร์ด<br>3 1.ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file) ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2) ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3). มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์ (Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของชื่อพนักงาน จาก 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่งครบทุกรายการ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. ลบไฟล์หลักทิ้ง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; 4) รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการเขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; 5) โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวในโปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่&nbsp; ทำให้เสียค่าใช้จ่าย<br>4 คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system&nbsp;</div><div><strong>ตัวอย่าง.ฐานข้อมูล</strong></div><div>1. แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล&nbsp;</div><div>2. แฟ้มข้อมูลเงินเดือนของแผนกจ่ายเงินเดือนและแฟ้มข้อมูลสวัสดิการของแผนกจ่ายเงินเดือน<br>5ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br><br>6) ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล ตัวอย่างของ DBMS ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ &nbsp; Microsoft Access, FoxPro, SQL Server, Oracle, Informix, DB2 เป็นต้น</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:52:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283088</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว สิราวรรณ ท้าวศิริ เลขที่ 22 ม.6.10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283089</link>
         <description><![CDATA[<div>1 ตอบ&nbsp; ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันมาจัดเก็บในที่เดียวกัน ซึ่งแต่เดิมถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแฟ้มข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูลมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบแฟ้มข้อมูล ได้แก่ ความซ้ำซ้อนของข้อมูล ความขัดแย้งของข้อมูลความยากในการแก้ไขและบำรุงรักษา การผูกติดกับข้อมูล การกระจายของข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลดลง<br>2&nbsp; ตอบ&nbsp; <strong>บิต</strong> (Bit) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สถานะคือ 0 และ 1</div><div>&nbsp;<strong>ไบต์</strong> (Byte) เป็นการนำจำนวนบิตมารวมกันเป็นไบต์ ได้แก่ ตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, a เป็นต้น โดยที่ 1 ไบต์มีค่าเท่ากับ 8 บิต</div><div>&nbsp;<strong>ฟิลด์</strong> (Field) เป็นการนำไบต์หลาย ๆ ตัวมารวมกันเป็นฟิลด์เพื่อให้เกิดความหมาย เช่น Salary เป็นฟิลด์ที่เก็บเงินเดือนพนักงานเป็นต้น</div><div>&nbsp; <strong>เรคคอร์ด</strong> (Record) เป็นกลุ่มของฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน ในหนึ่งเรคคอร์ดจะประกอบด้วยฟิลด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันรวมกันเป็นชุด เช่น เรคคอร์ดของประวัตินักศึกษา ประกอบด้วยฟิลด์รหัสนักศึกษา ชื่อ-สกุล วันเกิด ที่อยู่ จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ ชื่อที่อยู่ผู้ปกครองเป็นต้น</div><div>&nbsp;<strong>ไฟล์</strong> (File) หรือ แฟ้มข้อมูล (Data File) เป็นกลุ่มของเรคคอร์ดที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ในแฟ้มประวัตินักศึกษาจะประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ในวิทยาลัย<br>3 ตอบ &nbsp;<strong>ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน</strong> (duplication of data/data redundancy) คือ สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยก&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้&nbsp; ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่</div><div>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)</div><div>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)</div><div>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)</div><div>-&nbsp; &nbsp;<strong>ข้อมูลมีการเก็บแยกจากกัน</strong> (separation and isolation of data) คือ เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file)ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน</div><div>-&nbsp; &nbsp;<strong>ข้อมูลมีความขึ้นต่อกัน</strong> (data dependence) คือ เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์(Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้</div><div>1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล</div><div>2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของชื่อพนักงาน จาก&nbsp; &nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร</div><div>3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่งครบทุกรายการ</div><div>4. ลบไฟล์หลักทิ้ง</div><div>5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก</div><div>-&nbsp; &nbsp;<strong>มีรูปแบบที่ไม่ตรงกัน</strong> (incompatible file formats) คือ โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการเขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้</div><div>-&nbsp; &nbsp;<strong>รายงานต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างจำกัด</strong> (fixed queries/proliferation of application programs) คือ ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์&nbsp; ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวในโปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่&nbsp; ทำให้เสียค่าใช้จ่าย<br>4 ตอบ โครงสร้างของการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประมวลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ เช่น การใช้บริการห้องสมุด และ การใช้งานอินเทอร์เน็ต<br>5 ตอบ 1. สามารถลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้</div><div>2. หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้</div><div>3. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้</div><div>4. สามารถรักษาความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล</div><div>5. สามารถกำหนดความเป็นมาตรฐานเดียวกันของข้อมูลได้</div><div>6. สามารถกำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้</div><div>&nbsp;7. เกิดความเป็นอิสระของข้อมูล<br>6 ตอบ&nbsp;<strong>&nbsp;</strong>ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการบริหารและจัดการฐานข้อมูลในการสร้าง การเรียกใช้ การปรับปรุงฐานข้อมูล เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับระบบฐานข้อมูล&nbsp; โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล เช่นMicrosoft Access, Oracle, My SQL หรือ SQL Sever และหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล แปลงคำสั่งที่ใช้จัดการกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล ให้อยู่ในรูปแบบที่ฐานข้อมูลเข้าใจ นำคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแปลแล้ว ไปสั่งให้ฐานข้อมูลทำงาน เช่น การเรียกใช้ (Retrieve) จัดเก็บ (Update) ลบ (Delete) เพิ่มข้อมูล (Add) เป็นต้น ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล โดยจะคอยตรวจสอบว่าคำสั่งใดที่สามารถทำงานได้ และคำสั่งใดที่ไม่สามารถทำงานได้ รักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลภายในฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องอยู่เสมอ เก็บรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลไว้ในพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มักจะถูกเรียกว่า เมทาดาตา (MetaData) ซึ่งหมายถึง "ข้อมูลของข้อมูล" ควบคุมให้ฐานข้อมูลทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รายชื่อระบบจัดการฐานข้อมูล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:52:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283089</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวนันทวดี  บุญสอาด เลขที่21</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283090</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ในอดีตไม่มีเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลทำให้ต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ ของกระดาษทำให้ข้อมูลนั้นเกิดความเสียหายหรือสูญหายได้ง่าย</div><div>- ในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเก็บข้อมูลมากขึ้นทำให้ข้อมูล นั้นสามารถเรียกหาได้ง่ายและมีความรวดเร็วในการหยิบใช้ข้อมูล<br>2.</div><ul><li>บิต (Bit) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สถานะคือ 0 และ 1</li><li>ไบต์ (Byte) เป็นการนำจำนวนบิตมารวมกันเป็นไบต์ ได้แก่ ตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, a เป็นต้น โดยที่ 1 ไบต์มีค่าเท่ากับ 8 บิต</li><li>ฟิลด์ (Field) เป็นการนำไบต์หลาย ๆ ตัวมารวมกันเป็นฟิลด์เพื่อให้เกิดความหมาย เช่น Salary เป็นฟิลด์ที่เก็บเงินเดือนพนักงานเป็นต้น</li><li>เรคคอร์ด (Record) เป็นกลุ่มของฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน ในหนึ่งเรคคอร์ดจะประกอบด้วยฟิลด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันรวมกันเป็นชุด เช่น เรคคอร์ดของประวัตินักศึกษา ประกอบด้วยฟิลด์รหัสนักศึกษา ชื่อ-สกุล วันเกิด ที่อยู่ จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ ชื่อที่อยู่ผู้ปกครองเป็นต้น</li><li>ไฟล์ (File) หรือ แฟ้มข้อมูล (Data File) เป็นกลุ่มของเรคคอร์ดที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ในแฟ้มประวัตินักศึกษาจะประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ใน มหาวิทยาลัย</li></ul><div>&nbsp; &nbsp;3.</div><ul><li>ข้อมูล มีการจัดเก็บแยกจากกัน จะมีการเก็บข้อมูลแยกกันหลายแฟ้ม ซึ่งแต่ละแฟ้มจะมีคีย์หลักที่เชื่อมข้อมูลเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้ข้อมูลแยกจากกัน</li><li>เกิด ความซ้ำซ้อนของข้อมูล เนื่องจากการเก็บข้อมูลที่แยกจากกัน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันได้ และยังทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลอีกด้วย</li><li>&nbsp;ข้อมูล มีความขึ้นต่อกัน ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล จะส่งผลให้ข้อมูลในหน่วยงานอื่น ๆ ที่จัดเก็บไม่ตรงกัน&nbsp; &nbsp; &nbsp;</li></ul><div>4.กลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน นำมาเก็บรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลที่ประกอบกันเป็นฐาน และที่สำคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะเราต้องการนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคตเช่น&nbsp;</div><ul><li>ระบบฐานข้อมูลพนักงานในบริษัท&nbsp;</li><li>ระบบฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท</li></ul><div>5.ฐาน ข้อมูลจะช่วยแก้ปัญหาของการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูล โดยที่จะทำให้หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สามารถรักษาความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูล<br>6.&nbsp; ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง การเรียกใช้งาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย และยังมีความสำคัญต่อฐานข้อมูล เช่น ช่วยกำหนดและเก็บโครงสร้างฐานข้อมูล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:52:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283090</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย กิตติธัช มาโพธิ์ ม.6.10 เลขที่ 5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283125</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong><em>1.ตอบ</em></strong> <strong>แนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูล</strong><br> ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันมาจัดเก็บในที่เดียวกัน ซึ่งแต่เดิมถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแฟ้มข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูลมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบแฟ้มข้อมูล ได้แก่ ความซ้ำซ้อนของข้อมูล ความขัดแย้งของข้อมูลความยากในการแก้ไขและบำรุงรักษา การผูกติดกับข้อมูล การกระจายของข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลดลง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในงานฐานข้อมูลจำเป็นต้องเข้าใจหลักการฐานข้อมูลให้ถูกต้อง ตรรกะ คือ สิ่งที่โปรแกรมหรือผู้ใช้เห็น <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบฐานข้อมูลมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ ฐานข้อมูล ระบบจัดการฐานข้อมูล และ บุคลากร โดยบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการการบริหารฐานข้อมูล คือ ผู้บริหารฐานข้อมูล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คุณลักษณะของระบบฐานข้อมูล คือ มีความซ้ำซ้อนของข้อมูลน้อยสุด มีความถูกต้องของข้อมูลสูงสุด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>แนวคิดเกี่ยวกับระบบจัดการฐานข้อมูล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>&nbsp; ระบบจัดการฐานข้อมูลหรือดีบีเอ็มเอส คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้จัดการฐานข้อมูล ทำหน้าที่เกี่ยวกับการนิยามข้อมูล การจัดการข้อมูล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบจัดการฐานข้อมูลมีประโยชน์ต่อฐานข้อมูลดังนี้ คือ ความเป็นอิสระของข้อมูล ความปลอดภัยของข้อมูล การกำหนดสิทธิในการใช้ข้อมูล <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบจัดการฐานข้อมูลมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ส่วนการจัดการฐานข้อมูล ส่วนประมวลผลสอบถาม ส่วนแปลภาษานิยามข้อมูล และส่วนรหัสออบเจกต์ของโปรแกรมประยุกต์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong><em>2.ตอบ</em></strong><strong>&nbsp; &nbsp;</strong>&nbsp; - <strong>บิต</strong> (Bit) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สถานะคือ 0 และ 1</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - <strong>ไบต์</strong> (Byte) เป็นการนำจำนวนบิตมารวมกันเป็นไบต์ ได้แก่ ตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, a เป็นต้น โดยที่ 1 ไบต์มีค่าเท่ากับ 8 บิต</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - <strong>ฟิลด์</strong> (Field) เป็นการนำไบต์หลาย ๆ ตัวมารวมกันเป็นฟิลด์เพื่อให้เกิดความหมาย เช่น Salary เป็นฟิลด์ที่เก็บเงินเดือนพนักงานเป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - <strong>เรคคอร์ด</strong> (Record) เป็นกลุ่มของฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน ในหนึ่งเรคคอร์ดจะประกอบด้วยฟิลด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันรวมกันเป็นชุด เช่น เรคคอร์ดของประวัตินักศึกษา ประกอบด้วยฟิลด์รหัสนักศึกษา ชื่อ-สกุล วันเกิด ที่อยู่ จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ ชื่อที่อยู่ผู้ปกครองเป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - <strong>ไฟล์</strong> (File) หรือ แฟ้มข้อมูล (Data File) เป็นกลุ่มของเรคคอร์ดที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ในแฟ้มประวัตินักศึกษาจะประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ในวิทยาลัย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong><em>&nbsp;3. ตอบ </em></strong>&nbsp;-&nbsp; &nbsp; <strong>ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน</strong> (duplication of data/data redundancy) คือ สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยก&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้&nbsp; ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่</div><div>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)</div><div>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)</div><div>·&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)<br>-&nbsp; &nbsp;<strong>ข้อมูลมีการเก็บแยกจากกัน</strong> (separation and isolation of data) คือ เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file)ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน</div><div>-&nbsp; &nbsp;<strong>ข้อมูลมีความขึ้นต่อกัน</strong> (data dependence) คือ เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์(Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้</div><div>1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล</div><div>2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของชื่อพนักงาน จาก&nbsp; &nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร</div><div>3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่งครบทุกรายการ</div><div>4. ลบไฟล์หลักทิ้ง</div><div>5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก</div><div>-&nbsp; &nbsp;<strong>มีรูปแบบที่ไม่ตรงกัน</strong> (incompatible file formats) คือ โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการเขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้</div><div>-&nbsp; &nbsp;<strong>รายงานต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างจำกัด</strong> (fixed queries/proliferation of application programs) คือ ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์&nbsp; ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวในโปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่&nbsp; ทำให้เสียค่าใช้จ่าย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong><em>4.ตอบ&nbsp; &nbsp;</em></strong>&nbsp; โครงสร้างของการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประมวลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ เช่น การใช้บริการห้องสมุด และ การใช้งานอินเทอร์เน็ต<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong><em>5. ตอบ &nbsp;</em></strong><strong>&nbsp;</strong>1. สามารถลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้</div><div>2. หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้</div><div>3. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้</div><div>4. สามารถรักษาความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล</div><div>5. สามารถกำหนดความเป็นมาตรฐานเดียวกันของข้อมูลได้</div><div>6. สามารถกำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;7. เกิดความเป็นอิสระของข้อมูล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong><em>6. ตอบ&nbsp;</em></strong><strong>&nbsp; &nbsp;</strong>ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการบริหารและจัดการฐานข้อมูลในการสร้าง การเรียกใช้ การปรับปรุงฐานข้อมูล เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับระบบฐานข้อมูล&nbsp; โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล เช่นMicrosoft Access, Oracle, My SQL หรือ SQL Sever และหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล แปลงคำสั่งที่ใช้จัดการกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล ให้อยู่ในรูปแบบที่ฐานข้อมูลเข้าใจ นำคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแปลแล้ว ไปสั่งให้ฐานข้อมูลทำงาน เช่น การเรียกใช้ (Retrieve) จัดเก็บ (Update) ลบ (Delete) เพิ่มข้อมูล (Add) เป็นต้น ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล โดยจะคอยตรวจสอบว่าคำสั่งใดที่สามารถทำงานได้ และคำสั่งใดที่ไม่สามารถทำงานได้ รักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลภายในฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องอยู่เสมอ เก็บรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลไว้ในพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มักจะถูกเรียกว่า เมทาดาตา (MetaData) ซึ่งหมายถึง "ข้อมูลของข้อมูล" ควบคุมให้ฐานข้อมูลทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รายชื่อระบบจัดการฐานข้อมูล</div><div><br><br></div><div><strong><br></strong><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:52:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283125</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายประมุข  บัวกลม ม.6.10 เลขที่6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283151</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก<br>&nbsp;ในปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน<br>2. <strong>1. บิต</strong> :&nbsp; คือ&nbsp; ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>2</strong>. <strong>ไบต์ </strong>คือ&nbsp; เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3. ฟิลด์&nbsp; (Field)</strong></div><div>ฟิลด์ คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>4. เรคคอร์ด&nbsp; (Record)</strong></div><div>เรคคอร์ด คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>5. แฟ้มข้อมูล&nbsp; (File)</strong></div><div>แฟ้มข้อมูล คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท</div><div>3. 1.ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว<br>&nbsp; &nbsp; 2. ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น<br>&nbsp; &nbsp; 3. มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4. รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวในโปรแกรมแล้ว<br>4.คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system&nbsp;</div><div><strong>ตัวอย่าง.ฐานข้อมูล</strong></div><div>&nbsp; &nbsp;1. แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp;2. แฟ้มข้อมูลเงินเดือนของแผนกจ่ายเงินเดือนและแฟ้มข้อมูลสวัสดิการของแผนกจ่ายเงินเดือน</div><div>5.ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br>6.ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 02:52:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283151</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283698</link>
         <description><![CDATA[4. เรคคอร์ด  (Record)
เรคคอร์ด คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน]]></description>
         <pubDate>2017-07-24 02:58:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283698</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายปริญญา บานเย็นงาม เลขที่ 8 ม6.10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283962</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลักและในปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน DBMS<br>2.<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.<strong>1 บิต (Bit) </strong>เป็นหน่วยข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2<strong> ไบต์ (Byte) หรือ อักขระ (Character) </strong>ได้แก่ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือ สัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.3<strong>ฟิลด์ (Flied) </strong>คือ อักขระ ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป รวมกันเป็น ฟิลด์ เช่น เลขประจำตัว ชื่อสกุล เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.4<strong>เรคคอร์ด (Record) </strong>คือ การนำเอาฟิลด์หลายฟิลด์และมีความสัมพันธ์มารวมกลุ่มกัน เช่น นักเรียนแต่ละคนจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับ ชื่อ สกุล อายุ เพศ เกรดเฉลี่ยฯลฯ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.5<strong>แฟ้มข้อมูล หรือ ไฟล์ ( Flies) </strong>คือ เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน และเป็นเรื่องเดียวกันเช่น แฟ้มข้อมูลนักเรียนห้อง ม.1/1 จำนวน 50 คน ทุกคนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ สกุล เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย ฯลฯ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ของนักเรียนจำนวน 50 คนนี้ เรียกว่า แฟ้มข้อมูล <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.6<strong>ฐานข้อมูล (Database)</strong></div><div>คือ การเก็บรวบรวมไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องมารวมกัน<br>3.การจัดแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ (Sequential File) คือ แฟ้มข้อมูลที่มีการจัดเก็บข้อมูลหรืออ่านข้อมูล เรียงลำดับไปตั้งแต่เรคคอร์ดแรกจนถึงเรคคอร์ดสุดท้าย ส่วนใหญ่จะเรียงลำดับตามค่าของฟิลด์ที่ถูกเลือกเป็นคีย์ (Key)<br>4.ฐานข้อมูล (Database) : ประกอบด้วนรายละเอียดข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะถูกนำมาใช้งานในด้านต่าง ๆ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ให้เป็นศูนย์กลางอย่างมีระบบซึ่งสามารถเรียกใช้งานร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์ในการจดการและเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>5.<br>&nbsp;5.1ช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้<br>&nbsp;5.2สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้</div><div>&nbsp;5.3ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล<br>&nbsp;5.4รักษาความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูล<br>&nbsp;5.5สามารถกำหนดความเป็นมาตราฐานเดียวกัน<br>&nbsp;5.6สามารถกำหนดระบบรักษาความปลอดภัยได้<br>6.ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) หมายถึง โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูลทั้งการสร้าง, การเรียกใช้งาน, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย โดยระบบจัดการฐานข้อมูลจะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้งานโปรแกรมประยุกต์</div><div><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 03:00:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283962</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวณัฐมล มหาจันทร์ เลขที่ 19 ม.6.10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283966</link>
         <description><![CDATA[<div>จงสรุปแนวคิดในการจัดการข้อมูลจากอดีตถึงปัจจุบัน<br>ตอบ &nbsp;- ในอดีตไม่มีเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลทำให้ต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ ของกระดาษทำให้ข้อมูลนั้นเกิดความเสียหายหรือสูญหายได้ง่ายเพราะกระดาษไม่มี ความคงทนถาวรและเมื่อเสียหายหรือสูญหายไปจะทำให้ข้อมูลนั้นไม่ครบถ้วนสมบูรณ อาจจะทำให้เกิดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นได้ง่าย</div><div>- ในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเก็บข้อมูลมากขึ้นทำให้ข้อมูล นั้นสามารถเรียกหาได้ง่ายและมีความรวดเร็วในการหยิบใช้ข้อมูล</div><div>โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลประกอบด้วย ตอบ<br><strong>1. บิต (Bit) </strong>เป็นหน่วยข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและนำไปใช้งานได้ ได้แก่ เลข 0 และ เลข 1</div><div><strong>2. ไบต์ (Byte) หรือ อักขระ (Character) </strong>ได้แก่ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือ สัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0,1…9,A, B,…Z &nbsp; ซึ่ง 1 ไบต์ จะเท่ากับ 8 บิต หรือ ตัวอักขระ 1 ตัว</div><div><strong>3. ฟิลด์ (Flied) </strong>คือ อักขระ ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป รวมกันเป็น ฟิลด์ เช่น เลขประจำตัว ชื่อสกุล เป็นต้น</div><div><strong>4. เรคคอร์ด (Record) </strong>คือ การนำเอาฟิลด์หลายฟิลด์และมีความสัมพันธ์มารวมกลุ่มกัน เช่น นักเรียนแต่ละคนจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับ ชื่อ สกุล อายุ เพศ เกรดเฉลี่ยฯลฯ โดยข้อมูลในลักษณะนี้คือ 1 เรคคอร์ดนั่นเอง</div><div><strong>5. แฟ้มข้อมูล หรือ ไฟล์ ( Flies) </strong>คือ เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน และเป็นเรื่องเดียวกันเช่น แฟ้มข้อมูลนักเรียนห้อง ม.1/1 จำนวน 50 คน ทุกคนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ สกุล เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย ฯลฯ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ของนักเรียนจำนวน 50 คนนี้ เรียกว่า แฟ้มข้อมูล&nbsp;</div><div><strong>6. ฐานข้อมูล (Database)<br></strong>คือ การเก็บรวบรวมไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องมารวมกัน<br>การเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลมีข้อจำกัด <br><strong>การเก็บข้อมูลแบบแฟ้ม</strong></div><ul><li>ข้อมูล มีการจัดเก็บแยกจากกัน จะมีการเก็บข้อมูลแยกกันหลายแฟ้ม ซึ่งแต่ละแฟ้มจะมีคีย์หลักที่เชื่อมข้อมูลเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้ข้อมูลแยกจากกัน</li><li>เกิด ความซ้ำซ้อนของข้อมูล เนื่องจากการเก็บข้อมูลที่แยกจากกัน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันได้ และยังทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลอีกด้วย</li><li>&nbsp;ข้อมูล มีความขึ้นต่อกัน ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล จะส่งผลให้ข้อมูลในหน่วยงานอื่น ๆ ที่จัดเก็บไม่ตรงกัน&nbsp;</li><li>ความ ไม่สอดคล้องกันของข้อมูล คือ ข้อมูลเดียวกันจะถูกจัดเก็บไว้ในหลาย ๆ แห่ง มีค่าไม่ตรงกัน ซึ่งอาจเกิดจากการผิดพลาดของการป้อนข้อมูล มีรูปแบบไม่ตรงกันรายงาน ต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างจำกัด เนื่องจากระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน ถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม ส่วนที่โปรแกรมเมอร์มาพัฒนาโปรแกรม จะมีส่วนกำหนดรายงานที่หน่วยงานจะใช้ เมื่อต้องการรายงานอื่น ๆ ในอนาคตก็จะต้องทำการจ้างโปรแกรมเมอร์อีกครั้ง</li></ul><div><strong>ฐานข้อมูลคืออะไร และ ยกตัวอย่างฐานข้อมูลที่นักศึกษารู้จักมา 2 ระบบ</strong><br>&nbsp; &nbsp;ตอบ หมายถึง กลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน นำมาเก็บรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลที่ประกอบกันเป็นฐาน ข้อมูลนั้น ต้องตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานขององค์กรด้วยเช่นกัน เช่น ในสำนักงานก็รวบรวมข้อมูล ตั้งแต่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่มาติดต่อจนถึงการเก็บเอกสารทุกอย่างของ สำนักงาน ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะมีส่วนที่สัมพันธ์กันและเป็นที่ต้องการนำออกมาใช้ ประโยชน์ต่อไปภายหลัง ข้อมูลนั้นอาจจะเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของสถานที่ หรือเหตุการณ์ใด ๆ ก็ได้ที่เราสนใจศึกษา&nbsp; หรืออาจได้มาจากการสังเกต การนับหรือการวัดก็เป็นได้ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข&nbsp; ข้อความ&nbsp; และรูปภาพต่าง ๆ ก็สามารถนำมาจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลได้ และที่สำคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะเราต้องการนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคตเช่น&nbsp;</div><ul><li>ระบบฐานข้อมูลพนักงานในบริษัท&nbsp;</li><li>ระบบฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท</li></ul><div><strong>ฐานข้อมูลช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูลอย่างไร</strong></div><div>ตอบ&nbsp; ฐาน ข้อมูลจะช่วยแก้ปัญหาของการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูล โดยที่จะทำให้หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สามารถรักษาความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูล สามารถกำหนดความเป็นมามาตรฐานเดียวกัน สามารถกำหนดระบบรักษาความปลอดภัยได้&nbsp; และมีความเป็นอิสระของข้อมูลและโปรแกรมอีกด้วย<br><strong>ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คืออะไร มีส่วนสำคัญต่อฐานข้อมูลอย่างไร</strong></div><div>ตอบ&nbsp; ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง การเรียกใช้งาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย และยังมีความสำคัญต่อฐานข้อมูล เช่น ช่วยกำหนดและเก็บโครงสร้างฐานข้อมูล ช่วยบรรจุข้อมูลลงฐานข้อมูล ประสานงานกับระบบปฏิบัติการ ช่วยควบคุมความปลอดภัย การจัดทำข้อมูลสำรองและการกู้ แล้วยังทำหน้าที่จัดทำพจนานุกรมข้อมูล เป็นต้น</div><div><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 03:00:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179283966</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ปิยพัทธ์ อ่องยิ่ง ม.6.10 เลขที่2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284030</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ตอบ   ในอดีตจะมีการจัดการข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลคือจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูลหลักไว้และมีข้อมูลสำรองสำหรับแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่จากข้อมูลหลัก ระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงานถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม การใช้งานของแต่ละหน่วยงานก็แตกต่างกัน การป้อนข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลก็ควรป้อนทั้งสองแฟ้มข้อมูลให้เหมือนกันและมีแฟ้มข้อมูลที่เป็นอิสระต่อกันคือเป็นหน่วยงานไหนก็ต้องใช้แฟ้มข้อมูลของตนเองเท่านั้นจนถึงปัจจุบัน </div><div>      ในปัจจุบันจึงมีการใช้ระบบจัดการข้อมูลที่เรียกว่า ระบบฐานข้อมูล DBMS ที่มีการจัดการข้อมูลที่ง่ายต่อการค้นหาหรือใช้ข้อมูลโดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน DBMS จะเป็นโปรแกรมที่รู้ว่าจะใช้ข้อมูลอะไรจะไม่ผูกติดโปรแกรมเรียกใช้ไม่ว่าข้อมูลจะต้องใช้โปรแกรมเรียกใช้อะไร DBMS ก็จะสามารถดึงข้อมูลที่เราต้องการจากฐานข้อมูลมาให้ได้ทันทีจึงสะดวกในการใช้งานเรียกใช้ข้อมูลกว่าในอดีตแต่ต้องใช้ต้นทุนสูง<br>2.ตอบ <strong>     1. บิต</strong> : <br>                   คือ  ประกอบไปด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลคอมพิวเตอร์<br>              <strong>2</strong>. <strong>ไบต์ </strong>: <br>                   คือ  เป็นการนำบิตหลายๆๆบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อให้เกิดอักขระหนึ่งตัว<strong>          </strong><br><strong>           3. ฟิลด์  (Field)</strong></div><div>ฟิลด์ คือ อักขระที่มารวมกันแล้วก่อให้เกิดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อ –สกุล  อายุ  เงินเดือน  ที่อยู่  เบอร์โทรศัพท์  เป็นต้น</div><div><strong>4. เรคคอร์ด  (Record)</strong></div><div>เรคคอร์ด คือ ฟิลด์ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันมารวมกัน เช่น เรคคอร์ดนักศึกษาจะประกอบ ด้วยรายละเอียดของข้อมูลนักศึกษา  ฉะนั้นข้อมูลนักศึกษา  1  คน จะเป็น  1 เรคคอร์ด</div><div><strong>5. แฟ้มข้อมูล  (File)</strong></div><div>แฟ้มข้อมูล คือ เรคคอร์ดหลาย ๆ เรคคอร์ดที่เกี่ยวข้องกันมารวมกัน ปัจจุบันแฟ้มข้อมูลมี หลายประเภท แฟ้มข้อมูลที่จะนำมาใช้ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อาจมีแฟ้มข้อมูลเดียวหรือหลายแฟ้มข้อมูล <br>3. ตอบ   1.ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หากต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file) ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มารวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน</div><div>     2. ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่</div><div>         - ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)</div><div>         - ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)</div><div>         - ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)</div><div>      3.ตอบ มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการเขียนโปรแกรมประยุกต์ (Application program) ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้ </div><div>            1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล</div><div>            2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของชื่อพนักงาน จาก 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร</div><div>            3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่งครบทุกรายการ</div><div>            4. ลบไฟล์หลักทิ้ง</div><div>            5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก</div><div>    4. รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการเขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้</div><div>    5. โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวในโปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่  ทำให้เสียค่าใช้จ่าย<br>4.ตอบ คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system </div><div><strong>ตัวอย่าง.ฐานข้อมูล</strong></div><div>1. แฟ้มข้อมูลพนักงานของแผนกบุคคล </div><div>2. แฟ้มข้อมูลเงินเดือนของแผนกจ่ายเงินเดือนและแฟ้มข้อมูลสวัสดิการของแผนกจ่ายเงินเดือน<br>5.ตอบ  ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย,กำหนดมาตรฐานของข้อมูลได้,สามารถใช้งานฐานข้อมูลร่วมกันได้,เกิดความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลกับโปรแกรม,กำหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้<br>6.ตอบ </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 03:01:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284030</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วาชันต์ แสนณรงค์  ม.6.10 เลขที่ 14 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284097</link>
         <description><![CDATA[<div>ในยุคที่คอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทในเกือบทุกวงการ ได้เริ่มมีการนำข้อมูลต่างๆ ที่จากเดิมเคย เก็บอยู่ในรูปเอกสารนำมาจัดเก็บด้วยคอมพิวเตอร์ เนื่องจากความสามารถที่หลากหลายของคอมพิวเตอร์ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก ประมวลผลได้รวดเร็ว มีความแม่นยำ ในการประมวลผล ซึ่งในช่วงแรกก่อนที่จะเป็นการใช้งานระบบฐานข้อมูลนั้น การจัดเก็บข้อมูลต่างๆ จะอยู่ในลักษณะของแฟ้มข้อมูล ซึ่งการสร้างแฟ้มข้อมูลขึ้นมาเพื่อใช้จัดเก็บข้อมูล จะมีโครงสร้างขึ้นอยู่กับโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำให้เกิดข้อจำกัดต่างๆ มากมาย เช่นแฟ้มข้อมูลที่สร้างด้วยภาษาซี จะไม่สามารถนำไปใช้ร่วมกับภาษาปาสคาลได้ เนื่องจากมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน หรือขาดความปลอดภัยในการใช้งานต่างๆ ดังนั้นจึงได้มีการสร้างระบบฐานข้อมูลขึ้นมาเพื่อให้การจัดเก็บและจัดการกับข้อมูลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ<strong><br><br>หน่วยในการจัดเก็บข้อมูล<br></strong><br></div><div><br>ข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์ โดยแท้จริงแล้วมีลักษณะการจัดเก็บเป็นสัญญาณดิจิตอล คือมีค่า 0 กับ 1 เท่านั้น แต่เพื่อให้มองภาพข้อมูลได้ง่าย จึงแบ่งหน่วยในการจัดเก็บข้อมูลออกเป็นส่วนย่อย ต่างๆ ดังนี้<br><br></div><ol><li><strong>บิต (Bit)</strong> คือหน่วยของข้อมูลที่เล็กที่สุด คือการจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่เพียง 2 สถานะ คือ 0 กับ 1 ซึ่งเป็น ลักษณะการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้วยระดับสัญญาณดิจิตอล</li><li><strong>ไบต์ (Byte)</strong> คือหน่วยของข้อมูลซึ่งเกิดจากการนำข้อมูล 8 บิตมารวมกัน โดยใช้ แทน ตัวอักขระ 1 ตัว</li><li><strong>เขตข้อมูล (Field)</strong> หรือฟิลด์ คือหน่วยของข้อมูลซึ่งเกิดจากการนำข้อมูลหลายๆ ไบต์ หรือหลายๆ อักขระมารวม กัน เพื่อใช้แทนความหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น รหัสนักศึกษา, ชื่อ, ที่อยู่ เป็นต้น</li><li><strong>ระเบียน (Record)</strong> หรือ เรคคอร์ด คือหน่วยของข้อมูลซึ่งเกิดจากการนำข้อมูล หลายๆ เขตข้อมูลมารวมกัน ซึ่งเขตข้อมูล ที่นำมารวมกันนี้ จะมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน เช่น รหัสนักศึกษา, ชื่อ, ที่อยู่ รวมกันเป็นระเบียนข้อมูล ของนักศึกษา เป็นต</li><li><strong>แฟ้มข้อมูล (File)</strong> หรือไฟล์ คือ หน่วยของข้อมูลซึ่งเกิดจากการนำข้อมูลหลายๆ ระเบียน ที่มีลักษณะ ของเขต ข้อมูลเหมือนกันมาจัดเก็บรวมกัน เช่นการจัดเก็บข้อมูลระเบียนของนักศึกษา หลายๆ คน รวมกันเป็น แฟ้มข้อมูลนักศึกษาเป็นต้น ซึ่งข้อมูลแต่ละระเบียนที่นำมารวมกันจะต้องมี เขตข้อมูล อย่างน้อย 1 เขต ข้อมูลที่แยกความแตกต่างของข้อมูลในแต่ละระเบียนได้หลายๆ คน รวมกันเป็น แฟ้มข้อมูลนักศึกษา เป็นต้น ซึ่งข้อมูลแต่ละระเบียนที่นำมารวมกันจะต้องมี เขตข้อมูล อย่างน้อย 1 เขต ข้อมูลที่แยกความแตกต่างของข้อมูลในแต่ละระเบียนได้ ตัวอย่างของหน่วยข้อมูลต่างๆ&nbsp;</li></ol><div>ปัญหาของระบบแฟ้มข้อมูล มีดังต่อไปนี้<br><br><strong><br>1) Data redundancy</strong> ได้แก่ข้อมูลซ้ำซ้อนกัน ข้อมูลชุดเดียวกันถูกจัดเก็บใน 2 แฟ้มหรือมากกว่า ซึ่งการจะดูว่าข้อมูลซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ให้พิจารณาจากตัวอย่างต่อไปนี้ fact หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่เป็นไปได้หรือเป็นจริง เช่น<br>ลำใย สำเร็จการศึกษาสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ<br>ลำใย เป็นโปรแกรมเมอร์<br>ลำไย มีงานอดิเรกในการร้องเพลง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 03:02:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284097</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284101</link>
         <description><![CDATA[ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) หมายถึง โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูลทั้งการสร้าง, การเรียกใช้งาน, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย โดยระบบจัดการฐานข้อมูลจะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้งานโปรแกรมประยุกต์
]]></description>
         <pubDate>2017-07-24 03:02:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284101</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย พัชรพล คำมี เลขที่1 ม.6.10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284105</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1.ตอบ</strong>- ในอดีตไม่มีเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลทำให้ต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ ของกระดาษทำให้ข้อมูลนั้นเกิดความเสียหายหรือสูญหายได้ง่ายเพราะกระดาษไม่มี ความคงทนถาวรและเมื่อเสียหายหรือสูญหายไปจะทำให้ข้อมูลนั้นไม่ครบถ้วนสมบูรณ อาจจะทำให้เกิดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นได้ง่าย</div><div>- ในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเก็บข้อมูลมากขึ้นทำให้ข้อมูล นั้นสามารถเรียกหาได้ง่ายและมีความรวดเร็วในการหยิบใช้ข้อมูล<br>2ตอบ</div><ul><li>บิต (Bit) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สถานะคือ 0 และ 1</li><li>ไบต์ (Byte) เป็นการนำจำนวนบิตมารวมกันเป็นไบต์ ได้แก่ ตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, a เป็นต้น โดยที่ 1 ไบต์มีค่าเท่ากับ 8 บิต</li><li>ฟิลด์ (Field) เป็นการนำไบต์หลาย ๆ ตัวมารวมกันเป็นฟิลด์เพื่อให้เกิดความหมาย เช่น Salary เป็นฟิลด์ที่เก็บเงินเดือนพนักงานเป็นต้น</li><li>เรคคอร์ด (Record) เป็นกลุ่มของฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน ในหนึ่งเรคคอร์ดจะประกอบด้วยฟิลด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันรวมกันเป็นชุด เช่น เรคคอร์ดของประวัตินักศึกษา ประกอบด้วยฟิลด์รหัสนักศึกษา ชื่อ-สกุล วันเกิด ที่อยู่ จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ ชื่อที่อยู่ผู้ปกครองเป็นต้น</li><li>ไฟล์ (File) หรือ แฟ้มข้อมูล (Data File) เป็นกลุ่มของเรคคอร์ดที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ในแฟ้มประวัตินักศึกษาจะประกอบด้วยเรคคอร์ดของนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ใน มหาวิทยาลัย</li><li>3ตอบ การเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูลมีข้อจำกัด ดังนี้<ul><li>ข้อมูล มีการจัดเก็บแยกจากกัน จะมีการเก็บข้อมูลแยกกันหลายแฟ้ม ซึ่งแต่ละแฟ้มจะมีคีย์หลักที่เชื่อมข้อมูลเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้ข้อมูลแยกจากกัน</li><li>เกิด ความซ้ำซ้อนของข้อมูล เนื่องจากการเก็บข้อมูลที่แยกจากกัน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันได้ และยังทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลอีกด้วย</li><li>&nbsp;ข้อมูล มีความขึ้นต่อกัน ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล จะส่งผลให้ข้อมูลในหน่วยงานอื่น ๆ ที่จัดเก็บไม่ตรงกัน&nbsp;</li><li>ความ ไม่สอดคล้องกันของข้อมูล คือ ข้อมูลเดียวกันจะถูกจัดเก็บไว้ในหลาย ๆ แห่ง มีค่าไม่ตรงกัน ซึ่งอาจเกิดจากการผิดพลาดของการป้อนข้อมูล มีรูปแบบไม่ตรงกันรายงาน ต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างจำกัด เนื่องจากระบบแฟ้มข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน ถูกเขียนขึ้นด้วยหลาย ๆ โปรแกรม ส่วนที่โปรแกรมเมอร์มาพัฒนาโปรแกรม จะมีส่วนกำหนดรายงานที่หน่วยงานจะใช้ เมื่อต้องการรายงานอื่น ๆ ในอนาคตก็จะต้องทำการจ้างโปรแกรมเมอร์อีกครั้ง</li><li>4ตอบ หมายถึง กลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน นำมาเก็บรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลที่ประกอบกันเป็นฐาน ข้อมูลนั้น ต้องตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานขององค์กรด้วยเช่นกัน เช่น ในสำนักงานก็รวบรวมข้อมูล ตั้งแต่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่มาติดต่อจนถึงการเก็บเอกสารทุกอย่างของ สำนักงาน ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะมีส่วนที่สัมพันธ์กันและเป็นที่ต้องการนำออกมาใช้ ประโยชน์ต่อไปภายหลัง ข้อมูลนั้นอาจจะเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของสถานที่ หรือเหตุการณ์ใด ๆ ก็ได้ที่เราสนใจศึกษา&nbsp; หรืออาจได้มาจากการสังเกต การนับหรือการวัดก็เป็นได้ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข&nbsp; ข้อความ&nbsp; และรูปภาพต่าง ๆ ก็สามารถนำมาจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลได้ และที่สำคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะเราต้องการนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคตเช่น&nbsp;<ul><li>ระบบฐานข้อมูลพนักงานในบริษัท&nbsp;</li><li>ระบบฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท</li><li>5 ตอบ ฐาน ข้อมูลจะช่วยแก้ปัญหาของการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูล โดยที่จะทำให้หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สามารถรักษาความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูล สามารถกำหนดความเป็นมามาตรฐานเดียวกัน สามารถกำหนดระบบรักษาความปลอดภัยได้&nbsp; และมีความเป็นอิสระของข้อมูลและโปรแกรมอีกด้วย</li><li>6ตอบ ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง การเรียกใช้งาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และยังควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลอีกด้วย และยังมีความสำคัญต่อฐานข้อมูล เช่น ช่วยกำหนดและเก็บโครงสร้างฐานข้อมูล ช่วยบรรจุข้อมูลลงฐานข้อมูล ประสานงานกับระบบปฏิบัติการ ช่วยควบคุมความปลอดภัย การจัดทำข้อมูลสำรองและการกู้ แล้วยังทำหน้าที่จัดทำพจนานุกรมข้อมูล เป็นต้น<br><br></li></ul></li></ul></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-07-24 03:02:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284105</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284165</link>
         <description><![CDATA[ ระบบจัดการฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล ตัวอย่างของ DBMS ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่   Microsoft Access, FoxPro, SQL Server, Oracle, Informix, DB2 เป็นต้น]]></description>
         <pubDate>2017-07-24 03:03:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284165</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284209</link>
         <description><![CDATA[ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล,แก้ปัญหาความขัดแย้งกันของข้อมูล,การบริหารจัดการฐานข้อมูลทำได้ง่าย]]></description>
         <pubDate>2017-07-24 03:03:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284209</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284452</link>
         <description><![CDATA[   ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือ โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการบริหารและจัดการฐานข้อมูลในการสร้าง การเรียกใช้ การปรับปรุงฐานข้อมูล เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับระบบฐานข้อมูล  โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access, Oracle, My SQL หรือ SQL Sever และหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล แปลงคำสั่งที่ใช้จัดการกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล ให้อยู่ในรูปแบบที่ฐานข้อมูลเข้าใจ นำคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแปลแล้ว ไปสั่งให้ฐานข้อมูลทำงาน เช่น การเรียกใช้ (Retrieve) จัดเก็บ (Update) ลบ (Delete) เพิ่มข้อมูล (Add) เป็นต้น ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล โดยจะคอยตรวจสอบว่าคำสั่งใดที่สามารถทำงานได้ และคำสั่งใดที่ไม่สามารถทำงานได้ รักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลภายในฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องอยู่เสมอ เก็บรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลไว้ในพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มักจะถูกเรียกว่า เมทาดาตา (MetaData) ซึ่งหมายถึง "ข้อมูลของข้อมูล" ควบคุมให้ฐานข้อมูลทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รายชื่อระบบจัดการฐานข้อมูล]]></description>
         <pubDate>2017-07-24 03:06:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/apinyaaa5/database6_10/wish/179284452</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
