<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>พระไตรปิฎก 6/4 by Methasit Soprasert</title>
      <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-05 07:04:09 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-08-19 07:11:57 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สังคายนาครั้งที่ 1 </title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067559371</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นการสังคายนาครั้งแรก กระทำเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 3 เดือน ที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ใกล้กรุงราชคฤห์ มีพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นองค์ราชูปถัมภ์ มูลเหตุเกิดจากการที่พระภิกษุชราภาพรูปหนึ่งชื่อ “สุภัททะ” ได้กล่าววาจาจ้วงจาบพระธรรมวินัย “พระมหากัสสปะ” เล็งเห็นเหตุร้ายพระมหากัสสปเถระเป็นประธานและเป็นผู้ซักถามพระอานนท์เป็นผู้ตอบ ข้อซักถามทางพระธรรม พระอุบาลีเป็นผู้ตอบข้อชักถามทางพระวินัย การสังคายนาครั้งนี้เกิดขึ้นที่ถ้ำสัตตบรรณ เชิงเขาเวภาระ กรุงราชคฤห์ แคว้นมคร โดยมีพระเจ้าอชาตศัตรูทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ และมีพระอรหันต์เข้าร่วมการสังคายนา ๗ เดือน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:20:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067559371</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สังคายนาครั้งที่ 2</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067559802</link>
         <description><![CDATA[<p>การทำสังคายนาครั้งที่ 2 เพราะมีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งชื่อว่า วัชชีบุตร ปฏิบัติผิด พระธรรมวินัย ถ้ากัณฑกบุตรเห็นว่า หากปล่อยให้พระสงฆ์ทำผิดพระธรรมวินัยเช่นนี้ต่อไป จะเป็น เหตุให้เสื่อมเสีย จึงเสนอให้ทำสังคายนาเป็นครั้งที่ 2</p><p>สังคายนาครั้งที่ 2 ใช้ เวลา 8 เดือน พระสงฆ์ผู้ริเริ่มในการทำคือ พระยสกากัณฑกบุตรเป็นผู้ชักชวนพระเถระทั้งหลายให้ทำสังคายนา โดยมอบหน้าที่ให้พระเรวตเถระ เป็นผู้ซักถามพระธรรมวินัยและมีพระสัพพกามีเถระเป็นผู้ตอบคำถาม</p><p>การสังคายนาจัดขึ้นที่วาลิการามเมืองเวสาลี (ไพศาลี) แคว้นวัชชี การทำสังคายนาครั้งนี้เป็นสาเหตุให้พระสงฆ์แตกแยกออกเป็น ๒ นิกายใหญ่ ๆ คือ ๑. นิกายเถรวาท เป็นหมู่พระสงฆ์ที่ถือปฏิบัติตามคำสอนที่พระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้รวบรวม ไว้ในการทำสังคายนาครั้งที่ ๑ และทบทวนตรวจสอบอีกครั้งที่ ๒</p><p>๒. นิกายมหาสังมิกะ เป็นหมู่พระสงฆ์ที่มีพวกมาก มีพระสงฆ์กลุ่มวัชชีบุตรที่ปฏิบัติผิดพระวินัย เป็นผู้นำ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:21:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067559802</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สังคายนาครั้งที่ 3</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067560041</link>
         <description><![CDATA[<p>พระโมคคัลลีบุตรติสสแกระเห็นว่ามีคนนอกศาสนาปลอมตัวเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนามากขึ้น อาจทำให้พระพุทธศาสนามัวหมอง จึงได้ขอพระเจ้าอโศกมหาราช ให้ทำการสังคายนา ชำระพระพุทธศาสนาให้บริสุทธิ์ การสังคายนาทำที่ อโศการามเมืองปาฏลีบุตรในพ.ศ. 235 ใช้เวลา 9 เดือน มีพระเจ้าอโศกมหาราชทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เมื่อสิ้นสุดการทำสังคายนาแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งคณะสมณฑูต 9 สาย ออกเดินทางสู่ดินแดนต่าง ๆ ทั้งในชมพูทวีปและต่างประเทศ พระพุทธศาสนาที่เข้ามาในประเทศไทย ได้แก่ สมณฑูตสายที่ 8 มีพระโสณเถระ และพระอุตตรเถระเป็นประธานได้เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาใน ดินแดนสุวรรณภูมิ และสมณฑูตสายที่ 9 มีพระมหินทเถระเป็นประธาน (พระมหิน-ทเถระเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช) มัยต่อมามีสังฆมิตตาเถรี (ภิกษุณี) พระราชธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางเข้ามาเผยแผ่</p><p>พระบรมราชานุสาวรีย์ พระเจ้าอโศกมหาราช</p><p>พระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา จนพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองขึ้น</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:21:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067560041</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สังคายนาครั้งที่ 4</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067560171</link>
         <description><![CDATA[<p>สังคายนาครั้งนี้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ประชุมสงฆ์อรหันต์จำนวน ๖๘,๐๐๐ รูป กระทำ ณ ถูปาราม เมืองอนุราธบุรี การสังคายนาครั้งนี้ทำอยู่นาน10เดือนจึงสำเร็จ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:21:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067560171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สังคายนาครั้งที่ 5</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067560267</link>
         <description><![CDATA[<p>พวกมหาวิหาร กับพวกอภัยคีรีวิหาร เป็นพระสงฆ์ที่แตกแยกออกเป็น2พวก เกิดขึ้นที่อาโลกเลณสถาน ณ  มลตชนบท ในลังกาทวีป  การสังคายนาครั้งนี้มีความสำคัญ คือ เป็นครั้งแรกที่มีการจารึกพระพุทธวจนะเป็นลายลักษณ์อักษรลงบนใบลานด้วยภาษาบาลี ซึ่งถือเป็นต้นฉบับของพระไตรปิฎก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:22:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067560267</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุค 1 เถรวาท</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067573207</link>
         <description><![CDATA[<p>ป็นยุคสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชกษัตริย์ผู้มีความยิ่งใหญ่ในประเทศอินเดีย พระพุทธศาสนามีความรุ่งเรื่องมาก มีการส่งสมณฑูตออกเผยแผ่</p><p>พระพุทธศาสนารวม สาย โดยพระสมณฑูตสายที่ ๘ มีพระโสณเถระและพระอุตตรเถระเดินทางมาสุวรรณภูมิ ซึ่งหมายถึง ดินแดนทางตะวันออกที่มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วยพบหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดก่อน พ.ศ. ๕๐๐ ได้แก่สถูปเจดีย์ธรรมจักร ศิลากวางหมอบ ศิลปกรรมในยุคนี้ล้วนเป็นศิลปะอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช คือ ศิลปะแบบทวารวดี</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:39:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067573207</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุค 2 มหายาน</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067573878</link>
         <description><![CDATA[<p>ประมาณพ.ศ.260มีพระเจ้ากะนิษกะมหาราชทรงอุปถัมภ์การทำสังคายนาครั้งที่4ของฝ่ายนิกายมหายาน ที่เมืองชลันธร และได้ส่งพระสมณฑูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเอเชียกลางจนถึงประเทศจีน ต่อมาในพ.ศ.1300กษัตริย์ศรีวิชัย  ต่อมายังเป็นยุคมหายาน ระหว่าง พ.ศ.1454-1725 ซึ่งนับถือพุทธศาสนานิกาย จึงมีอำนาจครอบครองดินแดนประเทศไทยทั้งหมด คนไทยจึงเปลี่ยนไปนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายาน จึงทำให้มีการนับถือศาสนาผสมผสานกันไป</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:40:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067573878</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุค 3  เถรวาทแบบพุกาม</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067574311</link>
         <description><![CDATA[<p>พระเจ้าอนุรุทธมหาราชเจ้าเมืองพุกาม แห่งประเทศพม่า ทรงมีอำนาจแผ่ขยายอาณาเขตของตนมาถึงดินแดนตอนเหนือของไทย คือ ล้านนา ลพบุรี และทวารวดี พระพุทธศาสนาแบบพุกาม ซึ่งเป็นศาสนาสายที่มาจากพุกาม ประเทศอินเดีย แคว้นมคธ จึงเข้ามามีอิทธิพลต่อคนไทยแถบนั้นด้วย คนไทยจึงหันไปนับถือพระพุทธศาสนาแบบพุกามอีกครั้ง อย่างไร ก็ตามคนไทยฝ่ายใต้ส่วนใหญ่ยังคงนับถือพระพุทธศาสนาแบบมหายานอยู่</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:41:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067574311</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุค 4 เถรวาทแบบลังกาวงศ์</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067575384</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อราวพ.ศ.1698พระเจ้าปรักกมพาหุแห่งประเทศลังกา ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาโดยพระมหากัสสปะให้ชำระพระธรรมวินัย จึงกลับมาเจริญรุ่งเรืองจึงมีชื่อเสียงแผ่ออกไปยังต่างประเทศ มีชาวต่างชาติจำนวนมากมาศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎก เมื่อเรียนจบแล้วจึงกลับที่นอนบ้านเกิดของตนเฉพาะในประเทศไทย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:42:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067575384</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุโขทัย</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067577184</link>
         <description><![CDATA[<p>ในสมัยสุโขทัย ราว พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๙๒๐ พ่อขุนรามคำแหง-</p><p>มหาราชทรงมีความเลื่อมใส่ในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า เมื่อทรง</p><p>ไตรามินรสรง</p><p>ทราบข่าวจากเมืองนครศรีธรรมราชว่ามีพระสงฆ์ปฏิบัติเคร่งครัดพระธรรมวินัย พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระสงฆ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมายังเมืองสุโขทัย พระองค์ทรงทำนุบำรุงพระสงฆ์และทรงส่งเสริมการเรียนพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีผู้เลื่อมใสน้อยลงในที่สุดจึงรวมเป็นนิกายเดียวกันคงไว้แต่พระพุทธ-ศาสนาฝ่ายเถรวาทมาจนถึงทุกวันนี้ พระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัย มีความเจริญรุ่งเรื่องมาก มีการสร้างวัดวาอารามและหล่อพระพุทธรูป หนังสือพระราชนิพนธ์ของพระยาลิไทย</p><p>เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง</p><p>ขนาดใหญ่จำนวนมาก</p><p>ต่อมาใน พ.ศ. ๑๘๙๗ เมื่อพระยาลิไทยขึ้นครองราชย์ ทรงนิมนต์พระสงฆ์ชาวลังกา นามว่า พระสวามี-สังมราชมาจากเมืองลังกา ชื่อ พระสุมนะ เข้ามาสู่กรุงสุโขทัย พระยาลิไทยทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก จึงเสด็จออกผนวช ณ วัดป่ามะม่วง เขตอรัญญิก และพระราชนิพนธ์หนังสือเตภูมิกถา หรือไตรภูมิพระร่วง ซึ่งเป็นหนังสือที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อของประชาชนในเรื่อง การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เรื่องนรก สวรรค์ ทรงสั่งสอนประชาชนด้วยพระองค์เองนับว่าเป็นยุคที่พระพุทธศาสนาเจริญยั่งยืนในประเทศไทยอย่างแท้จริง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:45:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067577184</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ล้านนา</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067577481</link>
         <description><![CDATA[<p>ล้านนา ประมาณ พ.ศ. ๑๙๑๓ พระเจ้ากือนา ทรงส่งพระสมณฑูตไปนิมนต์พระสังฆราชสุมน-เกระจากพระยาลิไทย ให้มาทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในล้านนานับเป็นการเริ่มต้นแห่งพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ในดินแดนแห่งนี้</p><p>สมัยพระเจ้าติโลกราชทรงส่งคณะสงฆ์ไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศศรีสังกา พระองค์ทรง อุปถัมภ์การทำสังคายนาที่วัดโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด</p><p>สมัยพระเมืองแก้ว พ.ศ. ๒๐๓๘๒๐๖๓ เป็นยุครุ่งเรืองด้านวรรณคดีมีพระสงฆ์นักปราชญ์แต่งตำราพระดัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาบาลีจำนวนมาก เช่น พระสิริมังคลาจารย์แต่งหนังสือเรื่อง</p><p>มังคลัตถทีปนีเวสสันตรทีปนี จักรวาฟทีปนี และสังขยาปกาสกฎีกา พระรัตนปัญญาเถระแต่งหนังสือเรื่อง</p><p>วชิรสารัตถสังคหะ และชินกาลมาลีปกรณ์</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:45:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067577481</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อยุธยา</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067577750</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยอยุธยาระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๓-๒๓๑๐ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เสด็จออกผนวชใน ขณะที่ครองราชย์อยู่ที่วัดจุฬามณี เมืองลพบุรี สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กษัตริย์ลังกาทรงส่งทูตมาขอพระสงฆ์จากประเทศไทย เพื่อไปฟื้นฟู พระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงส่งพระสงฆ์มีพระอุบาลีและพระอริยมุนี พร้อมด้วยคณะสงฆ์จำนวน ๑๒ รูป ไปลังกาเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาแบบสยามวงศ์ </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:45:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067577750</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กรุงธนบุรี</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067578018</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี พระองค์ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาที่เสื่อมลงหลังจากที่พม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยาจนแตก โดยการอาราธนาพระสงฆ์ให้มาอยู่รวมกันในพระอารามต่างๆ และรวบรวมพระสงฆ์ที่ทรงคุณธรรมจากหัวเมืองให้มาประชุมร่วมกันที่วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตาราม) เพื่อคัดเลือกพระสงฆ์ขึ้นเป็น สังฆราชโดยมีมติให้พระอาจารย์ศรี วัดประดู่กรุงศรีอยุธยา เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์แรกของกรุงธนบุรี เพื่อรับผิดชอบการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:46:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067578018</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รัตนโกสินทร์</title>
         <author>methasiththisopraserith</author>
         <link>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067578380</link>
         <description><![CDATA[<p>-สมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานี แล้วพระองค์ทรงบูรณะวัด ทรงอาราธนาพระสงฆ์ ผู้มีความชำนาญในพระไตรปิฎก กับราชบัณฑิต ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นที่วัดมหาธาตุกรุงเทพมหานคร โดยใช้เวลา 5 เดือน และให้สร้างหอมณเทียรธรรมในพระบรมมหาราชวังเป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก</p><p>-สมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ให้เชิญพระบรม-สารีริกธาตุกับต้นพระศรีมหาโพธิ์จากประเทศศรีลังกา มาประดิษฐานที่ประเทศไทย และยังมีการคัดเลือกพระสงฆ์เพื่อไปสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาที่ประเทศศรีลังกา</p><p>-สมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวให้รวบรวมพระไตรปิฎกฉบับต่าง ๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบ และตรวจสอบกับฉบับของไทย นอกจากนั้นยังมีคณะสงฆ์ธรรมยุติ-นิกายเกิดขึ้น โดยมีพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ 4)เริ่มเป็นองค์แรก</p><p>-สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมพระวินัยและการศึกษาของคณะสงฆ์ด้วยการส่งเสริมการศึกษาด้านปริยัติธรรม ทำให้การปกครองคณะสงฆ์มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น</p><p>-สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระ-จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก พระองค์ทรงพระผนวชในตอนที่ครองราชย์ และบริจาคเงินเพื่อจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีแปลเป็นอักษรไทยเป็นครั้งแรก มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ประเทศอินเดียถวายให้มาประดิษฐานไว้ที่บรมบรรพต วัดสระเกศพระองค์ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้น 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง-กรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุท่าพระจันทร์ ปัจจุบันทั้งสองสถาบันเป็นสถาบันการศึกษา ชั้นสูงของพระสงฆ์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ</p><p>-สมัยรัชกาลที่6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนสนใจพระพุทธศาสนา ด้วยการพระราชนิพนธ์หนังสือ เช่น พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร และเทศนาเสือป่า</p><p>-สมัยรัชกาลที่7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีศรัทธาบริจาคเงินเพื่อ จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับบาลีเป็นอักษรไทย จัดให้มีการประกวดการแต่งหนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็ก โดยหนังสือของหม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล เป็นหนังสือ ที่ได้รับรางวัล เรียกว่า"พระไตรปิฎกสยามรัฐ“</p><p>-สมัยรัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ให้แยกการแปลหนังสือพระไตรปิฎกออกเป็น 2 ประเภท คือ แปลโดยอรรถ เรียกว่า พระไตรปิฎกภาษาไทย แปลโดยสำนวนเทศนา เรียกว่า พระไตรปิฎกเทศนาฉบับหลวง</p><p>-สมัยรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก ทรงเป็นศาสนูปถัมภกของพระพุทธศาสนาและทรงบวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก่อนจะมาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร พระองค์พระราชนิพนธ์หนังสือเรื่องพระมหาชนก ว่าด้วยเรื่องของความเพียรหรือวิริยบารมีของพระมหาชนก</p><p>-สมัยรัชกาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ</p><p>เนื่องในพระพุทธศาสนาทุกโอกาส และทรงพระผนวช เมื่อ พ.ศ. 2521</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:46:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/methasiththisopraserith/3qqsom5pydy85eaf/wish/3067578380</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
