<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ยุคของดนตรีไทย by 08 ปฏิภาณ อัตสิทธิ์</title>
      <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks</link>
      <description>นายปฏิภาณ อัตสิทธิ์ ม.5/4 เลขที่8</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-06-07 16:14:40 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-06-24 16:19:35 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f600.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดนตรี</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425549914</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; สมัยสุโขทัยนับเป็นสมัยเริ่มต้นที่คนไทยรวมตัวกันเป็นชาติอย่างสมบูรณ์&nbsp; แทนที่จะเป็นเพียงอาณาจักรที่มีเขตอิทธิพลอย่างจำกัดดังแต่กอ่น เรื่องราวของสุโขทัยมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อพ่อขุนรามคำแหงได้ประดิษฐ์อักษรไทยและจารึกเรื่องราวต่างๆ ลงในหลักศิลาจารึก&nbsp; และจากศิลาจารึกนี้เองทำให้คนรุ่นหลังทราบว่าสมัยสุโขทัยเป็นยุคสมัยหนึ่งที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านสังคม เศรษฐกิจ&nbsp; การเมือง&nbsp; การทหาร&nbsp; ภาษา&nbsp; และศิลปวัฒนธรรม&nbsp; ชาวเมืองมีเครื่องเล่นสร้างควงามรื่นเริงบันเทิงใจ&nbsp; และมีอิสระเสรีที่จะแสดงออกในเรื่องราวของบทเพลงและดนตรี&nbsp; เพลงและเรื่องราวของดนตรีบางส่วนจึงปรากฏอยู่บนหลักศิลาจารึก&nbsp; เช่น ข้อความที่ว่า "เสียงพาทย์ เสียงพิณ&nbsp; เสียงเลื่อน&nbsp; เสียงขับ" แสดงให้เห็นว่า ในสมัยสุโขทัยมีการนำดนตรีมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ทั้งในราชสำนักและประเพณีของราษฎร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-20 07:46:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425549914</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดนตรี</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425552403</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp;สมัยอยุธยาดนตรีมีการพัฒนาในหลายๆด้าน ทั้งนี้ เพราะอยุธยาเป็นราชธานียาวนนานถึง 417 ปีจึงมีการติดต่อสัมพันธ์กับชาติต่างๆ หลายชาติ ดดยผ่านทางการเมือง&nbsp; การค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม&nbsp; เชื่อกันว่าในสมัยอยุธยาดนตรีไทยน่าจะมีความเจริญมาก&nbsp; ทำให้ประชาชนนิยมเล่นดนตรีกันมากมาย&nbsp; แม้แต่ในเขตพระราชฐาน&nbsp; จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนถ (พ.ศ.1991-2031) ต้องมีกฏมณเฑียรบาลกำหนดว่า "ห้ามร้องเพลงเรือ&nbsp; เป่าขลุ่ย เป่าปี่&nbsp; สีซอ ดีดกระจับปี่&nbsp; ดีดจะเข้&nbsp; ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน"</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-20 07:50:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425552403</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425552827</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1. เพลงมโหรี ใช้วงมโหรีบรรเลง มีไว้สำหรับบรรเลงขับกล่อม&nbsp; เพลงที่บรรเลงมี 2 ชนิด คือ เพลงตับและเพลงเกร็ด ซึ่งมีตำราเพลงมโหรีปราฏกรายชื่อตกทอดมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ถึงจำนวน 197 เพลง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. เพลงปี่พาทย์&nbsp; ใช้วงปี่พาทย์ มีไว้สำหรับบรรเลงประกอบการแสดงโขน&nbsp; ละคร และใช้บรรเลงประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพลงที่บรรเลง เช่น เพลงหน้าพาทย์ เพลงประกอบละคร เพลงเรื่อง เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. เพลงภาษา เป็นเพลงไทยที่มีสำเนียงของชาติต่างๆ มักใช้เพลงประกอบตัวละครตามเชื้อชาติ นั้นๆ เช่น เพลงสำเนียงภาษาจีน เพลงาสำเนียงมอญ&nbsp; เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-20 07:51:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425552827</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425747525</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;1.สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กวีที่สำคัญ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงพระราชนิพนธ์&nbsp; ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง และสุภาษิตพระร่วง (บัญญัติพระร่วง)<br>&nbsp;2.สมัยพระยาลิไท กวีที่สำคัญ คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.1 พระยาลิไท (พระมหาธรรมราชาที่ ๑)&nbsp; ทรงพระราชนิพนธ์ ไตรภูมิพระร่วง (เตภูมิกถา)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2 นางนพมาศ แต่ง ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-20 12:47:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425747525</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ: เพลงหน้าพาทย์รัวสามลา</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425752803</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ความหมายของเพลงหน้าพาทย์รัวสามลา</strong></div><div>คำว่า “ลา”&nbsp; ในศัพท์สังคีตหมายถึง ”จบ” หรือ “ครั้ง” เพราะฉะนั้น รัวสามลา จึงหมายถึง รัว 3 จบหรือ กราบ 3 ครั้งแทนการกล่าวคาถา “ธมฺมสวนกาโล อยมฺภทนฺตา” เพลงรัวสามลาเป็นเพลงที่มีมานานเช่นเดียวกับเพลงหน้าพาทย์อื่นๆ ซึ่งไม่ปรากฏนามผู้แต่งเพลง ด้วยเหตุผลที่เพลงรัวสามลามีความหมายเกี่ยวกับการแสดงฤทธิ์เดช การชุบศรหรืออาวุธสำคัญ จึงมีการเรียกเพลงรัวสามลา อีก ชื่อหนึ่งว่า&nbsp; “รัวสำเร็จ”</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=bjVrAEGTgHY" />
         <pubDate>2022-12-20 12:53:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425752803</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425755558</link>
         <description><![CDATA[<div>พระมหาธรรมราชาที่ 1&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1725721898/f763a490b7e0e1e31248ed4a47a3ecd7/5B8F8587_9140_49A6_8F4C_6C85FA74A30B.jpg" />
         <pubDate>2022-12-20 12:57:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425755558</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพลงตับ</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425760364</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/K6ZigteaSq4" />
         <pubDate>2022-12-20 13:03:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425760364</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดนตรี</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425778097</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มีวงดนตรี 3 ประเภท เช่นเดียวกับสมัยอยุธยา คือ วงปี่พาทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสาย แต่มีเครื่องดนตรีของชาติต่างๆ เข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด ดังปรากฏในหมายกำหนดการของพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นว่า “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิณพาทย์ไทย พิณพาทย์รามัญ มโหรีไทย ฝรั่ง มโหรีญวน เขมร ผลัดเปลี่ยนกันสมโภช 2 เดือนกับ 12 วัน” ในงานสมโภชพระแก้วมรกตเป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-20 13:23:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425778097</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดนตรี</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425781280</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>&nbsp; &nbsp; สมัยรัชกาลที่ ๑ </strong>การจัดวงปี่พาทย์เครื่องห้าได้เพิ่มกลองทัดเข้ามาในวงอีก ๑ ใบ ทำให้วงปี่พาทย์มีกลองทัด ๒ ใบ เสียงสูงและเสียงต่ำเป็นที่นิยมในปัจจุบัน</div><div><br><br><br><strong>&nbsp; &nbsp; สมัยรัชกาลที่ ๒ </strong>เป็นยุคทองของดนตรีไทย เพราะรัชกาลที่ ๒ ทรงโปรดดนตรีไทยมากเป็นพิเศษ พระองค์มีซอ ๓ สายคู่พระหัตถ์ ชื่อซอสายฟ้าฟาด และได้พระราชนิพนธ์เพลงบุหลันลอยเลื่อนซึ่งไพเราะมาก ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ได้นำวงปี่พาทย์มาบรรเลงประกอบการขับเสภาเป็นครั้งแรก มีการสร้างกลองชนิดใหม่เรียกกลองสองหน้า ซึ่งดัดแปลงมาจากเปิงมางของมอญเพื่อใช้แทนตะโพนไทย และกลองทัดซึ่งดังกลบเสียงร้อง<br><br><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยรัชกาลที่ ๓</strong> มีการพัฒนาวงปี่พาทย์เครื่อง โดยได้ประดิษฐ์ระนาดทุ้มคู่กับระนาดเอก และประดิษฐ์ฆ้องวงเล็กคู่กับฆ้องวงใหญ่<br><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยรัชกาลที่ ๔ </strong>มีการประดิษฐ์เครื่องดนตรีเพิ่มขึ้น คือ ระนาดเหล็ก วงปี่พาทย์เครื่องคู่จึงพัฒนามาเป็นวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ นอกจากนี้มีการผสมวงเครื่องสายขื้นอีกด้วย<br><br>&nbsp; <strong>&nbsp;</strong><br>&nbsp; &nbsp; ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เกิดวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงปรับปรุงขึ้นเพื่อบรรเลงประกอบละครวงปี่พาทย์นี้มีชื่อเสียงไพเราะนุ่มนวลกว่า เพราะได้ดัดเครื่องดนตรีที่มีเสียงดังมาก เสียงสูงและเสียงเล็กแหลมออกจนหมด และระนาดเอกก็ตีด้วยไม้นวม รวมทั้งยังนำฆ้องชัยหรือฆ้องหุ่ยมา ๗ลูก เทียบเสียงเรียงลำดับตีห่างๆ คล้ายกับ เบสของฝรั่ง เพิ่มเข้ามา<br><strong><br></strong><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยรัชกาลที่ ๖</strong> วงดนตรีได้พัฒนารูปแบบขึ้นอีก คือ มีการนำเครื่องดนตรีของต่างชาติมาผสมเช่นวงเครื่องสายนำเอาขิมของจีนมาผสม และนำออร์แกนของฝรั่งเข้ามาผสมเป็นรูปแบบของวงเครื่องสายผสมนอกจากนี้ยังนำเอาอังกะลุงซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของอินโดนีเซียเข้ามาด้วย<br><br><br>&nbsp; <strong>&nbsp; สมัยรัชกาลที่ ๗</strong> พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งวงเครื่องสาย ส่วนพระองค์ขึ้น โดยพระองค์ทรงซอด้วง และพระบรมราชินีทรงซออู้ พร้อมทั้งเจ้านายอีกหลายพระองค์ อยู่ในวงนั้น นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงพระราชนิพนธ์ เพลงราตรีประดับดาว เถา เพลงเขมรละออองค์ เถา และเพลงคลื่นกะทบฝั่ง ๓ชั้น ต่อมาเมื่อหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ การดนตรีไทยได้ค่อย ๆ เสื่อมลง จนมาถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ไปแล้ว จึงได้มีการฟื้นฟูดนตรีไทยขึ้นใหม่ จนมาถึงปัจจุบันนี้ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระปรีชาสามารถทางดนตรีสากล และพระราชนิพนธ์เพลงขึ้นหลายเพลงด้วย แต่พระองค์ยังทรงสนพระทัยการดนตรีไทย โดยพระราชทานทุน ให้พิมพ์เพลงไทยเป็นโน้ตสากลออกจำหน่ายจนเป็นที่นิยมของวงการดนตรีทั่วไป</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1725721898/e722f736a3fae91e4b0a57bb35cc7573/6000DCB6_1F64_4E37_8D2B_C387F94230A5.jpg" />
         <pubDate>2022-12-20 13:27:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425781280</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ: ลูทวิช ฟัน เบทโฮเฟิน</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425786089</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1725721898/4eb29c564a4095cfca5b1fdddb68702a/5E11002B_9F6D_4361_84FE_578E49A6B832.jpg" />
         <pubDate>2022-12-20 13:32:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425786089</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ:เพลงสาธุการ</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425788017</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง มีความหมายของเพลงเพื่อแสดงการน้อมไหว้และเคารพบูชา เป็นเพลงประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ มีบทบาทสำคัญทั้งในงานพระราชพิธีและพิธีของประชาชนทั่วไป ในวัฒนธรรมดนตรีของไทย ใช้เพลงสาธุการเป็นเพลงแรก ฝึกหัดฆ้องวงใหญ่ก่อนที่จะเรียนเพลงอื่น ๆ โดยผู้เรียนจะต้องผ่านการครอบหรือยกครู ทำนองทางฆ้องเพลงสาธุการเป็นลูกฆ้องอิสระที่เอื้ออำนวยให้นักดนตรี แสดงภูมิปัญหา สร้างสรรค์ พัฒนาทำนองและการใช้มือฆ้อง ทำให้เพลงนี้มีทางเพลงมากมายในปัจจุบัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/3WQsI8E-LKE" />
         <pubDate>2022-12-20 13:34:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425788017</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระประดิษฐ์ไพเราะ (ครูมีแขก)</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425791534</link>
         <description><![CDATA[<div>คีตกวีในสมัยรัชกาลที่ 3 ถึง รัชกาลที่ 5 เป็นคีตกวีคนแรกที่นำเพลง 2 ชั้น มาทำเป็นเพลงสามชั้น มีความสามารถในการแต่งเพลง และฝีมือในทางเป่าปี่ เป็นเยี่ยม โดยเฉพาะเพลงเด่นที่สุดคือ "ทยอยเดี่ยว" บ้างเรียกท่านว่า "เจ้าแห่งเพลงทยอย" ซึ่งหมายถึงเพลงที่มีเทคนิคการบรรเลงและลีลาที่พิสดาร โดยเฉพาะลูกล้อ ลูกขัดต่างๆ&nbsp;<br><br>อีกเพลงหนึ่งคือเพลง "เชิดจีน" เป็นเพลงที่ให้อารมณ์สนุกสนาน มีลูกล้อลูกขัด ที่แปลกและพิสดาร ท่านแต่งบรรเลงถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ซึ่งได้รับการโปรดปรานมาก จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระประดิษฐ์ไพะเราะ"</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1725721898/1894ca8eff3f9c2efc1b90cfa3356ce0/38AFC7F3_B82D_42A3_AB43_E8CD10A38A67.jpg" />
         <pubDate>2022-12-20 13:38:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425791534</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425791972</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-20 13:38:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425791972</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูช้อย สุนทรวาทิน</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425794796</link>
         <description><![CDATA[<div>ครูช้อยเป็นคีตกวีผู้อาภัพ พิการทางตาตั้งแต่เล็ก และเป็นคีตกวีที่ไม่มีบรรดาศักดิ์ แต่ท่านเป็นครูปี่พาทย์ที่สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้สอนดนตรีหญิงที่ตำหนักเจ้าลาว (เจ้าดารารัศมี) และเป็นครูของพระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง (เนียม) ท่านมีผลงานในการแต่งเพลงรวมทั้งขยายเพลงเดิม เช่น โหมโรงครอบจักรวาลสามชั้น, แขกลพบุรีสามชั้น, แขกโอดสามชั้น, อกทะเลสามชั้น, โหมโรงมะลิเลื้อย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1725721898/378fc64f376e2049ef080460bf61fb4b/8839036D_7AE2_4FF1_BD13_53BAC0A4A9F9.jpg" />
         <pubDate>2022-12-20 13:41:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425794796</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ :เพลงแขกบรเทศ</title>
         <author>459658</author>
         <link>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425797450</link>
         <description><![CDATA[<div>เพลงแขกบรเทศ เป็นเพลงที่พระประดิษฐ์ไพเราะ ( มี ดุริยางกูร ) นำเพลงแขกบรเทศที่มีอัตราจังหวะ 2 ชั้น และชั้นเดียว ซึ่งเป็นเพลงประเภทสองไม้และเพลงเร็ว มาแต่งขยายขึ้นให้เป็นอัตราจังหวะ 3 ชั้นจนครบเป็นเพลงเถา เพลงแขกบรเทศเป็นเพลงที่มี 2 ท่อน ใช้หน้าทับสองไม้ โดยปรกติเป็นเพลงที่นิยมขับร้องและบรรเลง ติดต่อกับเพลงเชิดจีน และในอัตราจังหวะ 2 ชั้นมักนิยมนำไปบรรเลงประกอบการแสดงโขน ละคร หรือการรำอวยพร สำหรับในบทร้องสองชั้นที่นำมาให้นักเรียนได้ฝึกขับร้องนี้เป็นบทพระราช นิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 จากบทละครเรื่องพระร่วง....<br>(บรรเลงโดยวงกอไผ่ อัลบั้มโหมรักโหมโรง ๒)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/3eOWqa_31Ts" />
         <pubDate>2022-12-20 13:44:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/459658/Bookmarks/wish/2425797450</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
