<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ประชาธิปไตยในสังคมไทย(ส23002) by Puripat SukSee</title>
      <link>https://padlet.com/ford_gent/3g0vs3l87y0p</link>
      <description>ด.ช.ภูริภัทร สุขสี ม.3/2 เลขที่12</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-09-26 08:27:21 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2017-10-24 07:53:05 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>24/10/60</title>
         <author>ford_gent</author>
         <link>https://padlet.com/ford_gent/3g0vs3l87y0p/wish/199876326</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สมัยระบอบประชาธิปไตยเเบบไทย<br>      </strong>ภายหลังการทำรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ วันที่ 16 กันยายน 2500 ได้มอบหมายให้<br>นายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2500 ขึ้นเป็นผลให้นาย<br>พนจน์ สารสินลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้จอมพลสฤษดิ์ ต้องหาบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรี คือ พลโท<br>ถนอม กิตติขจร รัฐบาลชุดนี้ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์และได้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ก็<br>ไม่เป็นผลสำเร็จ ประกอบกับปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหารระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ที่ผล<br>การตัดสินของศาลโลกให้เขาพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา ทำให้รัฐมนตรีหลายคนตัดสินใจลาออก<br>สาเหตุของการทำรัฐประหารครั้งนี้ของจอมพลสฤษดิ์ คือ<br>1.การคุกคามของกลุ่มคอมมิวนิสต์ภายในประเทศ ด้วยการจะ”กำจัดราชบัลลังก์ ทำลายพุทธศาสนา<br>และโค่นสถาบันต่าง ๆ ทุกรูปแบบซึ่งชาติไทยเรายึดมั่น”<br>2.พรรคการเมืองหลายพรรคได้ใช้อภิสิทธิ์และเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยที่บัญญัติไว้ใน<br>รัฐธรรมนูญในทางที่มิชอบ อันเป็นอุปสรรคต่อความเจริญก้าวหน้าของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน<br>กลายเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน<br>3.ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่อาจกลายเป็นปัญหาสำคัญจาก<br>ภายนอกประเทศ<br>ดังนั้นเพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้า จึงจำเป็นต้อง “สร้างเสถียรภาพให้แก่ชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลัก<br>ประชาธิปไตยอันมั่นคง ระบบเศรษฐกิจและสังคมอันเหมาะสมสำหรับการอยู่รอดของชาติและของประชาชน<br>คนไทย”  การทำรัฐประหารครั้งที่ 2 นี้แตกต่างจากการทำรัฐประหารครั้งที่ 1 กล่าวคือการทำรัฐประหารครั้งที่ 2<br>เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารประเทศที่เกิดความยุ่งยากที่ทำให้รัฐบาลพลเอกถนอมต้องเผชิญกับ<br>ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองจนเป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศในขณะนั้น ส่วนรัฐประหารครั้งที่ 1<br>เป็นรัฐประหารเพื่อเปลี่ยนตัวรัฐบาลซึ่งไม่เป็นที่นิยมของประชาชนอันเนื่องมาจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง<br>จึงหันมาสู่การสร้างระบบการปกครองแบบใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อใช้ในการปกครองประเทศเป็นการเฉพาะ<br>นั่น คือ “การสร้างประชาธิปไตยแบบไทย”<br>จอมพลสฤษดิ์ เห็นว่าปัญหาการบริหารประเทศมีสาเหตุมาจากการที่คณะราษฎรนำระบอบ<br>ประชาธิปไตยตะวันตกมาใช้ซึ่งเห็นว่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง<br>และเห็นว่าการจัดระเบียบการปกครองของไทยต้องอาศัยหลัก 3 ประการ คือ การเมืองการปกครองต้องอาศัย<br>หลักการของไทยเราเอง จะต้องละทิ้งอุดมการณ์ของต่างประเทศ และจะต้องฟื้นฟูอุดมการณ์แบบไทยให้เป็น<br>อุดมการณ์หลักของชาติ  ประชาธิปไตยแบบไทยที่เหมาะสม คือ รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารมีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ และมี<br>อำนาจสูงสุด ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคการเมือง ดังนั้น พรรคการเมืองและการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนจึง<br>ไม่ใช่เป็นสิ่งจำเป็นต่อระบบการเมืองไทย<br>ระเบียบการเมืองการปกครองแบบใหม่ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ รัฐ/รัฐบาล,ข้าราชการ และประชาชน<br>กล่าวคือรัฐบาลมีอำนาจสูงสุด แล้วมีระบบราชการทำหน้าที่เป็นตัวแทนและปฏิบัติตามคำบัญชาของ<br>ผู้ปกครองโดยตรง ยอมรับการชี้แนวทางจากรัฐบาล โดยเฉพาะจากตัวผู้นำเป็นสำคัญ ส่วนประชาชนก็อยู่ใน<br>ฐานะกำกับดูแลจากรัฐบาลหรือได้รับความยินยอมจากรัฐบาลเท่านั้น และยังเสนอให้ประยุกต์การปกครองให้<br>จอมพลถนอม กิตติขจร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อมา บริหารประเทศตามแบบจอม<br>พลสฤษดิ์ ทั้งการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบไทย และนโยบายต่างประเทศที่ผูกความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ<br>อเมริกา และผลจากการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 สร้างความเจริญก้าวหน้าตามมา<br>แต่ก็สร้างปัญหาตามมาด้วย รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังต้องเผชิญกับความ<br>กดดันจากประชาชน<br>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับรัฐบาลถนอม กิตติขจร<br>ภายหลังจากเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2512 จอมพลถนอมได้กลับเข้ามาดำรงแหน่ง<br>นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง แต่ต่อมาเริ่มได้รับการปฏิเสธจากสภาผู้แทนราษฎร และต่อต้านรุนแรงขึ้นใน พ.ศ.<br>2513 ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์นโยบายรัฐบาล การยับยั้งพระราชบัญญัติงบประมาณ ดังนั้น จอมพลถนอม จึง<br>ไม่พอใจกับแรงต่อต้าน จนกลายเป็นความขัดแย้ง จอมพลถนอมจึงทำรัฐประหารรัฐบาลของตนเอง เมื่อ พ.ศ.<br>2514<br>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516<br><strong>     สภาพการณ์ของเหตุการณ์<br></strong>     เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เริ่มต้นด้วยการแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญของกลุ่มนักศึกษาและ<br>อาจารย์กลุ่มหนึ่ง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมวันที่ 6 ตุลาคม จำนวนทั้งสิ้น 11 คน โดยตั้งข้อหาว่า<br>“ชักชวนให้มีการชุมนุมทางการเมือง” ขัดขืนคำสั่งปฏิวัติ ฉบับที่ 4 และ”ขบถภายในราชอาณาจักร” ตาม<br>กฎหมายมาตรา 116 หลังจากนั้นศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการจัด<br>กุมของรัฐบาลเผด็จการ “ถนอม – ประภาส” ต่อมาในวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้เข้าจับกุม<br>นักศึกษาเพิ่มอีกคนหนึ่ง คือ นายก้องเกียรติ คงคา นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และต่อมาเจ้าหน้าที่<br>สันติบาลได้ออกหมายจับนายไขแสง สุกใส อดีต ส.ส. นครพนม เนื่องจากเห็นว่ามีส่วนในการชักใยอยู่<br>เบื้องหลังการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ<br>การประท้วงการกระทำดังกล่าว เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการปิดโปสเตอร์และการ<br>อภิปรายโจมตีการกระทำของรัฐบาล การประท้วงเริ่มขยายวงกว้างและเกิดขึ้นในเกือบทุกมหาวิทยาลัย ใน<br>เวลาต่อมาจึงได้มีการนัดรวมตัวชุมนุมใหญ่กันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้ประท้วงจำนวนมากต่างทยอย<br>กันมาเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณเพื่อกดดันให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวทั้ง 13 คน แต่ได้รับการ<br>ปฏิเสธจากทางฝ่ายรัฐบาล ส่งผลให้กลุ่มผู้ประท้วงต้องตัดสินใจที่จะเดินขบวนประท้วง และต่อสู้ด้วยวิธี<br>“อหิงสา” จนกว่าจะประสบผลสำเร็จ โดยมุ่งไปชุมนุมประท้วงกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย<br>กลุ่มนักศึกษาพยายามเรียกร้องโดยเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ 2475 โดยโยงการต่อสู้ของตนกับการ<br>ต่อสู้ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้สามารถปลุกระดมได้เป็นอย่างมาก และกลุ่มนักศึกษา<br>ชื่อว่า “กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ” ได้หยิบยกข้อความจากพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า<br>เจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งสละราชสมบัติมาตำหนิพฤติกรรมการปกครองแบบเผด็จการของจอมพลถนอมอีกด้วย<br>ข้อความดังกล่าวถูกนำมาตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นปกหน้าหนังสือของกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม<br>โดยมีข้อความว่า “ ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าแต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่<br>ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้กีผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด<br>และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของราษฎร”<br>ในเวลาต่อมาข้อความดังกล่าวยังถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ทางใบปลิวของกลุ่มนักศึกษา และถูก<br>นำไปใช้กล่าวอ้างอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงการชุมนุมประท้วง จนข้อความดังกล่าวกลายเป็นส่วนสำคัญใน<br>การเชื่อมโยงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความใกล้ชิดกับระบอบประชาธิปไตย และช่วยเสริมสร้างภาพพจน์<br>ของกษัตริย์ประชาธิปไตยในสังคมไทย นายสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่ง<br>ประเทศไทย ตัวแทนนักศึกษาส่งตัวแทนขอเข้าเฝ้า ฯ เพื่อให้พระองค์ทรงช่วยเหลือจัดการกับปัญหานี้ ข้อ<br>เรียกร้องได้รับการยินยอมปฏิบัติตามจากฝ่ายรัฐบาล โดยยอมปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 13 คน โดยไม่มีเงื่อนไข<br>และจะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และประกาศใช้ภายในเดือน ตุลาคม 2517 แต่เนื่องจากปัญหาการขาดการติดต่อ<br>กับกลุ่มที่เข้าเฝ้า ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ กลุ่มประท้วงที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจึงไม่ทราบ<br>ถึงการยินยอมของรัฐบาล และได้เดินขบวนมายังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน<br>ในเวลา 04.30 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2516 พ.ต.อ. วิสิษฐ์ เดชกุญชร ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาท<br>ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาอ่าน เพื่อเตือนสติกลุ่มนิสิตนักศึกษาและข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการ<br>ชุมนุมประท้วง เมื่ออ่านพระบรมราโชวาทแล้ว เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมต้อง<br>เผชิญหน้ากับตำรวจในขณะที่กำลังจะสลายตัว และเกิดการต่อสู้กันขึ้น จนนำไปสู่การกวาดล้างผู้ชุมนุมครั้ง<br>ใหญ่จากตำรวจและทหาร ภายใต้การบังคับบัญชาของจอมพลถนอมและจอมพลประภาส เหตุการณ์ครั้งนี้ทำ<br>ให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก<br>ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงเข้ามาเป็นผู้ระงับเหตุการณ์โดยที่ พลเอกกฤษณ์ สีวะรา ผู้<br>บัญชาการทหารบก ก็มีความเห็นคล้อยตามด้วย พระองค์ทรงขอให้จอมพลถนอมลาออกจากตำแหน่ง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 07:50:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ford_gent/3g0vs3l87y0p/wish/199876326</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
