<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>วิชา ส32103 ครูพัชรี by พัชรี ดวงศรี</title>
      <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa</link>
      <description>Made with no regrets, whatsoever</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-11 06:37:05 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-03-14 13:19:23 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f618.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ใบงาน หน่วย1 ใบที่1</title>
         <author>patcharee_gg</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/1883753041</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.liveworksheets.com/c?a=s&amp;n=m.5&amp;g=m.5&amp;s=%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A21%20%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%881&amp;t=2v53balbd18&amp;sr=n&amp;is=y&amp;ia=y&amp;ms=uz&amp;l=oh&amp;i=stznsz&amp;r=rk&amp;db=4&amp;f=dzduuuuu&amp;cd=p5y80fdafn76liijwpzglpgsc9ngnxxxxxxg" />
         <pubDate>2021-11-11 09:34:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/1883753041</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิ้งค์ข่าว ประเด็นในการวิเคราะห์</title>
         <author>patcharee_gg</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030354989</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.bangkokbiznews.com/social/840862" />
         <pubDate>2022-02-05 02:40:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030354989</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>patcharee_gg</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030358438</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.bangkokbiznews.com/social/840862" />
         <pubDate>2022-02-05 02:46:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030358438</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>patcharee_gg</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030358516</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.bangkokbiznews.com/social/840862" />
         <pubDate>2022-02-05 02:47:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030358516</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>patcharee_gg</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030358583</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.bangkokbiznews.com/social/840862" />
         <pubDate>2022-02-05 02:47:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030358583</guid>
      </item>
      <item>
         <title>( นวพล โกสูงเนิน ุเลขที่4)ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุมนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนา และทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล แก้ไขคือ reduce reuse recycle</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030383652</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:44:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030383652</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไม่โคพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030384147</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;นักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังดูดซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br><br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1568453043/063d6c258aa24e402f922721a36f34d6/F9C938F4_8803_4942_B95A_632DF35D7A41.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-05 03:45:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030384147</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030384313</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว สุกัญญา ขันแข็ง เลขที่39 พลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนา และทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล แก้ไขคือ reduce reuse recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:45:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030384313</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030385039</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวอัจฉราภรณ์ เข็มพันธ์ เลขที่45 ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุมนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนา และทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล แก้ไขคือ reduce reuse recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:46:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030385039</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว วรัญญา พัตภักดิ์ เลขที่33</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030385503</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว5 กรัมเหมือนน้ำหนักของบัตรเครดิต</div><div>จากการรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลประเทศออสเตรเลียพบว่าผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหารเครื่องดื่มหรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว2,000 หน่วยต่อสัปดาห์</div><div>รศ.ดร.สุชนาชวนิชย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบายให้เห็นภาพว่า“ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆพบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า10,000 ชิ้น”</div><div>สอดคล้องกับผลการศึกษา‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย(The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง8 คนจาก8 ประเทศอาทิออสเตรียอิตาลีฟินแลนด์เนเธอร์แลนด์โปแลนด์ญี่ปุ่นรัสเซียและสหราชอาณาจักรมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ(ผู้ร่วมการทดลองไม่มีใครทานมังสวิรัตและมี6 คนที่ทานปลาทะเล)</div><div>ผลที่ได้คือตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย&nbsp;</div><div>ดูเหมือนไมโครพลาสติกเหล่านี้จะรุกคืบเข้าสู่ร่างกายของเราแบบไม่บอกกล่าว</div><div>เมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้หลุดรอดเข้าไปอยู่ในร่างกายของเราโดยที่เราไม่รู้ตัวนั้นข่าวร้ายก็คือพลาสติกเล็กจิ๋ว(แต่ร้าย)พวกนี้มีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่าBPA หรือบิสฟีนอลเอสารตัวนี้จะไปรบกวนการทำงานของระบบในร่างกายรบกวนการทำงานการปล่อยฮอร์โมนเอสโทรเจน</div><div>เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็ได้แค่ทราบแล้วก็ระวังไว้เพราะว่าไมโครพลาสติกปนเปื้อนไปทุกหนแห่งแล้วเราก็ต้องปรับพฤติกรรมของเราเองด้วย"</div><div>รศ.ดร.สุชนาย้ำว่าไม่ได้พูดให้ตระหนกแต่อยากให้ทุกคนตระหนักและหาวิธีป้องกันโดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งอยู่ในอันดับ6 ของประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุดในโลกสิ่งสำคัญคือการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง</div><div>“การจัดการขยะที่ดีเราต้องจัดการตั้งแต่บนบกเพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้วการจัดการจะลำบากมากถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตามแต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมดยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้วเรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลยเพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูงการที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยากฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะณขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเลเเละยังต้องควรนำ7Rมาใช้”</div><div>(7R คือReduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace , Recycle)</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:47:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030385503</guid>
      </item>
      <item>
         <title>( วรัทยา จันทบุรี​ ุเลขที่33)ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุมนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนา และทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล แก้ไขคือ reduce reuse recycle</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030385891</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:48:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030385891</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ธณัชชา สีขวาพา เลขที่22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030386307</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลต่อระบบนิเวศ เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก(reduce)หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง (Reuse) หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล(Recycle)เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรานักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังดูดซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br><br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:49:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030386307</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโคพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030386387</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลต่อระบบนิเวศ เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก(reduce)หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง (Reuse) หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล(Recycle)เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรา (นายภูวรินทร ศรีชุม เลขที่10 )</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:49:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030386387</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวณัฐสุดา วงษ์กิ่ง เลขที่21 ม.5/2       </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030386541</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; วิเคราะห์&nbsp; พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้นสอดคล้องกับผลการศึกษา การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์ &nbsp; ห้ามทิ้งขยะลงทะเล&nbsp;<br>จัดการขยะด้วยแนวคิด 7R&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;Rethink&nbsp; ( คิดใหม่ )&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;Reduce&nbsp; ( ลดการใช้ )&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>Reuse&nbsp; ( ใช้ซ้ำ )</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:50:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030386541</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโคพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030387327</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลต่อระบบนิเวศ เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก(reduce)หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง (Reuse) หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล(Recycle)เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรา<br>นาย วงศกร แสวงหล้า เลขที่11 5/2</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:52:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030387327</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030387378</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลต่อระบบนิเวศ เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก(reduce)หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง (Reuse) หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล(Recycle)เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรา<br>(นายพีรพัฒน์ ดวงปัดศรี เลขที่7)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:52:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030387378</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโคพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030387734</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลต่อระบบนิเวศ เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก(reduce)หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง (Reuse) หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล(Recycle)เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรา (นาย อภิชาติ คำมา เลขที่14)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:52:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030387734</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030390544</link>
         <description><![CDATA[<div>( วรัทยา จันทบุรี​ ุเลขที่33)ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุมนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนา และทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล แก้ไขคือ reduce reuse recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 03:59:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030390544</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392229</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนา และทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย<br>การแก้ปัญหาคือ ช่วยกันรักษาความสะอาดและช่วยกันเก็บพลาสติกไม่ไห้ลงสู่ทะเลและติดป้ายไม่ไหทิ้งพลาสติกลงสู่ทะเล<br>น. ส ชุติกาญจน์ บางประอินทร์ เลขที่24 ม.5/1</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1568469982/c785b5515a72c650811074518d733d2d/3CF9AE11_0CFB_4A29_B700_2A26261CC5E6.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-05 04:03:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392229</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392605</link>
         <description><![CDATA[<div>นส.จุฑาทิพย์ นามกูล ม.5/1 เลขที่23<br>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี<br><br>แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”<br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา<br><br>๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:04:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392605</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392630</link>
         <description><![CDATA[<div>(น.ส. วรรณนิสา รัตนะ เลขที่ 35 ม.5/1)<br><br>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี<br><br>แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”<br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา<br>๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:04:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392630</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392709</link>
         <description><![CDATA[<div>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br>(นางสาวปุณยนุช มุกดาราช เลขที่30)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:04:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030392709</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030393949</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เปิดผลการวิจัยที่ชี้ชัดว่าพลาสติกขนาดเล็กจิ๋วไม่ได้อยู่แค่ในมหาสมุทร แต่อยู่ในร่างกายมนุษย์โดยเฉลี่ยคนละ 10,000 ชิ้น และกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนา และทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือถ้าตกค้างอยู่ภายในร่างกายแล้ว และไมโครพลาสติกมีการแตกตัวเล็กลงจากไมโครเมตร เป็นนาโนเมตร หรือพิโคเมตร หรือเล็กเท่ากับแบคทีเรียหรือไวรัส อาจจะหลุดเข้าไปอยู่ในเส้นเลือดได้ แบบนี้น่ากลัว เพราะว่าแบคทีเรีย ไวรัสเข้าได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นขนาดไมโครพลาสติกหลุดเข้าไปในเส้นเลือดอาจจะไปขวางกั้นเส้นเลือดเราก็ได้ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือถ้าไปฝังตามเนื้อเยื่อของเรา อาจจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดมะเร็งเกิดขึ้นได้ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ต้องใช้เวลานานพอสมควรที่จะเกิดขึ้นให้เห็น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เราจะมีการเเก้ปัญหาดังนี้<br>๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล ตัวอย่างที่เทศบาลในจังหวัดระยองได้ทำสำเร็จมาแล้ว รวมถึงการติดตั้งทุ่นกักขยะ และการจัดเก็บในทะเลในบางพื้นที่ เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๕. การกำจัดด้วยการเผาทำลายอย่างถูกวิธี เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ<br>&nbsp; &nbsp;เครดิต https://www.dmcr.go.th/detailAll/38019/nws/141</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.dmcr.go.th/detailAll/38019/nws/141" />
         <pubDate>2022-02-05 04:06:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030393949</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรนายรัชต ทรทึก เลขที่13.       เครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”              แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ     ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ     ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)     ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030394408</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:08:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030394408</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ธมลวรรณ พิมพ์เขต เลขที่26  มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”              แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ     ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ     ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)     ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030394887</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:09:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030394887</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายรัชต ทรทึก เลขที่13มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”              แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ     ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ     ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)     ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030395315</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:10:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030395315</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030395835</link>
         <description><![CDATA[<div>ไมโครพลาสติกส่งผลต่อระบบนิเวศ เเละเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรานักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle<br>#นางสาวกฤติญา ทรัพย์อุดม เลขที่18 ม.5/1</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:11:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030395835</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030396296</link>
         <description><![CDATA[<div><br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล”<br><strong>ความเป็นไปได้มากที่สุดในการรับมือกับภัยจิ๋วเหล่านี้ จึงยังไม่มีอะไรดีไปกว่าการลดปริมาณขยะพลาสติก ทั้งปริมาณการผลิตและการใช้ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน</strong><strong><em>ไม่ว่าจะเพื่อโลกหรือเพื่อเรา<br>(นางสาวอริศรา เดชครอบ เลขที่38)<br></em></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 04:12:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030396296</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author>thitaphon250747</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030430892</link>
         <description><![CDATA[<div>ไมโครพลาสติกคือพลาสติกชิ้นเล็กๆมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพบในสิ่งแวดล้อมหรืออยู่ในสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลที่เรานำมาประกอบอาหารซึ่งเมื่อนำอุจจาระของคนที่รับประทานเข้าไปมาตรวจแล้วพบว่ามีไมโครพลาสติกเจือปนอยู่จริงโดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลทโพลีพรอพีลีนไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก</div><div>เมื่อขยะพลาสติกเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล อีกประมาณร้อยละ 12 ถูกนำไปเผาและก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ที่เหลือมากถึงร้อยละ 79 คือขยะปริมาณมหาศาลที่ตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อม ไหลลงสู่ท้องทะเล ก่อนจะหลุดเข้าไปในห่วงโซ่อาหาร โดยมีมนุษย์เป็นผู้บริโภครายใหญ่</div><div>การแก้ปัญหา</div><div>-ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก</div><div>หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกเพื่อลดความเสี่ยง</div><div>-ให้เสื้อผ้าแห้งด้วยการตากอากาศ ผึ่งแดดธรรมดา เพื่อลดการหลุดออกของไมโครพลาสติก</div><div>-ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติกที่อาจปนเปื้อนในเนื้อสัตว์เหล่านั้น</div><div>-ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br>-ลดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>-รีไซเคิล เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า กระดาษ กล่องนม ขวดน้ำ<br>-แยกขยะให้เป็นนิสัย<br>-หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่มี Microbead (ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของพลาสติก) </div><div>นางสาววรรณณิษา นามราชา เลขที่34 ม.5/1</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 05:41:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030430892</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก (นางสาวพิชญาภา พรมดี เลขที่31 ม.5/1)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030433362</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร (ตามนิยามของสำนักงานบริหารบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น&nbsp;<br>แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น ผลกระทบในสัตว์ทะเลเล็กๆ ที่กรองกินไมโครพลาสติกเข้าไป ยกตัวอย่างเช่น โคพีพอด (Copepod) สัตว์จำพวกเดียวกับกุ้ง พบว่าถ้ามีไมโครพลาสติกเข้าไปร่างกายจะทำให้การสืบพันธุ์หยุดชะงัก การเจริญเติบโตหยุดชะงัก หรือในปลาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็พบความเป็นไปได้ว่าการกินไมโครพลาสติกมีผลต่อการเกิดบาดแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งนั่นหมายความว่า เมื่อไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายมนุษย์อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางใดทางหนึ่ง<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ไขปัญหา<br>1.แยกชนิดขยะ<br>2.นำขยะไปรีไซเคิลใช้ใหม่<br>3.ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก<br>&nbsp; &nbsp;แต่ทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 05:49:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030433362</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก นางสาว ธิตาพร พงเพ็ชร เลขที่ 27 ม.5/1</title>
         <author>thitaphon250747</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030436948</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมทุกสัปดาห์ โดยรศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น<br>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย<br>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก<br>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br>การแก้ปัญหา<br>-ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>-ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติก<br>-Replace ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br>-ลดปริมาณ (Reduce) การใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>-รีไซเคิล (Recycle) เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า<br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 05:58:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030436948</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030442353</link>
         <description><![CDATA[<div>ไมโครพลาสติก คือ ชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมาก ไม่สามรถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีขนาดขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพย์กรธรรมชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่นเำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร&nbsp;<br>ทั้งนี้ยังส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ เช่น กุ้งทะเล ปูทะเล หอย เป็นต้น ยกตัวอย่างงานวิจัยของทีมวิจัยทีมหนึ่ง ที่มีการเก็บตะวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว และเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าสัตว์ทะเลตัวอย่างที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก รวมถึงสัตว์บกอื่นๆและมนุษย์ ที่ได้รบสารนี้จากการรับประทานอาหารทะเล และอาหารต่างๆ รวมถึงน้ำในขวดพลาสติกที่ไม่สะอาดอีกด้วย หากสะสมไมโครพลาสติกในร่างกายเป็นจำนวณมาก อาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ มีอาการป่วยได้ง่าย นี่เป็นปัญหาที่จะส่งผลเสียต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งเเวดล้อมรอบตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับระบบนิเวศ และห่วงโซ่อาหาร เพราะมีการใช้พลาสติกอยู่ในทุกๆที่&nbsp;<br>การแก้ไขปัญหา<br>-ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก<br>-รณรงค์ให้ไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำธาร ทะเล มหาสมุทร หรือให้พื้นที่ต่างๆ<br>-แยกขยะออกเป็นแต่ก่อนนำไปทิ้ง<br>หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีไมโครพลาสติกเป็นส่วนผสม<br><br>น.ส.ปิยะมาศ ทรัพย์อุดม เลขที่ 29 ม.5/1</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 06:13:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030442353</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030457390</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก” แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse) ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล<br>--------------------------------------------<br>นายสรณ์สิริ วุสัญเทียะ เลขที่12</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bangkokbiznews.com/social/840862" />
         <pubDate>2022-02-05 06:59:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030457390</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาววิยะดา คำมุงคุณ เลขที่ 37 5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030458342</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี<br><br>แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”<br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา<br><br>๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-05 07:02:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2030458342</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สาริน ศรีทาดี เลขที่38</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2031166506</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี<br><br>แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”<br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>แนวทางการแก้ไขปัญหา<br>1 หลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติก<br>2 นำมารีไซเคิลใหม่<br>3ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก<br>4นำมาซ่อมแซมหรือใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์<br>5 นำสิ่งที่สามารถผลิตได้ ไปผลิตชิ้นใหม่<br>6 แยกชนิดขยะ<br>7ใช้สิ่งที่คิดว่าเก่าแต่ยังใช้ได้ มาตกแต่งให้ได้ใหม่ละไม่ทิ้ง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-06 06:19:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2031166506</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วราลี เหล่าโยธี เลขที่32</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2032847965</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์</div><div><br></div><div>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;</div><div><br></div><div>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น</div><div><br></div><div>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ</div><div>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน</div><div>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”</div><div>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา</div><div><br></div><div>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด</div><div>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;</div><div>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่</div><div>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</div><div>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น</div><div>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่</div><div>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-07 11:36:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2032847965</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2034749026</link>
         <description><![CDATA[<div>(นายภานุวัฒน์&nbsp; ภาใสย์&nbsp; เลขที่8 ม.5/2)<br>'ไมโครพลาสติก' จากทะเลสู่อาหาร<br>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก” แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse) ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล🌅🌅</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-08 06:08:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2034749026</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวกิตติยาพร สามพันเย็น เลขที่ 21 ม.5/1   &quot;ไมโครพลาสติก&quot;</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036886053</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมทุกสัปดาห์ โดยรศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น<br>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย<br>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก<br>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br>การแก้ปัญหา<br>-ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>-ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติก<br>-Replace ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br>-ลดปริมาณ (Reduce) การใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>-รีไซเคิล (Recycle) เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-09 02:06:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036886053</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิรายุ รักชาติ  เลขที่2 ม.5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036889084</link>
         <description><![CDATA[<div>หลัก 7R ประกอบด้วย Reduce ลดใช้, Reuse ใช้ซ้ำ, Refill การเติม, Return การคืน, Repair/Repurpose การซ่อมแซม/การเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน, Replace การแทนที่ และ Recycle รีไซเคิล ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle เราจะพบว่ามีขยะเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบใกล้บ้านเรา ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดมลพิษพลาสติกให้อยู่ภายใต้หลักการ 7R ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ก็คือการลดขยะให้มากที่สุด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนมีขยะไปสู่หลุมฝังกลบน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเศรษฐกิจแบบเส้นตรงในปัจจุบันที่นำทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะใช้เพียงครั้งเดียวทิ้งเลย ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/798874175/06637126556345360bfa73936e3566b3/Screenshot_2022_02_09_09_07_27_60_40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12.jpg" />
         <pubDate>2022-02-09 02:08:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036889084</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวกฤษติกา จันทา เลขที่19 5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036892680</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1.Reduce การลดใช้<br></strong><br></div><div>ถือเป็นขั้นตอนที่ช่วยลดมลพิษพลาสติกได้มากที่สุด คือ การลด การหันมาลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งให้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้ อาจทำโดยการลองคำนวณก่อนซื้อสินค้าว่า ในสินค้านี้มีพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งกี่ชิ้นและเราสามารถลดใช้พลาสติกตรงส่วนไหนได้บ้าง ตัวอย่างผู้ประกอบการที่ยังคงมุ่งมั่นลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในช่วงสถานการณ์ไวรัสระบาด โดยหันมาใช้ภาชนะใช้ซ้ำสำหรับบริการจัดส่งอาหารอย่าง<a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/16312/plastic-stay-green-by-keawkeaw/"> “เคี้ยวเขียว”</a> ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของคนธรรมดาที่พยายามลดใช้พลาสติกให้มากที่สุดและยังคงดำเนินธุรกิจในสถานการ์แบบนี้ได้ เมื่อลูกค้าสั่งอาหารแล้ว ทางร้านจะจัดส่งด้วยกล่องถนอมอาหาร มีฝาล็อค ใช้ซ้ำได้ ไม่เกิดขยะพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์ ให้แก่ผู้ที่ต้องกักตัวอยู่บ้านและต้องการสั่งอาหารมารับประทานโดยไม่สร้างขยะเพิ่ม นอกจากนี้เรายังสามรถลดใช้ไมโครบีดส์ ซึ่งเป็นไมโครพลาสติกชนิดหนึ่งที่มาในรูปแบบเม็ดสครับได้ โดยการนำ<a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/2653/nature-scrub/">สิ่งที่มีในครัว เช่น ขมิ้น มะขาม น้ำมันมะพร้าวมาขัดผิดแทน </a>ซึ่งเป็นสครับจากธรรมชาติไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อม&nbsp;<br><br></div><div><strong>2.Reuse การใช้ซ้ำ<br></strong><br></div><div>การใช้ซ้ำถือเป็นการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างคุ้มค่าโดยนำสิ่งที่มีมาใช้ซ้ำอยู่เสมอจนมันหมดอายุการใช้งาน เช่น ขวดแก้วที่เคยเป็นขวดเครื่องดื่มนำไปเป็นกระถางต้นไม้ เป็นต้น หรือจะใช้วิธีการ upcycling ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ของใช้ที่เรามี เช่น นำเสื้อยืดตัวเก่ามาปักเป็นลายให้สวยงาม, <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/7566/diy-book/">นำกระดาษหน้าเดียวมาเย็บเป็นสมุดจดงาน </a>เป็นต้น<br><br></div><div>เรามีกลุ่มเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนไอเดียใช้ซ้ำ ทำเอง สามารถเข้าร่วมได้ที่ FB group <a href="https://www.facebook.com/groups/DIYMakeSomeThing">สถานี DIY – MAKE SMTHNG Buy Nothing&nbsp;<br></a><br></div><div><br><br>Water Pad หรือสำลีเช็ดเครื่องสำอางค์ใช้ซ้ำ ในงาน Make Smthng กรีนพีซรณรงค์ให้เราประดิษฐ์สิ่งของที่ใช้ซ้ำได้<br>เพื่อลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง © Bente Stachowske / Greenpeace<br><br></div><div><strong>3.Refill นำภาชนะไปเติม &nbsp;<br></strong><br></div><div>การรีฟิลจัดเป็นอีกสิ่งที่ช่วยให้เราลดพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ในแต่ละวันเราจับจ่ายซื้อสินค้ากันโดยอาจลืมไปว่า นอกเหนือจากสินค้าที่เราได้รับแล้ว เรายังได้ขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกด้วย ซึ่งจากการสำรวจแบรนด์สินค้าจากขยะพลาสติกของกรีนพีซเมื่อปีที่แล้ว<a href="https://www.greenpeace.org/thailand/publication/9441/thailand-brand-audit-2019/">พบบรรจุภัณฑ์อาหารตกค้างในสิ่งแวดล้อมกว่าร้อยละ 90</a> ดังนั้น การนำภาชนะใช้ซ้ำที่เรามีอยู่ไป “เติม” จึงดีกว่าการ “ซื้อใหม่” ที่จะได้ขยะพลาสติกกลับมาด้วย &nbsp;<br><br></div><div>ขณะนี้มีผู้ประกอบการรายย่อยหลายรายเริ่มขายของอุปโภคบริโภคที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์แล้ว ลองอ่านแนวคิดของ<a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/2364/refill-station/">ร้าน Better Moon x Refill Station </a>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-09 02:11:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036892680</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวกัลยรัตน์ นารินทร์ 5/1 เลยที่20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036895032</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมทุกสัปดาห์ โดยรศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น<br>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย<br>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก<br>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br>การแก้ปัญหา<br>-ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>-ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติก<br>-Replace ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br>-ลดปริมาณ (Reduce) การใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>-รีไซเคิล (Recycle) เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-09 02:12:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036895032</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายนวมินทร์ จันทขันธ์ เลขที่ 9 ม.5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036899077</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมทุกสัปดาห์ โดยรศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น<br>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย<br>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก<br>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br>การแก้ปัญหา<br>-ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>-ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติก<br>-Replace ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br>-ลดปริมาณ (Reduce) การใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>-รีไซเคิล (Recycle) เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-09 02:15:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036899077</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก (Microplastics)       นางสาววรลักษณ์ นววงศานันต์ ม.5/1 เลขที่36</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036900798</link>
         <description><![CDATA[<div>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br><br><strong>หลักการ 7R กับความท้าทายในการบรรเทามลพิษพลาสติกที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างสูงในอนาคต<br></strong><br></div><div>หลัก 7R ประกอบด้วย Reduce ลดใช้, Reuse ใช้ซ้ำ, Refill การเติม, Return การคืน, Repair/Repurpose การซ่อมแซม/การเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน, Replace การแทนที่ และ Recycle รีไซเคิล ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียว<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1573925118/68da7bc81e1de053b9f9190425a05d0d/5302C759_178F_4514_ACB2_9FAD38A59325.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-09 02:16:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036900798</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายพงษ์พัฒน์ ถาวันดี ม.5/1 เลขที่12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036906918</link>
         <description><![CDATA[<div>ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุว่า มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี<br>แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ <br><br><br>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร (ตามนิยามของสำนักงานบริหารบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา)<br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>หลัก 7R ช่วยลดขยะ-ลดโลกร้อน<br><br></strong>1. Refuse (ปฏิเสธการใช้)</div><div>จากรายงานการสรุปสรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2561 ประเทศไทย มีปริมาณขยะประเภทพลาสติกมากถึง 2 ล้านตัน ซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ด้วยวิธีฝังกลบ ส่วนมากจะนำไปเผาทำลาย แต่ก็สร้างมลพิษให้กับอากาศ ซึ่งการปฏิเสธการใช้ทรัพยากรที่จะสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นเพื่อเป็นการลดปริมาณขยะ เช่น กล่องโฟม ถุงพลาสติก ขยะมีพิษ และผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง<br><br>2. Refill (การใช้สินค้าที่เติมได้)</div><div>การเลือกใช้สินค้าชนิดเติมแทนสินค้าใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ใช้แล้วทิ้ง เพราะเป็นการช่วยลดขยะหรือบรรจุภัณฑ์ชิ้นใหญ่ ซึ่งใช้ทรัพยากรในการผลิตมากกว่า อีกทั้งยังเป็นการประหยัดเงินในกระเป๋าไปในตัวด้วย โดยส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ที่มีแบบเติมจะเป็นพวกของใช้ในบ้าน เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า สบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม และถ่านที่สามารถชาร์จได้<br><br>3. Return (การหมุนเวียนมาใช้ใหม่)</div><div>การเลือกใช้สินค้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์หมุนเวียน สามารถส่งคืนให้กับผู้ผลิต แล้วนำกลับมาใช้งานต่อได้ เช่น การคืนขวดน้ำอัดลมที่เป็นขวดแก้ว บริษัทที่ผลิตน้ำอัดลมจะนำขวดแก้วกลับไปทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เป็นการลดการใช้ทรัพยากร เช่น ทราย พลังงาน และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตแก้ว<br><br>4. Repair (การซ่อมแซม)</div><div>การซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้ที่พังให้กลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง หรือการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น ใช้ประโยชน์จากสิ่งของให้คุ้มค่า และช่วยลดปริมาณการเกิดขยะไปในตัว เช่น การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแทนซื้อใหม่<br><br>5. Reuse (การใช้ซ้ำ)</div><div>การช่วยลดขยะอย่างมีประสิทธิภาพอีกอย่างหนึ่งคือ การนำสิ่งต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว กลับมาใช้ซ้ำให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด จนกว่าจะเสื่อมประสิทธิภาพหรือหมดอายุการใช้งาน<br><br>6. Recycle (การนำกลับมาใช้ใหม่)</div><div>การนำขยะหรือของเหลือใช้มาแปรรูปผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่จัดอยู่ในประเภทขยะรีไซเคิล เช่น กระดาษ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก และกระป๋องเครื่องดื่ม โดยเราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการรีไซเคิลได้ด้วยการคัดแยกขยะที่บ้าน แล้วนำไปขายที่ธนาคารขยะหรือร้านรับซื้อของเก่า<br><br>7. Reduce (การลดการใช้)</div><div>การลดการใช้ทรัพยากรให้เหลือเท่าที่จำเป็น พร้อมทั้งนำทรัพยากรนั้น ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นการไม่ใช้ของสิ้นเปลืองและไม่กินทิ้งกินขว้างนั่นเอง เช่น การกินอาหารให้หมดเกลี้ยงทุกมื้อ การดื่มน้ำให้หมดเกลี้ยงทุกครั้ง การพกกล่องข้าวติดตัวไว้ใส่อาหารที่กินเหลือ<br><br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1573923938/babc09e0ec809e73ff3d46ae317a29f6/2168E2C1_C9B5_4264_948C_621CC94892DC.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-09 02:21:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036906918</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายแทนทองทศ รอดเปล่ง เลขที่ 6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036918852</link>
         <description><![CDATA[<div>ข่าวนั้นเกี่ยวกับไมโครพลาสติก ที่สามารถสลายได้บนบกแต่ไม่สามารถสลายได้น้ำเพราะอุณหภูมิที่ไม่สามารถพอที่จะทำให้ย่อยสลายได้แต่จะแตกตัวเป็นขนาดเล็กลงเรื่อยๆจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ การที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ในน้ำจึงทำให้พวกปลามากินไมโครพลาสติกเข้าไปทำให้ในตัวปลานั้นมีไมโครพลาสติกสะสมอยู่ แล้วพอมนุษย์นั้นจับปลามาทำอาหารกินซึ่งมนุษย์นั้นก็จะกินไมโครพลาสติกที่ติดอยู่ในตัวปลาด้วยจึงทำให้เกิดพลาสติกสะสมในร่างกายซึ่งจะมีผลเสียในระยะยาวในด้านสุขภาพ<br>วิธีแก้ไขด้วยวิธี 7R<br>1. Refuse<br>-เลิกใช้ถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง&nbsp;<br>2. Recycle<br>-ให้นำถุงพลาสติกที่ใช้แล้วกับนำมาใช้ใหม่อีกครั้ง<br>3. Reuse<br>-ใช้ถุงเรื่อยๆจนไม่สามารถใช้ได้ใหม่อีกแล้ว<br>4. Refill&nbsp;<br>-นำถุงผ้ามาใช้แทนถุงพลาสติก<br>5.&nbsp; Repair<br>-ซ่อมถุงพลาสติกยังไงนิ<br>6. Return<br>-แยกถุงพลาสติกไปส่วนของรีไซเคิลเพื่นำมาผลิตเป็นถุงใบใหม่<br>7. Reduce<br>-ลดการใช้ถุงพลาสติกมาใช้ถุงผ้าแทน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1573926716/9b72e34b1d4ec1c91e8f6e9cef0e74f2/inbound9117884866130245644.jpg" />
         <pubDate>2022-02-09 02:29:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036918852</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก (นาย ศุภณัฐ  ถาแก้วศรี เลขที่ 15 )</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036967979</link>
         <description><![CDATA[<div>ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุว่า มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี</div><div><br></div><div>รู้ไว้ไมโครพลาสติก</div><div>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม</div><div><br></div><div>ปัญหา</div><div>ก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์</div><div><br></div><div><strong>จากทะเลไทยถึงขั้วโลก</strong></div><div>ด้วยปริมาณมหาศาลของการผลิตพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและระบบการจัดการขยะพลาสติกที่ล้มเหลว ทำให้ขยะจำนวนมากเดินทางสู่แม่น้ำลำคลอง ท้องทะเลและมหาสมุทร ภัยที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่านี้ ดูเหมือนว่าความร้ายกาจของพวกมัน คือการแทรกซึมเข้าสู่สภาพแวดล้อมและโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตอย่างเงียบเชียบและกว้างขวาง</div><div><br></div><div>นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังเริ่มสนใจศึกษาถึงผลกระทบในสัตว์ทะเลเล็กๆ ที่กรองกินไมโครพลาสติกเข้าไป พบว่าถ้ามีไมโครพลาสติกเข้าไปร่างกายจะทำให้การสืบพันธุ์หยุดชะงัก การเจริญเติบโตหยุดชะงัก หรือในปลาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็พบความเป็นไปได้ว่าการกินไมโครพลาสติกมีผลต่อการเกิดบาดแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งนั่นหมายความว่า เมื่อไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายมนุษย์อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางใดทางหนึ่ง</div><div><br></div><div>ที่น่าตกใจก็คือ การเดินทางของไมโครพลาสติกเหล่านี้ ปัจจุบันไปไกลถึงบริเวณขั้วโลกที่แทบจะไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ทีมวิจัยเองได้มีโอกาสเดินทางไปทำวิจัยที่ขั้วโลก ก็พบว่ามีไมโครพลาสติก นั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่พวกเรากระทำนั้นส่งผลไปถึงขั้วโลกเลย ทั้งที่บริเวณนั้นไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แต่นั่นมาจากการที่เราทิ้งแล้วกระแสน้ำหมุนเวียนไปถึงบริเวณขั้วโลก</div><div><br></div><div>หลักการ 7R กับความท้าทายในการบรรเทามลพิษพลาสติกที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างสูงในอนาคต</div><div><strong>1.Reduce การลดใช้</strong></div><div>ถือเป็นขั้นตอนที่ช่วยลดมลพิษพลาสติกได้มากที่สุด การหันมาลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งให้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้ อาจทำโดยการลองคำนวณก่อนซื้อสินค้าว่า ในสินค้านี้มีพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งกี่ชิ้นและเราสามารถลดใช้พลาสติกตรงส่วนไหนได้บ้าง</div><div><br></div><div><strong>2.Reuse การใช้ซ้ำ</strong></div><div>การใช้ซ้ำถือเป็นการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างคุ้มค่าโดยนำสิ่งที่มีมาใช้ซ้ำอยู่เสมอจนมันหมดอายุการใช้งาน</div><div><br></div><div><strong>3.Refill นำภาชนะไปเติม &nbsp;</strong></div><div>การรีฟิลจัดเป็นอีกสิ่งที่ช่วยให้เราลดพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ในแต่ละวันเราจับจ่ายซื้อสินค้ากันโดยอาจลืมไปว่า นอกเหนือจากสินค้าที่เราได้รับแล้ว เรายังได้ขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกด้วย</div><div><br></div><div><strong>4.Return การส่งคืน</strong></div><div>การคืน คือ การนำบรรจุภัณฑ์กลับสู่ผู้ผลิต โดยที่ผู้ผลิตนั้น ๆ เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วแทนขวดพลาสติก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถคืนขวดให้แก่ผู้ผลิตเพื่อให้เขานำไปผ่านกระบวนการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และนำกลับมาใช้ใหม่</div><div><br></div><div><strong>5.Repair การซ่อมแซม</strong></div><div>การซ่อมแทนซื้อใหม่ ในปัจจุบันที่สินค้าราคาถูกลงและมีโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอยู่ตลอดทั้งปี ทำให้ผู้บริโภคมองว่าการซื้อใหม่นั้นง่ายกว่าการซ่อม ทั้ง ๆ ที่การซ่อมอาจจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้มาก</div><div><br></div><div><strong>6.Replace การแทนที่</strong></div><div>การแทนที่ คือ การ<a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/2471/how-to-reduce-waste/">นำทางเลือกอื่นมาใช้แทนพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง</a> เช่น แปรงสีฟันด้ามไม้ไผ่แทนแปรงสีฟันด้ามพลาสติก ไหมขัดฟันจากไหมธรรมชาติแทนไหมขัดฟันแบบพลาสติก</div><div><br></div><div><strong>7.Recycle</strong></div><div>การรีไซเคิลหรือการหมุนเวียนมาใช้ใหม่ อาจเป็นข้อที่คนไทยเคยได้ยินกันมาบ้าง และทราบกันดีว่า ประเทศไทยมีสถิติการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์น้อยมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-09 03:03:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2036967979</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก                        (นางสาวปิ่นฤทัย   แพทย์ธุระ  เลขที่25)</title>
         <author>natnnnn2560</author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2037372158</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ไมโครพลาสติก</strong> (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร<br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆไมโครพลาสติกเหล่านี้จะรุกคืบเข้าสู่ร่างกายของเราแบบไม่บอกกล่าว<br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล</div><blockquote>"<em>ช่วยกันลด&nbsp; แยกขยะง่ายๆด้วยหลัก</em><strong><em>7R</em></strong>"</blockquote><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1568453947/eeceff9e7e2eff7ea18a64b959e427b9/inbound2384975844914573057.jpg" />
         <pubDate>2022-02-09 08:20:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2037372158</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฐิติวัฒน์ ภาไสย์ เลขที่7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2037881034</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์</div><div><br></div><div>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;</div><div><br></div><div>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น</div><div><br></div><div>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ</div><div>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน</div><div>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”</div><div>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา</div><div>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด</div><div>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;</div><div>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่</div><div>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</div><div>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น</div><div>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่</div><div>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-09 13:36:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2037881034</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2042348946</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br><br>ความเป็นไปได้มากที่สุดในการรับมือกับภัยจิ๋วเหล่านี้ จึงยังไม่มีอะไรดีไปกว่าการลดปริมาณขยะพลาสติก ทั้งปริมาณการผลิตและการใช้ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน<br><br>...ไม่ว่าจะเพื่อโลกหรือเพื่อเรา<br><br>นายอุกฤษฏ์ ปิยะการุณ เลขที่16</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-11 13:18:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2042348946</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุจิตรา ศรีดาน้อย เลขที่39</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2043532516</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์</div><div><br></div><div>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;</div><div><br></div><div>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น</div><div><br></div><div>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ</div><div>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน</div><div>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”</div><div>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา</div><div><br></div><div>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด</div><div>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;</div><div>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่</div><div>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</div><div>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น</div><div>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่</div><div>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-12 08:29:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2043532516</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.กัญญารัตน์ จี่พิมาย เลขที่18 ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044142136</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์</div><div>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก</div><div>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด<br>4.ลดปริมาณการกินสัตว์น้ำ<br>5.ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-13 00:42:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044142136</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณัฐพงษ์ สิทนทระโก เลขที่ 2 ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044154399</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ<br>2.กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก<br>3.ลดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>4.รีไซเคิล เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า กระดาษ กล่องนม ขวดน้ำ<br>5.หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกเพื่อลดความเสี่ยง&nbsp;<br>6.ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติกที่อาจปนเปื้อนในเนื้อสัตว์เหล่านั้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-13 01:24:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044154399</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวณัฐมล ปั้นฉลวย เลขที่26</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044200720</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด<br>4.ลดปริมาณการกินสัตว์น้ำ<br>5.ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-13 03:12:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044200720</guid>
      </item>
      <item>
         <title>‘ไมโครพลาสติก’ จากทะเลสู่อาหาร (ชัชพงศ์  บรรดาศักดิ์)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044319326</link>
         <description><![CDATA[<div>ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุว่า มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี</div><div><br></div><div>รู้ไว้ไมโครพลาสติก</div><div>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตรปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งรศ.ดร.สุชนาและทีมงาน ได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เมื่อปี 2017 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอย พบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ด้วย</div><div><br></div><div>หลักการ 7R กับความท้าทายในการบรรเทามลพิษพลาสติกที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างสูงในอนาคต</div><div><br></div><div>หลัก 7R ประกอบด้วย Reduce ลดใช้, Reuse ใช้ซ้ำ, Refill การเติม, Return การคืน, Repair/Repurpose การซ่อมแซม/การเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน, Replace การแทนที่ และ Recycle รีไซเคิล</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1569685769/af7522f6f21bd30744c041f0c7cb760a/6639B642_7A58_4F1A_AC92_FF64E02EEB9E.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-13 07:39:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044319326</guid>
      </item>
      <item>
         <title>( นายพรชัย ศรีจุลฬา เลขที่ 6)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044591080</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;'ไมโครพลาสติก'&nbsp;</div><div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบันมนุษย์พบปัญหาเกี่ยวกับไมโครพลาสติกปนอยู่กับน้ำทะเลหรือแม่น้ำลำธารไมโครพลาสติกไม่ได้ส่งผลเพียงแค่มนุษย์แต่ส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำชนิดต่างๆเช่นกัน</div><div>1. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ&nbsp;</div><div>2. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ&nbsp;</div><div>3. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)&nbsp;</div><div>4. ดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากแหล่งน้ำทั่วไปหรือจากทะเลก่อนที่จะลงสู่แหล่งน้ำอื่นๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-13 14:26:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2044591080</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโคพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045286324</link>
         <description><![CDATA[<div>นักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังดูดซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br><br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle<br>นายภูพิพัฒน์ สุทธิโส เลขที่9</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 02:51:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045286324</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045297062</link>
         <description><![CDATA[<div>เรื่องไมโครพลาสติก&nbsp;<br>ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติ จากการอ่านข่าวได้ว่าการที่มนุษย์ทิ้งขยะลงไปในทะเลทำให้สัตว์ในทะเลกินพลาสติกเข้าไปเเละส่งผลต่อร่างกายของสัตว์ทำให้สัตว์ตายมากมายเเละหากสารใดที่ลงสู่ทะเลอาจทำให้มีการตายมากมายของสัตว์ทะเลได้<br>วิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้<br>ช่วยกันรณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะลงไปในทะเล และอีกหนึ่งแนวทางคือรับผิดชอบชีวิตตนเองไม่ทิ้งขยะลงไป</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 02:58:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045297062</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045301743</link>
         <description><![CDATA[<div>นักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังดูดซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br><br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle<br>นางสาวธณาพร ใหญ่ลา เลขที่23</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 03:02:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045301743</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องไมโครพลาสติก นางสาวพิมพ์พรรณ จันบุลม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045305399</link>
         <description><![CDATA[<div>ไมโครพลาสติกคือ ชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาด 1 นาโนเมตร ถึง 5 มิลลิเมตร ไมโครพลาสติกมีที่มาจากหลายแหล่งอาทิเช่นไมโครพลาสติกบนบกซึ่งส่วนมากมาจากการเสียดสีของยางรถยนต์กับถนน หรือสีที่ใช้ทาอาคารหรือยานพาหนะ แม้กระทั้งผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ นอกจากนี้ยังมีการผลิต ไมโครบีดส์ ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกจิ๋วที่เป็นส่วนผสมในสบู่ล้างหน้า ไมโครพลาสติกจึงเป็นผลมาจากที่เกิดจากการใช้พลาสติก ซึ่งได้แฝงตัวอยู่รอบตัวเราโดยที่เราคาดไม่ถึง และเป็นภัยอันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนโลก รวมทั้งมนุษย์ซึ่งถือว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารดังนั้นเราควรตระหนักถึงการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีบางบริษัทที่มีการนำพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp; หรือนำวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติมาใช้แทนพลาสติก แต่นวัตกรรมเหล่านี้ล้วนยังมีราคาสูง หากทุกคนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการกระทำที่ช่วยในการลดการใช้ (Reduce) นำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรือ แปรรูป&nbsp;<br>(Recycle) พลาสติก อาจมีทางช่วยบรรเทาหรือแม้กระทั้งลดปัญหาได้ในอนาคต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 03:05:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045305399</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045310541</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>ภัยจิ๋วในร่างกายมนุษย์<br></strong><br></div><div><br>เมื่อขยะพลาสติกเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล อีกประมาณร้อยละ 12 ถูกนำไปเผาและก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ที่เหลือมากถึงร้อยละ 79 คือขยะปริมาณมหาศาลที่ตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อม ไหลลงสู่ท้องทะเล ก่อนจะหลุดเข้าไปในห่วงโซ่อาหาร โดยมีมนุษย์เป็นผู้บริโภครายใหญ่<br><br></div><div><br>ตลอดเส้นทางนี้ชัดเจนว่า ไมโครพลาสติกได้ถูกกรองกินโดยสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด และในจำนวนสัตว์ทะเลที่สะสมไมโครพลาสติกไว้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาหารของมนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่ในเกลือปรุงอหาร โดยผลการศึกษาร่วมกันระหว่าง ศาสตราจารย์ซึง-คยู คิม (Seung-Kyu Kim) แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติอินชอน และกรีนพีซ เอเชียตะวันออก เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในเกลือ พบไมโครพลาสติกในเกลือจากแบรนด์ต่างๆ จากทั่วโลก (ข้อมูล&nbsp;นางสาวศิริวิมล นนลือชา<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 03:09:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045310541</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045317527</link>
         <description><![CDATA[<div><br>การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ อาทิ ออสเตรีย อิตาลี ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ญี่ปุ่น รัสเซีย และสหราชอาณาจักร มาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ (ผู้ร่วมการทดลองไม่มีใครทานมังสวิรัต และมี 6 คนที่ทานปลาทะเล)<br><br></div><div><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br></div><div><br>ดูเหมือนไมโครพลาสติกเหล่านี้จะรุกคืบเข้าสู่ร่างกายของเราแบบไม่บอกกล่าว<br><br>นางสาวโยธกา พิมใจ เลขที่28</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 03:14:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045317527</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นุธิชัย ผิวพรรณ์ เลขที่13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045710213</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 08:22:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2045710213</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภวัต อยู่ภักดี 12 5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2046257398</link>
         <description><![CDATA[<div>ทรัพยากรธรรมชาติก็อาจจะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆจากพลาสติกหรือไมโครพลาสติกนี้และสิ่งแวดล้อมก็จะทรุดลงไปเรื่อยๆหากเราไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาเล่านี้&nbsp;<br><br></div><div>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br><br></div><div>1 ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br><br></div><div>2 หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกเพื่อลดความเสี่ยง<br><br></div><div>3 ให้เสื้อผ้าแห้งด้วยการตากอากาศ ผึ่งแดดธรรมดา เพื่อลดการหลุดออกของไมโครพลาสติก<br><br></div><div>4 ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติกที่อาจปนเปื้อนในเนื้อสัตว์เหล่านั้น<br><br></div><div>5 ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-14 13:58:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2046257398</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สกุลรัตน์ บุผู</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047942547</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp;&nbsp; &nbsp;Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:04:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047942547</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จันทร์วิภา สีหาภูธร เลขที่26</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047947156</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp;&nbsp; &nbsp;Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:07:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047947156</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิชยา บุญประคม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047947684</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp;&nbsp; &nbsp;Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:07:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047947684</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จารุวรรณ สิทธิโห เลขที่27</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047952104</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียนมนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:11:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047952104</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047953654</link>
         <description><![CDATA[<div>ภัทรวดี ผงสุข เลขที่30.                                         มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:12:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047953654</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กณิกา รักษาภักดี 5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047954069</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:13:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047954069</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิรัญชนา แดนไธสง เลขที่ 35</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047955404</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:14:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047955404</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปิยธิดา รัววิชา เลขที่29 ม5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047961874</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:18:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047961874</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัคพล พรมศรี เลขที่14</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047963554</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:20:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047963554</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชัยวัฒน์ สีดาคูณ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047975378</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 07:28:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2047975378</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กฤติชัย ศักดาคำ เลขที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2048057004</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 08:13:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2048057004</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชารินทร์พธา ผ่องพันธ์ศรี เลขที่4 ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2048532221</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br></strong>คือ มีสัตว์ทะเลหายากล้วนล้มตายเพราะกลืนกินไมโครพลาสติก อีกทั้งยังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว จากทัศนภาพของทะเลเสื่อมโทรม และปัญหาสุขภาพจากอาหารที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติก<br><strong>ควรแก้ไขปัญหา</strong></div><div>1.ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์<br>ต่าง ๆ</div><div>2.มีการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี</div><div>3.หลีกเลี่ยงการจับสัตว์ทะเลมาประกอบอาหารเพื่อลดการสูญพันธ์ของสัตว์ทะเล และป้องกันสุขภาพ</div><div>4.มีการนำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่</div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-15 13:23:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2048532221</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นส.นรินธร ศรีศิริ เลขที่30 5/3เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )  ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ2.เลี่ยงการใช้พลาสติก3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด4.ลดปริมาณการกินสัตว์น้ำ5.ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2050843988</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-16 13:37:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2050843988</guid>
      </item>
      <item>
         <title>(นางสาววิจิตรา โกติรัมย์ เลขที่ 35)สรุป พลาสติกขนาดจิ๋วที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร ไม่ได้อยู่แค่ในมหาสมุทรหรือในสัตว์น้ำ แต่อยู่ในร่างกายมนุษย์ด้วย หรือเรียกว่า ไมโครพลาสติก ที่จะพบเห็นได้บ่อยในร่างกายมนุษย์ สิ่งของที่ผู้ผลิตผลิตมาให้ใช้แค่ครั้งเดียว เช่น ถุงใส่อาหาร จะพบเห็นโพลีพรอพีลีน และพอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท ที่ใช้ทำขวดน้ำดื่ม ไมโครพลาสติกจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics จะพบในเครื่องสำอาง สครับผิวSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆวิธีแก้ เราจะต้องแก้ตั้งแต่ตัวเราก่อนโดยการนำวิธี 7r มาใช้ ยกตัวอย่างเช่น reuse การนำกลับมาให้ซ้ำจนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน เช่น พกถุงผ้าทุกครั้งที่ไปซื้อของใช้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2052155123</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-17 01:13:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2052155123</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนาวุฒิ พิลาฤทธิ์ เลขที่11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2052305999</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-17 03:03:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2052305999</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวจิดาภา ภาษี เลขที่21 ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2058316387</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด<br>4.ลดปริมาณการกินสัตว์น้ำ<br>5.ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-21 08:09:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2058316387</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จิรโรจน์ รัตนพันธุ์ เลขที่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060027887</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:27:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060027887</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณัฐภัทร หาญประทุม เลยที่8 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060028927</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:28:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060028927</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาน อภิวัฒน์ พรมดี เลขที่24</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060029740</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:28:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060029740</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ยุทธนา  นูรักษา เลขที่18</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060030841</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:29:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060030841</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธนกร ชุมจันทร์ เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060031080</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:29:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060031080</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุทธศักดิ์ แก้วมงคล เลขที่19</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060031754</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:29:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060031754</guid>
      </item>
      <item>
         <title> นาย อภิรักษ์ จันทะรี ม5/4 เลขที่23</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032037</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:30:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032037</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จิรานุวัฒน์ พันธ์มาลา เลขที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032352</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:30:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032352</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิชยา อินทรโคตร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032866</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:30:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032866</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฐาปกรณ์ กะกุลนิตย์ เลขที่6 5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032931</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:30:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060032931</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายภูวลด พิณศิริ เลขที่17 ม.5/4 มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”              แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ     ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ     ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)     ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060034030</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:31:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060034030</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธราธิป วงค์ษา เลขที่12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060034189</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:31:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060034189</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณัฐวุฒิ ไร่สงวน เลขที่9 มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”              แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ     ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ     ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)     ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060034745</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:32:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060034745</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สถาพร เทียนเล็ก ม.5/4 22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060035012</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือSecondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:32:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060035012</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรภนายภัทรพล สุขบัว เลขที่16 เครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”              แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ     ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ     ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)     ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060035736</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 07:32:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060035736</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นส.แก้ววิไลย์ เล็บครุฑ เลขที่ 20 ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060491680</link>
         <description><![CDATA[<div>ในชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้มีความเกี่ยวข้องกับพลาสติกจนแทบทุกอย่างที่เราใช้ ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำพลาสติก ถุงพลาสติก ซึ่งพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรไปจนถึง นาโนเมตร หรือ พิโคเมตรหรือเล็กเท่ากับขนาดของแบคทีเรียหรือไวรัส เราจะเรียกว่า “ไมโครพลาสติก”&nbsp;</div><div>ไมโครพลาสติก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่</div><div>1.เป็นพลาสติกขนาดเล็กที่ผลิตขึ้นตามวัตถุประสงค์ เช่น พลาสติกที่ผสมอยู่ใน โฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง ครีมขัดผิวรวมทั้งยาสีฟัน</div><div>2.พลาสติกที่มีขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ซึ่งหมายรวมทั้งพลาสติกที่ย่อยสลายได้ก็รวมอยู่ในพลาสติกชนิดนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากพลาสติกชนิดนี้สามารถย่อยสลายได้เฉพาะเมื่ออยู่บนบก แต่เมื่อลงไปในทะเลจะไม่มีแบคทีเลียคอยช่วยย่อยสลายเนื่องจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิต่ำกว่าบนบก</div><div><br></div><div>ไมโครพลาสติกสามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ดังนั้น ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ต้นห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นแพลงตอนสัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับสิ่งเหล่านี้เข้าไปส่วนสิ่งมีชีวิตท้ายห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นมนุษย์ อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์ ซึ่งมีนักวิจัยนำเสนอความเป็นไปได้ว่าอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้อาจโดนลมพัดและล่องลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดของสิ่งมีชีวิตได้ เป็นเหมือนมลภาวะทางอากาศเช่นเดียวกับไอเสียจากรถยนต์</div><div>&nbsp;แม้ขณะนี้จะยังไม่มีผลการศึกษาผลกระทบจากไมโครพลาสติกในคนอย่างชัดเจน แต่มีการวิจัยผลกระทบในสัตว์น้ำอย่างเช่น ปลาและกุ้ง พบว่าไมโครพลาสติกที่สะสมในตัวสัตว์ขนาดเล็กจะทำให้เนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารเป็นแผลและยับยั้งการเจริญเติบโตของสัตว์ ดังนั้น หากเราบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนก็มีโอกาสสะสมก่อโรคต่างๆ ขึ้นได้ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในคน เพียงแต่ระยะเวลาที่จะแสดงอาการอาจจะช้ากว่าสัตว์ขนาดเล็ก และแน่นอนว่าไมโครพลาสติก ย่อยด้วยกระบวนการในร่างกายไม่ได้ การสะสมของพลาสติกที่อาจมีสารเจือปนย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน</div><div><br></div><div>เราสามารถช่วยกันลดไมโครพาสติก หรือขยะอื่นๆได้ ด้วยการัดแยกขยะให้ถูกประเภทและนำขยะที่ใช้ประโยชน์ได้นำกลับมาใช้ใหม่ ด้วยหลัก 7R</div><div>Refuse (ปฏิเสธการใช้) เลี่ยงการใช้โฟม หรือพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เช่น ไม่รับถุงพลาสติกจากร้านค้า</div><div>Refill (การใช้สินค้าที่เติมได้) เลือกซื้อสินค้าชนิดเติม แทนการซื้อแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม , น้ำยาซักผ้า</div><div>Return (การหมุนเวียนมาใช้ใหม่) เลือกซื้อบรรจุภัณฑ์ที่ส่งคืนไปยังผู้ผลิตได้ เช่น ส่งคืนขวดเครื่องดื่มเพื่อนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่</div><div>Repair (การซ่อมแซม) ถนอมสิ่งของตอนใช้งาน ซ่อมแซมเมื่อชำรุด เช่น เปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนที่เสียหายแทนการซื้อใหม่</div><div>Reuse (การใช้ซ้ำ) นำของที่มีกลับมาใช้ซ้ำ จนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน เช่น พกถุงผ้าไปใส่ของทุกครั้ง</div><div>Recycle (การนำกลับมาใช้ใหม่) นำวัสดุเหลือใช้ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นกระถางปลูกต้นไม้</div><div>Reduce (การลดการใช้) ลดการใช้ของสิ้นเปลือง ใช้ของเท่าที่จำเป็น ช่วยลดขยะแถมลดรายจ่าย เช่น ใช้ผ้าเช็ดหน้าแทนกระดาษทิชชู่</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-22 12:54:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2060491680</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นส.แกมกมล นามแดง เลขที่19 ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2061696297</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด<br>4.ลดปริมาณการกินสัตว์น้ำ<br>5.ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-23 01:51:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2061696297</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ทัศนีย์วรรณ  ปัญญาวงค์  เลขที่27  ม.5\3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2061708330</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลกระทบคือทรัพยากรทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเรื่มทดถอยลง เนื่องมาจากมนุษย์ที่ใช้พลาสติกอย่างสิ้นเปลือง และไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาทีหลัง ทำให้ทั้งทางมนุษย์และสัตว์บก สัตว์น้ำต่างได้รับผลกระทบกันหมด<br>วิธีการแก้ปัญหาคือ<br>1.ใช้คาร์บอนกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>2.หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกเพื่อลดความเสี่ยง<br>3.ตากเสื้อผ้า ด้วยการผึ่งแดดธรรมดา เพื่อลดการหลุดออกของไมโครพลาสติก<br>4.ลดปริมาณในการทานเนื้อและปลา เพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติกที่อาจปนเปื้อนในเนื้อสัตว์เหล่านี้<br>5.ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เป็นต้น<br>6.นำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ มารีไซเคิล<br>7.แยกขยะให้เป็นนิสัย</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-23 02:00:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2061708330</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2063153901</link>
         <description><![CDATA[<div>จะเห็นได้ว่าไมโครพลาสติกเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ และทำให้ระบบนิเวศมีผลเสียต่อร่างกาย ที่เด่นชัดจะเป็นสัตว์ใต้น้ำทะเล กินไมโครพลาสติกเข้าไป ก่อนที่จะนำมาบริโภคให้แก่มนุษย์อย่างเราๆรับประทานกัน จึงมีวิธี 7R มาแก้ปัญหาดังนี้<br>1.Reduce - ลดพลาสติก คิดก่อนซื้อทุกครั้ง ใช้กระดาษผ้าแทนถุงพลาสติก<br>2.Reuse - ใช้ซ้ำให้คุ้มค่าที่สุด<br>3.Refill - เลือกเติม ไม่เพิ่มขยะ<br>4.Return - ส่งคืนขวดแก้วพลาสติกให้ผู้ผลิต<br>5.Repair - ซ่อมแซมโดยการลดปริมาณการใช้พลาสติกลง<br>6.Replace - ใช้ผ้าแทนหรือวัสดุที่ใช้แล้วย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ<br>7.Recycle - นำกลับไปรีไซเคิลและใช้ใหม่ ลดปริมาณพลาสติก&nbsp;<br><br>นายธนชาติ&nbsp;ใจนิ่ม ม.5/3 เลขที่ 6</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-23 18:27:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2063153901</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวชาลิษา โสดาพงษ์ เลขที่24</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064076756</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด<br>4.ลดปริมาณการกินสัตว์น้ำ<br>5.ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-24 07:31:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064076756</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรัตนาวดี สุขเนตร เลขที่37</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064077693</link>
         <description><![CDATA[<div><br>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-24 07:32:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064077693</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064290432</link>
         <description><![CDATA[<div>จตุรวิชญ นามบัณดิษฐ์เลขที่2 มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-24 10:05:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064290432</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก [น.ส เลิศนภากรณ์ ขามเรือง เลขที่32</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064678125</link>
         <description><![CDATA[<div>นักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังดูดซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br><br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-24 14:40:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2064678125</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวสุวรรณา. โทมนัส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2069405591</link>
         <description><![CDATA[<div>การป้องกันแก้ไขที่ดี&nbsp;<br><br>ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์กำลังประสบอยู่ในปัจจุบันที่สำคัญ ได้แก่ ปัญหาการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาสารพิษ และปัญหาของระบบนิเวศ ซึ่งปัญหาที่สำคัญเหล่านี้มาจากปัญหาย่อยๆหลายปัญหา เช่น มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ถ้าไม่รีบป้องกันแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตได้ ซึ่งการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกัน&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-02-28 13:02:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2069405591</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธวัชชัย โมครัตน์ 5/2 No2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2075147845</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br><br>ความเป็นไปได้มากที่สุดในการรับมือกับภัยจิ๋วเหล่านี้ จึงยังไม่มีอะไรดีไปกว่าการลดปริมาณขยะพลาสติก ทั้งปริมาณการผลิตและการใช้ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน<br><br>...ไม่ว่าจะเพื่อโลกหรือเพื่อเรา</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-03 05:42:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2075147845</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก(นายกษิดิ์เดช สุดสาว ม.5/1 เลขที่1)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2076061653</link>
         <description><![CDATA[<div>ไมโครพลาสติก<br>ไมโครพลาสติกส่งผลต่อระบบนิเวศ เเละเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรานักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-03 15:33:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2076061653</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลัก 7R (นายวัชรพล พันเงิน เลขที่14)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077322362</link>
         <description><![CDATA[<div>1. Rethink คือการคิดใหม่ หมายถึงการเปลี่ยนแนวความคิดเกี่ยวกับการใช้งานทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นการใช้งานวัสดุต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง<br><br>2. Reduce คือการลดการใช้งานวัสดุประเภทที่ทำให้เกิดมลพิษ หรือขยะ เช่นการลดใช้งานถุงพลาสติกประเภทต่างๆ และหันมาใช้งานวัสดุอย่างอื่น เช่นถุงกระดาษ ตะกร้าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เป็นต้น<br><br>3. Reuse เป็นการใช้งานซ้ำ หมายถึงว่าสิ่งของต่างๆ ที่เราใช้งานนั้นไม่จำเป็นจะต้องใช้งานได้แค่เพียงครั้งเดียวแล้วก็ทิ้งให้เป็นภาระของสิ่งแวดล้อม แต่เราสามารถที่จะนำมันมาใช้งานใหม่ได้ เช่น ขวดพลาสติก สามารถนำมาบรรจุน้ำดื่มได้อีกครั้ง ภายหลังการทำความสะอาด เป็นต้น<br><br>4. Recycle เป็นการนำเอาขยะประเภทต่างๆ มาแปรสภาพเป็นสิ่งของหรือข้าวของเครื่องใช้ประเภทต่างๆ เช่นนำเอาฝาเครื่องดื่มที่เป็นโลหะ ไปบริจาคสร้างขาเทียม การนำเอาขวดแก้ว ขวดพลาสติก ไปขายให้โรงงานที่รับรีไซเคิลสิ่งของ การนำเอาขวดน้ำมาทำเป็นงานฝีมือ เป็นต้น<br><br>5. Repair หมายถึงการซ่อมแซม บางครั้งสิ่งของเครื่องใช้บางอย่างนั้น เพียงแค่ซ่อมแซมก็สามารถที่จะนำมาใช้งานได้เหมือนเดิมโดยไม่จำเป็นจะต้องทิ้งให้กลายเป็นขยะ เช่น ตะกร้าพลาสติก ที่มีรอยแตกร้าว สามารถใช้กาวประสานได้ กาละมังพลาสติกที่มีรูรั่ว ก็สามารถที่จะใช้แผ่นกาวแบบพิเศษปะเพื่ออุดรูรั่วนั้นได้เป็นต้น<br><br>6. Reject หรือการปฏิเสธ หมายถึงการไม่ใช้งานสินค้า หรือวัสดุที่อาจเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือกลายเป็นขยะที่ยากต่อการกำจัด เช่นกล่องโฟม ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้งานได้สะดวกดี แต่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ด้วย ดังนั้น เราจึงควรที่จะปฏิเสธ ไม่ใช้งานของพวกนี้ครับ<br><br>7. Return หมายถึงการคืนสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่โลก เนื่องจากทุกวันนี้สิ่งแวดล้อมได้เสื่อมโทรมลงไปมากแล้ว ดังนั้นมนุษย์ควรที่จะหันมาฟื้นฟูสุขภาพของสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่ความสวยงาม ไร้มลพิษดังเดิม เราสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการปลูกต้นไม้ และลดการใช้ขยะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-04 04:55:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077322362</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธีรเมธ คำนอก เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077495380</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลกระทบคือทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเริ่มทดถอยลงเนื่องจากมีมนุษย์ที่ใช้พลาสติกอย่างสิ้นเปลืองและไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาทีหลังทำให้มนุษย์ทางทั้งมนุษย์และสัตว์บกสั สัตว์น้ำต่างได้รับผลกระทบกันหมดและน้ำก็สกปรกและมีแต่ขยะ<br>วิธีวิธีการแก้ปัญหา<br>1.ใช้ ใช้คาร์บอนกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>2.สองหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกเพื่อลดความเสี่ยง<br>3.ตากเสื้อผ้าออกด้วยการพึ่งดดธรรมชาติเพื่อลดการหลุดออกของไมโครพลาสติก<br>4.นำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้มารีไซเคิล<br>5.แยกขยะให้ถูกถัง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-04 07:40:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077495380</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรสสุคนธ์ พรมบุญ เลขที่35 ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077534158</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลกระทบคือทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเริ่มทดถอยลงเนื่องจากมนุษย์ที่ใช้พลาสติกอย่างสิ้นเปลืองและไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาหลังทำให้มนุษย์และสัตว์บกสัตว์น้ำได้รับผลกระทบกันหมดเพราะมีแต่สิ่งสกปรกและขยะ<br>วิธีแก้ปัญหา<br><br>1)ใช้คาร์บอนกรองไมโครพลาสติกออก<br>2)หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกเพื่อลดความเสี่ยง<br>3)ตากผ้าด้วยการพึ่งแดดธรรมชาติเพื่อลดการหลุดออกของไมโครพลาสติก<br>4)นำขยะที่สามรถรีไซเคิลได้มารี<br>5)แยกขยะ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-04 08:15:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077534158</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวดาฤดี สมบัติไทย เลขที่25</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077670169</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมทุกสัปดาห์ โดยรศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น<br>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย<br>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก<br>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br>การแก้ปัญหา<br>-ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>-ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติก<br>-Replace ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br>-ลดปริมาณ (Reduce) การใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>-รีไซเคิล (Recycle) เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-04 10:12:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2077670169</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายญาณพล จันทร์สว่าง เลขที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081395114</link>
         <description><![CDATA[<div><br>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมทุกสัปดาห์ โดยรศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น<br>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย<br>ไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก<br>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์<br>การจัดการขยะที่ดี เราต้องจัดการตั้งแต่บนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ถึงแม้เราจะเก็บกวาดขยะก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บได้หมด ยิ่งถ้าเป็นไมโครพลาสติกแล้ว เรายิ่งไม่สามารถจัดการมันได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งลงทะเลแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง การที่เราจะทำความสะอาดก็ยิ่งยาก ฉะนั้นทางที่ดีคือไม่ให้ขยะและพลาสติกลงทะเลไปตั้งแต่แรกเพราะ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถสร้างพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในทะเล<br>การแก้ปัญหา<br>-ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำเพื่อกรองไมโครพลาสติกออก<br>-ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติก<br>-Replace ซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสกับไมโครพลาสติก<br>-ลดปริมาณ (Reduce) การใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่<br>-รีไซเคิล (Recycle) เช่น หลอดน้ำ ยางรถ เศษผ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-07 10:51:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081395114</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081406608</link>
         <description><![CDATA[<div>นายนิกร โทอึ้น 5/1 เลขที่10<br>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี<br><br>แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”<br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา<br><br>๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-07 11:00:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081406608</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลัก 7R ประกอบด้วย Reduce ลดใช้, Reuse ใช้ซ้ำ, Refill การเติม, Return การคืน, Repair/Repurpose การซ่อมแซม/การเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน, Replace การแทนที่ และ Recycle รีไซเคิล ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle เราจะพบว่ามีขยะเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบใกล้บ้านเรา ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดมลพิษพลาสติกให้อยู่ภายใต้หลักการ 7R ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ก็คือการลดขยะให้มากที่สุด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนมีขยะไปสู่หลุมฝังกลบน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเศรษฐกิจแบบเส้นตรงในปัจจุบันที่นำทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะใช้เพียงครั้งเดียวทิ้งเลย ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081446635</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-07 11:29:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081446635</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย อภิรักษ์ ลำพะบุตร 5/1 เลขที่17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081447248</link>
         <description><![CDATA[<div>หลัก 7R ประกอบด้วย Reduce ลดใช้, Reuse ใช้ซ้ำ, Refill การเติม, Return การคืน, Repair/Repurpose การซ่อมแซม/การเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน, Replace การแทนที่ และ Recycle รีไซเคิล ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle เราจะพบว่ามีขยะเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบใกล้บ้านเรา ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดมลพิษพลาสติกให้อยู่ภายใต้หลักการ 7R ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ก็คือการลดขยะให้มากที่สุด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนมีขยะไปสู่หลุมฝังกลบน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเศรษฐกิจแบบเส้นตรงในปัจจุบันที่นำทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะใช้เพียงครั้งเดียวทิ้งเลย ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติหลัก 7R ประกอบด้วย Reduce ลดใช้, Reuse ใช้ซ้ำ, Refill การเติม, Return การคืน, Repair/Repurpose การซ่อมแซม/การเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน, Replace การแทนที่ และ Recycle รีไซเคิล ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle เราจะพบว่ามีขยะเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบใกล้บ้านเรา ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดมลพิษพลาสติกให้อยู่ภายใต้หลักการ 7R ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ก็คือการลดขยะให้มากที่สุด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนมีขยะไปสู่หลุมฝังกลบน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเศรษฐกิจแบบเส้นตรงในปัจจุบันที่นำทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะใช้เพียงครั้งเดียวทิ้งเลย ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-07 11:30:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081447248</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081480748</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนัก 95 ตามรูปทุกสัปดาห์วิทยาศาสตร์ทางทะเลคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯอธิบายภาพว่าปัจจุบันจากการคำนวณกินอาหารต่างๆพบว่าคุณเฉลี่ยจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะมากกว่าล้านชิ้นในงานสิ่งแวดล้อมได้นำอุจจาระการทดลอง 8 คนจากประเทศผลที่ได้คือตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระที่ร่วมการทดสอบทุกรายไมโครพลาสติกคือทุกชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าคือ 2 ประเภทคือซึ่งถูกจากผลิตจากโรงงานแล้วโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานเช่นพวกใบพลูวิปปิ้งโฟมล้างหน้าเครื่องสำอางและขัดผิวต่างๆ น.สปนัดดา สารสังข์ เลขที่28</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-07 11:56:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2081480748</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายนวพล เพ็ชรนก เลขที่5 5/2 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2082152491</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; ไมโครพลาสติกคือ ชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาด 1 นาโนเมตร ถึง 5 มิลลิเมตร ไมโครพลาสติกมีที่มาจากหลายแหล่งอาทิเช่นไมโครพลาสติกบนบกซึ่งส่วนมากมาจากการเสียดสีของยางรถยนต์กับถนน หรือสีที่ใช้ทาอาคารหรือยานพาหนะ แม้กระทั้งผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ นอกจากนี้ยังมีการผลิต ไมโครบีดส์ ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกจิ๋วที่เป็นส่วนผสมในสบู่ล้างหน้า เจลขัดผิวไมโครพลาสติกเหล่านี้ล้วนสามารถลอดผ่านจากกระบวนการบำบัดน้ำเสียลงสู่ทะเลได้ อีกทั้งขยะพลาสติกที่มีขนาดใหญ่ที่ล่องลอยอยู่ในทะเลเมื่อถูกรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ จะสลายโครงสร้างเป็นชิ้นเล็กลงได้ กลายเป็นไมโครพลาสติก โดยเฉพาะในมหาสมุทรน้ำอุ่นพลาสติกขนาดใหญ่จะย่อยสลายกลายเป็นไมโครพลาสติก<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ไมโครพลาสติก สามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ดังนั้นยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ต้นห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นแพลงตอนสัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตท้ายห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์ มีนักวิจัยนำเสนอความเป็นไปได้ว่าอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้อาจโดนลมพัดและล่องลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดของสิ่งมีชีวิตได้ เป็นเหมือนมลภาวะทางอากาศเช่นเดียวกับไอเสียจากรถยนต์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้กระบวนการผลิตพลาสติกบางส่วนมีการใส่สารเคมีเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับพลาสติก เช่น Bisphenol A (BPA) ซึ่งส่งผลกับการเจริญเติบโตของเด็ก และพบ Poly Bromodifenyl Ether (PBDE) ในเนื้อเยื่อของนกที่อาศัยแถวทะเล ซึ่งเป็นสารมีพิษที่ใส่ในพลาสติกเพื่อกันการติดไฟ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ไมโครพลาสติกจึงเป็นผลมาจากที่เกิดจากการใช้พลาสติก ซึ่งได้แฝงตัวอยู่รอบตัวเราโดยที่เราคาดไม่ถึง และเป็นภัยอันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนโลก รวมทั้งมนุษย์ซึ่งถือว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารดังนั้นเราควรตระหนักถึงการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีบางบริษัทที่มีการนำพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp; หรือนำวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติมาใช้แทนพลาสติก แต่นวัตกรรมเหล่านี้ล้วนยังมีราคาสูง หากทุกคนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการกระทำที่ช่วยในการลดการใช้ (Reduce) นำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรือ แปรรูป&nbsp;<br>(Recycle) พลาสติก อาจมีทางช่วยบรรเทาหรือแม้กระทั้งลดปัญหาได้ในอนาคต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-07 17:20:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2082152491</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธิปไตย สิงวิสุทธิ เลขที่3 ม.5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083216932</link>
         <description><![CDATA[<div>นักวิจัยจาก University of Catania ในอิตาลีค้นพบเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กในผลไม้และผักบางชนิดเช่น แครอท ผักกาดหอม แอปเปิ้ลและลูกแพร์<br>ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและลำต้นข้าวสาลี นอกจากนี้รากของพืชยังดูดซับนาโนพลาสติก ดังนั้นผลไม้และผักจึงเป็นแหล่งสะสมไมโครพลาสติกจากน้ำและดินที่ปนเปื้อนอยู่แล้ว<br>สถาบันผู้บริโภคของฮ่องกงรายงานว่าพบไมโครพลาสติกในเกลือที่นำมาทดสอบกว่า 20% จากปริมาณเกลือทั้งหมด โดยพบอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 114 – 17,200 มิลลิกรัม ในเกลือทดลอง 1 กิโลกรัม<br>การหยุดกินอาหารที่มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะยิ่งเราเพิกเฉยไม่เริ่มแก้ปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เราก็จะกินมันเข้าไปมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว<br>การลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทต้นทางก็คือลดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตก็ลดใช้พลาสติกในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นยิ่งเราลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งลดความเสี่ยงของการกินไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้มากเท่านั้น<br>แน่นอนว่าอาหารคือปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของเราทุกคน และวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องสะอาดและมีคุณภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของร่างกายจากมลพิษพลาสติกแสดงให้เห็นแล้วว่าวัตถุดิบหลายประเภทที่เรากินมีปริมาณไมโครพลาสติกปนเปื้อน จากขยะที่เราทิ้งในตอนนี้พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของพวกเราแล้ว<br><br>หลัก 7R ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 04:36:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083216932</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วงศกร แสวงหล้า เลขที่11 5/2 เรื่อง ไมโครพลาสสติก ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ไม่เพียงส่งผลต่อระบบนิเวศ ยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ความเป็นไปได้มากที่สุดในการรับมือกับภัยจิ๋วเหล่านี้ จึงยังไม่มีอะไรดีไปกว่าการลดปริมาณขยะพลาสติก ทั้งปริมาณการผลิตและการใช้ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน...ไม่ว่าจะเพื่อโลกหรือเพื่อเรา </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083272336</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 05:12:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083272336</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083278021</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลต่อระบบนิเวศ เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์ทะเลชนิดต่างๆและรวมถึงมนุษย์วิธีการแก้ไขคือการให้ทุกคนช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก(reduce)หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็นำกลับมาใช้อีกครั้ง (Reuse) หรืออาจจะเลือกการนำพลาสติกไปรีไซเคิล(Recycle)เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้ เพื่อเป็นการลดขยะที่เราอาจจะทิ้งลงแม่น้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศน้ำรวมถึงตัวเรา<br>(นายภูวรินทร์ ศรีชุม เลขที่10)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 05:16:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083278021</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก (น.ส.สุธิมา อัคลา เลขที่ 40)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083382535</link>
         <description><![CDATA[<div>ไมโครพลาสติก สามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ดังนั้นยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ต้นห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นแพลงตอนสัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตท้ายห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์ มีนักวิจัยนำเสนอความเป็นไปได้ว่าอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้อาจโดนลมพัดและล่องลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดของสิ่งมีชีวิตได้ เป็นเหมือนมลภาวะทางอากาศเช่นเดียวกับไอเสียจากรถยนต์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้กระบวนการผลิตพลาสติกบางส่วนมีการใส่สารเคมีเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับพลาสติก เช่น Bisphenol A (BPA) ซึ่งส่งผลกับการเจริญเติบโตของเด็ก และพบ Poly Bromodifenyl Ether (PBDE) ในเนื้อเยื่อของนกที่อาศัยแถวทะเล ซึ่งเป็นสารมีพิษที่ใส่ในพลาสติกเพื่อกันการติดไฟ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ไมโครพลาสติกจึงเป็นผลมาจากที่เกิดจากการใช้พลาสติก ซึ่งได้แฝงตัวอยู่รอบตัวเราโดยที่เราคาดไม่ถึง และเป็นภัยอันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนโลก รวมทั้งมนุษย์ซึ่งถือว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารดังนั้นเราควรตระหนักถึงการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีบางบริษัทที่มีการนำพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp; หรือนำวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติมาใช้แทนพลาสติก แต่นวัตกรรมเหล่านี้ล้วนยังมีราคาสูง หากทุกคนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการกระทำที่ช่วยในการลดการใช้ (Reduce) นำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรือ แปรรูป&nbsp;<br>(Recycle) พลาสติก อาจมีทางช่วยบรรเทาหรือแม้กระทั้งลดปัญหาได้ในอนาคต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 06:33:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083382535</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธนกร ชุมจันทร์ เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083979609</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 13:33:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083979609</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไมโครพลาสติก </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083990563</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว รุ่งศิริ เสามา เลขที่30ม.5/2<br>ไมโครพลาสติก สามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ดังนั้นยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ต้นห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นแพลงตอนสัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตท้ายห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์ มีนักวิจัยนำเสนอความเป็นไปได้ว่าอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้อาจโดนลมพัดและล่องลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดของสิ่งมีชีวิตได้ เป็นเหมือนมลภาวะทางอากาศเช่นเดียวกับไอเสียจากรถยนต์<br>นอกจากนี้กระบวนการผลิตพลาสติกบางส่วนมีการใส่สารเคมีเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับพลาสติก เช่น Bisphenol A (BPA) ซึ่งส่งผลกับการเจริญเติบโตของเด็ก และพบ Poly Bromodifenyl Ether (PBDE) ในเนื้อเยื่อของนกที่อาศัยแถวทะเล ซึ่งเป็นสารมีพิษที่ใส่ในพลาสติกเพื่อกันการติดไฟ<br>ไมโครพลาสติกจึงเป็นผลมาจากที่เกิดจากการใช้พลาสติก ซึ่งได้แฝงตัวอยู่รอบตัวเราโดยที่เราคาดไม่ถึง และเป็นภัยอันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนโลก รวมทั้งมนุษย์ซึ่งถือว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารดังนั้นเราควรตระหนักถึงการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีบางบริษัทที่มีการนำพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp; หรือนำวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติมาใช้แทนพลาสติก แต่นวัตกรรมเหล่านี้ล้วนยังมีราคาสูง หากทุกคนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการกระทำที่ช่วยในการลดการใช้ (Reduce) นำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรือ แปรรูป&nbsp;<br>(Recycle) พลาสติก อาจมีทางช่วยบรรเทาหรือแม้กระทั้งลดปัญหาได้ในอนาคต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 13:39:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083990563</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทรวดี ผงสุข เลขที่30</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083996622</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 13:42:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083996622</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวศศิปรียา ประดิษฐ์แท่น เลขที่36</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083996787</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 13:42:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2083996787</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธัญมน บับภาเอก เลขที่28</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2084213078</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปี แม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์<br><br>สอดคล้องกับผลการศึกษา ‘การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในอาหารและมนุษย์’ โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรีย (The Environment Agency Austria) ที่ได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ&nbsp;<br><br>ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น<br><br>ไมโครพลาสติก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยตรงจากโรงงานตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ<br>แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) ก็พบเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน<br>“พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”<br>&nbsp; &nbsp;แนวทางแก้ปัญหา<br><br>1.&nbsp; &nbsp; Reduce คือ การลดการใช้ เลือกบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>2. Reuse คือ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ&nbsp;<br>3. Recycle คือ การนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วมาแปรสภาพหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่<br>4. Replace คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br>5. Refill คือ การเลือกใช้สินค้าแบบเติม ไม่เพิ่มขยะเกินความจำเป็น<br>6. Repair คือ การซ่อมแซมให้ใช้งานได้ใหม่<br>7. Return คือ การเลือกอุดหนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 15:19:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2084213078</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปันหา ของไมโครพลาสติก   นางสาว รัตติมา โทมนัส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2084504665</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัญหาก็คือเมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธารทะเลและมหาสมุทรไม่เพียงส่งผลเสียต่อระบบนิเวศยังเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารโดยผ่านสัตว์และทะเลชนิดต่างๆก็จะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ซึ่งทีมงานได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่อศึกษาการคุณเพื่อนของไมโครพลาสติกเมื่อปี 2110 10 โดยการสำรวจสัตว์ทะเลประเภทหอยพบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ทีมวิจัยมีการเก็บตัวอย่างหอยนางรมหอยฝาเดียวจากทะเลบริเวณต่างๆมาศึกษาพบว่าตัวอย่างสัตว์ทะเลที่เก็บมามากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของสารไมโครพลาสติกทั้งในนี้งานวิจัยมีการจำแนกโดยว่าไมโครพลาสติกที่พบเป็นชนิดใดอะไรบ้างกุดหว้าชนิดของไมโครพลาสติกที่พบในสัตว์ทะเลแต่ละบริเวณจะขึ้นกับกิจกรรมของมนุษย์ในบริเวณนั้นไม่ ไมโครพลาสติกส่วนใหญ่เป็นไนลอนผลปรากฏว่าแถวนั้นมีการทำประมงเยอะมีอ้วนเยอะซึ่งอวนก็เป็นตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดไมโครพลาสติกหรือว่าบริเวณที่ไปเก็บหอยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเราจะพบไมโครพลาสติกที่เป็นพีวีซีซึ่งมาจากขวดน้ำแก้วน้ำพลาสติกต่างๆมาเยอะมากเพราะฉะนั้นไม่ครบพลาสติกที่พบสามารถบ่งชี้ไปได้ว่าบริเวณนั้นมีกิจกรรมอะไรที่ทำให้เกิดไมโครพลาสติก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-08 17:38:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2084504665</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิทวัฒน์ บงแก้ว ม.5/4 เลขที่21</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085247738</link>
         <description><![CDATA[<div>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-09 03:08:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085247738</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มนุษย์กำลังกินพลาสติกหนักราว 5 กรัมใกล้เคียงกับน้ำหนักของบัตรเครดิตทุกสัปดาห์ หรือราว 21 กรัมต่อเดือน และ 250 กรัมต่อปีแม้ตัวเลขนี้จะแปรผันตามประเภทอาหารที่รับประทานและปัจจัยอื่นๆ แต่จากรายงานของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้คนทั่วโลกบริโภคไมโครพลาสติกที่มาพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งอากาศเข้าสู่ร่างกายราว 2,000 หน่วยต่อสัปดาห์ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันมากน้อยขนาดไหน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้เห็นภาพว่า “ปัจจุบันจากการที่มีการคำนวณการกินอาหารต่างๆ พบว่าโดยเฉลี่ยคนเราน่าจะมีไมโครพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหารมากกว่า 10,000 ชิ้น”ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (ใช้ทำขวดน้ำดื่ม) โพลีพรอพีลีน (ถุงร้อน, พลาสติกบรรจุอาหาร) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC (ฟิล์มห่ออาหาร) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้นไมโครพลาสติก (Microplastics) คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่หมายถึงเศษพลาสติกใดๆ ที่มีขนาดเล็กว่า 5 มิลลิเมตร “พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้จะย่อยสลายได้จริงต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่พอลงทะเลปุ๊บ ทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเล พอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก”              แนวทางการแก้ไขปัญหา๑. กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายของขยะพลาสติก ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณการใช้ Single use plastic และให้มีการจัดการขยะทุกบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะเรียราด มีการคัดแยกขยะ     ๒. ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ     ๓. นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle และ Reuse)     ๔. การฝังกลบขยะพลาสติกในที่ฝั่งกลบขยะ (Landfill) ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาจมีบางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมและขยะพลาสติกเหล่านี้จะไหลลงสู่ทะเลในที่สุด จึงควรมีการดักขยะพลาสติกในบริเวณคลองหรือท่อระบายน้ำ โดยใช้ตาข่ายและอวน หรือแห ดักขยะจากบริเวณปากแม่น้ำหรือปากคูคลองระบายน้ำ ป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดไหลลงสู่ทะเล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085283399</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.เพชรลดา ชินชัยภูมิ เลขที่33 ม.5/1</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-09 03:39:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085283399</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิรักษ์ กลิ่นตะกู 5/3 เลขที่ 17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085368165</link>
         <description><![CDATA[<div>ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br>คือสัตว์ทะเลหายากล้วนล้มตาย เพราะกลืนกินไมโครพลาสติก อีกทั้งยังมีปัญหา ด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว จากทัศนภาพ จากอาหาร ที่ป่นเปื่อนไมโครพลาสติก&nbsp;<br>ควรแก้ไขปัญหา<br>1 ใช้วัสดุอื่นทดแทนการใช้ถุงพลาสติก ในการจำหน่ายซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ<br>2 มีการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี&nbsp;<br>3 หลีกเลี่ยงการจับสัตว์ทะเลมาประกอบอาหาร<br>4 มีการนำผลิตภัณฑ์ พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-09 04:47:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085368165</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ชุติกาญจน์  จำปา เลขที่25</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085374189</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-09 04:52:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085374189</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัทมพร เวียงแก้ว เลขที่31</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085466929</link>
         <description><![CDATA[<div>การประเมินผลกระทบด้านบวกต่อสภาวะแวดล้อมของการนำพลาสติกย่อยสลายได้มาใช้งานทดแทนพลาสติกทั่วไปในบางโอกาส สามารถทำได้โดยการใช้วิธีประเมินวัฏจักรชีวิต (Life cycle assessment) ของพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เปรียบเทียบกับพลาสติกทั่วไปที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพื่อประเมินผลกระทบที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ เช่น แหล่งวัตถุดิบ ซึ่งอาจเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ปลูกหรือผลิตทดแทนขึ้นใหม่ได้ หรือเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ปริมาณการใช้น้ำและพลังงานในกระบวนการผลิต การใช้สารเคมีในการเพาะปลูก และการปล่อยแก๊สเรือนกระจก เป็นต้น หากมีการนำพลาสติกย่อยสลายได้มาใช้งาน และมีการกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่นๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-09 06:31:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085466929</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิรักษ์ กลิ่นตะกู 5/3 เลขที่17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085997790</link>
         <description><![CDATA[<div> ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ สัตว์ทะเลหายากล้วนล้มตายเพราะ กลืนกิน ไมโครพลาสติก อีกทั่งยังมีปัญหา ด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว จาก ทัศนภาพจากอาหาร ที่ป่นเปื่อนไปด้วยไมโครพลาสติก<br>ควรแก้ไขปัญหา<br>1 ใช้วัสดุอื่นที่ทดแทนถุงพลาสติก ในการบริโภคจองต่างๆ<br>2 มีการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี<br>3 หลีกเลี่ยงการจับสัตว์ทะเลมาประกอบอาหาร<br>4 มีการนำผลิตภัณฑ์ พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-09 12:58:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2085997790</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว ธนพร บับภาเอกการป้องกันแก้ไขที่ดีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์กำลังประสบอยู่ในปัจจุบันที่สำคัญได้แก่ปัญหาการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติปัญหาสารพิษและปัญหาของระบบนิเวศซึ่งปัญหาที่สำคัญเหล่านี้มาจากปัญหาเยอะย่อยหลายปัญหาเช่นมลพิษทางน้ำมลพิษทางอากาศมลพิษทางเสียงขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลเป็นต้นปัญหาเหล่านี้ถ้าไม่รีบป้องกันหรือแก้ไขอาจจะส่งผลกระทบต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตได้ซึ่งการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันวิธีการแก้ไขปัญหา1 ใช้วัสดุที่ทดแทนถุงพลาสติกในการบริโภคต่างๆ2 มีการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี3 หลีกเลี่ยงการจับสัตว์ทะเลมาประกอบอาหาร4 มีการนำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2086216853</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-09 14:44:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2086216853</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาววิภาวรรณ สมมี ม.5/3 เลขที่38</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2088058907</link>
         <description><![CDATA[<div>พลาสติกเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล นอกจากนี้การแตกตัวของขยะพลาสติกไปสู่พลาสติกจิ๋วๆ ที่เราเรียกมันว่า ไมโครพลาสติก มีความเสี่ยงที่จะถูกสัตว์ทะเลกินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ไมโครพลาสติกเหล่านี้ก็อาจจะไหลทะลักเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร&nbsp;</div><div>วิธีแก้ปัญหา</div><div>1.ลดปริมาณขยะพลาสติก ทั้งปริมาณการผลิตและการใช้</div><div>2.นำผลิตภัณฑ์พลาสติกเก่ากลับมาใช้ใหม่</div><div>3.ลดปริมาณการกินเนื้อและปลาเพื่อเลี่ยงไมโครพลาสติก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-10 10:32:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2088058907</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายภาคภูมิ พรหมหาราช เลขที่13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2088168559</link>
         <description><![CDATA[<div>หลัก 7R ประกอบด้วย Reduce ลดใช้, Reuse ใช้ซ้ำ, Refill การเติม, Return การคืน, Repair/Repurpose การซ่อมแซม/การเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน, Replace การแทนที่ และ Recycle รีไซเคิล ยังคงเป็นหลักการที่ทำหน้าที่ได้ดีเพื่อย้ำเตือนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างพวกเราให้ตระหนักรู้เท่าทันการจับจ่ายซื้อสินค้าของตนเอง และมองหาสิ่งอื่นก่อนการตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง และถ้าผู้บริโภคสามารถลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งไปตามลำดับความสำคัญคือ Reduce, Reuse, Refill, Return, Repair/Repurpose, Replace และ Recycle เราจะพบว่ามีขยะเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบใกล้บ้านเรา ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดมลพิษพลาสติกให้อยู่ภายใต้หลักการ 7R ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ก็คือการลดขยะให้มากที่สุด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนมีขยะไปสู่หลุมฝังกลบน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเศรษฐกิจแบบเส้นตรงในปัจจุบันที่นำทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะใช้เพียงครั้งเดียวทิ้งเลย</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-10 11:52:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2088168559</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นส.พรไพลิน วงษ์ษา เลขที่32</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2093816143</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผล<br>กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่า (ไมโครพลาสติก )&nbsp; ดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์<br>วิธีการแก้ปัญหาเรื่องไมโครพลาสติก<br>1.ใช้คาร์บอนช่วยกรองน้ำ<br>2.เลี่ยงการใช้พลาสติก<br>3.ควรผึ่งผ้าให้แห้งด้วยการผึ่งแดด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-14 13:19:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/patcharee_gg/4zwpxiv6y90xtksa/wish/2093816143</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
