<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี by พัฒนาคุณภาพ และรูปแบบบริการ</title>
      <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9</link>
      <description>113 ปี   &quot;สุขภาพดี วิถีคนจันท์จากอดีต สู่ปัจจุบัน&quot; การดำเนินงานด้านสาธารณสุขของจังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2455- 2568</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-01-31 03:22:29 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-05-20 07:04:15 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f4d3.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>บทบาทแรกเริ่ม</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310661944</link>
         <description><![CDATA[<p>โอสถสภาจังหวัดจันทบุรี <strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></p><p><strong>โอสถสภาจังหวัดจันทบุรี:</strong> ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2455 - 2467 การดำเนินงานของโอสถสภาจังหวัดจันทบุรีมีบทบาทสำคัญในการรับมือกับโรคระบาด โดยได้รับการนำโดยทีมแพทย์ที่ทุ่มเทอย่างไม่ลดละ ประกอบด้วยแพทย์สามท่านผู้เป็นหัวหน้าแพทย์ประจำจังหวัด ได้แก่&nbsp; ขุนเวชกิจ โกศล (เจิม ตรีนันทน์),&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขุนประกาศเวชกิจ (ตอง สุจริต), และขุนปราบสรรพโรค (ประยูร ศรีสาทร) ทั้งสามท่านเป็นแพทย์ประจำจังหวัดยุคแรก ผู้บุกเบิกการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในจันทบุรี ท่านได้รณรงค์ปลูกฝีหนองเพื่อป้องกันโรคไข้ทรพิษที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงนั้น โดยจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และกระจายวัคซีนให้กับประชาชน อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ในช่วงการระบาดของกาฬโรค ทั้งสามท่านได้ขับเคลื่อนมาตรการการรักษาและควบคุมโรคอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยของโรคนี้ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาแนวทางป้องกันและควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีบทบาทสำคัญในการจัดการบริหารวัสดุอุปกรณ์และวัคซีน เพื่อให้การปลูกฝีเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิผล การทำงานร่วมกันของทั้งสามท่านในช่วงเวลานั้นสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขในจังหวัดจันทบุรี ช่วยลดความรุนแรงของการแพร่ระบาดของไข้ทรพิษและกาฬโรค ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/b2db1dfafff0e754ec504f573b297fa9/______________________.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 03:41:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310661944</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310665315</link>
         <description><![CDATA[<p>113 ปี แห่งการดูแลสุขภาพ สู่การสร้างอนาคตสุขภาพดี วิถีคนจันท์ </p><p>การสาธารณสุขในจังหวัดจันทบุรีเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2455 ด้วยการจัดตั้ง โอสถสภาเพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอันตราย เช่น โรคฝีดาษและไข้พิษ ในปี พ.ศ. 2468 เปลี่ยนชื่อเป็น "สาธารณสุขจังหวัด" และมีการพัฒนาต่อเนื่องจนรวมอยู่ภายใต้ "กระทรวงสาธารณสุข" ในปี พ.ศ. 2485 และในปี พ.ศ. 2515 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรีได้จัดตั้งใหม่ที่หน้าศาลากลางจังหวัด โดยมุ่งเน้นการควบคุมโรคและส่งเสริมสุขภาพ ในปัจจุบันสำนักงานตั้งอยู่บริเวณถนนท่าแฉลบ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดจันทบุรี</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-31 03:47:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310665315</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310665954</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/5e2a6e51ba82450c617597d14a20f65b/Asset_2_2x.png" />
         <pubDate>2025-01-31 03:48:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310665954</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ขอเบิกพรรณ์หนองฝี ร.ศ.124</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310673783</link>
         <description><![CDATA[<p>จากเอกสารในหอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรีลงวันที่ 3 กรกฎาคม ร.ศ.124 ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางการแพทย์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสยามในยุคนั้น โดยเฉพาะการปลูกฝีไข้ทรพิษในเขตเมืองจันทบุรี ซึ่งมี ขุนเวชกิจโกศล เป็นผู้ดูแลดำเนินการในฐานะแพทย์ประจำมณฑลจันทบุรี รายงานนี้ระบุถึงการปฏิบัติงานของขุนเวชกิจโกศลในการปลูกฝีไข้ทรพิษให้กับประชาชนในเขตอำเภอเมืองจันทบุรีตามคำสั่งการของเจ้าคุณข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลจันทบุรี</p><p>หลังจากที่ขุนเวชกิจโกศลได้รับพรรณ์หนองฝีซึ่งส่งมาจากกระทรวงธรรมการเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ร.ศ.124&nbsp; ขุนเวชกิจโกศลได้ดำเนินการปลูกฝีให้กับประชาชนทันทีที่อำเภอเมืองจันทบุรี การปลูกฝีดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 2 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 4 วัน ก่อนที่พรรณ์หนองฝีจะหมดไป ทำให้จำเป็นต้องรายงานไปยังที่ว่าการมณฑลเพื่อขอเบิกหนองฝีเพิ่มเติม เพื่อให้การป้องกันโรคทรพิษดำเนินต่อไปได้อย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/8e5a3765ced9921e98670bfe38a70e98/_____________.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:00:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310673783</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310674869</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/0a36cbfcf86cb690905b9521c82e978d/_____________.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:01:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310674869</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310675063</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/9904daa682ac22fd7be62dc40c6ac02e/______.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:01:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310675063</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310675944</link>
         <description><![CDATA[<p>เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังของบุคลากรทางการแพทย์ในยุคนั้น&nbsp; การควบคุมโรคไข้ทรพิษ ซึ่งเป็นโรคระบาดที่รุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก การใช้การปลูกฝีเป็นวิธีป้องกันการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการแสดงออกถึงการพัฒนาทางการแพทย์ในสยามที่เกิดขึ้นในช่วงต้นของการปฏิรูปการแพทย์สมัยใหม่ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคและสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศอย่างจริงจัง</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-31 04:02:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310675944</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบประกาศข้อตักเตือนประชาชนเพื่อป้องกัน กาฬโรค </title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310676823</link>
         <description><![CDATA[<p>เอกสารจากจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/3bb8e11b2d39ed0583781cde381d2e67/______1.png" />
         <pubDate>2025-01-31 04:04:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310676823</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310677318</link>
         <description><![CDATA[<p>กาฬโรคภัยเงียบจากหนูสู่คน กาฬโรค หรือ "มรณะดำ" เป็นภัยเงียบที่เข้ามาพร้อมกับฤดูร้อน โดยเฉพาะในเขตชุมชนหนาแน่น เช่น ตลาดจันทบุรี ท่าเรือจ้าง และชุมชนญวน รัฐบาลได้ออกมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนทำความสะอาดชุมชน กำจัดหนู และเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีไข้สูงถึง 104 องศาฟาเรนไฮต์หรือ 40 องศาเซลเซียส&nbsp; หัวใจเต้นเร็ว ท้องผูก ลูกในตาทั้งสองข้างโปนม่านตาขยายโตผิดปกติ ไม่เกิน ๕ ชั่วโมงถึงแก่ความตาย และหลังจากตายไปได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๕ นาที มีโลหิตจางๆเป็นฟองไหลออกมาทางจมูกและปาก ประมาณ ๑ ชั่วโมงต่อมา ตัวเขียวเป็นห้อเลือดและเล็บทุกเล็บเป็นห้อเลือด ลักษณะอาการแบบนี้เป็นอาการของกาฬโรค ให้รีบเผาศพพร้อมเครื่องใช้ไม้สอยของคนป่วยทั้งหมดแต่โดยเร็ว จัดการล้างบ้านให้ทั่วทั้งหลัง การควบคุมโรคและการรณรงค์ประกาศเตือนประชาชนที่เคร่งครัดช่วยลดการสูญเสียจากกาฬโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-31 04:05:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310677318</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310681261</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ไข้หวัดใหญ่</strong>เป็นหนึ่งในโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2461 - 2462 ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วและรุนแรง มีผู้ติดเชื้อกว่า 500 ล้านคน คิดเป็นหนึ่งในสามของประชากรโลกในเวลานั้น และคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ&nbsp; 20-50 ล้านคนในเวลาเพียงไม่กี่เดือน โรคนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือเอเชีย แม้แต่ทหารที่สุขภาพแข็งแรงและประชากรทั่วไปก็ไม่อาจรอดพ้นจากการระบาดนี้ได้&nbsp; ในประเทศไทย แม้จะมีข้อมูลจำกัด แต่จากบันทึกในสมัยนั้นพบว่าไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายเข้ามาในประเทศผ่านการค้าขายและการเดินทาง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและเมืองท่าต่าง ๆ ทำให้โรคแพร่กระจายสู่ประชาชนได้ง่าย รัฐบาลไทยจึงต้องดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด โดยรณรงค์ให้ประชาชนรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และใส่ใจดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในจังหวัดจันทบุรี&nbsp; โอสถสภาจังหวัดจันทบุรีได้เผยแพร่เอกสารความรู้ให้ประชาชน เพื่อให้รักษาความสะอาดส่วนตัว หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และรณรงค์ให้ชุมชนช่วยกันดูแลสุขอนามัยของตนเอง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดการแพร่กระจายของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความร่วมมือของชุมชนและการให้ข้อมูลอย่างทันท่วงที</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-31 04:11:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310681261</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310682237</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/10e78500a6db3845c72a47357eb5bfe9/__________________________________.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:12:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310682237</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310685112</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/8a58987194877720ccccf0e7eb82a80d/90174580_138216844389396_7802350672107536384_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:16:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310685112</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310686935</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/71c301d3caaf9bf3375abb550cfeca7e/88395972_134854038059010_5119373937616093184_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:19:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310686935</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310687146</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/c34d0391b5a3ee8e3f9c4e3405f85d79/88048503_134854021392345_3976374859729993728_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:19:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310687146</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310687726</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/747936212237206d04120083c8453a0a/92077830_146052670272480_7260570664027815936_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:20:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310687726</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“ไข้หวัดใหญ่” ในมณฑลจันทบุรี ๑๐๐ ปีที่แล้ว รัฐจัดการอย่างไร !</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310690012</link>
         <description><![CDATA[<p>ปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ไข้หวัดใหญ่ได้ระบาดทั่วโลก ทำให้ประชากรโลกต้องเสียชีวิตราว ๑๕-๒๐ ล้านคน ประเทศไทยในขณะนั้นก็มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ด้วยเช่นกัน จากจำนวนประชากรทั้งหมด ๘,๔๗๘,๕๖๖ คน พบว่าป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ๒,๓๑๗,๖๖๓ คน และเสียชีวิต ๘๐,๒๖๓ คน เท่ากับ ๐.๙๔๖% ของประชากรทั้งหมด</p><p>ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีประชากรประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน มีคนป่วยเป็นโรคนี้ถึงครึ่งหนึ่ง และมีคนตายสูงสุดถึงวันละ ๗๒ คน ทางราชการต้องสร้างสถานพยาบาลพิเศษ และจัดเจ้าพนักงานแพทย์ออกไปประจำตามชุมชนที่เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ระบาด ประกอบกับมีประกาศของกระทรวงนครบาลให้ราษฎรระวังรักษาตัว และให้ไปรับยาตามสถานที่แจกต่างๆ เช่น โรงพยาบาลรัฐบาลทุกแห่ง และสถานีตำรวจ</p><p>จากหนังสือของเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้กราบบังคมทูล มหาเสวกเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี ราชเลขานุการ ระบุถึงไข้หวัดใหญ่ระบาดทั่วพระราชอาณาจักรทั้ง ๑๗ มณฑล ความว่า พลเมืองทั้ง ๑๗ มณฑล ได้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ทุกมณฑล ในส่วนของมณฑลจันทบุรี มีประชากร ๑๔๙,๓๗๗ คน ป่วย ๒๓.๙๑ % ตาย ๐.๗๒ % จากสถิติพบว่า มณฑลปราจีนบุรีเป็นมณฑลที่มีประชากรป่วยสูงสุด คือ ประชากร ๔๐๑,๙๗๒ คน ป่วย ๔๒.๓๐ % ตาย ๐.๕๒ % และมณฑลพายัพ เป็นมณฑลที่มีประชากรเสียชีวิตมากที่สุด คือ ประชากร ๘๐๕,๗๘๗ คน ป่วย ๑๘.๓๔ % ตาย ๑.๕๑ %</p><p>เอกสารจดหมายเหตุกระทรวงมหาดไทย มณฑลจันทบุรี มีท้องตราพระราชสีห์น้อย จากเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยถึงสมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี เดือนมกราคม พ.ศ.๒๔๖๙ ความว่า “กรมสาธารณสุขต้องการทราบจำนวนสถิติคนเปนไข้หวัดใหญ่ เพื่อรวบรวมแจ้งไปยังสำนักงานโรคระบาทว์ที่สิงคโปร์ ...ถ้ามีไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้น ให้แจ้งข่าวตรงไปยังกรมสาธารณสุขตามที่ได้เคยแจ้งข่าวโรคระบาทว์อย่างอื่น โดยเร็วที่สุดที่จะทำได้...” เป็นคำสั่งที่กระทรวงมหาดไทยต้องการทราบสถิติผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในมณฑลจันทบุรี และให้ส่งรายงานจำนวนผู้ป่วยสัปดาห์ละครั้ง</p><p>หลังจากการรวบรวมสถิติจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในมณฑลต่างๆ ต่อมาเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๙ จึงมีท้องตราพระราชสีห์น้อย จากเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยถึงสมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี ให้จัดการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ความว่า “ด้วยปรากฏตามทะเบียนสถิติของกรมสาธารณสุขว่า ขณะนี้มีหลายจังหวัดที่ไข้หวัดใหญ่กำลังเริ่มจะระบาด จึงเห็นเปนการจำเปนอย่างยิ่งที่จักต้องจัดการป้องกันล่วงหน้าไว้ก่อน ดีกว่าที่จะให้แพร่หลายแล้วจึงจัดทำ และในชั้นต้นนี้ควรเริ่มทำการสุขศึกษาตามหลักในการป้องกันแลรักษาตัว...” เป็นคำสั่งให้สมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี นำเอกสารแนะนำเรื่องไข้หวัดใหญ่และปอดบวมไปแจกจ่ายตามจังหวัดต่างๆ และให้เจ้าหน้าที่ออกทำการแนะนำแก่ราษฎรถึงวิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่</p><p>การจัดการป้องกันโรคระบาดของทางการในอดีตนั้น จะเป็นการมอบอำนาจให้สมุหเทศาภิบาลมณฑลซึ่งเกิดโรคระบาดขึ้นในพื้นที่ มีอำนาจจัดการป้องกันระงับโรคตามที่เห็นสมควร ตามพระราชบัญญัติระงับโรคระบาทว์ พ.ศ.๒๔๕๖ จนกว่าจะมีประกาศให้งดใช้พระราชบัญญัตินั้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/ff8cd6ce94d97fa450663596b432042a/88067985_135911051286642_6622752687538569216_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:23:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310690012</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การยกระดับและบทบาทการสาธารณสุขในจังหวัด </title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310700715</link>
         <description><![CDATA[<p>พ.ศ. 2468 - 2493</p><p>การยกระดับและบทบาทการสาธารณสุขในจังหวัด พ.ศ. 2468: ย้ายสำนักงานโอสถสภาไปยังศาลากลางจังหวัดหลังเก่า (ปัจจุบันคือ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี) มีการเปลี่ยนตำแหน่งจาก "แพทย์ประจำจังหวัด" เป็น "สาธารณสุขจังหวัด" สาธารณสุขจังหวัด (พ.ศ. 2468 - 2493): เรืออากาศเอก หลวงนรินทร์ประศาสตร์เวช (เจน สุนทโรทัย) ขุนนาทวิธีเวช (สนั่น เทพวัลย์) เรืออากาศโท ขุนอนันต์เวชศาสตร์ (ฤทธ์ คมพะปุณย์)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/c71190cf7ae2572cb58643302d8f0a08/_______________________2.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 04:40:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310700715</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“โรคบิด” ในพื้นที่ขลุง</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310703238</link>
         <description><![CDATA[<p>ในช่วงเดือนพฤษภาคม ของปี พ.ศ. 2466 เกิดการระบาดของ “<strong>โรคบิด” </strong>ขึ้นในพื้นที่ตำบลตะปอนและตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้มีผู้ป่วยรวม 61 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้ป่วยอีก 52 รายที่ได้รับการรักษา การระบาดของโรคบิดในครั้งนี้สร้างความตื่นตัวแก่หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากโรคบิดแพร่กระจายได้ง่ายผ่านอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด และสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็วหากไม่มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โอสถสภาจังหวัดจันทบุรีได้ดำเนินการโดยส่งโทรเลขไปยังกรมสาธารณสุขเพื่อขอเบิกยาและเวชภัณฑ์จากส่วนกลางอย่างเร่งด่วน การสื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพนี้ทำให้มีการตอบสนองต่อสถานการณ์โรคบิดที่เกิดขึ้นในตำบลตะปอนและตำบลเกวียนหักได้อย่างทันท่วงที เมื่อกรมสาธารณสุขได้รับข้อมูลและความจำเป็นในพื้นที่ พวกเขาได้จัดส่งยาและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์มายังจังหวัดจันทบุรีโดยด่วน</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/897f510de5b77e299dbf7fc756cbbae9/20250131113427_Page_1.png" />
         <pubDate>2025-01-31 04:44:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310703238</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310703688</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/32b60338d747ccfd846d8b10fa8ee125/20250131113427_Page_2.png" />
         <pubDate>2025-01-31 04:44:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310703688</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลวงนรินทร์ประสาตร์เวช(เจน สุนทโรทัย)</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310708601</link>
         <description><![CDATA[<p>หลวงนรินทร์ประสาตร์เวช(เจน สุนทโรทัย) บุคคลสำคัญผู้สร้างคุณูปการแก่ชาวจันทบุรี ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นสาธารณสุขจังหวัดคนแรก และเป็น ผู้นำการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในจันทบุรีช่วงบุกเบิก มีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อป้องกันและรักษาโรคให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้มีการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลแห่งแรกในจันทบุรี ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโรงพยาบาลพระปกเกล้า</p><p>นอกจากบทบาทในด้านสาธารณสุข หลวงนรินทร์ประสาตร์เวช(เจน สุนทโรทัย)ยังได้รับเกียรติสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตคนแรกของจันทบุรี ในการเลือกตั้งครั้งสำคัญเมื่อ วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมครั้งแรกและครั้งเดียวของประเทศ หลวงนรินทร์ดำรงตำแหน่งในฐานะผู้แทนราษฎรจันทบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 จนถึง พ.ศ. 2495 ถือเป็นส.ส.รุ่นบุกเบิกที่ปูทาง ให้แก่การเมืองในท้องถิ่น และเป็นผู้แทนคนสำคัญที่สร้างผลงานอย่างมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ของประชาชน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/ab53ead51a6241c2f17c1238cacdfe25/____________________________________.png" />
         <pubDate>2025-01-31 04:52:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310708601</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การประกาศเขตโรคระบาด มณฑลจันทบุรี พุทธศักราช 2466-2470</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310715539</link>
         <description><![CDATA[<p>ในช่วงมณฑลเทศาภิบาล ก็พบเอกสารที่กล่าวถึงการประกาศเขตโรคระบาดเพื่อเป็นการกำหนดเขตป้องกันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในการควบคุมโรค เช่นกัน การจัดการทางสาธารณสุข เกี่ยวกับการกำหนดเขตพื้นที่โรคระบาด พอจะยกตัวอย่างเอกสารมณฑลจันทบุรี พุทธศักราช 2466 เรื่อง วางระเบียบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกป้องกันโรคระบาด โดยเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงนามแทนโดย พระยาศรีธรรมาธิราช ปลัดทูลฉลอง แจ้งมายัง พระยาไกรเพชรรัตนสงคราม สมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี เพื่อวางแนวทางในการปฏิบัติราชการในการควบคุมโรค โดยให้สั่งการให้ผู้ว่าราชการ ในมณฑลจันทบุรี หากเกิดโรคระบาดลุกลาม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกไปจัดการป้องกันระงับ โดยให้พิจารณาใช้อำนาจสั่งการตามการป้องกันแต่ละโรค ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติสาธารณสุขแตกต่างกัน โดยให้ประกาศเขตโรคระบาด ตาม พระราชบัญญัติระงับโรคระบาด พุทธศักราช 2456 เพื่อให้ราษฎรเชื่อฟังคำสั่งหรือคำตักเตือนของเจ้าพนักงานในการการควบคุมโรค มีสาระสำคัญในประกาศ เช่น</p><p>-แยกหรือย้ายผู้ที่ป่วยนั้นไปยังโรงพยาบาล</p><p>- แยกหรือย้ายผู้ที่ได้ใกล้ชิดกับโรค หรือที่สงสัยว่าได้ใกล้ชิดกับโรค</p><p>-กักเรือนใดเรือนหนึ่ง หรือหมู่เรือนภายในเขตโรค</p><p>-ทำลายสิ่งของที่สงสัยว่ามีเชื้อโรค</p><p>-จัดการสุขาภิบาลในบริเวณที่มีโรคให้ดีขึ้น เป็นต้น</p><p> ต่อมา ในเดือน เมษายน พุทธศักราช 2470 มีการประกาศพื้นที่โรคระบาดทั่วจังหวัดจันทบุรี เนื่องด้วยการระบาดของไข้ทรพิษ เกิดขึ้นในตำบลตลาดจันทบุรี และตำบลวัดใหม่ หลวงนรินทร์ประสาตร์เวช ผู้รั้งสาธารณสุขมณฑลจันทบุรี ได้เสนอต่อ พระยาไกรเพชรรัตนสงคราม สมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี เพื่อให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติระงับโรคระบาด พุทธศักราช 2456 ทั่วทั้งจังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นการสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ ในการจัดการป้องกัน ซึ่งการระบาดในจังหวัดจันทบุรีในครั้งนั้น ใช้เวลาปราบปรามป้องกันโรค จนถึงเดือน พฤศจิกายน พุทธศักราช 2470 โรคระบาดไข้ทรพิษ จึงสงบลง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/7269c40cc79e34cbdc124be1c9331468/467331399_1157524939125243_7113552811375986210_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 05:01:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310715539</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310716044</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/d9db040b46f98b19476011a97cb60467/467416537_1157524442458626_8351058012301753685_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 05:02:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310716044</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310716752</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/aee86bb2d76dbeae32d192889b98834b/467313457_1157524502458620_1459126371867690777_n.jpg" />
         <pubDate>2025-01-31 05:02:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3310716752</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โฆษณาสาธารณสุข</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313311979</link>
         <description><![CDATA[<p>แนวคิดโฆษณาสาธารณสุขหลังกล่องไม้ขีด ปี 2473</p><p>เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2461 ได้มีการก่อตั้งกรมสาธารณสุข ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยขึ้น โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เป็นอธิบดีคนแรก ซึ่งการดำเนินกิจการด้านการสาธารณสุขในขณะนั้น จะมุ่งเน้นการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะการปราบโรคระบาด เช่น ไข้ทรพิษ อหิวาตกโรค และกาฬโรค มีการสำรวจยุงที่เป็นพาหะของโรค สำรวจ ควบคุมโรคเรื้อน และบำบัดโรคคุดทะราด</p><p>.</p><p>ในส่วนของการสาธารณสุขมณฑลจันทบุรีนั้น ปี 2473 รองอำมาตย์เอก หลวงนรินทร์ประสาตร์เวช สาธารณสุขมณฑลจันทบุรี ได้เสนอต่อมหาอำมาตย์ตรี พระยาศรีเสนา สมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี ว่าที่ผ่านมาการโฆษณาสาธารณสุขให้ประชาชนรู้หลักสาธารณสุข สำหรับป้องกันโรคภัยไข้เจ็บนั้น ได้ใช้วิธีแจกเอกสารเป็นฉบับและมีข้อความมาก ยังไม่มีเอกสารที่กระชับความ จึงได้เสนอรวมวิธีปฏิบัติรักษาตัวอย่างย่อ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ดังนี้</p><p>[------------------------------------------]</p><p>ควรรักษาตัวดังนี้</p><p>1.กินน้ำต้มสุกเสมอ</p><p>2.อย่ากินของแมลงวันตอม</p><p>3.นอนกางมุ้ง</p><p>4.อยู่ในที่อากาศโปร่ง</p><p>5.รักษาร่างกายให้สะอาด</p><p>6.รักษาบ้านให้สะอาด</p><p>7.รักษาเครื่องใช้ให้สะอาด</p><p>[------------------------------------------]</p><p>โดยเสนอวิธีการเผยแพร่ว่า ควรใช้เอกสารปิดหลังกล่องไม้ขีดไฟของบริษัทมินแซ ด้วยเห็นว่าไม้ขีดไฟเป็นของแพร่หลายในทุกครัวเรือน และผู้ใช้ไม้ขีดไฟย่อมต้องมองเห็นข้อความนั้นอยู่เสมอ ทั้งนี้อธิบดีกรมสาธารณสุขได้มีหนังสือตอบกลับเรื่องการใช้ภาพโฆษณาปิดที่หลังกล่องไม้ขีดไฟว่า เป็นวิธีที่เหมาะสมและจะพิจารณาจัดการต่อไปตามแนวความคิดนี้</p><p>ทั้งนี้ เอกสารจดหมายเหตุเกี่ยวกับการสาธารณสุขในสมัยมณฑลจันทบุรี ผู้สนใจสามารถค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี</p><p>+++++++++++++++++++++++++</p><p>เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประวัติไม้ขีดไฟไทย</p><p>ไม้ขีดไฟ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ในยุคแรกประมาณกลางรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นไม้ขีดไฟจากประเทศสวีเดนที่บาทหลวงซึ่งเข้ามาเผยแผ่ศาสนานำเข้ามา จากนั้นจึงเป็นไม้ขีดไฟจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการนำเข้ามาจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย</p><p>ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 คนไทยสามารถผลิตไม้ขีดไฟได้เอง ทำให้การนำเข้าไม้ขีดไฟจากต่างประเทศลดลง โรงงานไม้ขีดไฟในไทยยุคต้นๆ ได้แก่ บริษัท มิ่นแซจำกัด ผลิตไม้ขีดไฟตรานกแก้ว ตรารถกูบ, บริษัทตังอา จำกัด ผลิตไม้ขีดไฟตรามิกกี้เม้าท์ ตราแมวเฟลิกซ์, บริษัทไทยไฟ ผลิตไม้ขีดไฟตรา 24 มิถุนา เป็นรูปพระที่นั่งอนันตสมาคม, บริษัทเอเชียไม้ขีดไฟ จำกัด ผลิตไม้ขีดไฟชุด ก.ไก่ ข.ไข่, บริษัทสยามแมตซ์แฟ็กตอรี่ ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นบริษัทไม้ขีดไฟไทย ผลิตไม้ขีดไฟตราธงไตรรงค์ ตราพระยานาค</p><p>ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง หน้ากลักไม้ขีดไฟ ได้จากเอกสารชุดหน้ากลักไม้ขีดไฟของ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรุงเทพฯ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/270283c1e1a02ab5e96581d5e0028293/470193436_1173863747491362_4898269815735837664_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 08:50:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313311979</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313312473</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/7c390a3f045f734a7c0e011450e87d89/469737147_1173863690824701_5096453513293246973_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 08:51:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313312473</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313312611</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/b7d619cf996cbcbf3d7558873764f1c3/87946069_134445818099832_8617210584972132352_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 08:51:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313312611</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความจำเป็นในการจัดตั้งโรงพยาบาลในมณฑลจันทบุรี</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313371211</link>
         <description><![CDATA[<p>ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ยังไม่แพร่หลายและระบบสาธารณสุขยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะในมณฑลจันทบุรี การเดินทางที่ยากลำบากและใช้เวลานานทำให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์เป็นไปอย่างยากเย็น</p><p>รายงานประจำปี พ.ศ. 2472 ของมณฑลจันทบุรี ซึ่งจัดทำโดยหลวงนรินทร์ ประสาตร์เวช รองอำมาตย์เอก ได้เสนอแนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ รายงานดังกล่าวระบุถึงความทุกข์ยากของประชาชนที่เจ็บป่วยโดยไม่มีสถานที่รักษาที่เหมาะสม หลายครั้งผู้ป่วยที่มีอาการหนักจำเป็นต้องเดินทางไปรักษาที่กรุงเทพฯ ซึ่งในยุคนั้นการเดินทางต้องอาศัยเกวียนหรือเรือโดยสารที่ใช้เวลาหลายวัน การเดินทางที่ยาวนานไม่เพียงแต่เพิ่มความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังทำให้หลายรายเสียชีวิตระหว่างทาง</p><p>หลวงนรินทร์ ประสาตร์เวช ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างโรงพยาบาลประจำมณฑลจันทบุรี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานได้โดยไม่ต้องเดินทางไปไกล นอกจากการรักษาโรคทั่วไปแล้ว โรงพยาบาลยังเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้ด้านสุขอนามัยแก่ประชาชน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวม</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/8c5d1254822ab792f399ec15e1159676/20250203162421_Page_1.png" />
         <pubDate>2025-02-03 09:45:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313371211</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313371613</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/40d92834cf9434d0b018aba5a1108642/20250203162421_Page_2.png" />
         <pubDate>2025-02-03 09:46:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313371613</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313371937</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/bdea92bbbda5568170fd92d7be8e17a8/20250203162421_Page_3.png" />
         <pubDate>2025-02-03 09:46:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313371937</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313372737</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/7db5889037480f17abeff869aae0c855/281067_07.png" />
         <pubDate>2025-02-03 09:47:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313372737</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเริ่มต้นก่อสร้างโรงพยาบาลจันทบุรี</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313373784</link>
         <description><![CDATA[<p>ในปี พ.ศ. 2480 หลวงนรินทร์ ประสาตร์เวช อดีตสาธารณสุขมณฑลจันทบุรี ขณะที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดจันทบุรี ได้ริเริ่มติดต่อกับกรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลขึ้นในจังหวัดจันทบุรี ได้พื้นที่บริเวณท้ายเนินปลัด (เนินป่าโรงไห) ริมถนนเลียบเนิน ตรงข้ามกับทุ่งนาเชย เป็นที่ก่อสร้างโรงพยาบาล มีเนื้อที่ประมาณ 77 ไร่ โดยการบริจาคที่ดินจากราษฎร 9 คน</p><p>ผู้บริจาคที่ดินเหล่านี้ได้แสดงถึงน้ำใจและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างโรงพยาบาล ปัจจุบันทายาทของผู้บริจาคยังอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลหลายครอบครัว</p><p><strong>การก่อสร้างโรงพยาบาล</strong></p><p>การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2481 และแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2482 อาคารที่ก่อสร้างในครั้งแรกประกอบด้วย</p><ul><li><p>ตึกอำนวยการชั้นเดียว</p></li><li><p>ตึกผ่าตัด</p></li><li><p>เรือนคนไข้ 2 หลัง รับคนไข้ได้หลังละ 25 เตียง</p></li><li><p>โรงครัวและโรงซักฟอก</p></li></ul><p>หลังจากนั้นยังมีการสร้างตึกพระภิกษุและสามเณรอาพาธ รวมทั้งบ้านพักเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม</p><p><strong>พิธีเปิดโรงพยาบาลจันทบุรี</strong></p><p>ณ วันชาติของปี พ.ศ. 2483 ซึ่งตรงกับวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ได้มีพิธีเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ และตั้งชื่อว่า "โรงพยาบาลจันทบุรี" โดยมีนายแพทย์บุญเลิศ สมบูรณ์ยิ่ง เป็นนายแพทย์ผู้ปกครองคนแรก</p><p>การก่อตั้งโรงพยาบาลจันทบุรีในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการให้บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานแก่ประชาชนในพื้นที่ แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของภาครัฐและประชาชนในการพัฒนาสาธารณสุข</p><p><strong>ความสำคัญและผลกระทบต่อชุมชน</strong></p><p>การก่อสร้างโรงพยาบาลจันทบุรีได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง โรงพยาบาลกลายเป็นศูนย์กลางในการดูแลสุขภาพ ลดอัตราการเสียชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสาธารณสุขที่ต่อเนื่อง</p><p>นอกจากนี้ การมีโรงพยาบาลในพื้นที่ยังช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาความรู้ทางการแพทย์ การฝึกอบรมบุคลากรด้านสาธารณสุข และการเผยแพร่ความรู้ด้านสุขอนามัยแก่ประชาชน ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดจันทบุรี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/8c9c9684c99b5924f2477b2dc908583b/474539591_3992404927741999_2146791584149719882_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 09:48:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313373784</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จดหมายเหตุ พ.ศ. 2473: การอบรมหมอตำแยในมณฑลจันทบุรี</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313385613</link>
         <description><![CDATA[<p>ในอดีต กิจกรรมการสงเคราะห์แม่และเด็กถือเป็นภารกิจสำคัญสาขาหนึ่งของกรมสาธารณสุข ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยในปี พ.ศ. 2469 ได้กำหนดให้มีตำแหน่ง "นางสงเคราะห์สุขาภิบาล" (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นนางสงเคราะห์หรือพยาบาลอนามัย) เพื่อดูแลมารดาและทารก รวมถึงการคลอดบุตรในรูปแบบแผนปัจจุบัน</p><p>ทั้งนี้จำนวนสถานีอนามัยและนางสงเคราะห์สุขาภิบาลยังมีไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถบริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของมารดาและทารก ทั้งระหว่างตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด และหลังคลอด อยู่ในระดับสูง เนื่องจากประชาชนขาดความรู้และยังคลอดบุตรตามแบบโบราณ</p><p><strong>การริเริ่มอบรมหมอตำแยในมณฑลจันทบุรี</strong></p><p>กรมสาธารณสุขเห็นสมควรให้มีการอบรมหมอตำแยแผนปัจจุบันประจำตามท้องที่ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการเปิดอบรมหมอตำแยที่วชิรพยาบาลเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2473 มณฑลต่างๆ ได้ส่งนักเรียนเข้าอบรมมณฑลละ 2 คน</p><p>เนื่องจากการอบรมที่ส่วนกลางใช้เวลานานกว่าจะมีหมอตำแยให้บริการได้อย่างทั่วถึง กรมสาธารณสุขจึงริเริ่มจัดการอบรมหมอตำแยขึ้นในมณฑลจันทบุรีในช่วงกลางปี พ.ศ. 2474 โดยอบรมหมอตำแยอำเภอละ 1 คน ซึ่งในมณฑลจันทบุรีมีทั้งหมด 11 อำเภอ จึงได้หมอตำแยที่ผ่านการอบรมเพิ่มขึ้นปีละ 11 คน</p><p><strong>คุณสมบัติและเงื่อนไขในการอบรม</strong></p><p>ผู้สมัครเข้าอบรมหมอตำแยต้องเป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 20-40 ปี และมีความรู้ภาษาไทย อ่านออกเขียนได้เทียบเท่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป กรมสาธารณสุขและหน่วยงานท้องถิ่นจะออกทุนให้ ส่วนผู้เข้าอบรมต้องเสียค่าอาหารเดือนละ 10 บาท หรือ 120 บาทต่อปี</p><p><strong>ความสำคัญของการอบรมหมอตำแย</strong></p><p>เอกสารจดหมายเหตุเกี่ยวกับการอบรมหมอตำแยสะท้อนถึงการจัดการระบบสาธารณสุขของไทยเมื่อ 90 ปีที่ผ่านมา กรมสาธารณสุขได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของมารดาและทารก รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท</p><p>ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอบรมหมอตำแยในยุคนั้น สามารถค้นคว้าได้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/cc8e7ac5220a8c455f9c3c8eaffadc86/468101025_1161219932089077_2694285586019805983_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 09:57:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313385613</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313385963</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/d9b044f970189eef3088a0a11e941668/468115130_1161220275422376_3776107849542413126_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 09:57:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313385963</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313386492</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/3e44fe09901a6f58a3e24ec1a1603ab7/467958058_1161220062089064_3748406240204792161_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 09:58:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313386492</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภาพยนตร์สาธารณสุข: สื่อสร้างความรู้ด้านสุขภาพในยุคมณฑลเทศาภิบาล</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313395960</link>
         <description><![CDATA[<p>ในช่วงสมัยมณฑลเทศาภิบาล ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงการพัฒนาด้านการสาธารณสุข ซึ่งหน่วยงานภาครัฐพยายามหาวิธีเผยแพร่ความรู้เรื่องสุขภาพให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิผลในยุคนั้น คือการฉาย <strong>ภาพยนตร์สาธารณสุข</strong> หรือ <strong>ภาพยนตร์สุขศึกษา</strong></p><p>แม้ในช่วงเวลานั้นการฉายภาพยนตร์จะเป็นสิ่งใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับประชาชน แต่ก็กลายเป็นสื่อสำคัญที่ราชการนำมาใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดการเข้าถึงความรู้ทางการแพทย์</p><p><strong>ภาพยนตร์สาธารณสุขในมณฑลจันทบุรี</strong></p><p>จากหลักฐานในเอกสารจดหมายเหตุพบว่า มณฑลจันทบุรีให้ความสำคัญกับการฉายภาพยนตร์สาธารณสุขในหลายโอกาส โดยมีเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความพยายามของหน่วยงานรัฐในการให้ความรู้ด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน ดังนี้</p><p><strong>พ.ศ. 2466: การฉายภาพยนตร์สาธารณสุขครั้งแรก</strong></p><p>ในปี พ.ศ. 2466 บริษัทสยามภาพยนตร์ได้จัดฉายภาพยนตร์ในพื้นที่ของมณฑลจันทบุรี หม่อมเจ้านพมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีในขณะนั้น เห็นว่าเป็นโอกาสดีในการเผยแพร่ความรู้ด้านสาธารณสุข จึงได้ขอยืมฟิล์มภาพยนตร์สาธารณสุขจากกองอำนวยการกองอนามัยมาฉายให้ประชาชนได้รับชม</p><p>ภาพยนตร์ที่ฉายในครั้งนั้นประกอบด้วยหัวข้อที่สำคัญ เช่น</p><ul><li><p>พิธีเปิดสำนักคนป่วยโรคเรื้อนพระประแดง</p></li><li><p>โรคเรื้อนในจังหวัดเชียงใหม่</p></li><li><p>การปราบพยาธิปากขอ</p></li><li><p>สงครามกับยุง</p></li><li><p>งานแสดงงานกาชาด</p></li><li><p>การประชุมสันนิบาตกาชาดที่กรุงเทพฯ</p></li></ul><p><strong>พ.ศ. 2472: งานประจำปีวัดมรรคา (วันยาวบน) อำเภอขลุง</strong></p><p>ในงานประจำปีปิดทองพระพุทธบาทที่วัดมรรคา อำเภอขลุง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมาร่วมงาน หลวงสาครคชเขตต์ นายอำเภอขลุง ได้ทำหนังสือถึงพระพิสิษฐ์สุทธเลขา ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เพื่อขอภาพยนตร์สุขศึกษาจากกรมสาธารณสุขมาฉายให้ความรู้แก่ประชาชน</p><p>ค่าใช้จ่ายในการจัดฉายภาพยนตร์ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางอำเภอและประชาชน</p><p><strong>การฉายภาพยนตร์สาธารณสุขในการสอบนักธรรม</strong></p><p>ในปีเดียวกัน สาธารณสุขมณฑลจันทบุรีได้นำภาพยนตร์สาธารณสุขมาฉายในการสอบไล่นักธรรมของคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรีที่โรงเรียนศรียานุสรณ์ ซึ่งมีพระสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชนมาร่วมงานมากกว่า 2,000 คน การฉายภาพยนตร์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพผ่านสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย</p><p><strong>ความสำคัญของภาพยนตร์สาธารณสุขในยุคนั้น </strong>การฉายภาพยนตร์สาธารณสุขในยุคมณฑลเทศาภิบาลสะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการพัฒนาระบบสุขศึกษา แม้ในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารยังไม่แพร่หลาย การใช้สื่อภาพยนตร์จึงเป็นวิธีที่ทรงพลังในการถ่ายทอดข้อมูลด้านสุขภาพไปสู่ประชาชน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและประชาชนในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายและจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสาธารณสุขในประเทศไทย ภาพยนตร์สาธารณสุขไม่เพียงเป็นสื่อที่สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนในยุคนั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความรู้และความเข้าใจด้านการสาธารณสุขให้แพร่หลายมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยวางรากฐานในการพัฒนาสุขภาพของประชาชนไทยในอดีต</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/1ae38c26ce9ec99d96aff1335a50650a/106271975_177118627165884_6663569643225060604_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 10:06:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313395960</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313396223</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/6bb885084669bf293f3479e1d9c65c66/106244614_177118683832545_7176989562250962779_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 10:06:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313396223</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313397145</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/b1cb3f758495981ac68ea8b3b7267f0e/106488351_177118693832544_7366586071311893808_n.jpg" />
         <pubDate>2025-02-03 10:07:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313397145</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อบรมความรู้สาธารณสุขแก่ครูประชาบาล จังหวัดจันทบุรี</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313420770</link>
         <description><![CDATA[<p>จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสุขภาพชุมชน</p><p>หากย้อนกลับไปเมื่อเกือบร้อยปีก่อน สุขอนามัยและการแพทย์ยังคงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยากสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ความรู้ด้านการป้องกันโรคยังมีจำกัด ทว่า ในช่วงเวลาสำคัญนั้น จังหวัดจันทบุรี ได้ริเริ่มก้าวสำคัญเพื่อยกระดับสุขภาพของประชาชนผ่าน "ครูประชาบาล" ผู้ที่ไม่เพียงแต่ให้ความรู้ด้านวิชาการแก่เด็กนักเรียน แต่ยังเป็นผู้ส่งต่อองค์ความรู้ด้านสุขภาพแก่ชุมชนอีกด้วย</p><p><strong> ครูประชาบาล: </strong>มากกว่าผู้สอน คือผู้นำด้านสุขอนามัย ในระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2472 ถึง 4 มกราคม พ.ศ. 2473 การอบรมความรู้ด้านสาธารณสุขแก่ครูประชาบาลได้จัดขึ้นที่ โรงเรียนสตรีประจำมณฑลจันทบุรี ศรียาณุสรณ์ โดยมีครูเข้าร่วมทั้งหมด 35 คน การอบรมครั้งนี้นำโดยบุคคลสำคัญ หลวงนรินทร์ประสาตร์เวช ผู้ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นวิทยากรผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็น ผู้วางรากฐานของระบบสุขภาพในโรงเรียน อย่างแท้จริง</p><p>หลักสูตรที่ท่านได้พัฒนาขึ้นนั้นไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีในตำรา แต่เป็น แนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มุ่งเน้นการสร้างครูประชาบาลให้เป็นผู้นำด้านสุขภาพที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดความรู้นั้นสู่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง การอบรมครั้งนี้โดดเด่นด้วยวิธีการเรียนรู้ที่เน้น การปฏิบัติจริง มากกว่าการนั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว ครูประชาบาลทั้ง 35 คน ได้รับการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพอนามัยของนักเรียนและชุมชน เมื่อการอบรมสิ้นสุดลง พวกเขาได้กลับไปยังโรงเรียนและชุมชนของตนเอง พร้อมกับภารกิจใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าการสอนหนังสือ นั่นคือ การเป็นผู้เผยแพร่ความรู้ด้านสาธารณสุข </p><p>สิ่งที่ หลวงนรินทร์ประสาตร์เวช ได้ริเริ่มไว้นั้น ไม่ได้จบลงเพียงแค่ในปี 2473 แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในระบบสาธารณสุขไทย ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกถ่ายทอดผ่านครูประชาบาลได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสุขอนามัยในโรงเรียนไทย และยังคงส่งอิทธิพลต่อการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน</p><p>การริเริ่มในครั้งนั้นได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการผสานความรู้ด้านการศึกษาและสาธารณสุขเข้าด้วยกัน และยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในท้องถิ่น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/617d27bd5fabd17604872803e7219259/20250203171518_Page_1.png" />
         <pubDate>2025-02-03 10:28:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313420770</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313420964</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/2e3cd213ea07b8a34998a97c5fad47b5/20250203171518_Page_2.png" />
         <pubDate>2025-02-03 10:28:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313420964</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313421685</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/f81df5d58c8802a7898f8203fdb296c5/20250203171518_Page_3.png" />
         <pubDate>2025-02-03 10:29:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313421685</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูประชาบาล?</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313422984</link>
         <description><![CDATA[<p>“ครูประชาบาล”</p><p>เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ เนื่องในโอกาสวันครูจึงจะขอเล่าหื้อฟังสักน้อยครับ โรงเรียนประชาบาลเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2454 ภายใต้ระเบียบการจัดการศึกษาสำหรับประเทศสยาม โดยจำแนกโรงเรียนตามรูปแบบของเงินที่ใช้สอยออกเป็น 3 ประเภท คือ โรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนบุคคลและโรงเรียนประชาบาล ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ประชาชนร่วมกันตั้งขึ้น โดยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัด บริหารจัดการด้วยเงินภาษีอากรท้องที่หรือเงินบริจาค ดังนั้นโรงเรียนประชาบาล จึงมีกระบวนการก่อตั้งที่มีพื้นฐานจากประชาชน ร่วมกับกลไกของกระทรวงมหาดไทย โดยมีกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบด้านวิชาการและหลักสูตร ส่วนครูที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนประชาบาลนั้นจะมีสถานะเป็นลูกจ้าง ขณะที่ครูโรงเรียนรัฐบาลจะเป็นข้าราชการ จึงก่อให้เกิดปัญหาความไม่เสมอภาคในด้านต่างๆ ส่งผลให้มีการเรียกร้องให้ยกฐานะครูประชาบาลเป็นข้าราชการ กระแสเรียกร้องให้โรงเรียนประชาบาลเป็นของรัฐและยกฐานะครูประชาบาลให้เป็นข้าราชการ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากขึ้น จนเป็นที่มาของพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 และเกิดสภาครูที่เรียกว่าคุรุสภาขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ รับหน้าที่บริหารงานบุคคลกับครูทุกประเภท ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 รัฐได้ยกฐานะโรงเรียนประชาบาลขึ้นเป็นโรงเรียนของรัฐ สังกัดกรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ครูประชาบาลจึงมีสถานภาพ สิทธิ และศักดิ์ศรีของความเป็นครูที่เป็นข้าราชการเช่นเดียวกับครูโรงเรียนรัฐบาล</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-02-03 10:30:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3313422984</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กำเนิดกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2485)</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332494042</link>
         <description><![CDATA[<p>ภารกิจของกรมสาธารณสุขที่เพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา ทำให้หน่วยงานต่างๆ มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นครั้นเมื่อถึง พ.ศ. ๒๔๘๕ ซึ่งเป็นสมัยของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม สมัยแรก (พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๘๗) แม้จะเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และไทยอยู่ในภาวะสงคราม แต่รัฐบาลมึนโยบาย "สร้างชาติ" จึงได้รวมกิจการด้านการสาธารณสุขและยกระดับขึ้นเป็นกระทรวง โดยเหตุผลว่า ประชากรของชาติยังมือนามัยไม่ดี คนเสียชีวิตแต่</p><p>ยังเด็กเป็นจำนวนมาก การรักษาพยาบาลไม่ทั่วถึงและสมบูรณ์เพียงพอ ทั้งจำนวนพลเมืองก็ยังไม่เพิ่มตามที่รัฐต้องการ มีการออกพระราชกฤษฎีกาตั้งกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘-๘๕ การให้ความสำคัญต่อการสาธารณสุขในสมัยรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ส่วนหนึ่งเป็นความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนประชากรและทำให้พลเมืองไทยแข็งแข็งแรง เพื่อนำประเทศไปสู่ความเป็นมหาอำนานาจตามแนวคิดของผู้นำ</p><p>ประเทศ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/d591ee16e32fd6b3a199d84d20b2af89/3_tuekkrathrwngsaathaarnsukhthiiwangethwaewsm_raawpii_ph_s__2500_thaaycchaakthaangfangaemnamecchaaphrayaa_pacchcchubanaakhaarhlangniiyuuainkaarduuaelkhngthnaakhaaraehngpraethsaithy1.jpg" />
         <pubDate>2025-02-18 08:51:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332494042</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คู่มืออนามัยของชาวบ้าน</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332514373</link>
         <description><![CDATA[<p>คู่มืออนามัยของชาวบ้าน เขียนโดย นพ.<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="counter_click ng-scope" href="https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Creator/personDc/1566">สมหวัง สมใจ นายแพทย์อนามัยจังหวัดจันทบุรี ปี 2493-2501</a></p><p><strong>คู่มืออนามัยของชาวบ้าน ปี 2520 โดย นพ.สมหวัง สมใจ</strong></p><p>หนังสือ <em>คู่มืออนามัยของชาวบ้าน</em> ที่เขียนโดย <strong>นพ.สมหวัง สมใจ</strong> ในปี <strong>พ.ศ. 2520</strong> เป็นเอกสารสำคัญที่มุ่งเน้นให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป โดยเนื้อหาในเล่มมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพพื้นฐานและป้องกันโรคที่พบได้บ่อยในชุมชน</p><p><strong>เนื้อหาสำคัญในคู่มือ</strong></p><ol><li><p><strong>หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้น</strong></p><ul><li><p>วิธีรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล</p></li><li><p>การดูแลอาหารและโภชนาการ</p></li><li><p>การป้องกันโรคติดต่อ</p></li></ul></li><li><p><strong>การปฐมพยาบาลและการรักษาโรคเบื้องต้น</strong></p><ul><li><p>วิธีดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นที่บ้าน</p></li><li><p>การปฐมพยาบาลกรณีบาดเจ็บและอุบัติเหตุ</p></li><li><p>สมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้รักษาโรคทั่วไป</p></li></ul></li><li><p><strong>สุขาภิบาลในชุมชน</strong></p><ul><li><p>การจัดการน้ำดื่มและน้ำใช้ให้ถูกสุขลักษณะ</p></li><li><p>การกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล</p></li><li><p>การป้องกันโรคที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น โรคที่เกิดจากยุงและแมลง</p></li></ul></li><li><p><strong>สุขภาพแม่และเด็ก</strong></p><ul><li><p>การดูแลหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด</p></li><li><p>โภชนาการสำหรับเด็ก</p></li><li><p>การฉีดวัคซีนและป้องกันโรคในเด็ก</p></li></ul></li></ol><p><strong>จุดเด่นของคู่มือ</strong></p><ul><li><p><strong>ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย</strong> เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไป</p></li><li><p><strong>มีภาพประกอบ</strong> เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น</p></li><li><p><strong>มุ่งเน้นการปฏิบัติจริง</strong> สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน</p></li></ul><p><strong>ความสำคัญของคู่มือ</strong></p><p>หนังสือเล่มนี้ถือเป็นเอกสารสำคัญในยุคนั้น เพราะช่วยให้ประชาชนในชนบทสามารถดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การเข้าถึงแพทย์และสถานพยาบาลยังไม่ทั่วถึง เป็นแนวทางที่ช่วยให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ ลดอัตราการเกิดโรค และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในสังคม</p><p>หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาของหนังสือ อาจต้องตรวจสอบแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม เช่น หอสมุดแห่งชาติ หรือเอกสารเก่าในหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/f90ad8343d010b932c6a2a7161f7e235/281067_06.png" />
         <pubDate>2025-02-18 09:12:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332514373</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332515541</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:312036" />
         <pubDate>2025-02-18 09:14:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332515541</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332516543</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/34e694aa6d4e2d7ba513f5c25b38e92d/281067_02.png" />
         <pubDate>2025-02-18 09:15:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332516543</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จาก “โอสถศาลา” สู่ “สุขศาลา” และการพัฒนาสู่ระบบบริการสุขภาพชุมชนในปัจจุบัน</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332521297</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>หากย้อนกลับไปในอดีต ระบบบริการสุขภาพในท้องถิ่นของไทยเริ่มต้นจาก "โอสถศาลา" ซึ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2439-2445 โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดจำหน่ายยาราคาถูกให้ประชาชนในหัวเมืองสำคัญ เช่น พิษณุโลก อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และปราจีนบุรี แม้ว่าแนวคิดนี้จะต้องยุติลงเนื่องจากภาครัฐประสบภาวะขาดทุน แต่ในปี พ.ศ. 2456 โอสถศาลาก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในบางจังหวัด โดยเพิ่มเติมบทบาทด้านการรักษาพยาบาล และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา "สุขศาลา" ในเวลาต่อมา</p><p><strong>ยุคแห่งสุขศาลา: จุดเริ่มต้นของระบบสาธารณสุขท้องถิ่น</strong></p><p>ในปี พ.ศ. 2475 "โอสถศาลา" ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น "สุขศาลา" และถูกจัดแบ่งเป็นสองระดับ ได้แก่</p><ul><li><p><strong>สุขศาลาชั้นหนึ่ง</strong>: มีแพทย์ประจำ ให้บริการด้านการรักษาและส่งเสริมสุขภาพ</p></li><li><p><strong>สุขศาลาชั้นสอง</strong>: ไม่มีแพทย์ประจำ เน้นให้บริการขั้นพื้นฐานในระดับชุมชน</p></li></ul><p>เมื่อมีการสถาปนากระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2485 หน่วยงานที่ดูแลสุขศาลาได้รับการปรับโครงสร้าง โดยสุขศาลาชั้นหนึ่งในบางพื้นที่ได้รับการยกระดับเป็นโรงพยาบาลอำเภอและโรงพยาบาลประจำจังหวัด ขณะที่บางแห่งถูกถ่ายโอนไปอยู่ภายใต้การบริหารของเทศบาล</p><p><strong>จากสุขศาลาสู่โรงพยาบาลชุมชน: การเปลี่ยนผ่านสำคัญของระบบสุขภาพไทย</strong></p><p>พัฒนาการของสุขศาลายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญหลายครั้ง เช่น</p><ul><li><p><strong>ปี พ.ศ. 2497</strong>: สุขศาลาชั้นหนึ่งถูกปรับเปลี่ยนเป็น “สถานีอนามัยชั้นหนึ่ง”</p></li><li><p><strong>ปี พ.ศ. 2515-2517</strong>: มีการจัดตั้ง "ศูนย์การแพทย์และอนามัยชนบท" และ "ศูนย์การแพทย์และอนามัย"</p></li><li><p><strong>ปี พ.ศ. 2518</strong>: ยกระดับศูนย์การแพทย์ให้เป็น "โรงพยาบาลอำเภอ" เพื่อให้บริการครอบคลุมทุกอำเภอ</p></li><li><p><strong>ปี พ.ศ. 2551-2555</strong>: สถานีอนามัยได้รับการยกระดับเป็น “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)” เพื่อให้บริการสุขภาพแบบองค์รวมแก่ประชาชน</p></li></ul><p><strong>ความสำคัญของสุขศาลาต่อระบบสาธารณสุขไทย</strong></p><p>แม้ว่าสุขศาลาในอดีตจะถูกพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย แต่แนวคิดหลักของการกระจายบริการสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของระบบสุขภาพไทยมาจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลชุมชนยังคงสืบทอดบทบาทของสุขศาลาในอดีต โดยเป็นด่านแรกในการดูแลสุขภาพของประชาชน ก่อนส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่</p><p>พัฒนาการของสุขศาลาจึงไม่เพียงสะท้อนความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข แต่ยังเป็นหลักฐานของความพยายามในการสร้างระบบบริการสุขภาพที่เข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกคน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/eb8993622bc6d49f4d2f0774fdce4013/DSC00024.jpg" />
         <pubDate>2025-02-18 09:19:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332521297</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การพัฒนาสำนักงานและการย้ายสถานที่</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332525619</link>
         <description><![CDATA[<p>การพัฒนาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านสาธารณสุข โดยสำนักงานได้มีการปรับปรุงและย้ายที่ตั้งหลายครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับภารกิจที่ขยายตัวและรองรับการบริหารจัดการที่ทันสมัยมากขึ้น</p><p><strong>การย้ายสำนักงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน</strong></p><ul><li><p><strong>พ.ศ. 2515</strong>: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ย้ายที่ตั้งจากสถานที่เดิมไปยัง <strong>ถนนเลียบเนิน (ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด)</strong> ซึ่งเป็นทำเลที่เอื้อต่อการบริหารจัดการ เนื่องจากอยู่ใกล้กับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การย้ายสำนักงานครั้งนี้มาพร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยขึ้น เพื่อรองรับการให้บริการด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มพื้นที่รองรับบุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงาน</p></li><li><p><strong>การออกแบบและขยายสำนักงาน</strong>: อาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบให้รองรับการดำเนินงานด้านการสาธารณสุขที่ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ โดยมีการจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น เช่น ห้องประชุมสำหรับการวางแผนนโยบายด้านสาธารณสุข ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และพื้นที่สำหรับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลสุขภาพแก่ประชาชน</p></li></ul><p><strong>การบริหารงานโดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (พ.ศ. 2517 - 2541)</strong></p><p>ในช่วงปี <strong>พ.ศ. 2517 - 2541</strong> การบริหารงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมีความต่อเนื่องและมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดที่เข้ามารับผิดชอบบริหารงานตามลำดับดังนี้</p><ol><li><p><strong>นพ. ทองย้อย สวัสดิไชย (มกราคม 2517 – กันยายน 2528)</strong></p><ul><li><p>เป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานระบบสาธารณสุขระดับจังหวัด</p></li><li><p>ส่งเสริมการขยายบริการด้านสุขภาพสู่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล</p></li><li><p>สนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานด้านป้องกันและควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p></li></ul></li><li><p><strong>นพ. ฉลอง ควรหา (ตุลาคม 2528 – กันยายน 2534)</strong></p><ul><li><p>มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่</p></li><li><p>ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขในระดับอำเภอ</p></li><li><p>ผลักดันโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่มุ่งเน้นการดูแลประชาชนเชิงรุก</p></li></ul></li><li><p><strong>นพ. ปัญญา กีรติหัตถยากร (ตุลาคม 2534 – ตุลาคม 2539)</strong></p><ul><li><p>สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบสารสนเทศทางการแพทย์ในการบริหารจัดการ</p></li><li><p>เพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาลชุมชนให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น</p></li><li><p>ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุขในระดับจังหวัด</p></li></ul></li><li><p><strong>นพ. สญชัย วัฒนา (ตุลาคม 2539 – พฤศจิกายน 2541)</strong></p><ul><li><p>ดำเนินการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ในจังหวัด</p></li><li><p>ส่งเสริมให้มีการบูรณาการงานสาธารณสุขร่วมกับภาคประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p></li><li><p>มุ่งเน้นการพัฒนางานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาสาธารณสุขแห่งชาติ</p></li></ul></li></ol><p><strong>ผลกระทบจากการพัฒนาและย้ายสำนักงาน</strong></p><p>การพัฒนาสำนักงานและการย้ายที่ตั้งในช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลให้การบริหารงานด้านสาธารณสุขของจังหวัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการให้บริการประชาชน การสนับสนุนหน่วยงานในระดับอำเภอ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การขยายสำนักงานและโครงสร้างพื้นฐานยังช่วยให้สามารถรองรับการเติบโตของประชากรและความต้องการด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p>นอกจากนี้ การมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในแต่ละช่วงเวลาก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบสาธารณสุขของจังหวัดพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/da36d15457909ec8330516c570d78448/DSC00009.jpg" />
         <pubDate>2025-02-18 09:23:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332525619</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พัฒนาการของงานสุขศึกษา</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332535065</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>งานสุขศึกษาในประเทศไทยมีรากฐานมายาวนาน โดยเริ่มมีหลักฐานการดำเนินงานตั้งแต่ <strong>พ.ศ. 2459</strong> และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสาธารณสุขของประเทศ</p><p><strong>การก่อตั้งและพัฒนางานสุขศึกษาในระยะแรก</strong></p><ul><li><p><strong>พ.ศ. 2461</strong>: การจัดตั้งกรมสาธารณสุข ส่งผลให้งานสุขศึกษาเริ่มมีบทบาทชัดเจนมากขึ้น</p></li><li><p><strong>พ.ศ. 2466</strong>: มีการจัดตั้ง <strong>กองบรรณาธิการ</strong> ซึ่งรับผิดชอบด้านการผลิตสื่อสุขศึกษาในยุคแรก ๆ</p><ul><li><p>ผลิต <strong>รายงานประจำปีของกรมสาธารณสุข</strong></p></li><li><p>จัดทำหนังสือ <strong>"แถลงการณ์สาธารณสุข"</strong> รายเดือน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพให้กับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน</p></li><li><p>ผลิตเอกสารความรู้เฉพาะเรื่อง ใบปลิว โปสเตอร์รณรงค์ และบทความเผยแพร่</p></li><li><p>เริ่มมีการใช้ <strong>สื่อวิทยุ</strong> เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพ</p></li></ul></li></ul><p><strong>การขยายตัวของงานสุขศึกษาและสื่อมัลติมีเดีย</strong></p><ul><li><p>เมื่อมีการจัดตั้ง <strong>กองสุขศึกษา</strong> งานด้านสุขศึกษาได้รับการพัฒนาและขยายตัวมากขึ้น</p></li><li><p>มีการผลิตสื่อสุขศึกษาในรูปแบบใหม่ เช่น</p><ul><li><p><strong>สไลด์และภาพโฆษณา</strong> สำหรับใช้ในการอบรมและรณรงค์</p></li><li><p><strong>ภาพยนตร์สุขศึกษา</strong> โดยมีการจัดสร้าง <strong>ภาพยนตร์ 16 มม. เรื่อง "วัยคะนอง"</strong> ซึ่งได้รับความนิยมและถูกนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไป โดยสามารถนำรายได้กลับมาสนับสนุนงานของกองสุขศึกษา</p></li></ul></li></ul><p><strong>งานสุขศึกษาในระดับภูมิภาคและการออกหน่วยฉายหนัง</strong></p><ul><li><p><strong>พ.ศ. 2467</strong>: เริ่มมีการออกหน่วยสุขศึกษาไปยังพื้นที่ห่างไกลผ่านการฉายภาพยนตร์ หรือที่เรียกว่า <strong>"การออกหน่วยฉายหนัง"</strong></p><ul><li><p>หน่วยเคลื่อนที่เหล่านี้จะตั้งฐานปฏิบัติงานในชุมชนเป็นเวลาประมาณ <strong>3-4 เดือน</strong> ก่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่น</p></li><li><p>ในระยะเริ่มต้น ได้รับการสนับสนุนจาก <strong>มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์</strong></p></li><li><p>ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จาก <strong>MSA (Mutual Security Agency)</strong> ซึ่งช่วยให้การออกหน่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p></li><li><p>การฉายภาพยนตร์สุขศึกษาได้รับความนิยมสูงในชุมชน และมักถูกนำไปใช้ในงานเทศกาลท้องถิ่น เช่น <strong>งานพระปฐมเจดีย์ งานพระพุทธบาท และงานพระเจดีย์กลางน้ำ</strong></p></li></ul></li></ul><p><strong>งานสุขศึกษาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2</strong></p><ul><li><p>งานสุขศึกษาได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่</p><ul><li><p><strong>องค์การอนามัยโลก (WHO)</strong></p></li><li><p><strong>องค์การยูนิเซฟ (UNICEF)</strong></p></li></ul></li><li><p>การรณรงค์สุขภาพมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยครอบคลุมทั้ง <strong>การให้ความรู้ด้านสาธารณสุขในภาวะปกติ และการรณรงค์ในช่วงที่มีโรคระบาด</strong></p></li></ul><p><strong>พัฒนาการของแนวคิดด้านสุขศึกษา</strong></p><p>แนวคิดด้านสุขศึกษาได้เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามยุคสมัย ดังนี้</p><ol><li><p><strong>จากการให้ข้อมูลสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม</strong></p><ul><li><p>จากเดิมที่เน้นการ <strong>เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร (Information Dissemination)</strong> เป็นหลัก</p></li><li><p>ปรับมาเน้นการ <strong>ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน</strong></p></li><li><p>เริ่มใช้ <strong>การตลาดเชิงสังคม (Social Marketing)</strong> เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ</p></li></ul></li><li><p><strong>จาก "แพทย์เป็นผู้สอน" สู่ "การเรียนรู้ไปด้วยกัน"</strong></p><ul><li><p>เดิมแนวคิดสุขศึกษาเน้นให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้สอนประชาชน</p></li><li><p>ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นแนวคิดที่ให้ <strong>ประชาชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้</strong> และสามารถช่วยเหลือตนเองได้</p></li></ul></li><li><p><strong>จากการให้สุขศึกษาแบบรายบุคคล สู่การเสริมพลังชุมชน</strong></p><ul><li><p>จากการให้ข้อมูลแก่แต่ละบุคคล เปลี่ยนเป็นการเสริมสร้างพลังให้กับกลุ่มและชุมชน</p></li><li><p>เน้นแนวคิด <strong>การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน (Collective Empowerment)</strong></p></li><li><p>เป้าหมายสูงสุดคือ <strong>"การสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี"</strong> ในระดับสังคมโดยรวม</p></li></ul></li></ol><p><strong>สรุป</strong></p><p>งานสุขศึกษาในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการให้ข้อมูลพื้นฐานสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเสริมพลังชุมชน แนวคิดที่เปลี่ยนแปลงไปช่วยให้การดำเนินงานด้านสุขศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคสมัยต่าง ๆ และส่งผลต่อการพัฒนาสุขภาพของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3340822645/3308938665a60f4ea25d450b0cdbaa9c/DSC00013.jpg" />
         <pubDate>2025-02-18 09:33:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3332535065</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พ.ศ. 2542 - ปัจจุบัน</title>
         <author>pattanachan308</author>
         <link>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3523248178</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรีในปัจจุบัน</strong></p><p>พ.ศ. 2542: ย้ายที่ทำการมาที่ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมือง บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/3340822645/424a1e4699e600b16a53a015072603f2/281067_11.png" />
         <pubDate>2025-07-18 10:56:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pattanachan308/46f1ds41duv5zxh9/wish/3523248178</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
