<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>วิธีการแก้ปัญหาพฤติกรรม by Auksarapuk SITTIPORNRATTANAMANEE</title>
      <link>https://padlet.com/auksarapuk_s/4wlpavw3yx8b</link>
      <description>มีหลักทฤษฎีใด/แก้ปัญหาตามนักจิตวิทยาคนไหนที่นำมาใช้ในการตอบคำถาม</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-09-04 07:44:08 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-02-03 18:06:21 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>พรธีรา/วรพรรณ/อักษราภัค/ภานุมาศ/วงศ์สวรรค์</title>
         <author>auksarapuk_s</author>
         <link>https://padlet.com/auksarapuk_s/4wlpavw3yx8b/wish/184488771</link>
         <description><![CDATA[<blockquote>พฤติกรรมที่เคยพบเจอ</blockquote><div><strong>ประถม</strong><br>นักเรียนร้องไห้เพราะมีปัญหากับเพื่อน<br>นักเรียนแกล้งกัน<br>ไม่สนใจการเรียน<br>ไม่เคารพอาจารย์<br>เล่นคอมเวลาสอน<br><strong>มัธยม</strong><br>นักเรียนตีกันภายในชั้นเรียน<br>ไม่ฟังคนสอน<br>ส่งเสียงดังคุยกัน<br>สนใจอย่างอื่น<br>ทักษะความรู้ไม่เพียงพอ<br>หลับในชั้นเรียน<br>แอบเล่นโทรศัพท์<br>กินขนมในชั้นเรียน<br>สูบบุหรี่<br><br></div><blockquote>ไม่เคยเจอ</blockquote><div>นักเรียนตีกัน<br>ตั้งใจเรียน<br>ส่งงานครบ<br>เด็กแสดงอาการไม่อยากเรียน<br>สูบบุหรี่</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-09-04 07:46:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/auksarapuk_s/4wlpavw3yx8b/wish/184488771</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แก้ปัญหา นักเรียนไม่สนใจเรียน</title>
         <author>auksarapuk_s</author>
         <link>https://padlet.com/auksarapuk_s/4wlpavw3yx8b/wish/184492049</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ทฤษฎีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแมคคลีแลนด์ McClelland</strong></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทฤษฎีนี้เน้นอธิบายการจูงใจของบุคคลที่กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการความสำเร็จมิได้หวังรางวัลตอบแทนจากการกระทำของเขา&nbsp; ซึ่งความต้องการความสำเร็จนี้ในแง่ของการทำงานหมายถึงความต้องการที่จะทำงานให้ดีที่สุดและทำให้สำเร็จผลตามที่ตั้งใจไว้&nbsp; เมื่อตนทำอะไรสำเร็จได้ก็จะเป็นแรงกระตุ้นให้ทำงานอื่นสำเร็จต่อไป&nbsp; หากองค์การใดที่มีพนักงานที่แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จำนวนมากก็จะเจริญรุ่งเรืองและเติบโตเร็ว<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-09-04 08:11:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/auksarapuk_s/4wlpavw3yx8b/wish/184492049</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>auksarapuk_s</author>
         <link>https://padlet.com/auksarapuk_s/4wlpavw3yx8b/wish/184494460</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา (Social Cognitive Learning Theory) เป็นทฤษฎีของศาสตราจารย์บันดูรา แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) ประเทศสหรัฐอเมริกา บันดูรามีความเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมากเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบ และเนื่องจากมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์ (interact) กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวอยู่เสมอบันดูราอธิบายว่าการเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมในสังคม ซึ่งทั้งผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อกันและกัน ความคิดพื้นฐานของทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา 1. บันดูรา ได้ให้ความสำคัญของการปฏิสัมพันธ์ของผู้เรียนและสิ่งแวดล้อม และถือว่าการเรียนรู้ก็เป็นผลของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและสิ่งแวดล้อม โดยผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อกันและกัน บันดูราได้ถือว่าทั้งบุคคลที่ต้องการจะ เรียนรู้และสิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุของพฤติกรรมและได้อธิบายการปฏิสัมพันธ์ ดังนี้ 2. บันดูรา ได้ให้ความแตกต่างของการเรียนรู้ (Learning) และการกระทำ (Performance) ว่าความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะคนอาจจะเรียนรู้อะไรหลายอย่างแต่ไม่กระทำ บันดูราได้สรุปว่า พฤติกรรมของมนุษย์อาจจะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท 2.1 พฤติกรรมสนองตอบที่เกิดจากการเรียนรู้ ผู้ซึ่งแสดงออก หรือ กระทำสม่ำเสมอ 2.2 พฤติกรรมที่เรียนรู้แต่ไม่เคยแสดงออกหรือกระทำ 2.3 พฤติกรรมที่ไม่เคยแสดงออกทางการกระทำ เพราะไม่เคยเรียนรู้จริง ๆ 3. บันดูรา ไม่เชื่อว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะคงตัวอยู่เสมอ การประยุกต์ในด้านการเรียนการสอน 1. ตั้งวัตถุประสงค์ที่จะทำให้นักเรียนแสดงพฤติกรรม หรือเขียนวัตถุประสงค์เป็นเชิงพฤติกรรม 2. ผู้สอนแสดงตัวอย่างของการกระทำหลายๆตัวอย่าง ซึ่งอาจจะเป็น คน การ์ตูน ภาพยนตร์ วิดีโอ โทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ 3. ผู้สอนให้คำอธิบายควบคู่ไปกับการให้ตัวอย่างแต่ละครั้ง 4. ชี้แนะขั้นตอนการเรียนรู้โดยการสังเกตแก่นักเรียน เช่น แนะให้นักเรียนสนใจสิ่งเร้าที่ควรจะใส่ใจหรือเลือกใส่ใจ 5.จัดให้นักเรียนมีโอกาสที่จะแสดงพฤติกรรมเหมือนตัวแบบ เพื่อจะได้ดูว่านักเรียนสามารถที่จะกระทำโดยการเลียนแบบหรือไม่ ถ้านักเรียนทำได้ไม่ถูกต้องอาจจะต้องแก้ไขวิธีการสอนหรืออาจจะแก้ไขที่ตัวผู้เรียนเอง 6.ให้แรงเสริมแก่นักเรียนที่สามารถเลียนแบบได้ถูกต้อง เพื่อจะให้นักเรียนมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้และเป็นตัวอย่างแก่นักเรียน<br>อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/35946</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-09-04 08:27:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/auksarapuk_s/4wlpavw3yx8b/wish/184494460</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
