<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Important person of Thaimusic 5/3 by thitirat netra</title>
      <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8</link>
      <description>รู้ อนุรักษ์ ผู้สร้างมรดกทางวัฒนธรรมการดนตรีไทย</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-26 04:25:12 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-08-30 03:25:28 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>พระยาประสานดุิยศัพท์</title>
         <author>netrathitirat</author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087913169</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-26 04:27:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087913169</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เจริญใจ สุนทรวาทิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087913545</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นศิลปินและนักวิชาการชาวไทยด้านศิลปวัฒนธรรมแบบราชสำนัก มีความสามารถในด้านการละคร ชำนาญในการบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประเภทวงเครื่องสายและวงมโหรี โดยเฉพาะซอสามสาย มีความเชี่ยวชาญในการขับร้องเพลงประกอบการแสดงนาฏกรรม รวมถึงเพลงไทยเพื่อการฟังตามแบบฉบับและแนวทางร่วมสมัย กล่าวได้ว่า เป็นผู้ที่มีน้ำเสียงไพเราะ ขับร้องด้วยอารมณ์อันสมจริง ประณีตละเมียดละไม ได้อรรถรสของวรรณคดี ได้รับการขนานนามจากนักดนตรีไทยว่าเป็น “เพชรประดับมงกุฎแห่งคีตศิลป์ไทย” เจริญใจ สุนทรวาทิน เป็นที่รู้จักในวงการเพลงไทยตั้งแต่วัยเยาว์ เคยเป็นข้าราชบริพารในยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติจากการประกวดขับร้องเพลงไทย เป็นครูผู้ควบคุมวงดนตรีและสอนการขับร้องเพลงไทย เป็นอาจารย์ผู้ถวายงานสอนดนตรีและขับร้องแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช 2530 จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665604018/c99ef9b4ef9aac2e835fb8e9be908bf9/1724647080745.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:28:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087913545</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โชติ ดุริยประณีต </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087914691</link>
         <description><![CDATA[<p>นายโชติ ดุริยประณีต เกิดเมื่อวันอาทิตย์ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2452 ที่บ้านข้างวัดสังเวชวิศยาราม บางลำพู เป็นบุตรชายคนใหญ่ของนายศุขและนางแถม สายสกุลนี้ เป็นนักดนตรีอาชีพ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ปู่ของนายโชติ มีนามว่า อิน เคยเป็นคนสอนปี่ชวา กระบี่กระบอง กลองแขก อยู่ในพระบวรมหาราชวังของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p>นายโชติรับการประสิทธิ์ประสาทวิชาดนตรีร่ำเรียนถึงหน้าพาทย์องค์พระ และได้รับมอบให้ทำหน้าที่ครอบและทำพิธีไหว้ครูให้ และยังได้แต่งเพลงไว้หลายเพลง เช่น สุริโยทัยเถา พม่ากำชับเถา มอญบางนางเกร็ง พุ่งหอก โหมโรงศรีสังคีต กราวรำมอญเถา และเพลงตับชุดลาวแก่นท้าวกัดนิ้ว เป็นต้น นายโชติ<em> </em>รับราชการจนเกษียณอายุ<em> </em>แต่ทางกรมศิลปากรได้ยกย่องให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ<em> </em>ในฐานะผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยของกรมศิลปากรตลอดมา<em> </em>จนถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็ง<em> </em>เมื่อวันที่<em> </em>10<em> </em>มิถุนายน<em> </em>พ<em>.</em>ศ<em>. 2516 </em>รวมอายุได้<em>64 </em>ปี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665601236/e288016ca229e95b71a40e1c59894e9a/IMG_4336.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:28:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087914691</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูช้อย สุนทรวาทิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087914755</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูช้อย สุนทรวาทิน เป็นครูปี่พาทย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นบุตรนายทั่ง สุนทรวาทิน นักดนตรีปี่พาทย์ที่สามารถผู้หนึ่งในสมัยนั้นและมีวงปี่พาทย์เป็นของตนเอง ครูช้อยแต่งงานกับนางสาวไผ่ ตั้งบ้างเรือนเป็นหลักฐานอยู่ที่ตำบลสวนมะลิ ในกรุงเทพมหานคร มีบุตรธิดา 4 คน คือ แช่ม ชื่น ชมและผิว ครูช้อยถึงแก่กรรมราวปลายสมัยรัชกาลที่ 5ครูช้อยมีความสามารถทางดนตรีเป็นที่อัศจรรย์นัก เนื่องจากตาบอดเมื่อครั้งเป็นไข้ทรพิษตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งที่ยังมิได้ร่ำเรียนกับบิดาอย่างจริงจัง วันหนึ่งคนตีระนาดเอกของวงไม่สบาย ทำให้วงขาดมือระนาดเอก ครูช้อยก็สามารถเป็นคนระนาดนำวงบรรเลงสวดมนต์เย็นฉันเช้าได้ด้วยดีโดยไม่ผิดพลาดบกพร่อง เป็นเหตุให้ท่านบิดาเห็นสำคัญจนทุ่มเทถ่ายทอดวิชาให้ต่อมา เพื่อจะได้เป็นวิชาชีพเลี้ยงตัวต่อไปในภายภาคหน้าครูช้อย เป็นครูดนตรีที่มีลูกศิษย์จำนวนมาก ลูกศิษย์บางคนก็กลายเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง และมีความสำคัญต่อวงการดนตรีมาก เช่น พระยาประสานดุริยศัพท์ ( แปลก ประสานศัพท์ ) เจ้ากรมปี่พาทย์หลวงในรัชกาลที่ 6 พระยาเสนาะดุริยางค์ ( แช่ม สุนทรวาทิน ) บุตรชายของครูช้อยก็ได้เป็นผู้ช่วยปลัดกรมปี่พาทย์หลวงในรัชกาลที่ 6 นอกจากนี้ก็มี พระประดิบดุริยกิจ ( แหยม วิณิน ) และหลวงบรรเลงเลิศเลอ ( กร กรวาทิน ) และ ลูกศิษย์ตั้งแต่ครั้งอยู่วัดน้อยทองอยู่ ก็ได้เป็นถึงปลัดกรมปี่พาทย์หลวง และนักดนตรีอีกหลายคนของกรมปี่พาทย์หลวงในรัชกาลที่ 6 ก็เป็นลูกศิษย์ของครูช้อยด้วย นอกจากนี้ครูช้อยยังได้รับเชิญเป็นครูดนตรีตามวังเจ้านาย และบ้านของท่านผู้ใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 อีกด้วยครูช้อยได้แต่งเพลงที่ล้วนมีทำนองดีเด่นหลายเพลง เช่น เพลงครอบจักรวาล และม้ายองสามชั้น แขกลพบุรีสามชั้น เขมรปี่แก้วสามชั้น ( ทางธรรมดา ) เขมรโพธิสัตว์ โหมโรง มะลิเลื้อย พราหมณ์เข้าโบสถ์ ใบ้คลั่งสามชั้น เพลงอกทะเลสามชั้น ฯลฯ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665602947/fd0836e375f9e7b079c61ed7083f2132/72DF3BDB_FE54_4721_87A5_35A1072E0DEE.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:29:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087914755</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พริ้ง ดนตรีรส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915010</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูพริ้ง เป็นบุตรของนายพลอยและนางพร้อม&nbsp; เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๑๐ ปีฉลู ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๔ ที่ตำบลผักไห่ จังหวัดอยุธยา&nbsp;&nbsp;</p><p>การศึกษาวิชาสามัญนั้น เริ่มที่โรงเรียนวัดใหม่บางกระทิง&nbsp; จนอ่านออกเขียนได้ก็เลิกเรียน&nbsp; ครั้งสิ้นบุญบิดา พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) ซึ่งเป็นเพื่อนกับบิดาจึงได้พามากรุงเทพฯ เลี้ยงไว้เสมือนหนึ่งเป็นลูก พร้อมทั้งสั่งสอนวิชาความรู้ทางดนตรีให้เป็นอันมาก&nbsp; ต่อมาภายหลังพระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) พอใจในฝึมือจึงขอตัวจากวงปี่พาทย์บ้านเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี เสนาบดีกระทรวงวังสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งมีพระยาเสนาะฯ เป็นครู ไปประจำวงวังจันทร์เกษม ซึ่งเป็นวงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยยังทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ จึงพลอยทำให้ครูพริ้ง ซึ่งมีความรู้ทางดนตรีดีอยู่แล้วจากท่านพระยาเสนาะฯ ได้มีโอกาสสังเกตเล่าเรียนเพิ่มเติมจากพระยาประสานฯ&nbsp; พระเพลงไพเราะ หลวงชาญเชิงระนาด และพระพาทย์บรรเลงรมย์ เป็นต้น</p><p>หน้าที่การงานของครูพริ้ง เริ่มตั้งแต่เป็นนักดนตรีในวงปี่พาทย์ของบ้านเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี แล้วจึงย้ายไปประจำวงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp; แต่ครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp; ต่อมาได้เข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ยศพันจ่าเด็กชา &nbsp; มีหน้าที่การงานในกองพิณพาทย์หลวง&nbsp; กรมมหรสพ&nbsp; ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้ย้ายมาเป็นมหาดเล็กตั้งเครื่องอยู่ระยะหนึ่ง แล้วจึงโอนมารับราชการในกรมศิลปากร และได้เป็นหัวหน้าวง ๒ ในขณะนั้น จนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. ๒๕๐๕&nbsp; ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๖&nbsp; เทศบาลนครกรุงเทพ ซึ่งมีนายชำนาญ ยุวบูรณ์ เป็นนายกเทศมนตรี ได้ขออนุมัติกระทรวงมหาดไทยตั้งวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ขึ้น และได้มอบหมายให้ครูพริ้ง เป็นผู้จัดหานักดนตรีไทยพร้อมทั้งเป็นครูผู้ควบคุมดูแลการฝึกซ้อมต่อไป&nbsp; นอกจากนี้ ครูพริ้งยังได้รับเชิญให้สอนตามโรงเรียนและสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง ครั้งหลังสุด ครูพริ้ง สอนดนตรีไทยอยู่ที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒารามเพียวแห่งเดียว จนถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื้อวันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔ สิริอายุได้&nbsp; ๘๐ ปี&nbsp;&nbsp;</p><p>ครูพริ้งหรือที่นักดนตรีผู้ใกล้ชิดทั้งหลายมักเรียกว่า “พ่อพริ้ง” เพราะท่านวางตัวเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ทั้งมีพรหมวิหารธรรมต่อผู้ใกล้ชิดและบรรดาศิษย์เสมือนหนึ่งบิดาบังเกิดเกล้า นับว่าเป็นผู้มีฝึมือเป็นเลิศในทางปี่พาทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระนาดเอก และกลองมลายู การตีระนาดของครูพริ้ง ได้รับการยกย่องจากนักดนตรีทั่วไปทั้งในน้ำมือ น้ำเสียง ทางและปฏิภาณไหวพริบว่าไม่มีใครเทียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีระนาดประกอบโขน ละครและการบรรเลงหน้าพาทย์&nbsp; เสียงระนาดของครูพริ้งดังโตดังชัด&nbsp; หนทางแยบคาย ทีขึ้น ทีลง ไพเราะติดหู ถึงทีเร็วก็ไหวจัด&nbsp; ถึงทีช้าก็มีสง่าเป็นระเบียบสวยงาม&nbsp; ปี่พาทย์วงใดแม้ไม่สู้มีฝึมือ หากได้ครูพริ้งเป็นคนระนาดก็ดูลอยเด่นงดงามไปได้ทั้งวง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599785/cdbf79d9df822d7d120d2c920c8f07db/IMG_9846.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:29:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915010</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>netrathitirat</author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915132</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://sirindhornmusiclibrary.li.mahidol.ac.th/hall_of_fame/thai-musicians94/" />
         <pubDate>2024-08-26 04:29:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915132</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลวงประดิษฐไพเราะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915466</link>
         <description><![CDATA[<p>หลวงประดิษฐไพเราะ นามเดิม ศร เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2424 ในรัชสมัยของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> ที่ตำบลดาวดึงส์ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%B2">อำเภออัมพวา</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1">สมุทรสงคราม</a> เป็นบุตรของ นายสิน นางยิ้ม ศิลปบรรเลง บิดาของท่านคือครูสินเป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ และเป็นศิษย์ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B8%A1%E0%B8%B5_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A3)">พระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางกูร)</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B8%A8%E0%B8%A3_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%87)#cite_note-1"><sup>[1]</sup></a> หลวงประดิษฐไพเราะถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/8_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1">8 มีนาคม</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2497">พ.ศ. 2497</a> รวมอายุ 73 ปี</p><p>ผลงาน</p><p>ศร สามารถตีฆ้องวงใหญ่ได้เองตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เริ่มเรียนปี่พาทย์เมื่ออายุ 11 ปี ตีระนาดได้รวดเร็ว มาตั้งแต่เด็ก โดยมีบิดาเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาปี่พาทย์ให้จนกระทั่งมีความสามารถในการประชันวงถึงขั้นมีชื่อเสียงไปทั่วลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จากการได้ออกแสดงฝีมือนี้เองทำให้ชื่อเสียงของนายศร เป็นที่เลื่องลือในหมู่นักดนตรีมากขึ้น โดยเฉพาะในงานใหญ่ครั้งแรก คือ "งานโกนจุกเจ้าจอมเอิบ" และ เจ้าจอมอาบ ธิดาเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5">จังหวัดเพชรบุรี</a></p><p>ในปี พ.ศ. 2443 ขณะเมื่ออายุ 19 ปี ท่านได้แสดงฝีมือเดี่ยวระนาดเอกถวาย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2_%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%82_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A">สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช</a> เป็นที่ต้องพระทัยมาก จึงทรงรับตัวเข้ามาไว้ที่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C">วังบูรพาภิรมย์</a> ทำหน้าที่คนระนาดเอกประจำ ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2468 นายศร ศิลปบรรเลง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น<em>หลวงประดิษฐไพเราะ</em> มีราชการในกรมมหรสพ ถือศักดินา 400<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B8%A8%E0%B8%A3_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%87)#cite_note-4"><sup>[4]</sup></a> เข้ารับพระราชทานสัญญาบัตรเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ณ พระที่นั่งบรมพิมาน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B8%A8%E0%B8%A3_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%87)#cite_note-5"><sup>[5]</sup></a> แล้วได้รับพระราชทานยศเป็น <em>หุ้มแพร</em> ในวันที่ 13 กรกฎาคม ศกเดียวกัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B8%A8%E0%B8%A3_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%87)#cite_note-6"><sup>[6]</sup></a> ทั้งนี้ท่านไม่เคยรับราชการอยู่ในกรมกองใดมาก่อน แต่เพราะฝีมือและความสามารถของท่านเป็นที่ต้องพระหฤทัย<sup>[</sup><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2:%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%87"><em><sup>ต้องการอ้างอิง</sup></em></a><sup>]</sup></p><p>ในปี พ.ศ. 2469 ท่านได้เข้ารับราชการในกรมปี่พาทย์และโขนหลวง <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87">กระทรวงวัง</a> ท่านได้มีส่วนถวายการสอนดนตรีให้กับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5">สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี</a> รวมทั้งมีส่วนช่วยงานพระราชนิพนธ์เพลงสามเพลง คือ เพลงราตรีประดับดาวเถา เพลงเขมรละออองค์เถา และ เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง สามชั้น</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599025/e7670242b384733db3f00b16094c42b7/IMG_6645.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:29:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915466</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศักดิ์ คำศิริ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915516</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูคงศักดิ์ เดิมชื่อ ทองสุข เป็นบุตรนายท้วม นางวัน คำศิริ เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2442 เมื่อวัยเยาว์ได้เข้าศึกษาเล่าเรียนวิชาสามัญ ในโรงเรียนวัดอนงคาราม จนจบชั้น 3</p><p><br/></p><p>ความสามารถทางดนตรี ครูคงศักดิ์สามารถปฏิบัติได้ทั้งทางปี่พาทย์และทางเครื่องสายรวมทั้งการขับร้อง แต่ที่ถนัดเป็นพิเศษคือ เครื่องดนตรีประเภทสี ได้แก่ ซอต่าง ๆ รวมไปถึงซอฝรั่งเช่นไวโอลินด้วย ในครั้งที่ครูคงศักดิ์ต้องติดตามเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดีซึ่งตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เช่นที่ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม หรือที่มฤคทายวัน บางประอิน นั้น ก็ได้เคยสนองพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยการสีไวโอลินถวายในขณะเสวยพระกระยาหาร ได้รับพระราชทานรางวัลหลายครั้ง ย่อมแสดงให้เห็นถึงฝีไม้ลายมือทางดนตรีของครูคงศักดิ์เป็นอย่างดี</p><p><br/></p><p>ผลงานที่สำคัญของคงศักดิ์ คำศิริ</p><p>1. การบรรเลงและการประพันธ์เพลง</p><p>&nbsp;&nbsp; - คงศักดิ์ได้บรรเลงดนตรีไทยในหลายโอกาส ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เขามีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีไทยหลายชนิด รวมถึงการประพันธ์เพลงที่สะท้อนถึงความลึกซึ้งและความซับซ้อนของดนตรีไทย</p><p>&nbsp;&nbsp; - ผลงานการประพันธ์ของเขามักผสมผสานดนตรีไทยกับดนตรีสากล หรือประยุกต์ให้เข้ากับสมัยใหม่ ทำให้ดนตรีไทยมีมิติใหม่ที่น่าสนใจ</p><p><br/></p><p>2. การสอนและการวิจัยดนตรีไทย</p><p>&nbsp;&nbsp; - คงศักดิ์มีบทบาทสำคัญในการสอนดนตรีไทยและเผยแพร่องค์ความรู้ดนตรีไทยแก่คนรุ่นใหม่ เขาได้ทำการวิจัยด้านดนตรีไทย โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างเพลง เทคนิคการบรรเลง และการอนุรักษ์ดนตรีไทย</p><p>&nbsp;&nbsp; - เขายังเขียนบทความและหนังสือเกี่ยวกับดนตรีไทย ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่มีค่าในการศึกษาดนตรีไทยในเชิงวิชาการ</p><p><br/></p><p>3. การจัดการแสดงและนิทรรศการดนตรีไทย</p><p>&nbsp;&nbsp; - คงศักดิ์ได้จัดการแสดงดนตรีไทยหลายครั้ง ทั้งในรูปแบบของการแสดงสดและนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวของดนตรีไทยผ่านมุมมองที่หลากหลาย เขายังมีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของดนตรีไทยในวัฒนธรรมไทย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665601190/487956caab28f915a61e79ec31db1f94/IMG_4337.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:29:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915516</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คุณหญิงนัฏกานุรักษ์ (เทศ สุวรรณภารต)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915571</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติส่วนตัวคุณหญิงนัฏกานุรักษ์</p><p>คุณหญิงเทศเป็นบุตรของนายเนียมและนางเมือง</p><p>การสาสนะ เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ 2421 ตรงกับ</p><p>วันเสาร์แรม 4 ค่ำเดือน 9 ปีขาล คุณหญิงเทศมีพี่น้อง</p><p>ร่วมบิดามารดาคือ นายเขียน นางโหมด นางแม้น</p><p><br></p><p>คุณหญิงเทศและครอบครัว</p><p>คุณหญิงเทศสมรสกับพระยานัฏกานุรักษ์เมื่ออายุ 32 ปี</p><p>สามีมีบรรดาศักดิ์เป็นขุนนัฏกานุรักษ์เเละมีบุตรด้วยกัน 3</p><p>คน นอกจากจะมีชีวิตสมรสที่ราบรื่นคุณหญิงเทศก็ได้รับ</p><p>ราชการในกรมมหรสพตลอดมา คุณหญิงเทศได้เข้าไป</p><p>เป็นครูละครหลวงและแสดงละครถวายตัวในบทต่างๆ</p><p><br></p><p>ความสามารถของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์</p><p>สามีของท่านผู้ที่มีบทบาทในการจัดวางท่ารำเพลงหน้า</p><p>พาทย์องค์พระพิราพ และเป็นครูสอนโขนคนสำคัญของ</p><p>วงการนาฏศิลป์ไทย ตัวคุณหญิงเทศเองก็เป็นผู้มีความรู้</p><p>ในกระบวนรำหน้าพาทย์อย่างยิ่งอีกท่านหนึ่ง รวมทั้งเป็น</p><p>ผู้ต่อท่ารำเพลงองค์พระพิราพให้ลูกศิษย์ในสายวิชาของ</p><p>ท่านด้วย อาทิ ครูสมยศ เปี่ยมลาภ, ครูเวนิช เชียรวงศ์</p><p>การที่ครูผู้หญิงสามารถรำโขนได้จนถึงวิชาสูงสุดนี้ไม่</p><p>ธรรมดาแน่ การปรากฏชื่อคุณหญิงเทศเป็นนักร้องร่วม</p><p>กับหม่อมเจริญนั้น ถือว่าเป็นการพิสูจน์ความสามารถอีก</p><p>ด้านหนึ่งของท่านว่านอกจากจะรำได้ดีแล้ว ยังขับร้องได้</p><p>ดีจนเป็นที่ยกย่องบนหน้าฉลากแผ่นเสียงได้</p><p><br></p><p>ผลงานเพลงหน้าพาทย์ในสายสืบทอดของคุณหญิง</p><p>นัฏกานุรักษ์ มีชื่อเพลงจำนวนทั้งสิ้น 45 เพลง โดย</p><p>แบ่งตามลักษณะการใช้หน้าทับต่างๆ ดังนี้</p><p>1. ประเภทหน้าทับตระ จำนวน 20 เพลง ได้แก่ ตระกริ่ง ตระ</p><p>เชิญเหนือ-เชิญใต้ ตระ ไตรตรึงษ์ ตระเทวาประสิทธิ์ ตระ</p><p>นารายณ์เต็มองค์ ตระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ตระนิมิต 3 ชั้น</p><p>ตระประสิทธิ์ ตระพระปัญจสิงขร ตระพระพรหม ตระพระ</p><p>พิราพประทานพร ตระพระพิฆเนศวร์ ตระพระฤๅษีกไลยโกฏ</p><p>ตระพระ วิษณุกรรม ตระพระอิศวร ตระพระอุมา ตระมงคล</p><p>จักรวาล ตระมัฆวาน ตระสันนิบาต และตระหญ้าปากคอก</p><p>2. ประเภทหน้าทับเสมอ จำนวน 16 เพลงได้แก่ ดำเนิน</p><p>พราหมณ์ ต้นเสมอ เทพดาเนิน พราหมณ์เข้า พราหมณ์</p><p>ออก เสมอข้ามสมุทร เสมอเข้าที่ เสมอเข้าเฝ้า เสมอเถร</p><p>เสมอผี เสมอพราหมณ์เสมอ มาร เสมอลิง เสมอฤๅษีแดง</p><p>เสมอฤๅษีมาร และเสมอสามลา</p><p>3. ประเภทหน้าทับเข้าม่าน/ปฐม จำนวน 1 เพลง คือ เชิดฉิ่ง</p><p>ศรทนง</p><p>4. ประเภทหน้าทับชำนาญ จำนวน 2 เพลง คือ ตระบองกัน</p><p>และชำนาญ</p><p>5. ประเภทหน้าทับพิเศษ จำนวน 6 เพลง ได้แก่ คุกพาทย์ คุก</p><p>พาทย์พระขรรค์ นางเดิน บาทสกุณี 16 ไม้ พระพิราพเต็ม</p><p>องค์ และราดาบเชือดหม</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600524/8361bd9988e1bdb67bfd4f2c46f44ad0/FB_IMG_1724645969421.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:29:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087915571</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มนตรี ตราโมท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916191</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูมนตรี ตราโมท เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2443 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี บิดาชื่อ ยิ้ม มารดา ชื่อ ทองอยู่ เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประจำจัง หวัดฯ และเข้ามาอยู่ที่กรมมหรสพ จากนั้นได้เรียน ต่อในโรงเรียนพรานหลวงจนจบชั้นมัธยมปลาย</p><p><br></p><p>ครูมนตรี เริ่มเรียนด้านวิชาการดนตรีกับครู สมบุญ นักฆ้อง ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และครูสมบุญ สมสุวรรณที่จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาเข้ารับ ราชการที่กรมมหรสพ ซึ่งมีพระยาประสานดุริย ศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) เป็นเจ้ากรม และเป็นครู สอนการบรรเลงเครื่องดนตรีอื่นๆ นอกจากนั้นยังได้ เรียนกับพระพิณบรรเลงรมย์(พิม วาทิน) หลวง บำรุงจิตรเจริญ (ธูป สารทวิลัย ) ครูทองดี ชูสัตย์ และหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปะบรรเลง) โดยได้ รับครอบให้เป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครูดนตรีไทย และ เรียนเพลงต่างๆ เพิ่มเติม รวมถึงวิธีแต่งเพลงไทยไป ด้วย</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ ได้ศึกษาด้านดนตรีสากล ที่ โรงเรียนวิทยาสากลดนตรีสถาน กับพระเจน ดุริยางค์ (ปีติ วาทยกร) โดยเรียนวิชาภาคปฏิบัติ ไวโอลิน ทฤษฎีโน้ตสากล และวิชาประสานเสียงจบชั้น ดอมินันต์ 7</p><p><br></p><p>ท่านมีอายุยืนยาวถึง 95 ปี จนได้ชื่อว่าเป็น คีตกวี 5 แผ่นดิน โดยเริ่มเข้ารับราชการเมื่ออายุ 17 ปี ในกรมมหรสพ ทำหน้าที่บรรเลงเพลงในวงตาม เสด็จจนถึงในสมัยรัชกาลที่ 7 และโอนไปอยู่ที่กรมปี่ พาทย์และโจนหลวง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599667/0f8054234702f767be70ef78bfac42d8/images.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:30:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916191</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูบุญยงค์ เกตุคง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916597</link>
         <description><![CDATA[<p>นายบุญยงค์ เกตุคง เริ่มเรียนดนตรีกับครูทองหล่อ(ละม้าย) มีขันทอง ต่อมาได้เรียนและต่อเพลงกับครูดนตรีที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน เช่น ครูหรั่ง พุ่มทองสุข ครูชื้น ดุริยประณีต ครูชั้น ดุริยประณีต ครูเพชร จรรย์นาฏ ครูเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) และครูพุ่ม ปาปุยวาทย์ รับราชการเป็นนักดนตรีประจำวงกรมประชาสัมพันธ์ ต่อมาประจำสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม แล้วย้ายไปสังกัดกรุงเทพมหานคร และได้เป็นหัวหน้าวงดนตรีไทยกรุงเทพมหานครจนเกษียณอายุ นายบุญยงค์ เกตุคงเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในทางดนตรีอย่างยิ่ง บรรเลงปี่พาทย์ได้ทุกชนิด โดยเฉพาะระนาดเอกซึ่งได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ ร่วมบรรเลงกับวงดนตรีต่างๆ เช่นวงนายทองใบ รุ่งเรือง วงดุริยประณีต วงพาทยโกศล วงนายเพชร จรรย์นาฏ ร่วมมือกับนายบุญยัง และนายบุญสม มีสมวงศ์(พรภิรมย์) จัดตั้งคณะลิเกใช้ชื่อคณะว่า เกตุคงดำรงศิลป์ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดลิเกทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อพ.ศ. 2500 ศิษย์ ที่มีชื่อเสียงคือ บรูซ แกสตัน(Bruce Gaston) ซึ่งเป็นนักดนตรีชาวอเมริกัน ได้ร่วมมือกันก่อตั้ง วงฟองน้ำ ขึ้นและจัดทำเพลงชุดต่างๆโดยใช้เครื่องดนตรีไทยผสมเครื่องอื่นๆ นายบุญยงค์ เกตุคง ได้แต่งเพลงไว้จำนวนมาก เช่น โหมโรงแว่นเทียนชัย โหมโรงจุฬามณี โหมโรงสามสถาบัน เพลงเทพชาตรี เถา เพลงสร้อยลำปาง เถา เพลงวัฒนาเวียตนาม เถา เพลงชเวดากอง เถา เพลงสยามานุสสติ เถา เพลงนกกระจอกทอง เถา เพลงขอมกล่อมลูก เถา เพลงเดือนหงายกลางป่า เถา และ เพลงตระนาฏราช นายบุญยงค์ เกตุคง ได้รับพระราชทานโล่ห์ เกีรยติยศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะนักดนตรีไทยตัวอย่าง เมื่อพ.ศ.2524 ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปีพ.ศ.2531 และเป็นภาคีสมาชิกประเภทวิจิตรศิลป์ สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ครูบุญยงค์ เกตุคงเกิดเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2463 เป็นบุตรนายเที่ยงกับนางเขียน ชาวกรุงเทพมหานคร(ฝั่งธนบุรี) ภรรยาชื่อ พายัพ มีบุตรี 1 คน มีน้องชายชื่อนายบุญยัง เกตุคง เป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600969/350f76ea348ee48b443b5df5ce9e56c6/1E4DE6C8_E2BC_4949_946C_6B38453AD09B.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:30:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916597</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางกูร)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916647</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>พระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางค์กูร)</strong> หรือ ครูมีแขก เกิดตอนปลาย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">รัชกาลที่ 1</a> แห่งพระ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5">ราชวงศ์จักรี</a> ท่านเป็นครูดนตรีมาตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาล <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> รัชกาลที่ 3 จนถึงรัชกาล<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a></p><p><br></p><p>ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 นั้น ครูมีแขกได้เป็นครูปี่พาทย์ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงประดิษฐไพเราะ" เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2396 ตำแหน่งปลัดจางวางมหาดเล็กว่าราชการกรมปี่พาทย์ ฝ่ายพระบวรราชวัง</p><p><br></p><p>ในปีเดียวกันนั้นเองท่านได้แต่งเพลงเชิดจีน แล้วนำขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นที่สมพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งจึงโปรดให้เลื่อนบรรดาศักดิ์จากหลวงเป็นพระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางค์กูร) ได้รับสมญาว่าเป็นเจ้าแห่งเพลงทยอยเพราะผลงานเพลงลูกล้อลูกขัด เช่น ทยอยนอก ทยอยเขมร ล้วนเป็นผลงานของท่านทั้งนั้น</p><p><br></p><p>ผลงานของพระประดิษฐไพเราะ (ครูมีแขก) เท่าที่รวบรวมและปรากฏไว้ มีดังนี้</p><ul><li><p>โหมโรงขวัญเมือง</p></li><li><p>การเวกเล็กสามชั้น</p></li><li><p>กำสรวลสุรางค์ สามชั้น</p></li><li><p>แขกบรเทศ สามชั้น</p></li><li><p>แขกมอญ สามชั้น</p></li><li><p>แขกมอญบางช้าง สามชั้น</p></li><li><p>ทะแยสามชั้น</p></li><li><p>สารถี สามชั้น</p></li><li><p>พญาโศก สามชั้น</p></li><li><p>พระอาทิตย์ชิงดวง สองชั้น</p></li><li><p>จีนขิมใหญ่ สองชั้น </p></li><li><p>เชิดจีน</p></li><li><p>ทยอยนอก </p></li><li><p>ทยอยเดี่ยว</p></li><li><p>ทยอยเขมร</p></li><li><p>เทพรัญจวน</p></li><li><p>หกบท สามชั้น</p></li><li><p>อาเฮีย สามชั้น</p></li></ul><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599364/a208ca272f8d6f45047530c5bc0bac33/IMG_7801.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:30:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916647</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุดจิตต์ อนันตกุล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916813</link>
         <description><![CDATA[<p>นางสุจิตต์ อนันตกุล เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๗๑ ที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้ที่เติบโตมาจากเชื้อสายของนักร้องนักดนตรีไทย โดยได้แสดงความสามารถพิเศษเล่นดนตรีไทยได้รอบวงเมื่ออายุ ๘ ขวบ ชนะการประกวดขับร้องเพลงไทยและเป็นนักร้องประจำวงดนตรีไทยเมื่ออายุ ๑๐ ขวบ เป็นผู้ที่มีน้ำเสียงการขับร้องเพลงไทยที่แจ่มใสไพเราะ ทั้งยังมีควมสามารถในด้านต่าง ๆ สูงยิ่ง เช่น ด้านการสอน เป็นครูสอนขับร้องและดนตรีไทยให้แก่สถาบันการศึกษาต่างๆ มากมาย ด้านบริการและเผยแพร่ ความรู้ต่างๆ ทั้งจัดรายการเพลงไทย เป็นผู้อำนวยการเพลงไทย บรรจุให้กับวิทยานิพนธ์ละครในวิชาเอกนาฏศิลป์ และละครไทยของสถาบันต่างๆ ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มจัดทำภาพโทรทัศน์ละครดึกดำบรรพ์ เพื่อเป็นต้นแบบของละครดึกดำบรรพ์ต่อไปและได้รับเชิญให้เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทยและกรรมการคณะต่างๆ ที่เกี่ยวกับดนตรีไทยหลายคณะเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป ทั้งในวงการดนตรีไทยและวงการอื่นที่เกี่ยวข้อง จนได้รับเกียรติคุณและรางวัลต่าง ๆ ในฐานะผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการขับร้องดนตรีไทยมากมาย นางสุจิตต์ อนันตกุล จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๖</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599025/8ff0b17b29c875e8ff03c1f08662c2ae/IMG_6648.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:30:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087916813</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087917259</link>
         <description><![CDATA[<p>คุณหญิงชิ้น เป็นบุตรีของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) และนางโชติ ศิลปบรรเลง เกิดที่บ้านหน้าวังบูรพาภิรมย์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2449 มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 7 คน คุณหญิงชิ้น สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนราชินี เมื่อปี พ.ศ. 2466 </p><p><br/></p><p>คุณหญิงชิ้น รับราชการโดยสอบได้วุฒิครู พ.ม. ใน พ.ศ. 2483 เริ่มรับราชการเป็นครูที่โรงเรียนเบญจมาราชาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2476 ถึง พ.ศ. 2477 ได้ย้ายไปสอนที่โรงเรียนนาฎดุริยางค์ กรมศิลปากร ในฐานะผู้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนร่วมกับหลวงวิจิตรวาทการ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกนาฎดุริยางค์เป็นเวลา 20 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 จึงย้ายมาประจำอยู่ที่โรงเรียนฝึกหัดครูพระนคร สังกัดกรมการฝึกหัดครู พ.ศ. 2504 ได้รับทุนไปดูงานด้านโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ณ ประเทศอิตาลี ประเทศอังกฤษ และประเทศอเมริกา กลับมาแล้วย้ายไปประจำอยู่โรงเรียนฝึกหัดครูธนบุรี แล้วย้ายไปประจำที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร จนเกษียณอายุเมื่อ พ.ศ. 2509 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ คุณหญิงชิ้น เรียนดนตรีจากบิดาโดยตรงชำนาญทั้งการบรรเลง ขับร้อง ประพันธ์บทเพลง จนแม้แต่การบันทึกบทเพลงลงเป็นโน้ตแบบต่าง ๆ เป็นผู้รวบรวมผลงานจากบิดาไว้มากที่สุดแล้วถ่ายทอดให้แก่ศิษย์  เป็นผู้ร่วมงานก่อตั้งวงดนตรีของคุรุสภา เป็นกรรมการจัดบทวิทยุโรงเรียน ก่อตั้งโรงเรียนนาฎศิลป์และดนตรีผกาวลี และร่วมงานบันทึกเพลงกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐคาลิฟอร์เนีย (ยูซีเอสเอ) รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้งวงดนตรีโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ซึ่งศิษย์จากวงนี้ได้รับการยกย่องว่า เป็นดนตรีไทยระดับมัธยมศึกษาที่มีฝีมือดี ได้รับรางวัลในการบรรเลงดนตรีไทยอยู่เป็นประจำ</p><p><br/></p><p>ผลงาน ได้แก่</p><ul><li><p>เพลงช้าง</p></li><li><p>ลาวสองคอนเถา</p></li><li><p>เพลงประกอบละครคณะผกาวลี</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665607398/7b36350d31a3c001ba6b53c9df2114d9/images__30_.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087917259</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูเตือน พาทยกุล </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087917710</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูเตือน พาทยกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรีโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธศักราช ๒๔๔๘ ตรงกับวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๘ เป็นบุตรนายพร้อม และนางตุ่น พาทยกุล สมรสกับนางกิมไล้ ตวงทอง มีบุตรธิดารวม ๕ คน ปัจจุบันเสียชีวิตหมดทุกคน หลังจากที่นางกิมไล้ เสียชีวิต ได้สมรสกับนางบุญเรือง วรางกูร มีบุตรธิดา ๕ คน ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ๒ คน ยังมีชีวิตอยู่ ๓ คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในวัยเยาว์อยู่กับครอบครัวที่เป็นนักดนตรี ทั้งปู่และบิดา โดยเริ่มฝึกหัดดนตรีไทยอย่างจริงจังเมื่ออายุ ๗ ขวบ โดยตีฆ้องวงใหญ่เพลงสาธุการเป็นเพลงแรก และต่อเพลงต่างๆ ในชุดโหมโรงเย็นเป็นพื้นฐานจากปู่ต้มและปู่แดงเป็นหลัก จนอายุครบ ๑๐ ปี บิดาเห็นว่าเป็นผู้มีความสนใจและมีใจรักทางดนตรี จึงได้ถามความสมัครใจในการเรียนดนตรี ซึ่งเมื่อบิดาได้รับคำตอบจากบุตรชายแล้วว่า รักและต้องการที่จะเรียนดนตรีอย่างจริงจัง บิดาจึงนำไปฝากตัวเป็นศิษย์กับครูจางวางทั่ว พาทยโกศล ที่บ้านหลังวัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;  โดยครูเตือนเริ่มเรียนระนาดเอกเพลงทะแย</p><p>สองชั้นเป็นเพลงแรก และต่อมาก็ได้เรียนเพลงหรือต่อเพลงประเภทต่างๆ เป็นลำดับมา ประกอบด้วย เพลงเสภา เพลงสามชั้น เพลงเถา เพลงเรื่อง เพลงตับ เพลงเกร็ด เพลงหน้าพาทย์ และเพลงเดี่ยว ทั้งที่ต่อจากครูจางวางทั่วเอง และต่อจากนายช่อ นายฉัตร ศิษย์รุ่นพี่ที่ครูจางวางทั่วมอบหมายให้เป็นผู้ต่อเพลงแทนท่าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพลงที่ครูเตือนได้ต่อและเรียน ประกอบด้วย ประเภทเพลงโหมโรงเสภา ได้แก่ โหมโรงไอยเรศ โหมโรงกัลยาณมิตร โหมโรงขวัญเมือง โหมโรงประเสบัน เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเภทเพลงสามชั้น ได้แก่ เพลงพม่าห้าท่อน จระเข้หางยาว สี่บท บุหลัน เทพบรรทม ภิรมย์สุรางค์ สารถี เขมรปี่แก้ว เขมรราชบุรี ทยอยเขมร แสนเสนาะ แป๊ะ อาเฮีย มอญแปลงเห่ ทยอยใน ทยอยนอก เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเภทเพลงเถา ได้แก่ เพลงหกบท คุณลุงคุณป้า หงส์ทอง เขมรพวง ใบ้คลั่ง แขกเห่ แขกไทร แขกสาหร่าย แขกมอญบางขุนพรหม พม่าเห่ เขมรปากท่อ เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเภทเพลงเรื่อง ได้แก่ เพลงเรื่องสี่เกลอ จีนแส เต่ากินผักบุ้ง ต้นมอญแปลง ฉิ่งพระฉัน สร้อยสน นางหงส์ นกสีชมพู สิบสองภาษา เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเภทเพลงตับได้แก่ ตับนางลอย พรหมาสตร์ นาคบาศ พระลอ จูล่ง แม่งู นกโพระดก มอญกละ เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเภทเพลงหน้าพาทย์ ได้แก่ เพลงตระนิมิต ตระเชิญ คุกพาทย์ เสมอเถร เสมอมาร เสมอผี เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเภทเพลงเดี่ยว ได้แก่ เพลงเดี่ยว พญาโศก สารถี แขกมอญ เชิดนอก ดอกไม้ไทร กราวใน ลาวแพน เป็นต้น</p><p><br></p><p>เมื่ออายุที่เริ่มมากขึ้น ครูเตือนได้เปลี่ยนแปลงแนวทางในการประกอบอาชีพจากการเป็นนักดนตรีอาชีพ ที่ต้องไปรับจ้างบรรเลงในงานต่างๆ มาเป็นครูพิเศษสอนดนตรีไทยในสถาบันการศึกษาหนึ่งของรัฐและเอกชนหลายแห่ง ที่จากการสอนดนตรีไทยดังกล่าว ครูเตือนจึงเริ่มประพันธ์เพลงใช้บรรเลงในโรงเรียนต่างๆ เริ่มจากการประพันธ์เพลงลาวต่อนกเถา เป็นเพลงแรกเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ และต่อมาก็ได้ประพันธ์เพลงเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายเพลง จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ครูเตือนได้สร้างสรรค์ประพันธ์เพลงไทยรวมได้ ๑๘ เพลง ได้แก่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงลาวต่อนกเถา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงเทพอัศวิน ๓ ชั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงนกจาก ๒ ชั้น ทางเปลี่ยน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงแขกมอญบางช้าง ๒ ชั้น ทางเปลี่ยน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงนางเยื้อง ๓ ชั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงสดุดีอัสสัมชัญ ๓ ชั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงศรีอยุธยา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงสามัคคีชุมนุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงลาวดำเนินทราย ๒ ชั้น ทางเปลี่ยน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลง ๑๐๐ ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ เถา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงเพชรสามสี เถา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงนาคบริพัตร ๒ ชั้นทางเปลี่ยน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงเพชรพวง ๓ ชั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรง ๘๕ ปี ๓ ชั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงเยื้องกราย ๓ ชั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงโหมโรงทั่วพระนคร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงแขกสะมิระ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; • เพลงจันทร์กระพริบ</p><p>นอกจาการประพันธ์เพลงแล้ว ครูเตือนยังสร้างสรรค์และประดิษฐ์เครื่องดนตรีย่อส่วนไว้อีกมากมาย โดยครูได้แรงบันดาลใจจากการได้มีโอกาสซ่อมเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ที่ชำรุด จนนำไปสู่การสร้างและประดิษฐ์เครื่องดนตรีไทยย่อส่วนขนาดเล็กครบวง นอกจากเครื่องดนตรีย่อส่วนดังกล่าวแล้ว ยังได้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีย่อส่วนขนาดจิ๋วที่วางบนฝ่ามือได้ ซึ่งครูเตือนได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งที่เป็นวงปี่พาทย์เครื่องคู่ เครื่องใหญ่เครื่องดนตรีแต่ละชิ้น และไม่เพียงแต่เครื่องดนตรีย่อส่วนเท่านั้น ท่านยังได้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีในจินตนาการอีกด้วย เช่น ระนาดขวด ซอปี๊บ ซอกระป๋อง ซอกระดองเต่า ซอสี่สาย และซอห้าสาย ขึ้นเป็นคนแรกของวงการดนตรีไทยด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากการที่ครูเตือนได้สร้างสรรค์ผลงานและทำประโยชน์ให้แก่วงการดนตรีไทยและสังคมทำให้ครูเตือนได้รับพระราชทานปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรีไทยของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ และในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้พิจารณายกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) เข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อในพุธที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต นับว่าเป็นเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิตศิลปินของ ครูเตือน พาทยกุล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ครูเตือน พาทยกุล นับว่าเป็นศิลปินดนตรี ครูดนตรี นักประพันธ์เพลงดนตรีไทย ช่างผู้ประดิษฐ์เครื่องดนตรี ที่มีใจรักต่อดนตรีอย่างแท้จริงโดยตลอดชั่วชีวิตของครูเตือนชีวิตมีความผูกพันอยู่กับดนตรีมาตลอด ครูเตือน พาทยกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พ.ศ. ๒๕๓๕ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๖ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ สิริรวมอายุได้ ๙๘ ปี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665598978/73f6691e4061a7de83c439c39b67d297/IMG_8752.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087917710</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เฉลิม บัวทั่ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087917807</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นบุตรของนายปั้นและนางถนอม บัวทั่ง เกิดเมื่อ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2453 บิดาของท่าน เป็นนักดนตรีสังกัดอยู่ในวัง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม</a> เมื่อกรมหมื่นพิชัยฯ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2452 นักดนตรีในวงแยกย้ายกันไป นายปั้นกลับไปตั้งวงดนตรีเองที่บ้านคลองบางม่วง จังหวัดนนทบุรี เฉลิมหัดเรียนระนาดกับบิดาตั้งแต่อายุ 6 ปี จนสามารถเล่นได้รอบวงเมื่ออายุได้ 11 ปี จากนั้นจึงมาเรียนดนตรีไทยกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C)">พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์)</a> เมื่อพระยาประสานดุริยศัพท์ถึงแก่กรรม เฉลิมจึงไปอยู่กับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B2_(%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99_%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D)">พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ)</a> เมื่ออายุได้ 15 ปี เฉลิมรับราชการเป็นนักดนตรีอยู่ในกรมปี่พาทย์และโขนหลวง จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ต่อมา ถึง พ.ศ. 2478 กรมปี่พาทย์และโขนหลวงก็ถูกยุบมารวมอยู่ในกรมศิลปากร ในระยะนี้มีการปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศ เฉลิมถูกดุลย์ออกจากราชการไปเป็นครูสอนดนตรีไทย แล้วกลับเข้ารับราชการใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">กรมศิลปากร</a>อีกระยะหนึ่ง ก็ลาออกไปประกอบอาชีพดนตรีเป็นส่วนตัว</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665598900/0bae108a65bef87c53b47269609dc57b/IMG_0315.png" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087917807</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กฤษดา อนันตสาคร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918095</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>นาวาเอก (พิเศษ) กฤษดา อนันตสาคร</strong> เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2474 เป็นชาวตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มเล่นดนตรีไทยตั้งแต่อายุ 7 ปี (พ.ศ. 2481) เป็นครูสอนและเป็นวิทยากรเกี่ยวกับดนตรีไทยมาแล้วหลายโรงเรียน รวมไปถึงชุมชนต่าง ๆ ที่มีความสนใจ (นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502) ท่านได้ถ่ายทอดความรู้และความสามารถให้กับเยาวชนในโรงเรียนต่าง ๆ ได้มีความสามารถในการเล่นดนตรีไทย อันเป็นผลทำให้นักเรียนของอาจารย์ ได้รับรางวัลจากการแข่งขันในรายการต่าง ๆ มากมายและได้รับความชื่นชอบจากผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง</p><p>   • พ.ศ. 2481 อายุ 7 ปี เริ่มเรียนฆ้องวงใหญ่ กับ ครูศุข นักดนตรี</p><ul><li><p>พ.ศ. 2489 ได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านครู<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B8%A8%E0%B8%A3_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%87)">หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)</a></p></li><li><p>พ.ศ. 2504 ได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณหญิง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%87">ชิ้น ศิลปบรรเลง</a> เพื่อขอเรียนทางขับร้องเพลงไทย</p></li><li><p>วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 <strong>มูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง)</strong> เชิญเป็นอนุกรรมการเฉพาะกิจ ของมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง ทำการสำรวจเพื่อบันทึกข้อมูลชีวประวัตินักดนตรีไทยทั่วประเทศ ในโครงการของมูลนิธิฯ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2530)</p></li><li><p>พ.ศ. 2548 – พ.ศ. 2549 ได้รับหนังสือเชิญจากโรงเรียนบ้านคลองแค ตำบลอ้อมน้อย <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%99">อำเภอกระทุ่มแบน</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A3">จังหวัดสมุทรสาคร</a> ให้เป็นผู้ชำนาญการทางภูมิปัญญาดุริยางคศิลป์ ในโครงการส่งเสริมการดนตรีไทย-สากล โดยมีลักษณะเป็นศูนย์อนุรักษ์</p></li><li><p>สภาวัฒนธรรมอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ได้ประกาศเกียรติคุณให้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ <strong>“คนดีศรีกระทุ่มแบน”</strong> ประจำปี พ.ศ. 2548 ได้รับมอบโล่ วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549</p></li><li><p>สภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร มอลโล่เกียรติคุณ <strong>“คนดีศรีสาคร”</strong> ประจำปี 2548 รับมอบเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2549</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599785/eea897e6926245c9f36c696d2c01e844/IMG_9848.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918095</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918105</link>
         <description><![CDATA[<p>จอมพล จอมพลเรือ <strong>สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต</strong> (29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 – 18 มกราคม พ.ศ. 2487) พระองค์มีบทบาทสำคัญในวงการทหารและการเมืองของประเทศไทย พระองค์ดำรงตำแหน่งสำคัญทางทหารหลายตำแหน่ง เช่น <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%81">ผู้บัญชาการทหารบก</a>, <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD">ผู้บัญชาการทหารเรือ</a> และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%81&amp;action=edit&amp;redlink=1">เสนาธิการทหารบก</a> นอกจากนี้ ยังทรงดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง เช่น เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสนาบดี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD">กระทรวงทหารเรือ</a> เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และเป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5">องคมนตรี</a>ในรัชสมัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว</a></p><p><br></p><p>ผลงาน</p><p> สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงซอได้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ต่อมาทรงต่อเพลงกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4">พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติ</a> จนมีฝีพระหัตถ์ดีเยี่ยม และทรงต่อเพลงกับเจ้าเทพกัญญา บูรณพิมพ์ เป็นครั้งคราว</p><p>พระองค์ทรงเครื่องดนตรีไทยได้หลายชนิด เช่น <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%86%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88">ฆ้องวงใหญ่</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94">ระนาด</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%AD">ซอ</a> ทั้งยังทรง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%99">เปียโน</a>ได้ดีอีกด้วย เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับที่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1">วังบางขุนพรหม</a> ทรงมีทั้ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C">วงปี่พาทย์</a>และวงเครื่องสายประจำวัง</p><p>วงปี่พาทย์นั้นเริ่มแรกทรงใช้วงดนตรีมหาดเล็กเรือนนอกซึ่งเป็นของตระกูลนิลวงศ์ จาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%B2">อำเภออัมพวา</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1">จังหวัดสมุทรสงคราม</a> ต่อมาได้วงดนตรีของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AA_(%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5)">หลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล)</a> และจางวาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5">ทั่ว พาทยโกศล</a> ซึ่งมีนักดนตรีและนักร้องที่มีชื่อเสียงประจำวง</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599025/aa63db642d5a313749bf56135194e0b1/IMG_6646.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918105</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายสุเทพ วงศ์กำแหง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918111</link>
         <description><![CDATA[<p>เรืออากาศตรี สุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ศึกษาตั้งแต่เบื้องต้นจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่จังหวัดบ้านเกิด ความมีแววของการเป็นนักร้องเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียน โดยมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติที่โรงเรียนเสมอ</p><p><br/></p><p>ครั้นจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ได้ย้ายมาอาศัยอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร ด้วยนิสัยรักการวาดเขียนและงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้นนอกจากจะแสดงฝีมืออย่างโดดเด่นในทางศิลปะแล้วยังเป็นนักร้องเสียงดีประจำห้องเรียน</p><p><br/></p><p>สุเทพได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงของตนเอง และได้ใช้ชื่อในการบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรกว่า "ศุภชัย ชื่นประโยชน์" มีผลงานในการบันทึกแผ่นเสียงในยุคแรกเช่นเพลง "รำพรรณรำพึง", "เฉิดโฉม", "นิ่มนวล" ช่วงนั้นวงการภาพยนตร์ไทยกำลังเฟื่องฟู เขาจึงมีงานร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก </p><p><br/></p><p>จุดเด่นของสุเทพคือการมีน้ำเสียงที่ดี มีลีลาในการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับฉายาจาก รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ ว่า "นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์" มีผลงานดีเด่นต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี</p><p><br/></p><p>ได้รับรางวัล</p><ul><li><p>รางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ</p></li><li><p>รางวัลเสาอากาศทองคำ</p></li><li><p>โล่เพชร</p></li><li><p>โล่เกียรติยศ วัดไทยในลอสแอนเจลิส</p></li><li><p>ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ (ศิลปกรรม) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์</p></li><li><p>โล่เกียรติยศพระราชทาน สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2525</p></li><li><p>รางวัลพระราชทาน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2533</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665607398/0e9880beb98b9cd433a3eb852aaacaa4/images__32_.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918111</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918161</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ : พระกรณียกิจด้านดุริยางคศิลป์</p><p>“คิดนอกกรอบ สร้างสรรค์ดนตรีไทย” สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจิตร เจริญ ทรงเป็นอัจฉริยะศิลปินแห่งสยามประเทศ ทรงรอบรู้และทรงมีพระปรีชาสามารถในทางศิลปกรรมแทบทุก แขนง ดุริยางคศิลป์ เป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่พระองค์ทรงสนพระทัยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ แต่ช่วงแรกเป็นการศึกษาด้วยพระองค์เองเป็นส่วนใหญ่ ในปี พ.ศ. 2422 มีการแสดงละครเรื่อง “นิทราชาคริต” ในครั้งนี้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงร่วมแสดงด้วย และมีบทบาทที่จะต้องบรรเลงเพลงมโหรี ซึ่งในครั้งนี้ได้ทรงขอหัดซอกับกรมหมื่นทิวากรและครูถึก โดยเหตุที่ทรงพระปรีชาสามารถทั้งในทางดนตรีและนาฏศิลปะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระฐานันดร เป็นกรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ฯ โดยมีสร้อยพระนามตอนหนึ่งว่า “สังคีตวาทิตวิธีวิจารณ์” ซึ่งแปลว่า “ทรงจัดวิธีแห่งดนตรีการฟ้อนรำ ขับร้องและทำนองเพลง” แสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจทางด้านนาฏศิลป์ และดุริยางคศิลป์</p><p>ด้วยความสนพระทัยในดุริยางคศาสตร์นี้เอง พระองค์จึงมีผลงานพระนิพนธ์หลายเพลงด้วยกัน อันได้แก่</p><p><br></p><p>1. เพลงเขมรไทรโยค</p><p>เมื่อครั้งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มีพระชนมายุ 14 พรรษา ได้ทรงมีโอกาสตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชดำเนินประพาสตำบลไทรโยค เป็นครั้งแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปรารภในอันที่เสด็จพระราชดำเนินไปประพาศยังตำบลไทรโยคอีกเป็นครั้งที่ 2 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพอพระทัยในความงามในตำบลไทรโยค จึงได้นำเพลง “เขมรกล่อมลูก” อัตรา 2 ชั้นเดิมมาดัดแปลงขยายและเพิ่มเติม จนมีทำนองให้แตกต่างออกไป พร้อมกับแต่งบทร้อยกรองบรรยายความงามที่เคยทอดพระเนตร ต่อมาเมื่อเพลงนี้ได้เผยแพร่ออกไปสู่ประชาชน ส่วนมากจะเรียกชื่อเพลงนี้ว่า “เขมรไทรโยค” และเรียกกันมาเช่นนั้นจนถึงปัจจุบัน</p><p><br></p><p>2. เพลงสรรเสริญพระบารมี</p><p>บทร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงแต่งขึ้นตั้งแต่คราวเล่นละครดึกดำบรรพ์ แสดงครั้งแรกที่ศาลายุทธนาธิการในปี พ.ศ. 2431 มาภายหลังในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแก้ไขบทขับร้องเสียใหม่ โดยรักษาบทร้องอันเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ไว้ให้มากที่สุด และเนื้อร้องที่ได้รับการแก้ไขครั้งนี้ จะใช้ร้องกันโดยทั่วไป และสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน</p><p><br></p><p>3. เพลงมหาชัย</p><p>เพลงมหาชัยในอัตรา 2 ชั้นของเดิมใช้บรรเลงประกอบพิธีการทำขวัญหรือเวียนเทียนในพิธีอันเป็นมงคล ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้นำเพลงมหาชัยของเดิมมานิพนธ์ให้มีทำนองแบบ ฝรั่งและให้พระยาวาทิตบรเทศ เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ภายหลังทางราชการได้ใช้เพลงมหาชัยทางฝรั่งนี้เป็น เพลงแสดงการคำนับประธานของงานที่มีศักดิ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าลงมาและนิยมใช้กันแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน</p><p>นอกจากนี้แล้วยังทรงนิพนธ์เพลงไทยอีกหลายเพลง ได้แก่ เพลงสรรเสริญป่า เพลงเต่าเห่ เพลงอาหนู เพลงทยอยเขมร เพลงลาวเล็ก เพลงอกชะเ</p><p>ล หรืออกทะเล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599667/b689aa543a99cf192e204a73c421e3b3/images.webp" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918161</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918196</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นบุตรหลวงคนธรรพวาที (จ่าง จิตตเสวี) มารดาชื่อ เทียบ เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2432 มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน เริ่มเรียน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87">ซอด้วง</a>จากบิดาตั้งแต่อายุ 6 ปี จนออกวงได้เมื่ออายุ 8 ปี และหัดเล่นดนตรีอีกหลายชนิด จนสามารถเล่นดนตรีได้รอบวง ที่ชำนาญเป็นพิเศษ คือ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2">ซอสามสาย</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A2">ขลุ่ย</a></p><p><br/></p><p>ตั้งแต่ พ.ศ. 2449 ได้รับราชการเป็นมหาดเล็กในสังกัด<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87">กระทรวงวัง</a> ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ และได้ฝึกดนตรีเพิ่มเติมจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C)">พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์)</a> จนได้รับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในการตี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%86%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81">ฆ้องวงเล็ก</a> เมื่อตามเสด็จไปภาคใต้ เมื่อ พ.ศ. 2452 ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งหลวงสิทธิ์นายเวร เมื่อ พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน น.ส. เอื้อน ศิลปีเป็นคู่สมรส และได้เลื่อนเป็นพระยาภูมีเสวิน เมื่อพ.ศ. 2468</p><p><br/></p><p>นอกจากฝีมือในการบรเลงดนตรี ท่านยังมีความสามารถในทางนาฏศิลป์ เคยแสดงโขนเป็นตัว<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%95">อินทรชิต</a>หลายครั้ง และบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับดนตรีไว้ เช่น หลักการสีซอสามสาย พระราชพิธีเห่กล่อมพระบรรทม ผลงานการแต่งเพลงของท่านได้แก่ โหมโรงภูมิทองสามชั้น สอดสีเถา จำปาทองเถา และทางเดี่ยวซอสามสายอีกหลายเพลง ได้แก่ ต้นเพลงฉิ่ง ขับไม้บัณเฑาะว์ ทะแย นกขมิ้น ปลาทอง บรรทมไพร พญาครวญ พญาโศก แสนเสนาะ ทยอยเดี่ยว เชิดนอก และกราวในเถา ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ 5 มกราคม พ.ศ. 2519 รวมอายุได้ 86 ปี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599364/8363873f2f95769da3be35b48a4e1970/IMG_7802.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:31:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918196</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นพ ศรีเพชรดี </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918520</link>
         <description><![CDATA[<p>หน้าที่ราชการเรื่อยมา จนได้รับยศสูงสุดเป็นร้อยเอกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ และเกษียณอายุในปีต่อมา (พ.ศ. ๒๕๑๖) ในระหว่างที่รับราชการอยู่นั้น ท่านได้รับพระราชทานเข็มนักดนตรีจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙  ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านปลาบปลื้มใจมากที่สุด </p><p><br/></p><p>แม้ว่า ครูนพ จะออกจากบ้านท่านจางวางทั่วไปตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่ก็ยังไปเล่นดนตรีให้จางวางทั่วเป็นครั้งคราว ในงานส่วนตัวก็ได้ไปสอนดนตรีที่วังคลองเตยเป็นประจำเป็นเวลาหลายปี ตลอดจนได้เล่นดนตรีในงานที่วังเสมอ ๆ จนแม้เมื่อป่วยเป็นมะเร็งแล้วก็ยังไปสอนอยู่จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต </p><p><br/></p><p>ตลอดชีวิตของท่าน ได้สร้างหลักฐานให้ครอบครัว นับแต่ไม่มีอะไรติดตัวเลย จนมีบ้านของตนเองและให้การศึกษาแก่บุตรทุกคนจนสำเร็จมีครอบครัวเป็นหลักฐาน ร้อยเอกนพเป็นนักดนตรีไทยที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคนหนึ่งที่ยากจะหาผู้ใดเหมือน เป็นครูที่มีทั้งวิชาดี ฝีมือดี ในส่วนตัวแล้วร้อยเอกนพ เป็นคนมีอุปนิสัยตรงต่อเวลามาก ผลงานของท่านที่ปรากฏเป็นบทเพลงที่ท่านแยกเสียงประสานได้ที่กองดุริยางค์กองทัพบกเป็นจำนวนมาก</p><p><br/></p><p>งานสำคัญของท่านคือ ฝึกสอน ควบคุมนักดนตรีไทยในวงจุลดุริยางค์และในหมวดดนตรีไทย กองทัพบก เรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยตามแบบสากลสำหรับวงจุลดุริยางค์ และเขียนโน้ตแยกเสียงเครื่องดนตรีต่าง ๆ สำหรับวงโยธวาทิตกองทัพบกด้วย ครูนพก้าวหน้าในหน้าที่ราชการเรื่อยมา จนได้รับยศสูงสุดเป็นร้อยเอก</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599318/868c75ad53acd175a5c9af346a70988b/____________________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:32:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918520</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แช่มช้อย (ดุริยประณีต) ดุริยพันธุ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918726</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ เป็นนักร้อง และเป็นครูสอนขับร้องคนสำคัญของ กรมศิลปากร เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ที่บ้านเลขที่ ๑๐๐ ถนนลำพู หน้าวัดสังเวชวิศยาราม กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อ แช่ม ดุริยประณีต เป็นธิดาคนที่ ๓ ของครูศุข และนางแถม ดุริยประณีต&nbsp;</p><p>เนื่องจากบิดามารดาเป็นนักดนตรีและนักร้อง มีวงปี่พาทย์ของตัวเองและเป็นวงที่มีชื่อเสียงมาก ครูแช่มช้อยจึงเกิดมาท่ามกลางดนตรีไทย มีพี่ชายเป็นนักดนตรีเอก ๓ คน คือ ครูโชติ ครูชื้น ครูชั้นหรือครูเหย่ มีพี่สาวเป็นนักร้อง คือ ครูสุดา เขียววิจิตร มีน้องสาวเป็นเป็นนักร้อง ๓ คน คือ นางชม หรือเขียว รุ่งเรือง นางทัศนีย์ พิณพาทย์ และครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต และยังมีน้องชายเป็นนักระนาดฝีมือเอกชื่อ สืบสุด (ไก่) ดุริยประณีต มีพี่สาวคนโตมิได้เล่นดนตรีอีก ๑ คน ชื่อชุบ&nbsp;</p><p>ชีวิตในวัยเด็ก เริ่มเรียนหนังสือชั้นประถมกับครูแนบ ณ โรงเรียนแนบวิทยา บางลำพู ระหว่างที่โรงเรียนปิดวันหยุด มารดาก็ต่อเพลงขับร้องให้ แต่ครูแช่มช้อยไม่ชอบต่อเพลงกับมารดาเลย มารดาจึงนำไปฝากกับพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) ให้หัดขับร้องที่วังสวนกุหลาบ อันเป็นวังของสมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา จึงได้สนิทสนมรักนับถือกันกับอาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน มาตั้งแต่นั้น ครูแช่มช้อยเรียกอาจารย์เจริญใจว่า “พี่เริญ” ที่วังสวนกุหลาบนี้ ได้เริ่มต่อเพลงจระเข้หางยาว กับพระยาเสนาะ ฯ ต่อมาได้กลับไปเรียนหนังสือที่ โรงเรียนสตรีโชติเวช จนจบชั้นมัธยมปีที่ ๓ เรียนขับร้องกับพระยาเสนาะ ฯ และต่อจากอาจารย์เจริญใจ มาตลอด จนอายุได้ ๑๔ ปี จึงเข้ารับราชการ เป็นพนักงานมโหรี ขับร้อง ในกรมมหรสพหลวง เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖ รับเงินเดือนขั้นต้น เดือนละ ๑๐ บาท เมื่อกรมมหรสพถูกยุบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้ย้ายมาสังกัดกรมศิลปากร ได้รับอัตราเงินเดือน เดือนละ ๑๕ บาท&nbsp;</p><p>ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้รับการบรรจุเป็นศิลปินจัตวา แผนกดุริยางค์ไทย กองดุริยางค์ศิลป์ เงินเดือน ๑๘ บาท ในช่วงนี้เองได้ต่อเพลงขับร้องเพิ่มขึ้นอีกเป็นอันมาก มีครูหลายท่าน อาทิ พระเพลงไพเราะ (โสม สุวาทิต) หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย) หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) อาจารย์มนตรี ตราโมท และครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ ได้เพลงมากทั้งเพลงตับ เพลงเถา เพลงประกอบการแสดงโขนละครได้เป็นศิลปินตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นศิลปินโท พ.ศ. ๒๕๐๕ และเป็นศิลปินเอก พ.ศ. ๒๕๑๘ จนครบเกษียณอายุราชการ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๒&nbsp;</p><p>ครูแช่มช้อย แต่งงานกับครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ มีบุตรธิดาด้วยกัน ๕ คน ทุกคนมีความสามารถในการบรรเลงดนตรีและขับร้องเรียงตามลำดับ คือ สุรางค์ (เกิด พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นนักร้อง) ชนะ (เกิด พ.ศ. ๒๔๘๑ เครื่องหนังและฆ้อง) ดวงเนตร (เกิด พ.ศ. ๒๔๘๒ ซอสามสายและขับร้อง) นฤพนธ์ (เกิด พ.ศ. ๒๔๘๓ ฆ้อง ระนาด เครื่องหนังและขับร้อง) พจนา (เกิด พ.ศ. ๒๔๘๙ เครื่องหนัง ฆ้อง) ลูกทุกคนมีชื่อเสียงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบิดามารดา นับเป็นความภาคภูมิใจของครูเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;</p><p>ในระหว่างรับราชการอยู่กรมศิลปากร ได้เดินทางไปเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ณ ประเทศญี่ปุ่น ๒ ครั้ง รวมทั้งได้เคยออกไปแสดงยังเมืองเสียมราฐ พระตระบอง สมัยดินแดนนี้ยังเป็นของประเทศไทย ได้ถ่ายทอดวิชาการขับร้องให้แก่นักร้องในกรมศิลปากรหลายคน อาทิ แจ้ง คล้ายสีทอง สมชาย ทับพร ลอย รัตนทัศนีย์ สีนวล เขียววิจิตร พัฒนี พร้อมสมบัติ กัญญา โรหิตาจล สุพัชรินทร์ วิจิตรรัตนะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีศิษย์ที่มิได้สังกัดกรมศิลปากรอีก เช่น นายแพทย์สุพจน์ อ่างแก้ว นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล นายศิริ วิชเวช และลูกหลานในตระกูลดุริยประณีต และตระกูลรุ่งเรือง&nbsp;</p><p>ผลงานบันทึกแผ่นเสียงของกรมศิลปากรมีหลายเพลง เช่น เขมรไทรโยค แอ่วเคล้าซอ บุหลันลอยเลื่อน ๒ ชั้น นเรศวร์ชนช้าง ทองย่อน และแขกพราหมณ์ จากเรื่องเงาะป่า ฯลฯ และยังบันทึกเสียงเพลงเกร็ดต่าง ๆ ไว้อีกมาก คือ เพลงโอ้ลาวเถา ทยอยนอก ๓ ชั้น สาริกาชมเดือน ๓ ชั้น แขกสาหร่าย ครูแช่มช้อยเป็นผู้มีน้ำเสียงไพเราะมาก ลีลานุ่มนวล เรียบร้อย ชวนฟัง ได้ทำแผ่นเสียงชุดละครดึกดำบรรพ์ร่วมกับคณะดุริยประณีต คือ เรื่องอิเหนา ตอนตัดดอกไม้ฉายกริช และตอนบวงสรวง เรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ฯลฯ ไว้กับห้างแผ่นเสียงกมลสุโกศล&nbsp;</p><p>ครูแช่มช้อยเลิกสอนขับร้อง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ เนื่องด้วยสุขภาพไม่สู้แข็งแรง และป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ท้ายสุดมีอาการโรคหัวใจ จนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๖</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665605534/b28a1354eb819de8ac54932ab41dadf2/IMG_5878.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:32:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918726</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์  กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918832</link>
         <description><![CDATA[<p>กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม&nbsp; มีพระนามเดิมว่า&nbsp; พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ &nbsp;&nbsp;เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp; กับเจ้าจอมมารดารมรกต&nbsp; ประสูติเมื่อวันที่&nbsp; 13&nbsp; กันยายน&nbsp; พ.ศ.&nbsp; 2425&nbsp;&nbsp; ตรงกับวันพุธ&nbsp; ขึ้น&nbsp; 7&nbsp; ค่ำ&nbsp; เดือน&nbsp; 10&nbsp; ปีมะเส็ง&nbsp; รัตนโกสินทร์ศก&nbsp; 101&nbsp; ทรงศึกษาในประเทศอังกฤษ&nbsp; เมื่อเสด็จกลับได้ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดทูลฉลองกระทรวงเกษตราธิการ&nbsp; ในปี&nbsp; พ.ศ.&nbsp; 2451&nbsp; พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp; &nbsp;&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp; ตั้งพระเจ้าลูกยาเธอ&nbsp; พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์&nbsp; เป็น กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม<br>–ความสามารถและผลงาน–<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม&nbsp; ทรงสนพระทัยดนตรีไทยมากถึงกับมีวงปีพาทย์วงหนึ่งเรียกกันว่า&nbsp; “วงพระองค์เพ็ญ”&nbsp;&nbsp; ทรงเป็นนักแต่งเพลงมราสามารถพระองค์หนึ่ง&nbsp; โดยได้ทรงแต่งเพลง “ลาวดวงเดือน”&nbsp; ซึ่งเป็นเพลงที่นิยมกันแพร่หลายในปัจจุบัน<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเพลงลาวดวงเดือนนี้&nbsp; พระองค์ท่านแต่งขึ้นต้องการให้มีสำเนียงลาว&nbsp; เนื่องจากโปรดทำนองและลีลาเพลง&nbsp; “ลาวดำเนินทราย”&nbsp; เมื่อคราวที่เสด็จตรวจราชการ&nbsp; ภาคอีสาน&nbsp; ระหว่างที่ประทับแรมอยู่ตามทางจึงทรงแต่งเพลงลาวดวงเดือนขึ้น&nbsp; เพื่อให้คู่กับเพลงลาวดำเนินทราย&nbsp;&nbsp; ประทานชื่อว่า&nbsp; “เพลงลาวดำเนินเกวียน”&nbsp;&nbsp; ได้มีผู้กล่าวว่า&nbsp; แรงบันดาลใจที่พระองค์แต่งนั้นเนื่องจากผิดหวังในความรัก&nbsp; คือ&nbsp; เมื่อพระองค์จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ&nbsp; เสด็จขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่&nbsp; และได้พบกับเจ้าหญิงชมชื่น&nbsp; ธิดาเจ้าราชสัมพันธวงศ์&nbsp; พระองค์สนพระทัยมากจนถึงกับให้ผู้ใหญ่ในมณฑ,พายัพเป็นเถ้าแก่เจรจาสู่ขอแต่ได้รับคำตอบจากเจ้าราชสัมพันธวงศ์ว่าขอให้เจ้าหญิงชมชื่นอายุ&nbsp; 18&nbsp; ปีก่อน&nbsp; เพราะขณะนั้นอายุเพียง&nbsp; 16&nbsp; ปี&nbsp; และขอให้ได้รับพระบรมราชนุญาตด้วย&nbsp; เมื่อกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมกลับถึงกรุงเทพฯ&nbsp; ก็ได้รับการทัดทานจากพระบรมวงศานุวงศ์มาก&nbsp; พระองค์ได้รับความผิดหวัง&nbsp; จึงระบายความรักด้วยความอาลัยลงในพระนิพนธ์บทร้อง&nbsp; “เพลงลาวดวงเดือน”&nbsp; ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายไพเราะอ่อนหวามจับใจผู้ฟังมาจนทุกวันนี้ พระองค์สิ้นพระชนม์ (ประชวนพระโรคปอด)&nbsp; เมื่อวันที่&nbsp; 11&nbsp; พฤศจิกายน&nbsp; พ.ศ. 2452&nbsp; มีพระชนมายุเพียง&nbsp; 28&nbsp; พรรษา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600969/028287a7a296a344e6c5475f5e35d18f/D2FB12D1_3609_4F8E_A998_7D272103B8E5.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:32:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918832</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นิภา อภัยวงศ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918922</link>
         <description><![CDATA[<p>ด้วยกัน มีบุตรบุญธรรม ๑ คน ชื่อ มยุรี ได้ก่อตั้งวงดนตรีบรรเลงออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงเป็นประจำ คือ วง ส. สุรางคศิลป์ และได้ร่วมวงบรรเลงกับวงอื่น ๆ เสมอ </p><p><br></p><p>เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งโรงเรียนจิตรลดาขึ้น ครูนิภาได้เข้าไปถวายการสอนดนตรีไทยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ และยังช่วยสอนดนตรีไทยแก่สถาบันต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งรับสอนที่บ้านด้วย เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ครูได้ออกรายการโทรทัศน์ร่วมกับคุณสุมิตรา สุจริตกุล ในรายการหนึ่งในร้อย ซึ่งสนับสนุนโดย ธนาคารกรุงเทพจำกัด เพื่อเล่าเรื่องราวและบรรเลงเพลงที่เคยขับร้องถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏว่ามีผู้สนใจมาก </p><p><br></p><p>ครูนิภา อภัยวงค์ ถึงแก่กรรมลงเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ สิริรวมอายุได้ ๘๙ ปี ๑๐ เดือน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599318/3477b3abea2eff38ce46751fc20e3585/_____________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:32:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087918922</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูเลื่อน สุนทรวาทิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919030</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูเลื่อน เป็นปูชนียบุคคลสำคัญของนักศึกษาและครูอาจารย์ในภาควิชาดนตรี บ้านสมเด็จฯ ท่านอุทิศกำลังกายกำลังใจในการสั่งสอนวิชาดนตรีไทยแก่ศิษย์บ้านสมเด็จอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ครูเลื่อนเป็นธิดาคนที่ 2 ของพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) และคุณหญิงเสนาะดุริยางค์ (เรือน) เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2453 มีพี่สาวชื่อเลียบ และน้องสาวชื่อเจริญ (อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน) บ้านเดิมอยู่บริเวณสระน้ำวิทยาครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ในซอยวัดประดิษฐารามหรือวัดมอญ ครูเลื่อนสมรสกับนายมิ่ง ผลาสินธุ์ มีบุตร 5 คน</p><p>ด้านการศึกษา ครูจบชั้นมัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนศึกษานารี และเรียนดนตรีกับบิดาที่บ้านโดยเริ่มจากการฝึกซออู้ ขลุ่ย จะเข้</p><p>พ.ศ.2503 ครูเลื่อนได้สอบบรรจุเป็นข้าราชการครู และได้รับการบรรจุที่โรงเรียนศรีอินทราทิตย์ จังหวัดสุโขทัย อยู่ที่นั่น 5 ปีก็ย้ายไปอยู่โรงเรียนบ้านสวน จังหวัดเดียวกัน และสุดท้ายย้ายไปประจำที่โรงเรียนหร่ำวิทยานุกูล จังหวัดปราจีนบุรี อยู่ที่นี่จนเกษียณอายุราชการ</p><p>พ.ศ.2526 วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้เชิญครูมาเป็นอาจารย์พิเศษฝ่ายขับร้องไทย สอนนักศึกษาดนตรีไทย ประจำภาควิชาดนตรีจนถึง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665645269/f4e46848aa57d61150a367ff732c2cee/IMG_6389.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:32:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919030</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระตี จุลพล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919123</link>
         <description><![CDATA[<p>นางระตี (วิเศษสุรการ) จุลพล เกิดที่บ้านถนนเดโช อำเภอบางรัก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นบุตรีของพันโทพระวิเศษสุรการ (ต่วน&nbsp; ไชยสุต) และนางแจ่ม วิเศษสุรการ เป็นหลานปู่ของ พระภักดีจุมพล (สกุลเดิม ไชยสุต) และเป็นหลานตาของ นายหลี เสถียรโกเศศ พระวิเศษสุรการนั้นเป็นทหาร เป็นผู้ที่รักและเล่นดนตรีไทยได้ ส่วนมารดาเป็นครูที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม มีพี่น้องร่วมบิดามารดาอีก ๕ คน เป็นชายสามชื่อ จำเนียร กลศ และ สุรเดช เป็นหญิงอีกสองคนชื่อ ลักษณีย์ และสัญฉวี&nbsp; ที่เล่นดนตรีไทยมีนายกลศ (ซอด้วง) และนายสุรเดช (ขลุ่ย)&nbsp;&nbsp;</p><p>เริ่มต้นเรียนหนังสือที่โรงเรียนสายปัญญา โรงเรียนสวนสุนันทา แล้วย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเซ็นฟรังซิสซาเวียร์ จนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ จากนั้นไปเรียนต่อที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ เป็นนักเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รุ่นที่ ๖ เรียนจบได้ประกาศนียบัตรจากเตรียมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;</p><p>เริ่มเรียนดนตรีไทยตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ โดยเรียนที่บ้าน แล้วเริ่มต่อจะเข้กับครูเป็นงานเป็นการเมื่ออายุได้ ๑๒ ปี โดยต่อเพลงจระเข้หางยาวเป็นเพลงแรกกับครูชุ่ม กมลวาทิน จากนั้นก็ต่อเพลงแป๊ะ พม่าห้าท่อน และลาวแพน ต่อมาได้หัดจะเข้เพิ่มเติมจากครูจ่าง แสงดาวเด่น (ศิษย์ของหลวงว่องจะเข้รับ) นอกจากจะเรียนเพลงธรรมดาแล้วได้ต่อเดี่ยวจะเข้ เพลงมู่ล่ง แขกมอญ ๓ ชั้น และกราวใน ต่อมาเมื่อครูจ่างถึงแก่กรรมแล้วจึงได้ต่อเพลงเพิ่มเติมจาก ครูแสวง อภัยวงศ์ ได้ทางเดี่ยวสารถี แขกอาหวัง และจีนขิมใหญ่ ได้แสดงฝีมือเดี่ยวจะเข้ออกอากาศทางวิทยุศาลาแดงเป็นครั้งแรกด้วยเพลงลาวแพน เมื่ออายุ ๑๕ ปี&nbsp;</p><p>ต่อมาได้สมัครเข้าทำงานที่กรมประชาสัมพันธ์ สมัย พล.ท. ม.ล.ขาบ กุญชร เป็นอธิบดี&nbsp; ได้ร่วมงานกับครูพุ่ม บาปุยะวาส และนักดนตรีคนสำคัญอีกหลายคน อาทิ ครูฉลวย จิยะจันทน์&nbsp; ครูสมาน ทองสุโชติ ครูบุญยงค์ เกตุคง ครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์ ครูประสงค์ พิณพาทย์ ครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต ฯลฯ ครูสมาน ทองสุโชติ ได้ประดิษฐ์ทางเดี่ยวจะเข้ให้เป็นพิเศษอีก ๔ เพลง คือ สุดสงวน&nbsp; สุรินทราหู&nbsp; นกขมิ้น และอาถรรพ์ อันเป็นทางเฉพาะสำหรับผู้ที่เดี่ยวจะเข้&nbsp; “ไหว” เป็นพิเศษจริง ๆ&nbsp;&nbsp;</p><p>ครูระตีได้ชื่อว่า เป็นนักจะเข้ฝีมือยอดเยี่ยมในระดับแนวหน้าคนหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ที่ยากจะหาผู้ใดเหมือน ท่านดีดแรง ทั้งไหว ทั้งเรียบ และชัดเจนแจ่มแจ้งทุกตัวโน้ต เคยบันทึกเสียงเพลงเดี่ยวต่าง ๆ ไว้มาก&nbsp; นับเป็นนักดนตรีที่มีผู้นิยมชมชื่นในฝีมือมากที่สุดคนหนึ่ง เคยได้รับรางวัลชนะเลิศในการเดี่ยวจะเข้ เมื่อมีการประกวดทางสถานีวิทยุสื่อสาร&nbsp;</p><p>ในด้านการสอน ได้สอนจะเข้ให้นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนพันธะวัฒนา&nbsp; คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ศิษย์ที่มีฝีมือดี ได้แก่ สุรพล พงษ์สุวรรณ สัก&nbsp; รินทร์ สู้บุญ ภัทร เครือสุวรรณ และกมล ชิดช่าง&nbsp;&nbsp;</p><p>ชีวิตครอบครัว แต่งงานกับ นายพนิต&nbsp; จุลพล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ มีบุตรสองคน คือ พ.ต.ต. พนิน&nbsp; จุลพล และคุณพนิตา สวัสดิโรจน์ ทั้งสองคน มิได้เล่นดนตรีไทย&nbsp;&nbsp;</p><p>ครูระตีได้รับตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรีไทย กรมประชาสัมพันธ์ มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๖ จนเกษียณในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ และถึงแก่กรรมในวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๑ รวมอายุได้ ๖๕ ปี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599122/6d48bc5ce0df89f438326e7e4705cd83/IMG_5073.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:32:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919123</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทิศ นาคสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919296</link>
         <description><![CDATA[<p>ได้คิดและปรับปรุงเครื่องดนตรีขึ้นด้วยหลายชนิด ได้แก่ อังกะลุงราวสำหรับบรรเลงคนเดียว ระนาดเอกอะลูมิเนียมในระบบครึ่งเสียง (มี 14 เสียงในหนึ่งคู่แปด) ระนาดทุ้มเหล็กที่ปรับปรุงให้มีเสียงกังวานมากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนลูกระนาดเป็นอะลูมิเนียมแข็ง และเพิ่มหลอดดูดเสียงแทนรางอย่างแต่ก่อน ระฆัง 9 เสียงที่สร้างขึ้นเพื่อใช้กับวงดนตรีไทยประสานเสียง ฆ้องโหม่งราวที่ปรับปรุงให้เคลื่อนย้ายง่ายและสะดวกในการนั่งบรรเลง และได้ผลิตตำราและคู่มือฝึกดนตรีไทยขึ้นด้วยหลายเล่ม อาทิ ทฤษฎีและหลักปฏิบัติดนตรีไทย ภาค 1 (ภาคทฤษฎี) และภาค 2 (ภาคปฏิบัติ) ประมวลบทเพลงไทย (สำหรับบทปี่พาทย์) เพลงตับ และเพลงเนื้อเต็มต่างๆ คู่มือฝึกอังกะลุง คู่มือฝึกซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ย จะเข้ และยังมีบทความเกี่ยวกับดนตรีไทยอีกมาก</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665604432/113c4fc732256ef47270679bc631c011/DC07BA19_ED7C_4EE2_8C13_C2E75210EFC6.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:33:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919296</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เหนี่ยว ดุริยพันธุ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919439</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>เหนี่ยว ดุริยพันธุ์</strong> เกิดเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 ที่ตำบลวัดทองนพคุณ อำเภอคลองสาน บิดาชื่อเนื่อง มารดาชื่อโกสุมภ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน ปู่ของเขาเป็นเจ้าของวงดนตรีไทย เหนี่ยวเริ่มร้องเพลงกับวงปี่พาทย์ของปู่ตั้งแต่อายุ 10 ปี และได้ต่อเพลงกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A1_%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99)">พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน)</a> เมื่ออายุ 15 ปี ได้รับราชการเป็นนักร้องในกรมปี่พาทย์และโขนหลวงตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2474 เป็นนักร้องอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น แต่ในการอัดแผ่นเสียงเพลงไทยโดย<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2">ราชบัณฑิตยสภา</a>เหนี่ยวมิได้ร่วมอัดเสียง เนื่องจากย่างเข้าสู่วัยรุ่นทำให้เสียงแตก</p><p>ต่อมา เหนี่ยวได้เรียนขับร้องเพิ่มเติมจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93_(%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2)">หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย)</a> และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A1_%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95)&amp;action=edit&amp;redlink=1">พระเพลงไพเราะ (โสม สุวาทิต)</a> และหัดขับเสภาจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99">หมื่นขับคำหวาน</a>ด้วย เมื่อมีการยุบเลิกกรมมหรสพ ใน พ.ศ. 2478 เหนี่ยวย้ายมารับราชการอยู่ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">กรมศิลปากร</a> ได้เข้าร่วมร้องเพลงไทยสากลที่เป็นเพลงปลุกใจอยู่หลายเพลง</p><p><br/></p><p>เหนี่ยวสมรสกับ แช่มช้อย ดุริยประณีตเมื่อ พ.ศ. 2479 มีบุตรธิดาด้วยกันทั้งสิ้น 6 คน </p><p><br/></p><p>ผลงานเพลงส่วนใหญ่เป็นการขับร้อง ซึ่งมีการบันทึกเสียงไว้น้อย เท่าที่เหลืออยู่ได้แก่ ปลาทองสามชั้น บุหลันสองชั้น เขมรไทรโยค สิงโตเล่นหาง เวสสุกรรม ขอมกล่อมลูก พม่าเห่ เสภาเรื่องกากี และชุดตับจูล่ง เพลงที่ชอบขับร้องได้แก่ เพลงแขกมอญสามชั้น และแขกมอญบางขุนพรหมเถา เหนี่ยวถึงแก่กรรมเมื่อ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ขณะที่มีอายุเพียง 39 ปี ด้วยอุบัติเหตุ</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665605534/6f7a89e9b1cde5853d2073cedce2023e/IMG_5880.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:33:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919439</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรืออากาศเอก โองการ กลีบชื่น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919531</link>
         <description><![CDATA[<p>เรืออากาศเอกโองการ กลีบชื่น มีนามเดิมว่า ทองต่อ เป็นบุตรของนายขำและนางทองอยู่ ซึ่งเป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ประจำอยู่วัดพระพิเรนทร์ และวัดอนงคาราม ครูโองการ จึงมีชีวิตคลุกคลีอยู่กับดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็ก โดยมีบิดาเป็นผู้ฝึกสอนให้ เมื่ออายุได้ ๖ ปี  ได้เรียนปี่พาทย์กับครูปริก โตสง่า อายุได้ ๘ ปี ได้ต่อเพลงกับครูเจริญ และเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าฯ กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย จนกระทั่งกรมขุนเพชรบูรณ์ฯ สิ้นพระชนม์ จึงได้ไปเรียนดนตรีต่อจากครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งเป็นเลิศในทางปี่พาทย์ ได้แสดงความสามารถจนเป็นที่พอใจของครูหลวงประดิษฐฯ มาก ครูโองการ เป็นศิษย์ก้นกุฏิของท่านครูหลวงประดิษฐ์ฯ คนหนึ่ง</p><p>ผลงานทางด้านการแต่งเพลง มีอาทิ เพลงขอมกล่อมลูกเถา คู่มอญรำดาบเถา เพลงพญาสี่เสาเถา เพลงพระจันทร์ครึ่งซีกเถา ฯลฯ และได้แต่งทางร้องเพลงพม่าห้าท่อน ๖ ชั้น เพลงธรณีกรรแสงเถา พระอาทิตย์ชิงดวงเถา ทองย่อนเถาเนื้อเต็ม ฯลฯ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665612603/ae8ee8a68a5d174e00e3b5d846d44f79/1____________________________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:33:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087919531</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เฉลิม บัวทั่ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920058</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>เฉลิม บัวทั่ง</strong> เป็นบุตรของนายปั้นและนางถนอม บัวทั่ง เกิดเมื่อ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2453 บิดาของท่าน เป็นนักดนตรีสังกัดอยู่ในวัง <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม</a> เมื่อกรมหมื่นพิชัยฯ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2452 นักดนตรีในวงแยกย้ายกันไป นายปั้นกลับไปตั้งวงดนตรีเองที่บ้านคลองบางม่วง จังหวัดนนทบุรี เฉลิมหัดเรียนระนาดกับบิดาตั้งแต่อายุ 6 ปี จนสามารถเล่นได้รอบวงเมื่ออายุได้ 11 ปี จากนั้นจึงมาเรียนดนตรีไทยกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C)">พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์)</a> เมื่อพระยาประสานดุริยศัพท์ถึงแก่กรรม เฉลิมจึงไปอยู่กับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B2_(%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99_%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D)">พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ)</a> เมื่ออายุได้ 15 ปี เฉลิมรับราชการเป็นนักดนตรีอยู่ในกรมปี่พาทย์และโขนหลวง จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ต่อมา ถึง พ.ศ. 2478 กรมปี่พาทย์และโขนหลวงก็ถูกยุบมารวมอยู่ในกรมศิลปากร ในระยะนี้มีการปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศ เฉลิมถูกดุลย์ออกจากราชการไปเป็นครูสอนดนตรีไทย แล้วกลับเข้ารับราชการใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">กรมศิลปากร</a>อีกระยะหนึ่ง ก็ลาออกไปประกอบอาชีพดนตรีเป็นส่วนตัว</p><p>เมื่อ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2">สงครามโลกครั้งที่ 2</a> สงบแล้ว ท่านได้เข้ารับราชการประจำวงดนตรีของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88">กรมตำรวจ</a>ซึ่งได้แต่งเพลงไว้หลายเพลงเช่น</p><ul><li><p>มอญอ้อยอิ่งเถา</p></li><li><p>ขอมใหญ่เถา</p></li><li><p>เขมรพายเรือเถา</p></li><li><p>เขมรเหลืองเถา</p></li><li><p>ลาวเลียบค่ายเถา</p></li></ul><p>ต่อมา ได้ออกจากราชการตำรวจไปประกอบอาชีพส่วนตัว รับสอนดนตรีไทย และเป็นหัวหน้าวงดนตรีเสริมมิตรบรรเลง ท่านได้แต่งเพลงอีกหลายเพลง เช่น</p><ul><li><p>โหมโรงประสานเนรมิตร</p></li><li><p>โหมโรงจามจุรี</p></li><li><p>โหมโรงสรรเสริญพระจอมเกล้า</p></li><li><p>โหมโรงพิมานมาศ</p></li><li><p>โหมโรงมหาปิยะ</p></li><li><p>โหมโรงรามาธิบดี</p></li><li><p>ลาวลำปางใหญ่เถา</p></li><li><p>ลาวลำปางเล็กเถา</p></li><li><p>ลาวกระแซเถา</p></li><li><p>ลาวกระแตเล็กเถา</p></li><li><p>ลาวเจริญศรีเถา</p></li><li><p>สีนวลเถา</p></li><li><p>ลาวครวญเถา</p></li><li><p>ดอกไม้เหนือเถา</p></li><li><p>เคียงมอญรำดาบเถา</p></li><li><p>เขมรใหญ่เถา</p></li><li><p>สาวสอดแหวน</p></li><li><p>ประพาสเภตรา</p></li><li><p>หงส์ทอง (ทางวอลซ์)</p></li><li><p>ล่องลม</p></li></ul><p>ได้รับรางวัลนักดนตรีไทยตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ. 2524 แต่งเพลงปิ่นนคเรศเถาเข้าประกวดรางวัลพิณทองเมื่อ พ.ศ. 2525 ได้รางวัลชนะเลิศ ได้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) เมื่อ พ.ศ. 2529</p><p>ครูเฉลิมแต่งงานกับนางไสว มีบุตรธิดาด้วยกันทั้งสิ้น 11 คน บุตรธิดาของท่านที่มีฝีมือในทางดนตรีไทยได้แก่</p><ul><li><p>พัฒน์ บัวทั่ง</p></li><li><p>สุพัฒน์ บัวทั่ง</p></li><li><p>สุธาร ศุขสายชล</p></li></ul><p>ครูเฉลิมเสียชีวิตเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2530 รวมอายุได้ 77 ปี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599122/5b79ac70c836ec8d88fb63d77c663d36/IMG_5072.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:33:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920058</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920139</link>
         <description><![CDATA[<p> ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ณ บ้านดุริยประณีต หลังวัดสังเวช วิศยาราม (ปัจจุบันคือบริเวณถนนพระอาทิตย์ ย่านบางลำภู) เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๖ คนของครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์ กับครูแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ นักร้องเอกของกรมศิลปากร โดยมีพี่น้องที่เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงคือ ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์ และครูนฤพนธ์ ดุริยพันธุ์</p><p>ครูดวงเนตรได้เริ่มเรียนต่อเพลงสองชั้น สามชั้น และเพลงเถากับครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต (ศิลปินแห่งชาติ) และครูชม รุ่งเรือง เพลงร้องประกอบการแสดงละครประเภทต่างๆ จากครูสุดา เขียววิจิตร เพลงหุ่นกระบอกจากครูชื้น สกุลแก้ว (ศิลปินแห่งชาติและผู้เชี่ยวชาญคีตศิลป์ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร) ครูเจริญใจ สุนทรวาทิน (ศิลปินแห่งชาติ) และครูละม่อม อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นต้น <br><br>ครูดวงเนตรได้กล่าวถึงแนวทางการขับร้องของตัวท่านเองว่าจะเหมือนคุณ พ่อ คือ ครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ โดยฟังจากเทปเก่าๆ ที่เคยอัดไว้ ส่วนครูสุรางค์พี่สาวจะร้องแนวไปทางมารดา คือ ครูแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ <br><br>ปัจจุบันนี้ ในวงการของการแสดงหุ่นกระบอก วงการดนตรีไทย คีตศิลป์ และผู้ชมการแสดงหรือแม้แต่ในวงการของนาฏศิลป์ที่ได้ไปร้องประกอบการแสดงต่างรู้จักครูดวงเนตรกันเป็นอย่างดี เนื่องด้วยครูดวงเนตรนั้น เป็นนักร้องที่มีน้ำเสียงไพเราะ และลีลาการขับร้องที่ไพเรา น่าฟังเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการขับร้องเพลงไทยทุกประเภท และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงหุ่นกระบอก จนถือได้ว่าเป็นขุมคลังความรู้ของเพลงหุ่นกระบอกในปัจจุบันเลยทีเดียว <br><br>ส่วนลูกศิษย์ทุกคนจะรู้จักครูดวงเนตรกันดี ในนาม ครูน้อย แม่น้อย หรือ ย่าน้อย ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่ในครอบครัวเรียกกันตั้งแต่เด็ก โดยท่านได้อุทิศตนเพื่อถ่ายทอดวิชาทางด้านการขับร้องเพลงไทยและเพลงหุ่นกระบอกในแก่ที่ลูกศิษย์ โดยไม่เรียกร้องเงินทองหรือสิ่งตอบแทนใดๆ จากลูกศิษย์ที่มาศึกษาหาความรู้เลยแม้แต่น้อย เพราะท่านได้ถือว่าเป็นความสุขที่ได้เผยแพร่สืบทอดศาสตร์และศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินไทย<br><br>ครูดวงเนตรเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี และร่าเริงแจ่มใสอยู่เป็นนิจ ใครได้ฟังได้คุยด้วยก็เกิดความประทับใจ ท่านมีความสนิทสนมกับครูสุรางค์พี่สาวของท่านอย่างมาก และเป็นที่น่าสังเกตว่าเสียงของท่านทั้งสองนั้นคล้ายกันมาก จนต้องแยกแยะจากวิธีการขับร้องเลยทีเดียว <br><br>ครูดวงเนตรเกษียณอายุราชการขณะดำรงตำแหน่งคีตศิลป์ ระดับ ๗ ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขอให้ท่านมาช่วยงานเป็นผู้ชำนาญการด้านคีตศิลป์ไทย เพื่อถ่ายทอดวิชาด้านนี้ให้กับศิลปินรุ่นหลัง ที่บัณฑิตพัฒนศิลป์ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และโรงเรียนประชาราชวิทยาลัย<br><br>ด้านชีวิตครอบครัว ท่านได้สมรสกับครูสุพจน์ โตสง่า นักระนาดผู้มีชื่อเสียง มีบุตรและธิดา ๓ คน คือ นาย ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า นาง ปิยะธิดา วิบูลย์เลิศวัฒนา และชัยยุทธ์ โตสง่า ซึ่งบุตรชายคนโตและคนสุดท้อง เป็นนักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงอย่างมากในปัจจุบัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665605606/91e7e5f67c5c49f89d2fc8d72873b79b/IMG_6155.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:33:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920139</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลวงบรรเลงเลิศเลอ (กร กรวาทิน)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920773</link>
         <description><![CDATA[<p>หลวงบรรเลงเลิศเลอ (กร กรวาทิน) เกิดเมื่อ พ.ศ. 2522 เริ่มเรียนดนตรีมาตั่งแต่อายุ 11 ปี กับวงปี่พาทย์วัดน้อยทองอยู่ ของท่านสมภารแแสง เจ้าอาวาสในขณะนั้น ซึ่งมีครูช้อย สุนทรวาทินเป็นผู้สอนและควบคุมวง ต่อมาวงปี่พาทย์วัดน้อยทองอยู่ได้เข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กเรือนนอก ของสมเด็จพระพันปีหลวง (พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ) จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะะดำรงพระยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มีพระราชประสงค์ จะมีวงปี่พาทย์ไว้เป็นการส่วนพระองค์ จึงทรงขอวงปี่พาทย์วงนี้ จากสมเด็จพระพันปีหลวง พร้อมด้วยนักดนตรีอีก 5 ท่านคือ (1) นายนาค วัฒนวาทิน ต่อมาได้บรรดาศักดิ์เป็นหลวงพวงสำเนียงร้อย (2) นายเพิ่ม วัฒนวาทิน ต่อมาได้บรรดาศักดิ์เป็น หลวงสร้อยสำเนียงสน (3) นายแหยม วีณิน ต่อมาได้บรรดาศักดิ์เป็น พระประดับดุริยกิจ (4) นายบุศย์ วีณิน ต่อมาได้บรรดาศักดิ์เป็น ขุนเพลิดเพลงประชัน ซึ่งทำให้หลวงบรรเลงเลิศเลอ ได้เข้ามารับราชการอยู่ในวงเป็นลูกศิษย์ของครูแปลก ประสานศัพย์ด้วย และในปี พ.ศ. 2458 จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นที่ ขุนบรรเลงเลิศเลอ รับกราชการอยู่ในกรมมหรสพ และเลื่อนเป็นหลวงบรรเลงเลิศเลอ ในปี พ.ศ. 2466 เครื่องดนตรีที่ท่านถนัดที่สุดคือ ปี่ใน</p><blockquote><p><br></p></blockquote>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665612603/1d061b91edd35444a9ddebe07687e052/____________________________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:34:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920773</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูชาลี อินทรวิจิตร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920787</link>
         <description><![CDATA[<p>ชาลี อินทรวิจิตร เดิมชื่อจริง สง่า ลือประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2465 ที่ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร จบการศึกษาจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C">โรงเรียนอำนวยศิลป์</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F&amp;action=edit&amp;redlink=1">โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ</a>รุ่นแรก แผนกการเดินรถ คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยกล่าวไว้ในตอนหนึ่งของหนังสือ "คอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง ครั้งที่ 2 ชาลี อินทรวิจิตรว่า" <em>" ชาลีฯ ก่อนเล่นละครเป็นนักร้องลูกศิษย์ครู</em><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99_%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1"><em>ล้วน ควันธรรม</em></a><em>ก่อนเป็นนักร้องเขาเป็นนักเรียนวิศวกรรมรถไฟรุ่นแรก พร้อมที่จะเป็นนายสถานีรถไฟผู้เคาะโทรเลขได้สมบูรณ์แบบ แต่เขาเลือกมาเคาะจังหวะเพลงและเป็นศิษย์รุ่นแรกแถวหน้าของครูล้วนฯ ร้องเพลงได้กระทบยอดไหล่กับ</em><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C"><em>สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์</em></a><em>"</em></p><p><br></p><p>เป็นผู้ประพันธ์คำร้อง ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้รับยกย่องเป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">ศิลปินแห่งชาติ</a> สาขาศิลปะการแสดง (ผู้ประพันธ์คำร้อง-ผู้กำกับภาพยนตร์) ประจำปีพุทธศักราช 2536 มีผลงานประพันธ์คำร้องเพลงที่มีชื่อเสียง ได้แก่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2"><em>สดุดีมหาราชา</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%9A_(%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87)"><em>แสนแสบ</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A1_(%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87)"><em>ท่าฉลอม</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;action=edit&amp;redlink=1"><em>สาวนครชัยศรี</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;action=edit&amp;redlink=1"><em>ทุ่งรวงทอง</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89&amp;action=edit&amp;redlink=1"><em>มนต์รักดอกคำใต้</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87_(%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87)&amp;action=edit&amp;redlink=1"><em>แม่กลอง</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E_(%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87)"><em>เรือนแพ</em></a><em>, </em><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81#%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81"><em>จำเลยรัก</em></a><em> หลงเงา ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก รักเธอเสมอ กรุงเทพ ป่าลั่น บ้านเรา ฉันรอจูบจากเธอ ฯลฯ</em></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665605901/bc29cb770cb676513c6c8b5d7380644b/72DCEC91_702C_4E4E_A0C2_4F4CC0585081.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:34:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087920787</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921144</link>
         <description><![CDATA[<p>นักดนตรีหญิงคนแรกในวงการดนตรีไทย ที่ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คือ คุณหญิงไพฑรูย์ กิตติวรรณ</p><p>คุณหญิงไพฑรูย์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๓ ตรงกับวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นบุตรีของจางวางทั่ว และนางปลั่ง พาทยโกศล มีพี่ชายคนเดียว คือ นายเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล ท่านครูจางวางทั่ว ผู้เป็นบิดาเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้สืบทอดศิลปะการดนตรีมาจากบรรพบุรุษและได้ถ่ายทอดสืบต่อมาให้บรรดาบุตรหลาน และศิษย์อื่น ๆ อีกมาก บุคคลที่มีความสำคัญในชีวิตของคุณหญิงไพฑรูย์อีกท่านหนึ่งคือ คุณแม่เจริญ พาทยโกศล หรือที่เรียกกันติดปากว่า หม่อมเจริญ ภรรยาของท่านครูจางวางทั่ว เพราะนอกจากจะได้เลี้ยงดู อบรม วิชาการบ้านการเรือนให้แล้ว ยังได้ถ่ายทอดวิชาร้องเพลงให้อีกด้วย</p><p><br/></p><p>คุณหญิงไพฑรูย์ได้ถ่ายทอดวิชาดนตรีไว้มากมาย เช่น หัดดนตรีให้วงบางบัวทองของประสาท สุขุม สอนที่โรงเรียนสตรีวัดระฆัง โรงเรียนราชินี วิทยาลัยทับแก้ว <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">มหาวิทยาลัยศิลปากร</a> สโมสรนิสิต<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</a> วงบ้านปลายเนิน (วังคลองเตย) ประมาณปี พ.ศ. 2512 คุณหญิงได้ถวายสอนซอด้วงและซออู้แด่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%AF_%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5">สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AF_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99_%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5">สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี</a> นอกจากนั้น ท่านได้ประดิษฐ์ทางร้องเพลงวาไว้เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2524 ได้เป็นแม่งานในการบันทึกเสียงเพลงพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เพื่อเก็บไว้ที่ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตรในบริเวณ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">หอสมุดแห่งชาติ</a> และควบคุมการฝึกซ้อมบรรเลงวงโยธวาทิตวงใหญ่ในโอกาสฉลองครบรอบร้อยปีของจางวาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5">ทั่ว พาทยโกศล</a> บิดา</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665605901/7a03be7ac5409679f9223b59854d8e3b/66B4B57D_F4FF_41DA_820E_E4F4A70CDFC0.gif" />
         <pubDate>2024-08-26 04:34:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921144</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วรยศ ศุขสายชล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921359</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>วรยศ ศุขสายชล</strong> เป็นนักดนตรี นักประพันธ์เพลง ศิลปินชาวไทยผู้มีความสามารถในการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายไทย (ซอ) ในแนวทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีผลงานการประพันธ์และเรียบเรียงเพลงสำหรับบรรเลงเดี่ยวและรวมวง และมีผลงานการค้นคว้าเรียบเรียงทฤษฎีเสียงดนตรีไทย และพัฒนาต่อยอดขิมไทยที่สามารถบรรเลงได้ทั้งอนุรักษ์และร่วมสมัย เคยร่วมแสดงดนตรีไทยทั้งระดับชาติและนานาชาติ มีผลงานการบันทึกเสียงเพลงไทยแนวอนุรักษ์และร่วมสมัยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665598900/8539cfdf869a4573b6bc04ee3af144d7/IMG_0316.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:35:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921359</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จำเนียร ศรีไทยพันธุ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921379</link>
         <description><![CDATA[<p>จำเนียร ศรีไทยพันธุ์&nbsp;(21 ตุลาคม พ.ศ. 2463 - 27 มิถุนายน พ.ศ. 2540) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปี พ.ศ. 2536 ครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2463 ที่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรของนายนาคและนางเปลี่ยน เรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลบางระทึก วัดดอนหวาย&nbsp;อำเภอสามพราน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;จนจบชั้นประถมปีที่ 4 เริ่มเรียนดนตรีไทยกับครูสุ่ม พูลโคกหวาย ต่อมาได้ไปเรียนกับครูทองดี เดชชาวนาและครูขุนทอง บางระจัน รวมทั้งเรียนวิชาปี่ชั้นสูงจากครูเล็ก มีป้อม เริ่มออกงานบรรเลงดนตรีตั้งแต่ พ.ศ. 2472 ขณะอายุเพียง 9 ปี จากนั้น นายจำเนียรได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์และต่อเพลงกับครูเพลงอีกหลายท่านจนเชี่ยวชาญ และได้สมรสกับผ่องศรี สุขสมัยเมื่อ พ.ศ. 2484 มีบุตร 4 คน คือ อนงค์ อานุภาพ อร่ามศรี และอารีย์ ศรีไทยพันธุ์ต่อมาจำเนียร ได้รับราชการที่กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;ในตำแหน่งศิลปินจัตวา เมื่อ พ.ศ. 2496 จนเกษียณอายุ เมื่อ พ.ศ. 2524 โดยมีผลงานทั้งการเล่นดนตรี การแต่งเพลงไทยและเป็นครูสอนดนตรีไทยตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ตัวอย่างเพลงเถาที่นายจำเนียรได้ประพันธ์ไว้คือ สร้อยลำปาง ตามกวาง ยอเร มอญขว้างดาบ ศรีธรรมราช สองฝั่งโขง และน้ำลอดใต้ทราย เป็นต้น ตัวอย่างเพลงที่ประพันธ์บทร้อง ได้แก่ เทพชาตรีเถา ต้อยตลิ่งเถา นาคนิมิตรเถา และนกกระจอกทองเถา เป็นต้น ส่วนผลงานการร้องเพลงไทยเดิมที่ได้บันทึกเสียงไว้คือ บันทึกเสียงกับวงดนตรีพลายมงคลที่จัสแมค บันทึกเสียงกับวงดนตรีดุริยประณีต ที่บริษัทยีซีม่อน บันทึกเสียงกับวงดนตรีเกตุคงและบันทึกเสียงร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องเงาะป่า</p><p><br></p><p>ครูจำเนียรถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2540 สิริรวมอายุได้ 77 ปี มีพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ณ วัดดอนหวาย&nbsp;จังหวัดนครปฐม</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665604018/d30fd45c28f7d11eace596fa26fa959b/____________________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:35:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921379</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921714</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล</strong> เกิดเมื่อ 24 กันยายน พ.ศ. 2450 เป็นบุตรคนใหญ่ของจางวาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5">ทั่ว พาทยโกศล</a>และนางปลั่ง นามเดิมว่านก ต่อมาเมื่ออายุ 10 ปี <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95">สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต</a> หรือทูลกระหม่อมบริพัตรฯประทานนามให้ว่า "เทวาประสิทธิ์" ตามชื่อเพลงเพลงหนึ่ง เทวาประสิทธิ์ได้สมรสกับนางสาวยุพา โอชกะ เมื่อ พ.ศ. 2474 มีบุตรชายเพียงคนเดียวคือนายอุทัย พาทยโกศล</p><p>เทวาประสิทธิ์ได้หัดเรียนดนตรีไทยจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AA_(%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5)">หลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล)</a> ผู้เป็นปู่และจากจางวางทั่วผู้บิดานับตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนกระทั่งท่านสามารถบรรเลงเครื่องปี่พาทย์ได้ดีตั้งแต่อายุ ได้ 8 ปี จากนั้นท่านได้ไปเรียนดนตรีกับ ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ตั้งแต่ยังเด็ก ได้ไปเรียนเป่าปี่ในกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C)">พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์)</a> จนกระทั่งเชี่ยวชาญในการเป่าปี่</p><p>ในปี พ.ศ. 2466 เทวาประสิทธิ์ขณะที่มีอายุ 15 ปี ได้เข้าร่วมประชันวงปี่พาทย์ที่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1">วังบางขุนพรหม</a> และเดี่ยวปี่ได้รางวัลชนะเลิศ ส่วนในทาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2">ซอสามสาย</a>นั้นท่านได้รับประทานซอคู่พระหัตถ์ซึ่งเสียงดีมากมาคันหนึ่ง เรียกกันว่า ซอทวนนาค และยังได้เรียนกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5">พระยาอมาตยพงศ์ธรรมพิศาล</a> (ประสงค์ อมาตยกุล) เมื่ออายุได้ 20 ปี ได้เข้ารับราชการทหาร อยู่ในกองแตรวงมหาดเล็กรักษาพระองค์ ทำหน้าที่เขียนโน้ตสากล หลังจากนั้นเป็นนักดนตรีอยู่กับวงพิณพาทย์วังบางขุนพรหมของทูลกระหม่อมบริพัตรฯ และวงพิณพาทย์ของจางวางทั่ว ท่านได้ควบคุมวงปี่พาทย์ต่อจากบิดาของท่าน ซึ่งรู้จักกันในนามว่า วงพาทยโกศล หรือวงฝั่งขะโน้น</p><p>เทวาประสิทธิ์ ได้ถ่ายทอดวิชาดนตรีให้สถาบันการศึกษาหลายแห่ง เช่น โรงเรียนการช่างสตรีโชติเวช โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนศึกษานารี <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5_%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5">คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล</a> วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ วิทยาลัยเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E">วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</a> ท่านเคยช่วยราชการในด้านการบรรยายพิเศษ และปรับวงดนตรีให้แก่กองทัพบกและกรมตำรวจ นอกจากนั้น ท่านได้เคยถวายสอนซอสามสายแด่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา</a>ฯ ได้ถวายสอนซอด้วงและซออู้แด่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%AF_%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5">สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</a> เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพระอิสริยศักดิ์เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอและแด่<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AF">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ</a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665631455/68c47eddf0fdc8799bd5a82605792a96/C6AB9EDC_0D05_4EA0_9579_8DEF254F5F45.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:35:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921714</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูประสิทธิ์ ถาวร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921852</link>
         <description><![CDATA[<p>นายประสิทธิ์&nbsp; ถาวร ป็นนักดนตรีและอาจารย์สาขาดุริยางคศาสตร์ ที่มีทั้งฝีมือและวิชาความรู้ดีมากที่สุดคนหนึ่งของวงการดนตรีไทย เกิดที่ตำบลท่าเจ้าสนุก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุทธยา เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๔ บิดาซื่อ นายสุด เป็นนักเทศน์ ที่มีชื่อเสียงมาก มารดาชื่อ นางฟู มีพี่น้องร่วมบิดามารดารวม ๖ คน และเป็นคนเดียวของครอบครัวที่เป็นนักดนตรีไทย&nbsp;</p><p>เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดสฏางค์ เมื่ออายุ ๗ ปี จนอายุได้ ๑๓ ปี จึงมาเรียนต่อเป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนนาฏดุริยางค์ กรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.&nbsp; ๒๔๗๗ จบชั้นมัธยมปีที่ ๓ และเข้ารับการอบรมหลักสูตรวิชาดุริยางค์ไทยเพิ่มเติมจากกรมศิลปากรอีก ๑ ปี จนได้รับประกาศนียบัตร ในปี พ.ศ. ๒๔๘๒&nbsp;&nbsp;</p><p>หัดดนตรีไทยครั้งแรกเมื่อเรียนชั้นประถมศึกษากับพี่เขยชื่อ ครูละมุด จำปาเฟื่อง เรียนได้เร็วและมีฝีมือดี จนได้เป็นคนระนาดเอกประจำวงปี่พาทย์ของพี่เขยมาตั้งแต่อายุยังไม่ครบ ๑๒ ปี จากนั้นได้เรียนระนาดเพิ่มเติมจากครูเจริญ ดนตรีเจริญ (หลานครูสุ่ม&nbsp; ดนตรีเจิญ) จนได้เพลงเดี่ยวระนาด เช่น พญาโศก&nbsp; และเชิดนอก&nbsp;&nbsp;</p><p>เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ อายุได้ ๑๓ ปี ก่อนเข้าโรงเรียนนาฏดุริยางค์ ได้มาสมัครเป็นศิษย์ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) และได้เรียนดนตรีที่บ้านบาตรติดต่อกันมาจนถึงวาระสุดท้ายของ ท่านครูหลวงประดิษฐ์ ฯ&nbsp;&nbsp;</p><p>อุปสมบทที่วัดจงกลณี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ต่อจากนั้นได้กลับไปทำมาค้าขายอยู่ที่บ้านเกิดระยะหนึ่ง จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้เข้ามารับราชการ ณ กองการสังคีต กรมศิลปกร รับเงินเดือนขั้น ๓๐ บาท ตำแหน่งศิลปินจัตวา จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ จึงเลื่อนเป็นศิลปินตรี สังกัดโรงเรียนนาฏศิลป กรมศิลปากร เป็นศิลปินเอก พ.ศ. ๒๕๑๖ และท้ายที่สุดก่อนเกษียณอายุราชการเป็นอาจารย์ ๓ ระดับ ๗ กองศิลปศึกษา&nbsp;&nbsp;</p><p>ชีวิตครอบครัว มีภรรยาชื่อ ทองเดิม มีบุตรชายคนเดียว ชื่อ ธงชัย เป็นอาจารย์วิทยาลัยนาฏศิลป จังหวัดเชียงใหม่ มีความสามารถเล่นดนตรีไทยได้&nbsp;&nbsp;</p><p>ผลงานด้านฝีมือได้รับการยกย่องว่า เป็นนักระนาดฝีมือดีมากที่ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ทั้งรักทั้งชื่นชมยินดี มีความรู้ดีมาก ทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติ ได้เคยเขียนตำราไว้เล่มหนึ่ง ยังใช้ประกอบการเรียนดนตรี ในชั้นมัธยมศึกษามาจนถึงทุกวันนี้&nbsp;</p><p>ในด้านการสอนดนตรี เคยเป็นครูสอนดนตรีไทยในโรงเรียนบางบัวทองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ นับแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๕๒๕ ได้สอนประจำอยู่ในวิทยาลัยนาฎศิลป กรมศิลปากร แต่งเพลงไว้หลายเพลง อาทิ เพลงม่านรามัญ เพลงพม่ากลองยาว เพลงพม่านิมิต เพลงเทวาประสิทธิ์เถา&nbsp; และเพลงเกร็ดต่าง ๆ อีกมาก เคยเดี่ยวระนาดเอกสองรางถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ แสดงฝีมือเดี่ยวระนาด ที่โรงละครนานาชาติในกรุงโตเกียวและแสดงฝีมือในหลาย ๆ ประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เยอรมันและประเทศพม่า เป็นผู้สามารถบรรเลงปี่พาทย์พม่าได้ และนำปี่พาทย์พม่ามาเผยแพร่ในเมืองไทย รวมทั้งได้รับเชิญจากรัฐบาลพม่าให้ไปบรรเลงเพลงที่ย่างกุ้งและมันฑะเลย์&nbsp;</p><p>งานชิ้นเอกคือ การก่อกำเนิดวงมโหรีพิเศษเริ่มครั้งแรกใช้นักดนตรี ๒๐๐ คน บรรเลง ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การดนตรีของไทยที่ได้จัดวงมโหรีใหญ่ที่สุด ต่อมาได้บรรเลงอีกครั้งในงานเฉลิมพระอิสสริยยศสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และเพิ่มจำนวนผู้บรรเลงจากสถาบันต่าง ๆ รวมกันกว่า ๔๐๐ คน ในงานครบรอบ ๑๐๐ ปี หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นวงดนตรีไทยขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา&nbsp;&nbsp;</p><p><em>ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นข้าราชการบำนาญกำลังเขียนตำราดุริยางคศาสาตร์ และประกอบอาชีพจำหน่ายเครื่องดนตรีไทย ณ บ้านเลขที่ ๖๙/๑๖๕ ตรอกไผ่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพมหานคร และในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ท่านได้รับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปี ๒๔๓๑ นับเป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างยิ่งผู้หนึ่ง ครูประสิทธิ์ ถาวร ถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ สิริรวมอายุได้ ๘๑ ปี</em></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665605606/5b9de8feae9c37f36c1f51b4e14e656c/IMG_6156.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:35:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087921852</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นิภา อภัยวงศ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087923438</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นนักดนตรีหญิง (ฝ่ายใน) ในสมัยรัชกาลที่ ๖ นั้น นอกจากจะมีหน้าที่บรรเลง เพลงถวายเวลาทรงว่างจากราชภารกิจแล้ว บางครั้งต้องตามเสด็จไปยังต่างจังหวัดด้วย เช่น ที่มฤคทายวัน หาดเจ้าสำราญ และนครปฐม เป็นต้น และเป็นผู้ขับร้องถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ&nbsp; ทรงชมเชยว่าร้องเพลงแสนเสนาะได้ไพเราะต้องพระราชหฤทัยนักและบางครั้งก็ทรงร่วมกับข้าราชบริพารขับร้องเพลง ตับวิวาห์พระสมุทรบ้าง เพลงจากเรื่องพญาราชวังสันบ้าง ฯลฯ&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665604432/3553b128b287f678f54f3e54a4d8994a/741424BB_2B8D_4700_B3AB_3FBCB88F157D.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:36:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087923438</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์  กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087923870</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p>กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม  มีพระนามเดิมว่า  พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์   เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  กับเจ้าจอมมารดารมรกต  ประสูติเมื่อวันที่  13  กันยายน  พ.ศ.  2425   ตรงกับวันพุธ  ขึ้น  7  ค่ำ  เดือน  10  ปีมะเส็ง  รัตนโกสินทร์ศก  101  ทรงศึกษาในประเทศอังกฤษ  เมื่อเสด็จกลับได้ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดทูลฉลองกระทรวงเกษตราธิการ  ในปี  พ.ศ.  2451  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ตั้งพระเจ้าลูกยาเธอ  พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์  เป็น กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม</p><p>–ความสามารถและผลงาน–</p><p>               กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม  ทรงสนพระทัยดนตรีไทยมากถึงกับมีวงปีพาทย์วงหนึ่งเรียกกันว่า  “วงพระองค์เพ็ญ”   ทรงเป็นนักแต่งเพลงมราสามารถพระองค์หนึ่ง  โดยได้ทรงแต่งเพลง “ลาวดวงเดือน”  ซึ่งเป็นเพลงที่นิยมกันแพร่หลายในปัจจุบัน</p><p>              สำหรับเพลงลาวดวงเดือนนี้  พระองค์ท่านแต่งขึ้นต้องการให้มีสำเนียงลาว  เนื่องจากโปรดทำนองและลีลาเพลง  “ลาวดำเนินทราย”  เมื่อคราวที่เสด็จตรวจราชการ  ภาคอีสาน  ระหว่างที่ประทับแรมอยู่ตามทางจึงทรงแต่งเพลงลาวดวงเดือนขึ้น  เพื่อให้คู่กับเพลงลาวดำเนินทราย   ประทานชื่อว่า  “เพลงลาวดำเนินเกวียน”   ได้มีผู้กล่าวว่า  แรงบันดาลใจที่พระองค์แต่งนั้นเนื่องจากผิดหวังในความรัก  คือ  เมื่อพระองค์จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ  เสด็จขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่  และได้พบกับเจ้าหญิงชมชื่น  ธิดาเจ้าราชสัมพันธวงศ์  พระองค์สนพระทัยมากจนถึงกับให้ผู้ใหญ่ในมณฑ,พายัพเป็นเถ้าแก่เจรจาสู่ขอแต่ได้รับคำตอบจากเจ้าราชสัมพันธวงศ์ว่าขอให้เจ้าหญิงชมชื่นอายุ  18  ปีก่อน  เพราะขณะนั้นอายุเพียง  16  ปี  และขอให้ได้รับพระบรมราชนุญาตด้วย  เมื่อกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมกลับถึงกรุงเทพฯ  ก็ได้รับการทัดทานจากพระบรมวงศานุวงศ์มาก  พระองค์ได้รับความผิดหวัง  จึงระบายความรักด้วยความอาลัยลงในพระนิพนธ์บทร้อง  “เพลงลาวดวงเดือน”  ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายไพเราะอ่อนหวามจับใจผู้ฟังมาจนทุกวันนี้ พระองค์สิ้นพระชนม์ (ประชวนพระโรคปอด)  เมื่อวันที่  11  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2452  มีพระชนมายุเพียง  28  พรรษา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600698/726aafa61b9dc46dae0f5d3652479c60/5394E06F_F3B3_4B48_BA01_1DBCC4D81BDE.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:37:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087923870</guid>
      </item>
      <item>
         <title> เปลื้อง ฉายรัศมี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087926006</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประวัติ</strong></p><p><strong>ครูเปลื้อง ฉายรัศมี</strong> เป็นบุตรของ นายคง และนางนาง ฉายรัศมี เกิดเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2475 ที่บ้านเลขที่ 7 บ้านตา ต.ม่วงมา <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD.%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C">อ.เมืองกาฬสินธุ์</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88.%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C">จ.กาฬสินธุ์</a> จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านนา ชีวิตครอบครัวสมรสกับ นางยุพิน ฉายรัศมี และช่วยกันทำมาหากิน มีบุตรชาย 2 คนและหญิง 1 คน</p><p><br></p><p><strong>ผลงาน/เกียรติประวัติ</strong></p><p>นายเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นนักดนตรีอีสานที่มีความสามารถเป็นพิเศษคือ สามารถเล่นสอนและทำเครื่องดนตรีอีสานได้ทุกชนิดที่สำคัญที่สุดคือ นายเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นผู้ที่ได้ศึกษาค้นคว้าปรับปรุงและพัฒนาโปงลางมาตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี จนทำให้ กอลอ (เกราะลอ) ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงกระบอกไม้ที่ใช้ตีไล่นกกาตามหัวไร่ปลายนา หรือขอลอที่ใช้ตีบอกเวลา บอกเหตุในหมู่บ้านธรรมดากลายมาเป็นเครื่องดนตรีธรรมชาติที่ทรงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งความบริสุทธิ์และงดงาม ทั้งยังนำความภาคภูมิใจและหวงแหนมาสู่ชาวเมืองกาฬสินธุ์ด้วย “โปงลาง” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ในลักษณะของมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ด้วยเหตุนี้นายเปลื้อง ฉายรัศมี จึงได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๙ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%B5#cite_note-2"><sup>[2]</sup></a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600698/295d98ca4a776d4d3ddaf4034009e2a2/65D076C9_658A_41CE_BB7C_0F8429683C43.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:39:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087926006</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จ่าเอกกมล มาลัยมาลย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087928812</link>
         <description><![CDATA[<p>จ่าเอกกมล มาลัยมาลย์ มีนามเดิมว่า เจียน เกิดวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๕ เป็นบุตรของ นายชั้นและนางเชียม มาลัยมาลย์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๒ คน มีพี่ชายเป็นนักดนตรีมีฝีมือ ๑ คน ชื่อ สาลี่ มาลัยมาลย์ </p><p>บิดาเป็นนักดนตรี ทำหน้าที่ตีฆ้องอยู่ในวงบางขุนพรหม มารดาเป็นนักร้องเพลงฉ่อย ครูเจียนจึงมีพรสวรรค์ทางดนตรีไทยโดยสายเลือด เล่ากันว่าเมื่อยังเด็ก ครูสามารถจำเพลงได้เองโดยไม่ต้องต่อเพราะความที่บิดามีลูกศิษย์มาก เวลานั่งอยู่ใต้ถุนบ้านก็ได้ยินได้ฟังจนขึ้นใจ อายุได้ประมาณ ๑๐ ปีก็เล่นเข้าวงปี่พาทย์รุ่นเด็กของวังบางขุนพรหมได้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงเห็นว่ามีฝีมือใช้ได้ จึงโปรดให้นำตัวมาฝากไว้เป็นศิษย์ของครูจางวางทั่ว พาทยโกศล ที่บ้านหลังวัดกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ครูเตือน พาทยโกศล ได้มาฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านครูจางวางทั่วเช่นกัน และครูเจียนเป็นผู้โชคดีที่มีโอกาสได้ต่อเพลงพระราชนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งต่อประทานด้วยพระองค์เองพร้อมกับครูนพ ศรีเพชรดี ด้วย </p><p>พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้เข้ารับราชการที่กองดุริยางค์ทหารเรือ จนถึง พ.ศ. ๒๔๘๗ ลาออกจากทหารเรือมียศเป็นจ่าเอก ต่อมาเข้าทำงานที่กรมไปรษณีย์โทรเลข การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมที่ดิน และท้ายที่สุด ที่องค์การเชื้อเพลิง กระทรวงกลาโหมจนเกษียณอายุ จากนั้นชุมนุมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เชิญมาสอนประจำจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต </p><p>ความสามารถในทางดนตรีของครูเจียนนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่าท่านเป็นคนหัวไวมาก จึงได้รับหน้าที่ต่อเพลงจากท่านครูจางวางทั่ว แล้วไปถ่ายทอดให้คนอื่น ๆ อีกทีหนึ่ง เครื่องดนตรีที่ครูบรรเลงได้ถนัดมาก ได้แก่ ระนาดเอก ปี่ และขลุ่ย ครูเคยเรียนโน้ตสากลกับพระเจนดุริยางค์ เรียนอยู่ ๒๙ วัน ก็สำเร็จ พระเจนฯ เรียกครูว่า “ไอ้ปอกหัวใส” (เพราะครูมีแผลเป็นที่ขมับขวาและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เร็วมาก) ต่อมาหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้ว การบรรเลงดนตรีไทยซบเซาลงเนื่องจากผลทางการเมือง ครูยังได้ใช้วิชาเขียนโน้ตสากล เขียนโน้ตสำหรับขลุ่ยและซอออกขายที่ร้านสังคีตยากรของครูพุฒ นันทพล และในระยะนี้ก็ได้มีโอกาสเป็นศิษย์ของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งเป็นศิษย์ที่ได้รับคำชมเชยจากหลวงประดิษฐฯ ว่า เป็นคนเดียวที่กล้าทำของใหม่ ๆ และมีหัวคิดสำคัญ ครั้งหนึ่งในงานไหว้ครูที่บ้านหลวงประดิษฐไพเราะ ครูเจียนได้แต่งเพลงพวงร้อย เถา และทำทางเดี่ยวระนาด เพลงพญาโศก หกชั้น แล้วมอบให้ลูกศิษย์คนสำคัญ ชื่อ บุญธรรม คงทรัพย์ เป็นผู้บรรเลง เป็นที่เลื่องลือกันมากในครั้งนั้น นอกจากเพลง ๒ เพลงที่กล่าวแล้ว ครูยังทำทางเปลี่ยนของ เพลงเขมรใหญ่ สองชั้นและชั้นเดียว เพลงพญาสี่เสา เถา โหมโรงมหาชัย สามชั้น ทางเสภา และแสนสุดสวาท เถา ซึ่งผลงานเหล่านี้มีอยู่ที่กองดุริยางค์กรมตำรวจ เพลงสุดท้ายในชีวิตของครูเจียนได้ประดิษฐ์ไว้ คือ เพลงโหมโรงมาลัยมาลย์ ซึ่งครูได้แต่งให้เป็นเพลงประจำของชุมนุมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดิมให้ชื่อว่า โหมโรงสร้อยสนธรรมศาสตร์ ต่อมาครูประเวช กุมุท ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า โหมโรงมาลัยมาลย์ </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665604018/8056a7470eaf706013ff26468f6a0a32/1724647221990.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:41:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087928812</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>netrathitirat</author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087930828</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์)</strong> เป็นบุตรคนโตของขุนกนกเรขา (ทองดี) กับนางนิ่ม เกิดเมื่อวันอังคารที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/4_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99">4 กันยายน</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2403">พ.ศ. 2403</a> ณ บ้านเลขที่ 81 ตรอกไข่ ถนนบำรุงเมือง ตำบลหลังวัดเทพธิดา <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3">กรุงเทพมหานคร</a> มีพี่น้องร่วมบิดามารดาอีก 4 คน คือ</p><ul><li><p>ชาย ชื่อ เปลี่ยน</p></li><li><p>ชาย ชื่อ แย้ม ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระพิณบรรเลงราช</p></li><li><p>หญิง ชื่อ สุ่น</p></li><li><p>หญิง ชื่อ นวล</p></li></ul><p>ต่อมารับราชการ ตั้งแต่เมื่อ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> ทรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทูลขอพระราชทานบรรดาศักดิ์จาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a>ให้นายแปลกเป็นที่ “ขุนประสานดุริยศัพท์" นับจากนั้นก็ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์มาเป็นลำดับ จนเป็นพระประสานดุริยศัพท์ สังกัดกรมมหาดเล็กแลกรมขึ้น และท้ายที่สุดได้เป็นที่ “พระยาประสานดุริยศัพท์” เจ้ากรมปี่พาทย์หลวงในสมัยรัชกาลที่ 6</p><p>ในวัยเยาว์ท่านได้เรียนหนังสือที่บ้านตนเองจนกระทั่งโตเป็นหนุ่มตามกระแสข่าวกล่าวว่าท่านได้เรียนดนตรีไทยกับ "ครูถึก ดุริยางกูร" บุตรชายของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-disambig" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0">พระประดิษฐไพเราะ</a>หรือครูมีแขก ต่อมาท่านได้เรียนปี่ชวากับครูชื่อ “หนูดำ” ซึ่งต่อมาได้สละการเป็นครูโดยถือศีลในถ้ำภูเขาทอง ลูกศิษย์เอกของครูหนูดำคือ ครูแปลกและนายทอง ส่วนวิชาดนตรีปี่พาทย์อย่างอื่น ได้ศึกษาอย่างจริงจังกับครู<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2_%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99">ช้อย สุนทรวาทิน</a> (บิดาของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">พระยาเสนาะดุริยางค์</a>) ครั้งแรกนายแปลกรับราชการเมื่ออายุ 14 ปีเศษในตำแหน่งหมื่นทรงนรินทร์ ในกระทรวงนครบาล ต่อมาจึงลาออกจากงานที่กระทรวงนครบาล</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-26 04:43:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087930828</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>netrathitirat</author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087931728</link>
         <description><![CDATA[<p>ความรู้ความสามารถของพระยาประสานดุริยศัพท์นั้น เป็นที่กล่าวขวัญเลื่องลือว่า ท่านเป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยฝีมือ ความรู้ ปฏิภาณ ไหวพริบ ท่านเป็นครู และเป็นศิลปินที่หาได้ยากยิ่งโดยเฉพาะขลุ่ย ปี่ ระนาดจนเมื่อปี <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2428">พ.ศ. 2428</a> ท่านได้รับเลือกให้ไปร่วมงานมหกรรรมสินค้าและดนตรีนานาชาติ กรุงลอนดอนที่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">ประเทศอังกฤษ</a>ครั้งนั้นประเทศไทยได้ส่งนักดนตรีไป 19 คนโดยครั้งนั้นนายแปลกยังอายุ 25 ปี อาจารย์มนตรี ตราโมท เล่าว่า รัฐบาลอังกฤษได้จัดงานมหกรรมสินค้าและดนตรีนานาชาติจึงได้เชิญประเทศสยามให้ส่งดนตรีไปแสดงในครั้งนั้นได้ส่งนักดนตรีไทยไปส่วนใหญ่เป็นดนตรีของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C">วังบูรพาภิรมย์</a>แทบทั้งหมดซึ่งในการแสดงครั้งนั้นนำซอสามสายไปด้วยและเป็นเคราะห์นี้ที่มีมือดีได้บันทึกเรื่องราวคือนายคร้ามเป็นคนซอสามสายโดยนักดนตรีทั้ง 19 คน</p><p>ระยาประสานดุริยศัพท์ได้แต่งเพลงไว้ดังนี้;</p><ul><li><p>เพลงเชิดจีน 3 ชั้น</p></li><li><p>พม่าห้าท่อน สามชั้น</p></li><li><p>เขมรราชบุรี สามชั้น</p></li><li><p>ช้อนแท่น สามชั้น</p></li><li><p>บรรทมไพร สามชั้น</p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">ลาวคำหอม</a></p></li><li><p>ลาวดำเนินทราย</p></li><li><p>เขมรทรงดำเนิน (เขมรกล่อมพระบรรทม)</p></li><li><p>เขมรปากท่อ</p></li><li><p>เขมรใหญ่</p></li><li><p>ดอกไม้ไทร</p></li><li><p>ถอนสมอ</p></li><li><p>ทองย่อน</p></li><li><p>เทพรัญจวน</p></li><li><p>นารายณ์แปลงรูป</p></li><li><p>แมลงภู่ทอง</p></li><li><p>สามไม้ใน</p></li><li><p>อาถรรพ์</p></li><li><p>คุณลุงคุณป้า</p></li><li><p>พราหมณ์เข้าโบสถ์</p></li><li><p>ธรณีร้องไห้</p></li><li><p>มอญร้องไห้</p></li><li><p>แขกเห่</p></li><li><p>อนงค์สุดา</p></li><li><p>วิเวกเวหา</p></li><li><p>แขกเชิญเจ้า</p></li><li><p>ย่องหงิด 3 ชั้น</p></li><li><p>แขกสาหร่าย สองชั้</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-26 04:44:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087931728</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไชยลังกา เครือเสน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087932231</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ไชยลังกา เครือเสน</strong> เกิดเมื่อวันที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/15_%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1">15 ธันวาคม</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2447">พ.ศ. 2447</a> ที่บ้านศรีพันต้น ตำบลในเวียง <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99">อำเภอเมืองน่าน</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99">จังหวัดน่าน</a> เป็นศิลปินอาวุโสด้านดนตรีพื้นบ้านและการขับซอ เริ่มเข้ารับการศึกษาชั้นประถมปีที่ 1 ที่โรงเรียนสุริยานุเคราะห์ (<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3">โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร</a>ในปัจจุบัน) เมื่ออายุได้ 11 ปี โดยในระหว่างศึกษาอยู่นั้นมีความสนใจในการแสดงพื้นบ้านจนสามารถแสดงการขับซอได้เป็นครั้งแรกขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ต่อมาหลังจากจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงบรรพชาเป็นสามเณรจำพรรษาอยู่ที่วัดศรีพันต้น ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน และหลังจากลาสิกขาบทแล้วได้ตั้งวงดนตรีพื้นบ้านชื่อ "ไชยมงคล" เมื่ออายุได้ 23 ปี จากนั้นเริ่มถ่ายทอดวิชาการขับซอและดนตรีพื้นบ้านทั้งสะล้อ ปิน (ซึง) ให้ลูกศิษย์ชายหญิงและผู้สนใจจนได้รับยกย่องเป็น "พ่อครู" เป็นที่เคารพนับถือ ศรัทธา ของลูกศิษย์และประชาชน ทั่วไปอย่างสูง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665598978/44d5fa87b0e1e45de3131365f9ec1e62/IMG_8755.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:44:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087932231</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087932235</link>
         <description><![CDATA[<p>ทรงได้แสดงต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก ในงาน ดนตรีไทย อุดมศึกษาครั้งที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพลงที่ทรงบรรเลง คือ</p><p>"เพลงนกขมิ้น "ทรงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริม อนุรักษ์ งานด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ จนได้รับการถวายพระสมัญญาว่า "เอกอัครราชูปถัมภกมรดก วัฒนธรรมไทย" และ "วิศิษฎศิลปิน" ในเวลาต่อมา</p><p>๑. ทรงวางพระองค์เป็นตัวอย่างแก่ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนไทย โดยทรงดนตรีไทย ขับร้องเพลงไทย และพระราชทานวโรกาสพิเศษ โดยเสด็จลงทรงดนตรีไทยร่วมกับประชาชนทุกเพศทุกวัยเสมอมา <br>๒. ทรงเป็นนักวิชาการดนตรี โดยทรงศึกษารายละเอียดต่างๆ ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ สามารถพระราชทานข้อวินิจฉัยข้อแนะนำและทรงปฏิบัติได้อย่างถ่องแท้<br>๓. ทรงอนุรักษ์ดนตรีไทย ทั้งในด้านการชำระโน้ตเพลง บันทึกเพลงเก่าและเผยแพร่งานเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง<br>๔. พระราชนิพนธ์บทความเกี่ยวกับดนตรีไทย ดนตรีต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับไทย และเพลงไทยอย่างต่อเนื่อง<br>๕. ทรงส่งเสริมช่างผลิตเครื่องดนตรีไทย สนับสนุนให้ใช้เครื่องดนตรีไทยในการเรียนดนตรีของเยาวชน โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดนตรีต่างประเทศ<br>๖. ทรงส่งเสริมสถาบันต่างๆ ให้จัดรายการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย เช่น การประชันปี่พาทย์ การทรงสักวา การแสดงนาฏศิลปะ โดยเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานและทรงร่วมในกิจกรรมดนตรีทั้งหลายอย่างใกล้ชิด<br>๗. ทรงสนับสนุนการเก็บรักษาและอนุรักษ์เครื่องดนตรีไทย และทรงเตรียมที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีไทยขึ้นในประเทศ<br>๘. ทรงดนตรีไทยให้ต่างชาติได้เห็นถึงระบบระเบียบแห่งวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมีเอกราช และ ความมั่นคงของชาติ</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665614170/ef6131628706a0c23eccfc0f852e7927/IMG_9289.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:44:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087932235</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087932768</link>
         <description><![CDATA[<p>ชีวประวัติ</p><p>- <strong>ชื่อ</strong>: พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน)</p><p>- เกิด: พ.ศ. 2409 ในกรุงเทพฯ</p><p>- บิดา: พระยาภักดีดุริยางค์ (นาค สุนทรวาทิน) ครูเพลงไทยผู้มีชื่อเสียง</p><p>- การศึกษา: ได้รับการฝึกฝนด้านดนตรีไทยตั้งแต่วัยเยาว์ และเชี่ยวชาญในการเล่นเครื่องดนตรีไทยหลายชนิด</p><p>- ตำแหน่ง: เป็นบุคคลสำคัญในวงการดนตรีไทยและมีบทบาทในราชสำนัก</p><p>- เสียชีวิต:พ.ศ. 2471</p><p><br></p><p>ผลงาน</p><p>- การประพันธ์เพลง:พระยาเสนาะดุริยางค์ประพันธ์เพลงไทยสำคัญหลายเพลงที่ยังคงเป็นที่นิยม เช่น</p><p> - เพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะ ใช้ในการแสดงโขนและละคร</p><p>  - เพลงพม่าเขว</p><p> - เพลงจังหวะช้า ๆ นุ่มนวล ใช้ในงานพิธี</p><p>  - เพลงสารถี </p><p> - เพลงที่ใช้ในพิธีการและราชสำนัก</p><p>  - เพลงตระนอนสาหรี่</p><p> - เพลงที่ใช้ในการแสดงโขนและละคร</p><p>  - เพลงแขกต่อยหม้อ </p><p>- เพลงที่มีท่วงทำนองสดใส ใช้ในงานรื่นเริง</p><p>- การสอนดนตรี: เป็นครูสอนดนตรีไทยที่สำคัญ มีศิษย์จำนวนมาก</p><p>- นวัตกรรม:  ริเริ่มการใช้โน้ตดนตรีแบบตะวันตกในดนตรีไทย เพื่อให้ดนตรีไทยมีการพัฒนาและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น</p><p><br></p><p>เรื่องน่ารู้</p><p>- การอนุรักษ์ดนตรีไทย: พระยาเสนาะดุริยางค์มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและจดบันทึกเพลงไทยเดิมไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้ดนตรีไทยสามารถสืบทอดและศึกษาได้ต่อไปในอนาคต</p><p>- ยกย่อง: ท่านได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งดนตรีไทย" เนื่องจากผลงานและการทุ่มเทในการพัฒนาดนตรีไทย</p><p>- มรดกทางวัฒนธรรม:ผลงานของพระยาเสนาะดุริยางค์ยังคงมีอิทธิพลและเป็นที่จดจำในวงการดนตรีไทยจนถึงปัจจุบัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665599025/559020e6ad9eeff3df402dcf1d224add/IMG_6647.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:45:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087932768</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระยาอมาตยพงศ์ธรรมพิศาล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087933977</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>พระยาอมาตยพงศ์ธรรมพิศาล</strong> เกิดที่บ้านหน้า<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-disambig" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0">วัดราชบูรณะ</a>หรือวัดเลียบ ริมฝั่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2">แม่น้ำเจ้าพระยา</a>เมื่อ พ.ศ. 2426 เป็นบุตรนายหนู และนางหนู อมาตยกุล นายหนูผู้บิดานั้นเป็นบุตรของพระยากระสาปนกิจโกศล (โหมด อมาตยกุล) ส่วนนางหนูผู้มารดานั้น เป็นบุตรีของพระยาธรรมสารนิติพิพิธภักดี (ตาด อมาตยกุล) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2">ซอสามสาย</a> นายหนูและนางหนู มีวงเครื่องสายประจำบ้าน นางหนูนั้น นอกจากจะสี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87">ซอด้วง</a>และสี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99">ไวโอลิน</a>แล้ว ยังเป็นนักร้องอีกด้วย</p><p>พระยาอมาตยพงศ์ธรรมพิศาล เรียนซอด้วง ซออู้ และไวโอลินกับบิดามารดาและได้ร่วมวงเล่นเครื่องสายมากับญาติผู้ใหญ่ของท่าน และเรียนสีซอสามสายจากเจ้าจอมประคอง ในรัชกาลที่ 5 ต่อมาสอบชิงทุนรัฐบาลได้ ไปเรียนวิชากฎหมายกลับมารับราชการที่กระทรวงยุติธรรมในปลายรัชกาลที่ 5 ต่อมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อรับราชการแล้ว ท่านได้เรียนวิชาดนตรีไทยเพิ่มเติม อีกจนเชี่ยวชาญ และได้สอนดนตรีไทยให้ผู้สนใจหลายคนเช่น พระยาภูมีเสวิน นาย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5">เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล</a> เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665598900/60e315d5c6fda826dfe394e4b410aa7f/IMG_0320.png" />
         <pubDate>2024-08-26 04:46:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087933977</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พ่อครูคำผาย นุปิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087934781</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-26 04:46:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087934781</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายเชื้อ ดนตรีรส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087935693</link>
         <description><![CDATA[<p>นายเชื้อ ดนตรีรส เกิดเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จบการศึกษาผู้ใหญ่ภาคปลาย จากโรงเรียนผู้ใหญ่ถนนทัดทองเรียนปี่พากย์กับบิดาเมื่ออายุ ๘ ปี เคยรับราชการแผนกบันเทิงของกรมประชาสัมพันธ์แผนกดุริยางค์ กรมตำรวจ เป็นศิษย์ดนตรีไทยของครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครุพุ่ม ปาปุยะวาทย์ เป็นนักดนตรีไทยที่มีความสามารรถสูงทางด้าน ระนาดเอก ระนาดทุ้ม และฆ้องใหญ่ มีผลงานแต่งเพลงไทยที่มีคุณภาพจำนวนมาก อาทิ โหมโรงสร้อยพระศรี โหมโรงสมเด็จพระยา โหมโรงพระนคร โหมโรงศรีปทุมฯ นายเชื้อ ดนตรีรส ใช้ความรู้ความสามารถถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรีไทยให้แก่ นิสิต นักศึกษาหลายสถาบัน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒบางเขน ประสานมิตร เขียนตำราด้านดนตรีไทย โน้ตอักษรเพลงไทย ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ยฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวงการดนตรีไทยเป็นอย่างยิ่ง เคยได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ นายเชื้อ ดนตรีรส สมควรได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๒</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600698/dac54fcc904b88f02ae1891621e9bb0a/A52FF9FD_C809_4291_B18A_EFB39461A99F.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:47:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087935693</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายบุญศรี  รัตนัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087936072</link>
         <description><![CDATA[<p>​สำหรับประวัติและผลงาน&nbsp;นายบุญศรี &nbsp;รัตนัง&nbsp;เกิดเมื่อวันที่ 5&nbsp;&nbsp;มีนาคม พ.ศ. 2496&nbsp;ที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;&nbsp;สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ด้วยมีนิสัยรักการดนตรีมาตั้งแต่เล็ก ได้ฝึก &nbsp;การเล่นดนตรีพื้นเมืองประเภท<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%87">ซึง</a>-<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD">สะล้อ</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A2">ขลุ่ย</a>&nbsp;เป่าปี่จุม และการขับซอกับครูดนตรีล้านนาที่มีมีชื่อเสียงในสมัยนั้นหลายท่าน &nbsp;จนสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างคล่องแคล่วและชำนาญ &nbsp;</p><p>​​&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายบุญศรี &nbsp;รัตนัง&nbsp;&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2513">พ.ศ. 2513</a>&nbsp;เริ่มรับจ้างเป่าปี่ในงานซอ เล่นตลกประจำคณะละครซอลูกเอื้องเมืองเหนือ พ.ศ. 2516&nbsp;ทำงานทั่วไปประจำวงดนตรี คณะอำนวยโชว์ ต่อมา พ.ศ. 2519&nbsp;ตั้งวงดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ชื่อ วงลูกทุ่ง ลานทอง ต่อมาเข้าสู่วงการซอโดยได้รับการสนับสนุนจากนายประสิทธิ์ ศรีสมเพชร&nbsp;และเริ่มฝึกแต่งเพลงใส่ทำนองเพลงแนวพื้นบ้านภาคเหนือ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2525&nbsp;เริ่มร้องเพลงลูกทุ่งคำเมืองชุด&nbsp;"ลุงอดผ่อบ่ได้"&nbsp;และ&nbsp;"บ่าวเคิ้น"&nbsp;เป็นนักร้องประจำอยู่วงดนตรีคณะศรีสมเพชรวงใหญ่ ถือว่าเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้นสร้างแนวเพลงนี้ขึ้น&nbsp;&nbsp;ทำผลงานซอออกมานับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530&nbsp;จนถึงปัจจุบัน</p><p>มีผลงานเพลงที่แต่งขึ้นมาทั้งหมด ประมาณ&nbsp;500&nbsp;กว่าเพลง มีผลงานอัลบั้มซอพื้นบ้านมาแล้วกว่า&nbsp;30&nbsp;ชุด ผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น เมาตึงวัน สามตอง เบื่อผัวสามตอง หนุ่มรถอีแต๋นครวญ&nbsp;คุณนายป่ามป้าม เฒ่าจอมโวซอลูกทุ่งเบิกฟ้า&nbsp;ผัวเปรต ซอสามจังหวะ เงินบาทลอยตัว อเมซิ่งไทยแลนด์ ขี้เมาอ้อนเมีย แหล่หอยไห้ เป็นต้น&nbsp;มีบทเพลงซอพื้นบ้านที่ประพันธ์บทขึ้นมาใหม่ สะท้อนปัญหาสังคม เยียวยาสุขภาพจิต ส่งเสริมความเข้าใจทางการเมือง ความรู้ในทางพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณี และสร้างความบันเทิงให้กับประชาชน ผลงานซอบางเรื่องที่มีการนำมาบันทึกเสียงใหม่ และจัดทำในรูปแบบของซอเพื่อการศึกษา มีการจัดทำเป็น วีซีดี &nbsp;ซอคาราโอเกะ เพื่อการศึกษาขึ้นเป็นครั้งแรกในล้านนา ในจำนวนนี้ เพลงแห่ครัวตาน จากอัลบั้มกลองยาวสามช่า ได้รับรางวัล ศิลปินเพลงยอดเยี่ยมพื้นบ้านภาคเหนือ รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย เคยเข้าแข่งขันการประกวดวงดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ ในนามวง&nbsp;“ลูกทุ่งลานทอง”&nbsp;ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ที่รายการ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2&amp;action=edit&amp;redlink=1">ลูกทุ่งลานนา</a>&nbsp;สถานีโทรทัศน์ ช่อง&nbsp;8&nbsp;ลำปาง เมื่อปี พ.ศ. 2526&nbsp;ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านล้านนา)&nbsp; จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2537 &nbsp;</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;​ความสามารถนอกจากการขับซอ การประพันธ์บทซอพื้นเมือง เพลงลูกทุ่งคำเมือง ยังเป็นผู้สร้างสรรค์เครื่องดนตรีพื้นเมือง พัฒนาให้มีศักยภาพในการบรรเลงร่วมกับวงดนตรีสากล สร้างแบบเรียนแบบฝึกดนตรีพื้นเมืองเพื่อการศึกษามากมาย รวบรวมโน้ตเพลงพื้นบ้าน ตำราเป่าขลุ่ยล้านนา และปัจจุบันยังเป็นวิทยากรบรรยายความรู้ทางดนตรีพื้นเมืองสู่สังคมตลอดเวลาทั้งในพื้นที่สถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังก่อตั้งศูนย์สืบสานรอยล้านนาภูมิปัญญาท้องถิ่นขึ้นมาจากทุนส่วนตัว ตั้งแต่ พ.ศ.2541&nbsp;จนถึงปัจจุบัน</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600698/dcbb8c8549c1e5477038210bbcbb8238/EDA97517_4980_4E79_875E_248AAB806D92.webp" />
         <pubDate>2024-08-26 04:47:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087936072</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087936606</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย)</strong> เกิดที่ตำบลงิ้วราย <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5">อำเภอนครไชยศรี</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1">จังหวัดนครปฐม</a> เดิมเป็นนักเทศน์และนัก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A4%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B9%8C">สวดคฤหัสถ์</a>มาก่อน แล้วจึงเข้ารับราชการเป็นนักร้องใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%9E&amp;action=edit&amp;redlink=1">กรมมหรสพ</a> หลวงเสียงเสนาะกรรณได้ต่อเพลงจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C)">พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์)</a> และหม่อมส้มจีน และได้ต่อเพลง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B9%8C">ละครดึกดำบรรพ์</a>จากหม่อมจันทร์ กุญชร ณ อยุธยา จนในสมัยรัชกาล<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> ได้เป็นครูสอนขับร้องอยู่ในวัง และที่พระตำหนักของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2">พระสุจริตสุดา</a></p><p>หลวงเสียงเสนาะกรรณ ได้บันทึกแผ่นเสียงกับบริษัทแผ่นเสียงตราสุนัขเมื่อ พ.ศ. 2468 เพลงที่บันทึกไว้ครั้งนั้น ได้แก่ เพลง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84">เขมรไทรโยค</a> ละครดึกดำบรรพ์เรื่อง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2">อิเหนา</a> ตอนบวงสรวง ตอนตัดดอกไม้ฉายกริช <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93_(%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2)#cite_note-1"><sup>[1]</sup></a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93_(%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2)#cite_note-2"><sup>[2]</sup></a> ละครดึกดำบรรพ์เรื่องคาวี เป็นต้น เคยเป็นผู้ขับเสภาถวาย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> เวลาทรงพระเครื่องใหญ่ โดยขับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2">เสภา</a> เรื่อง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99">ขุนช้างขุนแผน</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-disambig" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99">พระยาราชวังสัน</a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665598900/1cd9be7aea40f7df27d677ab3f1268d1/IMG_0321.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:48:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087936606</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087937318</link>
         <description><![CDATA[<p>คำผาย นุปิง (19 พฤษภาคม 2467 - 23 กันยายน 2557) เกิดที่บ้านหัวนา ตำบลท่าน้าว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ศิลปินพื้นบ้าน มีความสามารถในการขับซอ สามารถเขียนบทซอที่มีสำนวนภาษาอันไพเราะ สละสลวย เคยได้รับการประกาศเกียรติคุณซอ เมื่อ พ.ศ. 2514 ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะ เมื่อปี พ.ศ. 2533 ในฐานะที่เป็นศิลปินที่อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านอันเป็นมรดกการแสดงของภาคเหนือ</p><p><br></p><p>รางวัลภาคภูมิใจ</p><p>-พ.ศ. 2514 ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากห้างนำชัยพานิช จังหวัดลำปาง ให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรม ความดีต่อสังคม ณ สถานีวิทยุภาคเหนือ</p><p>-พ.ศ. 2516 ได้รับเกียรติบัตร ผู้เข้าร่วมสัมมนาศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย</p><p>-พ.ศ. 2532 ได้รับโล่เชิดชูเกียรติงานประกวดสื่อการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ กสช. จากศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดน่าน</p><p>-พ.ศ. 2534 ได้รับโล่เชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดงจังหวัดน่าน จากศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดน่าน</p><p>-พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม และผู้ประกอบคุณงามความดีทางวัฒนธรรม ประจำปี ๒๕๓๓ ของภาคเหนือ</p><p>-พ.ศ. 2536 ได้รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาศิลปศาสตร์ สานมนุษยศาสตร์ โปรแกรมวิชาดนตรี วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ สหวิทยาลัยล้านนา สภาการฝึกหัดครู</p><p>-พ.ศ. 2537 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยภรณ์ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บม.)</p><p>-พ.ศ. 2538 ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน-ขับซอ) ประจำปี 2538 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ</p><p>-พ.ศ. 2545 ได้รับการยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 1 จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665614593/bec72aabe4bccef035c12bf3df4c2400/Khampai_Nuping_performing.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:48:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087937318</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087951654</link>
         <description><![CDATA[<p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งต่อวงการดนตรีไทย ในรัชสมัยของพระองค์ท่าน นับเป็นยุคทองของดนตรีไทย ได้ทรงทำนุบำรุงและส่งเสริมการดนตรีไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์นั้น นับได้ว่าดนตรีไทยเจริญรุ่งเรืองสูงสุด เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักประพันธ์เพลง นักประพันธ์บทละครพูด บทละครรำ ทรงเป็นนักเสภา และทรงเป็นนักร้องเพลงไทย นักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่นับถืออย่างสูงสุดของนักดนตรีไทยในปัจจุบัน ได้แก่ พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) จางวางทั่ว พาทยโกศล และพระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี)</p><p>นอกจากนี้ ยังมีนักดนตรีและนักร้อง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อีกเป็นจำนวนประมาณ 60 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็น<strong>พระยา</strong> 3 ตำแหน่ง <strong>พระ</strong> 6 ตำแหน่ง <strong>หลวง</strong> 16 ตำแหน่ง <strong>ขุน</strong>13 ตำแหน่ง และ<strong>หมื่น</strong> อีกประมาณ 20 ตำแหน่ง มีราชทินนาม เรียกคล้องจองกันตามลำดับบรรดาศักดิ์ ดังนี้</p><p>ประสานดุริยางศัพท์ ประดับดุริยกิจ ประดิษฐ์ไพเราะ&nbsp; เสนาะดุริยางค์ สำอางดนตรี ศรีวาทิต สิทธิวาทิน พิณบรรเลงราช พาทย์บรรเลงรมย์ ประสมสังคีต ประณีตวรศัพท์ คนธรรมวาที ดนตรีบรรเลง เพลงไพเราะ เพราะสำเนียง เสียงเสนาะกรรณ สรรเพลงสรวง พวงสำเนียงร้อย สร้อยสำเนียงสนธ์ วิมลวังเวง บรรเลงเลิศเลอ บำเรอจิตรจรุง บำรุงจิตรเจริญ เพลินเพลิงประเสริฐ เพลิดเพลงประชัน สนั่นบรรเลงกิจ สนิทบรรเลงการ สมานเสียงประจักษ์ สมัครเสียงประจิตร์ วาทิตสรศิลป์ วาทินสรเสียง สำเนียงชั้นเชิง สำเริงชวนชม ภิรมย์เร้าใจ พิไรรมยา วีณาประจินต์ วีณิณประจินต์ วีณินประณีต สังคีตศัพท์เสนาะ&nbsp; สังเคราะห์ศัพท์สอาง ดุริยางค์เจนจังหวะ ดุริยะเจนใจ ประไพเพลงประสม ประคมเพลงประสาน ชาญเชิงระนาด ฉลาดฆ้องวง บรรจงทุ้มเลิศ บรรเจิดปี่เสนาะ ไพเราะเสียงซอ คลอขลุ่ยคล่อง ว่องจะเข้รับ ขับคำหวาน ตันตริการเจนจิต ตันตริกิจปรีชา นารทประสานศัพท์ คนธรรมประสิทธิสาร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากนี้ยังมีราชทินนามที่ขึ้นต้นด้วย เจน จัด ถนัด ถนอม และลงท้ายด้วยดุริยางค์ คือ เจนดุริยางค์ จัดดุริยางค์ ถนัดดุริยางค์ ถนอมดุริยางค์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665614253/f6eb50133aef936861a3bc2b78c6b267/IMG_9295.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 04:58:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087951654</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เบ็ญจรงค์​ ธนโกเศศ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087961060</link>
         <description><![CDATA[<p>เบ็ญจรงค์ ธนโกเศศ (5 ตุลาคม พ.ศ. 2461 – 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565[1]) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปี พ.ศ. 2541 เป็นบุตรีของเตียง กับทองอู่ ธนโกเศศ เกิดที่ตำบลบางขุนพรหม อำเภอบางขุนพรหม จังหวัดพระนคร เปลี่ยนชื่อจาก “เติม” เป็น “เบ็ญจรงค์” ในสมัยรัฐบาลของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เริ่มเรียนหนังสือพออ่านออกเขียนได้ที่บ้าน แล้วศึกษาต่อที่โรงเรียนพร้อมวิทยามูลจนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ระหว่างที่เรียนหนังสือก็หัดเล่นดนตรีทั้งซอด้วง ซออู้ และขิม ครูคนแรกที่สอนซอด้วงคือ ไปล่ วนเขจร และได้เรียนซออู้เพลงแขกมอญจากหลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยชีวิน) ต่อมา ยังได้ต่อทางร้องกับละม่อม อิศรางกูร ณ อยุธยา ครูเชื้อ นักร้อง และท้วม ประสิทธิกุล เป็นบางเพลง จึงมีความสามารถทั้งในด้านการบรรเลงและขับร้อง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665621728/2742ada74161e3ec8a8f2573f176e540/________________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 05:05:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087961060</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชัยยุทธ โตสง่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087962319</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ชัยยุทธ โตสง่า</strong> หรือ <strong>ป๋อม บอยไทย</strong> (10 เมษายน พ.ศ. 2509 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562) นัก<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1">ดนตรีไทยเดิม</a>และดนตรีไทยประยุกต์ ผู้ก่อตั้งวงดนตรี BANGKOK XYLOPHONE และวงกำไล เป็นผู้ได้รับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3">รางวัลศิลปาธร</a>สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ. 2553 จัดโดย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2">สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">กระทรวงวัฒนธรรม</a> เป็นบุตรชายของครูสุพจน์ โตสง่า และครูดวงเนตร ดุริยะพันธ์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665631455/40f4666e3bd16f7ac46282a6d81d6f54/F247ECE7_D9FD_42A8_9BDA_2BAFAA9656ED.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 05:06:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087962319</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุรางค์ ดุริยพันธุ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087962732</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สุรางค์ ดุริยพันธุ์</strong> (8 เมษายน พ.ศ. 2480 – 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563) เป็นนักร้องเพลงไทยประจำวงดนตรี "ดุริยประณีต" มีความชำนาญในด้านคีตศิลป์ไทยหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการขับร้องเพลงเกร็ด เพลงเถา เพลงละคร ขับเสภา มีความเชี่ยวชาญในการขับร้องเพลงประกอบการแสดงหุ่นกระบอก เคยมีผลงานในการบันทึกเสียง เป็นนักจัดรายการประจำสถานีวิทยุโทรทัศน์ ตลอดจนเป็นครูต้นแบบผู้คิดค้นนวัตกรรมการสอนขับร้องเพลงไทย ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช 2560<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:0-1"><sup>[1]</sup></a></p><p><br/></p><p><strong>การทำงาน</strong></p><p>หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับบรรจุเป็นข้าราชการครูสอนขับร้องเพลงไทยที่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5">โรงเรียนราชินี</a>ในปี พ.ศ. 2502 ทำงานอยู่ได้ราว 3 ปี จึงได้รับการชักชวนจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%87_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5">จำนง รังสิกุล</a> ผู้อำนวยการ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B8%B5#%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87_4_%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1">สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม</a> ให้มาทำงานในตำแหน่งครูสอนขับร้อง แผนกนาฏดุริยางค์ ฝ่ายจัดรายการโทรทัศน์ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:0-1"><sup>[1]</sup></a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:1-2"><sup>[2]</sup></a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:3-4"><sup>[4]</sup></a> ภายหลังได้ย้ายมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่นักจัดรายการ ส่วนรายการฝ่ายผลิตรายการโทรทัศน์ ไทยทีวีสีช่อง 9 <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B8%B5">องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.)</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:1-2"><sup>[2]</sup></a></p><p>ภายหลังเกษียณอายุการทำงาน ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนขับร้องเพลงไทย ให้กับสถาบันการศึกษาและชุมนุมดนตรีไทย เช่น <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">มหาวิทยาลัยศิลปากร</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%92">มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87">สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</a> โรงเรียนวัดปทุมวนาราม <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">โรงเรียนเทพศิรินทร์</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2">โรงเรียนบุญวัฒนา</a> เป็นต้น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:6-7"><sup>[7]</sup></a></p><p><br/></p><p><strong>การสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชน</strong></p><p>สุรางค์ ดุริยพันธุ์ มีผลงานการประพันธ์ทางขับร้องเพลงไทย จำนวน 3 เพลง ได้แก่ "เทพรัญจวน เถา" "สุรินทราหู เถา"<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:5-6"><sup>[6]</sup></a> "เทพนฤมิต เถา" และมีความคิดริเริ่มในการสร้างนวัตกรรมการสอนขับร้อง โดยได้ประพันธ์เพลงและทางขับร้องเพลงเพื่อใช้เป็นสื่อการสอนวิชาขับร้องเพลงไทยให้แก่นิสิตนักศึกษา<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-:1-2"><sup>[2]</sup></a> ได้แก่ "สามเสียงไพเราะ" "หัวใจเสียงเอื้อน" "กลวิธีการขับร้องเพลงไทย" และ "เสียงเอื้อนลูกกระทบ"<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C#cite_note-8"><sup>[8]</sup></a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665638805/35ad0bf67df79184f7e0dc778d5a3d8c/IMG_3269.png" />
         <pubDate>2024-08-26 05:07:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087962732</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทียบ คงลายทอง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087965479</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>เทียบ คงลายทอง</strong> เป็นบุตรของนายแปลก และนางสอน เกิดเมื่อ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2445 ที่อำเภอธนบุรี กรุงเทพมหานคร เริ่มเรียนดนตรีจากบิดาด้วยการหัดเป่าขลุ่ยตั้งแต่เล็ก ครั้นอายุได้ 9 ปี จึงเรียนฆ้องวงใหญ่จากทองดี ชูสัตย์ ผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของจางวาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5">ทั่ว พาทยโกศล</a> ต่อมาเรียนปี่ในกับจุ ภิญโญอยู่ระยะหนึ่ง เมื่ออายุประมาณ 16 ปี บิดาได้พาไปฝากตัวเป็นศิษย์<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A1_%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99)">พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน)</a></p><p>เทียบเข้าเป็นคนปี่ในวงปี่พาทย์ของเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี เสนาบดีกระทรวงวังในสมัยรัชการที่ ๖ ต่อมาเมื่ออายุครบเกณฑ์ทหารก็เข้ารับราชการทหารสังกัดกรมทหารรักษาวัง เมื่อพ้นราชการทหารเมื่อ พ.ศ. 2469 ได้เข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กกองพิณพาทย์หลวง กรมมหรสพ ในรัชกาล<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> ครั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว พ.ศ. 2478 เทียบโอนมาสังกัดแผนกดุริยางค์ไทย <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">กรมศิลปากร</a> และรับราชการในกรมศิลปากรเรื่อยมาจนเกษียณอายุราชการ</p><p>เทียบบรรเลงดนตรีได้ทุกเครื่องมือ แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ ปี่ ฝีมือปี่ของครูเทียบนั้นโด่งดังมาตั้งแต่การประชันวงปี่พาทย์ที่วังบางขุนพรหม เมื่อ 19 มกราคม พ.ศ 2466 เทียบเป่าปี่ในคู่กับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A5">เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล</a> บุตรชายจางวางทั่ว ผลปรากฏว่า สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตประทานเงินคนละ ๑ ชั่ง เท่ากัน นอกจากนี้เทียบยังเคยไปแสดงฝีมือเพื่อเผยแพร่นาฎศิลป์และดนตรีไทยในต่างประเทศ เช่น ลาว พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย เยอรมันและญี่ปุ่น</p><p>เทียบได้ร่วมบันทึกเสียงกับกรมศิลปากรเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติหลายเพลง ผลงานที่เทียบภาคภูมิใจคือ การเป่าปี่แสดงฝีมือเฉพาะพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระตำหนักไทยเรือนต้น ภายในพระราชวังจิตรลดารโหฐาน นอกจากฝีมือทางดนตรีแล้ว เทียบมีฝีมือทางช่างกลึงปี่ตัดลิ้นปี่และทำกำพวดปี่ด้วย ได้ทำปี่ขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวาย ๑ เลา ณ พระราชวังไกลกังวล เมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 และได้ถวายแบบฝึกหัดเป็นโน้ตสากล และเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกหลายครั้ง</p><p>ชีวิตครอบครัว สมรสกับสว่าง วิเชียรปัญญา มีบุตรธิดาด้วยกันทั้งสิ้น 12 คน เทียบถึงแก่กรรมด้วยโรคไต เมื่อ 27 มกราคม พ.ศ. 2525</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665604018/2159168ab9eaf96d3f9321bc022af45e/______________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 05:09:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087965479</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บัว​ กมลวาทิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087971179</link>
         <description><![CDATA[<p>(บัว  กมลวาทิน)  เป็นนักดนตรีไทยที่มีฝีมือและชื่อเสียงมากคนหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ ๖ และที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดที่ตำบลผักไห่ แขวงเมืองกรุงเก่า จังหวัดอยุธยา เมื่อวันเสาร์ เดือนยี่ ปีกุน ตรงกับเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๐  บิดาชื่อ จัน มารดาชื่อ พัน ได้เรียนดนตรีมาจากบ้านผักไห่บ้างแล้วตั้งแต่เด็ก จนสามารถร่วมวงกับผู้ใหญ่ได้ โดยเฉพาะสีซออู้ได้ดีมาก เมื่ออายุประมาณ ๑๓-๑๔ ปี ได้เข้ามาอยู่ที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพ ฯ เรียนหนังสือที่วัดนี้ประมาณ ๒ ปีเศษ สอบได้ชั้นสี่ประโยคหนึ่งเมื่ออายุ ๑๖ ปี ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ อายุได้ ๑๗ ปี ได้รับพระราชทานเงินเดือนขั้นแรก เดือนละ ๒๐ บาท  เนื่องจากมีความรู้หนังสือดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินค่าวิชาเพิ่มให้อีก เป็นเงินเดือน เดือนละ ๖๐ บาท พ.ศ. ๒๔๕๒ ครั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสวยราชย์แล้ว โปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ขุนสรรเพลงสรวง เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ รับพระราชทานเงินเดือนเท่าเดิม และในปีเดียวกันนี้ ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาด้วย (ไม่มีเข็มศิลปวิทยา) มีตำแหน่งเป็นรองหุ้มแพร  </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665606000/ecab1148bb828bc8987c3c5aed466fbb/_______________768x989.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 05:13:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087971179</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สืบสุด ดุริยประณีต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087973781</link>
         <description><![CDATA[<p>นายสืบสุด ดุริยประณีต เป็นบุตรชายคนเล็กของ นายศุข&nbsp;และนางแถม ดุริยประณีต เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๗๘ ณ ตำบลสามพระยา อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร มีชื่อเรียกกันเล่น ๆ ว่า “ไก่”&nbsp;&nbsp;</p><p>ครู ไก่ มีนิสัยรักดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ชอบตีระนาดเล่นเสมอตั้งแต่อายุได้ ๘ ปี โดยใช้หีบใส่ลูกระนาดเหล็กรองนั่ง&nbsp;เพราะยังเอื้อมตีระนาดไม่ถึง จนเมื่ออายุได้ ๑๑ ปี บิดา คือ ครูศุข ซึ่งเป็นนักดนตรีชั้นครูผู้ใหญ่ในสมัยนั้น จับมือให้ตีฆ้องใหญ่ เพลงสาธุการ เป็นเพลงแรก จากนั้นพวกพี่ ๆ ของครูไก่ที่เกิดแต่พ่อศุขและแม่แถม คือ นางชุบ นายโชติ นายชั้น นางเชื่อม นางแช่มช้อย นางชม นางทัศนีย์ นางสุดจิตต์ ก็ถ่ายทอดวิชาให้จนไปร่วมวงปี่พาทย์ได้&nbsp;&nbsp;</p><p>เพลงใดที่ขัดข้อง ก็ไปถามจากครูสอน วงฆ้อง และ ครูพุ่ม บาปุยะวาส ทำให้ครูไก่ มีชื่อเสียงอยู่ในวงการศิลปินมาก ในบรรดานักดนตรี อายุรุ่นราวคราวเดียวกันจะหาผู้มีฝีมือในทางระนาดเอก ระนาดทุ้ม และฆ้องใหญ่ เทียบครูไก่ได้น้อยเต็มที&nbsp;&nbsp;</p><p>ชีวิตการทำงานนั้น เริ่มเข้ารับราชการในกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ ณ แผนกดนตรีไทย ทำหน้าที่คนตีระนาดเอก&nbsp;&nbsp;</p><p>ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ นางเรณู มีบุตรธิดาด้วยกัน ๓ คนคือ สืบศักดิ์ ศิริณา พิพัฒน์&nbsp;&nbsp;</p><p>นายสืบสุด หรือครูไก่ ถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะพ่อศุขยกวงไปบรรเลงดนตรีที่ จังหวัดลพบุรี แต่เดินทางถึงแค่อำเภอวังน้อย จังหวัดอยุธยา ก็เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ เสียชีวิตทั้งพ่อศุข และครูไก่ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๖ รวมอายุได้ ๒๘ ปี&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665638805/da829c87202fd63971bf2b1cdb2d182e/IMG_3270.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-26 05:15:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087973781</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครูทองดี สุจริตกุล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087975591</link>
         <description><![CDATA[<p>ครูทองดี สุจริตกุล เกิดเมื่อวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีชวด ตรงกับวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี บิดาชื่อ บุญชัย มารดาชื่อ เก็บ มีอาชีพ ทำสวน กำพร้ามารดา ตั้งแต่อายุได้ ๙ ปี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันหลายคน ชื่อ ทองใบ ทองอยู่ และกิมเช็ง ไม่มีใครเป็นนักดนตรี </p><p><br/></p><p>เมื่อมารดาถึงแก่กรรมแล้ว ครูทองดีได้เข้ามาอยู่ในอุปถัมภ์ของพระสุจริตสุดา พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง ๑๐ ปี จึงได้หัดเครื่องสายมาพร้อม ๆ กับนักดนตรีหญิงของพระสุจริตสุดา อาทิ ประคอง พุ่มทองสุก (นิภา อภัยวงค์) ทองสุก สุทธิพิณฑุ  แนบ เนตรานนท์  สุมิตรา สิงหลกะ (สุมิตรา สุจริตกุล) ลมหวล สุจริตกุล อำไพ สุจริตกุล ฉลวย รัตนจันทร์ (ฉลวย จิยะจันทน์) โดยเริ่มทำหน้าที่เป็นผู้ตีโทนรำมะนา ประจำวงเครื่องสาย ต่อมาได้เป็นผู้เล่นจะเข้ ประจำวง โดยมีครูชุ่ม กมลวาทิน  พระสรรเพลงสรวง (บัว กมลวาทิน) และพระประณีตวรศัพท์ (เขียน จักรวาทิน) เป็นครูผู้ฝึกสอน นับเป็นนักดนตรีของวงเครื่องสาย คณะนารีศรีสุมิตรมาแต่ดั้งเดิม </p><p><br/></p><p>ครูทองดี สมรสกับ นายเอนก สุจริตกุล ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องชั้นเดียวกันกับพระสุจริตสุดา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ มีบุตรเพียงคนเดียวชื่อ สุดาวดี เรียนอยู่ที่วิทยาลัยนาฎศิลป </p><p><br/></p><p>พ.ศ. ๒๔๙๘ เริ่มเป็นครูสอนในวิทยาลัยนาฎศิลป กรมศิลปากร ทำหน้าที่สอนจะเข้ และได้ร่วมมือกับครูประสิทธิ์ ถาวร ควบคุมฝึกซ้อมนักเรียนวิทยาลัยนาฎศิลป จัดแสดงมหาดุริยางค์ไทย ประสบผลสำเร็จอย่างดี </p><p><br/></p><p>ครูทองดี สุจริตกุล ถึงแก่กรรมด้วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐ รวมอายุได้ ๙๕ ปี</p><p><br/></p><p>พูนพิศ อมาตยกุล </p><p><br/></p><p>(เรียบเรียงจาก คำให้สัมภาษณ์ของ ครูทองดี สุจริตกุล)</p><p><br/></p><p>ที่มา : นามานุกรมศิลปินเพลงไทย ในรอบ ๒๐๐ ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพูนพิศ อมาตยกุล, หัวหน้าโครงการ ; ผู้ร่วมโครงการ, พิชิต ชัยเสรี …[และคนอื่น ๆ].  กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๖.</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2665600524/ef228a180fe2d5bbc59d7d36e53a2fe4/_______________.jpg" />
         <pubDate>2024-08-26 05:16:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/netrathitirat/44t197k9ntjkb3s8/wish/3087975591</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
