<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ส่งงานกลุ่ม ลิลิตตะเลงพ่าย by </title>
      <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-08-18 11:25:20 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-02 01:49:34 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547037002</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>   1) ความเป็นมา</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช</p><p>มีจุดมุ่งหมายเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในเหตุการณ์ยุทธหัตถีเมื่อ พ.ศ. 2135 ที่เอาชนะพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี</p><p>เป็นการบันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในรูปแบบวรรณศิลป์</p><p><br></p><p>2) ประวัติผู้แต่ง</p><p>แต่งโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี</p><p>พระองค์ทรงเป็นกวีและนักปราชญ์ผู้มีความรู้แตกฉานทั้งทางศาสนาและวรรณกรรม</p><p><br></p><p>3) ลักษณะคำประพันธ์</p><p>แต่งด้วย ลิลิต ซึ่งผสมระหว่าง ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ (โคลงสี่สุภาพ)</p><p>ภาษามีความวิจิตร ใช้โวหารอุปมาอุปไมย คำซ้ำ และการพรรณนาเพื่อสร้างอารมณ์ร่วม</p><p>แบ่งตอนชัดเจน เช่น การบรรยายเหตุการณ์ การสดุดีวีรกรรม การสรุปผลแห่งชัยชนะ</p><p><br></p><p>4) เรื่องย่อ</p><p>กล่าวถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา</p><p>กองทัพอยุธยาและพม่าประจัญหน้ากันอย่างดุเดือด</p><p>พระนเรศวรทรงช้างชนช้างจนสามารถฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์</p><p>เป็นชัยชนะครั้งสำคัญที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความกล้าหาญของพระนเรศวร</p><p><br></p><p> สมาชิก</p><p>1.อิทธิกร ทองลี เลขที่1 5/10</p><p>2.สิทธิชัย  อัมพุนันท์ เลขที่5 5/10 </p><p>3.มหัธธภัทธ์ อนัญมลาพนท์ เลขที่6 5/10</p><p>4.สิปปะ แสนบุญ เลขที่7 5/10</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 02:58:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547037002</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547039800</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><em>ความเป็นมาของเรื่อง</em></strong></p><p> กล่าวถึงเหตุการณ์การทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชา ลิลิตตะเลงพ่าย หมายถึง พม่าแพ้ (ลิลิตเป็นคำประพันธ์ที่แต่งตะเลง มอญ ในที่นี้คือพม่า พ่าย-แพ้)</p><p><br></p><p><br></p><p> <strong><em>ประวัติผู้แต่ง</em></strong></p><p>สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ประสูติแต่เจ้าจอม มารดาจุ้ย (ท้าวทรงกันดาล) เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๓๓</p><p>เมื่อพระชันษาได้ ๑๒ ปี ทรงผนวชเป็นสามเณรและทรงศึกษา ในสำนักสมเด็จพระพนรัตน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ต่อมา พ.ศ. ๒๓๕๔ ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ได้รับพระสมณฉายาว่า สุวัณณรังสี ครั้น พ.ศ. ๒๓๕๗ สมเด็จพระพนรัตนซึ่งเป็นอธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ มรณภาพกลางพรรษา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จพระราชดำเนินถวาย ผ้าพระกฐิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระภิกษุพระองค์เจ้าวาสุกรีเป็นอธิบดีสงฆ์และเป็น ผู้ครองกฐินในปีนั้น</p><p>ในรัชกาลที่ ๒ พระภิกษุพระองค์เจ้าวาสุกรีทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศทรงกรม เป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส และทรงเป็นพระอาจารย์ของเจ้านายหลายพระองค์ เช่น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p><strong><em>ลักษณะคำประพันธ์</em></strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ ได้แก่ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ แต่งสลับกัน</p><p>ร่ายสุภาพ ๑ บท ต้องมีไม่น้อยกว่า ๕ วรรค แต่ละวรรคจะมี ๕ คำ ยกเว้น ๓ วรรคสุดท้าย มีจำนวนคำเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพ คำสุดท้ายของแต่ละวรรคจะสัมผัสกับคำที่ ๑ ๒ หรือ ๓ ในวรรคถัดไป เมื่อถึงวรรคก่อน ๓ วรรคสุดท้าย ก็จะส่งสัมผัสไปยังคำที่ ๑ ๒ หรือ ๓ ในวรรคแรก ของ ๓ วรรคสุดท้ายด้วย และ ๓ วรรคสุดท้ายนี้มีสัมผัสเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพ</p><p>อนึ่ง คำที่ส่งและรับสัมผัสต้องใช้รูปวรรณยุกต์เดียวกันด้วย</p><p><br></p><p><strong><em>เรื่องย่อ</em></strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเริ่มเรื่องด้วยการสรรเสริญพระเกียรติพระมหากษัตริย์ จากนั้นกล่าวถึง การเสด็จขึ้นครองราชสมบัติของสมเด็จพระนเรศวร โดยมีสมเด็จพระเอกาทศรถซึ่งเป็นพระราช อนุชาเป็นพระมหาอุปราช ในเวลานั้นมีพระราชดำริจะยกทัพไปตีเขมร ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดี นันทบุเรงเมื่อทรงทราบว่ากรุงศรีอยุธยามีการผลัดแผ่นดิน จึงมีพระราชบัญชาให้พระมหาอุปราชา ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา พระมหาอุปราชาทรงยกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์และพักทัพอยู่ที่ กาญจนบุรี เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงทราบข่าวศึกได้มีพระราชบัญชาให้พระยาศรีไสยณรงค์และ พระราชฤทธานนท์ยกทัพล่วงหน้าไปรับศึกนอกพระนคร ณ ตำบลหนองสาหร่าย ภายหลัง สมเด็จพระนเรศวรพร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถทรงยกทัพตามไป กองทัพไทยกับกองทัพพม่า ปะทะกันที่ตำบลโคกเผาข้าว ในคราวนั้นช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ ตกมันวิ่งเตลิดเข้าไปกลางกองทัพของข้าศึก มีเพียงควาญช้างและกลางช้างโดยเสด็จเท่านั้น สมเด็จพระนเรศวรทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ทรงฟันพระมหาอุปราชาขาดคอช้าง สิ้นพระชนม์ ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยเหนือมังจาชะโร หลังจากเสร็จศึก สมเด็จพระนเรศวรโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสถูปสวมพระศพพระมหาอุปราชา และทรงปูนบำเหน็จ แก่ผู้มีความชอบรวมถึงลงโทษแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทัน แต่สมเด็จพระวันรัตทูลขอพระราชทานอภัยโทษ สมเด็จพระนเรศวรพระราชทานอภัยโทษแก่แม่ทัพนายกองเหล่านั้น และ ให้ยกทัพไปตีเมืองทวาย มะริด และตะนาวศรี เป็นการแก้ตัว</p><p><br></p><p><strong><em>สมาชิก</em></strong></p><ol><li><p>น.ส ภาสินี พิสิฐพยัต เลขที่18</p></li><li><p>น.ส แก้วเพชรฌรัตน์ สาจัทร์ เลขที่19</p></li><li><p>น.ส ณัฐชนันท์ หงษ์ทอง เลขที่20</p></li><li><p>น.ส อุษามณี ไชยมาตย์ เลขที่39</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:00:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547039800</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547042505</link>
         <description><![CDATA[<p>1) ความเป็นมา</p><p>= เพื่อยกย่องวีรกรรมสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่กอบกู้เอกราชจากพม่าและมีชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถี พ.ศ.2135</p><p><br/></p><p>2) ประวัติผู้แต่ง</p><p>= สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)</p><p><br/></p><p>3) ลักษณะคำประพันธ์</p><p>= ประกอบด้วย ร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ ได้แก่ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ</p><p>ร่ายสุภาพ เล่าเรื่องราวเป็นหลัก ให้เนื้อหาต่อเนื่อง</p><p>โคลงสุภาพ เพื่อขับเน้นเหตุการณ์สำคัญ สร้างอารมณ์ฮึกเหิม และความไพเราะทางวรรณศิลป์</p><p>1. โคลงสองสุภาพ</p><p>	•	1 บท มี 2 บาท (บาท = วรรค)</p><p>	•	1 บาท มี 5 คำ → รวมทั้งบท 10 คำ</p><p>	•	ไม่นิยมใช้กันมากนัก เพราะสั้น</p><p>2. โคลงสามสุภาพ</p><p>	•	1 บท มี 3 บาท</p><p>	•	2 บาทแรก มี 5 คำ</p><p>	•	บาทสุดท้าย มี 4 คำ</p><p>	•	รวมทั้งบท 14 คำ</p><p>3. โคลงสี่สุภาพ </p><p>	•	1 บท มี 4 บาท</p><p>	•	3 บาทแรก มี 7 คำ</p><p>	•	บาทสุดท้าย มี 9 คำ</p><p>	•	รวมทั้งบท 30 คำ</p><p>	•	มี สัมผัสบังคับ (เชื่อมคำท้ายกับคำที่กำหนดในบาทถัดไป)</p><p>	•	ใช้มากที่สุดในวรรณคดี เช่น ลิลิตตะเลงพ่าย ก็ใช้โคลงสี่สุภาพ</p><p><br/></p><p>4) เรื่องย่อ</p><p>= 1. สรรเสริญพระเกียรติพระมหากษัตริย์</p><ol start="2"><li><p>พระนเรศวรขึ้นครองราชย์ มีเอกาทศรถเป็นพระมหาอุปราช</p></li><li><p>พระเจ้าหงสาวดส่งพระมหาอุปราชายกทัพมาตีไทย</p></li><li><p>กองทัพปะทะกันที่โคกเผาข้าว</p></li><li><p>พระบารศวรชนข้าง ฟันพระมหาอุปราชสิ้นพระชนม์</p></li><li><p>พระเอกาทศรถชนข้าง ชนะมังจาซะโร</p></li><li><p>สร้างสกูปบรรจุพระศพ และพระราชทานอภัยโทษแม่ทัพนายกอง</p></li><li><p>ต่อมาทัพไทยยกไปดีทวาย มะริด และตะนาวศรีเป็นการแก้ตัว</p></li></ol><p><br/></p><p>ม.5/10</p><p>น.ส.ชาลิสา ทองท่อน เลขที่ 14</p><p>น.ส.เฟื่องฟ้า คำพะทา เลขที่ 16</p><p>น.ส.มัณฑณา จันทร์จิตร เลขที่ 28</p><p>น.ส.ญาณิศา คำแก่นกลาง เลขที่ 31</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:02:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547042505</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547043029</link>
         <description><![CDATA[<p>1.) ความเป็นมา</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิพนธ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในคราวที่ทรงได้รับชัยชนะในการกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงทำสงครามและมีชัยเหนือพระเจ้า-ติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา ดังที่ทรงตั้งชื่อวรรณคดีเรื่องนี้ว่า "ตะเลงพ่าย" (มอญแพ้) เพื่อเลียนชื่อวรรณคดีโคลงดั้นเรื่อง "ยวนพ่าย" (โยนกหรือล้านนาแพ้) โดยทรงดำเนินเรื่องตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ซึ่งมีเนื้อความและโวหารใกล้เคียงกับลิลิตตะเลงพ่ายมาก อย่างไรก็ดีในการนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ (พระองค์เจ้ากปิตถา) ซึ่งเป็นพระนัดดาเป็นผู้ทรงช่วยนิพนธ์ด้วย ทั้งนี้สันนิษฐานว่า ลิลิตตะเลงพ่ายน่าจะเริ่มแต่งขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>2.) ประวัติผู้แต่ง</p><p>สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีพระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า-จุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ประสูติแต่เจ้าจอม-</p><p>มารดาจุ้ย (ท้าวทรงกันดาล) เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๓๓</p><p>เมื่อพระชันษาได้ ๑๒ ปี ทรงผนวชเป็นสามเณรและทรงศึกษาในสำนักสมเด็จพระพนรัตน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ต่อมา</p><p>พ.ศ. ๒๓๕๔ ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ได้รับพระสมณฉายาว่า สุวัณณรังสี</p><p>ครั้น พ.ศ. ๒๓๕๗ สมเด็จพระพนรัตนซึ่งเป็นอธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนฯมรณภาพกลางพรรษา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จพระราชดำเนินถวาย ผ้าพระกฐิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระภิกษุพระองค์เจ้าวาสุกรีเป็นอธิบดีสงฆ์และเป็น ผู้ครองกฐินในปีนั้น</p><p>ในรัชกาลที่ ๒ พระภิกษุพระองค์เจ้าวาสุกรีทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศทรงกรมเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส และทรงเป็นพระอาจารย์ของเจ้านายหลายพระองค์เช่น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>3.) ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ ได้แก่ โคลงสองสุภาพ</p><p>โคลงสามสุภาพ และโคลงสีสุภาพ แต่งสลับกัน</p><p>ร่ายสุภาพ๑ บท ต้องมีไม่น้อยกว่า๕ วรรค แต่ละวรรคจะมี๕ คำ ยกเว้น๓ วรรคสุดท้าย มีจำนวนคำเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพ คำสุดท้ายของแต่ละวรรคจะสัมผัสกับคำที่๑๒ หรือ ๓</p><p>ในวรรคถัดไป เมื่อถึงวรรคก่อน วรรคสุดท้าย ก็จะส่งสัมผัสไปยังคำที่๑๒ หรือ ๓ ในวรรคแรกของ๓ วรรคสุดท้ายด้วย และ๓ วรรคสุดท้ายนี้มีสัมผัสเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพอนึ่ง คำที่ส่งและรับสัมผัสต้องใช้รูปวรรณยุกต์เดียวกันด้วย</p><p><br></p><p>4.) เรื่องย่อ</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเริ่มเรื่องด้วยการสรรเสริญพระเกียรติพระมหากษัตริย์ จากนั้นกล่าวถึงการเสด็จขึ้นครองราชสมบัติของสมเด็จพระนเรศวร โดยมีสมเด็จพระเอกาทศรถซึ่งเป็นพระราช-อนุชาเป็นพระมหาอุปราช ในเวลานั้นมีพระราชดำริจะยกทัพไปดีเขมร ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงเมื่อทรงทราบว่ากรุงศรีอยุธยามีการผลัดแผ่นดิน จึงมีพระราชบัญชาให้พระมหาอุปราชายกทพมาติกรุงศรีอยุธยา พระมหาอุปราชาทรงยกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์และพักทัพอยู่ที่กาญจนบุรี เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงทราบข่าวศึกได้มีพระราชบัญชาให้พระยาศรีไสยณรงค์และพระราชฤทธานนท์ยกทัพล่วงหน้าไปรับศึกนอกพระนคร ณ ตำบลหนองสาหร่าย ภายหลังสมเด็จพระนเรศวรพร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถทรงยกทัพตามไป กองทัพไทยกับกองทัพพม่าปะทะกันที่ตำบลโคกเผาข้าว ในคราวนั้นช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถตกมันวิ่งเตลิดเข้าไปกลางกองทัพของข้าศึก มีเพียงควาญช้างและกลางช้างโดยเสด็จเท่านั้นสมเด็จพระนเรศวรทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ทรงฟันพระมหาอุปราชาขาดดอช้าง สิ้นพระชนม์ ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยเหนือมังจาชะโร หลังจากเสร็จศึกสมเด็จพระนเรศวรโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสถูปสวมพระศพพระมหาอุปราชา และทรงปูนบำเหน็จแก่ผู้มีความชอบรวมถึงลงโทษแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทัน แต่สมเด็จพระวันรัตทูลขอพระราชทานอภัยโทษ สมเด็จพระนเรศวรพระราชทานอภัยโทษแก่แม่ทัพนายกองเหล่านั้น และให้ยกทัพไปตีเมืองทวาย มะริด และตะนาวศรี เป็นการแก้ตัว</p><p><br></p><p>สมาชิก</p><p>1.นางสาวณัฐชยา สาวะรีย์ ม.5/10 เลขที่ 17</p><p>2.นางสาวศรัญรัตน์ วัฒนาราษฎร์ ม.5/10 เลขที่ 37</p><p>3.นางสาววรัญณญา ปรัสพันธ์ ม.5/10 เลขที่26</p><p>4.นางสาวอุษณีย์ สอนลิลา ม.5/10 เลขที่23</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:03:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547043029</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะแลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547045017</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1) ความเป็นมา</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นบทประพันธ์ประเภทลิลิต ที่แต่งขึ้นโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ร่วมกับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวาระงานฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในสมัยรัชกาลที่ 3</p><p><strong>2) ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p>ผู้ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเป็นนักปราชญ์และกวีที่มีชื่อเสียง</p><p><strong>3) ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย แต่งด้วยคำประพันธ์ แบบลิลิต คือ ร่ายสุภาพผสมโคลงสุภาพ ใช้ร่ายเป็นตัวเล่าเรื่อง และใช้โคลงเพื่อเน้นอารมณ์และความไพเราะ</p><p><strong>4) เรื่องย่อ</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเล่าเหตุการณ์ครั้ง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทำยุทธหัตถีกับ พระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี (พม่า) ที่สมรภูมิหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรีในปัจจุบัน</p><p>﻿﻿พม่าเกณฑ์ทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา</p><p>﻿﻿พระนเรศวรกับสมเด็จพระเอกาทศรถ (พระอนุชา) นำกองทัพไทยออกไปต้านทัพ</p><p>﻿﻿เมื่อเผชิญหน้ากัน พระนเรศวรทรงเห็นว่ากองทัพยังไม่ทันรวมตัวแต่เพื่อรักษาเกียรติศักดิ์ศรี จึงขับพระคชาธารเข้าชน</p><p>﻿﻿เกิดศึกยุทธหัตถี พระนเรศวรทรงใช้พระแสงของ้าวฟันต้องพระมหาอุปราชาจนสิ้นพระชนม์</p><p>﻿﻿กองทัพพม่าพ่ายแตกถอยกลับไป ไทยจึงรอดพ้นจากการเสียเอกราชอีกครั้ง</p><p><br></p><p><strong>สมาชิก</strong></p><ol><li><p>นายปาฏิหาริย์ บุดดีเสาร์ ม.5/10 เลขที่ 12</p></li></ol><ol start="2"><li><p>นางสาว ณัฐณิชา ครองยุติ ม.5/10 เลขที่ 33</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:04:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547045017</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย 5/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547046687</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p>ความเป็นมา</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมาณูชิโนรสทรงนิพนธ์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในคราวที่ทรงได้รับชัยชนะในการกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา</p></li><li><p>ประวัติผู้แต่ง</p><p>สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมาปรมานุชิตชิโนรสมีพระนามเดิมว่าพระเจ้าวาสุกรีเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 ประสูติเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2333 เมื่อพระชันษาได้ 12 ปีทรงผนวชและเป็นสามเณรและทรงได้การศึกษาในสำนักสมเด็จพระนพรัตน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ต่อมาพ.ศ.2354 ได้รับพระสมณฉายาว่า สุวัณณรังส</p></li><li><p>ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ร่ายสุภาพ 1 บทต้องมีไม่น้อยกว่า 5 วรรคแต่ละวรรคจะมี 5 คำยกเว้น 3 วรรคสุดท้ายคำสุดท้ายของแต่ละวรรคจะสัมผัสกับคำที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ของวัดถัดไปเมื่อถึงวรรคก่อน 3 วรรคสุดท้ายก็จะส่งสัมผัสไปยังคำที่ 1 2 หรือ 3 ในวรรคแรก</p><p>โคลงสองสุภาพ</p><p>1 บทจะมี 3 วรรควรรคที่ 1 และ 2 จะมี 5 คำส่วนวัดที่ 3 มี 4 คำและคำสร้อยได้อีก 2 คำโดยบังคับคำเอกและคำโทอย่างละ 3 ตำแหน่ง</p><p>โคลงสามสุภาพมีลักษณะเหมือนโคลงสองสุภาพเกือบทุกประการแต่จะเพิ่มวรรคลงหน้าโครง 2 สุภาพอีก 1 วรรคจำนวน 5 คำซึ่งคำสุดท้ายจะสัมผัสกับคำที่ 1 2 หรือ 3 ของวรรคถัดไป</p><p>โคลงสี่สุภาพ 1 บทจะมี 4 บาทบาทละ 2 วรรคหน้าในบาตรที่ 1-4 มีคำวรรคละ 5 คำวรรคหลังบาทที่ 1-3 มีคำวรรคละ 2 คำส่วนหลังบาทที่ 4 จะมี 4 คำที่ 1 และ 3 อาจมีคำเพิ่มแหล่งละ 2 คำเรียกว่าคำสร้อย</p></li><li><p>เรื่องย่อ</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีที่เล่าเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยคือการยุทธหัตถีที่สมเด็จพระนเรศวรทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาทำให้ชาติไทยคงความเป็นเอกราชและพระองค์ได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่</p></li><li><p>สมาชิกในกลุ่ม </p><p>นางสาวจิราภา บุญเสริม 21</p><p>นางสาวกิติยาภรณ์ นูกอง27</p><p>นายปิติกร แหล่งหล้า13</p><p>นายปัญจธันว์ วัวัฒนเนติกุล11</p><p><br/></p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:05:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547046687</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547049317</link>
         <description><![CDATA[<p>1). ความเป็นมา : ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงมีชัยในการยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา โดยเลียนแบบโคลงดั้น ยวนพ่าย และอาศัยพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเป็นหลัก โดยเฉพาะฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ (พระองค์เจ้ากปิตถา) ทรงมีส่วนร่วมแต่งด้วย และสันนิษฐานว่าเริ่มแต่งในสมัยรัชกาลที่ 3</p><p><br></p><p><br></p><p>2). ประวัติผู้แต่ง : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี พระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 ประสูติเมื่อ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2333 ทรงผนวชตั้งแต่เยาว์วัย ศึกษากับสมเด็จพระพนรัตน และเมื่อ พ.ศ. 2357 ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ ต่อมาในรัชกาลที่ 2 ทรงได้รับสถาปนาเป็น กรมหมื่นนุชิตชิโนรส และทรงเป็นพระอาจารย์ของพระมหากษัตริย์ เช่น รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p><br></p><p>3). ลักษณะคำประพันธ์ : โคลงสี่สุภาพ ๑ บทมี ๔ บาท บาทละ ๒ วรรค วรรคหน้ามี ๕ คำ วรรคหลังบาทที่ ๑–๓ มี ๒ คำ (บาทที่ ๔ มี ๔ คำ) และอาจมี “คำสร้อย” เพิ่มได้ในบาทที่ ๑ และ ๓ โดยบังคับคำเอก ๗ ตำแหน่ง คำโท ๔ ตำแหน่ง พร้อมสัมผัสตามตำแหน่งที่กำหนด และมีการส่งสัมผัสระหว่างบทเรียกว่า “เข้าลิลิต”</p><p>โคลงสองสุภาพ ๑ บทมี ๓ วรรค วรรคละ ๔ คำ (วรรค ๓ อาจมีสร้อยเพิ่มได้ ๒ คำ) กำหนดคำเอก–โทอย่างละ ๓ ตำแหน่ง มีสัมผัสเชื่อมระหว่างวรรคและส่งสัมผัสไปบทต่อไป</p><p>ร่ายสุภาพ ๑ บทมีอย่างน้อย ๕ วรรค วรรคละ ๔ คำ (๓ วรรคสุดท้ายบังคับสัมผัสแบบโคลงสองสุภาพ) โดยคำสุดท้ายของแต่ละวรรคต้องสัมผัสต่อเนื่อง และใช้รูปวรรณยุกต์</p><p><br></p><p><br></p><p>4). เนื้อหา : ฝ่ายพระนครรามัญ ขัณฑ์เขตด้าวอัสดง หงสาวดีบุเรศ รั่วรู้เหตุ บ มิหึง แห่งเลิกยิ่ง กิดาการ ฝ่ายพสุธารออกทิศ ว่าอดิศวรกษัตรา มหาธรรมราชนรินทร์ เจ้าปถพินทร์ผ่านทวีป ดับชนมชีพพิราลัย เอารสไทนฤเบศ นเรศวรเสวยศวรรยา แจ้งกิจจาตระหนัก จึงพระปิ่นปัก ธาษตรี บุรีรัตนหงสา ธ ก็บัญชาพิภาษ ด้วยมวลมาตยากร ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสูบ ร้างรู้เหตุผล ควรยาตรพลไปเยือน เดือนประยุทธ์เอาเปรียบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>นายอิศรา ทิพยกุล ม.๕/๑๐ เลขที่ ๓</p><p>นายเอื้อการย์ บุญชู ม.๕/๑๐ เลขที่ ๔</p><p>นายแทนคุณ วุฒิรัชชานนท์ ม.๕/๑๐ เลขที่ ๘</p><p>นายกรวิชญ์ หอมจันทร์ ม.๕/๑๐ เลขที่ ๑๐</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:07:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547049317</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547050827</link>
         <description><![CDATA[<p>ความเป็นมา    เป็นวรรณคดีที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตนิโนรสทรงนิพนธ์ขึ้นเพื่อนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในคราวที่ทรงได้รับชัยชนะในการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ดังนั้นที่ตั้งชื่อเรื่องว่า ตะเลงพ่าย ( มอญเเพ้ ) เพื่อเลียนชื่อวรรณคดีโคลงดั้นเรื่อง</p><p> " ยวนพ่าน " ( โยนกหรือล้านนาเเพ้ ) </p><p>ประวัติผู้เเต่ง  สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระราชโอรสในพระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( ร. ๑ ) ประสูติเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๓๓๓</p><p>เมื่อพระชันษาได้ ๑๒ ปี ทรงผนวกเป็นสามเณรเเละศึกษาในสำนักสมเด็จพระพนรัตน ต่อมาในปี ๒๓๕๔ ทรงผนวกเป็นภิกษุ ได้รับพระสมณฉายาว่า สุวัณณรังสี </p><p>ลักษณะคำประพันธ์ </p><ul><li><p>ร่ายสุภาพ</p></li></ul><ul><li><p>โคลงสองสุภาพ</p></li><li><p>โคลงสามสุภาพ</p></li><li><p>โคลงสี่สุภาพ</p><p>เรื่องย่อ</p><p>เรื่องกล่าวถึง สงครามยุทธหัตถี ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า</p><p>	•	สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพจากพม่า</p><p>	•	พม่ายกทัพมาตีไทย พระมหาอุปราชานำทัพใหญ่เข้ามา</p><p>	•	สมเด็จพระนเรศวรทรงยกทัพออกไปต้าน</p><p>	•	เมื่อทัพไทยกับทัพพม่าปะทะกัน พระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาทรงขี่ช้างเข้าต่อสู้กันแบบ “ยุทธหัตถี” (การชนช้างรบ)</p><p>	•	ในที่สุดสมเด็จพระนเรศวรทรงฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์</p><p>	•	กองทัพพม่าล่าถอย และไทยจึงได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่</p><p>ใจความสำคัญ คือการยกย่องพระเกียรติคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ว่าเป็นพระมหากษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ สามารถปกป้องเอกราชของชาติไทยไว้ได้</p><p>ชื่อ นาย วิศรุต จันดีปุน เลขที่9 ม.5/10</p><p>น.ส.ลินรดา เเสงอ่อน เลขที่ 25 ม.5/10</p><p>น.ส.ศิริกานดา บุเงิน เลขที่ 29 ม.5/10</p><p>น.ส.สโรชา โกสม เลขที่ 38 ม.5/10</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:09:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547050827</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547052210</link>
         <description><![CDATA[<p>1)ความเป็นมา</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีประเภท ลิลิต ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต คือสงครามยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาของพม่าที่ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี ในปี พ.ศ. 2135 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรฯ ที่ทรงมีชัยชนะในการทำศึกครั้งนั้น</p><p>2)ประวัติผู้เเต่ง</p><p>ผู้แต่งลิลิตตะเลงพ่าย คือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) และเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์</p><p>3)ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ลิลิต เป็นคำประพันธ์ที่แต่งสลับกันไปมาระหว่าง โคลง และ ร่าย โดยในลิลิตตะเลงพ่ายจะประกอบด้วย</p><p>ร่ายดั้น เป็นร่ายที่ใช้เป็นบทนำและบทส่งท้าย</p><p>โคลงสี่สุภาพ เป็นส่วนใหญ่ของเรื่อง</p><p>ร่ายโบราณ ที่ใช้เป็นบทนำตอนต้นและตอนท้ายของเรื่อง</p><p>4)เรื่องย่อ</p><p>ช่วงต้น: พระมหาอุปราชาของพม่าทรงฝันร้ายที่เป็นลางบอกเหตุถึงความพ่ายแพ้ แต่ถึงแม้จะทรงกังวลก็ต้องนำทัพใหญ่เข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาตามพระบัญชาของพระเจ้าหงสาวดี</p><p>ช่วงกลาง: สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงนำทัพออกไปรับมือที่ตำบลหนองสาหร่าย และในระหว่างการรบช้างทรงของพระองค์ก็เกิดตกมันวิ่งฝ่าเข้าไปในวงล้อมของกองทัพพม่าโดยไม่ตั้งใจ</p><p>ช่วงยุทธหัตถี: เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูท่ามกลางสนามรบ สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงใช้พระปรีชาสามารถท้าพระมหาอุปราชาให้ออกมาทำยุทธหัตถี (รบกันตัวต่อตัวบนหลังช้าง) และสุดท้ายพระองค์ก็ทรงใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชาจนสิ้นพระชนม์</p><p>ช่วงสุดท้าย: หลังจากยุทธหัตถี กองทัพพม่าก็พ่ายแพ้และถอยทัพกลับไป ทำให้สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่และสามารถปกป้องเอกราชของชาติไว้ได้สำเร็จ</p><p>สมาชิก</p><p>1.นางสาวพนาวัลย์  สิงหาลุน เลขที่34 ม.5/10</p><p>2.นางสาวจิรนันท์  พันโบ เลขที่35 ม.5/10</p><p>3.นางสาวจิตตพร  พรมบุตร เลขที่30 ม.5/10</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:10:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547052210</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547097696</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ความเป็นมา</strong></p><p><br></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย" เป็นผลงานพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส โดยมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ (ซึ่งต่อมาได้เป็นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4) ช่วยนิพนธ์ด้วย ผลงานนี้แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวาระงานพระราชพิธีฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ในสมัยรัชกาลที่ 3 </p><p><br></p><p><strong>ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p><br></p><p>ผู้แต่งลิลิตตะเลงพ่ายคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส. พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และทรงดำรงตำแหน่งพระราชาคณะ (สมเด็จพระสังฆราช). ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นพระนิพนธ์ที่ทรงแต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในเรื่องราวการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา</p><p><br></p><p><strong>ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p><br></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท ลิลิตสุภาพ ซึ่งประกอบด้วย ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ (โคลงสองสุภาพ, โคลงสามสุภาพ, และ โคลงสี่สุภาพ) สลับกันไป โดยมีทั้งหมด 439 บท</p><p><br></p><p><strong>เรื่องย่อ</strong></p><p><br></p><p>เรื่องราวเริ่มต้นด้วยพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงทรงทราบข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระมหาธรรมราชา และการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวร จึงทรงเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะส่งทัพไปโจมตีอยุธยา. ขณะเดียวกัน สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมทัพไปตีเขมรเพื่อแก้แค้นที่เคยรุกรานอยุธยาหลายครั้ง แต่เมื่อทรงทราบข่าวศึกพม่า ก็ทรงยกทัพกลับเพื่อรับศึก. </p><p>ทัพหน้าของทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันที่หนองสาหร่าย โดยฝ่ายพม่ามีพระมหาอุปราชาและพระเจ้าเชียงใหม่เป็นแม่ทัพ. ในระหว่างการรบ ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ ได้วิ่งเข้ากลางวงล้อมของข้าศึก. สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา และทรงได้รับชัยชนะ โดยฟันพระมหาอุปราชาขาดคอช้าง. สมเด็จพระเอกาทศรถก็ทรงมีชัยชนะในการทำยุทธหัตถีกับมังจาชโร. </p><p>เมื่อกองทัพพม่าแตกพ่าย สมเด็จพระนเรศวรได้โปรดฯ ให้สร้างสถูปเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์ และเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา. ลิลิตตะเลงพ่าย ไม่เพียงแต่บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและพระปรีชาญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในการปกป้องบ้านเมือ</p><p><br></p><p>สมาชิกในกลุ่ม</p><ol><li><p>นางสาวศศิธร นารี ม.5/8 เลขที่15</p></li><li><p>นางสาวสุพิญญา ทรารมย์ ม.5/8 เลขที่36</p></li><li><p>นางสาวสุกัญญา คำแน่น ม.5/8 เลขที่38</p></li><li><p>นางสาวนภัสนันท์ โพธิบา ม.5/8 เลขที่39</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:51:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547097696</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย ม.5/8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547099055</link>
         <description><![CDATA[<p>1) ความเป็นมา</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิพนธ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในคราวที่ทรงได้รับชัยชนะในการกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงทำสงครามและมีชัยเหนือพระเจ้า-ติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา ดังที่ทรงตั้งชื่อวรรณคดีเรื่องนี้ว่า "ตะเลงพ่าย" (มอญแพ้) เพื่อเลียนชื่อวรรณคดีโคลงดั้นเรื่อง "ยวนพ่าย" (โยนกหรือล้านนาแพ้) โดยทรงดำเนินเรื่องตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ซึ่งมีเนื้อความและโวหารใกล้เคียงกับลิลิตตะเลงพ่ายมาก อย่างไรก็ดีในการนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ (พระองค์เจ้ากปิตถา) ซึ่งเป็นพระนัดดาเป็นผู้ทรงช่วยนิพนธ์ด้วย ทั้งนี้สันนิษฐานว่า ลิลิตตะเลงพ่ายน่าจะเริ่มแต่งขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p>2) ประวัติผู้แต่ง</p><p>สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมาณุซิทซิโนรส มีพระนามเติมว่า</p><p>พระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟัน-</p><p>จุฬาโลกมหาราช (รับกาลที่ ต แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ประลูติแต่เจ้าซอม-</p><p>มารดาจุ๊ย (ท้าวทรงกันตาล) เมื่อวันที่๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๗</p><p>เมื่อพระชันษาได้ ๑๒ ปี ทรงผนวชเป็นสามเณรและทรงศึกษาในสำนักสมเด็จพระพนรัตน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ต่อมา</p><p>พ.ศ. ๒๓ ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ได้รับพระสมณณายาว่า สุวันณรังสี</p><p>ครั้น พ.ศ. ๒๓๕๗ สมเด็จพระพนรัตนซึ่งเป็นอธิบดีสงน์วัดพระเหตุพนฯมรณภาพกลางพรรษา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จพระราชดำเนินถวาย ผ้าพระกฐิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระภิกษุพระองค์เจ้าวาสุกรีเป็นอธิบดีสงฆ์และเป็น ผู้ครองกฐินในปีนั้น</p><p>ในรัชกาลที่ ๒ พระภิกษุพระองค์เจ้าวาสุกรีทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยดทรงกรมเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส และทรงเป็นพระอาจารย์ของเจ้านายหลายพระองค์เช่น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p>3) ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ ได้แก่ โคลงสองสุภาพ</p><p>โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ แต่งสลับกัน</p><p>ร่ายสุภาพ ๑ บท ต้องมีไม่น้อยกว่า ๕ วรรค แต่ละวรรคจะมี ๕ คำ ยกเว้น ๓ วรรคสุดท้าย มีจำนวนคำเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพ คำสุดท้ายของแต่ละวรรคจะสัมผัสกับคำที่ ๑ ๒ หรือ</p><p>ในวรรคถัดไป เมื่อถึงวรรคก่อน ๓ วรรคสุดท้าย ก็จะส่งสัมผัสไปยังคำที่๑ ๒ หรือ ๓ ในวรรคแรกของ๓ วรรคสุดท้ายด้วย และ๓ วรรคสุดท้ายนี้มีสัมผัสเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพอนึ่ง คำที่ส่งและรับสัมผัสต้องใช้รูปวรรณยุกต์เดียวกันด้วย</p><p>4) เรื่องย่อ</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเริ่มเรื่องด้วยการสรรเสริญพระเกียรติพระมหากษัตริย์ จากนั้นกล่าวถึงการเสด็จขึ้นครองราชคมบัติของสมเด็จพระนเวสวร โดยมีสมเด็จพระเอกาทศรถซึ่งเป็นพระราช.</p><p>อนุชาเป็นพระมหาอุปราช ในเวลานั้นมีพระราชดำริจะยกทัพไปดีเขมร ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงเมื่อทรงทราบว่ากรุงศรีอยุธยามีการผลัดแผ่นดิน จึงมีพระราชบัญชาให้พระมหาอุปราชา</p><p>ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา พระมหาอูปราขาทวงยกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์และพักทีพอยูทกาญจนบุรี เมื่อสมเด็จพระนเรควรทรงทราบขาวศึกได้มีพระราชบัญชาให้พระยาศรีไสยณรงค์และพระราชฤทธานนท์ยกทัพล่วงหน้าไปรับศึกนอกพระนคร ณ ตำบลหนองสาหร่าย ภายหลัง</p><p>สมเด็จพระนรศวรพร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถทรงยกทัพตามไป กองทัพไทยกับกองทัพพม่าปะทะกันที่ตำบลโคกเผาข้าว ในคราวนั้นข้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถตกมันวิ่งเตลิตเข้าไปกลางกองทัพของข้าศึก มีเพียงควาญช้างและกลางข้างโดยเสด็จเท่านั้นสมเด็จพระพรควรทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ทรงฟันพระมหาอุปราชาขาดคอข้าง สิ้นพระชนม์ ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถทรงกระทำยุทธหัดถีมีชัยเหนือมังจาซะโร หลังจากเสร็จศึกสมเด็จพระนเรศวรโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสถูปสวมพระศพพระมหาอุปราชา และทรงปูนบำเหน็จแก่ผู้มีความชอบรวมถึงลงโทษแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทัน แต่สมเด็จพระวันรัตทูลขอพระราชทานอภัยโทษ สมเด็จพระนเรศวรพระราชทานอภัยโทษแก่แม่ทัพนายกองเหล่านั้น และให้ยกทัพไปตีเมืองทวาย มะริด และตะนาวศรี เป็นการแก้ตัว</p><p><br/></p><p>สมาชิกในกลุ่ม</p><p>1) นายธันวา ศรีนอคำ เลขที่ 12  ม 5/8</p><p>2) นางสาววิภาดา อุณาศรี เลขที่ 17  ม 5/8</p><p>3) นางสาวพัชมณฑ์ แนวชาลี เลขที่ 24  ม 5/8</p><p>4) นางสาวหนึ่งฤทัย พรมจรรย์ เลขที่ 31  ม 5/8</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:52:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547099055</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547099665</link>
         <description><![CDATA[<p>1)ความเป็นมา</p><p>=ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย กล่าวถึงสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับหงสาวดี โดยเฉพาะศึกที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดีจนได้รับชัยชนะ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ สะท้อนความกล้าหาญและความรักชาติของคนไทย</p><p><br></p><p>2) ประวัติผู้แต่ง</p><p>=เชื่อกันว่าผู้แต่งคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส แห่งรัชกาลที่ 3 พระองค์ทรงเป็นพระโอรสในรัชกาลที่ 1 มีความสามารถด้านการแต่งวรรณคดีและเป็นกวีชั้นเอกของไทย งานลิลิตตะเลงพ่ายได้รับการยกย่องว่างดงามทั้งด้านเนื้อหาและศิลปะการใช้ภาษา</p><p><br></p><p>3) ลักษณะคำประพันธ์</p><p>&nbsp;&nbsp; =	•	แต่งด้วย ลิลิตสุภาพ (เป็นการผสมระหว่างร่ายสุภาพกับโคลงสุภาพ)</p><p>	•	ใช้กลวิธีการพรรณนาอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนทั้งความยิ่งใหญ่ของสงคราม และความซาบซึ้งกินใจของเหตุการณ์</p><p>	•	ภาษาไพเราะ คมคาย ใช้อุปมา อุปไมย และการเลือกถ้อยคำที่มีพลัง</p><p><br></p><p>4) เรื่องย่อ</p><p>=เรื่องเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่หงสาวดีมีความมั่นใจในกำลังทัพและส่งพระมหาอุปราชามาทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรทรงนำทัพออกไปต่อสู้ กระทั่งเกิดศึกยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ผลคือพระนเรศวรทรงชนะศึก ทำให้กรุงศรีอยุธยาปลอดภัยและเป็นเหตุการณ์ที่ถูกยกย่องว่าเป็นเกียรติประวัติของแผ่นดินไทย</p><p><br></p><p>สมาชิกในกลุ่ม</p><p>นางสาวกมลทิพย์ จันทาใส เลขที่18 ม.5/8</p><p>นางสาวธัญญาลักษณ์ กุทอง เลขที่19 ม.5/8</p><p>นางสาวชาลิสา กลิ่นตลบ เลขที่23 ม.5/8</p><p>นางสาวณัฏฐ์ชนินท์ สระประโคน เลขที่32 ม.5/8</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:53:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547099665</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547100440</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ความเป็นมาของลิลิตตะเลงพ่าย</strong></p><p><strong>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า</strong> <strong>กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิพนธ์ขึ้น</strong> <strong>เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในคราวที่ทรงได้รับชัยชนะในการกระทำยุทธหัตถี</strong> <strong>กับพระมหาอุปราชา</strong> <strong>เช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงทำสงครามและมีชัยเหนือพระเจ้า</strong> <strong>ติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา</strong> <strong>ดังที่ทรงตั้งชื่อวรรณคดีเรื่องนี้ว่า</strong> “<strong>ตะเลงพ่าย</strong>" (<strong>มอญแพ้</strong>) <strong>เพื่อเลียนชื่อ</strong> <strong>วรรณคดีโคลงดั้นเรื่อง</strong> “<strong>ยวนพ่าย</strong>" (<strong>โยนกหรือล้านนาแพ้</strong>) <strong>โดยทรงดำเนินเรื่องตามพระราชพงศาวดาร</strong> <strong>กรุงศรีอยุธยา</strong> <strong>โดยเฉพาะพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ</strong> (<strong>เจิม</strong>) <strong>ซึ่งมีเนื้อความ</strong> <strong>และโวหารใกล้เคียงกับลิลิตตะเลงพ่ายมาก</strong> <strong>อย่างไรก็ดีในการนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ</strong> <strong>กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์</strong> (<strong>พระองค์เจ้ากปิตถา</strong>) <strong>ซึ่งเป็นพระนัดดาเป็นผู้ทรงช่วยนิพนธ์ด้วย</strong> <strong>ทั้งนี้สันนิษฐานว่า</strong> <strong>ลิลิตตะเลงพ่ายน่าจะเริ่มแต่งขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong></p><p><br></p><p><strong>ประวัติผู้แต่ง</strong></p><ul><li><p><strong>พระนามเดิมคือ</strong> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.co.th/search?client=safari&amp;hl=th-th&amp;cs=1&amp;sca_esv=9446e84d06c941b7&amp;sxsrf=AE3TifO3E15aJXrLq-VmJg5ubvfKy1YiRw%3A1755575138933&amp;q=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;sa=X&amp;ved=2ahUKEwiH4fyD-5WPAxWcTWwGHZ4MA7gQxccNegQIKRAB&amp;mstk=AUtExfB3b11AyNTDshgkGSr1NeRqv5kAZpsALKDWKIgeNkYy25ZV1OkwlVdNWNqKKPjKGdFk2or2X7cYumn12V3KygBfwjXl5CnDaDn8O3DDQ9bqx6pwjIvdKVxnUDosRjWmdTqH1G2vTO9CKgS0FjhJ210NEiDL_dvK0mgrHVWlBUqJpvO0RvQbtzncLCYd4xwD3EsnjAFFvDJrHV5Nkqm8RsSwK77duP2urmqNC_5fFVqyxxqNdtl5zwiD9IgFnRElbZirYKdXw3RdR02HCS9mzlSg&amp;csui=3"><strong>พระองค์เจ้าวาสุกรี</strong></a>.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ประสูติเมื่อวันที่</strong> 11 <strong>ธันวาคม</strong> <strong>พ</strong>.<strong>ศ</strong>. 2333.&nbsp;</p></li><li><p><strong>เมื่อพระชันษาได้</strong> 12 <strong>ปี</strong> <strong>ได้ผนวชเป็นสามเณร</strong> <strong>ณ</strong> <strong>วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม</strong>.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ในสมัยรัชกาลที่</strong> 2 <strong>ทรงได้รับการสถาปนาเป็น</strong> <strong>กรมหมื่นนุชิตชิโนรส</strong>.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ต่อมาในสมัยรัชกาลที่</strong> 4 <strong>ทรงได้รับการสถาปนาเป็น</strong> <strong>กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส</strong>.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ในสมัยรัชกาลที่</strong> 6 <strong>ทรงได้รับการสถาปนาเป็น</strong> <strong>สมเด็จพระมหาสมณเจ้า</strong> <strong>กรมพระปรมานุชิตชิโนรส</strong>.&nbsp;</p></li><li><p><strong>สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่</strong> 4 <strong>เมื่อวันที่</strong> 9 <strong>ธันวาคม</strong> <strong>พ</strong>.<strong>ศ</strong>. 2396.&nbsp;<br></p></li></ul><p><strong>ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p><strong>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นลิลิตสุภาพ</strong> <strong>ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ</strong> <strong>ได้แก่</strong> <strong>โคลงสองสุภาพ</strong> <strong>โคลงสามสุภาพ</strong> <strong>และโคลงสี่สุภาพ</strong> <strong>แต่งสลับกัน</strong></p><p><strong>ร่ายสุภาพ</strong> <strong>๑</strong> <strong>บท</strong> <strong>ต้องมีไม่น้อยกว่า</strong> <strong>๕</strong> <strong>วรรค</strong> <strong>แต่ละวรรคจะมี</strong> <strong>๕</strong> <strong>คำ</strong> <strong>ยกเว้น</strong> <strong>๓</strong> <strong>วรรคสุดท้าย</strong> <strong>มีจำนวนคำเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพ</strong> <strong>คำสุดท้ายของแต่ละวรรคจะสัมผัสกับคำที่</strong> <strong>๑</strong> <strong>๒</strong> <strong>หรือ</strong> <strong>๓</strong> <strong>ในวรรคถัดไป</strong> <strong>เมื่อถึงวรรคก่อน</strong> <strong>๓</strong> <strong>วรรคสุดท้าย</strong> <strong>ก็จะส่งสัมผัสไปยังคำที่</strong> <strong>๑</strong> <strong>๒</strong> <strong>หรือ</strong> <strong>๓</strong> <strong>ในวรรคแรก</strong> <strong>ของ</strong> <strong>๓</strong> <strong>วรรคสุดท้ายด้วย</strong> <strong>และ</strong> <strong>๓</strong> <strong>วรรคสุดท้ายนี้มีสัมผัสเช่นเดียวกับโคลงสองสุภาพ</strong> <strong>อนึ่ง</strong> <strong>คำที่ส่งและรับสัมผัสต้องใช้รูปวรรณยุกต์เดียวกันด้วย</strong> <strong>โคลงสองสุภาพ</strong> <strong>๑</strong> <strong>บท</strong> <strong>จะมี</strong> <strong>๓</strong> <strong>วรรค</strong> <strong>วรรคที่</strong> <strong>๑และ</strong> <strong>๒</strong> <strong>จะมี</strong> <strong>๔</strong> <strong>คำ</strong> <strong>ส่วนวรรคที่</strong> <strong>๓</strong> <strong>มี</strong> <strong>๔</strong> <strong>คำ</strong> <strong>และมีคำสร้อยได้อีก</strong> <strong>๒</strong> <strong>คำ</strong> <strong>โดยบังคับคำเอกและคำโทอย่างละ</strong> <strong>๓</strong> <strong>ตำแหน่งทั้งนี้คำสุดท้ายของวรรคที่</strong> <strong>๑</strong> <strong>สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่</strong> <strong>๒</strong> <strong>และคำสุดท้ายของวรรคที่</strong> <strong>๓</strong> <strong>จะส่งสัมผัสไปยังคำที่</strong> <strong>๑</strong> <strong>๒หรือ</strong> <strong>๓</strong> <strong>ของวรรคที่</strong> <strong>๑</strong> <strong>ในบทต่อไป&nbsp; โคลงสามสุภาพ</strong> <strong>มีลักษณะเหมือนกับโคลงสองสุภาพเกือบทุกประการ</strong> <strong>เพียงแต่เพิ่มวรรคลง</strong> <strong>๑</strong> <strong>วรรค</strong> <strong>จำนวน</strong> <strong>๕</strong> <strong>ค่ำ</strong> <strong>ซึ่งคำสุดท้ายของวรรคนี้จะสัมผัสกับคำที่</strong> <strong>หน้าโคลงสองสุภาพอีก</strong> <strong>๓</strong> <strong>ของวรรคถัดไป</strong></p><p><br></p><p><strong>เรื่องย่อ</strong></p><p><strong>ลิลิตตะเลงพ่ายเริ่มเรื่องด้วยการสรรเสริญพระเกียรติพระมหากษัตริย์</strong> <strong>จากนั้นกล่าวถึง</strong> <strong>การเสด็จขึ้นครองราชสมบัติของสมเด็จพระนเรศวร</strong> <strong>โดยมีสมเด็จพระเอกาทศรถซึ่งเป็นพระราช</strong> <strong>อนุชาเป็นพระมหาอุปราช</strong> <strong>ในเวลานั้นมีพระราชดำริจะยกทัพไปตีเขมร</strong> <strong>ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดี</strong> <strong>นันทบุเรงเมื่อทรงทราบว่ากรุงศรีอยุธยามีการผลัดแผ่นดิน</strong> <strong>จึงมีพระราชบัญชาให้พระมหาอุปราชา</strong> <strong>ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา</strong> <strong>พระมหาอุปราชาทรงยกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์และพักทัพอยู่ที่</strong> <strong>กาญจนบุรี</strong> <strong>เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงทราบข่าวศึกได้มีพระราชบัญชาให้พระยาศรีไสยณรงค์และ</strong> <strong>พระราชฤทธานนท์ยกทัพล่วงหน้าไปรับศึกนอกพระนคร</strong> <strong>ณ</strong> <strong>ตำบลหนองสาหร่าย</strong> <strong>ภายหลัง</strong> <strong>สมเด็จพระนเรศวรพร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถทรงยกทัพตามไป</strong> <strong>กองทัพไทยกับกองทัพพม่า</strong> <strong>ปะทะกันที่ตำบลโคกเผาข้าว</strong> <strong>ในคราวนั้นช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ</strong> <strong>ตกมันวิ่งเตลิดเข้าไปกลางกองทัพของข้าศึก</strong> <strong>มีเพียงควาญช้างและกลางช้างโดยเสด็จเท่านั้น</strong> <strong>สมเด็จพระนเรศวรทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา</strong> <strong>ทรงฟันพระมหาอุปราชาขาดคอช้างสิ้นพระชนม์</strong> <strong>ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยเหนือมังจาชะโร</strong> <strong>หลังจากเสร็จศึก</strong> <strong>สมเด็จพระนเรศวรโปรดเกล้าฯ</strong> <strong>ให้สร้างสถูปสวมพระศพพระมหาอุปราชา</strong> <strong>และทรงปูนบำเหน็จ</strong> <strong>แก่ผู้มีความชอบรวมถึงลงโทษแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทัน</strong> <strong>แต่สมเด็จพระวันรัตทูลขอ</strong> <strong>พระราชทานอภัยโทษ</strong> <strong>สมเด็จพระนเรศวรพระราชทานอภัยโทษแก่แม่ทัพนายกองเหล่านั้น</strong> <strong>และ</strong> <strong>ให้ยกทัพไปตีเมืองทวาย</strong> <strong>มะริด</strong> <strong>และตะนาวศรี</strong> <strong>เป็นการแก้ตัว</strong></p><p><br></p><p><strong>สมาชิก 5/8</strong></p><p><strong>1.นางสาวกันยารัตน์ นามฮุง เลขที่ 21</strong></p><p><strong>2.นางสาวปาริฉัตร พวงผกา เลขที่ 29</strong></p><p><strong>3.นางสาวนันทิยา คำมุงคุล เลขที่ 33</strong></p><p><strong>4.นางสาวธัศณี อริภู เลขที่ 36</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:54:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547100440</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย 5/8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547102363</link>
         <description><![CDATA[<p>1)ความเป็นมา</p><p>= ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีประเภทลิลิตที่แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเฉพาะวีรกรรมการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า</p><p><br></p><p>2)ประวัติผู้แต่ง</p><p>= สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส พระนามเดิมคือพระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระโอรสในราชวงศ์ ทรงผนวชตลอดชีวิต เชี่ยวชาญบาลี สันสกฤต และวรรณคดีไทย ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชในรัชกาลที่ 4 และเป็นกวีผู้สำคัญของชาติ</p><p><br></p><p>3)ลักษณะคำประพันธ์</p><p>= คำประพันธ์ : ลิลิต (ร่ายสุภาพ + โคลงสุภาพ	</p><p>    จุดเด่น : ภาษาไพเราะ, ใช้โวหารภาพพจน์, เนื้อหายกย่องกษัตริย์, สะท้อนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์</p><p><br></p><p>4)เรื่องย่อ</p><p>= ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) มีการบันทึกไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๓ พระเจ้ากรุงหงสาวดีนันทบุเรงทรงทราบข่าวว่าสมเด็จพระมหาธรรมราชเสด็จสรรคต แผ่นดินไทย คงกำลังระส่ำระสาย อาจมีเหตุวุ่นวายด้วยพระราชโอรสทั้งสองพระองค์ชิงราชบัลลังก์ จึงโปรดให้พระมหาอุปราชายกกองทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา โดยทัพพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ และเช้าตีเมืองกาญจนบุรี ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ทรงเตรียมทัพจะไปรบเขมร แต่เมื่อทรงทราบข่าวศึกพม่า จึงทรงนำทัพออกไปรับศึกพม่านอกพระนคร ทัพไทยและทัพพม่าปะทะกันที่ตำบลตระพังตรุ จังหวัดสุพรรณบุรี ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและช้างทรงของสมเด็จพระเอกาทศรถตกมัน จึงเตลิดเข้าไปอยู่ในวงล้อมข้าศึก โดยไม่มีกองทัพของพระองค์ติดตามไปด้วย      </p><p>        สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเชิญให้พระมหาอุปราชเสด็จมากระทำยุทธหัตถีด้วยกัน พระมหาอุปราชาเพลี่ยงพล้ำต้องพระแสงของ้าวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสิ้นพระชนม์บนคอช้าง หลังจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยาแล้ว ทรงปูนบำเหน็จทหารที่มีความชอบในการรบ และทรงตัดสินโทษทหารที่ตามเสด็จไม่ทัน แต่สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้วได้กราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ทหารเหล่านั้น พระองค์ก็ทรงยินยอมและให้ยกทัพไปตีเมืองทวายและตะนาวศรีเป็นการไถ่โทษ</p><p><br></p><p>สมาชิก</p><p>นายสิทธินนท์  หงษาวัน เลขที่ 7  ม.5/8</p><p>น.ส.กมลชนก สีดาโคตร เลขที่ 14  ม.5/8</p><p>น.ส.ญาณศา โคตรวงศ์ เลขที่ 30  ม.5/8</p><p>น.ส.พรณรินทร์ อุ่นคำ เลขที่ 34  ม.5/8</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 03:56:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547102363</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิต ตะเลงพ่าย.5/8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547106692</link>
         <description><![CDATA[<p>1)ความเป็นมา</p><p><br></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีสมัยอยุธยา กล่าวถึง สงครามระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี (เมียนมา) ซึ่งจบลงด้วยการยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย (พ.ศ. 2135)</p><p><br></p><p>แต่งขึ้นเพื่อ สดุดีพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวร ที่กู้เอกราชให้แก่กรุงศรีอยุธยา และแสดงความสามัคคีของชาวไทย</p><p><br></p><p>เป็นงานสำคัญที่สะท้อนความรักชาติและความกล้าหาญของวีรกษัตริย์</p><p><br></p><p>2)ประวัติผู้แต่ง</p><p><br></p><p>สมเด็จพระมหา สมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต ชิโนรส มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี</p><p><br></p><p>พระองค์ทรงเป็นกวีและนัก ปราชญ์ผู้มีความรู้แตกฉานทั้ง ทางศาสนาและวรรณกรรม</p><p><br></p><p>3ลักษณะคำประพัน</p><p><br></p><p>แต่งด้วย ลิลิต</p><p>  คือการนำ ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ มาผสมกัน</p><p><br></p><p>ส่วนที่ใช้ :</p><p><br></p><p>ร่ายสุภาพ → ใช้ในการเล่าเรื่องราวต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>โคลงสุภาพ (เช่น โคลงสี่สุภาพ) → ใช้เน้นข้อความสำคัญ ยกย่องหรือสร้างความไพเราะทางอารมณ์</p><p><br></p><p><br></p><p>มีการใช้ โวหารภาพพจน์ (อุปมา อุปลักษณ์ อติพจน์) ทำให้เรื่องราวดูยิ่งใหญ่อลังการ</p><p>สำนวนมีความสง่างาม สมพระเกียรติของสมเด็จพระนเรศวร</p><p><br></p><p>4)เรื่องย่อ ลิลิตตะเลงพ่าย</p><p><br></p><p>1. บทนำ – กล่าวสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ว่าเป็นกษัตริย์ผู้กล้าหาญ มีพระปรีชาสามารถ และเปรียบดังวีรบุรุษผู้กู้ชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p>2. เหตุการณ์สงคราม – พระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี (พม่า) ได้ยกกองทัพใหญ่มารุกรานกรุงศรีอยุธยา</p><p><br></p><p><br></p><p>3. การเตรียมทัพไทย – สมเด็จพระนเรศวรทรงตระเตรียมกองทัพไทย ออกไปต่อสู้ข้าศึก</p><p><br></p><p><br></p><p>4. ศึกยุทธหัตถี – ขณะที่ศึกดำเนินไป พระนเรศวรทรงขี่ช้างพระที่นั่งเผชิญหน้าพระมหาอุปราชา และเกิดการยุทธหัตถี (การชนช้างและต่อสู้บนหลังช้าง)</p><p><br></p><p><br></p><p>5. ชัยชนะของพระนเรศวร – สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์กลางสนามรบ</p><p><br></p><p><br></p><p>6. ทัพพม่าพ่ายแพ้ – กองทัพหงสาวดีแตกพ่าย ไทยได้ชัยชนะและสามารถรักษาเอกราชไว้ได้</p><p><br></p><p><br></p><p>7. บทสรุป – กวีสดุดีพระเกียรติยศสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และยกย่องความกล้าหาญของชาวไทยที่ร่วมใจกันปกป้องบ้านเมือง</p><p><br></p><p>สมาชิก</p><p>นาย ธนพล ศิลาเกษ เลขที่2</p><p>นาย วรพล สุขบุญส่ง เลขที่3</p><p>นายณัฐรัฐ คันที เลขที่11</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-19 04:01:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3547106692</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548469474</link>
         <description><![CDATA[<p>ความเป็นมา</p><ul><li><p><strong>ผู้แต่ง:</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายแต่งโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ช่วงเวลา:</strong></p><p>แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์.&nbsp;</p></li><li><p><strong>วัตถุประสงค์:</strong></p><ul><li><p>เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเฉพาะวีรกรรมการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา.&nbsp;</p></li><li><p>เพื่อเฉลิมฉลองการบูรณะวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์).&nbsp;</p></li></ul></li><li><p><strong>ที่มาของเนื้อหา:</strong></p><p>เนื้อหาหลักของลิลิตตะเลงพ่ายมาจากพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา.&nbsp;</p></li><li><p><strong>แนวคิดในการแต่ง:</strong></p><p>ได้รับแรงบันดาลใจจากลิลิตยวนพ่าย ซึ่งเป็นวรรณคดีที่เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ความหมายของชื่อเรื่อง:</strong></p><p>"ตะเลง" หมายถึง มอญ และ "พ่าย" หมายถึง แพ้ ดังนั้น "ตะเลงพ่าย" จึงหมายถึง "มอญแพ้" หรือในความหมายที่กว้างกว่าคือ "พม่าและมอญแพ้" เพราะในสมัยนั้นพม่าได้มอญเป็นเมืองขึ้น และใช้หงสาวดีเป็นเมืองหลวง.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ลักษณะคำประพันธ์:</strong></p><p>เป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ.&nbsp;</p></li><li><p><strong>ความสำคัญ:</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณคดีที่ยอดเยี่ยมและเป็นแบบอย่างในการแต่งลิลิต</p><p><br></p></li><li><p>ประวัติผู้แต่ง</p></li><li><p>ลักษณะคำประพันธ์</p><p>แต่งด้วย ลิลิตสุภาพ</p><p>คือการนำ ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ (โคลงสี่สุภาพ) มาสลับกัน</p><p>ใช้ร่ายสุภาพเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่อง แล้วใช้โคลงสุภาพเชื่อมตัดตอนหรือเน้นความไพเราะ</p><p>ภาษาที่ใช้ สละสลวย อุปมาอุปไมยงดงาม มีการใช้ภาพพจน์ เช่น อุปมา อุปลักษณ์ อติพจน์ ฯลฯ</p><p>เนื้อหามี จังหวะเร้าใจ โดยเฉพาะตอนรบ เพื่อให้ผู้ฟัง/ผู้อ่านเกิดความฮึกเหิม</p></li></ul><p><br></p><p>ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย <strong><mark>แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท ลิลิตสุภาพ ซึ่งประกอบด้วย ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ (โคลงสองสุภาพ, โคลงสามสุภาพ, และ โคลงสี่สุภาพ) สลับกันไป โดยมีทั้งหมด 439 บท</mark></strong>.&nbsp;</p><p><br></p><p>เรื่องย่อ</p><p>“ลิลิตตะเลงพ่าย”</p><p><br></p><p>กล่าวถึงเหตุการณ์ในสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p><br></p><p>ตอนสำคัญคือ ศึกยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย (พ.ศ. 2135) ระหว่างพระนเรศวรกับ พระมหาอุปราชา (พระเจ้าเมืองหงสาวดี)</p><p><br></p><p>พระนเรศวรทรงทำพิธีสัตยาธิษฐานต่อหน้าไพร่พล แล้วทรงขี่ช้างออกไปท้ารบ</p><p><br></p><p>พระมหาอุปราชายอมรับคำท้า ทั้งสองพระองค์จึงทำการ ยุทธหัตถี (รบด้วยช้าง)</p><p><br></p><p>การรบเป็นไปอย่างดุเดือด จนพระนเรศวรฟันด้วยพระแสงของ้าว ถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง</p><p><br></p><p>หลังชัยชนะ กองทัพหงสาวดีแตกพ่ายกลับไป พระนเรศวรจึงทรงสร้างเจดีย์ยุทธหัตถีไว้เป็นอนุสรณ์</p><p><br></p><p>เรื่องนี้จึงเป็นการ สดุดีวีรกรรม ของพระนเรศวรที่กอบกู้เอกราชของไทยได้อย่างสง่างาม</p><p><br></p><p>นางสาวนภาวดี ผลคูณ เลขที่ 21 ม.5/6</p><p>นางสาวปภาดา ศาลาแก้ว เลขที่ 38 ม.5/6</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 03:44:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548469474</guid>
      </item>
      <item>
         <title>✨ลิลิตตะเลงพ่าย✨</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548470048</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>🌈ความเป็นมา</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีสำคัญที่แต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าและมีชัยชนะครั้งสำคัญในการยุทธหัตถี ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ และกวีได้ถ่ายทอดไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย</p><p><br/></p><p><strong>🪐ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p>ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้แต่ง แต่มีผู้สันนิษฐานว่าอาจเป็นพระมหาราชครู หรือกวีในราชสำนักสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านวรรณศิลป์ สามารถแต่งคำประพันธ์ได้อย่างไพเราะและทรงพลัง</p><p><br/></p><p><strong>🌸ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p>เรื่องนี้แต่งด้วย “ลิลิต” คือการผสมผสานระหว่างร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ ทำให้การดำเนินเรื่องมีทั้งความลื่นไหลและจังหวะที่งดงาม ใช้ถ้อยคำสละสลวยและมีภาพพจน์หลากหลาย เช่น อุปมา อุปไมย และการพรรณนาที่ทำให้เห็นภาพบรรยากาศสงครามอย่างยิ่งใหญ่</p><p><br/></p><p><strong>🐘เรื่องย่อ</strong></p><p>เนื้อเรื่องกล่าวถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพแก่กรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อพม่ายกทัพเข้ามาตี พระองค์จึงทรงยกทัพออกไปต่อสู้ จนกระทั่งเกิดศึกยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี ในที่สุดพระนเรศวรทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา ทำให้พม่าแตกพ่ายกลับไป และชัยชนะครั้งนี้ก็กลายเป็นหลักฐานแห่งพระเกียรติคุณและความกล้าหาญที่ปลุกเร้าความรักชาติสืบมาจนปัจจุบัน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>👭🏻สมาชิก</strong></p><p>🧍🏼นายณัฐภูม บุญเต็ม เลขที่ 3 ม.5/6</p><p>🧍🏻นายสุธีชัย มีพล เลขที่8 ม.5/6</p><p>🧍🏻‍♀️นางสาวกมลลักษณ์ อุดหนุน เลขที่24 ม.5/6</p><p>🧍🏼‍♀️นางสาวชนม์นิภา ยอดเกษ เลขที่37 ม.5/5</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 03:44:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548470048</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548470102</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ลิลิตตะเลงพ่าย</strong></p><p>1.ความเป็นมา</p><p><strong>ลิลิตตะเลงพ่าย</strong> เป็นบทประพันธ์ประเภท<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95">ลิลิต</a> ประพันธ์ขึ้นโดย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%AA">สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C">พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์</a>เพื่อสดุดีวีรกรรมของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">สมเด็จพระนเรศวรมหาราช</a> ในวาระงานพระราชพิธีฉลองตึก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3">วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร</a>ในสมัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">รัชกาลที่ 3</a> โดยตะเลงในที่นี้หมายถึง <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%8D">มอญ</a> แต่ในลิลิตตะเลงพ่าย กล่าวถึงการรบระหว่างไทยกับพม่า</p><p><br/></p><p>2.</p><p>สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส. พระองค์เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และทรงเป็นรัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์. พระองค์มีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าวาสุกรี". ทรงนิพนธ์ลิลิตตะเลงพ่ายขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวาระงานพระราชพิธีฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามในสมัยรัชกาลที่ 3 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส. พระองค์เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และทรงเป็นรัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์. พระองค์มีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าวาสุกรี". ทรงนิพนธ์ลิลิตตะเลงพ่ายขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวาระงานพระราชพิธีฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามในสมัยรัชกาลที่ 3</p><p><br/></p><p>3.ลักษณะคำประพันธ์</p><p>แต่งด้วยลิลิตสุภาพ ประกอบด้วย ร่ายสุภาพ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ แต่งสลับกันไป จำนวน 439 บท โดยได้แบบอย่างการแต่งมาจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2">ลิลิตยวนพ่าย</a>ที่แต่งขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ลิลิตเปรียบได้กับงานเขียนมหากาพย์ จัดเป็นวรรณคดีประเภทเฉลิมพระเกียรติ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C">พระมหากษัตริย์</a></p><p><br/></p><p>4.เรื่องย่อ</p><p>เริ่มต้นด้วยการชมพระบารมีและพระบรมเดชานุภาพของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">สมเด็จพระนเรศวรมหาราช</a> แล้วดำเนินความตามประวัติศาสตร์ว่า <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%87">พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง</a>ทรงทราบว่า <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช</a> เสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรได้ครองราชสมบัติ พระองค์จึงตรัสปรึกษาขุนนางทั้งปวงว่า<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2">กรุงศรีอยุธยา</a>ผลัดเปลี่ยนกษัตริย์ สมเด็จพระนเรศวรและ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%96">สมเด็จพระเอกาทศรถ</a> พระพี่น้องทั้งสองอาจรบพุ่งชิงความเป็นใหญ่กัน ยังไม่รู้เหตุผลประการใด ควรส่งทัพไปดินแดนอยุธยา เป็นการเตือน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1">สงคราม</a>ไว้ก่อน ถ้าเหตุการณ์เมืองอยุธยาไม่ปกติสุขก็ให้โจมตีทันที ขุนนางทั้งหลายก็เห็นชอบตามพระราชดำรินั้น พระเจ้าหงสาวดีจึงตรัสให้ พระมหาอุปราชาเตรียมทัพร่วมกับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88&amp;action=edit&amp;redlink=1">พระมหาราชเจ้านครเชียงใหม่</a> แต่พระมหาอุปราชากราบทูลพระบิดาว่าโหรทายว่าชันษาของพระองค์ร้ายนัก</p><p>สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีตรัสว่าพระมหาธรรมราชาไม่เสียแรงมีโอรสล้วนแต่เชี่ยวชาญกล้าหาญในศึกมิเคยย่อท้อการสงคราม ไม่เคยพักให้พระราชบิดาใช้เลยต้องห้ามเสียอีก ผิดกับพระองค์ และให้พระมหาอุปราชาไปเอาภัสตราภรณ์สตรีมาทรงเสีย พระมหาอุปราชาทรงอับอายและหวาดกลัวพระราชอาญาของพระบิดายิ่งนัก จึงเตรียมจัดทัพหลวงและทัพหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อยกมาตีอยุธยา ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรเตรียมทัพจะไปตี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2">กัมพูชา</a>เป็นการแก้แค้นที่ถือโอกาสรุกรานอยุธยาหลายครั้งระหว่างที่อยุธยาติดศึกกับพม่า พอสมเด็จพระนเรศวรทรงทราบข่าวศึกก็ทรงถอนกำลังไปสู้รบกับพม่าทันที ทัพหน้ายกล่วงหน้าไปตั้งที่ตำบลหนองสาหร่าย</p><p>ฝ่ายพระมหาอุปราชาทรงคุมทัพมากับพระเจ้าเชียงใหม่รี้พลรบ 5 แสน เข้ามาทาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">ด่านเจดีย์สามองค์</a> ทรงชมไม้ ชมนก ชมเขา และคร่ำครวญถึงพระสนมกำนัลมาตลอดจนผ่านไทรโยคลำกระเพิน และเข้ายึดเมือง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5">กาญจนบุรี</a>ได้โดยสะดวก ต่อจากนั้นก็เคลื่อนพลผ่านพนมทวนเกิดลางร้ายลมเวรัมภาพัดฉัตรหัก ทรงตั้งค่ายหลวงที่ตำบล<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B8&amp;action=edit&amp;redlink=1">ตระพังตรุ</a>ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงเคลื่อน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84">พยุหยาตราทางชลมารค</a> ไปขึ้นบกที่ปากโมก บังเกิดศุภนิมิต ต่อจากนั้นทรงกรีฑาทัพทางบกไปตั้งค่ายที่ตำบลหนองสาหร่าย เมื่อทรงทราบว่าพม่าส่งทหารมาลาดตะเวน ทรงแน่พระทัยว่าพม่าจะต้องโจมตีกรุงศรีอยุธยาเป็นแน่ จึงรับสั่งให้ทัพหน้าเข้าปะทะข้าศึกแล้ว ล่าถอยเพื่อลวงข้าศึกให้ประมาท แล้วสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับสมเด็จพระเอกาทศรถทรงนำทัพหลวงออกมาช่วย ช้างพระที่นั่งสองเชือกตกมันกลับเขาไปในหมู่ข้าศึกแม่ทัพนายกองตามไม่ทัน สมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรัสท้าพระมหาอุปราชาทำ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B5">ยุทธหัตถี</a>และทรงได้รับชัยชนะ </p><p><br/></p><p>นาย ธนพัต บังศรี เลขที่ 16 ม.5/6</p><p>นางสาว ฐิชารัศม์ เกษเงิน เลขที่ 28 ม.5/6</p><p>นางสาว ณัฐธิดา โมลานิล เลขที่ 29 ม.5/6</p><p>นางสาว กาลดา แสงงาม เลขที่ 31 ม.5/6</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 03:44:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548470102</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author>duangsanitsupitcha</author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548470731</link>
         <description><![CDATA[<p>📌<strong>ความเป็นมา</strong></p><p>	•	ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีประเภท ลิลิต (การประพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างร่ายกับโคลง)</p><p>	•	แต่งขึ้นในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราวพุทธศตวรรษที่ 22</p><p>•	เนื้อหากล่าวถึงการสงครามระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระมหาอุปราชาแห่งพม่า ในศึกยุทธหัตถี ค.ศ. 1593 (พ.ศ. 2135) </p><p><br/></p><p><strong> ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p>	•	ผู้แต่งไม่ปรากฏนามแน่ชัด เชื่อกันว่าอาจเป็น พระมหาราชครู หรือกวีในราชสำนักสมัยสมเด็จพระนารายณ์</p><p>	•	แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์และเพื่อเป็นบันทึกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p> <strong>ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p>	•	ใช้ ลิลิตสุภาพ (ร่ายสุภาพ + โคลงสุภาพ)</p><p>	•	มีการใช้ โวหารภาพพจน์ เช่น อุปมา อุปลักษณ์ บุคลาธิษฐาน</p><p>	•	สำนวนโวหารวิจิตรบรรจง ใช้ถ้อยคำกะทัดรัดแต่ไพเราะ มีการพรรณนาสงครามอย่างสมจริง</p><p>	•	จำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 346 บทโคลง และ 53 บทร่าย</p><p><br/></p><p><strong>เรื่องย่อ</strong></p><p>	•	เรื่องเริ่มจากการที่พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา โดยมี พระมหาอุปราชา เป็นแม่ทัพ</p><p>	•	ฝ่ายไทย สมเด็จพระนเรศวรพร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงยกกองทัพออกไปต่อสู้</p><p>	•	ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างดุเดือด จนถึงเหตุการณ์สำคัญคือ ยุทธหัตถี ที่ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี</p><p>	•	สมเด็จพระนเรศวรทรงช้างกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา และสามารถฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง</p><p>	•	ฝ่ายพม่าจึงแตกพ่ายกลับไป ส่วนฝ่ายไทยได้รับชัยชนะยิ่งใหญ่ กู้เกียรติและเอกราชของชาติ</p><p><br/></p><p>นายกิตติ วงค์สิงห์ เลขที่2</p><p>นางสาวสุทธิมนต์ ดาลุน เลขที่33</p><p>นางสาวสุพิฌาย์ ดวงสนิท เลขที่34</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 03:45:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548470731</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548472195</link>
         <description><![CDATA[<p>สรุปความเป็นมาของ ลิลิตตะเลงพ่าย</p><p>เป็นวรรณคดีไทยที่แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p>กล่าวถึงเหตุการณ์ สงครามยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย (พ.ศ. 2135) เมื่อพระองค์ทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งพม่า</p><p>แต่งขึ้นใน สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (เชื่อว่าในรัชกาลที่ 1–2) แต่ผู้แต่งไม่ปรากฏนามแน่ชัด</p><p>ใช้รูปแบบ ลิลิต คือผสม ร่ายสุภาพ กับ โคลงสุภาพ สลับกันอย่างมีศิลปะ</p><p>จุดมุ่งหมายหลักเพื่อ สดุดีพระเกียรติคุณ ความกล้าหาญ และพระปรีชาสามารถ ของสมเด็จพระนเรศวร รวมทั้งปลูกฝัง ความรักชาติและความสามัคคี</p><p>ประวัติพระปรมานุชิตชิโนรส</p><p>พระนามเดิม : พระองค์เจ้าวาสุกรี</p><p>ราชสกุล : พระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเรียม</p><p><br/></p><p>วันประสูติ : พ.ศ. 2333</p><p>การบรรพชาและการศึกษา</p><p>เมื่อมีพระชนม์ได้ 12 พรรษา ทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)</p><p>ทรงศึกษาพระธรรมวินัย ภาษาบาลี และอักขรวิธี จนมีความเชี่ยวชาญ</p><p>ทรงเชี่ยวชาญทั้งด้าน พระพุทธศาสนา วรรณคดี และศิลปกรรม</p><p>การครองสมณศักดิ์</p><p>ทรงจำพรรษาที่ วัดโพธาราม (วัดพระเชตุพนฯ)</p><p>ต่อมาเมื่อย้ายไป วัดราชาธิวาส ได้ทรงเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูการศึกษาพระปริยัติธรรม</p><p>ได้รับสมณศักดิ์สูงสุดเป็น สมเด็จพระสังฆราช (พระปรมานุชิตชิโนรส)</p><p>ผลงานสำคัญ</p><p>ด้านวรรณคดี : ทรงพระนิพนธ์วรรณคดีและคำสอนจำนวนมาก เช่น</p><p>กฤษณาสอนน้องคำฉันท์</p><p>สมุทรโฆษคำฉันท์ (แต่งเพิ่มเติมและชำระใหม่)</p><p>พระมาลัยคำฉันท์</p><p>นิราศพระบาท (นิราศที่งดงามมาก)</p><p>ด้านพระศาสนา : ทรงแต่งหนังสือสอนพระธรรม บาลี และปรับปรุงหลักสูตรการเรียนพระปริยัติธรรม</p><p>ด้านศิลปกรรม : ทรงอุปถัมภ์งานช่างหลวง เช่น การสร้างวัด การบูรณะจิตรกรรมฝาผนัง</p><p>สิ้นพระชนม์</p><p>สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2396 สิริพระชนมายุ 63 พรรษา</p><p>ลิลิตเป็นลักษณะคำประพันธ์ที่นำร่ายสุภาพและโคลงสุภาพมาแต่งสลับกัน. ร่ายสุภาพเป็นร้อยกรองที่ไม่บังคับจำนวนวรรคในแต่ละบท. โคลงสุภาพแบ่งเป็น โคลงสองสุภาพ, โคลงสามสุภาพ, และโคลงสี่สุภาพ. การแต่งลิลิตมีการส่งสัมผัสระหว่างร่ายและโคลง โดยนำคำสุดท้ายของบทหนึ่งไปสัมผัสกับคำในอีกบทหนึ่ง. ลิลิตตะเลงพ่ายมี 439 บท แบ่งเป็นโคลงสองสุภาพ 45 บท โคลงสามสุภาพ 10 บท โคลงสี่สุภาพ 335 บท และร่ายสุภาพ 49 บท. ลิลิตได้รับอิทธิพลการแต่งมาจาก ลิลิตยวนพ่าย และมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์</p><p>                                   เรื่องย่อ</p><p>พระเจ้ากรุงหงสาวดีนันทบุเรงทรงทราบข่าวว่าสมเด็จพระมหาธรรมราชาเสด็จสวรรคต แผ่นดินไทย คงกำลังระส่ำระสาย อาจมีเหตุวุ่นวายด้วยพระราชโอรสทั้งสองพระองค์ชิงราชบัลลังก์ จึงโปรดให้ พระมหาอุปราชายกกองทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา โดยทัพพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ และเข้าตีเมือง กาญจนบุรี ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ทรงเตรียมทัพจะไปรบเขมร แต่เมื่อทรงทราบข่าวศึกพม่าจึงทรงนำทัพออกไปรับศึกพม่านอกพระนคร ทัพไทยและทัพพม่าปะทะกัน ที่ตำบลตระพังตรุ จังหวัดสุพรรณบุรี ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและช้างทรงของสมเด็จ พระเอกาทศรถตกมัน จึงเตลิดเข้าไปอยู่ในวงล้อมข้าศึก โดยไม่มีกองทัพของพระองค์ติดตามไปด้วย ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) มีการบันทึกไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๓៣ เพลี่ยงพล้ำต้องพระแสงของ้าวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสิ้นพระชนม์บนคอช้าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเชิญให้พระมหาอุปราชาเสด็จมากระทำยุทธหัตถีด้วยกัน พระมหาอุปราชา</p><p>พระราชทานอภัยโทษให้แก่ทหารเหล่านั้น พระองค์ก็ทรงยินยอม และให้ยกทัพไปตีเมืองทวาย หลังจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา ทรงปูนบำเหน็จทหารที่มีความชอบ ในการรบ และทรงตัดสินโทษทหารที่ตามเสด็จไม่ทัน แต่สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว ได้กราบทูลขอและตะนาวศรีเป็นการไถ่โทษ</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายชยพล สุขบุญส่ง เลขที่18 ม.5\6</p><p>นายสรวิศ บุดดีวงษ์ เลขมี่ 7 ม 5\6</p><p>นายเปรมมินทร์ ทะนงค์ เลขที่19 ม.5/6</p><p>นายชุติพนธ์ ชิณโชติ เลขที่11 ม.5\6</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 03:47:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548472195</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548472824</link>
         <description><![CDATA[<p>1) ความเป็นมาของลิลิตตะเลงพ่าย</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายไม่ได้ถูกแต่งขึ้นในสมัยที่เกิดเหตุการณ์สงครามยุทธหัตถีในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยทันที แต่ถูกประพันธ์ขึ้นในภายหลังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีพระราชดำริให้มีการรวบรวมและชำระวรรณคดีเรื่องสำคัญต่างๆ เพื่ออนุรักษ์ไว้</p><p>ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 และทรงเป็นกวีเอกแห่งยุคนั้น ได้รับมอบหมายให้ทรงนิพนธ์วรรณคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเฉพาะเหตุการณ์สงครามยุทธหัตถีที่ถือเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของชาติไทย พระองค์จึงทรงประพันธ์เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ขึ้นมา โดยชื่อเรื่องมีความหมายว่า "ลิลิตแห่งการพ่ายแพ้ของชาวมอญ" เพื่อยกย่องพระเกียรติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p>2) ประวัติผู้แต่ง</p><p>ผู้ประพันธ์ลิลิตตะเลงพ่ายคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระนามเดิม: พระองค์เจ้าวาสุกรี) ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) และเป็นเจ้าฟ้าที่ผนวชเป็นสามเณรมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์และทรงอยู่ในสมณเพศมาตลอดพระชนม์ชีพ</p><p>พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในสี่กวีสำคัญในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงมีความรู้ความสามารถในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และการประพันธ์ ทรงได้รับการยกย่องจากนักวรรณคดีและนักวิชาการว่าเป็นกวีที่มีฝีมือในการใช้ถ้อยคำและสัมผัสอย่างยอดเยี่ยม นอกจากลิลิตตะเลงพ่ายแล้ว พระองค์ยังทรงนิพนธ์วรรณคดีและบทสวดสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย เช่น เทศน์มหาชาติ และ สมุทรโฆษคำฉันท์</p><p>3) ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นงานประพันธ์ประเภท ลิลิต ซึ่งเป็นการประพันธ์ที่นำโคลงและร่ายมาสลับกันไป โดยมีลักษณะเด่นคือ:</p><p>ร่าย: ใช้ร่ายโบราณเป็นหลัก มีสัมผัสในและสัมผัสสระที่ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ โดยแต่ละวรรคจะมีจำนวนคำไม่จำกัด ทำให้สามารถดำเนินเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว</p><p>โคลง: ใช้โคลงสี่สุภาพเป็นหลัก มีการกำหนดสัมผัสและจำนวนคำที่แน่นอน ทำให้แต่ละบทมีความไพเราะและสมบูรณ์ในตัว โคลงมักจะใช้บรรยายอารมณ์ความรู้สึก หรือสรุปเหตุการณ์สำคัญๆ</p><p>คำสร้อย: มีการใช้คำสร้อยในโคลงสี่สุภาพเพื่อเพิ่มความไพเราะและทำให้อ่านต่อเนื่องกันไปได้</p><p>การสลับระหว่างร่ายและโคลงทำให้ลิลิตตะเลงพ่ายมีความหลากหลายในการเล่าเรื่อง ร่ายใช้เพื่อดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว ส่วนโคลงใช้เพื่อเน้นย้ำรายละเอียดสำคัญ บรรยายความรู้สึก หรือชื่นชมวีรกรรมของตัวละคร</p><p>4) เรื่องย่อ</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้:</p><p>ตอนที่ 1: การเตรียมทัพของฝ่ายพม่า: เริ่มจากพระเจ้าหงสาวดีโปรดให้พระมหาอุปราชา (โอรส) ยกทัพใหญ่มาตีเมืองไทย เพื่อล้างแค้นที่เคยพ่ายแพ้ไปครั้งก่อน พระมหาอุปราชาทรงมีความกังวลใจ เพราะเคยได้ยินคำทำนายว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ด้วยศัสตราวุธที่มาจากทางทิศตะวันออก</p><p>ตอนที่ 2: การเตรียมทัพของฝ่ายไทย: สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทราบข่าวจึงโปรดให้จัดทัพเพื่อออกไปรับศึก โดยทรงรับหน้าที่เป็นจอมทัพและสมเด็จพระเอกาทศรถ (อนุชา) เป็นทัพหน้า</p><p>ตอนที่ 3: กองทัพปะทะกัน: ทัพของทั้งสองฝ่ายเดินทางมาพบกันที่ตำบลหนองสาหร่าย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเข้าต่อสู้กับทหารพม่าอย่างดุเดือด จนในที่สุดช้างทรงของทั้งสองพระองค์ก็หลุดเข้าไปในวงล้อมของข้าศึก</p><p>ตอนที่ 4: ยุทธหัตถี: สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศท้าชนช้างกับพระมหาอุปราชา และทรงใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชาจนขาดคอช้าง สิ้นพระชนม์ในที่สุด</p><p>ตอนที่ 5: การสรุปชัยชนะ: หลังจากทรงได้รับชัยชนะ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงแสดงความยินดีและยกย่องเหล่าวีรบุรุษที่ร่วมรบ ก่อนจะเสด็จกลับพระนครอย่างสมพระเกียรติ</p><p><br/></p><p>สมาชิก</p><p>1.นายกรกนก บรรดาศักดิ์ เลขที่ 1 ม.5/6</p><p>2.นายฉัตรเพชร ผิวเงิน เลขที่ 4 ม.5/6</p><p>3.นายเจษฏ์ ศรีวัง เลขที่ 9 ม.5/6</p><p>4.นายภัทรพล กาลบุตร เลขที่ 15 ม.5/6</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 03:47:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548472824</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548473935</link>
         <description><![CDATA[<p>                   </p><p>                   ลิลิตตะเลงพ่าย</p><p><br/></p><p>ความเป็นมา : “ลิลิตตะเลงพ่าย” เป็นวรรณคดีสำคัญของไทย แต่งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า</p><p><br/></p><p>ประวัติผู้แต่ง : ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส รัตนกวีแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระสังฆราชเจ้า พระองค์ที่ ๗ และทรงเป็นพระมหาสมณเจ้า ฯ พระองค์แรกแห่งกรุง รัตนโกสินทร์ ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ</p><p><br/></p><p>ลักษณะคำประพันธ์ : ลิลิตตะเลงพ่าย แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท ลิลิตสุภาพ ซึ่งประกอบด้วย ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ (โคลงสองสุภาพ, โคลงสามสุภาพ, และ โคลงสี่สุภาพ) สลับกันไป โดยมีทั้งหมด 439 บท</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายมีทั้งหมด 439 บท แบ่งเป็นโคลงสองสุภาพ 45 บท โคลงสามสุภาพ 10 บท โคลงสี่สุภาพ 335 บท และร่ายสุภาพ 49 บท</p><p><br/></p><p>เรื่องย่อ : ลิลิตตะเลงพ่ายนี้ได้รับความบันดาลพระทัยมาจากวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเรื่องยวนพ่าย  ดังจะเห็นได้จากการที่ทรงเลือกวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรในการทำสงครามยุทธหัตถีมีชัยต่อพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดีใน พ.ศ.2135 มาเป็นเนื้อเรื่อง เช่นเดียวกับยวนพ่ายซึ่งเป็นเรื่องวีรกรรมของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงทำสงครามมีชัยต่อพระเจ้าติโลกราชแห่งราชอาณาจักรล้านนา  และทรงตั้งชื่อเรื่องว่า “ตะเลงพ่าย” ซึ่งมีความหมายว่า “มอญแพ้”  เลียนแบบ ”ยวนพ่าย”  ซึ่งแปลว่า ชาวโยนกหรือล้านนาแพ้</p><p><br/></p><p>สมาชิกในกลุ่ม : นางสาวกฤตณรัญณ์ สายบัว เลขที่30</p><p>นางสาววรพิชชา พินากัน เลขที่20</p><p>นางสาวนรินดา จำปารัตน์ เลขที่27</p><p>นางสาวณิชานันท์ ยางทอง เลขที่26</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/52/%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B5.jpg" />
         <pubDate>2025-08-20 03:49:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548473935</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548480507</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1)ความเป็นมา</strong></p><p>ได้รับความบันดาลพระทัยมาจากวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเรื่องยวนพ่าย ดังจะเห็นได้จากการที่ทรงเลือกวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรในการทำสงครามยุทธหัตถีมีชัยต่อพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดีใน พ.ศ.2135 มาเป็นเนื้อเรื่อง เช่นเดียวกับยวนพ่ายซึ่งเป็นเรื่องวีรกรรมของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงทำสงคราม</p><p><strong>2)ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p><strong>สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส</strong></p><p>พระนามเดิมคือ พระองค์เจ้าวาสุกรี บุตรองค์ที่ 28 ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และ เจ้าจอมมารดาจุ้ย (ท้าวทรงกันดาร)</p><p>-ประสูติเมื่อ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2333</p><p>-ผนวชเป็นสามเณรเมื่อพระชันษา 12 ประจำอยู่ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม</p><p>-ทรงดำรงพระยศจนขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราชองค์</p><p>ที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์</p><p>-ทรงได้รับการยกย่องเป็น รัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์</p><p>-สิ้นพระชนม์เมื่อ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2396 สิริพระชนมายุ 63 พรรษา</p><p><strong>3)ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p>แต่งด้วยลิลิตสุภาพ ประกอบด้วย ร่ายสุภาพ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ แต่งสลับกันไป จำนวน 439 บท</p><p><strong>4)เรื่องย่อ</strong></p><p>“ลิลิตตะเลงพ่าย” เป็นวรรณคดีสำคัญที่แต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (ราว พ.ศ. 2275–2301) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยจากพม่า</p><p>เรื่องเล่าถึงสงครามครั้งใหญ่ระหว่าง กรุงศรีอยุธยา กับ หงสาวดี โดยเฉพาะ ศึกยุทธหัตถี </p><p>ซึ่งเป็นการต่อสู้บนหลังช้าง</p><p>1. พม่ายกทัพมาตีไทยครั้งใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงนำทัพออกต่อสู้</p><p>2. ขณะศึกประชิด สมเด็จพระนเรศวรทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชา (กษัตริย์พม่าผู้ครองเมืองแปร) จึงขับช้างเข้าเผชิญหน้า</p><p>3. ทั้งสองพระองค์ทำ ยุทธหัตถี คือการต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง</p><p>4. ผลสุดท้าย สมเด็จพระนเรศวรฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์กลางสนามรบ</p><p>5. ศึกครั้งนี้ทำให้ไทยได้รับชัยชนะยิ่งใหญ่</p><p> เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ประกาศเกียรติยศของสมเด็จพระนเรศวรว่าเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราช</p><p><strong>สมาชิก5/6</strong></p><p>1.นาย ปิยโชค สมเทพ เลขที่12</p><p>2.นายพีรพัฒน์ ผลคูณ เลขที่ 13</p><p>3.นางสาวชลิตา กำลังดี เลขที่32</p><p>4.นางสาวสุมินตรา อัศฤกษ์ เลขที่36</p><p>5.นางสาวพลอยสวรรค์ ศรีสกุลพงศ์ เลขที่39</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 03:55:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548480507</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548508965</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>1. ความเป็นมา</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><ul><li><p>เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ราวพุทธศตวรรษที่ 22)</p></li></ul><ul><li><p>จุดมุ่งหมายเพื่อ สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกอบกู้เอกราชและมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ในการทำยุทธหัตถีที่ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี</p></li><li><p>ถือเป็นงานวรรณคดีชั้นสูงที่ใช้ประกาศเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ และสร้างความภาคภูมิใจแก่คนไทย</p></li></ul><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>2. ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><ul><li><p>เชื่อว่า พระมหาราชครู ซึ่งเป็นกวีเอกและนักปราชญ์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เป็นผู้แต่ง</p></li><li><p>ท่านมีความรู้ด้านศาสนา วรรณคดี และโหราศาสตร์ จึงสามารถประพันธ์งานที่มีทั้งความไพเราะและคติธรรม</p></li></ul><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>3. ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><ul><li><p>แต่งด้วย ลิลิต ซึ่งเป็นการผสมระหว่าง โคลงและร่าย</p></li><li><p>ใช้โคลงสุภาพและโคลงดั้นสลับกับร่ายสุภาพ</p></li><li><p>มีสัมผัสและการเล่นคำอย่างประณีต ทำให้อ่านไพเราะ</p></li><li><p>ภาษามีความวิจิตร ใช้อุปมาอุปไมย บรรยายความรู้สึกฮึกเหิม และยกย่องพระเกียรติยศ</p></li></ul><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>4. เรื่องย่อ</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><ul><li><p>กล่าวถึงการที่พม่าเกณฑ์ทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา</p></li><li><p>สมเด็จพระนเรศวรนำทัพไทยออกต้านทาน</p></li><li><p>ทั้งสองฝ่ายทำศึกกันอย่างดุเดือด และเกิดเหตุการณ์สำคัญคือ ยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา</p></li><li><p>ผลคือสมเด็จพระนเรศวรทรงมีชัยชนะ สังหารพระมหาอุปราชาสำเร็จ</p></li><li><p>เรื่องจบด้วยการสรรเสริญพระบารมีสมเด็จพระนเรศวร ว่าทรงเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชให้แผ่นดินไทย</p><p><br/></p></li></ul><p><br/></p><p>สมาชิกกลุ่ม </p><p>นส.กรรณลภัส เลขะสันต์ เลขที่ 19 ห้อง5/4</p><p>นส.อภิญญา บุญเสนาะ เลขที่ 32 ห้อง5/4 </p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4242886797/32b8f29cdb378a6df3b77eecd91af899/IMG_1650.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-20 04:24:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548508965</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548509474</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p><strong>1) ความเป็นมา</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นบทประพันธ์ประเภทลิลิต ที่แต่งขึ้นโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ร่วมกับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวาระงานฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในสมัยรัชกาลที่ 3</p><p><strong>2) ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p>เป็นพระนิพนธ์ของ<strong>สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส</strong>รัตนกวีแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระสังฆราชเจ้า พระองค์ที่ ๗ และทรงเป็นพระมหาสมณเจ้า ฯ พระองค์แรกแห่งกรุง รัตนโกสินทร์</p><p><strong>3) ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p><strong>แต่งด้วยลิลิตสุภาพ ประกอบด้วย ร่ายสุภาพ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ แต่งสลับกันไป จำนวน 439 บท</strong></p><p><strong>4) เรื่องย่อ</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเล่าเหตุการณ์ครั้ง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทำยุทธหัตถีกับ พระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี (พม่า) ที่สมรภูมิหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรีในปัจจุบัน</p><p>﻿﻿พม่าเกณฑ์ทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา</p><p>﻿﻿พระนเรศวรกับสมเด็จพระเอกาทศรถ (พระอนุชา) นำกองทัพไทยออกไปต้านทัพ</p><p>﻿﻿เมื่อเผชิญหน้ากัน พระนเรศวรทรงเห็นว่ากองทัพยังไม่ทันรวมตัวแต่เพื่อรักษาเกียรติศักดิ์ศรี จึงขับพระคชาธารเข้าชน</p><p>﻿﻿เกิดศึกยุทธหัตถี พระนเรศวรทรงใช้พระแสงของ้าวฟันต้องพระมหาอุปราชาจนสิ้นพระชนม์</p><p>﻿﻿กองทัพพม่าพ่ายแตกถอยกลับไป ไทยจึงรอดพ้นจากการเสียเอกราชอีกครั้ง</p><p> สมาชิก</p><p>1.นายปาณรวัฐ สายบุญ เลขที่8</p><p>2.นางสาวพิญญา ใจภักดี เลขที่17</p><p>3.นางสาวเมธาวดี ผลจันทร์ เลขที่18</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:25:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548509474</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548510238</link>
         <description><![CDATA[<p>ความเป็นมา</p><p>“ลิลิตตะเลงพ่าย” เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา</p><p>มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามยุทธหัตถี ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า</p><p>ใช้รูปแบบการแต่งแบบ “ลิลิต” (คือการผสมระหว่างร่ายและโคลง)</p><p>ประวัติผู้แต่ง</p><p>นักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่าแต่งโดยกวีในราชสำนัก เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p>ลักษณะ</p><p>แต่งด้วย ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ สลับกันตามขนบการแต่ง “ลิลิต”</p><p>ใช้ภาษาไพเราะ มีโวหารภาพพจน์ เช่น อุปมา อุปลักษณ์ และการเล่นคำ</p><p>มีจังหวะสัมผัสไพเราะ ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมในเรื่องราว</p><p>เรื่องย่อ</p><p>กล่าวถึงการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่า</p><p>สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพแก่บ้านเมือง</p><p>เกิดศึกยุทธหัตถีระหว่างพระองค์กับพระมหาอุปราชา</p><p>ผลคือสมเด็จพระนเรศวรมีชัย ทำให้แผ่นดินไทยรอดพ้นจากการถูกครอบงำ</p><p>สมาชิก </p><p>1.)นางสาว ปวรรัตน์ ปุนมาปัตย์ เลขที่20 ม.5/4</p><p>2.)นางสาวธันญารัตน์ ปัญญา เลขที่26 ม.5/4</p><p>3.)นางสาวกนกอร อินอ่อน เลขที่35 ม.5/4</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:26:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548510238</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548512635</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>1) ความเป็นมา</p><p><br></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p>เนื้อหากล่าวถึงสงครามระหว่างไทยกับพม่า โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญคือ ยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย ซึ่งพระนเรศวรทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี</p><p>มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงความรักชาติ ความเสียสละ ความกล้าหาญ และการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์</p><p><br></p><p>2) ประวัติผู้แต่ง</p><p><br></p><p>ผู้แต่งลิลิตตะเลงพ่ายคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส. พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และทรงดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าวาสุกรี ก่อนที่จะได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส. ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีที่ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช.</p><p><br></p><p>3) ลักษณะคำประพันธ์</p><p><br></p><p>ใช้รูปแบบ ลิลิต คือ การผสมระหว่าง ร่ายสุภาพ กับ โคลงสุภาพ</p><p>ตอนต้นและตอนท้าย มักใช้ร่ายสุภาพในการบรรยายเนื้อหา</p><p>ตอนสำคัญ ๆ เช่นการต่อสู้ มักใช้โคลงสี่สุภาพ ซึ่งไพเราะและเข้มข้น</p><p>ภาษามีความสง่างาม สละสลวย ใช้โวหาร เช่น อุปมา อุปลักษณ์ และถ้อยคำที่ยกย่องเชิดชู</p><p><br></p><p>4) เรื่องย่อ</p><p><br></p><p>เริ่มต้นกล่าวถึงสภาพบ้านเมืองและการรุกรานของพม่า</p><p>สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมทัพออกศึกเพื่อต่อกรกับกองทัพหงสาวดี</p><p>เกิดการรบที่หนองสาหร่าย โดยพระนเรศวรทรงกระทำ ยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา</p><p>พระนเรศวรทรงมีชัยชนะ สามารถฆ่าพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์</p><p>ผลจากชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ขวัญและกำลังใจของทหารไทยหวนกลับมา และเป็นการประกาศอิสรภาพของไทยอย่างยิ่งใหญ่</p><p><br></p><p>1.นายกานต์ กมลรัตน์ เลขที่5 ม.5/4</p><p>2.นายปกภณ กูลอ่อน เลขที่11 ม.5/4</p><p>3.นายพีรภัทร สัมผัสบุญ เลขที่12 ม.5/4</p><p>4.นายยศพล มูลแก้ว เลขที่14 ม.5/4</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:28:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548512635</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548513431</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1)ความเป็นมา</strong></p><p>เป็นวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติพระนเรศวรมหาราชที่แต่งขึ้นโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส และ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ เพื่อสดุดีวีรกรรมการทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชา</p><p><br></p><p><strong>2)ประวัติผู้แต่ง</strong></p><p>ผู้แต่งลิลิตตะเลงพ่ายคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส. พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และทรงได้รับการยกย่องเป็นรัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์. ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นพระนิพนธ์ที่ทรงแต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวาระงานพระราชพิธีฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม</p><p><br></p><p><strong>3)ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><p>เป็นวรรณคดีประเภท ลิลิตสุภาพ ซึ่งประกอบด้วย ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ (โคลงสองสุภาพ, โคลงสามสุภาพ, และ โคลงสี่สุภาพ) สลับกันไป มีจำนวน 439 บท</p><p><br></p><p><strong>4)เรื่องย่อ</strong></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีสมัยสมเด็จพระนารายณ์ แต่งขึ้นเพื่อสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p>กล่าวถึงการทำศึกยุทธหัตถีระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า</p><p>พระนเรศวรทรงชนะศึก แสดงถึงพระปรีชาสามารถ ความกล้าหาญ และความรักชาติ</p><p>มีการใช้โวหาร คำประพันธ์ไพเราะ สอดแทรกการเทิดทูนพระมหากษัตริย์</p><p>ถือเป็นงานที่ปลุกใจให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติและความสามัคคีของคนไทย</p><p><br></p><p><strong>สมาชิกกลุ่ม</strong></p><p>นายธนบัตร บุญตา ม.5/4 เลขที่3</p><p>นายสรยุทธ ทองนาค ม.5/4 เลขที่15</p><p>น.ส.ศิริรัตน์ จันลุน ม.5/4 เลขที่ 27</p><p>น.ส.สุกัญญา สารินทร์ ม.5/4 เลขที่31</p><p>น.ส.กัลยาณิภูรี ชามาส ม.5/4 เลขที่33</p><p>น.ส.พิชชาภา นีระมนต์ ม.5/4 เลขที่ 34</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4242882247/ebe2f250a0cc22c8b19735048fc80ef2/IMG_1817.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-20 04:28:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548513431</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย 5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548514835</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส. ภควดี รูปงาม เลขที่ 21 ชั้น ม.5/4</p><p>น.ส. นัฐพร ปิ่นทุมา เลขที่ 29 ชั้นม.5/4</p><p>น.ส. อรงกรณ์ ทองด้วง เลขที่ 38 ชั้นม.5/4</p><p>1. ความเป็นมา: วรรณคดีเรื่องนี้แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีจุดประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในเหตุการณ์ยุทธหัตถี</p><p>2. ประวัติผู้แต่ง: ผู้แต่งคือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 และทรงผนวชตลอดพระชนม์ชีพ ทรงเป็นกวีเอกและปราชญ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก</p><p>3. ลักษณะคำประพันธ์: แต่งด้วย "ลิลิตสุภาพ" คือการผสมผสานระหว่าง ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน</p><p>4. เรื่องย่อ: เป็นเรื่องราวการทำสงครามยุทธหัตถีระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับ พระมหาอุปราชา แห่งหงสาวดี โดยจุดสำคัญคือเมื่อช้างทรงของพระนเรศวรฯ บุกเข้าไปในวงล้อมข้าศึก ทำให้เกิดการต่อสู้ตัวต่อตัวและจบลงด้วยชัยชนะของพระองค์</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:30:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548514835</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548515259</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>1. ความเป็นมา</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีสำคัญในสมัยอยุธยาตอนปลาย แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าและมีชัยใน ยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี (ค.ศ. 1593 / พ.ศ. 2135)</p><p>จุดมุ่งหมายเพื่อยกย่องพระเกียรติคุณของพระนเรศวรและสร้างความสำนึกในความรักชาติของคนไทย</p><p>ถือเป็นงานวรรณคดีที่แสดงให้เห็นทั้งความงดงามทางภาษาและคุณค่าทางประวัติศาสตร์</p><p>---</p><p>2. ประวัติผู้แต่ง</p><p>ผู้แต่งไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๑) พระภิกษุผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณคดี</p><p>พระองค์ทรงรอบรู้ทางพระไตรปิฎก ภาษาบาลี และการประพันธ์ จึงสามารถร้อยเรียงถ้อยคำได้ไพเราะและทรงคุณค่า</p><p>แต่บางความเห็นก็มองว่าอาจเป็น “กวีราชสำนัก” ที่ร่วมกันแต่งขึ้น</p><p>---</p><p>3. ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ใช้ ลิลิต ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง โคลง และ ร่าย</p><p>ส่วนมากใช้ โคลงสุภาพ และ ร่ายสุภาพ สลับกัน</p><p>ภาษาไพเราะ อุปมาอุปไมยวิจิตร ใช้คำโบราณ และถ้อยคำยกย่องเชิดชูวีรกรรม</p><p>เน้นการบรรยายเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ให้มีความงดงามเหมือนภาพวาด</p><p>---</p><p>4. เรื่องย่อ</p><p>เรื่องกล่าวถึงการที่พม่า (หงสาวดี) ส่งทัพใหญ่มาตีไทย สมเด็จพระนเรศวรในขณะเป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ได้ยกกองทัพไปต้านทาน</p><p>เมื่อทัพทั้งสองเผชิญหน้ากัน ณ ทุ่งภูเขาทอง (หนองสาหร่าย) พระนเรศวรทรงทำ ยุทธหัตถี (การชนช้างรบ) กับ พระมหาอุปราชา</p><p>ผลคือพระนเรศวรทรงฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ ทำให้กองทัพพม่าล่าถอยกลับ</p><p>บทสุดท้ายบรรยายถึงการสดุดีพระเกียรติของพระนเรศวร ว่าเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้ชาติ</p><p><br/></p><p>สมาชิก</p><p>นายธนกร มีศรี เลขที2 ม.5/4</p><p>นายภูศิลป์ สู่บุญ เลขที่13 ม.5/4</p><p>นายธนัท เหง้าประสิทธิ์ เลขที่7 ม.5/4</p><p>นายจักรพรรณ ปัสสามั่น เลขที่9 ม.5/4</p><p>นายสุภกร พรมสิทธิ์ เลขที่16 ม.5/4</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:30:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548515259</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548516298</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p> เรื่องย่อ</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย กล่าวถึงการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเฉพาะศึก ยุทธหัตถี (พ.ศ. 2135) ที่เมืองหาง เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงทำสงครามกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ทรงใช้กลยุทธ์แยกทัพออกมาจนได้กระทำยุทธหัตถี และสามารถมีชัยชนะ ทำให้ไทยได้ขวัญกำลังใจและรักษาเอกราชไว้ได้</p><p><br/></p><p>ความเป็นมา</p><p><br/></p><p>แต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา คาดว่าในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช</p><p>จุดมุ่งหมายเพื่อ สดุดีวีรกรรม ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเป็นการ ปลุกใจให้รักชาติและปกป้องบ้านเมือง</p><p>นับเป็นวรรณคดีที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์และความรู้สึกของคนไทยที่ภาคภูมิใจในพระมหากษัตริย์</p><p><br/></p><p> ประวัติผู้แต่ง</p><p><br/></p><p>ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง ชัดเจน</p><p>นักวิชาการเชื่อว่าเป็น กวีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีความรู้ทั้งด้านวรรณศิลป์และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ จึงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวสงครามได้อย่างสมจริงและทรงพลัง</p><p><br/></p><p>ลักษณะคำประพันธ์</p><p><br/></p><p>ประเภท ลิลิต คือการแต่งผสมกันระหว่าง</p><p>ร่ายสุภาพ (ใช้เล่าเรื่องโดยละเอียด)</p><p>โคลงสุภาพ (ใช้บรรยาย ยกย่อง และสร้างอารมณ์ความรู้สึก)</p><p>สำนวน โอ่อ่า สง่างาม ใช้โวหารภาพพจน์ เช่น อุปมา อุปลักษณ์ การเล่นคำ</p><p>มีการสดุดีพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรและบรรยายฉากสงครามอย่างเข้มข้น</p><p><br/></p><p>สมาชิก</p><p>1.นางสาวสกุลทิพย์  เหมือนทอง เลขที่ 22</p><p>2.นางสาวศิรินทิพย์ ศรีสุวงศ์ เลขที่ 25</p><p>3.นางสาวอมรรัตน์ สิมาวัน เลขที่ 28</p><p>4.นางสาวจุฑามณี พวงทำธรรม เลขที่30</p><p>5.นางสาววนิดา พลดงนอก เลขที่ 37</p><p>6.นางสาวโสรดา ทาเพียรธุ เลขที่ 39</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:31:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548516298</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548671301</link>
         <description><![CDATA[<p>ลิลิตตะเลงพ่าย</p><p>1.)ความเป็นมา</p><p>เป็นวรรณคดีสมัยอยุธยา กล่าวถึงชัยชนะในการทำ ยุทธหัตถี ของสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี</p><p>แต่งขึ้นเพื่อ สดุดีพระเกียรติคุณและปลุกใจรักชาติ</p><p>2.)ประวัติผู้แต่ง</p><p>ผู้แต่ง ไม่ทราบชื่อแน่ชัด</p><p>เชื่อว่าเป็นกวีราชสำนักสมัยอยุธยาตอนปลาย เพื่อถวายพระเกียรติพระนเรศวร</p><p>3.)ลักษณะคำประพันธ์</p><p>เป็น ลิลิตสุภาพ สลับร่ายสุภาพ</p><p>ใช้ถ้อยคำสละสลวย เล่นเสียงและสัมผัส</p><p>เน้นบรรยายการรบอย่างกล้าหาญและยกย่องพระเกียรติยศ</p><p>4.)เรื่องย่อ</p><p>พระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดียกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา</p><p>สมเด็จพระนเรศวรทรงนำกองทัพไปสกัดกั้น</p><p>เกิด ยุทธหัตถีบนหลังช้าง ระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา</p><p>พระนเรศวรทรงมีชัยชนะ พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์</p><p>ไทยได้ชัยชนะครั้งสำคัญ รักษาเอกราชและปลุกใจรักชาติ</p><p>สมาชิกในกลุ่ม</p><p>1.นางสาวริญญารัศมิ์ ก้องศักดิ์วัฒนา ม.5/2 เลขที่18</p><p>2.นางสาวอนันตญา แก้วเรือนทอง ม.5/2 เลขที่35</p><p>3.นางสาวจารุวรรณ จันทร์ไพ ม.5/2 เลขที่ 36</p><p>4.นางสาวณิชานันท์ จักรกะพงษ์ ม.5/2 เลขที่37</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:03:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548671301</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548672041</link>
         <description><![CDATA[<p>1 . “ลิลิตตะเลงพ่าย” เป็นวรรณคดีสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปลายรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ณ ทุ่งตะเลงพ่าย จังหวัดตาก วรรณคดีเรื่องนี้แต่งด้วย คำประพันธ์แบบลิลิต (ใช้ทั้งร่ายและโคลง) เน้นความไพเราะทางภาษา สะท้อนความรักชาติ ความกล้าหาญของพระมหากษัตริย์และทหารไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยที่สำคัญ<br> <br><br>2 . ผู้แต่ง ลิลิตตะเลงพ่าย คือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช. พระองค์ทรงประสูติเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2333 และมีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าวาสุกรี". ทรงผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. 2354. ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงดำรงสมณศักดิ์เป็น "กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส" และทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์. ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นการแต่งลิลิตที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพระองค์. <br><br>3 . ลักษณะคำประพันธ์ <br><br>ประเภทคำประพันธ์ : แต่งด้วย ลิลิต ซึ่งเป็นการนำ โคลงสุภาพ (โคลงสี่สุภาพ) มาสลับกับ ร่ายสุภาพ <br><br>ร่ายสุภาพ : ใช้สำหรับการบรรยายเรื่องราวดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ร้อยเรียงเหตุการณ์ให้กระชับ <br><br>โคลงสุภาพ : ใช้แทรกเพื่อเพิ่มความไพเราะ สละสลวย และเน้นอารมณ์ความรู้สึก เช่น ความรัก ความเศร้า ความอาลัย <br><br>ลักษณะเด่น : <br><br>ใช้โวหารภาพพจน์ (อุปมา พรรณนา อติพจน์) ทำให้เห็นภาพและอารมณ์ชัดเจน <br><br>สำนวนภาษางดงาม มีความหมายลึกซึ้ง สะท้อนความรู้สึกละเอียดอ่อน <br><br>มีการใช้คำคล้องจองและสัมผัสเสียงอย่างประณีตตามแบบกลอนสุภาพ <br><br>4 . ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติพระนเรศวรมหาราช ที่เล่าเรื่องราวการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า และชัยชนะของกองทัพไทย โดยมีเนื้อหาหลักคือ การเตรียมทัพของทั้งสองฝ่าย การเดินทัพ การปะทะกันในสนามรบ และเหตุการณ์สำคัญคือการทำยุทธหัตถี ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรทรงมีชัยชนะ</p><p><br/></p><p>4,5,6,9,26,29</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:04:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548672041</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author>34846_12</author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548672747</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ความเป็นมา</p><p><br/></p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย (ราวสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช)</p><p><br/></p><p>แต่งเพื่อ สดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในเหตุการณ์ ยุทธหัตถี ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า (พ.ศ. 2135)</p><p><br/></p><p>จุดประสงค์หลักคือเพื่อ เทิดพระเกียรติ วีรกรรม และความกล้าหาญ ของพระมหากษัตริย์</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>2. ประวัติผู้แต่ง</p><p><br/></p><p>ผู้แต่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส</p><p><br/></p><p>นักวรรณคดีเชื่อว่าเป็นกวีในราชสำนักสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช</p><p><br/></p><p>คาดว่าอาจเป็น พระมหาราชครูวามเทพมุนี หรือกวีผู้ใกล้ชิดราชสำนัก เนื่องจากภาษาและกลวิธีการแต่งวิจิตรบรรจง เหมาะสมกับการเทิดพระเกียรติ</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>3. ลักษณะคำประพันธ์</p><p><br/></p><p>แต่งด้วย ลิลิตสุภาพ (ผสมโคลงกับร่าย)</p><p><br/></p><p>ใช้ โคลงสุภาพ เป็นหลัก และมี ร่ายสุภาพ สลับ</p><p><br/></p><p>ภาษาสละสลวย มีการใช้ อุปมา อุปไมย และการยกโวหาร อย่างวิจิตร</p><p><br/></p><p>มีลีลา สง่างามและเข้มขลัง สอดคล้องกับเนื้อหาที่กล่าวถึงศึกสงครามและเกียรติยศกษัตริย์</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>4. เรื่องย่อ</p><p><br/></p><p>กล่าวถึงเหตุการณ์ใน ศึกยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปปราบหงสาวดี</p><p><br/></p><p>เมื่อทัพทั้งสองเผชิญหน้ากัน พระนเรศวรได้ กระทำยุทธหัตถี ต่อพระมหาอุปราชา</p><p><br/></p><p>การต่อสู้อย่างดุเดือดจบลงด้วยชัยชนะของพระนเรศวร พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์</p><p><br/></p><p>จากนั้นกองทัพไทยสามารถเอาชนะและขับไล่กองทัพหงสาวดีได้สำเร็จ</p><p><br/></p><p>เนื้อเรื่องจบลงด้วยการ สดุดีพระเกียรติ ของสมเด็จพระนเรศวร ผู้กอบกู้เอกราชของชาติ</p><p><br/></p><ol><li><p>กีรติ กำลังแข็ง เลขที่2</p></li><li><p>อติวิชญ์ วังหลวง เลขที่3</p></li><li><p>เพ็ชรพิพัฒน์ พิมลี เลขที่10</p></li><li><p>ทัฬหิกรณ์ แสงตะวงษ์ เลขที่12</p></li><li><p>ธนากร หม่องคำทิ เลขที่14</p></li><li><p>พัสวีร์ญา วรพิมพ์รัตน์ เลขที่24</p><p>5/2</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:05:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548672747</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548673356</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>ลิลิตตะเลงพ่าย</strong></p><p><strong>1) ความเป็นมา</strong></p><ul><li><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีที่มีจุดประสงค์เพื่อ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ใน สงครามยุทธหัตถี ณ ตำบลหนองสาหร่าย เมื่อ พ.ศ. 2135</p></li><li><p>แต่งขึ้นตามพงศาวดารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ และ ความกล้าหาญ ของพระองค์</p></li><li><p>เป็นวรรณคดีที่สะท้อนความรักชาติ ความสามัคคี และการปกป้องเอกราชของไทย</p></li></ul><p><strong>2) ประวัติผู้แต่ง – สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตโนรส</strong></p><ul><li><p>ทรงเป็นพระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2)</p></li><li><p>ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2333 และสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2396</p></li><li><p>ทรงเป็น กวีเอกในสมัยรัตนโกสินทร์ และมีผลงานวรรณกรรมหลากหลาย ทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และวรรณคดี</p></li><li><p>ทรงเชี่ยวชาญทางภาษาและฉันทลักษณ์ ทรงพระปรีชาสามารถในการประพันธ์ทั้งร้อยกรองและร้อยแก้ว</p></li><li><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่แสดงถึงความสามารถในการผสมผสานประวัติศาสตร์กับวรรณศิลป์อย่างกลมกลืน</p></li></ul><p><strong>3) ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><ul><li><p>ใช้ ลิลิต เป็นรูปแบบการประพันธ์ ซึ่งประกอบด้วยคำประพันธ์ 2 ประเภท ได้แก่:</p><ul><li><p>โคลงสุภาพ (โคลงสี่สุภาพ) – ใช้ในบทพรรณนา ชมธรรมชาติ เทิดพระเกียรติ</p></li><li><p>ร่ายสุภาพ – ใช้ในบทเล่าเรื่องหรือดำเนินเหตุการณ์</p></li></ul><p>ลักษณะเด่น:</p><ul><li><p>ภาษาไพเราะ สละสลวย</p></li><li><p>ใช้โวหารภาพพจน์ เช่น อุปมา อุปลักษณ์</p></li><li><p>ถ่ายทอดอารมณ์ความรักชาติ ความเสียสละ และเกียรติภูมิของกษัตริย์</p></li><li><p>ผสมผสานความจริงทางประวัติศาสตร์กับศิลปะทางวรรณคดีได้อย่างลงตัว</p></li></ul></li></ul><p><strong>4) เรื่องย่อ</strong></p><ul><li><p>พม่ายกทัพมาตีไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรับศึก</p></li><li><p>ขณะกองทัพเผชิญหน้ากันที่หนองสาหร่าย พระองค์ทรงประกาศอธิษฐานและท้ารบกับพระมหาอุปราชา</p></li><li><p>เกิด ศึกยุทธหัตถี บนหลังช้างอย่างกล้าหาญ</p></li><li><p>สมเด็จพระนเรศวรทรงฟันพระมหาอุปราชาจนสิ้นพระชนม์ เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของกองทัพไทย</p></li><li><p>เหตุการณ์นี้ถือเป็น จุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ไทย และแสดงถึงการประกาศอิสรภาพอย่างแท้จริง</p></li></ul><p><br/></p><p>สมาชิก</p><ol><li><p>น.ส.ชนม์นิภ พิสุทธิ์ ม.5/2 เลขที่20</p></li><li><p>น.ส.ปาลินี อุดาหน ม.5/2 เลขที่21</p></li><li><p>น.ส.ณัฐรุจา สอนพรม ม.5/2 เลขที่32</p></li><li><p>น.ส.ศิริวิมล จารุจิต ม.5/2 เลขที่34</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:05:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548673356</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.	ความเป็นมา ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีประเภทลิลิตที่เล่าเรื่องราวสงครามและวีรกรรมในอดีต ถือเป็นหนึ่งในวรรณคดีที่สะท้อนวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทยในสมัยโบราณ เรื่องนี้มีบทบาทในการส่งเสริมค่านิยมของความกล้าหาญ ศีลธรรม และความซื่อสัตย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548673798</link>
         <description><![CDATA[<p>2. ประวัติผู้แต่ง  ผู้แต่งลิลิตตะเลงพ่ายยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นกวีในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้แต่งมักเป็นข้าราชบริพารหรือพระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถในการประพันธ์ และมีวัตถุประสงค์ในการสื่อสารคติธรรมและประวัติศาสตร์ผ่านบทกวี</p><p>3. ลักษณะสำคัญประพันธ์</p><p>• เป็นลิลิตที่มีบทกลอนประพันธ์ในรูปแบบโคลง</p><p>• ใช้ภาษาที่สละสลวยและมีสัมผัสคล้องจอง</p><p>• เนื้อเรื่องเน้นเรื่องราวของสงครามและความรักในบริบทประวัติศาสตร์</p><p>• มีสัญลักษณ์และคำเปรียบเปรยที่ลึกซึ้ง</p><p>4. เรื่องย่อ เรื่องราว กล่าวถึงวีรกรรมของพระตะเลงพ่ายที่เป็นวีรบุรุษในสงคราม เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ผสมผสานด้วยเรื่องราวความรักและความเสียสละของตัวละครต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของความกล้าหาญและคุณธรรมของคนในสมัยนั้น</p><p><br/></p><p>สมาชิก</p><p>นายคุณาคุณ นันทเพ็ชร เลขที่11</p><p>นายธนวัฒน์ ประทุมมาท เลขที่13</p><p>นาย เด่นภูมิ วงศ์สามารถ เลขที่8</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:06:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548673798</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548674142</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>1. ความเป็นมา</strong></p><ul><li><p>ลิลิตตะเพ่งพาย เป็นวรรณคดีประเภท ลิลิตนิราศ ที่เล่าการเดินทางโดยเรือ</p></li><li><p>แต่งขึ้นในสมัย อยุธยา ตอนปลาย (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 23)</p></li><li><p>มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายการเดินทางจากพระนครศรีอยุธยาไปยังหัวเมืองทางใต้ โดยใช้เรือเป็นพาหนะ พร้อมพรรณนาธรรมชาติ บ้านเมือง สถานที่ต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง</p></li><li><p>เป็นงานที่ผสมผสานทั้ง นิราศ (การเดินทาง) และ ลิลิต (การใช้โครงกลอนผสมระหว่างโคลงกับร่าย)</p></li></ul><p><br/></p><p><strong>2. ประวัติผู้แต่ง</strong></p><ul><li><p>ผู้แต่งไม่ปรากฏนามแน่ชัด</p></li><li><p>นักวรรณคดีบางท่านสันนิษฐานว่าอาจเป็น ขุนนางหรือกวีในราชสำนัก ที่มีโอกาสเดินทางร่วมขบวนไปต่างเมือง</p></li><li><p>เนื่องจากภาษาที่ใช้เป็นแบบกวีราชสำนัก สละสลวย มีชั้นเชิงและอ้างอิงเหตุการณ์จริง</p></li><li><p>จึงมักถือว่าเป็น “กวีเอกนิรนาม” ของสมัยอยุธยาตอนปลาย</p></li></ul><p><br/></p><p><strong>3. ลักษณะคำประพันธ์</strong></p><ul><li><p>ใช้ ลิลิต เป็นรูปแบบคำประพันธ์</p></li><li><p>โดยผสมระหว่าง<br></p><ul><li><p>ร่ายสุภาพ → ใช้เล่าเรื่องอย่างต่อเนื่อง</p></li><li><p>โคลงสุภาพ (โคลงสี่สุภาพ) → ใช้เน้นความไพเราะและพรรณนา</p></li></ul></li><li><p><br/></p></li><li><p>มีการเล่นคำ การใช้โวหารพรรณนาอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ป่า สัตว์ และความรู้สึกของผู้เดินทาง</p></li><li><p>สำนวนมีทั้งความงดงามทางกวี และข้อมูลภูมิศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมของสมัยนั้น</p></li></ul><p><br/></p><p><strong>4. เรื่องย่อ</strong></p><ul><li><p>เรื่องเล่าเริ่มต้นเมื่อกวีออกเดินทางด้วยเรือจากกรุงศรีอยุธยา</p></li><li><p>ระหว่างทางได้พรรณนาความงามของสายน้ำ บ้านเรือน ริมฝั่งแม่น้ำ การค้าขายของชาวบ้าน และวัดวาอาราม</p></li><li><p>กล่าวถึงความยากลำบากในการเดินทาง ทั้งลมฟ้าอากาศ กระแสน้ำ และอุปสรรคต่าง ๆ</p></li><li><p>มีการเปรียบเทียบความรู้สึกส่วนตัวกับธรรมชาติรอบข้าง เช่น ความคิดถึง ความอาลัยอาวรณ์ คล้ายงาน นิราศ</p></li><li><p>เรื่องจบลงด้วยการไปถึงเป้าหมายที่ “ตะเพ่งพาย” (ชื่อท้องถิ่น/สถานที่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทาง)</p></li></ul><p><br/></p><p>สมาชิก</p><p>1.นางสาวชลธิชา อุทุมพันธ์ เลขที่17 ม.5/2</p><p>2.นางสาวพิชญาภัค มณีแพง เลขที่ 25  ม.5/2</p><p>3.นางสาววชิรญาณ์ แก้วสว่าง เลขที่30 ม.5/2</p><p>4.นางสาวอรุโณทัย แก้วคำชาติ เลขที่31 ม.5/2</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:06:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548674142</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548674739</link>
         <description><![CDATA[<p>ความเป็นมา</p><p>ได้รับความบันดาลพระทัยมาจากวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเรื่องยวนพ่าย </p><p><br/></p><p>ประวัติผู้แต่ง</p><p>ผู้แต่ง ลิลิตตะเลงพ่าย คือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส. พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และทรงได้รับการยกย่องเป็นรัตนกวีในยุครัตนโกสินทร์. ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นพระนิพนธ์ที่ทรงแต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p>พระนามเดิม: พระองค์เจ้าวาสุกรี. </p><p>ปีประสูติ: พ.ศ. 2333. </p><p>ตำแหน่ง: สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์. </p><p>ทรงนิพนธ์: ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นหนึ่งในพระนิพนธ์หลายเล่มที่ทรงประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง. </p><p>ผู้ช่วย: มีผู้ช่วยในการนิพนธ์คือ พระองค์เจ้ากปิตถาขัตติยกุมาร. </p><p>วัตถุประสงค์: แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช. </p><p>โอกาสในการแต่ง: ในวาระงานพระราชพิธีฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม.</p><p><br/></p><p>ลักษณะคำประพันธ์</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท ลิลิตสุภาพ ซึ่งประกอบด้วย </p><p>ร่ายสุภาพ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ สลับกันไป</p><p><br/></p><p>เนื้อเรื่องโดยย่อ</p><p>สมเด็จพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี (พม่า) ยกกองทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงนำกองทัพออกต้านทัพพม่า การศึกครั้งนี้ดุเดือด จนถึงเหตุการณ์สำคัญคือ “การชนช้าง” ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ณ ทุ่งตะเลงพ่าย</p><p>พระนเรศวรทรงประกาศท้ารบพระมหาอุปราชาแบบตัวต่อตัว บนหลังช้างศึก การชนช้างดำเนินไปอย่างเข้มข้น สุดท้ายพระนเรศวรทรงฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง ถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของไทย ทำให้กองทัพพม่าแตกพ่ายถอยกลับไป</p><p>ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถ ความกล้าหาญ และความเสียสละของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จนทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทย</p><p>สมาชิก</p><p>1.นางสาวศรสวรรค์ ปาวะชัย เลขที่19  5/2</p><p>2.นางสาวอนัตตา ยาวะโนภาส เลขที่39  5/2</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:07:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548674739</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548691829</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>ความเป็นมา:</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีโบราณของไทยที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อบันทึกเหตุการณ์สงครามและวีรกรรมของกองทัพไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา</p><p>แต่งขึ้นเพื่อบันทึกเหตุการณ์สงครามและวีรกรรมของกองทัพไทย ประพันธ์เป็นลิลิตร้อยกรองไทยสละสลวย ถ่ายทอดความกล้าหาญ ความรักชาติ และคุณธรรมของผู้คนในยุคนั้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาและแสดงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยที่คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้ได้</p><p><br/></p><p>ประวัติผู้แต่ง:</p><p>ไม่ทราบนามที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเป็น กวีราชสำนัก หรือ ขุนนางชั้นสูงในราชสำนัก ที่มีความรู้ทั้งด้าน วรรณศิลป์ และ พิชัยสงคราม งานลิลิตตะเลงพ่ายจึงเป็นผลงานประณีต ถูกแต่งขึ้นเพื่อ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังทรงชนะพระมหาอุปราชาแห่งพม่า บางข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็น เจ้าพระยาพระคลัง (หน) หรือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส แต่ยังไม่มีข้อยืนยันแน่ชัด</p><p><br/></p><p>ลักษณะคำประพันธ์:</p><p>• เป็น วรรณคดีลิลิต ซึ่งเป็นการผสมระหว่าง ร่าย กับ โคลง</p><p>• ใช้ ฉันทลักษณ์ไทย อย่างสละสลวย</p><p>• มี คำประพันธ์ประณีต ถ่ายทอดอารมณ์สงคราม ความกล้าหาญ และคุณธรรมของตัวละคร</p><p>• มีการใช้ สำนวนเปรียบเทียบ และ ถ่ายทอดเหตุการณ์อย่างชัดเจน ทำให้อ่านแล้วเห็นภาพสงครามและวีรกรรมได้ชัดเจน</p><p>• มีลักษณะ ร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่า แต่ยังคงความไพเราะของร้อยกรองไทยแบบโบราณ</p><p><br/></p><p>เรื่องย่อ:</p><p>ลิลิตตะเลงพ่ายเล่าเหตุการณ์ สงครามตะเลงพ่าย ระหว่างกรุงศรีอยุธยาและพม่าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เรื่องเริ่มจากการเตรียมกองทัพไทยและวางยุทธวิธีเพื่อรับมือกับการรุกรานของพม่า แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของนายทหารและกองทัพไทย รวมถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์</p><p>เหตุการณ์สำคัญที่สุดคือ ยุทธหัตถี การต่อสู้บนหลังช้างระหว่างพระนเรศวรและพระมหาอุปราชา ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่เปลี่ยนแนวรบและสร้างวีรกรรมอันโดดเด่นให้กับไทย ลิลิตบรรยายทั้ง การเตรียมยุทธวิธี การเคลื่อนพล การต่อสู้ และความตื่นเต้นของสนามรบ ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพสงครามอย่างชัดเจน</p><p>นอกจากฉากยุทธหัตถีแล้ว เรื่องยังเน้น วีรกรรมของนายทหารไทย ที่เสียสละชีวิตปกป้องเมือง และคุณธรรมของกองทัพไทยทุกคน มีการใช้ บทกวีร่ายรำ ถ่ายทอดอารมณ์ ความกล้าหาญ ความตึงเครียด และความรักชาติของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านสัมผัสทั้งบรรยากาศสงครามและจิตใจของผู้คน</p><p>เรื่องราวปิดท้ายด้วยการยกย่องวีรกรรมของพระนเรศวรและกองทัพไทย ทำให้สงครามตะเลงพ่ายกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย และทำให้ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีที่ทั้ง สนุก ละเอียด และมีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์และประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>จัดทำโดย:</p><p>1.นายธีรไนย คำสาย ม.5/2 เลขที่15</p><p>2.นางสาวชนิษฐา เนตรสง่า ม.5/2 เลขที่28</p><p>3.นางสาวนางสาวสรินยา โสภา ม.5/2 เลขที่23</p><p>4.นางสาวนันทิยา แจ้งธรรมมา ม.5/2 เลขที่38</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 07:22:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3548691829</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิลิตตะเลงพ่าย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3554694893</link>
         <description><![CDATA[<p>5/10😍😍</p><p><br/></p><p><br/></p><p> </p><p><br/></p><p>1) ความเป็นมา</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีสำคัญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่งขึ้นเพื่อสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงกู้ชาติบ้านเมืองจากพม่า โดยเฉพาะเหตุการณ์ยุทธหัตถีที่ทรงมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี</p><p><br/></p><p>2) ประวัติผู้แต่ง</p><p>ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส รัตนกวีแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระสังฆราชเจ้า พระองค์ที่ ๗ และทรงเป็นพระมหาสมณเจ้า ฯ พระองค์แรกแห่งกรุง รัตนโกสินทร์ ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ว่า พระองค์เป็นบุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมของโลก</p><p><br/></p><p>3) ลักษณะคำประพันธ์</p><p>แต่งด้วย ลิลิตสุภาพ ซึ่งผสมผสานระหว่าง ร่ายสุภาพ และ โคลงสุภาพ (โคลงสี่สุภาพ)</p><p>ใช้ถ้อยคำวิจิตรไพเราะ มีการพรรณนาสงคราม ความกล้าหาญ และความเสียสละ</p><p>สะท้อนความรักชาติ ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์</p><p><br/></p><p>4) เรื่องย่อ</p><p>เรื่องกล่าวถึงการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่า สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเฉพาะเหตุการณ์ สงครามยุทธหัตถี ที่พระองค์ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา และได้รับชัยชนะ ทำให้ขวัญกำลังใจของคนไทยกลับคืนมา บ้านเมืองรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้น</p><p><br/></p><p>สมาชิกในกลุ่ม</p><p>1.นางสาวเฟื่องฟ้า คำพะทา เลขที่16</p><p>2.นางสาวรุ้งธิวา อ่อนวรรณะ เลขที่32</p><p>3.นางสาวธันยมัย จันทิมา เลขที่36</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-26 02:08:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nzm56xbj7j/32c97awtosi3jmcx/wish/3554694893</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
