<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ม.1/4 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนาฏศิลป์ไทย by ร่มธรรม โคตรวงศ์</title>
      <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-08-03 02:49:50 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-26 05:14:51 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f64f.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>รำวงมาตรฐาน</title>
         <author>romthum088</author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667371244</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติที่มา</p><p><br/></p><p>รูปแบบการแสดง</p><p><br/></p><p>การแต่งกาย</p><p><br/></p><p>ชื่อ ชั้น เลขที่</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/S3xDNYaCwz4?si=x5Z6tqwsnTQyvCfR" />
         <pubDate>2025-11-05 06:15:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667371244</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนหางนกยูง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667371309</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นการแสดงภายใต้โครงการ “ศิลปนิพนธ์ทางศิลปะการแสดง การสอบทักษะนาฏยศิลป์พื้นเมืองขั้นสูง ครั้งที่ ๒๕” ของ ภาควิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม </p><p><br></p><p><br></p><p>ที่มาประวัติ / ที่มา</p><p><br></p><p>เป็นการแสดงนาฏยศิลป์พื้นเมือง (หรือได้รับแรงบันดาลใจจาก) ซึ่งอยู่ในบริบทของการศึกษาศิลปะการแสดงในมหาวิทยาลัย ดังนั้นอาจเป็นการประยุกต์ หรือออกแบบขึ้นเพื่อการศึกษา/สาธิต มากกว่าเป็น “ชุดโบราณ” ที่มีประวัติตรงตัวจากอดีต</p><p><br></p><p>โดยทั่วไป นาฏยศิลป์ไทยมีรากมาจากการแสดงในราชสำนักและวัด มากกว่าหนึ่งร้อยปี และได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอินเดียร่วมด้วย </p><p><br></p><p>สำหรับ “ระบำหางนกยูง” ยังไม่พบข้อมูลชัดเจนว่ามีประวัติโดยตรงในเอกสารโบราณ (จากที่ค้น) — จึงอาจเป็นงานสร้างสรรค์ต่อยอดโดยผู้ออกแบบท่ารำให้มีสัญลักษณ์ของนกยูง เช่น ส่วนหาง หรือการแผ่หาง และใช้เพื่อแสดงถึงความสวยงามในแนวศิลปะไทยร่วมสมัย</p><p><br></p><p><br></p><p>รูปแบบการแสดง</p><p><br></p><p>จากชื่อ “Peacock Tail Dance” สามารถวิเคราะห์ได้ว่า แสดงให้เห็น ท่าทาง “แผ่หาง” หรือการเคลื่อนไหวที่คล้าย “นกยูงแผ่หาง” ซึ่งอาจเป็นท่ารำที่เน้นการแผ่แขน/ผ้าหรืออุปกรณ์ให้เหมือนหางนกยูง</p><p><br></p><p>การแสดงอยู่ในบริบทของ “ศิลปนิพนธ์ / สอบทักษะนาฏยศิลป์พื้นเมือง” ซึ่งหมายความว่า มีองค์ประกอบทั้งท่ารำ (ร่างกาย-มือ-แขน-หัว-ต่าง ๆ) + ดนตรีประกอบ + อุปกรณ์/เครื่องแต่งกาย ที่ออกแบบเพื่อแสดง “ความเป็นพื้นเมือง” หรือ “พื้นถิ่น/ท้องถิ่น”</p><p><br></p><p>อาจเป็นการแสดงเดี่ยวหรือหมู่ ขึ้นอยู่กับคลิป (ชื่อกล่าว “Performance No.9” อาจเป็นหมายเลขจัดชุด)</p><p><br></p><p>รูปแบบโดยทั่วไปของนาฏยไทย: เน้นการเคลื่อนไหวช้า-ลื่นไหล, มือแขนลีลา, โครงสร้างร่างกายตรง, สะโพก/เข่าไม่พลิกมาก, เน้นนิ่งสง่างาม </p><p><br></p><p><br></p><p>การแต่งกาย</p><p><br></p><p>จากชื่อแสดงถึง “หางนกยูง” ดังนั้นเครื่องแต่งกายน่าจะมีองค์ประกอบที่สื่อถึงหางนกยูง เช่น ผ้าที่แผ่ออกด้านหลัง, ลวดลาย/สีสันสดใสแบบนกยูง (เช่น สีเขียว ม่วง น้ำเงินทอง)</p><p><br></p><p>เครื่องแต่งกายในนาฏยไทยโดยทั่วไปนิยมใช้ผ้าสวยงามหรู มีองค์ประกอบทอง-ประดับ, ผ้าถุง/ผ้าโจงกระเบน, เสื้อแขนสั้นหรือแขนกุด + ผ้าคาดเอว + เครื่องประดับศีรษะ-เครื่องประดับต่าง ๆ </p><p><br></p><p>หากเป็นงาน “พื้นเมือง” อาจมีอุปกรณ์พิเศษ เช่น พัด, ผ้าหาง, ผ้าแผ่แทนหางนกยูง, หรือกางแขนกับผ้าที่แผ่</p><p><br></p><p>สีและการประดับ: มักเน้นให้เห็นความสะดุดตาเมื่อแสงส่อง เช่น ผ้าลายทอง, ผ้าพิ</p><p>มพ์ลาย, เอวคาดด้วยผ้าสีทอง/เงิน</p><p><br></p><p>ด.ช.พงศพัศ แววสุวรรณ ชั้น ม.1/4 เลขที่ 11</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/0fc_r2EW1dY?si=e2NG1wTzAGmJFTCL" />
         <pubDate>2025-11-05 06:15:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667371309</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำโทน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667371885</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>การแสดงรำโทน</strong></p><p><strong>ประวัติ / ที่มา:</strong><br><strong>รำโทนเป็นการแสดงพื้นบ้านของภาคกลางของประเทศไทย</strong> <strong>นิยมแสดงในงานรื่นเริงหรืองานบุญต่าง</strong> <strong>ๆ</strong> <strong>โดยมีจังหวะสนุกสนาน</strong> <strong>ใช้</strong>“<strong>โทน</strong>” <strong>หรือ</strong> “<strong>รำมะนา</strong>” <strong>เป็นเครื่องประกอบจังหวะสำคัญ</strong> <strong>จึงได้ชื่อว่า</strong> “<strong>รำโทน</strong>”</p><p><strong>รูปแบบการแสดง:</strong><br><strong>ผู้แสดงจะร่ายรำตามจังหวะเพลงโทน</strong> <strong>มีทั้งชายและหญิง</strong> <strong>แสดงเป็นหมู่</strong> <strong>ใช้ท่ารำที่สนุกสนาน</strong> <strong>เรียบง่าย</strong> <strong>และสื่อถึงความสามัคคี</strong></p><p><strong>การแต่งกาย:</strong></p><ul><li><p><strong>ชาย</strong>: <strong>นุ่งโจงกระเบน</strong> <strong>สวมเสื้อคอกระเช้า</strong> <strong>หรือผ้าแพรคาดเอว</strong></p></li><li><p><strong>หญิง</strong>: <strong>นุ่งผ้าซิ่น</strong> <strong>สวมเสื้อแขนกระบอก</strong> <strong>ผ้าคาดอก</strong> <strong>หรือผ้าคล้องไหล่</strong></p></li></ul><p><br/></p><p>ด.ช. จิรภัทร มิตรสมพร เลขที่2 ชั้น1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/PdLZE4mCNS0?si=pV3PWNWFTTFwnhtu" />
         <pubDate>2025-11-05 06:16:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667371885</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนล่องแม่ปิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667372134</link>
         <description><![CDATA[<p>ที่มา: "ล่องแม่ปิง" เป็นชื่อเพลงที่ได้รับความนิยมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ เนื้อหาของเพลงมักจะกล่าวถึงความงดงามของแม่น้ำปิง วิถีชีวิต และการสั่งสอนหญิงสาวให้มีความเป็นกุลสตรี</p><p><br/></p><p>การประดิษฐ์ท่ารำ: การแสดงฟ้อนล่องแม่ปิงไม่ได้มีแบบแผนท่ารำที่ตายตัวเหมือนฟ้อนชุดอื่น ๆ ในอดีต แต่มักจะขึ้นอยู่กับการตีความและประดิษฐ์ท่ารำของผู้แสดงหรือผู้ฝึกสอนในแต่ละสถาบัน โดยใช้ทักษะนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือประกอบเพลงให้เข้ากับเนื้อหาและอารมณ์ของเพลง</p><p><br/></p><p>ความนิยมในอดีต: การฟ้อนประกอบเพลงล่องแม่ปิงเคยเป็นชุดการแสดงยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแสดงในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันเด็ก ในอดีตลักษณะการแสดง: เป็นการร่ายรำที่เน้นความอ่อนช้อย นุ่มนวล และความพร้อมเพรียงของผู้แสดง โดยทั่วไปจะแสดงพร้อมกันเป็นหมู่</p><p><br/></p><p>ท่ารำ: ท่ารำจะสื่อถึงอิริยาบถที่แสดงออกถึงความงาม ความเรียบร้อย และความอ่อนหวานของหญิงสาวชาวเหนือ อาจมีการประยุกต์ใช้ท่ารำพื้นฐานของนาฏศิลป์ภาคเหนือ เช่น ท่าปัดดอก ท่าตักน้ำ หรือท่าฟ้อนที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของสายน้ำปิง</p><p><br/></p><p>ดนตรี: ใช้เพลงล่องแม่ปิงในการประกอบการแสดง ซึ่งเป็นเพลงที่มีจังหวะช้า ๆ เนิบ ๆ และอ่อนหวานการแต่งกายสำหรับการฟ้อนล่องแม่ปิงจะเป็นไปตามแบบแผนการแต่งกายของสตรีชาวเหนือ (ล้านนา) ในสมัยโบราณ ซึ่งมีความงดงามและเรียบร้อย ดังนี้:</p><p><br/></p><p>เสื้อ: สวมเสื้อแขนยาวทรงกระบอก หรือเสื้อที่มีความยาวจรดข้อมือ</p><p><br/></p><p>ผ้าซิ่น: นุ่งผ้าซิ่น (ผ้าถุง) ลายขวางหรือลายอื่น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ โดยความยาวจะกรอมเท้า</p><p><br/></p><p>สไบ: ห่มสไบเฉียงพาดไหล่ลงมา</p><p><br/></p><p>เครื่องประดับผม: เกล้าผมสูง หรือเกล้าทรงญี่ปุ่น แล้วทัดดอกไม้ (นิยมดอกเอื้อง หรือดอกกล้วยไม้) พร้อมทั้งประดับด้วยอุบะ (พวงดอกไม้ที่ห้อยลงมา)</p><p><br/></p><p>ด.ญ.วารีย์ มินา ม.1/4 เลขที่40</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/E_YZGdbnh2Q?si=4vA0cTQ6NPzQYs69" />
         <pubDate>2025-11-05 06:16:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667372134</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนนารีศรีอีสาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667375563</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>ฟ้อนนารีศรีอีสาน</p><p>📜 ประวัติ / ที่มาของการแสดง</p><p>“ฟ้อนนารีศรีอีสาน” เป็นการแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ ความงดงามของหญิงสาวอีสาน ซึ่งมีความอ่อนช้อย เรียบร้อย และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมพื้นบ้าน การฟ้อนนี้มักจัดแสดงในงานเทศกาลหรืองานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมของภาคอีสานให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง</p><p>💠 รูปแบบการแสดง</p><p>ผู้แสดงจะเป็นหญิงสาว แต่งกายด้วยผ้าไหม ผ้าซิ่นลายพื้นเมือง ฟ้อนประกอบจังหวะเพลงพื้นบ้านอีสาน มีท่าฟ้อนที่อ่อนช้อย งดงาม และสื่อถึงความอ่อนโยนของหญิงอีสาน เช่น ท่าฟ้อนบายศรี ท่าฟ้อนหมอบกราบ และท่าฟ้อนเชิญ</p><p>👗 การแต่งกาย</p><p>ผู้แสดงแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองอีสาน เช่น เสื้อแขนกระบอก ผ้าซิ่นไหมลายพื้นเมือง ผ้าสไบพาดไหล่ เครื่องประดับเงินหรือทองเหลือง และเกล้าผมมวยสูงประดับดอกไม้หรือพวงมาลัย</p><p>✍️ ชื่อ - นามสกุลนักเรียน  ด.ญกัญญาพัชร จันมูล ม.1/4 23</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/E0P1fPMlk6o?si=1ePPCwW-ImKw_ZIq" />
         <pubDate>2025-11-05 06:18:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667375563</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำสี่ภาค</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667378473</link>
         <description><![CDATA[<p>ระบำสี่ภาค</p><p>ประวัติ / ที่มา:</p><p>ระบำสี่ภาคเป็นการแสดงนาฏศิลป์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแสดงเอกลักษณ์ ความงดงาม และวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ โดยนำท่ารำ เครื่องแต่งกาย และดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภาคมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน</p><p>รูปแบบการแสดง:</p><p>การแสดงแบ่งออกเป็น 4 ชุดย่อย ตามภูมิภาค ทั้งหมดจะร่ายรำอย่างอ่อนช้อยตามจังหวะดนตรีพื้นบ้านของแต่ละภาค สื่อถึงความสามัคคีและความงดงามของวัฒนธรรมไทย</p><p>การแต่งกาย:</p><p>ภาคเหนือ: ผ้าซิ่นตีนจก เสื้อแขนกระบอก</p><p>ภาคกลาง: นุ่งโจงกระเบน ห่มสไบ</p><p>ภาคอีสาน: ผ้าซิ่นไหม ผ้าขิด ผ้าพาดไหล่</p><p>ภาคใต้: ผ้าปาเต๊ะ เสื้อแขนยาว ผ้าคลุมศีรษะ</p><p>ลิงก์วิดีโอตัวอย่าง (ใช้ประกอบงานได้):</p><p><br/></p><p>วชิรวิทย์ ฝอยพิกุล เลขที่15 ม1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/_TEKHTFTCD0?si=959GJzxxJ_6860bf" />
         <pubDate>2025-11-05 06:21:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667378473</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำกลองยาว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667379418</link>
         <description><![CDATA[<p>อธิบายการแสดงนาฏศิลป์รำกลองยาวหญิง</p><p><br/></p><p>การแสดง "รำกลองยาวหญิง" เป็นการนำศิลปะการแสดงกลองยาวพื้นบ้านมาปรับปรุงให้เป็นแบบแผน มีความสวยงาม และใช้ผู้แสดงเป็นหญิงล้วนหรือเน้นบทบาทของผู้หญิงในการร่ายรำ โดยมักจะใช้ชื่อชุดการแสดงว่า "รำกลองยาว" หรือ "รำเถิดเทิงกลองยาว"</p><p><br/></p><p>🥁 ชื่อชุดการแสดง</p><p>รำกลองยาว</p><p><br/></p><p>รำเถิดเทิงกลองยาว (เป็นชื่อดั้งเดิมที่เรียกตามเสียงกลอง "เถิด-เทิง-บ้อง-เทิง-บ้อง")</p><p><br/></p><p>รำกลองยาวหญิง (ใช้เพื่อเน้นลักษณะการแสดงที่มีผู้หญิงเป็นหลักในการร่ายรำ)</p><p><br/></p><p>📜 ที่มาของการแสดง</p><p>พื้นฐาน: การแสดงนี้พัฒนามาจาก กลองยาวพื้นบ้าน ซึ่งเป็นการละเล่นที่แพร่หลายในภาคกลางของไทย นิยมเล่นในงานรื่นเริง งานเทศกาล งานบุญ และขบวนแห่ต่างๆ</p><p><br/></p><p>การปรับปรุงเป็นแบบแผน: ต่อมาได้มีการปรับปรุงให้เป็นระเบียบแบบแผนทางนาฏศิลป์ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย เช่น คุณหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนนี, อาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ และอาจารย์มนตรี ตราโมท เพื่อเน้นลีลาท่ารำ จังหวะกลอง และความสวยงามของท่าเต้น ทำให้สามารถนำไปแสดงในโอกาสสำคัญหรืองานต้อนรับได้อย่างสง่างาม</p><p><br/></p><p>💃 รูปแบบการแสดงรำกลองยาวหญิง</p><p>การแสดงรำกลองยาวหญิงจะเน้นที่ ลีลาท่ารำ ที่มีความสนุกสนาน คึกคัก และความอ่อนช้อยของผู้หญิงที่นำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับจังหวะกลองยาวที่เร้าใจ</p><p><br/></p><p>ผู้แสดง: อาจเป็นผู้หญิงล้วน หรือมีผู้ชายตีกลองยาวและเครื่องประกอบจังหวะร่วมด้วย แต่ฝ่ายหญิงจะรับบทบาทหลักในการร่ายรำและอาจมีบทบาทในการรำคู่กับคนตีกลอง (เรียกว่า กลองรำ)</p><p><br/></p><p>ดนตรี: เครื่องดนตรีหลักคือ กลองยาว และเครื่องประกอบจังหวะ ได้แก่ ฉิ่ง, ฉาบ, กรับ, โหม่ง โดยมีจังหวะที่เด่นและเร้าใจ</p><p><br/></p><p>ท่ารำ: ท่ารำมีความหลากหลายและพัฒนามาจากท่ารำพื้นบ้านและท่าแม่บท โดยเน้นความสนุกสนาน และท่าทางที่สอดรับกับจังหวะดนตรี อาจมีการรำแบบรำเดี่ยว รำคู่ หรือรำหมู่ตามความเหมาะสม</p><p><br/></p><p>👗 การแต่งกายรำกลองยาวหญิง</p><p>การแต่งกายจะมีความเป็นไทยภาคกลางที่งดงามและประดับประดาอย่างสวยงาม โดยมีรายละเอียดหลักดังนี้:</p><p><br/></p><p>เสื้อ:</p><p><br/></p><p>เสื้อแขนกระบอก หรือ เสื้อทรงกระบอก</p><p><br/></p><p>คอปิด หรือ คอตั้ง</p><p><br/></p><p>ผ่าอกหน้า และติดกระดุม</p><p><br/></p><p>ผ้าซิ่น/ผ้านุ่ง:</p><p><br/></p><p>นุ่งผ้าซิ่นมีเชิง หรือ ผ้านุ่งสำเร็จรูป</p><p><br/></p><p>ความยาว กรอมเท้า</p><p><br/></p><p>สไบ:</p><p><br/></p><p>ห่มสไบเฉียง ทับเสื้อ</p><p><br/></p><p>เครื่องประดับ:</p><p><br/></p><p>เข็มขัด คาดทับเสื้อ/สไบ</p><p><br/></p><p>สร้อยคอ และ ต่างหู</p><p><br/></p><p>อาจมี สังวาล (สร้อยตัว) คาดทับเข็มขัด</p><p><br/></p><p>ทรงผม:</p><p><br/></p><p>ปล่อยผม หรือ รวบผม ให้เรียบร้อย</p><p><br/></p><p>ทัดดอกไม้ (มักจะทัดด้านซ้าย) เพื่อความสวยงาม</p><p>ชื่อ วรินทร สำราญฤทุกข์ ชั้นม.1/4 เลขที่16</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/7ONexV6UKoA?si=VQsCDJl1BdipW4NF" />
         <pubDate>2025-11-05 06:21:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667379418</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่อง รำแม่ศรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667381904</link>
         <description><![CDATA[<p>รำแม่ศรี</p><p>ประวัติ / ที่มา:</p><p>รำแม่ศรีเป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่ใช้ในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง หรือใช้เปิดงานสำคัญต่าง ๆ ถือเป็นระบำต้อนรับที่แสดงถึงไมตรีจิตและความอ่อนน้อมของคนไทย เดิมประดิษฐ์ขึ้นโดยกรมศิลปากร เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ความงามของท่ารำไทยและจิตใจที่อ่อนโยนของหญิงไทย</p><p>รูปแบบการแสดง:</p><p>ผู้แสดงจะร่ายรำอย่างอ่อนช้อยพร้อมถือพานดอกไม้หรือพานพุ่ม เดินเข้าสู่เวทีอย่างสง่างาม ท่ารำเน้นความอ่อนโยน ละเมียดละไม ประกอบกับเพลงไทยเดิมที่มีจังหวะช้าและไพเราะ</p><p>การแต่งกาย:</p><p>หญิง: นุ่งผ้าซิ่นยกทอง ห่มสไบเฉียง สวมเครื่องประดับทอง เครื่องศิราภรณ์ มวยผมสูง</p><p>ชาย (ถ้ามี): นุ่งโจงกระเบน เสื้อราชปะแตน หรือชุดไทยประยุกต์</p><p><br></p><p>ธีรวัฒน์ สมานมิตร ม.1/4เลขที่8</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/DDnZ_F362So?si=6hHJGNlApvcnk8h5" />
         <pubDate>2025-11-05 06:23:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667381904</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำมโนราห์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667382491</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติความเป็นมา</p><p>เป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองของภาคใต้ที่มีประวัติยาวนานและสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยเป็นการแสดงละครรำที่มีเนื้อเรื่องและรูปแบบการแสดงที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ในปี พ.ศ. 2564 องค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนมโนราห์เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ </p><p>การเเต่งกาย</p><p>การแต่งกายรำมโนราห์หรือโนรา มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นงดงามและมีความหมายทางวัฒนธรรม เครื่องแต่งกายจะเลียนแบบลักษณะของกินรีหรือตัวนก โดยประกอบด้วยเครื่องประดับและเสื้อผ้าที่ทำจากลูกปัดสีสันสดใส และมีปีกหางคล้ายนก เครื่องแต่งกายหลักแบ่งออกเป็น "เครื่องใหญ่" สำหรับโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง และ "เครื่องนาง" สำหรับตัวนางหรือนางรำ </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ด.ช.สายชล เเก่นจันทร์  เลขที่ 20  ชั้น1/4</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4685728266/839ff46b97915a287741d98d831b1b7b/17623234859961315689945306917163.jpg" />
         <pubDate>2025-11-05 06:24:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667382491</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซิ้งกระติ๊บข้าว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667385725</link>
         <description><![CDATA[<p>ที่มาและพัฒนาการ</p><p>จุดเริ่มต้น: ราวปี พ.ศ. 2507 ในสมัยรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระประสงค์ให้มีการแสดงของภาคอีสานเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากประเทศเนเธอร์แลนด์</p><p>การปรับปรุงท่ารำ: มีการนำเพลงเซิ้งอีสานมาปรับปรุงท่ารำให้มีความอ่อนช้อยขึ้น โดยมีท่ารำที่เลียนแบบชีวิตประจำวัน เช่น ท่าถวายบังคม, ท่าดูดาว, ท่าปั้นข้าวเหนียว, ท่าโปรยดอกไม้</p><p>การใส่กระติบข้าว: ในครั้งแรกของการแต่งกาย ผู้รำไม่ได้ห้อยกระติบข้าวเพราะคิดว่าเกะกะ แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรและมีพระราชกระแสว่า "น่าเอ็นดูดีนี่" เมื่อมีการรำโดยห้อยกระติบข้าว ทำให้ผู้แสดงทุกคนรีบนำกระติบข้าวมาห้อย</p><p>การเปลี่ยนชื่อ: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้เรียกการแสดงนี้ในครั้งแรกว่า "เซิ้งอีสาน" แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เซิ้งกระติบข้าว" จนเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน </p><p>ลักษณะการแสดงและวัฒนธรรม</p><p>การแสดงพื้นเมือง: การเซิ้งกระติบข้าวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการละเล่นพื้นเมืองของชาวภูไทในภาคอีสาน</p><p>ท่ารำ: ท่ารำจะเลียนแบบการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางของผู้หญิงชาวภูไทที่สะพายกระติบข้าวเพื่อนำอาหารไปให้สามีและญาติพี่น้องที่ทำงานนอกบ้าน</p><p>การแต่งกาย: ผู้แสดงจะสวมชุดพื้นเมืองอีสาน โดยนุ่งผ้าซิ่น สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มผ้าสไบ และเกล้าผมสูง และห้อยกระติบข้าวไว้ข้างตัว</p><p>เครื่องดนตรี: ใช้เครื่องดนตรีอีสาน เช่น แคน กลอง ฉาบ โหม่ง และกรับ </p><p>สรุป</p><p>เซิ้งกระติบข้าวเป็นการแสดงพื้นเมืองที่สืบทอดมาจากวิถีชีวิตของชาวภูไทภาคอีสาน แต่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาท่ารำให้งดงามอ่อนช้อยขึ้นตามคำแนะนำของพระบรมวงศานุวงศ์ และได้กลายมาเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายภายใต้ชื่อ "เซิ้งกระติบข้าว" </p><p><br/></p><p>ชื่อด.ญ.ลภัสรดา ยิ้มศรวล ม.1/4 เลขที่39</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/uUCGrqf_0A0?si=PSOhLDujsRQohnwo" />
         <pubDate>2025-11-05 06:26:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667385725</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนเอิ้นขวัญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667385937</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติที่มา</p><p>เป็นนาฏศิลป์พื้นเมืองของภาคอีสาน ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบ พิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นประเพณีการรับขวัญเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเป็นการนำเอา "การรำ" มาใช้ในพิธีเพื่อสื่อความหมายที่เข้าใจง่ายแก่ผู้มาเยือนหรือผู้ที่ร่วมพิธี</p><p><br/></p><p>รูปแบบการแสดง</p><p>เน้นการร่ายรำที่นุ่มนวลอ่อนช้อย แสดงถึงความเคารพและเป็นสิริมงคล</p><p><br/></p><p>การแต่งกาย</p><p>ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าซิ่นมัดหมี่และผ้าไหมอีสาน โดยเน้นสีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์และความเป็นมงคล โดยทั่วไปจะสวมเสื้อแขนกระบอกสีขาว นุ่งผ้าถุงมัดหมี่สีหมากสุกและห่มทับด้วยผ้าขิดไหมลายล่วงสีเดียวกัน</p><p><br/></p><p>ชื่อ ฉัตรชยา ผลสุกบริสุทธิ์ ชั้น ม.1/4 เลขที่ 26</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/-Tu9hLmtTbI?si=eCmqnyP50gTy9eYG" />
         <pubDate>2025-11-05 06:26:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667385937</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667388150</link>
         <description><![CDATA[<p>ความหมายของชื่อ</p><p><br/></p><p>“รำบำ” หมายถึง การร่ายรำประกอบดนตรีและจังหวะ</p><p><br/></p><p>“เทพบันเทิง” หมายถึง เหล่าเทพที่มีความสุข สำราญ บันเทิงใจ</p><p>รวมกันแล้ว “รำบำเทพบันเทิง” จึงหมายถึง การร่ายรำของเหล่าเทพยดาเพื่อเฉลิมฉลองและบันเทิงในสวรรค์</p><p><br/></p><p>🌸 ลักษณะของการแสดง</p><p><br/></p><p>เป็น การรำหมู่ ใช้ผู้แสดงหญิงประมาณ 4–8 คน หรือมากกว่านั้น</p><p><br/></p><p>ท่ารำอ่อนช้อย สง่างาม แสดงถึงความสูงส่งของเทพ</p><p><br/></p><p>เครื่องแต่งกายเป็นแบบ ยืนเครื่องพระ–นาง หรือชุด นางฟ้าเทวดา สวมมงกุฎหรือชฎา</p><p><br/></p><p>ท่ารำได้รับการดัดแปลงมาจาก ท่ารำในโขนและละครใน เช่น ท่าพรหมสี่หน้า ท่าเทพบันเทิง ท่ากินนรเล่นน้ำ เป็นต้น</p><p><br/></p><p>🎶 ดนตรีและเพลงที่ใช้</p><p><br/></p><p>ใช้วง ปี่พาทย์เครื่องห้า หรือเครื่องใหญ่</p><p><br/></p><p>เพลงที่ใช้ประกอบเรียกว่า เพลงเทพบันเทิง หรือ เพลงบำเทิงเทพ ซึ่งมีจังหวะช้า–กลาง มีความไพเราะและสง่างาม</p><p><br/></p><p>บางครั้งอาจมีการใช้เพลงประกอบอื่น เช่น เพลงหน้าพาทย์ “เทพบันเทิง” หรือ “สาธุการ” ในช่วงต้น</p><p><br/></p><p>🌺 จุดมุ่งหมายในการแสดง</p><p><br/></p><p>แสดงเพื่อ เฉลิมพระเกียรติ หรือในงานมงคล เช่น งานฉลอง งานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง</p><p><br/></p><p>เป็นการแสดงที่ แสดงความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสื่อถึงความสุข ความสงบ และความอุดมสมบูรณ์</p><p><br/></p><p>🕊️ สาระสำคัญ</p><p><br/></p><p>“รำบำเทพบันเทิง” เป็นสัญลักษณ์ของ ความสง่างามแบบสวรรค์ ความอ่อนช้อยของศิลปะไทย และความรื่นเริงอันบริสุทธิ์ของเหล่าเทพยดา จึงถือเป็นการแสดงที่สะท้อนถึงความงดงามของนาฏศิลป์ไทยอย่างแท้จริง</p><p><br/></p><p>ปัณณ์วิชญ์ กลมราช 1/4 10</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/0aUyYUTZp6k?si=wIzU7WLmgmDklxjt" />
         <pubDate>2025-11-05 06:28:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667388150</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำมโนราห์บูชายัญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667388506</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติ/ที่มา:รำมโนราห์บูชายัญ เป็นการแสดงที่ดัดแปลงมาจากวรรณคดีเรื่องพระสุธน-มโนราห์ ฉากที่มโนราห์ถูกบังคับให้รำถวายเพื่อบูชายัญก่อนจะหลบหนีกลับไปยังเมืองของตน ประวัติ เป็นตอนหนึ่งของวรรณคดีเรื่องพระสุธน-มโนราห์ โดยกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ การแต่งกาย จะมีเครื่องแต่งกายคล้ายกับมโนราห์ทั่วไป แต่มีความประณีตเป็นพิเศษ ได้แก่ เทริด, ปีกนกแอ่น, ปีกเหน่ง, รัดอก, ปิ้งคอ, หางหงส์, ผ้าห้อยหน้า, สนับเพลา และกางเกง </p><p>ประวัติ</p><p>มาจากวรรณคดี: เป็นตอนหนึ่งของวรรณคดีเรื่องพระสุธน-มโนราห์ ซึ่งกล่าวถึงนางมโนราห์ถูกปุโรหิตใส่ร้ายว่าต้องบูชายัญ จึงขอรำถวายครั้งสุดท้ายก่อนที่จะบินหนีกลับเมืองของตน</p><p>พัฒนาโดยกรมศิลปากร: กรมศิลปากรได้นำมาปรับปรุงและจัดแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ โดยใช้เพลงแขกบูชายัญ ของอาจารย์มนตรี ตราโมท</p><p>ลีลาการร่ายรำ: เป็นการแสดงที่อ่อนช้อยงดงาม อวดฝีมือของผู้แสดงเป็นอย่างสูง และอาจารย์มนตรี ตราโมท ได้นำเพลงเร็วของคุณครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ มาบรรเลงประกอบ โดยไม่มีเนื้อร้อง </p><p>การแต่งกาย</p><p>การแต่งกายของชุดมโนราห์บูชายัญเป็นแบบยืนเครื่องพระนาง ซึ่งดัดแปลงมาจากละครชาตรีดั้งเดิม ให้มีความประณีตและงดงามประกอบด้วย: </p><p>เทริด: เครื่องประดับศีรษะคล้ายมงกุฎ</p><p>ปีกนกแอ่น/ปีกเหน่ง: ทำด้วยแผ่นเงินคล้ายนกนางแอ่นกางปีก ใช้สวมติดกับสังวาลที่ระดับเหนือสะเอว</p><p>ปิ้งคอ: เครื่องประดับคอ</p><p>รัดอก: เครื่องลูกปัดร้อยเป็นลายสำหรับสวมบริเวณลำตัวท่อนบน</p><p>หางหงส์: ปลายชายผ้าที่รั้งไปเหน็บไว้ข้างหลัง</p><p>ผ้าห้อยหน้า: ผ้าที่ห้อยไว้ด้านหน้า</p><p>สนับเพลา: กางเกงที่สวมใส่</p><p>เล็บ: เล็บปลอม ทำด้วยโลหะ</p><p>กำไล: เครื่องประดับแขน</p><p>สร้อยคอ: เครื่องประดับที่คอ </p><p>ด.ญ. ขัวญใจ เชียงทอง ชั้น1/4 เลขที่25</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/2KebAT3nI5E?si=p0UCs5tjranA03py" />
         <pubDate>2025-11-05 06:28:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667388506</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนเทียน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667389110</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>มีประวัติความเป็นมาจากศิลปะการฟ้อนดั้งเดิม ซึ่งเดิมอาจเป็นการฟ้อนเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะถูกพัฒนามาใช้ในงานพิธีสำคัญของเจ้านายฝ่ายใน จากนั้นจึงมีการเผยแพร่สู่สาธารณะโดยครูลมุล ยมะคุปต์ ซึ่งนำแบบอย่างมาจากเจ้าดารารัศมี</p><p><br/></p><p>รูปแบบการแสดง</p><p>เป็นการรำโดยผู้แสดงหญิงล้วน ถือเทียนคนละเล่ม เพื่อแสดงความสวยงามของแสงเทียนยามค่ำคืน โดยมีการเคลื่อนไหวข้อมือที่อ่อนช้อยและแปรขบวน มีลักษณะคล้ายกับการรำฟ้อนเล็บ แต่เปลี่ยนจากการสวมเล็บเป็นการถือเทียนแทน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>การแต่งกาย</p><p>การ นุ่งซิ่น และ สวมเสื้อแขนยาวคอกลมหรือคอจีน ซึ่งอาจมีการ ห่มสไบเฉียง เพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ด.ญ.ธนวรรณ ธนันต์ธันยพร   เลขที่30</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/OgQkZ0S3IGU?si=s6kFTEHlbvKIM--J" />
         <pubDate>2025-11-05 06:29:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667389110</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนเล็บ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667389794</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><p>ประวัติ   ฟ้อนเล็บ มีต้นกำเนิดจาก ฟ้อนเมือง หรือ ฟ้อนแห่ครัวทาน ของชาวล้านนา ซึ่งเดิมเป็นการแสดงในขบวนแห่บุญในวัด ต่อมา พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ได้นำไปปรับปรุงแบบแผนท่ารำให้สวยงามยิ่งขึ้น และฝึกสอนแก่ช่างฟ้อนในคุ้มหลวง การสวม เล็บที่ทำด้วยทองเหลือง ที่นิ้วทั้งแปด จึงเป็นที่มาของชื่อ "ฟ้อนเล็บ" </p></li><li><p><strong>การแต่งกาย:</strong></p><ul><li><p><strong>เสื้อ:</strong> เสื้อ<strong>การแต่งกาย:</strong></p><ul><li><p><strong>เสื้อ:</strong> เสื้อคอกลม แขนยาว ทรงกระบอก อาจมีการตกแต่งเพิ่มความสวยงาม เช่น ลูกไม้ หรือระบายที่คอเสื้อ</p></li><li><p><strong>ผ้าซิ่น:</strong> นุ่งผ้าซิ่นลายขวาง</p></li><li><p><strong>สไบ:</strong> ห่มสไบเฉียงจากบ่าซ้ายไปเอวขวา</p></li><li><p><strong>เครื่องประดับ:</strong> สวมเล็บมือยาวสีทอง ๘ นิ้ว (ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ) และอาจมีเข็มกลัดที่หน้าอก หรือกำไลข้อมือ</p></li><li><p><strong>ทรงผม:</strong> เกล้าผมมวยสูง และทัดดอกไม้ เช่น ดอกเอื้อง จำปา กระดังงา หรือใช้ดอกรักร้อยเป็นอุบะ</p></li></ul></li><li><p><strong>รูปแบบการแสดง:</strong></p><ul><li><p><strong>ท่าฟ้อน:</strong> ท่ารำจะเน้นความอ่อนช้อย และมีการร่ายรำตามทำนองเพลงที่เชื่องช้า</p></li><li><p><strong>เครื่องดนตรี:</strong> วงกลองตึ่งโนง ซึ่งประกอบด้วยกลองแอว กลองตะหลดปด สว่า ฆ้อง ฉาบใหญ่ และแน</p></li><li><p><strong>เพลง:</strong> นิยมใช้เพลงแหย่งเป็นหลัก</p></li></ul></li><li><p><strong>การเปลี่ยนแปลง:</strong> ปัจจุบันมีการปรับปรุงการแสดงให้สวยงามยิ่งขึ้น โดยประดิษฐ์ท่าฟ้อนให้ดูอ่อนช้อยงดงามมากขึ้น&nbsp; แขนยาว ทรงกระบอก อาจมีการตกแต่งเพิ่มความสวยงาม เช่น ลูกไม้ หรือระบายที่คอเสื้อ</p></li><li><p><strong>ผ้าซิ่น:</strong> นุ่งผ้าซิ่นลายขวาง</p></li><li><p><strong>สไบ:</strong> ห่มสไบเฉียงจากบ่าซ้ายไปเอวขวา</p></li><li><p><strong>เครื่องประดับ:</strong> สวมเล็บมือยาวสีทอง ๘ นิ้ว (ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ) และอาจมีเข็มกลัดที่หน้าอก หรือกำไลข้อมือ</p></li><li><p><strong>ทรงผม:</strong> เกล้าผมมวยสูง และทัดดอกไม้ เช่น ดอกเอื้อง จำปา กระดังงา หรือใช้ดอกรักร้อยเป็นอุบะ</p></li></ul></li><li><p><strong>รูปแบบการแสดง:</strong></p><ul><li><p><strong>ท่าฟ้อน:</strong> ท่ารำจะเน้นความอ่อนช้อย และมีการร่ายรำตามทำนองเพลงที่เชื่องช้า</p></li><li><p><strong>เครื่องดนตรี:</strong> วงกลองตึ่งโนง ซึ่งประกอบด้วยกลองแอว กลองตะหลดปด สว่า ฆ้อง ฉาบใหญ่ และแน</p></li><li><p><strong>เพลง:</strong> นิยมใช้เพลงแหย่งเป็นหลัก</p></li></ul></li><li><p><strong>การเปลี่ยนแปลง:</strong> ปัจจุบันมีการปรับปรุงการแสดงให้สวยงามยิ่งขึ้น โดยประดิษฐ์ท่าฟ้อนให้ดูอ่อนช้อยงดงามมากขึ้น&nbsp;  : ชื่อศศิศ  กิจภาระ ชั้น1/4เลยที่18</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/aKuY-KZF-Xs?si=V29g-36pdpPbjdez" />
         <pubDate>2025-11-05 06:29:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667389794</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนเจิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667391986</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>"ฟ้อนเจิง" (หรือ "ฟ้อนเจิง" เป็นภาษาไทย) เป็นศิลปะการแสดงแบบหนึ่งที่มีความเป็นมาจากภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ทางภาคเหนือ เช่น ชาวไทใหญ่หรือที่บางครั้งเรียกว่าชาว "เจียงใหม่" หรือ "เจิง" ซึ่งการฟ้อนเจิงถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงทางวัฒนธรรมประจำชาติพันธุ์เหล่านี้</p><p><br/></p><p>ความหมายและลักษณะของฟ้อนเจิง</p><p>ฟ้อนเจิง คือการเต้นรำที่มีท่าทางสง่างามและเป็นที่นิยมในงานพิธีต่าง ๆ เช่น งานบุญ งานแต่งงาน หรืองานแสดงทางศาสนา โดยการฟ้อนเจิงมักจะมีท่าทางที่ละเอียดอ่อน, ประณีต และสอดแทรกไปกับดนตรีพื้นเมืองหรือเพลงพื้นบ้าน โดยผู้ฟ้อนเจิงจะสวมใส่เครื่องแต่งกายที่มีสีสันสดใส และมีการเคลื่อนไหวร่างกายและแขนตามจังหวะของดนตรีและบรรยากาศของพิธี</p><p><br/></p><p>ประวัติและการเกิดขึ้น</p><p>ฟ้อนเจิงมีการเริ่มต้นมาจากพิธีกรรมและงานศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการขอพรจากเทพเจ้า ซึ่งศิลปะการฟ้อนมักใช้ในการสื่อสารความเชื่อและแสดงถึงความเคารพในวิถีชีวิตของชุมชนชนเผ่าในภาคเหนือ โดยมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้การแสดงที่มีความหมายเชิงศาสนาและความเป็นมาของชุมชน</p><p><br/></p><p>ในปัจจุบัน ฟ้อนเจิงยังคงเป็นศิลปะการแสดงที่นิยมและมีความสำคัญในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ โดยเฉพาะในงานเทศกาลหรือการแสดงทางวัฒนธรรมที่ต้องการให้เห็นถึงการอนุรักษ์ศิลปะท้องถิ่นและการถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชน</p><p><br/></p><p>ลักษณะของการฟ้อนเจิง</p><p>การเคลื่อนไหว: การฟ้อนเจิงจะมีท่าทางที่ไหลลื่น, อ่อนช้อย และมีการใช้มือและแขนในการแสดงที่สวยงาม มักจะเน้นการขยับร่างกายในลักษณะสมดุลและมีความประณีต</p><p><br/></p><p>เครื่องแต่งกาย: ผู้ฟ้อนมักจะสวมใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายและสีสันสดใส ซึ่งมักจะสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนที่เป็นผู้สืบทอดการฟ้อนนี้</p><p><br/></p><p>ดนตรี: ดนตรีประกอบการฟ้อนเจิงมักเป็นเพลงพื้นบ้านที่มีลักษณะพิเศษที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศให้เหมาะสมกับการแสดง</p><p><br/></p><p>หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณต้องการเกี่ยวกับฟ้อนเจิง เช่น การฝึกซ้อม, ความสำคัญในประเพณี, หรือการเปลี่ยนแปลงของฟ้อนเจิงในปัจจุบัน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ฟ้อนเจิง (หรือฟ้อนเจิงเจี๋ย) เป็นการแสดงศิลปะพื้นบ้านที่มีรากฐานมาจากภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการบูชาเทพเจ้าหรือการขอพรให้มีความสุข ความเจริญในชีวิต โดยมักจะประกอบไปด้วยการฟ้อนรำที่อ่อนช้อย งดงาม และมักจะมีการใช้เครื่องประดับที่ประณีต เช่น หงอนไฟ หรือตุ้มหูที่เป็นส่วนสำคัญของการแสดง</p><p><br/></p><p>ลักษณะการแสดงฟ้อนเจิง</p><p><br/></p><p>ท่าทางการฟ้อน: ฟ้อนเจิงเป็นการฟ้อนรำที่เน้นการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อน เน้นการยืดหยุ่นของข้อมือและนิ้วมือ เพื่อแสดงถึงความสง่างามและความประณีต</p><p><br/></p><p>เครื่องแต่งกาย: ผู้แสดงฟ้อนเจิงมักสวมชุดพื้นเมืองที่มีลักษณะเป็นชุดสไตล์ล้านนา เช่น ชุดผ้าซิ่น ผ้าคลุมไหล่ หรือชุดที่มีลวดลายที่ประณีต</p><p><br/></p><p>ดนตรีและเพลงประกอบ: ฟ้อนเจิงมักจะมีดนตรีที่เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น ขิม หรือ ระนาด และการร้องเพลงประกอบการฟ้อน ซึ่งจะทำให้การแสดงดูมีชีวิตชีวาและมีจังหวะ</p><p><br/></p><p>การบูชาหรือพิธีกรรม: ฟ้อนเจิงมักจะเกิดขึ้นในพิธีทางศาสนา เช่น การบูชาพระธาตุ หรือพิธีกรรมทางประเพณีของชาวล้านนา</p><p><br/></p><p>การฟ้อนเจิงมีความหมายที่ลึกซึ้ง และการแสดงก็มีความสวยงามในท่าทางและการแสดงออกทางอารมณ์ที่ละเอียด</p><p><br/></p><p>อโณทัย กิ่งมณี เลขที่21 1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/kZbJac28so0?si=QNEKqvBvs2h9j4Lg" />
         <pubDate>2025-11-05 06:31:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667391986</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำมยุราภิรมย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667394105</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติที่มา ! เป็นระบำที่แต่งโดย ครูมนตรี ตราโมท ซึ่งเป็นเพลงเกร็ดประกอบการแสดงละครในเรื่องอิเหนา</p><p><br/></p><p>การเเต่งกาย !  เครื่องแต่งกายตัวละครพระ ตัวพระ สวมเสื้อแขนยาวปักดิ้น และเลื่อม มีอินทรธนูที่ไหล่ ส่วนล่างสวมสนับเพลา (หมายเหตุ : กางเกง) ไว้ข้างใน นุ่งผ้ายกจีบโจงไว้หางหงส์ทับสนับเพลา ด้านหน้ามีชายไหวชายแครงห้อยอยู่ ศีรษะสวมชฎา สวมเครื่องประดับต่างๆ เช่น กรองคอ ทับทรวง ตาบทิศ ปั้นเหน่ง ทองกร กำไลเท้า </p><p><br/></p><p>รูปเเบบการเเสดง !  เป็นรูปแบบการแสดงที่เลียนแบบกิริยาท่าทางของนกยูง โดยมีลักษณะเป็นการแสดงที่ประดิษฐ์ท่ารำขึ้นจากท่วงทำนองเพลงที่แต่งโดย ครูมนตรี ตราโมท</p><p><br/></p><p>ดนตรีประกอบ ! วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์</p><p><br/></p><p>ด.ญ พรปวีณ์ รัตนเจริญสุข ม.1/4 เลขที่36</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/8t5PFgrAklI?si=vK7Jy0GnTyI6BOtr" />
         <pubDate>2025-11-05 06:33:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667394105</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การ แสดง ภาค เหนือ ฟ้อน ดาบ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667394510</link>
         <description><![CDATA[<p>1ชื้อชุดการแสดงไม่มีชื่อเรียกชุดการแสดงเฉพาะเ</p><p>จาะจง แต่จะเรียก ตามลายฟ้อนหรือเชิงดาบนั้นๆ </p><p>2ประวัติมาจากศิลปะการต่อสู้ของชายชาวล้านนาแต่โบราณ โดยพัฒนาจากทักษะการต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อใช้ในยามศึกสงคราม มาสู่การแสดงในงานเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น งานปอยหรืองานบุญ</p><p>3มีที่มาจากการ ฝึกฝนและดัดแปลงศิลปะการต่อสู้ของชายชาวล้านนา เพื่อใช้ในการป้องกันตัวและต่อสู้กับศัตรูในอดีต </p><p>4รูปแบบการแสดงจำลองการต่อสู้ด้วยดาบ โดยเน้นท่วงท่าที่สวยงามผสมผสานกับการแสดงเชิงรบ ทั้งท่ารุก รับ หลบหลีก และหลอกล่อ</p><p>5เป็นการแต่งกายคล้ายทหารโบราณของชาวล้านนา โดยมักจะใส่เสื้อหม้อห้อมแขนสั้น หรือเสื้อคอกลมแขนกระบอกสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นหรือเตี่ยวสะดอ และคาดผ้าที่เอว อาจมีผ้าโพกศีรษะ หรือประดับตกแต่งให้สวยงาม  </p><p>ด.ช ธนวัตน์ สุทธิสวัสดิ์ เลขที่7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/NzWv_MyUq0o?si=1ghDXnJRA75yV3oN" />
         <pubDate>2025-11-05 06:33:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667394510</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โขนพระราชทาน ตอนพิเภกสวามิภักดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667395770</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติของ โขนพระราชทาน</p><p><br/></p><p>กำเนิด &amp; ที่มา</p><p><br/></p><p>การแสดง โขน เป็นนาฏกรรมชั้นสูงของไทย มีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา โดยเป็นการแสดงในราชสำนักโดยเฉพาะ </p><p><br/></p><p>“โขนพระราชทาน” หมายถึง โขนที่จัดขึ้นภายใต้พระราชอุปถัมภ์ และได้รับการฟื้นฟูโดย สมเด็จพระนางเจ้าฯ สิริกิติ์ (พระบรมราชินีนาถ / พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) เพื่อสืบสาน และอนุรักษ์โขนให้คงอยู่ </p><p><br/></p><p>การแสดงนี้ถูกจัดอย่างพิถีพิถัน ทั้งเครื่องแต่งกาย วงดนตรี เสียงพากย์ และฉาก เพื่อให้เป็นต้นแบบที่มีคุณภาพสูง </p><p><br/></p><p><br/></p><p>จุดมุ่งหมาย &amp; ความสำคัญ</p><p><br/></p><p>เพื่อเป็น มรดกทางวัฒนธรรม ของชาติไทย และมีบทบาทเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกลักษณ์ไทย </p><p><br/></p><p>เพื่อ ฟื้นฟูงานฝีมือไทย เช่น การทอผ้า, การปักดิ้นทอง, การทำหน้ากากโขน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ </p><p><br/></p><p>เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ชม ไม่ใช่จำกัดเฉพาะราชสำนักเช่นในอดีต </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>รูปแบบการแสดง</p><p><br/></p><p>โครงเรื่อง / บทละคร</p><p><br/></p><p>โขนพระราชทานมักหยิบยกตอนจาก รามเกียรติ์ ซึ่งเป็นบทประพันธ์ที่ได้จากการดัดแปลงของไทยจากมหากาพย์อินเดีย </p><p><br/></p><p>ตัวอย่างตอนที่จัดแสดง เช่น ตอน “สัตยาพาลี” ที่จัดโดยมูลนิธิฯ </p><p><br/></p><p>การแสดงใช้ทั้งนักแสดงหน้ากาก, นักพากย์, วงดนตรีไทย (ปี่พาทย์) และมีพิธีเช่น “ไหว้ครูโขน” ก่อนการแสดง </p><p><br/></p><p><br/></p><p>การแสดง &amp; ท่ารำ</p><p><br/></p><p>นักแสดงสวมหน้ากากหรือลูกศิษย์ที่ได้รับมอบหมาย แล้วเคลื่อนไหวด้วยท่ารำเฉพาะตัว เช่น ยักษ์มีท่ารบ, ลิงมีท่ากระโดดพลิ้ว </p><p><br/></p><p>เครื่องดนตรีไทยสร้างบรรยากาศและจังหวะให้สอดคล้องกับลีลาและการแสดง </p><p><br/></p><p>ฉากสมัยใหม่มีการใช้แสง สี ฉากหลัง เพื่อเพิ่มความอลังการให้ “โขนพระราชทาน” ไม่ต่างจากการแสดงละครเวทีขนาดใหญ่ </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>การแต่งกาย &amp; เครื่องทรง</p><p><br/></p><p>หน้ากาก &amp; เครื่องสวมศีรษะ</p><p><br/></p><p>ตัวละครหลักที่เป็นยักษ์และลิงมักสวม หน้ากากไม้ แบบดั้งเดิม เพื่อให้มีอัตลักษณ์เด่น </p><p><br/></p><p>ตัวละครพระ/นางบางบทอาจใช้แต่งหน้าแทนหน้ากาก เพื่อความคล่องตัวในแสดง </p><p><br/></p><p>มงกุฎยอดต่าง ๆ เช่น มงกุฎยอดชัย, เบญกาย ใช้สำหรับบทพระ/เทวดา เป็นเครื่องสวมศีรษะที่โดดเด่น</p><p><br/></p><p><br/></p><p>เครื่องแต่งกายหลัก</p><p><br/></p><p>เสื้อเกราะ, แขนเสื้อ, อินธนู, รัดประคองเสื้อ, สนับเพลา – ทุกชิ้นมีลายดิ้นทองหรือเงิน </p><p><br/></p><p>ผ้าไหม/ไหมซาตินที่ปักลวดลาย เช่น “ลายราชวัตรดอกลอย”, “ลายขนทักษิณาวัตร” เป็นต้น ใช้แสดงบทต่าง ๆ เช่น หนุมาน </p><p><br/></p><p>เครื่องประดับทอง / เงิน เช่น เข็มขัด, กำไล, สร้อยคอ ซึ่งเพิ่มความวิจิตรให้กับชุด</p><p><br/></p><p><br/></p><p>งานช่างฝีมือ &amp; กระบวนการผลิต</p><p><br/></p><p>มีการฟื้นฟูงานทอผ้า “ผ้ายกเมืองนคร” ให้กลับมาใช้ในโขนพระราชทาน </p><p><br/></p><p>ขั้นตอนการปักเครื่องแต่งกาย ต้องเริ่มจากร่างลาย, สกรีน, ตรึงสะดึง แล้วจึงปักดิ้นทอง/เงินอย่างประณีต </p><p> รชต สุดแสวง 1/4 เลขที่14</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/lr0TfE_hyd4?si=JffiAaS5K1DX-CP0" />
         <pubDate>2025-11-05 06:34:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667395770</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำชมเดือน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667396871</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติ:รําชมเดือน" เป็นการฟ้อนเลียนแบบลีลาการฟ้อนทางภาคเหนือ โดยใช้ทำนองเพลงลาวลำปางและเนื้อเพลงที่กล่าวถึงความงามของธรรมชาติและผู้หญิง การแต่งกายจะต่างกันไปตามเพศ โดยผู้ชายจะนุ่งโจงกระเบนและสวมเสื้อ ส่วนผู้หญิงจะนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อลูกไม้ สไบพาดบ่า และประดับเครื่องประดับมุก </p><p>ประวัติ</p><p>การฟ้อน: เป็นการฟ้อนที่ได้รับอิทธิพลจากการฟ้อนทางภาคเหนือ มีลีลาที่อ่อนช้อยงดงาม</p><p>ทำนองเพลง: ใช้ทำนองเพลงลาวลำปาง</p><p>เนื้อเพลง: กล่าวถึงการชมความงามของธรรมชาติยามค่ำคืน แสงจันทร์ ความงามของผู้หญิง และการแต่งกาย </p><p>การแต่งกาย</p><p>ผู้ชาย:</p><p>นุ่งโจงกระเบน</p><p>สวมเสื้อราชปะแตน</p><p>ใส่ถุงเท้า</p><p>สวมรองเท้า</p><p>ผู้หญิง:</p><p>นุ่งโจงกระเบน</p><p>สวมเสื้อลูกไม้</p><p>ห่มสไบพาดบ่าและผูกเป็นโบว์</p><p>ใส่เครื่องประดับมุก </p><p>ด.ญ. ณัฐวดี  ราชวงค์ ชั้น1/4 เลขที่27</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/-hRK12aFHU8?si=N9Kyxpkama18-HUd" />
         <pubDate>2025-11-05 06:35:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667396871</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำไก่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667403279</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติความเป็นมา</p><p>ระบำไก่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงละครในบท "พระลอตามไก่" เนื้อเรื่องกล่าวถึง "ปู่เจ้าสมิงพราย" ผู้มีเวทมนตร์อาคม ได้ใช้ "ไก่แก้ว" ซึ่งเป็นไก่ที่มีลักษณะพิเศษและงดงาม ไปล่อให้ "พระลอ" กษัตริย์แห่งเมืองแมนสรวง ให้เดินทางมาหาพระเพื่อนพระแพงที่เมืองสรอง </p><p>การแสดงชุดนี้จึงเป็นการจำลองท่าทางของไก่ที่ถูกมนต์สะกด มีความองอาจ ผาดโผน และเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาตามเนื้อเพลงบรรยายลักษณะของไก่แก้ว ซึ่งแต่งโดยสมเด็จฯ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ได้บรรจุทำนองเพลง "ลาวจ้อย" ไว้ได้อย่างไพเราะ </p><p>นอกจากนี้ ยังมีการแสดงระบำไก่ในรูปแบบอื่นที่เป็นการละเล่นพื้นบ้าน โดยเฉพาะในภาคใต้ที่เรียกว่า "ระบำไก่ชน" ซึ่งเป็นการจำลองกิจกรรมการชนไก่ในวิถีชีวิตพื้นบ้านมาเป็นการแสดงที่สนุกสนานเร้าใจ </p><p>การแต่งกาย</p><p>การแต่งกายสำหรับการแสดงระบำไก่มีลักษณะสำคัญคือ ผู้แสดงจะต้องแต่งกายให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับไก่มากที่สุด เพื่อให้สามารถสื่อถึงกิริยาอาการของไก่ได้อย่างสมจริง </p><p>เครื่องแต่งกาย: มักใช้ชุดที่มีสีสันสดใส เช่น สีแดง, เขียว, เหลือง, ดำ หรือหลากสี (เบญจรงค์)</p><p>ลักษณะชุด:</p><p>ส่วนใหญ่จะสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่แนบกระชับ เพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว</p><p>มีการประดับประดาตกแต่งด้วย หางไก่ และ ปีกไก่ ที่บริเวณด้านหลังและแขน ซึ่งทำจากขนนกหรือวัสดุอื่นที่มีสีสันสวยงาม</p><p>อาจมีเครื่องประดับที่ศีรษะเป็น หงอนไก่ หรือหน้ากากไก่ เพื่อเพิ่มความสมจริง</p><p>รายละเอียดอื่นๆ: เน้นการเลียนแบบลักษณะของไก่ เช่น ขอบตาชาด (สีแดง), หงอนพรายพรรณ, เดือยใสสีลำยอง, สองเท้าเทียมนพมาศ เป็นต้น ตามเนื้อเพลงที่พรรณนาไว้ </p><p>โดยสรุปแล้ว การแต่งกายระบำไก่เป็นการผสมผสานระหว่างชุดนาฏศิลป์ไทยพื้นฐานกับการตกแต่งเพิ่มเติมให้มีรูปลักษณ์เหมือนไก่ เพื่อให้เข้ากับบทบาทและการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ของการแสดงชุดนี้ </p><p>ด.ญ. ปุญญาพร สุขดี  ชั้น ม.1/4  เลขที่  34</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/scWVoVR0WRc?si=Z8rdpa97dDxwzDhH" />
         <pubDate>2025-11-05 06:39:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667403279</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนถิ้งบ้อง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667404366</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติที่มา</p><p>ฟ้อนถิ่นบ้อง เป็นการฟ้อนพื้นเมืองของภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัด เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง</p><p>เกิดขึ้นจาก วิถีชีวิตของชาวบ้านล้านนา ที่นิยมใช้ “บ้องไม้ไผ่” ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้ใส่น้ำ ต้มน้ำ หรือเป็นเครื่องมือในไร่นา</p><p><br/></p><p>จากการใช้ไม้ไผ่เหล่านี้ ชาวบ้านจึงเกิดความคิดนำมา เคาะให้เกิดจังหวะ แล้วฟ้อนรำประกอบเสียงบ้อง</p><p>จนกลายเป็น ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ที่สนุกสนานและงดงาม เรียกว่า “ฟ้อนถิ่นบ้อง”</p><p><br/></p><p>รูปเเบบการเเสดง</p><p><br/></p><p>ฟ้อนถิ่นบ้อง เป็นการแสดงพื้นบ้านล้านนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว</p><p>แสดงออกถึงความสนุกสนาน ความสามัคคี และวิถีชีวิตของชาวเหนือ</p><p>โดยใช้ “บ้องไม้ไผ่” เป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะการฟ้อน</p><p><br/></p><p>การเเต่งกาย</p><p> ฝ่ายหญิง</p><p>สวม เสื้อแขนกระบอก หรือ เสื้อแขนสามส่วน สีอ่อน เช่น สีชมพู ฟ้า หรือขาว</p><p><br/></p><p>นุ่ง ผ้าซิ่นลายพื้นเมือง เช่น ซิ่นตีนจก ซิ่นลายคำ หรือซิ่นม่วน</p><p><br/></p><p>พาด ผ้าสไบ ทับไหล่ด้านหนึ่ง สีสด เช่น สีทอง สีแดง หรือสีชมพู</p><p><br/></p><p>เกล้า มวยผม ทัด ดอกไม้พื้นเมือง เช่น ดอกพุด หรือดอกจำปา</p><p><br/></p><p>สวม เครื่องประดับเงิน เช่น สร้อยคอ กำไล และต่างหู</p><p><br/></p><p> ฝ่ายชาย</p><p>สวม เสื้อพื้นเมือง หรือ เสื้อม้อฮ่อม สีพื้น เช่น สี </p><p><br/></p><p>ขาวน้ำเงิน หรือเทา</p><p><br/></p><p>นุ่ง กางเกงสะดอ (ขาก๊วย) หรือผ้าซิ่นพันเอว</p><p><br/></p><p>มี ผ้าโพกหัว ลายพื้นเมืองหรือสีแดง</p><p><br/></p><p>ถือ บ้องไม้ไผ่ เป็นอุปกรณ์ประกอบการฟ้อน</p><p><br/></p><p>ชื่อ ด.ญ.นํ้าฟ้า  เอกรัตสาสกุล ชั้น ม.1/4 เลขที่32</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/-m5IXTW6oo8?si=3t-7DjubP-LGc_r-" />
         <pubDate>2025-11-05 06:40:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667404366</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำเก็บใบชา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667404955</link>
         <description><![CDATA[<p> ประวัติความเป็นมา</p><p>ผู้ประดิษฐ์: ระบำชุดนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดย นักศึกษาระดับปริญญาของวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ภายใต้การควบคุมของ นางสาวปราณี สำราญวงศ์</p><p>วัตถุประสงค์: เพื่อนำออกแสดงเป็นผลงานการบรรเลงดนตรีและการแสดงนาฏศิลป์ ณ โรงละครแห่งชาติ</p><p>ผู้แต่งเพลง: นายปกรณ์ รอดช้างเผื่อน</p><p>ดนตรีประกอบ: ใช้ ดนตรีพื้นเมืองภาคพายัพ (ภาคเหนือ)</p><p>💃 รูปแบบและลีลาการแสดง</p><p>ระบำเก็บใบชาเป็นระบำที่แสดงถึง กรรมวิธีการเก็บใบชา ของชาวเขา ตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยแบ่งเป็นช่วงหลัก ๆ ดังนี้:</p><p>การออกเดินทาง: ลีลาแสดงถึงการเดินทางขึ้นไปตามไหล่เขาอย่างคล่องแคล่วและร่าเริง</p><p>การเก็บใบชา: ท่ารำจะเลียนแบบการเด็ดใบชา การเก็บใบชาใส่ตะกร้าหรือภาชนะที่สะพายไว้</p><p>การคัดเลือกและผึ่งแดด: ท่าทางแสดงถึงการเลือกสรรใบชา การนำใบชามาผึ่งแดดเพื่อรอให้แห้ง</p><p>ความรื่นเริง: ขณะที่รอใบชาแห้ง จะมีการแสดงลีลาสนุกสนาน รื่นเริงของกลุ่มชาวเขา</p><p>เดินทางกลับ: ท่ารำสุดท้ายแสดงถึงการเก็บใบชาที่แห้งแล้วและเดินทางกลับสู่ที่พัก</p><p>ลักษณะเด่น: การแสดงมีความ อ่อนช้อยและสนุกสนาน ในขณะเดียวกันก็ กระฉับกระเฉงและคล่องแคล่ว ตามแบบฉบับของผู้ที่ทำงานบนพื้นที่สูง</p><p>👚 การแต่งกาย</p><p>การแต่งกายของผู้แสดงจะ เลียนแบบชาวไทยภูเขา ซึ่งเน้นความสวยงามของเครื่องแต่งกายประจำเผ่าที่ประดับประดาด้วยเครื่องเงินและสีสันสดใส มักจะใช้เครื่องแต่งกายของเผ่าใดเผ่าหนึ่ง หรือผสมผสานระหว่างเผ่าต่างๆ เช่น ม้ง (แม้ว), อาข่า, ลาหู่ เป็นต้น</p><p>เครื่องแต่งกายหลัก:</p><p>เสื้อ: เสื้อแขนยาวที่ประดับลวดลายและงานปักที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า</p><p>กระโปรง/กางเกง:</p><p>ผู้หญิงมักใส่กระโปรง หรือกางเกงขายาวที่ปักลวดลาย</p><p>ผู้ชายมักใส่กางเกงขายาวที่คล่องตัว</p><p>ผ้าคาดเอว/สะพายไหล่: มีการใช้ผ้าที่มีสีสันสดใสคาดหรือสะพาย</p><p>เครื่องประดับ: สวมใส่เครื่องประดับเงิน เช่น สร้อยคอ, กำไล, ต่างหู</p><p>หมวก/ผ้าโพก: มักสวม หมวก หรือ ผ้าโพกศีรษะ ที่มีลวดลายหรือพู่ห้อยอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า</p><p>🧺 อุปกรณ์ที่ใช้</p><p>ตะกร้า/ภาชนะเก็บใบชา: ผู้แสดงมักจะถือ ตะกร้าขนาดเล็ก หรือมี ภาชนะสำหรับใส่ใบชา สะพายหลังหรือถือประกอบการแสดง เพื่อให้การร่ายรำสมจริงตามเรื่องราวของการเก็บใบชา </p><p>ด.ช.พิชยะ พฤกษาชาติ 12 1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/UDeIg-IBnXg?si=8M0nlqiIF8MvIzzC" />
         <pubDate>2025-11-05 06:41:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667404955</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำโบราณคดี ศรีวิชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667409347</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ระบำที่ปรากฏในวิดีโอคือ ระบำศรีวิชัย ซึ่งเป็นชุดการแสดงประเภทระบำโบราณคดีที่สำคัญชุดหนึ่งของกรมศิลปากร รายละเอียดของการแสดงมีดังนี้:</strong></p><p><strong>๑. ชื่อชุดการแสดง</strong></p><p><strong>• ระบำโบราณคดี ชุดที่ ๒ ได้แก่ ระบำศรีวิชัย</strong></p><p><strong>๒. ประวัติ/ที่มาของการแสดง</strong></p><p><strong>ระบำศรีวิชัยเป็นหนึ่งในชุดระบำโบราณคดี ๕ ชุดที่เกิดขึ้นตามแนวคิดของ นายธนิต อยู่โพธิ์ อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น</strong></p><p><strong>• แรงบันดาลใจ: การสร้างระบำชุดนี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยได้รับแจ้งจากท่านตุนกู อับดุล รามานห์ แห่งมาเลเซีย ซึ่งต้องการให้นำนาฏศิลป์ไปแสดงประกอบภาพยนตร์เรื่องบรรพบุรุษของท่านที่สืบเชื้อสายมาในสมัยศรีวิชัย</strong></p><p><strong>• หลักฐานที่ใช้: คณะผู้จัดทำได้พิจารณาค้นคว้าหลักฐานจากศิลปกรรมภาพจำหลักที่ สถูปบุโรพุทโธ ในเกาะชวา ซึ่งอยู่ในสมัยราชวงศ์ไศเลนทร์ อันเป็นยุคเดียวกันกับสมัยศรีวิชัย (ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๘)</strong></p><p><strong>• ผู้ประพันธ์:</strong></p><p><strong>• ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ: นางลมุล ยมะคุปต์ และ นางเฉลย ศุขะวณิช</strong></p><p><strong>• ผู้แต่งทำนองเพลง: นายมนตรี ตราโมท</strong></p><p><strong>• ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย: นายสนิท ดิษฐพันธ์</strong></p><p><strong>๓. รูปแบบการแสดง</strong></p><p><strong>• ลักษณะ: เป็นการ รำหมู่</strong></p><p><strong>• ท่ารำ: ประดิษฐ์ขึ้นโดยการเลียนแบบจาก ภาพจำหลัก ที่บุโรพุทโธ ผสมผสานกับท่วงท่าของ นาฏศิลป์ชวา ทำให้เกิดความงดงามของการใช้มือ เท้า และศีรษะที่มีลักษณะเฉพาะ</strong></p><p><strong>• ดนตรี: นายมนตรี ตราโมท ได้เลือกเครื่องดนตรีไทยที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเครื่องดนตรีที่ปรากฏในภาพจำหลัก หรือสร้างขึ้นใหม่ นำมาผสมวงและปรับปรุงเป็นเพลงประกอบจังหวะระบำ เครื่องดนตรีที่ใช้ได้แก่ ตะโพนไทย กลองแขก กระจับปี่ และประกอบจังหวะด้วยฉิ่งและกรับ</strong></p><p><strong>๔. การแต่งกาย</strong></p><p><strong>เครื่องแต่งกายประดิษฐ์ขึ้นตามแบบภาพจำหลักในสมัยศรีวิชัย มีลักษณะเด่นดังนี้:</strong></p><p><strong>• เสื้อ: เสื้อรัดอกสีเนื้อ (ผ้ายืดสีเนื้อ) ไม่มีแขน คล้ายการเปลือยอกตามที่ปรากฏในภาพปั้น</strong></p><p><strong>• ผ้านุ่ง: นุ่งผ้าลักษณะคล้าย ผ้าโสร่งบาติก หรือ ผ้าปาเต๊ะ เย็บเป็นจีบหน้านางเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางด้านหน้า มักมีสีคู่ เช่น สีเขียวกับสีแดง หรือสีน้ำตาลกับสีเหลืองอ่อน</strong></p><p><strong>• ผ้าคาด/สไบ:</strong></p><p><strong>• ผ้าคาดรอบสะโพก ใช้ผ้าแพรเนื้อบาง มีสองสี เช่น สีเขียวและสีแดง.</strong></p><p><strong>• ผ้าสไบเฉียง ใช้ผ้าสีเดียวกับสีคาดสะโพก เย็บติดกับแผ่นโค้งบนไหล่ซ้าย.</strong></p><p><strong>• ศีรษะ: เกล้าผมมวยไว้ท้ายทอย หรือเกล้าสูงกลางศีรษะคล้ายลูกจันแบน. สวม เกี้ยว รัดผม และมี กระบังหน้า.</strong></p><p><strong>• เครื่องประดับ: ประกอบด้วย เข็มขัด (ทำด้วยโลหะชุบทองลายโปร่ง), สร้อยคอ, ต่างหู (แบบห้อยหรือห่วงกลมใหญ่), กำไลต้นแขน และ กำไลมือ.</strong></p><p><strong>วิดีโอนี้เป็นอีกหนึ่งการแสดงระบำศรีวิชัยที่บันทึกโดยมูลนิธิมนตรี ตราโมท: </strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.youtube.com/watch?v=diyyhY2xq_s"><strong>ระบำศรีวิชัย ระบำโบราณคดี ลำดับ 2 ณ.โรงละครแห่งชาติ</strong></a></p><p><br></p><p><strong>  ด.ญ.พิชฎา อุตมูล ม.1/4 เลขที่37</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/XC3COpOZcMA?feature=shared" />
         <pubDate>2025-11-05 06:44:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667409347</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำเชิญพระขวัญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667417018</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>ประวัติ / ที่มาของการแสดง</p><p>รำเชิญพระขวัญ เป็นชุดการแสดงที่ประกอบอยู่ใน ละครประวัติศาสตร์เรื่อง "น่านเจ้า" ซึ่งประพันธ์บทโดย ฯพณฯ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ และกรมศิลปากรได้จัดแสดงขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2482</p><p>เนื้อเพลงมีความหมายเกี่ยวกับการ "รับขวัญ" หรือ "เชิญพระขวัญ" ที่เชื่อว่าเป็นสิริมงคลให้กลับคืนมาสู่ร่างกายของมนุษย์ เพื่อบันดาลให้เกิดสิริมงคลและความรอดปลอดภัยแก่ชีวิต</p><p>ต่อมาการแสดงชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และถูกนำมาใช้ในการแสดงเบิกโรง หรือรำอวยพรในงานมงคลหรืองานรื่นเริงทั่วไป</p><p>รูปแบบการแสดง</p><p>ประเภท: เป็นการแสดงหมู่ หรือ ระบำ</p><p>จำนวนผู้แสดง: ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้แสดง 4 - 6 คน</p><p>ลีลาท่ารำ: ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทยได้ประดิษฐ์ท่ารำให้กลมกลืนกับบทร้อง (00:00:52) ซึ่งเป็นท่ารำที่อ่อนช้อยงดงาม</p><p>อุปกรณ์ประกอบการแสดง: ผู้แสดงจะถือ แว่นเทียน ร่ายรำ (00:01:01) โดยการโบกควันเทียนถือเป็นการนำสิริมงคลไปสู่ผู้ที่ชมการแสดง</p><p> การแต่งกาย</p><p>การแต่งกายสำหรับการแสดงชุดนี้จะเป็นไปตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทย โดยทั่วไปจะแต่งกายแบบ นางใน หรือ ยืนเครื่องนาง (ในวิดีโอนี้ผู้แสดงเป็นนักเรียนหญิง แต่แต่งกายตามแบบนาฏศิลป์ไทย</p><p><br/></p><p>ด.ชเกียรติศักดิ์  คงสอน  ชั้น ม.1/4เลข1</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/35WZvkGOzDE?si=SBpl5axwUae3lJFR" />
         <pubDate>2025-11-05 06:50:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667417018</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนสาวไหม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667429984</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p>เป็นการฟ้อนที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่โดย <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A2+%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C&amp;sca_esv=b64be62ce0c76d87&amp;rlz=1CDGOYI_enTH1182TH1182&amp;hl=th&amp;sxsrf=AE3TifP9z4DHXHi3V2b8iDtbY4_TMGfEYQ%3A1762323803682&amp;ei=W-0KaburKe6SseMPmoS7qAo&amp;oq=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2&amp;gs_lp=EhNtb2JpbGUtZ3dzLXdpei1zZXJwInvguJvguKPguLDguKfguLHguJXguLTguJfguLXguYjguKHguLLguILguK3guIfguKPguLPguJ_guYnguK3guJnguKrguLLguKfguYTguKvguKHguKHguLXguJvguKPguLDguKfguLHguJXguLTguJfguLXguYjguKHguLIyCBAAGIAEGKIEMggQABiABBiiBDIIEAAYgAQYogRI16gBUMESWOCZAXACeAGQAQCYAfMBoAHsK6oBBjAuMzEuM7gBA8gBAPgBAZgCHaAC5CLCAgoQABiwAxjWBBhHwgIFEAAY7wWYAwCIBgGQBgiSBwYyLjI1LjKgB4FbsgcGMC4yNS4yuAfUIsIHCDAuMjIuNi4xyAdG&amp;sclient=mobile-gws-wiz-serp&amp;mstk=AUtExfAB8N7oCRi5i_K_PqV4AMOeFu4ywK9w7kXGDGYo39pKaxcW_qPf_66NSdGsZDEE9yAtGsJNAMsdxqQTheE27nYGLF4v3XCssZmriVInbU9ddIc--Vgfipx7Wypds6RbF3rhqtgLYypuzr3uQCLP0V7i3S6TW0l43EqvjxbXciy9zw_H7pIDRgmkc0ua82wvsR00cQNe3zvjmG9b9CepNynhLzQsCzN_S0zoV-opd8jh97HWn16eMysvHvRuZ_NIwHddKoxrvPPaK7xctQrcrEXu&amp;csui=3&amp;ved=2ahUKEwiWlJu1tNqQAxUyT2wGHccFPDAQgK4QegQIARAC"><strong>นายกุย สุภาวสิทธิ์</strong></a> จากท่าฟ้อนเชิงแบบชาย ต่อมาลูกสาวคือ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7+%28%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%29+%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C&amp;sca_esv=b64be62ce0c76d87&amp;rlz=1CDGOYI_enTH1182TH1182&amp;hl=th&amp;sxsrf=AE3TifP9z4DHXHi3V2b8iDtbY4_TMGfEYQ%3A1762323803682&amp;ei=W-0KaburKe6SseMPmoS7qAo&amp;oq=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2&amp;gs_lp=EhNtb2JpbGUtZ3dzLXdpei1zZXJwInvguJvguKPguLDguKfguLHguJXguLTguJfguLXguYjguKHguLLguILguK3guIfguKPguLPguJ_guYnguK3guJnguKrguLLguKfguYTguKvguKHguKHguLXguJvguKPguLDguKfguLHguJXguLTguJfguLXguYjguKHguLIyCBAAGIAEGKIEMggQABiABBiiBDIIEAAYgAQYogRI16gBUMESWOCZAXACeAGQAQCYAfMBoAHsK6oBBjAuMzEuM7gBA8gBAPgBAZgCHaAC5CLCAgoQABiwAxjWBBhHwgIFEAAY7wWYAwCIBgGQBgiSBwYyLjI1LjKgB4FbsgcGMC4yNS4yuAfUIsIHCDAuMjIuNi4xyAdG&amp;sclient=mobile-gws-wiz-serp&amp;mstk=AUtExfAB8N7oCRi5i_K_PqV4AMOeFu4ywK9w7kXGDGYo39pKaxcW_qPf_66NSdGsZDEE9yAtGsJNAMsdxqQTheE27nYGLF4v3XCssZmriVInbU9ddIc--Vgfipx7Wypds6RbF3rhqtgLYypuzr3uQCLP0V7i3S6TW0l43EqvjxbXciy9zw_H7pIDRgmkc0ua82wvsR00cQNe3zvjmG9b9CepNynhLzQsCzN_S0zoV-opd8jh97HWn16eMysvHvRuZ_NIwHddKoxrvPPaK7xctQrcrEXu&amp;csui=3&amp;ved=2ahUKEwiWlJu1tNqQAxUyT2wGHccFPDAQgK4QegQIARAD"><strong>นางบัวเรียว (สุภาวสิทธิ์) รัตนมณีภรณ์</strong></a> ได้ปรับปรุงเป็นแบบอ่อนช้อยสำหรับผู้หญิง และได้รับการพัฒนาต่อเนื่องที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8F%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88&amp;sca_esv=b64be62ce0c76d87&amp;rlz=1CDGOYI_enTH1182TH1182&amp;hl=th&amp;sxsrf=AE3TifP9z4DHXHi3V2b8iDtbY4_TMGfEYQ%3A1762323803682&amp;ei=W-0KaburKe6SseMPmoS7qAo&amp;oq=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2&amp;gs_lp=EhNtb2JpbGUtZ3dzLXdpei1zZXJwInvguJvguKPguLDguKfguLHguJXguLTguJfguLXguYjguKHguLLguILguK3guIfguKPguLPguJ_guYnguK3guJnguKrguLLguKfguYTguKvguKHguKHguLXguJvguKPguLDguKfguLHguJXguLTguJfguLXguYjguKHguLIyCBAAGIAEGKIEMggQABiABBiiBDIIEAAYgAQYogRI16gBUMESWOCZAXACeAGQAQCYAfMBoAHsK6oBBjAuMzEuM7gBA8gBAPgBAZgCHaAC5CLCAgoQABiwAxjWBBhHwgIFEAAY7wWYAwCIBgGQBgiSBwYyLjI1LjKgB4FbsgcGMC4yNS4yuAfUIsIHCDAuMjIuNi4xyAdG&amp;sclient=mobile-gws-wiz-serp&amp;mstk=AUtExfAB8N7oCRi5i_K_PqV4AMOeFu4ywK9w7kXGDGYo39pKaxcW_qPf_66NSdGsZDEE9yAtGsJNAMsdxqQTheE27nYGLF4v3XCssZmriVInbU9ddIc--Vgfipx7Wypds6RbF3rhqtgLYypuzr3uQCLP0V7i3S6TW0l43EqvjxbXciy9zw_H7pIDRgmkc0ua82wvsR00cQNe3zvjmG9b9CepNynhLzQsCzN_S0zoV-opd8jh97HWn16eMysvHvRuZ_NIwHddKoxrvPPaK7xctQrcrEXu&amp;csui=3&amp;ved=2ahUKEwiWlJu1tNqQAxUyT2wGHccFPDAQgK4QegQIARAE"><strong>วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่</strong></a> โดยมีจุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์นาฏศิลป์ล้านนาและวิถีชีวิตการทอผ้าไหมให้คงอยู่ตลอดไป&nbsp;</p><p>เป็นการฟ้อนพื้นเมืองของภาคเหนือที่เลียนแบบกระบวนการทอผ้า ซึ่งพัฒนามาจาก "ฟ้อนเจิง" ที่เดิมเป็นท่ารำของผู้ชาย พัฒนาโดย  <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5+%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;sca_esv=b64be62ce0c76d87&amp;rlz=1CDGOYI_enTH1182TH1182&amp;hl=th&amp;sxsrf=AE3TifPbC-JH4VtHiH3I3j0Hw0_--EC2yA%3A1762325144859&amp;ei=mPIKaaGXNJqgnesP-PaB-Qo&amp;oq=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;gs_lp=EhNtb2JpbGUtZ3dzLXdpei1zZXJwIn7guJvguKPguLDguKfguLHguJXguLTguJfguLXguYjguKHguLLguILguK3guIfguKPguLPguJ_guYnguK3guJnguKrguLLguKfguYTguKvguKHguKHguLXguKPguLnguJvguYHguJrguJrguIHguLLguKPguYHguKrguJTguIcyCBAAGIAEGKIEMggQABiABBiiBDIFEAAY7wUyBRAAGO8FSIyHAVCQGFj7gwFwBHgBkAEAmAHoAaAB4BSqAQYwLjE2LjG4AQPIAQD4AQGYAhWgApwVwgIKEAAYsAMY1gQYR5gDAIgGAZAGCJIHBjQuMTYuMaAH-UGyBwYwLjE2LjG4B4oVwgcIMC4xNy4zLjHIBzQ&amp;sclient=mobile-gws-wiz-serp&amp;mstk=AUtExfDbrdmvt_qBeZIlGJ2mtFDtRd0jg0leZyT79Dp-KRElHX7DSdhn__6ms7T1z71bnURnNbwmIOibO3JGNBP_SVdAqcv69w31auxLP__4i3TVoGnOSJ3cvQ3MhuoToXltuiwC7SM1ahV6j1qwwPAwu3p9tHOH5gXo-9asiYHZLd9W6i9xTBUc2qP43tn6ENR7hawOgVu8ocFwGbpAmRLlJN7o0Tkf7ZHusm_uwMKxmlUy9H0_LlQdldCWOa51vVMjm-guYWtUSEUXJkxOpAx6ZK4a&amp;csui=3&amp;ved=2ahUKEwitrqLvtNqQAxW8UGcHHbFyDVYQgK4QegQIARAE"><strong>นางพลอยศรี สรรพศรี</strong></a> ได้ช่วยปรับปรุงท่ารำร่วมกับนางบัวเรียว </p><p>ด.ช.ธนกร สมจิตร์ เลขที่5 ม1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/8rA372QM-6g?si=hs3-Guog14fNfw9U" />
         <pubDate>2025-11-05 07:00:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667429984</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำเหย่อย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667430351</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติความเป็นมา</p><p><br/></p><p>รำเหย่ย เป็นการแสดงพื้นบ้านของชาวมอญที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะในเขตอำเภอพนมทวน มีประวัติความเป็นมาและการพัฒนาที่น่าสนใจ</p><p>การเเสดงรำเหย่อย</p><p><br/></p><p>การละเล่นพื้นบ้านของไทยภาคกลาง โดยเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นการร้องโต้ตอบบทกวีสดระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง พร้อมกับร่ายรำประกอบจังหวะ โดยมีลักษณะเด่นคือคำร้องทุกวรรคจะลงท้ายด้วยเสียง "เอย" และนิยมเล่นกันในงานเทศกาลหรือช่วงเวลาที่มีความรื่นเริงต่างๆ </p><p><br/></p><p>การเเต่งกาย</p><p>ผ้านุ่ง: นุ่งผ้าถุง หรือผ้าพิมพ์ลายโจงกระเบนหลากสีกัน</p><p>เสื้อ: สวมเสื้อคอกลมแขนยาว</p><p>สไบ: ห่มผ้าสไบเฉียงทับเสื้อ โดยสีของสไบมักเป็นสีเดียวกับสีของผ้านุ่ง</p><p>ทรงผม: เกล้าผมมวยรัดด้วยดอกไม้หรือดอกมะลิ และประดับดอกไม้สดที่หูข้างเดียว</p><p>เครื่องประดับ:</p><p>เข็มขัด</p><p>สร้อยคอ</p><p>สร้อยข้อมือ</p><p>กำไลข้อเท้า </p><p><br/></p><p><br/></p><p>บารมี  สีเเก้ว เลขที่9  ชั้น1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4685894155/2077fb65013d5d2eef402f269b3214ec/17623258174358555649463334458562.jpg" />
         <pubDate>2025-11-05 07:00:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667430351</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำวงใต้เกี้ยว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667434800</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>ชื่อชุดการแสดง</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ชื่อชุดคือ รำวงใต้เกี้ยว (Ram Wong Tai Kiew) — เป็นชื่อที่ใช้เรียกชุดการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ที่ดัดแปลงจากรำวงและเต้นรองเง็งของภาคใต้</p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>ประวัติ / ที่มาของการแสดง</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><ul><li><p>รำวงใต้เกี้ยวถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดย วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการเต้น “รองเง็ง” ของชาวภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะในการก้าวเท้า แตะเท้า โยกตัว โอนตัว และย่อตัว</p></li><li><p>จากนั้น นำองค์ประกอบของรำวง (ซึ่งเป็นการรำเป็นวงกลม) มาผสมผสานกับท่าทางของรองเง็ง และออกแบบเป็นชุดการแสดงใหม่ชื่อรำวงใต้เกี้ยว โดยที่แบ่งการแสดงออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ “หนุ่มพบสาว” และ “บ่าวเกี้ยวหญิง” เพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาย–หญิงในเชิงเกี้ยวพาราสี</p></li><li><p>คำว่า “ใต้เกี้ยว” สื่อถึงแนวคิดของการ “เกี้ยว” หรือการเสน่หาเชิงรำวงของภาคใต้ และผสมผสานท่ารำแบบวงกลมเข้ากับบริบทของใต้ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ชุดนี้มีเอกลักษณ์</p></li></ul><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>รูปแบบการแสดง</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><ul><li><p>ผู้แสดงจะเคลื่อนตัวเป็น วงกลม (รำวง) ทวนเข็มนาฬิกา โดยมีการเคลื่อนไหวและท่าทางที่ยืมจากรองเง็ง เช่น ก้าวเท้า แตะเท้า โยกตัว โอนตัว ย่อตัว เป็นต้น</p></li><li><p>แบ่งเป็น 2 ช่วง:<br></p><ol><li><p>หนุ่มพบสาว — เป็นการเริ่มที่ชายและหญิงพบกัน เคลื่อนไหวรำด้วยท่ารำวงผสมรองเง็ง</p></li><li><p>บ่าวเกี้ยวหญิง — เป็นการแสดงในเชิงเกี้ยวพาราสีกันอย่างมีจังหวะ และมีบทเพลง/บทร้องแทรกเพื่อสื่อความสัมพันธ์</p></li></ol></li><li><p><br/></p></li><li><p>ดนตรีประกอบใช้เป็น วงดนตรีภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งนำทำนองของรองเง็งมาเป็นแนวคิด โดยมีการแต่ง-เพิ่มเติม-ร้อยเรียงใหม่ให้เหมาะสมกับการรำวงใต้เกี้ยว</p></li></ul><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>การแต่งกาย</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><ul><li><p>ฝ่ายชาย: ใช้แนวคิดจากชุด “บาจูเมอลายู” (Baju Melayu) ซึ่งเป็นชุดมลายูของชาย พัฒนาให้เหมาะกับการรำ</p></li><li><p>ฝ่ายหญิง: ใช้แนวคิดจากชุด “เคบาย่าบีกู” (Kebaya Begu) ซึ่งเป็นชุดมลายูของหญิง มีการออกแบบให้สวมใส่เพื่อการรำได้สะดวก</p></li><li><p>ผู้แสดงทุกคนจะใช้ ผ้าเช็ดหน้า (handkerchief) ระหว่างการรำ ซึ่งเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ถูกกำหนดให้ใช้สำหรับรำวงใต้เกี้ยว</p></li></ul><p>ด.ญ.เมธาวี แสงสาลี ม.1/4 เลขที่38</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/UBIavsStl0A?si=vDusJcblRZdc68bA" />
         <pubDate>2025-11-05 07:04:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667434800</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซิ้งตังหวาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667438441</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><mark>ประวัติแล่ที่มา: มีประวัติเริ่มต้นจากการที่นายประดิษฐ์ แก้วชิน พบเห็นการแสดงพื้นเมืองที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2514</mark></strong> เขาได้นำมาฝึกหัดและพัฒนาให้เป็นชุดการแสดงที่ได้รับความนิยม และต่อมาได้รับการฟื้นฟูและปรับปรุงท่ารำให้สวยงามยิ่งขึ้นโดยอาจารย์ศิริเพ็ญ อัตไพบูลย์ ที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี)&nbsp;</p><p><br></p><p>เป็นการฟ้อนรำพื้นเมืองอีสานที่มีลักษณะอ่อนช้อย สนุกสนาน และไพเราะ โดยมีทำนองเพลงที่เร้าใจ และเน้นการโต้ตอบบทกลอนระหว่างชาย-หญิง เครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงคือเครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน (โปงลาง) ซึ่งต้นแบบการแสดงได้มาจากอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี และได้นำมาพัฒนาท่ารำให้งดงามยิ่งขึ้น </p><p><br></p><p><br></p><p>ของผู้ชายคือการนุ่งโจงกระเบนและห่มผ้า สวมเสื้อแขนกระบอกสีพื้น ส่วนผู้หญิงจะห่มผ้ายมีดอก นุ่งซิ่นฝ้ายมัดหมี่มีเชิง และเกล้าผมสูง นอกจากนี้ยังมีการใช้ผ้าแพรวาคาดตัว และมักมีการตกแต่งด้วยดอกไม้และเครื่องประดับอื่นๆ </p><p><br></p><p>ดู.ญ สุภัชชา ทะโคดา ชั้น ม.1/4 เลขที่41</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/smi7MtvLpZs?si=751a0ZDQB1qOghfI" />
         <pubDate>2025-11-05 07:07:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667438441</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฉุยฉายเบญกายแปลง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667440081</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติ</p><p>ฉุยฉายเบญกายแปลงคือการแสดงรำเดี่ยวของนางเบญกายที่แปลงร่างเป็นนางสีดาเพื่อหลอกลวงพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นการแสดงที่ผสมผสานความงามและลีลาของนางในบทบาทนี้อย่างงดงามและมีความเป็นเอกลักษณ์สูง.</p><p><br/></p><p>รูปแบบการรำ</p><p>ฉุยฉายเบญกยแปลงเป็นรูปแบบที่นิยมที่สุด โดยเน้นการแสดงความงามและอ่อนช้อยของนางเบญกายในขณะที่แปลงกายเป็นนางสีดา การแสดงนี้เป็นการรำเดี่ยวที่มีลีลางดงามแสดงถึงท่าทางและอารมณ์ของนางอย่างละเอียดอ่อน รวมถึงการเดิน การยืน การกางแขน และการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนต่างๆ เพื่อสื่อถึงบทบาทการแปลงกายอย่างสมจริงและน่าประทับใจ.</p><p><br/></p><p>รูปแบบการแต่งกาย</p><p>การแต่งกายของฉุยฉายเบญกายแปลงจะเน้นความงดงาม ประณีต และมหัศจรรย์ สื่อถึงบทบาทของนางเบญกายในการแปลงกายเป็นนางสีดาอย่างเต็มรูปแบบ มีทั้งชุด เครื่องประดับ และเครื่องประดับศีรษะที่ช่วยเสริมความสง่างามและความเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครอย่างชัดเจน.</p><p>ชื่อชุดยืนเครื่อง</p><p><br/></p><p>ด.ช. ณวภัทร ภัทรธรนันท์ เลขที่3 ม.1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/HlMm-aenWoM?si=1UpG0yMdqhWG5ehK" />
         <pubDate>2025-11-05 07:07:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667440081</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบําดอกบัว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667444400</link>
         <description><![CDATA[<p>🌸ประวัติที่มาเป็นการแสดงชุดหนึ่งจากละครเรื่อง "รถเสน"</p><p>🌻การแต่งกาย มีสไบ ผ้าถุง และ ใส่เครื่องประดับ ต่างๆ เช่น สร้อยคอ ตุ้มหู เข็มขัด และกำไล </p><p>🪷รูปแบบการแสดงเป็นการแสดง ระบำหมู่ โดยผู้แสดงเป็นผู้หญิงล้วน สวมชุดไทยประดิษฐ์ถือ ดอกบัวประดิษฐ์ ออกมาร่ายรำเป็นชุดตามคำร้อง ประกอบด้วยวงดนตรี ปี่พาทย์ เพื่อสร้างบรรยากาศ การแสดงนี้แสดงถึงความเคารพและถวายพระพร </p><p><br/></p><p>ด.ญ.เปรมปรีดิ์  ฐานิสมนูญธรรม   เลขที่35  ม.1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/WITp02_Ms0o?si=G6XGy5qiLQ8NKkQM" />
         <pubDate>2025-11-05 07:10:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667444400</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำชาวนา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667446081</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติที่มา</p><p>ผู้ประพันธ์ทำนองเพลง: นายมนตรี ตราโมท (ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยและศิลปินแห่งชาติ)</p><p>ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ: ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี (ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทยและศิลปินแห่งชาติ)</p><p>จุดมุ่งหมาย: เพื่อแสดงถึงความสำคัญและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนา ตั้งแต่การไถนา หว่านกล้า และเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย </p><p>รูปแบบการแสดง</p><p>ลักษณะ: เป็นระบำชุด ซึ่งเป็นการแสดงที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ไม่ใช่การแสดงพื้นบ้านดั้งเดิมที่มีมาแต่โบราณ</p><p>การดำเนินเรื่อง: ท่ารำและทำนองเพลงจะเลียนแบบกิริยาอาการต่างๆ ในการทำนา เช่น ท่าไถนา ท่าหว่านเมล็ดข้าว ท่าเกี่ยวข้าว</p><p>ผู้แสดง: ใช้ผู้แสดงทั้งชายและหญิง โดยอาจมีการใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดง เช่น เคียวเกี่ยวข้าว หรือรวงข้าว เพื่อความสมจริง</p><p>ดนตรี: ใช้ดนตรีไทยบรรเลงประกอบจังหวะและทำนองที่แต่งขึ้นเฉพาะสำหรับการแสดงชุดนี้ </p><p>การแต่งกาย</p><p>การแต่งกายของระบำชาวนาจะเน้นความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการเป็นชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ในท้องทุ่งนา </p><p>ชุดผู้ชาย: มักจะสวมชุดม่อฮ่อมแขนสั้นหรือแขนยาว นุ่งกางเกงขาก๊วยสีเข้ม และอาจมีผ้าขาวม้าคาดเอวหรือพาดบ่า</p><p>ชุดผู้หญิง: มักจะสวมเสื้อแขนสั้นหรือแขนกระบอกลายดอก นุ่งผ้าซิ่นสีพื้น หรืออาจสวมชุดม่อฮ่อมแบบผู้ชายก็ได้ และมักมีผ้าสไบหรือผ้าขาวม้าพาดไหล่</p><p>เครื่องประดับ: ไม่เน้นเครื่องประดับหรูหรา อาจมีเพียงหมวกสาน (งอบ) หรือผ้าโพกศีรษะ เพื่อบังแดดในการทำนา </p><p><br/></p><p>ด.ญ ณัชชา หมื่นจร เลขที่28  ม.1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/avlhY4nbJ_M?si=79HbgdDgKFHZVKF_" />
         <pubDate>2025-11-05 07:11:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667446081</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำโทน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667450876</link>
         <description><![CDATA[<p>1ชื่อชุดการแสดงไม่ได้มีชุดการแสดงสำเร็จรูปที่ซื้อขายทั่วไป </p><p>2ที่มาจากงานรื่นเริงของชาวบ้านเพื่อความสนุกสนาน โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประชาชนเกิดความเครียด ทำให้มีการรวมกลุ่มกันร้องรำเพื่อคลายความทุกข์</p><p>3เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่มีรูปแบบการแสดงง่ายๆ ไม่มีแบบแผนตายตัว มักรำเป็นวงกลม โดยผู้แสดงจะรำเป็นคู่ชาย-หญิง หรือรำตามกันไป ท่ารำจะมาจากท่าทางธรรมชาติที่เน้นความสนุกสนาน</p><p>การแสดงเป็นวงกลม โดยผู้แสดงจะรำตามจังหวะของเครื่องดนตรีเป็นหลักคือ โทน ซึ่งมักมี ฉิ่ง กรับ และ ฉาบเล็ก ร่วมด้วย รูปแบบการรำไม่ตายตัว โดยมีลักษณะเด่นคือการ ใช้ท่าทางธรรมชาติ เพื่อความสนุกสนานรื่นเริง </p><p>4เป็นการแต่งกายตามวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือสมัยนิยมนั้นๆ </p><p> ดู.ช.ศตายุ บํารุงภักดิ์ เลขที่17 ม.1/4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/YOPcyBCIBeA?si=a1HxCs9RhbBfqSSs" />
         <pubDate>2025-11-05 07:15:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667450876</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำโนราห์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667453121</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><mark>มีประวัติที่สืบเนื่องมาจากศิลปะการแสดงของภาคกลางในสมัยอยุธยา</mark></strong> <strong><mark>ซึ่งแพร่หลายมาสู่ภาคใต้และกลายเป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองที่โดดเด่น</mark></strong> <strong><mark>มีชื่อเรียกย่อว่า "โนรา" โดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า "นระ" (มนุษย์) ในภาษาบาลี-สันสกฤต</mark></strong> การรำโนรามีแม่บทท่ารำเหมือนกับละครชาตรี และเดิมทีใช้ผู้ชายแสดงล้วน ก่อนที่จะมีผู้หญิงเข้ามาแสดงในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>ประวัติโดยย่อ</strong></p><ul><li><p><strong>ต้นกำเนิด:</strong></p><p>เชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากศิลปะการแสดงละครชาตรีในสมัยอยุธยา ซึ่งนำไปเผยแพร่ในภาคใต้ และเรื่องที่นิยมนำมาแสดงคือเรื่อง "พระสุธน" และ "นางมโนห์รา"&nbsp;</p></li><li><p><strong>การแพร่หลาย:</strong></p><p>แพร่หลายจากราชสำนักอยุธยาผ่านเมืองเพชรบุรีลงสู่ภาคใต้ มีการกล่าวถึงว่าขุนศรีศรัทธานำโนราชาตรีจากกรุงศรีอยุธยาไปสอนที่เมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;</p></li><li><p><strong>การพัฒนา:</strong></p><p>ในภาคใต้มีการพัฒนาการรำโนราให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีการผสมผสานความเชื่อและพิธีกรรมท้องถิ่นเข้าไปด้วย&nbsp;</p></li><li><p><strong>การขึ้นทะเบียนมรดกโลก:</strong></p><p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564 องค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียน "โนรา" (Nora, dance drama in southern Thailand) ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ&nbsp;</p></li></ul><p><strong>ลักษณะสำคัญ</strong></p><ul><li><p><strong>แม่บทท่ารำ:</strong></p><p>มีแม่บทท่ารำเดียวกับละครชาตรี&nbsp;</p></li><li><p><strong>บทร้อง:</strong></p><p>เป็นกลอนสดที่ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบในการร้อยคำสัมผัส&nbsp;</p></li><li><p><strong>เครื่องดนตรี:</strong></p><p>ประกอบด้วย กลอง, ทับคู่, ฉิ่ง, โหม่ง, ปี่ (ปี่นอก หรือ ปี่ใน) และกรับ ปัจจุบันมีการผสมผสานเครื่องดนตรีสากลเข้าไปด้วย&nbsp;</p></li><li><p><strong>เครื่องแต่งกาย:</strong></p><p>มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เทริด, ทับทรวง, หางหงส์, ปีกเหน่ง และเครื่องรูปปัด&nbsp;</p></li></ul><p>ดู.ญ.ใบหม่อน  เพียรผักแว่น  1/4  เลขที่33</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/oIbh7ncw5BQ?si=vFjr1bdzMj_-mhwO" />
         <pubDate>2025-11-05 07:16:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667453121</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เต้นกำรำเคียว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667454965</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>มาและพัฒนาการ</strong></p><ul><li><p><strong>จุดเริ่มต้น</strong>: เกิดขึ้นในกลุ่มชาวนาที่ยึดอาชีพทำนาในภาคกลาง โดยเฉพาะแถบอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์</p></li><li><p><strong>ช่วงเวลา</strong>: มีการเล่นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 (ประมาณ พ.ศ. 2475)</p></li><li><p><strong>ผู้ประดิษฐ์</strong>: มี <strong>หลวงศรีบุญขวัญ</strong> เป็นผู้ประดิษฐ์เนื้อร้องขึ้น</p></li><li><p><strong>การตั้งชื่อ</strong>: มาจากการที่ผู้เล่น "เต้น" และ "รำ" โดยมือข้างหนึ่งถือ "เคียว" และอีกข้างถือ "รวงข้าว"&nbsp;</p></li></ul><p><strong>ลักษณะเด่นของการแสดง</strong></p><ul><li><p><strong>วิธีการเล่น</strong>: แบ่งเป็นฝ่ายชาย (พ่อเพลง) และฝ่ายหญิง (แม่เพลง) ร้องและเต้นโต้ตอบกัน</p></li><li><p><strong>เครื่องมือ</strong>: ผู้เล่นจะถือเคียวเกี่ยวข้าวในมือขวา และถือรวงข้าวในมือซ้าย</p></li><li><p><strong>ความหมาย</strong>: เป็นการสะท้อนวิถีชีวิต สภาพความเป็นอยู่ และความสนุกสนานของชาวนาได้อย่างชัดเจน&nbsp;</p></li></ul><p><strong>การปรับเปลี่ยนรูปแบบ</strong></p><ul><li><p><strong>เดิม</strong>: ใช้เพียงเสียงตบมือและการร้อง "เฮ้ เฮ้ว" จากลูกคู่เป็นจังหวะ</p></li><li><p><strong>ปัจจุบัน</strong>: เมื่อกรมศิลปากรนำไปดัดแปลง ได้มีการเพิ่มระนาดเข้ามาประกอบจังหวะ และอาจมีการดัดแปลงท่ารำและเนื้อร้องให้สุภาพขึ้นเพื่อใช้แสดงบนเวที&nbsp;</p></li><li><p>การแต่งกายในเพลงเต้นกำรำเคียวของ</p><p><strong><mark>ฝ่ายชายจะนุ่ง กางเกงขาก๊วย เสื้อ กุยเฮง หรือ เสื้อแขนกระบอกสีดำ พร้อมคาด ผ้าขาวม้า ที่เอว และสวม งอบ ส่วนฝ่ายหญิงจะนุ่ง โจงกระเบน และสวม เสื้อแขนกระบอกสีดำ ทั้งชุด และทัดดอกไม้ที่หูขวา ทั้งชายและหญิงจะสวมงอบ และไม่สวมรองเท้า</mark></strong>&nbsp;</p><p><strong>ฝ่ายชาย</strong></p><ul><li><p><strong>เสื้อผ้า:</strong> กางเกงขาก๊วย และเสื้อกุยเฮงสีดำ หรือเสื้อแขนกระบอกสีดำ</p></li><li><p><strong>เครื่องประดับ:</strong> ผ้าขาวม้าคาดเอว และสวมงอบ</p></li><li><p><strong>เท้า:</strong> ไม่สวมรองเท้า&nbsp;</p></li></ul><p><strong>ฝ่ายหญิง</strong></p><ul><li><p><strong>เสื้อผ้า:</strong> นุ่งโจงกระเบนสีดำ หรือโจงกระเบนผ้าลาย และสวมเสื้อแขนกระบอกสีดำ</p></li><li><p><strong>เครื่องประดับ:</strong> ทัดดอกไม้ที่หูขวา และสวมงอบ</p></li><li><p><strong>เท้า:</strong> ไม่สวมรองเท้า&nbsp;</p></li><li><p>ชื่อด.ญ.ณัฐณิชา เปาริกรัตน์ เลขที่29 ม.1/4</p></li></ul></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/dwYew3PVGio?feature=shared" />
         <pubDate>2025-11-05 07:18:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667454965</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำเทพบันเทิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667455920</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติความเป็นมา</p><p><br/></p><p><br/></p><p>เป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2499 โดยประดิษฐ์ท่ารำโดย หม่อมศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก และ อาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย ศาสตราจารย์มนตรี ตราโมท เพื่อใช้ในการแสดงละครในเรื่อง "อิเหนา" ตอน "ลมหอบ" โดยมีเนื้อหาเป็นการฟ้อนรำของเหล่าเทพบุตรและนางฟ้าเพื่อถวายองค์ปะตาระกาหลา. </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>เครื่องแต่งกาย</p><p><br/></p><p>การแต่งกายแบบยืนเครื่อง สำหรับตัวพระและตัวนาง โดยตัวพระจะสวม ชฎายอดชัย และเสื้อแขนสั้น ส่วนตัวนางจะสวม มงกุฎกษัตริย์ และเครื่องประดับตามแบบแผนของระบำยืนเครื่อง เช่น ผ้าห่มนาง, สไบ, เครื่องประดับต่างๆ ที่เป็นลวดลายงดงาม. </p><p><br/></p><p>ทำนอง</p><p><br/></p><p>เพลง "แขกเชิญเจ้า" และ "ยะวาเร็ว" </p><p><br/></p><p><br/></p><p>เนื้อเพลง</p><p>เริ่มต้นด้วยบทบาทของเหล่าข้าพระบาทที่ถวายบังคมขอโอกาสต่อเทพยดา เพื่อที่จะได้ร่ายรำถวายแด่ "ปิ่นอมรปะตาระกาหลา" ก่อนจะเข้าสู่บทบาทของอัปสรและเหล่าเทวาที่ร่ายรำสลับกันไปมาอย่างสนุกสนานและรื่นเริง </p><p><br/></p><p>ศุภวิชญ์ แสงสด  1/4  19</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/0aUyYUTZp6k?si=ZRZdVg9G08gyxuNi" />
         <pubDate>2025-11-05 07:19:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667455920</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำร่อนแร่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667468395</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นการแสดงพื้นเมืองที่เล่าถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านภาคใต้ โดยเฉพาะที่ระนองซึ่งมีอาชีพทำเหมืองแร่ดีบุก เริ่มจัดแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2502 เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จฯ จังหวัดระนอง การแสดงนี้จะถ่ายทอดขั้นตอนการทำเหมืองแร่และร่อนแร่ ตั้งแต่การขุดดิน นั่งร่อนแร่ไปจนถึงการตากแร่ โดยผู้แสดงจะแต่งกายด้วยชุดยะหยา และใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "เลียง" </p><p>ประวัติความเป็นมา</p><p>ต้นกำเนิด: มีต้นกำเนิดจากการแสดงถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ณ จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2502</p><p>แรงบันดาลใจ: ได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตของชาวจังหวัดระนองที่มีอาชีพทำเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน</p><p>การปรับปรุง: ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปได้นำมารักษา ปรับปรุง และเรียบเรียงท่ารำใหม่ โดยใช้เพลง "ตะลุงราษฎร์" ที่ประพันธ์ทำนองโดยนายประสิทธิ์ ถาวร </p><p>การแสดง</p><p>เนื้อหา: สื่อถึงการหาแร่ ร่อนแร่ และตากแร่ของชาวบ้าน</p><p>ผู้แสดง: ผู้แสดงเป็นผู้หญิงล้วน</p><p>การแต่งกาย: แต่งกายด้วยชุด "ยะหยา" ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายพื้นเมืองของหญิงชาวใต้</p><p>อุปกรณ์: ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "เลียง" ซึ่งทำจากไม้ มีลักษณะคล้ายกระทะแต่ไม่มีหู</p><p>ดนตรี: ใช้เครื่องดนตรีประกอบ เช่น ตะโพน รำมะนา ระนาดเอก ฉิ่ง และกลองตุ๊ก </p><p>ด.ญ.ใบหม่อน   เพียรผักแว่น   1/4   เลขที่  33</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=jdqt0fsOUnc" />
         <pubDate>2025-11-05 07:28:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/romthum088/3lcm23eygvxw1mnu/wish/3667468395</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
