<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>นโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาล ด้านสังคม by 05.เด็กชายณฐกร แก้วสีดา</title>
      <link>https://padlet.com/3081729/Bookmarks</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-06-17 01:53:23 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-01-04 00:33:14 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>นโยบายรัฐบาล” มุ่งสู่ประเทศพัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21</title>
         <author>3081729</author>
         <link>https://padlet.com/3081729/Bookmarks/wish/2223582633</link>
         <description><![CDATA[<div>ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยวิสัยทัศน์ "มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21”<br><br></div><div>คำแถลงนโยบายหลัก 12 ด้าน และนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน ของรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีวิสัยทัศน์คือ “มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21” โดยหัวใจของทุกนโยบาย คือ การใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือ “ภาษีประชาชน” อย่างคุ้มค่า ยึดกรอบวินัยการเงินการคลัง มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้<br>&nbsp;<br>ที่สำคัญเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ โดยอยู่บนรากฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ “เติบโตเชิงคุณภาพ” ไม่ใช่ “การเติบโตเชิงปริมาณ”<br>&nbsp;<br>การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา แบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ <strong>นโยบายหลัก 12 ด้าน</strong> ซึ่งเป็นทิศทางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในช่วง 4 ปีข้างหน้า และ <strong>นโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน</strong> ที่ถือเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด <br> <br>โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารประเทศในศตวรรษที่ 21 หรือ “ยุคดิจิทัล” ปัญหาทุกด้านมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะประเทศไทยในขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงระยะของการเปลี่ยนผ่านและต้องต่อสู้กับปัญหาใหม่ ๆ หลายประการ ทั้งจากการต่อสู้กับความยากจนในอดีต ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นการต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำในหลายรูปแบบ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำของโอกาส และความเหลื่อมล้ำของรายได้และทรัพย์สิน หรือแม้แต่การต่อสู้กับความไม่สงบ ภายในประเทศในอดีต มาสู่การต่อสู้กับภัยคุกคามที่ไม่มีแบบแผนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เครือข่ายการก่อการร้ายข้ามชาติ โรคระบาด และสงครามไซเบอร์<br> <br>ประเด็นท้าทายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการบริหารประเทศที่รัฐบาลจะต้องเผชิญได้เป็นอย่างดี ดังนั้น รัฐบาลนี้จึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง แก้ไขปัญหาปากท้องและสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อการดํารงชีวิตของประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ คนไทยในทุกช่วงวัยจะต้องมีความพร้อม ทั้งในด้านหลักคิด คุณธรรม และจริยธรรม และมีศักยภาพที่จะดําเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 ที่เน้น “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ไม่ใช่ “การเติบโตเชิงปริมาณ”<br> <br>ดังนั้น การกำหนดนโยบายทั้งระยะสั้น หรือ ระยะยาวต้องพินิจพิเคราะห์ตรึกตรองอย่างถ้วนถี่ ถึงเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ ทั้ง นโยบายหลัก 12 ด้าน และ นโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน&nbsp; เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การนำพาประเทศไทยไปสู่ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นการเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การแก้ปัญหาเร่งด่วน ที่ผ่านการร่วมกันคิดและกลั่นกรองจากพรรคร่วมรัฐบาล "19 พรรคการเมือง" ออกมาเป็นนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน&nbsp; ถือเป็น “สัญญาประชาคม” ต่อพี่น้องประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งต่างคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ <br> <br>โดยเฉพาะเรื่องที่ <strong>1. การแก้ไขปัญหาในการดํารงชีวิตของประชาชน รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน</strong> รูปธรรมของนโยบาย ประกอบด้วย ลดข้อจํากัดในการประกอบอาชีพ พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล กทม. เมืองหลวงสตรีทฟู้ด ลดหนี้ 3 ส่วน คือ 1. กองทุนหมู่บ้าน 2. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 3. หนี้สินนอกระบบ ปราบปรามแก๊ง "ฉ้อโกงออนไลน์" ปรับปรุงระบบ "ภาษี" การขยายโอกาสการเข้าถึง "สินเชื่อที่อยู่อาศัย" ปรับปรุง "ระบบที่ดินทํากิน" ให้เกษตรกรเข้าถึงได้ ลดอุปสรรคการประกอบอาชีพ "ประมงพาณิชย์" และ "ประมงชายฝั่ง" รวมถึงดูแล "ประมงพื้นบ้าน" ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล<br> <br>ส่วนนโยบายที่ <strong>2. การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน</strong> จุดเด่นของนโยบาย คือ การสานต่อและทำทันที ประกอบด้วย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp; เบี้ยยังชีพ "ผู้สูงอายุ" "คนพิการ" ที่มีรายได้น้อย ขยายสิทธิกลุ่ม "มารดาตั้งครรภ์" "เด็กแรกเกิด" "เด็กวัยเรียน"&nbsp; ลดความเหลื่อมล้ําของ "คุณภาพการบริการสุขภาพ" ทั้งระบบ พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) และสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อนำไปสู่การให้บริการการรักษาพยาบาลที่ดีแก่พี่น้องประชาชน ทั้งสองส่วนถือว่าอยู่ในหมวดสังคมด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน<br> <br>ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะประเทศไทยเผชิญทั้งปัญหาจากภายในประเทศ อาทิ ภัยพิบัติ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การส่งออกชะลอตัว หรือปัจจัยภายนอกจากสงครามการค้าโลกระหว่างชาติมหาอำนาจแต่ส่งผลสะเทือนถึงเศรษฐกิจไทย จึงเป็นที่มาของการกำหนดนโยบายเร่งด่วน เรื่องที่ <strong>3. มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก</strong> เริ่มตั้งแต่การเร่งรัดจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เตรียมมาตรการตั้งรับ "การกีดกันทางการค้า" เร่งเพิ่ม "ช่องทาง" การส่งออกที่ถือเป็นรายได้หลักของประเทศ ขยายความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจกับประเทศที่มีศักยภาพ ที่สำคัญต้องส่งเสริม การท่องเที่ยว "เมืองหลัก" "เมืองรอง" และ "การท่องเที่ยวชุมชน" ซึ่งถือเป็นรายได้สำคัญในการพัฒนา<br> <br>ปัญหาเร่งด่วนที่กำลังเผชิญหน้าในขณะนี้ คือ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในข้อที่ <strong>4. การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม</strong> เพราะการทำการเกษตรยุคใหม่ต้องใช้ "นวัตกรรม" เข้ามาลดต้นทุนการผลิต พร้อมกับสร้างหลักประกันทางรายได้ให้แก่เกษตรกร จึงกลายเป็นที่มาของนโยบาย การ "บริหารจัดการน้ํา" และ “คุณภาพดิน" ด้วยเทคโนโลยี Agri-Map&nbsp; กําหนดเป้าหมาย "รายได้" จากข้าว ยางพารา มันสําปะหลัง ปาล์ม อ้อย ข้าวโพด ด้วยการชดเชย "ประกันรายได้" และ ดำเนินการ "ประกันภัยสินค้าเกษตร" ส่งเสริม "เกษตรพันธสัญญา" รวมถึงการส่งเสริมการใช้ "ยางพารา" ในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หรือถนนยางพาราทั่วประเทศ และส่งเสริมการใช้ "ผลผลิตทางการเกษตร" ใน "อุตสาหกรรมพลังงาน" เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด รวมถึงเร่งศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี "กัญชา" "กัญชง" รวมถึงพืชสมุนไพรเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์เพื่อยกระดับราคาสินค้าเกษตรได้อีกทางหนึ่ง<br> <br>รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำอยู่เสมอว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน จึงกำหนดนโยบายที่ 5. <strong>การยกระดับศักยภาพของแรงงาน </strong>โดยเฉพาะการยกระดับรายได้ หรือค่าแรงขั้นต่ำ ต้องสอดคล้องกับการพัฒนา "ทักษะฝีมือแรงงาน” ผ่านกลไก "คณะกรรมการไตรภาคี" รวมถึงสนับสนุนการปรับ "เปลี่ยนทักษะ" และ "เปลี่ยนสายอาชีพ" ให้ตรงกับความต้องการของ "ตลาดแรงงาน" "อุตสาหกรรมเป้าหมาย" และ "ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี" หรือ Disruptive Technology<br>&nbsp;<br>ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศ โดยเฉพาะระยะเร่งด่วน ที่ต้องมีการวางรากฐานเพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายที่ <strong>6. การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต</strong> โดยมุ่งเน้นการต่อยอด "อุตสาหกรรมเป้าหมาย" เร่งพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ อาทิ "เศรษฐกิจชีวภาพ" "เศรษฐกิจหมุนเวียน" "เศรษฐกิจสีเขียว" พร้อมกับสนับสนุนการลงทุน "เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก" "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" "เมืองอัจฉริยะ" โดยระบบโครงข่าย "5G" ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตอันใกล้นี้&nbsp; &nbsp; <br> <br>อีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นและตั้งใจ คือ การพัฒนาคนให้มีความพร้อมไปสู่ศตวรรษใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงกำหนดนโยบายการศึกษาเป็นวาระเร่งด่วนเช่นกัน ด้วยนโยบายข้อที่่ <strong>7. การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21</strong> กล่าวคือ เด็กไทยยุคใหม่ต้องเก่งวิชา "วิทยาศาสตร์" "เทคโนโลยี" "วิศวกรรม" "คณิตศาสตร์" "โปรแกรมเมอร์" "ภาษาต่างประเทศ" เด็กไทยยุคใหม่ต้องรู้ "ภาษาคอมพิวเตอร์" หรือ Coding ตั้งแต่ระดับ "ประถมศึกษา" โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศต้องมีคุณภาพถึงระดับตำบล และต้องมี "หลักสูตรออนไลน์" ประกอบการเรียนการสอน ที่สำคัญต้องมีความเชื่อมโยงระหว่างระบบการศึกษากับภาคธุรกิจ เรียนจบแล้วต้องมีงานทำ! นี่คือ แนวทางการพัฒนาคนให้ก้าวทันศตวรรษที่ 21 <br> <br>ปัญหาเร่งด่วนลำดับถัดมา คือ <strong>"การทุจริตคอร์รัปชัน</strong>" ถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตระหนักดีตั้งแต่เป็นรัฐบาลสมัยแรก จึงกำหนดไว้ในข้อที่ 8<strong>. การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจํา</strong> คือ ต้องดำเนินการคู่ขนานทั้ง "นักการเมือง" และ "ข้าราชการประจำ" โดยไม่ละเว้น ด้วย "มาตรการทางการเมือง" ควบคู่ไปกับ "มาตรการทางกฎหมาย" กับผู้กระทําผิด และต้องนํา "เทคโนโลยี" มาใช้ "เฝ้าระวัง" การทุจริตประพฤติมิชอบ รวมถึงเร่งรัดขั้นตอนของกฎหมายกับผู้กระทําผิด ที่สำคัญต้องเปิดกว้างให้ภาคเอกชน และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ป้องกัน และเฝ้าระวังการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ<br> <br>อีกปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยทอดทิ้ง คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ที่ระบุไว้ในข้อ 9. คือ “<strong>การแก้ปัญหายาเสพติด</strong>” ที่ต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนบังคับใช้ "กฎหมาย" อย่างเคร่งครัด สร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำลาย "แหล่งผลิต" และ "เครือข่าย"&nbsp; ที่สำคัญต้องฟื้นฟูดูแลรักษา "ผู้เสพ" พร้อมสร้าง "โอกาส" "อาชีพ" และ "รายได้" ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติในสังคมได้ สำหรับ <strong>ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ </strong>คือ น้อมนํายุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ จัดสวัสดิการที่เหมาะสมสําหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ และการแก้ไขปัญหายึดหลัก "กฎหมายไทย" และ "หลักการสากล"<br>&nbsp;<br>รัฐบาลทราบดีว่า "<strong>หัวใจการบริหารประเทศ</strong>" คือ "<strong>ข้าราชการ</strong>" ดังนั้นการพัฒนา "ระบบ" และ "คน" ถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงกำหนดนโยบายข้อที่ <strong>10. การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน</strong> หรือ<strong> รัฐบาลดิจิทัล</strong> เริ่มต้นที่การพัฒนาระบบจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ การอนุมัติหรืออนุญาตทางราชการด้วยระบบดิจิทัลในอนาคต ต้องลดข้อจํากัดด้านกฎหมายที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการทําธุรกิจและการดํารงชีวิตของประชาชน และต้องแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ล้าสมัย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ<br> <br>ทุกวันนี้ ปัญหาภัยพิบัติถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่ภาวะโลกร้อน ทำให้ฤดูกาลต่าง ๆ แปรปรวนและทวีความรุนแรงขึ้น ดังนั้นการวางมาตรการตั้งรับและช่วยเหลือเยียวยาเป็นสิ่งสำคัญ จึงกำหนดนโยบาย <strong>11. การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย </strong>เริ่มด้วยมาตรการป้องกัน "ก่อน" เกิดภัย การให้ความช่วยเหลือ "ระหว่าง" เกิดภัย การแก้ไขปัญหาใน "ระยะยาว" โดยเฉพาะ "ระบบเตือนภัย" ต้องมีการจัดระบบติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกําหนดมาตรการ "บรรเทาความเดือดร้อน" ประชาชนให้ได้มากที่สุดและทันท่วงที และที่สำคัญต้องเร่งพัฒนาการปฏิบัติการ "ฝนหลวง" เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไม่ให้พืชผลทางการเกษตรต้องยืนต้นตายจากการขาดแคลนน้ำ หรือภาวะภัยแล้ง และนโยบายเร่งด่วนลำดับสุดท้าย คือ <strong>12. การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และการดําเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ</strong> ที่ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านให้ความสำคัญ<br> <br><strong>ทั้งหมดนี้ คือ นโยบายเร่งด่วน 12 ด้านที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้เร็วที่สุด</strong><br> <br>นโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอกย้ำอยู่เสมอ คือ ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง และต้องลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างคนจนและคนรวย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังนั้นการสานต่อความมุ่งมั่นดังกล่าวจึงกลายเป็นที่มาของการกำหนดวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้ มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21 โดยรัฐบาลได้กําหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน สำหรับนโยบายในช่วง 4 ปีถัดไป ด้วยนโยบายหลัก 12 ด้าน ประกอบด้วย<br>1. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์<br>2. การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ<br>3. การทํานุบํารุงศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม<br>4. การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก<br>5. การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย<br>6. การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค<br>7. การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก<br>8. การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย<br>9. การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม<br>10. การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน<br>11. การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ<br>12. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม<br> <br>ทั้งนโยบายหลัก 12 ด้าน และนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญอย่างมาก คือ "<strong>กรอบวินัย ด้านการเงินการคลังของประเทศ</strong>” เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล เหมือนกับนโยบาย <strong>"ประชานิยม"</strong> ในอดีต โดยรัฐบาลยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดมีแหล่งที่มาของเงินชัดเจน และจะทำงานภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง<br> <br>โดยเฉพาะนโยบายด้านสังคมที่เกี่ยวข้องกับ การศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ในขณะที่รายได้จากภาษีของประเทศมีอยู่อย่างจํากัด ดังนั้น <strong>รัฐบาลจึงต้องเร่งรัดพัฒนาระบบ จัดเก็บภาษีของรัฐให้มีความครอบคลุมมากขึ้น มุ่งเน้นการขยายฐานภาษีและปรับโครงสร้างภาษีให้มีความเป็นธรรม รวมทั้งเร่งส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวจะกลับมาสู่ระบบภาษีที่จะนํามาใช้ในการดําเนินนโยบาย เพื่อพัฒนาประเทศทั้งในเชิงเศรษฐกิจและเชิงสังคมตามนโยบายรัฐบาล</strong> <br> <br>นอกจากนี้ แผนงานหรือโครงการใดที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและเป็นการ วางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว รัฐบาลจะพิจารณาให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ รวมทั้งพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ อาทิ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยในโครงการที่มีความคุ้มค่าทางการเงิน เพื่อลดภาระการลงทุนจากงบประมาณแผ่นดินและการกู้เงิน<br> <br>"แหล่งที่มาของงบประมาณ" จึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลคำนึงถึง ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจว่าการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนทุกบาททุกสตางค์ จะอยู่ภายใต้ <strong>"กรอบวินัย การเงินการคลังอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ฐานะการเงินการคลังของประเทศ มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ" </strong>กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ<br>&nbsp;<br>ทั้งหมดล้วนมีเป้าหมาย คือ ขับเคลื่อนการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อเป็นรากฐานสําคัญ ในการก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระยะ 20 ปี ข้างหน้าตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp; "มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21" นำโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา<br><br>​----------------------<br>ภาพ / ข่าว : กลุ่มสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 02:09:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3081729/Bookmarks/wish/2223582633</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นโยบายด้านสังคมของชาติไทยเพื่อพัฒนาชาติไทย</title>
         <author>3081729</author>
         <link>https://padlet.com/3081729/Bookmarks/wish/2223585224</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>นโยบายด้านสังคม<br></strong><br></div><div><br>๑. สร้างสถาบันครอบครัวให้มีความอบอุ่น<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนาตระหนักถึงความสำคัญของสภาพครอบครัวที่อบอุ่นอันเป็นรากฐาน<br>ของสังคม จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับสถาบันครอบครัวอย่างสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาสังคม ตลอดจนการให้การสนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณี<br>และความเป็นอยู่ที่ดีงามตามแบบครอบครัวไทย<br><br></div><div><br>๒. สร้างสวัสดิภาพเด็กสตรี ผู้มีความหลากหลายทางเพศผู้สูงอายุผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนามุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการจัดให้มีเครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการและเอกชนในการสนับสนุนการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ภายใต้การควบคุมมาตรฐานอย่างใกล้ชิด ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อน ป้องกันคุ้มครองสตรี<br>จากการถูกล่อลวง หรือถูกล่วงละเมิด และถูกทารุณกรรม ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ จัดสวัสดิการที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุฟื้นฟูพัฒนาผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษา และการพัฒนาตนให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ รวมทั้งจะสนับสนุนให้ผู้ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงแหล่งงานและบริการสวัสดิการสาธารณะอย่างเป็นธรรม และการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นประโยชน์ให้มีประสิทธิภาพ<br>และทันสมัยในการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กสตรี ผู้มีความหลากหลายทางเพศผู้สูงอายุผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส<br><br></div><div><br>๓. ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมบริการสาธารณะที่เอื้อต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และจะเคร่งครัดต่อการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิต<br>และทรัพย์สิน เร่งรัดแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด และปัญหาการจราจรติดขัด<br>ในเขตเมือง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย<br><br></div><div><br>๔. พัฒนาฝีมือแรงงาน และคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้ใช้แรงงาน<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนามุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีความสอดคล้องกับความสนใจ<br>ของแต่ละบุคคล บนพื้นฐานความต้องการของตลาดแรงงาน พัฒนาระบบการประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพ<br>และอำนวยประโยชน์สำหรับผู้ใช้แรงงานให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง จะให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสวัสดิภาพของแรงงานเด็ก และสตรี ส่งเสริมให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ และกระบวนการในการระงับข้อพิพาทแรงงานที่รวดเร็ว และเป็นธรรมสร้างมาตรการจูงใจ และเคร่งครัดต่อการจัดระบบความปลอดภัยในการทำงาน และให้สวัสดิการแก่ผู้ใช้แรงงานสนับสนุนให้ผู้ใช้แรงงานมีเสรีภาพ และได้รับความคุ้มครองในการจัดตั้ง<br>สหภาพแรงงาน<br><br></div><div><br>๕. บริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนามุ่งมั่นที่จะปรับปรุงบริการสาธารณสุขโดยการพัฒนาบุคลากร<br>ทางการแพทย์ และจัดให้มีเครื่องมือการแพทย์ให้ทันสมัย ยกระดับสถานีอนามัยให้เป็นโรงพยาบาลตำบล<br>และเพิ่มงบพัฒนาครุภัณฑ์แก่ระบบโรงพยาบาลให้เพียงพอส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์<br>แผนไทยโดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกินอยู่ และสุขอนามัยที่ดีของประชาชนโดยผ่านกลไกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน<br>เพื่อเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันการเกิดโรค<br><br></div><div><br>&nbsp;<br><br></div><div><br>๖. พัฒนายกระดับระบบความปลอดภัยสาธารณะ<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบความปลอดภัยสาธารณะ ทั้งการพัฒนาระบบ ทรัพยากร กลไกการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยและอุบัติภัย สนับสนุนการบริหารจัดการระบบ<br>ความปลอดภัยทางถนนอย่างสอดประสานกัน ปรับปรุงระบบ และรูปแบบการเตือนภัย การช่วยเหลือกู้ภัย<br>ให้มีประสิทธิภาพ ดำเนินการจัดการเยียวยาผู้ประสบภัย การฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม ให้ความรู้ และเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านทางสถาบันสังคม เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติภัย และการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนที่อาศัยอยู่ในยามที่เกิดภัย<br><br></div><div><br>๗. ส่งเสริมการกีฬา<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนาตระหนักถึงความสำคัญของการกีฬาต่อการพัฒนาสุขภาพ และศักยภาพของคน จึงมุ่งมั่นที่จะใช้การกีฬาเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประชากร ทั้งในด้านสุขอนามัย และสภาพจิตใจทั้งนี้จะส่งเสริมการเล่นกีฬาในหมู่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยจะใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการจัดสร้าง<br>สนามกีฬาศูนย์ฝึกให้ทั่วถึง และสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาให้เพียงพอส่งเสริมการกีฬาของชาติให้พัฒนาไปสู่กีฬาแห่งความเป็นเลิศ และกีฬาอาชีพ แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาให้มีประสิทธิภาพ<br><br></div><div><br>๘. ทำนุบำรุงศาสนาอนุรักษ์พัฒนาศิลปะ และวัฒนธรรม<br><br></div><div><br>พรรคชาติไทยพัฒนามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ และการนำหลักธรรมของศาสนา<br>มาใช้ในการดำรงชีวิตอย่างสันติของทุกศาสนิกชน มุ่งมั่นอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยโดยการนำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และภูมิปัญญาไทยศึกษาค้นคว้าวิจัยฟื้นฟูพัฒนา และเผยแพร่ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ<br>ในประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมของชาติ ส่งเสริมให้ประชาชนนำศิลปวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้<br>ในการดำรงชีวิตอันจะนำไปสู่การเกิดศิลปวัฒนธรรมโดยธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเป็นวัฒนธรรมที่ดีของชาติต่อเนื่องสืบไป<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 02:12:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/3081729/Bookmarks/wish/2223585224</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
