<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>บทที่2 ทฤษฏีการเรียนรู้ by onprapha phoopui Channel</title>
      <link>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยความแข็งแกร่งเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2020-01-13 12:54:25 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-12-30 19:40:53 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ข้อ1จงให้ความหมายของคำว่าทฤษฎีการเรียนรู้ตามทัศนะของนักเรียน</title>
         <author>onprapha2164</author>
         <link>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430706333</link>
         <description><![CDATA[<div>การเรียนรู้คือกระบวนการที่ทำให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด คนสามารถเรียนได้จากการได้ยินการสัมผัส การอ่าน การใช้<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5">เทคโนโลยี</a> การเรียนรู้ของเด็กและผู้ใหญ่จะต่างกัน เด็กจะเรียนรู้ด้วยการเรียนในห้อง การซักถาม ผู้ใหญ่มักเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ที่มีอยู่ แต่การเรียนรู้จะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ผู้สอนนำเสนอ โดยการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-13 12:57:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430706333</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ2ทฤษฎีการเรียนรู้มีคุณสมบัติและลักษณะอย่างไร จงอธบาย</title>
         <author>onprapha2164</author>
         <link>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430707220</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีของการเรียนรู้มีหลายทฤษฎีแต่จะขอนำมากล่าวเพียง 3 ทฤษฎี คือ 1. ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม 2. ทฤษฎีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยม 3. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา 1. ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม ความคิดพื้นฐานของทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม 1.พฤติกรรมทุกอย่างเกิดขึ้นโดยการเรียนรู้และสามารถจะสังเกตได้ 2.พฤติกรรมแต่ละชนิดเป็นผลรวมของการเรียนที่เป็นอิสระหลายอย่าง 3.แรงเสริม (Reinforcement) ช่วยทำให้พฤติกรรมเกิดขึ้นได้<br>2. ทฤษฎีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยม (Constructivism) ทฤษฎี Constructivism มีหลักการที่สำคัญว่า ในการเรียนรู้ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้กระทำ (active) และสร้างความรู้ ความเชื่อพื้นฐานของ Constructivism มีรากฐานมาจาก 2 แหล่ง คือจากทฤษฎีพัฒนาการของพีอาเจต์ และวิก็อทสกี้ ทฤษฎี3. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา (Social Cognitive Learning Theory) เป็นทฤษฎีของศาสตราจารย์บันดูรา แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) ประเทศสหรัฐอเมริกา บันดูรามีความเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมากเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบ และเนื่องจากมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์ (interact) กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวอยู่เสมอบันดูราอธิบายว่าการเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมในสังคม ซึ่งทั้งผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อกันและกัน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-13 13:00:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430707220</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ3 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่นำไปใช้ในการเรียนการสอน แบ่งเป็นกี่ประเภทอย่างไร</title>
         <author>onprapha2164</author>
         <link>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430712277</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีการเรียนรู้สร้างขึ้นจากพื้นฐานความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติของการเรียนรู้ เช่น ทฤษฎี</div><div>ในกลุ่มพฤติกรรมนิยมซึ่งนิยามการเรียนรู้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก็จะเน้นองค์ประกอบที่มี</div><div>ต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ส่วนทฤษฎีกลุ่มพุทธินิยมที่นิยามการเรียนรู้ว่า เป็นกระบวนการคิดหรือ</div><div>การพัฒนาทางสติปัญญา ก็จะเน้นที่กระบวนการคิดอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นในการน าเสนอทฤษฎีการ</div><div>เรียนรู้ต่าง ๆ ที่คัดสรรว่ามีบทบาทต่อการประยุกต์สู่การออกแบบการเรียนการสอนที่จะกล่าวถึงในที่นี้ก็</div><div>จะกล่าวถึงองค์ประกอบของการเรียนรู้ กฎหรือหลักการพื้นฐานในการเรียนรู้ของทฤษฎีนั้นและการ</div><div>ประยุกต์สู่การออกแบบการเรียนการสอน</div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-13 13:12:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430712277</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ4 จงเปรียบเทียบทฤษฎีการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่ม</title>
         <author>onprapha2164</author>
         <link>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430715008</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20</strong></div><div><br></div><div>ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นทฤษฎีที่ยังมีการนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอนกันอย่างกว้างขวาง สำหรับในบทนี้ขอนำเสนอทฤษฎีการเรียนรู้และการสอนที่สำคัญ 4 ทฤษฏี ได้แก่ ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยมหรือกลุ่มความรู้ความเข้าใจ ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม และทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสาน โดยแต่ละทฤษฏีจะนำเสนอแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นแนวคิดหรือหลักการของทฤษฏี และส่วนที่เป็นแนวทางการประยุกต์ใช้ทฤษฏีนั้นๆ ในการจัดการเรียนการสอน <br><strong>  (2) ทฤษฏีการวางเงื่อนไขของวัตสัน   </strong></div><div><br></div><div>                   วัตสัน (Watson) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการวางเงื่อนไขโดยให้เด็กคนหนึ่งเล่นกับหนูขาวในขณะที่เด็กกำลังจะจับหนูขาวเขาก็ทำให้เกิดเสียงดังโดยใช้ค้อนตีแท่งเหล็กซึ่งอยู่ด้านหลังของเด็กจนเด็กตกใจและร้องไห้ หลังจากนั้นเด็กจะกลัวและร้องไห้เมื่อเห็นหนูขาว ต่อมาเขาทดลองโดยให้แม่กอดเด็กไว้แล้วนำหนูขาวมาให้เด็กดูหลังจากนั้นเด็กก็จะค่อยๆ คลายจากความกลัวหนูขาว<br><strong>  (3) ทฤษฏีการวางเงื่อนไขแบบต่อเนื่อง (Contiguous conditioning)</strong></div><div><br></div><div><strong>                        </strong>กัทธรี (Guthrie) นักจิตวิทยาชาวอเมริกาได้ทำการทดลองวางเงื่อนไขโดยปล่อยแมวที่หิวจัดเข้าไปในกล่องปริศนาซึ่งมีเสาเล็กๆ อยู่ตรงกลางและมีกระจกที่ประตูทางออก ที่เสาในกล่องจะมีกลไกสำหรับเปิดประตู แล้วนำปลาแซลมอนวางไว้นอกกล่อง การทดลองพบว่า แมวบางตัวใช้การกระทำหลายแบบเพื่อจะออกจากกล่อง แต่แมวบางตัวใช้วิธีเดียวก็สามารถออกจากล่องได้ กัทธรี อธิบายว่า  แมวจะใช้การกระทำครั้งสุดท้ายที่ประสบผลสำเร็จเป็นแบบแผนและยึดไว้สำหรับการแก้ปัญหาครั้งต่อไป <br><strong>   (4) ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบปฏิบัติการ (Operant Conditioning)<br></strong><br></div><div><br></div><div>                                สกินเนอร์ (Skinner) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน มีความเห็นว่าทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคของพาฟลอฟนั้นจำกัดอยู่กับพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเป็นส่วนน้อยของมนุษย์ พฤติกรรมส่วนใหญ่แล้วมนุษย์จะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเองไม่ใช่เกิดจากการจับคู่ ระหว่างสิ่งเร้าใหม่กับสิ่งเร้าเก่าตามการอธิบายของพาฟลอฟ สกินเนอร์ได้อธิบายว่า "พฤติกรรม" ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน ซึ่งเขาเรียกย่อ ๆ ว่า <strong>A – B - C</strong> ซึ่งทั้ง 3 ส่วนจะดำเนินต่อเนื่องกันไปโดยสิ่งที่ก่อให้เกิดขึ้นก่อนจะนำไปสู่การเกิดพฤติกรรม<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-13 13:18:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430715008</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ5นักศึกษาคิดว่าเพราะเหตุใดครูผู้สอนจึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีการเรียนรู้</title>
         <author>onprapha2164</author>
         <link>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430717790</link>
         <description><![CDATA[<div>1) เป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินการวิจัย ทฤษฎีการเรียนรู้ประกอบด้วยหลักการเรียนรู้ย่อย หลายหลักการที่สามารถตรวจสอบได้ในห้องทดลอง หรือนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ<br> 2) ช่วยในการจัดการกับความรู้ ถ้าพิจารณาเนื้อหาความรู้ที่นำมาสอนในห้องเรียนจะพบว่า ความรู้บางอย่างเป็นรูปธรรม บางอย่างเป็นนามธรรม ความรู้บางอย่างเป็นพื้นฐานต้องเรียนก่อน บางอย่างมีความซับซ้อน ต้องมีพื้นฐานบางเรื่องมาก่อนจึงจะเรียนรู้ได้ การจัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับ ผู้เรียน นอกจากต้องเข้าใจธรรมชาติของเนื้อหาแล้วยังต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีพัฒนาการทาง สติปัญญาของผู้เรียนซึ่งเป็นทฤษฎีที่เสนอโดยเพียเจต์ นักจิตวิทยาพัฒนาการที่ได้อธิบายการเรียนรู้ของ ผู้เรียนในแต่ละช่วงวัยเป็นลำดับ จากเรื่องที่ง่ายหรือเป็นรูปธรรมไปสู่เรื่องที่ยากซับซ้อนหรือเป็นนามธรรม ซึ่งช่วยในการจัดการกับความรู้ที่จะนำเสนอให้มีความเหมาะสมกับผู้เรียน<br> 3) ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้เรียนและปรับพฤติกรรมของนักเรียนให้ดีขึ้น ปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนนั้นมีความซับซ้อน หากครูไม่เข้าใจทฤษฎีการเรียนรู้อย่างถ่องแท้ก็มักจะใช้ผิด ๆ หรือไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ทฤษฎีการเรียนรู้จะช่วยให้ครูจัดการกับปัญหาการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ในห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง การให้คำชมเชย ครูที่ใช้คำชมเชยอย่างพร่ำเพรื่อ แก่นักเรียนจะไม่สามารถกระตุ้นหรือส่งเสริมนักเรียนให้แสดงพฤติกรรมตามที่ครูต้องการอย่างได้ผลคงที่ แน่นอน จากทฤษฎีการเรียนรู้ของสกินเนอร์ทำให้ทราบว่า การให้คำชมเชยแก่นักเรียนต้องทำอย่างมี เงื่อนไขชัดเจนจึงจะได้ผลตามที่ต้องการ</div><div>4) ช่วยในการจัดการกับประสบการณ์ที่ควรมีมาก่อนของผู้เรียน ในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ความรู้ พื้นฐานหรือประสบการณ์เดิมนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจากทฤษฎีการสร้างความรู้ทำให้ ทราบว่า การเรียนรู้เรื่องใหม่ต้องมีพื้นฐานจากความรู้และประสบการณ์เดิมที่เกี่ยวข้องจึงจะช่วยให้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-13 13:22:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/onprapha2164/48m30kxfm3r5/wish/430717790</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
