<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>งานสี๓ by นายฉลาด ปิ่นสกุล</title>
      <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00</link>
      <description>จงบอกวิธีการอบและขัดเงาสี</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-02-07 06:28:59 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2018-02-27 01:34:14 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325104</link>
         <description><![CDATA[￼]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-11 04:32:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325104</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325106</link>
         <description><![CDATA[￼]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-11 04:32:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325106</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325107</link>
         <description><![CDATA[￼]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-11 04:32:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325107</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย จิรายุ จีนหลักร้อย เลขที่5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325118</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>ไม่ควรลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่</li><li>เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่</li></ul><div>กลับมาในส่วนของการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า <strong>ไมโครไฟเบอร์</strong> เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการ<strong>เคลือบสีรถ</strong> แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด<br><br></div><div>เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์<strong> เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเอง<br>สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ดังนี้<br><br></div><ol><li>อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้</li><li>เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย</li><li>หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน</li><li>เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, <strong>คราบมูลนก</strong>, <strong>รอยขนแมว</strong>, <strong>คราบฝนกรด</strong>, <strong>ยางไม้</strong>, <strong>ยางมะตอย</strong> ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ <strong>น้ำยาขัดลบรอย</strong> ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ <a href="http://www.thaicarproducts.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99/"><strong>ขัดสีรถ</strong></a> ด้วยตัวเองก่อน</li><li>มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>นั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ</li></ol><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-11 04:32:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230325118</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศักดิ์สิทธิ์ คงแรต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230327086</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>ไม่ควรลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่</li><li>เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่</li></ul><div>กลับมาในส่วนของการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า <strong>ไมโครไฟเบอร์</strong> เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการ<strong>เคลือบสีรถ</strong> แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด<br><br></div><div>เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์<strong> เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเอง<br>สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ดังนี้<br><br></div><ol><li>อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้</li><li>เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย</li><li>หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน</li><li>เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, <strong>คราบมูลนก</strong>, <strong>รอยขนแมว</strong>, <strong>คราบฝนกรด</strong>, <strong>ยางไม้</strong>, <strong>ยางมะตอย</strong> ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ <strong>น้ำยาขัดลบรอย</strong> ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ <a href="http://www.thaicarproducts.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99/"><strong>ขัดสีรถ</strong></a> ด้วยตัวเองก่อน</li><li>มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>นั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ</li></ol><div><br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-11 05:23:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230327086</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230360978</link>
         <description><![CDATA[<h1>ขั้นตอนการทำงานสำหรับรถบ้าน</h1><div><br></div><div>1. เป็นขั้นตอนแรกของการปรับสภาพสีเคลียร์หรือลบรอยโดยใช้ลูกขัดขนแกะพร้อมน้ำยาขัดหยาบ PN6085 หรือ PN9375, PN50417, PN9374 เหมาะสำหรับสภาพรถที่ใช้มานานและมีร่องรอยขีดข่วนลึก ให้จางหายไปและปรับสมดุลพื้นผิวสีและผิวแลคเกอร์ให้กลับมา แต่อาจจะยังทิ้งร่องรอยบ้าง โดยน้ำยาขัดนี้จะต้องใช้ควบคู่กับลูกขัดขนแกะ หรือฟองน้ำสีขาวเท่านั้น (เพราะจะลบรอยได้ดีกว่าฟองน้ำสีดำหรือฟ้า ซึ่งเหมาะกับน้ำยาละเอียด)&nbsp;<br>วิธีการใช้งาน - ควรเขย่าก่อนใช้งาน เพื่อให้น้ำยาไม่นอนก้น, หยดน้ำยาลงลูกขัด หรือว่า บนตัวรถ ก็ได้ ฝากระโปรงรถใช้ประมาณ 4 - 6 หยด, ข้ดด้วยเครื่อง Rotary วนไปเรื่อยๆ จนตัวน้ำยาหายไปจนหมด ถ้าเป็นรถใหม่สามารถข้ามไปขั้นตอนที่2 หรือ ขัดด้วยน้ำยา PN6085 ในขั้นตอนที่1 แล้วไม่สามารถลบรอยได้ดี ให้ขยับเบอร์น้ำยาขึ้น เป็น PN9375 -&gt; PN50417-&gt; PN09374 (หยาบสุด)<br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-11 13:50:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230360978</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธีรพงศ์ สระทองแซว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230361405</link>
         <description><![CDATA[<h1>ขั้นตอนการทำงานสำหรับรถบ้าน</h1><div><br></div><div>1. เป็นขั้นตอนแรกของการปรับสภาพสีเคลียร์หรือลบรอยโดยใช้ลูกขัดขนแกะพร้อมน้ำยาขัดหยาบ PN6085 หรือ PN9375, PN50417, PN9374 เหมาะสำหรับสภาพรถที่ใช้มานานและมีร่องรอยขีดข่วนลึก ให้จางหายไปและปรับสมดุลพื้นผิวสีและผิวแลคเกอร์ให้กลับมา แต่อาจจะยังทิ้งร่องรอยบ้าง โดยน้ำยาขัดนี้จะต้องใช้ควบคู่กับลูกขัดขนแกะ หรือฟองน้ำสีขาวเท่านั้น (เพราะจะลบรอยได้ดีกว่าฟองน้ำสีดำหรือฟ้า ซึ่งเหมาะกับน้ำยาละเอียด) <br>วิธีการใช้งาน - ควรเขย่าก่อนใช้งาน เพื่อให้น้ำยาไม่นอนก้น, หยดน้ำยาลงลูกขัด หรือว่า บนตัวรถ ก็ได้ ฝากระโปรงรถใช้ประมาณ 4 - 6 หยด, ข้ดด้วยเครื่อง Rotary วนไปเรื่อยๆ จนตัวน้ำยาหายไปจนหมด ถ้าเป็นรถใหม่สามารถข้ามไปขั้นตอนที่2 หรือ ขัดด้วยน้ำยา PN6085 ในขั้นตอนที่1 แล้วไม่สามารถลบรอยได้ดี ให้ขยับเบอร์น้ำยาขึ้น เป็น PN9375 -&gt; PN50417-&gt; PN09374 (หยาบสุด)<br>2. เป็นขั้นตอนชักเงาเคลียร์โดยใช้ลูกขัดฟองน้ำดำ เหมาะสำหรับสภาพรถ ใช้งานมาได้ไม่นาน ใช้ขัดลบรอยวนที่เกิดจาก #1 และร่องรอยขนแมว สามารถชักเงาผิวสี และลบรอยวนจากขนแกะโดยใช้คู่กับฟองน้ำสีดำ 3M 05725 หลังจากใช้แล้ว รอยกระดาษทรายและร่องรอยขนแมวจะหมดไปและให้ความเงาไปในตัว น้ำยาขัดลงเร็วและมีความเงา <br>วิธีการใช้งาน - ควรเขย่าก่อนใช้งาน เพื่อให้น้ำยาไม่นอนก้น, หยดน้ำยาลงบนฟองน้ำสีดำ หรือว่า บนตัวรถ ก็ได้ ฝากระโปรงรถใช้ประมาณ 4 - 6 หยด, ข้ดด้วยเครื่อง Rotary รอบควรอยู่ต่ำๆ วนไปเรื่อยๆ จนตัวน้ำยาหายไปจนหมด มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพง่ายต่อการเช็ดทำความสะอาดให้พื้นผิวมีความเงาหากพื้นผิวชิ้นงานเป็นสีอ่อนสามารถจบได้ในขั้นตอนนี้3.ขั้นตอนเคลือบเงา เพื่อให้เกิดความเงาและป้องกันชั้นเคลียร์ให้อยู่นาน เหมาะกับรถใหม่ น้ำยาใช้ลบรอยที่เกิดจากขั้นตอนที่2 กำจัดรอยวน อีกทั้งยังปรับสภาพให้พื้นผิวมีความเงาสูงเหมาะกับงานที่มีเฉดสีที่เข้มน้ำยาเคลือบเงาใช้คู่กับฟองน้ำสีฟ้า 3M 05733 หลังจากขัดจะเกิดฝ้า ให้เอาผ้าไมโครไฟเบอร์ เช็ดออกจะทำให้สีของรถดูช่ำ และใช้น้ำยาน้อยมาก4.ขั้นตอนแว๊ก สามารถใช้ได้ทั้งสูตรน้ำ PN09062 และขี้ผึ้ง PN39526, PN09030 ช่วยให้สดใสและเงางามยาวนานกว่าน้ำยาเคลือบเงาชนิดอื่นๆ ช่วยปกป้องการทำลายของรังสียูวี และลดการจับเกาะของฝุ่นละอองและหยดน้ำ</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-11 13:55:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230361405</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230542969</link>
         <description><![CDATA[
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-12 12:12:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230542969</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วัชรัย จันประเสริฐ เลขที่2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230543314</link>
         <description><![CDATA[<h1>ประโยชน์ของการ เคลือบสีรถ</h1><div>By <a href="http://www.thaicarproducts.com/author/car-products/">Admincarproducts</a> On 15 December 2014 In <a href="http://www.thaicarproducts.com/car-care/">วิธีดูแลรักษารถ</a></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://www.thaicarproducts.com/wp-content/uploads/2014/12/wax.jpg" width="520" height="204"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>ลักษณะน้ำยาเคลือบสีรถที่ดี ป้องกันฝนกรด ฝุ่น ฯลฯ</div><div>ไม่ว่าจะ <strong>เคลือบสีรถ </strong>ด้วยตัวเอง หรือ ให้ทางร้านคาร์แคร์ ที่บริการ <strong>เคลือบสีรถ </strong>ให้ ก็แล้วแต่เราจะสะดวกแบบไหน แต่ถ้าเราเคลือบสีรถเองก็ให้เลือกซื้อ<strong>แว็กซ์เคลือบสีรถ</strong>ที่มีคุณภาพมาใช้ ถ้าไปร้านที่ให้บริการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ก็เลือกร้านที่ดูแลรถของคุณเหมือนกับที่คุณรักหน่อย ไม่ใช่เคลือบให้เสร็จๆไปโดยไม่แคร์ว่าจะเป็นแค่รถลูกค้า ถ้าหากมีเวลาผมแนะนะให้เราล้างรถ แล้วทำการลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ </strong>ด้วยตัวเราเองดีกว่า เพราะไม่มีใครรักรถของเราเท่าตัวเรา อีกอย่างคือ เป็นการออกกำลังกายไปอีกทางนึงด้วยนะครับ<br><br></div><div><strong>เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของการ เคลือบสีรถ กัน และประโยชน์หลักๆของการ เคลือบสีรถ จะมีดังนี้<br></strong><br></div><ol><li>เพื่อให้รถเราดูเงางาม ดูสะอาด และใหม่อยู่ตลอดเวลา</li><li><strong>เคลือบสีรถ</strong> ทำให้สีของรถไม่หม่นหมองในระยะเวลายาวนาน สีรถจะไม่เสื่อมสภาพเร็วไปตามกาลเวลา</li><li><strong>การ เคลือบสีรถ </strong>จะช่วยปกป้องสีรถของคุณจากสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น ยางไม้, มูลนก, ฝุ่น, ควัน, ละอองต่างๆเช่น ละอองสี, มลพิษ คราบน้ำมันเครื่องที่ออกจากท่อไอเสียจากรถคันอื่นๆมาติดที่ผิวสีรถ</li><li>ปกป้องสีรถเราจาก ฝนกรด ข้อนี้สำคัญมาก เพราะบางทีเรา หรือคนส่วนใหญ่จะไม่ชอบล้างรถ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ตอนหน้าฝน เพราะคิดว่าล้างไปเดี๋ยวฝนก็ตก รถก็เปื้อนอีก แต่คุณรู้หรือไม่ บางทีถ้าเราไม่ได้ล้างรถหลังเปียกฝนมานั้น แถมยังทิ้งเอาไว้นานๆจนแห้ง รถของเราก็จะเกิดคราบน้ำ คราบฝนที่ติดฝังแน่น อันเนื่องจากฝนกรด ทำไมถึงเรียกว่าฝนกรด เพราะฝนที่ตกลงมาจะผ่านสิ่งสกปรก ควันฝุ่น หรืออื่นๆอีกมากมายที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ รวมตัวกัน และตกลงมาบนตัวรถของเรา ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการกัดกร่อนกับสีของตัวรถได้ หรืออาจจะเป็นคราบน้ำฝังแน่นที่ตัวรถได้ การ <strong>เคลือบสีรถ</strong> และใช้น้ำยา เคลือบสีรถ ที่มีคุณภาพก็จะช่วยป้องกันคราบฝังแน่นอันเกิดมาจากฝนกรดได้ หรือใครที่รถเปียกฝนมาแต่ไม่มีเวลาที่จะล้างทำความสะอาด และ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ณ ตอนนั้น ก็แค่ให้เรานำน้ำสะอาดมาราดที่ตัวรถของเราก่อน แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้แห้ง เพื่อชำระล้างทำความสะอาดคราบน้ำฝนที่เกาะติดอยู่บนผิวสีรถ เป็นป้องกันการกัดกร่อน และการเกิดคราบน้ำฝังแน่นจากฝนกรดที่ผิวสีรถของเราได้</li><li><strong>เคลือบสีรถ</strong> เป็นประจำจะช่วยป้องกันสีรถของเราจากแสงแดดที่แรงกล้า เช่นในสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขตร้อนอย่างบ้านเรา ก็จะช่วยรักษาสภาพสีรถของเราได้ เมื่อเทียบกับรถปีเดียวกันรุ่นเดียวกัน จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่ารถคันไหน <strong>เคลือบสีรถ</strong> เป็นประจำ หรือไม่เคยได้เคลือบสีรถไว้เลย</li></ol><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-12 12:14:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230543314</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนายุทธ เกิดปั้น เลขที่ 11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230570252</link>
         <description><![CDATA[<h1>การขัดเงาและลงแว๊กซ์รถ</h1><div>การล้างรถที่ดีนอกจากการกำจัดคราบสกปรกแล้วการขัดเงารถยนต์ให้ดูใหม่ก็สามารถช่วยให้รถของคุณดีขึ้นมากกว่าเดิมทันตาเห็น การขัดเงารถยต์มีวิธีอย่างไรบ้าง คลิกเลย!</div><div>หลังจากการทำความสะอาดรถยนต์ มันเป็นการดีที่จะปิดท้ายด้วยการลงแว๊กซ์หรือขัดเงารถ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกเปื้อนรถคุณง่ายและปกป้องสีของรถยนต์ให้สวยยาวนานขึ้น การขัดเงาและลงแว๊กซ์นั้นจะช่วยป้องกันไม่ให้สีของรถยนต์ถูกทำลายและยังทำให้รถดูเหมือนใหม่ตลอดเวลาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เริ่มต้นการขัดเงาหรือลงแว๊กซ์นั้นอาจจะเป็นอะไรที่ดูยุ่งยาก และมีข้อควรระวังบางอย่างเพื่อป้องกันรถไม่ให้รถของคุณได้รับความเสียหาย และนี่คือเทคนิคในการดูแลรักษารถของคุณ<br><br></div><div><strong>อุปกรณ์ที่คุณต้องมีในการขัดเงารถ</strong></div><ul><li>ฟองน้ำสำหรับการขัดหรือผ้านิ่ม</li><li>น้ำยาขัดโลหะ</li><li>น้ำยาขัดพลาสติก</li><li>อุปกรณ์ขัดอื่นๆ</li></ul><div>คุณต้องรู้ก่อนว่าส่วนไหนของรถยนต์เป็นโลหะ ส่วนไหนเป็นพลาสติก รถสมัยใหม่มีนวัตกรรมที่ทำให้ภายนอกดูเหมือนโลหะขัดเงาแต่ภายในเป็นพลาสติก หรืออาจเป็นโลหะเคลือบสีและเคลือบเงา เพื่อป้องกันการขีดข่วน<br><br></div><ul><li>ตรวจสอบว่าส่วนไหนของรถที่เป็นโลหะ หากคุณไม่มั่นใจว่าส่วนไหนของรถที่เป็นโลหะ หรือเป็นส่วนที่ถูกเคลือบเงา ให้ทาน้ำยาขัดโลหะลงบนฟองน้ำหรือผ้าเล็กน้อย แล้วถูลงบนพื้นที่ที่คุณต้องการขัด</li><li>หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าส่วนไหนคือโลหะแล้ว คุณสามารถใช้น้ำยาขัดกับเครื่องขัดไฟฟ้า ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านซ่อมรถทั่วไปหรือคุณจะใช้น้ำมันจาระบีในการขัดก็ได้</li><li>ขัดส่วนไฟหน้ารถและไฟหลังด้วยที่น้ำยาขัดพลาสติก การทำนี้จะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่ไฟหน้ารถและยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น</li><li>อย่าลืมที่จะป้องกันพื้นที่ใกล้ๆไฟหน้ารถ เพื่อป้องกันความเสียหายกับส่วนที่เป็นโลหะหรือการทำลายสีจากการขัด</li><li>ขัดโครงล้อ ในการขัดล้อนั้น ต้องทำด้วยน้ำยาพิเศษที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการขัดล้อรถ หรือหากคุณมั่นใจว่าล้อของคุณเป็นโลหะ ก็ให้ใช้น้ำยาขัดโลหะได้เลย</li></ul><div><strong>วิธีการลงแว๊กซ์รถ</strong></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-12 13:36:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/230570252</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ชยภัทร์ สิงห์โสด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231016210</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>เคลือบสีรถคืออะไร ?</strong><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คือการขัดแว็กซ์หรือลงน้ำยาพิเศษเคลือบสีรถ เป็นปราการด่านแรกที่ป้องกันรถของคุณจากสิ่งสกปรก โดยทำหน้าที่เหมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวรถไว้ คุณสมบัตินั้นหลากหลาย เช่น ทำให้น้ำไม่เกาะผิวรถ ปกป้องสีจากความร้อน คราบสกปรกไม่เกาะติดแน่น สามารถลบรอยที่เล็กน้อยได้ และที่สำคัญทำให้สีรถดูมีชีวิตชีวา ช่วยขับเน้นเมทัลลิกที่อยู่ในสีรถให้เด่นสะดุดตา สีรถของคุณจะดูเยิ้ม ลึก มีมิติ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>&nbsp;</strong><strong><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/ann56.gif&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/ann56.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong>เคลือบสีรถควรทำบ่อยแค่ไหน ?<br></strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การเคลือบสีรถควรทำเมื่อล้างรถเสร็จแล้วแห้งสนิทดี โดยการลงน้ำยาเคลือบหนึ่งครั้งสามารถอยู่คงทนได้ 1-3 เดือน และหากรถของท่านไม่มีรอยลึกหรือคราบฝังแน่นติดอยู่สามารถเคลือบได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องขัด ยิ่งทำบ่อยฟิล์มเคลือบหนาขึ้นช่วยป้องกันคราบดีขึ้นอีก อย่างกรณีที่หลาย ๆ ท่านเห็นตามห้างสรรพสินค้าหรือบูธขายน้ำยา, แว็กซ์ เคลือบรถทั้งหลายมีฝากระโปรงรถวางอยู่ สามารถใช้น้ำมันก๊าดราดแล้วจุดไฟเผาก็ยังไม่มีคราบหรือรอยปรากฏขึ้น (แต่ขอเตือนไว้หน่อยว่าระดับนั้นผ่านการเคลือบมาอย่างหนักแล้ว)<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/ann56.gif&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/ann56.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><strong>เคลือบสีรถมีแบบไหนบ้าง ?</strong><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; น้ำยาเคลือบสีรถในท้องตลาดนั้นมีสูตรมากมายแถมหลายยี่ห้อสุด ๆ หลักการเลือกที่จะแนะนำคือตรงความต้องการของเราให้มากที่สุด เช่น ต้องการใช้เคลือบเองที่บ้านหลังล้างรถก็หาสูตรที่ใช้มือขัดหรือเช็ดออกได้ หรือคุณใช้รถสีเข้มอย่างสีดำก็มีน้ำยาเคลือบเฉพาะสีวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน ส่วนประเภทของน้ำยาเคลือบสีรถมีอะไรมาดูกัน<br>&nbsp; &nbsp;<strong>แว็กซ์ (Wax)</strong><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยวิธีใช้ก็ง่าย ๆ เพียงใช้ผ้าที่เนื้อดี (อย่างไมโครไฟเบอร์) ในการลงและใช้ผ้าเนื้อดีและสะอาดอีกผืนทำความสะอาด ก็จะเกิดความเงางาม สีรถฉ่ำสวย สามารถลดรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ราคาผลิตภัณฑ์ 300-1,500 บาท<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>จุดเด่น</strong> เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดกับการเคลือบสีรถเหมาะกับทำเองได้ที่บ้านและผู้เริ่มต้น <br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>จุดด้อย</strong> คือต้องทำบ่อยเพราะไม่ติดทนทานมากนัก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-13 13:41:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231016210</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายอนุชา หมอยาดี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231408602</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อยากให้รถเงาสวยเหมือนในโชว์รูมอยู่ตลอดเวลา ต้องทำยังไง</strong></div><div>ทุกวันนี้ ร้านบริการดูแลรักษารถยนต์ทั้งเปิดใหม่และมีบริการใหม่ๆอยู่เสมอๆ จากเดิมที่มีแค่การบริการล้างรถ ตอนนี้มีทั้งบริการทำความสะอาดภายนอก ภายใน อบโอโซน รวมถึงบริการเคลือบสีรถเต็มไปหมด หลายๆคนคงสงสัยว่าการบำรุงรักษาโดยเฉพาะการเคลือบสีรถที่ราคาค่อนข้างสูงนั้น จำเป็นจริงหรือ หากจะตอบคำถามนี้ เราคงต้องย้อนกลับมามองปัญหาที่เราเจ้าของรถทุกคนเจอและหนักใจอยู่ไม่น้อย เช่น รถที่ต้องใช้แทบทุกวัน ไหนจะขับไปตากแดดเจอฝน จนสีหมองขึ้น ยิ่งต้องขับคลุกฝุ่นควันในกรุงเทพ หรือเปื้อนโคลนแล้ว ก็ต้องยิ่งต้องล้างทำความสะอาดบ่อยขึ้นไปอีก บางครั้งตั้งใจจะล้างให้สะอาดเหมือนใหม่ แต่ที่ไหนได้ดันได้รอยขนแมวเพิ่มขึ้นมาจากการล้างรถแต่ละครั้งอีก นอกจากนี้ ก็ยังมีปัญหาคราบมูลนก ยางมะตอยที่ล้างออกยากและ กัดสีรถจนเป็นรอย ความเงางามของรถหายไปจนหมด จากรถสวยๆกลายมาเป็นรถขี้ฝุ่นเขรอะ มีคราบเป็นดวงๆ แน่นอนว่าการที่จะไม่ใช้รถเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการขัดเคลือบสีรถยนต์จึงเป็นอีกหนึ่งคำตอบในการดูแลรถสำหรับคนรักรถหลายๆคน ที่จะช่วยปกป้องรถจากปัญหาเหล่านี้</div><div>  การที่อยากให้ผิวสีรถยนต์ของเรามีความเงาฉ่ำเหมือนรถใหม่ในโชว์รูมนั้นไม่ยาก ความเงางามของรถนั้นเกิดจากการดูแลรักษาที่ถูกต้องและดี เริ่มตั้งแต่การใช้งาน การล้าง การขัด และการเคลือบสีมีคุณภาพ การใช้งานที่เหมาะสม เช่น ไม่ขับไปจอดตากแดดตากฝน การล้างโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี pH เป็นกลาง ไม่ทำปฏิกิริยากับผิวรถ การขัดเก็บรอยรอยอย่างสม่ำเสมอ (ซึ่งแน่นอนว่า ต้องเป็นงานขัดที่เนี๊ยบเท่านั้น เพราะหากบางที่ขัดไม่ดี รถจะมีรอยขัดเป็นวงๆเส้นๆจนน่าเกลียด) และสุดท้ายหลังจากการเตรียมผิวรถที่ดีมาแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบผิวสีรถที่ดี ที่ส่งผลต่อความเงางาม ความฉ่ำของผิวสีรถโดยตรงที่สุด  </div><div> </div><div> </div><div><strong>การเคลือบสีรถยนต์ที่มีบริการตอนนี้ มีอะไรบ้าง</strong></div><div>ถ้าจะให้พูดถึงการเคลือบสีรถยนต์ ก็ยังมีหลายคนที่ยังรู้จักแค่การเคลือบสีรถแบบเดิมๆ นั้นก็คือ การแวกซ์ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ใน ตอนนี้มีวิธีการปกป้องผิวสีรถยนต์มากกว่า 4 แบบในท้องตลาด โดยสามารถจำแนกประเภทออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆตามความต้องการดูแลและปกป้องรถยนต์คือ 1.เพื่อความแข็งแรงป้องกันผิวสีรถยนต์ 2.เพื่อความเงางามของผิวสีรถยนต์รวมถึงต้องการการปกป้องในระดับหนึ่ง สำหรับเจ้าของรถที่เน้นความแข็งแรงของผิวรถเพื่อป้องกันการกระเทาะจากสะเก็ดหินโดยเฉพาะนั้น จะมีเพียงวิธีเดียวนั้นคือ การติดฟิล์มป้องกันเท่านั้น ซึ่งในตอนนี้ ก็มีศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย ที่นำเสนอบริการการติดฟิล์มป้องกันสะเก็ดหินให้บริการ แต่ในทางกลับกัน หากเจ้าของรถต้องการความเงางามของรถเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งการป้องกันผิวรถนั้น ศูนย์บริการแต่ละแห่งก็มีการบริการขัดเคลือบสีตามการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งการเคลือบระยะสั้น (Wax) และการเคลือบระยะยาว (Coating) </div><div> </div><div> </div><div><strong>การติด ฟิล์มใสป้องกันสะเก็ดหิน (Paint Protection Film) ดีจริงหรือ</strong></div><div><strong> </strong>การปกป้องสีผิวรถยนต์จากสะเก็ดหินนั้น สามารถทำได้โดยการติดชั้นฟิล์มใสที่ตัวรถ เพื่อลดความเสียหายจากการกระแทกของสะเก็ดหินโดยตรง ดังนั้นข้อดีของการติดฟิล์มคือ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับป้องกันสะเก็ดหินโดยเฉพาะ มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างคงทน และสามารถลอกเปลี่ยนใหม่ได้ทุกเมื่อ แต่ก็มีข้อเสียคือ ไม่มีคุณสมบัติในเรื่องของความเงางาม ในบางยี่ห้ออาจจะไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงUVอยู่เลย (ซึ่งแสง UV จะทำร้ายสีรถโดยตรงและทำให้สีรถเปลี่ยนไปได้) ไม่มีความสวยงามที่เห็นเป็นรอยฟิล์มติดอยู่บนตัวรถ สีฟิล์มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและขุ่นขึ้นเมื่อใช้ไประยะหนึ่ง ราคาที่ค่อนข้างสูง ในปัจจุบัน ความเสี่ยงที่อาจะเกิดขึ้นจากรอยคัตเตอร์จากการติดฟิล์มได้สูงหากช่างไม่มีความชำนาญมากพอ หากเลือกใช้ฟิล์มคุณภาพไม่ดีอาจจะเป็นคราบหรือกระทั่งสีรถอาจหลุดลอกฟิล์มออกมาด้วยตอนลอกออก รวมถึงแม้ว่าจะติดฟิล์มไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันการกระแทกจากหินแรงๆได้100%</div><div> </div><blockquote>                                                                 <em>การเลือกใช้ฟิล์มคุณภาพต่ำ                                                       </em></blockquote><div> </div><blockquote> <br><em>การติดตั้งฟิล์มที่ไม่ได้มาตรฐาน</em></blockquote><div> </div><div><em> </em></div><div>การติดฟิล์มนั้นถือเป็นตัวเลือก ที่เหมาะสำหรับการปกป้องรถเป็นหลักโดยไม่ได้คำนึงถึงความเงางามและสวยงามของตัวรถเลย เช่น เจ้าของรถที่เน้นความเร็วเวลาขับขี่ และมีความเสี่ยงสูงต่อการกระแทกโดยสะเก็ดหินเป็นประจำนั่นเอง แต่ถ้าเจ้าของรถต้องการความสวยงามเป็นหลัก แต่ก็ยังคำนึงถึงการปกป้องผิวของรถยนต์ในระดับหนึ่งแล้ว งานเคลือบอื่นๆ เช่น การแวกซ์ เคลือบซิลิโคน และเคลือบแก้วจะสามารถตอบโจทย์และเหมาะสมมากกว่า</div><div><strong> </strong></div><div><strong> </strong></div><div><strong>การแวกซ์ (Wax) ดีไหม จะมีผลเสียอะไรหรือป่าว</strong></div><div>การแวกซ์นั้น จัดเป็นการเคลือบสีรถระยะสั้น ซึ่งปกติแล้วจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ การขัดเคลือบสีโดยใช้แวกซ์ ประเภทครีม และการขัดเคลือบสีโดยใช้แวกซ์ ประเภทน้ำ การขัดเคลือบสีโดยใช้แวกซ์ ประเภทครีม หรือทีเรียกกันว่า คาร์นูบาร์ แว็กซ์ นั้น จะช่วยเพิ่มความเงางามให้สีรถยนต์เป็นหลัก แต่มีข้อเสียสำคัญคือมีอายุการใช้งานสั้น ทนความร้อนได้ต่ำเพียง 82-86°C เท่านั้น[1] ซึ่งสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ในต่างประเทศ แต่หากใช้งานในประเทศไทย ที่มีอากาศค่อนข้างร้อนมาก การใช้งานนั้นอาจจะเหลือเพียง 3-4 วันเท่านั้นด้วยซ้ำ ส่วนการแวกซ์อีกประเภทคือ การใช้แวกซ์ประเภทน้ำที่เรียกกันว่าโพลิเมอร์ ซีลแลนท์หรือซินเตติก ซีลแลนท์ ข้อดีของการแวกซ์ประเภทนี้คืออยู่ได้นานกว่าและทนความร้อนได้มากกว่าการแวกซ์ประเภทครีม โดยทนความร้อนได้สูงถึง 105-140°C1 และจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือน หรืออาจจะมีอายุการใช้งานแค่ 3-4 อาทิตย์สำหรับในประเทศไทย แต่มีข้อเสียที่คือ จะให้ความเงางามที่น้อยกว่าประเภทครีม</div><div> </div><blockquote>      <br><em>งานแวกซ์ที่ไม่ได้คุณภาพ คราบแวกซ์ติดชิ้นส่วน</em> </blockquote><div> </div><div>โดยรวมแล้วการเคลือบสีรถประเภทแวกซ์นั้น มีจุดเด่นที่ให้ความเงางามในราคาที่ไม่แพงสำหรับอายุการใช้งานในระยะสั้นๆเท่านั้น และสามารถหาร้านบริการได้ง่าย แต่มีจุดด้อยที่ต้องทำซ้ำเป็นประจำๆ แทบจะทุกเดือน (ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่รถจะเป็นรอยมากขึ้นไปอีก หากร้านที่บริการไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่มีคุณสมบัติในการปกป้องสีรถยนต์อื่นๆเลยนอกจากความเงางามในระยะสั้นๆ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ในระยะยาวแล้วการแวกซ์อาจจะส่งผลต่อสีผิวของรถ เนื่องจากส่วนผสมของแวกซ์นั้นมีน้ำมันผสมอยู่ซึ่งจะทำปฎิกิริยากับความร้อนและแสง UV จนก่อความเสียหายได้ นอกจากนั้นแล้วหากเลือกใช้บริการแวกซ์ที่ไม่มีคุณภาพ และผู้ให้บริการที่ไม่มืออาชีพแล้วละก็ อาจจะเกิดคราบแวกซ์สีขาวขุ่นติดชิ้นส่วนทีเป็นยางหรือพลาสติกตลอดไปเลยก็ได้  </div><div> </div><div> </div><div> </div><div><strong>การเคลือบสีผิวรถในระยะยาวคืออะไร ดีกว่าการแวกซ์ยังไง</strong></div><div>สำหรับการเคลือบสีในระยะยาวนั้น เพื่อการรักษาความเงางามของสีรถยนต์ และให้การป้องกันผิวรถยนต์ในระดับหนึ่ง ได้แก่ การเคลือบซิลิโคน (Silicone Coating) และการเคลือบแก้ว (Glass Coating) โดยทั้งสองประเภทมีชั้นผิวเคลือบที่แข็งแรง ช่วยปกป้องรถจากมลภาวะต่างๆ รวมถึงมีความเงางามที่ใสเหมือนกระจกเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเคลือบสีรถด้วยซิลิโคน หรือเคลือบแก้ว  จะช่วยรักษาความเงางามให้แก่ตัวรถโดยตรง ลดปัญหาคราบน้ำ หรือฝนกัดชั้นสีผิวรถ รอยขนแมว แสงUV รวมถึงคราบสกปรกจากมูลนก ยางไม้ หรือยางมะตอย เป็นต้นข้อแตกต่างหลักๆของการเคลือบสองประเภทนี้ก็คือ ด้านราคาและอายุการใช้งาน การเคลือบแก้วจะมีการใช้งานที่ยาวนานกว่า โดยเฉลี่ยมีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี ในขณะที่การเคลือบซิลิโคนมีการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ปี ในราคาที่เบากระเป๋ากว่า  </div><div> </div><div> </div><div><strong>การเคลือบซิลิโคนต่างจากการเคลือบแก้วยังไง ควรจะเคลือบแบบไหนจะดีกว่ากัน</strong></div><div>การเคลือบซิลิโคนเป็นการเคลือบสีผิวรถด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจาก Silicone Resin โดยทำให้ชั้นเคลือบโปร่งใสเงางาม มีคุณสมบัติคล้ายกับการเคลือบแก้ว เหมาะสำหรับเจ้าของรถผู้ที่ต้องการทั้งความเงางามของผิวรถควบคู่ไปกับการปกป้องในระดับหนึ่งเท่านั้น ข้อดีของการเคลือบซิลิโคนนั่น แน่นอนว่าคือราคาที่ย่อมเยากว่าการเคลือบแก้ว และมีคุณสมบัติอย่างอื่นเช่น ช่วยเพิ่มระดับการปกป้องผิวสีรถจากฝุ่น, ความร้อน, และมลภาวะต่างๆ โดยสามารถปกป้องผิวสีรถยนต์จากรังสี UV ทนความร้อนได้ถึง 600°C และมีอายุการใช้งานประมาณ 1-1.5 ปี ในการเคลือบ 1 ครั้ง[2]  สำหรับข้อเสียนั้นก็คือ ชั้นของการเคลือบซิลิโคนไม่ได้แข็งแรงเท่ากับการเคลือบแก้ว และแน่นอนว่าไม่สามารถป้องกันความเสียหายจะการกระแทกของสะเก็ดหินได้มากเท่าการติดฟิล์ม</div><div> </div><div> </div><div><strong>การเคลือบแก้ว (Glass Coating) ดียังไง</strong></div><div>สำหรับการเคลือบแก้วนั้น เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในท้องตลาดขณะนี้ หากคำนึงถึงทั้งประโยชน์ด้านความเงางามของตัวรถ และการปกป้องด้วย เนื่องจากคุณสมบัติของส่วนประกอบหลักที่นำมาเคลือบนั้น คือ ซิลิกา (Silica) ที่มีคุณสมบัติในด้านให้ความเงางามและความแข็งเหมือนแผ่นกระจก ดังนั้นการเคลือบแก้ว ก็จะครอบคลุมหลายด้าน ทั้งสามารถลดปัญหาคราบเปื้อนต่างๆ ทั้งยางมะตอย มูลนก คราบหยดน้ำ ฝุ่นต่างๆที่เกาะตัวรถและทำลายผิวรถ ช่วยให้สีผิวรถไม่ซีดจางจากรังสี UV ลดการเกิดรอยขนแมว โดยสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 1300°C ซึ่งสูงกว่าการเคลือบประเภทอื่นทั้งหมดและยังไม่สะสมความร้อนบนผิวสีรถยนต์ มีระยะการใช้งานที่ยาวนาน 5-10 ปี[3] (อาจมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปในน้ำยาเคลือบแก้วของแต่ยี่ห้อ) รวมถึงทำให้การทำความสะอาดรถเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ใช้น้ำเปล่าล้าง และใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดก็ได้รถสะอาดเงางามเหมือนใหม่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น โดยปกติแล้วการเคลือบแก้วมักจะให้บริการเป็นแพ็คเกจ 3-5 ปี แตกต่างกันในแต่ละผู้ให้บริการ ซึ่งจะมีบริการการบำรุงรักษาเคลือบแก้วในทุก 3-6เดือนเพื่อบริการเคลือบซ้ำบนชั้นเคลือบแก้วที่อาจเสื่อมสภาพไปในชั้นบนสุด หรือบางรายอาจให้บริการขัดเก็บรอยบนตัวรถด้วยเช่นกัน ดังนั้นเจ้าของรถสามารถมั่นใจได้ว่ารถของเรานั้นจะเงางามเหมือนใหม่อยู่ตลอด ส่วนในเรื่องราคาของการเคลือบแก้วในปัจจุบันนั้นก็ถือว่าไม่ได้สูงมาก เนื่องจากในปัจจุบัน มีคู่แข่งในตลาดจำนวนมากขึ้น ราคาเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว สำหรับข้อด้อยของเคลือบแก้วนั้นก็คือ จะไม่สามารถปกป้องจากการกระแทกจากสะเก็ดหินมากเท่าการติดฟิล์ม</div><div><em> </em></div><blockquote><br><em>หมดปัญหาเรื่องหยดน้ำเกาะ จนกัดสีผิวรถยนต์              </em> </blockquote><div> </div><blockquote><br><em>ทำความสะอาดง่ายเพียงล้างน้ำเปล่าและใช้ผ้าเช็ด </em></blockquote><div> </div><div><strong>ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการเคลือบแก้ว</strong></div><div><strong> </strong>เนื่องจากการเคลือบสีรถอย่างการเคลือบแก้วนั้น เพิ่งนำเข้ามากันได้ไม่นานและยังไม่เป็นที่รู้จักทั่วไปในประเทศไทย ดังนั้นบางคนอาจจะยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการเคลือบแก้ว เช่น หากเคลือบไปแล้ว เมื่อใช้ไปจนหมดอายุการใช้งาน โดยไม่ได้เคลือบซ้ำ สีรถจะเพี้ยน เป็นรอยด่างๆไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่จริงเลย การเคลือบแก้วนั้น เมื่อหมดอายุการใช้งาน ก็ไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆต่อสีผิวรถแต่อย่างใด เนื่องจากการเคลือบแก้วนั้น เป็นชั้นผิวที่เราเคลือบทับลงไปเพื่อปกป้องสีจากสีจริงอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่หมดสภาพก็คือชั้นที่เราเคลือบลงไป ไม่ได้สีผิวรถจริงแต่อย่างใด</div><div> </div><div>นอกจากความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนชั้นเคลือบที่น้อยกว่า หรือแม้กระทั่งจำนวนไมครอน (หน่วยวัดความหนา โดย 1,000มิลลิเมตรเท่ากับ1 <em>micron</em>) ของการเคลือบที่ว่า ยิ่งชั้นเคลือบหนา ยิ่งดี ยิ่งสวยนั้น ก็เป็นความเข้าใจที่ผิดเช่นกัน เนื่องจากหากชั้นเคลือบมีความหนา เมื่อแสงจากภายนอกตกกระทบบนผิวรถ เนื่องจากชั้นผิวมีความหนามาก ก็จะทำให้สีที่สะท้อนออกไป รวมถึงมิติจากตัวรถก็จะเพี้ยนจากสีจริงและไม่สวย</div><div> </div><div>อีกทั้งยังมีบางคนที่เข้าใจผิดว่า การดูแลรถจะยากขึ้นเมื่อเราเคลือบแก้ว ซึ่งไม่จริงแต่อย่างใด ในทางกลับกัน การเคลือบแก้วจะทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่การล้างที่อาจจะล้างโดยใช้น้ำเปล่าก็พอ หรือหากต้องการใช้แชมพู ก็ควรใช้แชมพูที่มีค่า pH เป็นกลาง ร่วมกับอุปกรณ์เช่น ฟองน้ำ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ก็เพียงพอแล้ว</div><div>ความเข้าใจผิดอีกอย่างก็คือ การเคลือบแก้วนั้นเหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดงเท่านั้น ซึ่งไม่จริงเลย ไม่ว่าจะรถเก่าหรือรถใหม่ก็สามารถเคลือบแก้วได้เช่นกัน ยิ่งหากเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว หลังจากการขัดรอยและเคลือบแก้วไปแล้วจะเห็นความแตกต่างในเรื่องความเงางามของรถได้ชัดกว่ารถใหม่เสียอีก</div><div> </div><div>หรือบางคนอาจจะอยากให้รถมีความเงาฉ่ำมากขึ้น จึงอยากนำไปเคลือบแวกซ์ซ้ำหลังการเคลือบแก้ว ความจริงแล้ว การเคลือบแวกซ์ซ้ำหลังการเคลือบแก้วแล้ว ไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อชั้นสีผิวรถยนต์เนื่องจากมีชั้นเคลือบแก้วอยู่ระหว่างงานเคลือบแวกซ์และชั้นสีรถจริงอยู่แล้ว แต่จะส่งผลกระทบโดยทำให้การเกาะตัวของฝุ่นหรือคราบต่างๆเป็นไปได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์แวกซ์มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบนั่นเอง</div><div> </div><div>[1] งานวิจัยโดย Carroll Scientific, Inc., สหรัฐอเมริกา   </div><div>[2] งานวิจัยโดย SBRAND ประเทศญี่ปุ่น</div><div>[3] งานวิจัยโดย SBRAND ประเทศญี่ปุ่น</div><div> </div><div> </div><div> </div><div><strong>เคลือบสีรถแบบไหนคุ้มที่สุด?</strong></div><div> </div><div> </div><div><br></div><div> </div><div> </div><div>เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของการเคลือบในแต่ละประเภทแล้ว จะเห็นได้ว่าในระยะยาวแล้ว ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดคือการเคลือบแก้วที่ได้ทั้งการปกป้องและความสวยงามของตัวรถ แต่หากต้องคำนึงถึงการใช้จ่ายด้วยเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียวแล้วไม่สะดวกแล้ว การเคลือบซิลิโคนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจรองลงมาจากการเคลือบแก้ว ส่วนการแวกซ์ทั้ง 2 ประเภท ทั้ง คาร์นูบาร์ แวกซ์ และโพลิเมอร์ ซิลแลนท์ ต่างก็มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งที่ค่อนข้างถูกและสบายกระเป๋าทั้งคู่ แต่ก็อย่าลืมว่าคุณจำเป็นต้องล้างทำความสะอาดและขัดเก็บรอยรถบ่อยขึ้นเช่นกัน ซึ่งหากใช้ไปในระยะยาวแล้วค่าใช้จ่ายแตกต่างจากการเคลือบประเภทซิลิโคนหรือเคลือบแก้วเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวระเป๋าทั้งคูู่กมางถูกมากอนข้างถูกมากอเทียบกับการเคลือบประเภทอื่นในท้องตลาด้รับการบำรุงรักษาเป็นประจำๆ  แต่หากเจ้าของรถท่านใดที่ต้องการการปกป้องจากสะเก็ดหินอย่างสมบูรณ์แบบเพียงอย่างเดียวแล้วละก็ ฟิล์มใสกันสะเก็ดหินคุณภาพสูงเป็นเพียงตัวเลือกเดียวที่มี ณ ตอนนี้ แต่ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับการเคลือบประเภทอื่นทั้งหมดเช่นกัน</div><div> </div><div> </div><div><strong>การเคลือบสีรถประเภทไหนที่เหมาะกับเราที่สุด</strong></div><div><strong> </strong></div><div><em>การติดฟิล์มใสกันสะเก็ดหิน </em></div><ul><li>เน้นการปกป้องจากสะเก็ดหินเพียงอย่างเดียว</li><li>ไม่ได้เน้นเรื่องความเงางามของตัวรถ</li><li>เน้นอายุการใช้งานที่ยาวนาน</li><li>มีงบประมาณสูง</li></ul><div><em>การแวกซ์  </em></div><ul><li>เน้นแค่ความเงาฉ่ำของผิวสีรถเท่านั้น</li><li>ไม่ได้เน้นเรื่องการปกป้องจากมลภาวะเท่าไหร่นัก</li><li>มีเวลาในการขัดและเคลือบแวกซ์อยู่บ่อยๆ</li><li>มีงบค่อนข้างจำกัดต่อครั้ง</li></ul><div><em>การเคลือบซิลิโคน </em></div><ul><li>ต้องการทั้งความเงางาม ใสเหมือนกระจกรองมาจากการเคลือบแก้ว</li><li>ต้องการการปกป้องสีรถจากมลภาวะ</li><li>เน้นการดูแลรักษาและทำความสะอาดที่ง่าย</li><li>เน้นอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนาน 1-1.5 ปี</li><li>มีงบประมาณปานกลางในการเคลือบสีรถ</li></ul><div><em>การเคลือบแก้ว </em></div><ul><li>ต้องการทั้งความเงางาม ใสเหมือนกระจก</li><li>ต้องการการปกป้องสีรถจากมลภาวะ</li><li>เน้นการดูแลรักษาและทำความสะอาดที่ง่าย</li><li>ต้องการบริการดูแลรักษาจากผู้ให้บริการอยู่เสมอๆ</li><li>เน้นอายุการใช้งานที่ยาวนาน และคุ้มค่า</li><li>มีงบประมาณค่อนข้างสูง</li></ul><div>โดยสรุปแล้วการเคลือบขัดสีผิวรถยนต์มีอยู่หลายประเภท ซึ่งเหมาะกับเป้าหมายการใช้งานที่แตกต่างกันไป และแน่นอนว่าในงบประมาณที่ต่างกันด้วย หากใครรู้ตัวว่าต้องการความแข็งแรง เพื่อปกป้องผิวรถโดยเฉพาะเท่านั้น ก็เหมาะกับการติดฟิล์มป้องกันรถ แต่ถ้าต้องการความสวยเหมือนใหม่ตลอดเวลาแล้ว หากมีงบที่ค่อนข้างสูง ก็อาจจะเลือกการเคลือบแก้ว หากมีงบปานกลาง ก็อาจจะใช้การเคลือบโดยซิลิโคน หรือหากมีงบที่จำกัด แต่ยังเน้นที่ความเงางาม ก็อาจจะเลือกใช้การแวกซ์ แต่ก็ต้องยอมรับในผลกระทบที่อาจจะตามมาต่อสีผิวในระยะยาวด้วยเช่นกัน</div><div><strong> </strong></div><div><strong> </strong></div><div><strong>จะเคลือบแก้วที่ไหนดี เคลือบแก้วแต่ละที่นั้นต่างกันยังไง</strong></div><div>สุดท้ายแล้ว หากคุณต้องการความเงางามของตัวรถควบคู่ไปกับการปกป้องในระดับหนึ่ง ถึงแม้การเคลือบแก้วจะถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ แต่เนื่องจากการบริการเคลือบแก้วในปัจจุบันมีอยู่เยอะมาก ทำให้ทั้งเคลือบแก้วแท้และไม่แท้ปะปนกัน (ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพผลิตภัณฑ์และอายุการใช้งานย่อมแตกต่างกัน) ดังนั้นแล้ว การเลือกซื้อบริการเคลือบสีรถประเภทใดหรือตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการจากหลายๆปัจจัย แทนที่เราจะเน้นที่ราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว เราควรศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือน้ำยาที่ผู้ให้บริการเลือกใช้ ความชำนาญของผู้ให้บริการ หรือแม้กระทั่งการเตรียมพื้นผิวรถยนต์ก่อนลงการเคลือบสี เนื่องจากการขัดผิวรถนั้นส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพงานเคลือบที่ออกมา และสุดท้ายแล้ว สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเคลือบแก้วที่มีการขายเป็นแพ็คเกจนาน 3-5 ปีแตกต่างกันออกไปนั้น เราควรจะคำนึงถึงการบริการหลังการขายที่มีการบำรุงรักษาในทุกๆ 3-6 เดือน รวมถึงความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของแบรนด์เป็นหลักด้วยเช่นกัน เพราะเราซื้อเคลือบแก้วทีละ 3-5 ปี หากร้านนั้นปิดกิจการไปก็แน่นอนว่าเราก็ต้องทิ้งเงินไปเปล่าๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-14 09:26:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231408602</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231473515</link>
         <description><![CDATA[ไม่ควรลงแว็กซ์ เคลือบสีรถ ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่
เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่
กลับมาในส่วนของการ เคลือบสีรถ เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า ไมโครไฟเบอร์ เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการเคลือบสีรถ แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด

เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์ เคลือบสีรถ ด้วยตัวเอง
สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ เคลือบสีรถ ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ เคลือบสีรถ ดังนี้

อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้
เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย
หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน
เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, คราบมูลนก, รอยขนแมว, คราบฝนกรด, ยางไม้, ยางมะตอย ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ น้ำยาขัดลบรอย ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ ขัดสีรถ ด้วยตัวเองก่อน
มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการเคลือบสีรถนั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ

]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-14 13:44:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231473515</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศุภกฤต จันประเสริฐ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231473618</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>ไม่ควรลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่</li><li>เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่</li></ul><div>กลับมาในส่วนของการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า <strong>ไมโครไฟเบอร์</strong> เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการ<strong>เคลือบสีรถ</strong> แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด<br><br></div><div>เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์<strong> เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเอง<br>สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ดังนี้<br><br></div><ol><li>อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้</li><li>เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย</li><li>หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน</li><li>เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, <strong>คราบมูลนก</strong>, <strong>รอยขนแมว</strong>, <strong>คราบฝนกรด</strong>, <strong>ยางไม้</strong>, <strong>ยางมะตอย</strong> ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ <strong>น้ำยาขัดลบรอย</strong> ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ <a href="http://www.thaicarproducts.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99/"><strong>ขัดสีรถ</strong></a> ด้วยตัวเองก่อน</li><li>มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>นั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ</li></ol><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-14 13:45:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231473618</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย จิระพงศ์ เกิดแพร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231473850</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>ไม่ควรลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่</li><li>เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่</li></ul><div>กลับมาในส่วนของการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า <strong>ไมโครไฟเบอร์</strong> เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการ<strong>เคลือบสีรถ</strong> แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด<br><br></div><div>เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์<strong> เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเอง<br>สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ดังนี้<br><br></div><ol><li>อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้</li><li>เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย</li><li>หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน</li><li>เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, <strong>คราบมูลนก</strong>, <strong>รอยขนแมว</strong>, <strong>คราบฝนกรด</strong>, <strong>ยางไม้</strong>, <strong>ยางมะตอย</strong> ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ <strong>น้ำยาขัดลบรอย</strong> ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ <a href="http://www.thaicarproducts.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99/"><strong>ขัดสีรถ</strong></a> ด้วยตัวเองก่อน</li><li>มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>นั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ</li></ol><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-14 13:45:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/231473850</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายมนัญชัย ธานี เลขที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/232291925</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>ไม่ควรลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่</li><li>เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่</li></ul><div>กลับมาในส่วนของการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า <strong>ไมโครไฟเบอร์</strong> เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการ<strong>เคลือบสีรถ</strong> แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด<br><br></div><div>เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์<strong> เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเอง<br>สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ดังนี้<br><br></div><ol><li>อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้</li><li>เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย</li><li>หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน</li><li>เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, <strong>คราบมูลนก</strong>, <strong>รอยขนแมว</strong>, <strong>คราบฝนกรด</strong>, <strong>ยางไม้</strong>, <strong>ยางมะตอย</strong> ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ <strong>น้ำยาขัดลบรอย</strong> ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ <a href="http://www.thaicarproducts.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99/"><strong>ขัดสีรถ</strong></a> ด้วยตัวเองก่อน</li><li>มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>นั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ</li></ol><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-16 12:14:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/232291925</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ณัฐพล ธานี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/233123728</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>ไม่ควรลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่</li><li>เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่</li></ul><div>กลับมาในส่วนของการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า <strong>ไมโครไฟเบอร์</strong> เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการ<strong>เคลือบสีรถ</strong> แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด<br><br></div><div>เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์<strong> เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเอง<br>สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ดังนี้<br><br></div><ol><li>อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้</li><li>เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย</li><li>หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน</li><li>เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, <strong>คราบมูลนก</strong>, <strong>รอยขนแมว</strong>, <strong>คราบฝนกรด</strong>, <strong>ยางไม้</strong>, <strong>ยางมะตอย</strong> ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ <strong>น้ำยาขัดลบรอย</strong> ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ <a href="http://www.thaicarproducts.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99/"><strong>ขัดสีรถ</strong></a> ด้วยตัวเองก่อน</li><li>มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>นั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ</li></ol><div><br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-20 04:12:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/233123728</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศุภลักษณ์  ประดิษฐทอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/235697691</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br></strong><br></div><ul><li>ไม่ควรลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ในขณะที่เครื่องยนต์ หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่</li><li>เราไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็ว ไม่ได้คุณภาพ แว็กซ์จะเซ็ตตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวสีรถเลย แต่จะมีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถ เคลือบสีรถ กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาแล้ว ลองเช็คหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ขายดูว่าแว็กซ์ที่เราจะซื้อนั้นมีข้อควรระวังอะไรบ้างหรือไม่</li></ul><div>กลับมาในส่วนของการ <strong>เคลือบสีรถ</strong> เมื่อเราลงแว็กซ์ วนเป็นลักษณะคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าซักประมาณ 10-15 นาที จากนั้นให้ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดแว็กซ์ออก แนะนำให้ใช้ผ้า <strong>ไมโครไฟเบอร์</strong> เท่านั้น แว็กซ์บางชนิดก็เช็ดออกง่าย บางชนิดก็เช็ดออกยาก ความยากง่ายของการเช็ดออก ไม่เป็นตัวบ่งบอกว่าแว็กซ์ชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพัฒนาคุณภาพของแว็กซ์นั้นๆมากกว่า แต่ส่วนมากในปัจจุบันก็จะพัฒนาให้เช็ดออกง่ายเพราะไม่ทำให้เปลืองแรงในการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>แว็กซ์บางชนิด บางยี่ห้อ ก็ทิ้งคราบคล้ายๆฝุ่นผงแป้ง ขัดแว็กซ์เสร็จยังต้องมาเช็ดผงฝุ่นของแว็กซ์อีก บางคนก็จะไม่ชอบเพราะเสียเวลามาก แนะนำให้เลือกแว็กซ์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เหมาะกับรถของเรา และเหมาะกับตัวเราที่เป็นผู้ใช้ มากที่สุด<br><br></div><div>เพียงเท่านี้รถเราก็จะเงาเหมือนใหม่ อีกทั้งยังอุ่นใจในการปกป้องผิวสีรถในกรณีที่โดนฝนกรด, มูลนก, ฝุ่นละออง, เศษกรวด ฯลฯ สภาวะต่างๆที่ก่อให้เกิดคราบฝังลึกอีกด้วย ไม่มีใครดูแลรถของเราได้เท่าตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะลงแว็กซ์<strong> เคลือบสีรถ</strong> ด้วยตัวเอง<br>สำหรับใครที่ต้องการ ลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong>ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ได้เข้าศูนย์บริการคาร์แคร์ ก่อนที่จะเคลือบแว็กซ์ ต้องทำความสะอาดรถโดยให้ล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีรถออกก่อน จะแบ่งขั้นตอนให้ดูแบบง่ายๆสำหรับ DIY คนที่จะลงแว็กซ์ <strong>เคลือบสีรถ</strong> ดังนี้<br><br></div><ol><li>อย่างแรกเลย เราต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวสีของรถก่อน โดยการฉีดน้ำให้มีความแรงพอประมาณ เพื่อให้น้ำดันฝุ่นหรือเศษเม็ดกรวดเล็กๆที่ติดผิวสีรถออกก่อน ระหว่างนี้ยังไม่แนะนำให้เช็ดหรือถูบนผิวของรถ เพราะสิ่งสกปรกที่ยังไม่หลุดอาจจะทำให้รถเป็นรอบขีดข่วน หรือรอยขนแมวได้</li><li>เสร็จจากขั้นตอนแรก ให้ล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ มันจะมีผลกับรถเราในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมองคล้ำ อันเนื่องมาจากสารชำระล้างในน้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่มีคุณภาพ แชมพูที่ไม่มีคุณภาพนั้นหลังจากล้างรถ อาจจะทำให้เกิดเป็นคราบแชมพูหรือคราบน้ำตามมาได้ บางคนเห็นคราบน้ำหลังจากล้างรถก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้ผิวสีรถเกิดรอยขีดข่วน ฟองน้ำบางยี่ห้อนั้นสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวสีรถด้วย</li><li>หลังจากล้างรถด้วย แชมพูล้างรถ ให้เราเช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัว หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้จะสามารถซับน้ำได้ดี ที่สำคัญไม่ทำให้รถเราเป็นรอยขีดข่วน</li><li>เมื่อเราเช็ดรถให้แห้งแล้ว เราจะเห็นร่องลอยขีดข่วน, <strong>คราบมูลนก</strong>, <strong>รอยขนแมว</strong>, <strong>คราบฝนกรด</strong>, <strong>ยางไม้</strong>, <strong>ยางมะตอย</strong> ฯลฯ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ให้เราใช้ <strong>น้ำยาขัดลบรอย</strong> ขัดคราบฝังแน่นต่างๆ เลือกยี่ห้อและประเภทให้เหมาะกับรอยนั้นๆ ส่วนวิธีการขัดลบรอยสำหรับ DIY ใครที่อยากจะขัดเอง ดูวิธีการ <a href="http://www.thaicarproducts.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99/"><strong>ขัดสีรถ</strong></a> ด้วยตัวเองก่อน</li><li>มาถึงขั้นตอนการ เคลือบสีรถ เราต้องใช้ฟองน้ำสำหรับ ลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะเช่นกัน ลักษณะของเนื้อฟองน้ำจะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนขณะที่เคลือบ วิธีการ<strong>เคลือบสีรถ</strong>นั้น ให้เราเคลือบ หรือลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆจนครบทุกส่วนของผิวสีรถ</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-27 01:33:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chalart2010/4xorlb1cid00/wish/235697691</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
