<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>นิทรรศการ ปัณฑิตา 40 by 5540 นางสาวปัณฑิตา กลิ่นสุคนธ์</title>
      <link>https://padlet.com/c20760/Bookmarks</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยความรื่นเริง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-01-27 11:07:26 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-09 19:29:33 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ประวัติวัดพระปรางค์เหลือง</title>
         <author>c20760</author>
         <link>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058667465</link>
         <description><![CDATA[<div>พระปรางค์เหลือง เป็นวัดโบราณที่เก่าแก่มากวัดหนึ่ง และเป็นสถานที่หนึ่งในสมัยที่ ร.5 เสด็จประพาสต้น เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปกรได้คำนวณอายุของวัดว่าเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2305 ซึ่งเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และในอดีตที่ผ่านมาวัดมีชื่อเสียงในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ<br><br>วัดเก่าแก่มีอายุเก่าแก่กว่า 230 ปีแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ประมาณปี พ.ศ. 2305 และยังเป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานเมืองบน อันเป็นหัวเมืองโบราณในสมัยทวารวดี ที่ปรากฏร่องรอยคูเมืองโบราณอยู่ด้านทิศเหนือของวัด จึงอาจบ่งบอกได้ว่าวัดพระปรางค์เหลืองน่าจะเป็นชุมชน และแหล่งอารยธรรมโบราณมาก่อน และในอดีตที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯ ณ วัดพระปรางค์เหลืองถึงสามครั้งด้วยกัน โดยครั้งที่มีความสำคัญมากที่สุดคือครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2449 ที่ "หลวงพ่อเงิน" ได้ถวายการรดน้ำมนต์แด่พระองค์ท่าน และจากนั้นท่านก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระครูพยุหานุสาสก์" ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพยุหะคีรีที่มีชื่อเสียงด้านรดน้ำมนต์ "จินดามณี" โดยภายในวัดมีโบรณสถานสำคัญหลายแห่งที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม น่าชม - องค์พระปรางค์เหลืองที่ปรางค์องค์เดิมนั้นมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ปรางค์องค์เดิมนั้นมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นเจดีย์องค์เก่าอยู่ในพื้นที่โบราณสถานเมืองบนสมัยทวารวดีและมีการบูรณะในสมัยอยุธยา โดยหลวงพ่อเงินได้กราบทูลองค์พระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า บนกองอิฐนั้นน่าจะเป็นองค์พระปรางค์เล็ก ๆ และทาสีเหลืองไว้ สมควรชื่อพระปรางค์เหลือง ซึ่งปัจจุบันพระปรางค์องค์นี้มีลักษณะเป็นพูนอิฐ และดินสูงเหมือนเนินเขาเตี้ย จึงได้มีการสร้างองค์พระปรางค์เหลืององค์ใหม่ เป็นปรางค์ที่มีทัศนียภาพสวยงามตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา โดยทำเป็นสีขาวทั้งองค์ สูงประมาณ 29 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสูงสามชั้น ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ตรงกลางขององค์ปรางค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์ธาตุ - วิหารหลวงพ่อโตประดับเครื่องสังคโลก - แพท่าน้ำรับเสด็จ เก๋งเรือพระราชทาน - กุฏิเก่าหลวงพ่อเงิน มีรูปหล่อหลวงพ่อเงิน รวมทั้งภาพถ่ายสำคัญในอดีต<br><br>ที่มา https://thai.tourismthailand.org/Attraction/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1555896807/fe6054235e3ca9e82e77355683b252f0/__________________04.jpg" />
         <pubDate>2022-02-21 12:21:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058667465</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความหมายของการประพาสต้นร. 5 วัดพระปรางค์เหลือง</title>
         <author>c20760</author>
         <link>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058916564</link>
         <description><![CDATA[<div>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสต้นยังจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นการเสด็จเพื่อพบเห็นและใกล้ชิดกับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระองค์เอง และทรงประสงค์ที่จะได้รับทราบความทุกข์ ความสุขและความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างแท้จริง<br>&nbsp;<br>จากการอธิบายความหมายของการเสด็จประพาสต้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ นับได้ว่ามีจำนวน ๓ ครั้งคือ<br>&nbsp;<br>การเสด็จประพาสต้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๗ เสด็จสมุทรสาคร ดำเนินสะดวก ราชบุรี, สมุทรสงคราม ฯลฯ<br>การเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙ ระหว่างวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ถึง ๒๙ สิงหาคม ๒๔๔๙ โดยเสด็จออกจากสวนดุสิต ลงเรือที่ตำหนักแพวังหน้า โดยเสด็จผ่านเมืองนครสวรรค์ขาขึ้น ในวันที่ ๑๑-๑๘ สิงหาคม ๒๔๔๙ ซึ่งการเสด็จฯ เมืองนครสวรรค์ครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครสวรรค์มาก และสามารถค้นคว้าหาภาพถ่ายมาประกอบเรื่องได้ ด้วยขณะนั้นพระองค์ทรงโปรดการถ่ายรูป<br>การเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๓ร.ศ. ๑๒๘ ( พ.ศ.๒๔๕๑ ) เสด็จโดยทางรถไฟจนถึงเมืองนครสวรรค์ แล้วทรงเรือพระที่นั่งล่องน้ำลงมาเข้าปากน้ำมะขามเฒ่าประพาสทางลำน้ำเมืองสุพรรณบุรี<br>&nbsp;<br>งานเสด็จประพาสต้นพระพุทธเจ้าหลวง มณฑลนครสวรรค์ กำหนดจัดทุก ๆ เดือนสิงหาคมของทุกปี ณ แต่ละอำเภอที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เคยเสด็จประพาสต้น เหตุที่เรียกว่า "ประพาสต้น" นั้น เนื่องจากเมื่อเวลาจะประพาสแล้วไม่อยากให้ใครรู้ว่าจะเสด็จไป เพื่อใกล้ชิดกับประชาราษฎร์มากขึ้น ในการเสด็จฯ จะทรงเรือมาดเก๋ง 4 แจว 1 ลำ แต่เรือลำเดียวไม่พอบรรทุกเครื่องครัว จึงทรงซื้อเรือมาดประทุน 4 แจว ที่แม่น้ำอ้อมแขวง จ.ราชบุรี 1 ลำ โปรดให้ เจ้าหมื่นเสมอใจราช เป็นผู้คุมเครื่องครัวไปในเรือนั้น เจ้าหมื่นเสมอใจราชมีชื่อเรียกว่า "อ้น" จึงทรงดำรัสเรียกเรือลำนั้นว่า "เรือตาอ้น" เรียกเร็ว ๆ จึงกลายเสียงเป็น "เรือต้น"<br><br>ที่มา https://www.m-culture.go.th/nakhonsawan/ewt_news.php?nid=1631&amp;filename=index</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-21 14:56:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058916564</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ที่อยู่วัดพระปรางค์เหลือง</title>
         <author>c20760</author>
         <link>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058923147</link>
         <description><![CDATA[<div>วัดพระปรางค์เหลือง” ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านท่าน้ำอ้อย หมู่ที่ 1 ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย<br><br>พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านฝั่งทิศตะวันออก ห่างจากตัวจังหวัดนครสวรรค์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร<br><br>เป็นวัดโบราณเก่าแก่มากวัดหนึ่ง เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรคำนวณอายุของวัดไว้ว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.2305 ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จากปูชนียสถาน เช่น องค์พระปรางค์ พระวิหาร อุโบสถ เป็นสิ่งบ่งบอกถึงอายุของโบราณสถานแห่งนี้ ทำให้ทราบว่าวัดพระปรางค์เหลืองมีอายุยาวนานประมาณถึง 249 ปี<br><br>นอกจากนี้ ยังตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานเมืองบน อันเป็นหัวเมืองโบราณสมัยทวารวดี ปรากฏร่องรอยคูเมืองโบราณติดอยู่ด้านทิศเหนือของวัด<br><br>สิ่งเหล่านี้ช่วยบอกให้ทราบว่าเคยเป็นแหล่งชุมชนและแหล่งอารยธรรมแห่งหนึ่งของชาติมาแต่โบราณ<br><br>ในอดีตที่ผ่านมาวัดนี้มีชื่อเสียงในด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยทางยาสมุนไพร&nbsp;<br><br><br>ที่มาhttp://localguide.thailandtourismdirectory.go.th/info/index/detail/itemid/2484</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1555896807/548640e91f8087fe2bc63b435aae4cd7/20171219bf083d4ab960620b645557217dd59a49120206.jpg" />
         <pubDate>2022-02-21 15:01:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058923147</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สถานที่สำคัญและยาสมุนไพรของวัดพระปรางค์เหลือง</title>
         <author>c20760</author>
         <link>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058936344</link>
         <description><![CDATA[<div>สถานที่สำคัญคือองค์พระปรางค์เหลืองปรางค์องค์เดิมนั้นมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นเจดีย์องค์เก่า อยู่ในพื้นที่โบราณสถานเมืองบนสมัยทวารวดี ปัจจุบันพระปรางค์องค์นี้มีลักษณะเป็นพูนอิฐ และดินสูงเหมือนเนินเขาเตี้ย ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใครแตะต้องไม่ได้ ส่วนองค์พระปรางค์ปัจจุบัน<br>ตามหลักของแผนโบราณ รวมทั้งการรักษาโรคเคล็ดขัดยอก และอัมพาต โดยวิธีเหยียบฉ่าอย่างได้ผล<br><br>พระหมอจะใช้เท้าเหยียบยาสมุนไพร หรือน้ำมันยา แล้วเหยียบลงบนแผ่นเหล็กเผาไฟ จนแดง ร้อนจัด หรือใช้เท้าลนไฟถ่านให้ร้อนจัดแล้วเหยียบลงบนคนไข้จนเกิดเสียงดัง “ฉ่า” คนไข้ที่เป็นหนักก็บรรเทาอาการลงและสบายขึ้น<br><br> ที่มา https://welovetogo.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%AD-%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B8/<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-21 15:09:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058936344</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติหลวงพ่อเงินวัดพระปรางค์หลวง</title>
         <author>c20760</author>
         <link>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058940023</link>
         <description><![CDATA[<div>ในอดีต “พระครูพยุหานุศาสน์” (เงิน) หรือ หลวงพ่อเงิน อดีตเจ้าอาวาส และอดีตเจ้าคณะเมืองพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและเคารพนับถือทั้งของข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนอย่างกว้างขวาง จนได้รับสมณศักดิ์เป็น “พระครูพยุหานุศาสน์” ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพยุหะคีรี มีชื่อเสียงทางด้านรดน้ำมนต์ “มหาจินดาสารพัดนึก”<br><br>อาคารเสนาสนะต่างๆ ของวัดพระปรางค์เหลือง มีอุโบสถ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก, ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารไม้, หอสวดมนต์ เป็นอาคารไม้, กุฏิสงฆ์ 25 หลัง เป็นอาคารไม้ 10 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 15 หลัง<br>สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถ และมีพระปรางค์ ซึ่งมีฐานกว้าง ด้านละ 7 เมตร สูงประมาณ 5 เมตร<br><br>วัดพระปรางค์เหลืองสร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่พ.ศ.2325 เดิมเป็นป่ารก อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา มีพระปรางค์เป็นของเก่าแก่อยู่เป็นหลักฐาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาส 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2444 ครั้งที่ 2 ปีพ.ศ.2449<br>พระครูนิสิตคุณากร (สนม) สืบเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติหลวงพ่อเงินจากคนเฒ่า-คนแก่ ความว่า หลวงพ่อเงินเกิดเมื่อปีพ.ศ.2384 บิดาเชื้อสายจีนไหหลำ เป็นชาวบ้านย่านไม้รวก จ.สิงห์บุรี ครอบครัวอพยพตั้งแต่หลวงพ่อเงินยังเป็นเด็ก อยู่ที่บ้านหนองหมู ต.เนินมะกอก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ประกอบอาชีพทำไร่<br><br>อายุ 10 ขวบบิดานำไปฝากตัวที่วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี ซึ่งสมัยก่อนเป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียง<br><br>อายุครบ 20 ปีอุปสมบทที่วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ โดยมีหลวงพ่อแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์<br><br>ศึกษาตำรายาแผนโบราณ เรียนสูตรมูลกัจจายน์ วิปัสสนากัมมัฏฐานจากหลวงพ่อแก้วและหลวงพ่อขำ วัดเขาแก้ว<br>ต่อมาพี่ชายได้ภรรยาอยู่ที่บ้านท่าน้ำอ้อยใกล้วัดพระปรางค์เหลือง จึงนิมนต์หลวงพ่อเงินมาเทศน์มหาชาติ ทำให้คุ้นเคยกับหลวงพ่อสี เจ้าอาวาสวัดพระปรางค์เหลือง ขณะนั้น หลวงพ่อสีชักชวนให้มาจำพรรษาที่วัดพระปรางค์เหลือง<br><br>ท่านเรียนรู้และมีความชำนาญทางสมุนไพรยารักษาโรคแผนโบราณ จนเป็นที่เลื่องลือไกล มีคนมารักษามากมาย อีกทั้งโด่งดังในเรื่องการรดน้ำมนต์<br><br>ต่อมาหลวงพ่อสีมรณภาพ จึงนิมนต์หลวงพ่อเงินให้เป็นเจ้าอาวาส และไม่นานท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “พระครูพยุหานุศาสน์” เจ้าคณะอำเภอเมืองพยุหะคีรี<br><br>ต่อมาอาพาธเป็นไข้ และมรณภาพเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2450 เวลา 2 ทุ่มเศษ สิริอายุ 66 ปี<br><br><br>ที่มา https://m.facebook.com/164703000258379/photos/a.364226060306071/2165279700200689/</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1555896807/be5ce9505b00558c5c7e3e075397da72/d03c01e1a380e9d5b57e6486f2870c02.jpg" />
         <pubDate>2022-02-21 15:12:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2058940023</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผู้จัดทำ</title>
         <author>c20760</author>
         <link>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2059862387</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว&nbsp; ปัณฑิตา  กลิ่นสุคนธ์ เลขที่40 ม.5/5</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1555896807/eeeb04b35ea8fd4aa29681afc99dfeb6/IMG_20210204_134206_359.jpg" />
         <pubDate>2022-02-22 04:58:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c20760/Bookmarks/wish/2059862387</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
