<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Chemistry 407 by narak nakaklim</title>
      <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-11-05 09:04:50 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-01-17 14:30:27 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f618.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>klimmy_น่ารักสุดๆ</title>
         <author>narakklimmy3_</author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2776507522</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ............... ชั้น....... เลขที่......</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>   1. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO<sub>2</sub> เป็นก๊าซไม่มีสี ซึ่งหากหายใจเอาก๊าซนี้เข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะรู้สึกเปรี้ยวที่ปาก เกิดการระคายเคืองที่จมูกและคอ เนื่องจากอาจเกิดการละลายของแก๊สนี้ในเมือกในอวัยวะ ก่อให้เกิดกรดคาร์บอนิกอย่างอ่อน</p><p>   2.</p><ol start="3"><li><p><br></p></li><li><p><br></p></li><li><p><br></p></li><li><p><br></p><p><br></p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206007713/60a8b4b9b65f7b94f74ff0bfa5e1abfb/352678320_1709435692858297_1141178238932418312_n.jpg" />
         <pubDate>2023-11-05 09:12:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2776507522</guid>
      </item>
      <item>
         <title>IG: arm1n_o7🐱</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781209595</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ น.ส.นิตติกาญต์ ตะโกโล ม.4/7เลขที่ 38</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p><strong>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล &nbsp;หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p><strong>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7201-2017-06-09-13-10-26">ถ่านหิน</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-science/item/7473-2017-09-08-03-40-23">น้ำมัน</a>ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p><strong>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFC<sub>S</sub> ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p><strong>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p><strong>5.อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): </strong>ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้</p><p><strong>6.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210279403/e279c7d68ede21c1ff34fcc4ebbadf9e/IMG_0407.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:33:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781209595</guid>
      </item>
      <item>
         <title>b0pa_qx🪐🌟</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781210193</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.เทพผกาพร มาเมือง ชั้นม.4/7 เลขที่20</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.<strong>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล &nbsp;</p><p>2.<strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7201-2017-06-09-13-10-26">ถ่านหิน</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-science/item/7473-2017-09-08-03-40-23">น้ำมัน</a> ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ </p><p>3.<strong>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFC<sub>S</sub> ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4.<strong>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด </p><p>5.<strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด</p><p>6.<strong>แก๊สโอโซน</strong>(Ozone)หรือไตรออกซิเจน เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของธาตุออกซิเจน 3 อะตอม (แก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในการหายใจปกติประกอบด้วย 2 อะตอม) ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โอโซนจะช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ผ่านเข้ามายังผิวโลกมากเกินไป แต่แก๊สโอโซนบนภาคพื้นดิน เป็นสารก่อมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2043353326/a247109070a461e1dc84add113efc874/IMG_8708.png" />
         <pubDate>2023-11-08 08:33:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781210193</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ขอ200</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781210739</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.ชนนิกานต์ หงษ์สุวรรณ ม.4/7 เลขที่32</p><p><br></p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p><br></p><p><br></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://legatool.com/th/catalogsearch/result/?o=Carbonmonoxide&amp;q=Carbon+monoxide">■ ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์&nbsp;(Carbonmonoxide)</a></p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตายโดยไม่รู้สึกตัว สาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์</p><p>แหล่งกำเนิด ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ เกิดขึ่นในกรณีที่ มีออกซิเจนไม่เพียงพอในการเผาไหม้ของสสาร ที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ อาจเกิดขึ้นในโรงงานต่างๆ ในท้องถนนขณะที่มีการจราจรติดขัด สำหรับรถยนต์ ที่มีเครื่องยนต์ทำงานเผาไหม้ไม่ปกติ จะเกิดก๊าซบอนโมนอกไซด์ออกมาทางท่อไอเสีย และอาจรั่วเข้าไปในตัวรถได้</p><p>ความเป็นพิษ เมื่อหายใจเอาก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์เข้าไปในปอด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน และถึงตายได้ จะสังเกตว่าผิวหนังของผู้ได้รับก๊าซพิษเป็นสีชมพู-แดงขึ้น</p><p><br></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://legatool.com/th/catalogsearch/result/?cat=0&amp;q=%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99">■ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์&nbsp;(Hydrogen sulfide)</a></p><p>หรือ”ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งโสโครก อาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจถึงตายได้ถ้ามีความเข้มข้นสูง<br>การแก้ไขเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซนี้ ช่วยการหายใจ โดยให้ ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นร้อยละ 92.5, คาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 7.5 และให้ผู้ป่วยอบอุ่น</p><p><br></p><p>■<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://legatool.com/th/catalogsearch/result/?cat=0&amp;q=%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94">ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;(Carbondioxide)</a></p><p>เป็นก๊าซตามธรรมชาติที่รู้จักกันดี เกิดจาการเผาไหม้ของสารประกอบที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ประโยชน์ใช้ทำน้ำแข็งแห้ง และใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช ก๊าซนี้ถ้ามีมากจนถึงร้อยละ 25-30 ทำให้หายใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ ไม่รู้สึกตัว สลบ และอาจถึงตายได้<br>การแก้ไขเบื้องต้น นำผู้ป่วยที่ออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ และให้ออกซิเจนช่วยในการหายใจ</p><p><br></p><p>■ ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม แหล่งที่มาและความเป็นพิษ ก๊าซแอมโมเนียเป็นผลพลอยได้ในกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า สมัยก่อนใช้ก๊าซแอมโมเนียทำให้เกิดความเย็นในการทำน้ำแข็ง ถ้าได้รับแอมโมเนียปริมาณปานกลางทำให้จาม น้ำตาไไหล แสบคอ ไอมีเสมหะปนเลือ สำลัก หายใจขัด ความดันโลหิตสูง เสียงแหบ ถ้าความเข้มข้นสูง หมดสติทันที และถึงตายได้ ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ</p><p><br></p><p>■ ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น<br>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p><p><br></p><p>■ ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210277231/79014411925afb89476bae3a434348cb/IMG_2796.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:34:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781210739</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ร้องเพลงกันเถอะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781211017</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.ศรัณย์พร ใจเฉียง ชั้นม.4/7 เลขที่23</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.<strong>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ CO </strong>เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p>2.<strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>)</strong></p><p>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p>3.<strong>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>)</strong></p><p>เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต</p><p>4.<strong>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX)</strong></p><p>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p>5.<strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>)</strong></p><p>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภท ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p>6.<strong>ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO<sub>2</sub>)</strong></p><p><strong>จากการได้รับสัมผัสในระยะเวลาสั้นสารนี้ จะกัดกร่อน ตา การได้รับสัมผัสสารนี้ที่ความเข้มข้นสูง สามารถมีอาการขาดอากาศหายใจเนื่องจากหลอดคอโป่งพอง</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210277780/34aa4c72094c8614bf75370ebfd7d9e2/inbound6642606673402943680.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:34:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781211017</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เเก๊สที่มีมลพิษทางอากาศ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781211294</link>
         <description><![CDATA[<p>นายสุเมธ ธนจรัสพงศ์ ชั้น ม.4/7 เลขที่ 3</p><p>1.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide) หรือ SO2 คือ ก๊าซที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและค่อนข้างจะมีกลิ่นเหม็นแสบจมูก มักทำปฏิกิริยากับสารอื่นๆ และละลายน้ำได้ดี จนได้สารประกอบที่เป็นอันตราย และสารที่มักทำให้เกิดขึ้นเมื่อทำปฏิกิริยาคือ กรดซัลฟูริก ซึ่งมีความสามารถในการกัดกร่อนค่อนข้างรุนแรง</p><p>2.ไนโตรเจนออกไซด์ (อังกฤษ: Nitrogen Oxide (NOx) หรือ กลุ่มก๊าซที่มีความไว (Highly reactive gases) เป็นก๊าซซึ่งมีองค์ประกอบทางเคมีของไนโตรเจนและออกซิเจน ในอัตราส่วนแตกต่างกัน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ยกเว้นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ เมื่อรวมตัวกับอนุภาคอื่น ๆ ในอากาศ จะเห็นเป็นชั้นสีน้ำตาลแดง</p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลาย</p><p>4.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล  หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p>5.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p>6.ก๊าซไนตรัสออกไซด์ <strong>หากมีการสูดดมปริมาณมากก๊าซเหล่านี้จะเข้าไปแทนที่ออกซิเจน ทําให้ร่างกายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองทําให้เกิดอาการปัญญาอ่อนหรือโรคเอ๋อได้</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210281073/aed2766e92aaa06fbe3267bb7026a66a/inbound7044291314074784682.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:34:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781211294</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781214439</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย พงษ์ศิริ ธนจรัสพงศ์  ชั้น ม.4/7 เลขที่2</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล  หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p><br></p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p><br></p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p><br></p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p><br></p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p><br></p><p>6.ก๊าซโอโซน (Ozone)</p><p>โอโซนในระดับความเข้มข้น 0.25 ppm ขึ้นไปก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อ ตา จมูก และจะทำลายเนื้อเยื่อปอด เกิดความระคายเคืองเมื่อหายใจเข้าไป ถ้าได้รับในปริมาณมากจะทำให้ตายได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210279537/7316ea0d4596fb66e1323efe84468a72/inbound5139249689514330641.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:37:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781214439</guid>
      </item>
      <item>
         <title>pp_at5y</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781214790</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.จิราวรรณ กิริเรือง ชั้นม.4/7 เลขที่27</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.<strong>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล &nbsp;</p><p>2.<strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7201-2017-06-09-13-10-26">ถ่านหิน</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-science/item/7473-2017-09-08-03-40-23">น้ำมัน</a> ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ </p><p>3.<strong>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFC<sub>S</sub> ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4.<strong>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด </p><p>5.<strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด</p><p>6.<strong>แก๊สโอโซน</strong>(Ozone)หรือไตรออกซิเจน เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของธาตุออกซิเจน 3 อะตอม (แก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในการหายใจปกติประกอบด้วย 2 อะตอม) ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โอโซนจะช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ผ่านเข้ามายังผิวโลกมากเกินไป แต่แก๊สโอโซนบนภาคพื้นดิน เป็นสารก่อมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210281917/4873b325582c3693d47e24f2277f9fcb/0D83E32A_5E7D_4C4B_9A38_99BD05A3E536.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:37:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781214790</guid>
      </item>
      <item>
         <title>_auto._0</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781214923</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ ธนกฤต กอคำ ชั้น 4/7 เลขที่ 4</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.คาร์บอนมอนอกไซน์(CO)</p><p>เป็นสารก่อมลพิษที่ทำให้เกิดควันสีขาว มีลักษณะเป็นก๊าซที่ไม่มี สี รสและกลิ่น น้ำหนักเบากว่าอากาศทั่วไปเล็กน้อย เมื่อหายใจเข้าไปก๊าซนี้จะรวมตัวฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงขัดขวางการนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ</p><p>2.คาร์บอนไดออกไซน์<strong>(co2)</strong></p><p>เป็นก๊าซที่มีมากที่สุดและเป็นตัวการของการเกิดก๊าซเรือนกระจก สาเหตุการเกิดมีหลายอย่างรวมถึงเกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ลักษณะเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟ แต่หากร่างกายได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในปริมาณมาก จะทำให้เลือดเป็นกรด ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นระบบหายใจทำให้หายใจเร็วขึ้น หัวใจจึงเต้นเร็ว และกดสมองทำให้หมดสติ</p><p>3.ไนไตรเจนออกไซน์(NOx)</p><p>สาเหตุการเกิดมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ ในอุณหภูมิสูง มีองค์ประกอบทางเคมีของไนโตรเจนและออกซิเจน ในอัตราส่วนแตกต่างกัน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เมื่อทำปฏิกิริยากับสารอื่น เช่น สารระเหยอินทรีย์และกรดไนตริก จะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงปอดของมนุษย์</p><p>4.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)</p><p>เป็นก๊าซไม่มีสีไม่ไวไฟที่ระดับความเข้มข้นสูง จะมีกลิ่นฉุนแสบจมูกเมื่อทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจนในอากาศ ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เช่นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้ยังทำให้ฝนมีสภาพความเป็นกรดมากขึ้น ส่งผลให้ทำลายระบบนิเวศน์ ป่าไม้ แหล่งน้ำ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมถึงการกัดกร่อนอาคารและโบราณสถาน</p><p>5.ไฮโดรคาร์บอล(HC)</p><p>เป็นโมเลกุลของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไม่ได้เป็นอันตรายโดยตรงต่อชีวิตและสุขภาพ แต่จะอันตรายเมื่อรวมตัวจนเกิดปฏิกิริยากับไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ทำให้เกิดปรากฏการณ์หมอกพิษ</p><p>6.โอโซน(o3)</p><p>ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210277248/5c492f7f847c096852b657fb4a580bae/inbound2270674684984204220.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:37:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781214923</guid>
      </item>
      <item>
         <title>mricxz._</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781216129</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย เดชาวัต ชุมชอบ เลขที่6 ชั้น ม.4/7</p><p><br></p><p>1) โอโซน (Ozone): โอโซนในชั้นบรรยากาศบนชั้นแก๊สหรือที่รู้จักกันในชั้นโอโซน ช่วยปกป้องโลกจากรังสี UV แต่การเป็นมลพิษก็เกิดจากการปล่อยสารเคมีที่สร้างโอโซนในชั้นล่างของบรรยากาศ (ที่ระดับพื้น) ซึ่งเป็นสารก่อโรคและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ</p><p><br></p><p>2) ออกซิเจนไนโตรเจน (Nitrogen Oxides): ปล่อยออกมาจากพิษที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมันและคาร์บอนในรถยนต์และอุตสาหกรรม สารต่าง ๆ อาจทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 และสร้างภาวะมลพิษในอากาศ</p><p><br></p><p>3) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide): ก๊าซพิษที่มีอันตรายต่อมนุษย์ เกิดจากการเผาไหม้น้ำมัน แก๊สเสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อดูดออกซิเจนเข้าไปเยอะเกินไป</p><p><br></p><p>4) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide): มาจากการเผาไหม้เช่นเดียวกับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่สารนี้เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจและสามารถทำให้เกิดการระบาดของโรคหลายชนิด</p><p><br></p><p>5) ฝุ่น PM2.5 และ PM10: ฝุ่นที่มีขนาดเล็กน้อยที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ และมีความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้หรือกิจกรรมอุตสาหกรรมอื่น ๆ</p><p><br></p><p>6) ฮิดรอคาร์บอน (Hydrocarbons): มาจากการเผาไหม้น้ำมัน แก๊สพิษนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหามลพิษในอากาศและเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเป็นโรคและปัญหาสุขภาพ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210279190/3febd2578fcd73baba9a80bc7466e145/inbound424590198123617076.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:38:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781216129</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไม่ใช่หนาๆ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781216704</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.ชลลดา ศรีวิมาลา 4/7 เลขที่29</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล &nbsp;</p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์&nbsp;</p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด&nbsp;</p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด</p><p>6.แก๊สโอโซน(Ozone)หรือไตรออกซิเจน เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของธาตุออกซิเจน 3 อะตอม (แก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในการหายใจปกติประกอบด้วย 2 อะตอม) ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โอโซนจะช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ผ่านเข้ามายังผิวโลกมากเกินไป แต่แก๊สโอโซนบนภาคพื้นดิน เป็นสารก่อมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210280430/1fa2b05d99ed7a4efe1259f9c36c0518/D19A3DAB_262B_40E0_A4EC_C7B9E7F5BD5F.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:39:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781216704</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Pimchxnika_</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781217023</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.พิมพ์ชนิกา ต๋าคำ ม.4/7 เลขที่19</p><p><br></p><p><strong>เเก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</strong></p><p><strong>1 ) เเก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ </strong></p><p>       หากแย่งจับฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงส่วนที่เหลือไม่ปล่อยออกซิเจนให้กับเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ร่างกายขาดออกซิเจน เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หมดสติ ชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด</p><p><br></p><p><strong>2 ) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์</strong></p><p>      โดยตัวมันเองซัลเฟอร์ไดออกไซด์สามารถทำลายสิ่งแวดล้อมได้ ผลเสียของการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้แก่</p><p>   •  ปัญหาระบบทางเดินหายใจของคนและปศุสัตว์</p><ul><li><p>ความเสียหายต่อพืช</p></li><li><p>ความเสียหายต่ออาคารและวัสดุ</p></li></ul><p>ซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นสารตั้งต้นของฝนกรด ซึ่งอาจทำให้เกิดกรดในทะเลสาบและดิน รวมทั้งเร่งการเสื่อมสภาพของอาคาร</p><p>เมื่ออนุภาคซัลเฟตถูกรวมเข้ากับสารประกอบอื่นๆ เช่น <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.iqair.com/th/newsroom/ammonia">แอมโมเนีย</a> พวกมันสามารถกลายเป็นอนุภาคหรือ PM2.5 ได้ PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในลักษณะเดียวกับที่ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ทำ</p><p><br></p><p><strong>3 ) ออกไซด์ของไนโตรเจน</strong> </p><p>     ทำให้เกิดกรด ไนตริก (HNO<sub>3</sub>) ฝนกรดมักพบในเขตอุตสาหกรรมซึ่งสามารถอยู่ในรูปของฝน หมอก หิมะ ซึ่งมีผลกระทบต่อพืช สัตว์น้ำ และ สิ่งก่อสร้างต่างๆ กลไกการเปลี่ยนจากก๊าซ SO<sub>2</sub>และ NOx เป็นกรด เกิดได้ทั้งในสถานะก๊าซและของเหลว</p><p><br></p><p><strong>4 ) ฝุ่นละออง</strong></p><p>       แน่นอนว่ามลพิษในอากาศส่งผลโดยตรงกับระบบทางเดินหายใจและปอด ยิ่งเมื่อฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า &nbsp;ยิ่งสามารถผ่านเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่ายและรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดกำเริบ หรือเป็นสาเหตุให้คนปกติเป็นหอบหืดได้เช่นกัน หากไม่รีบแก้ไข หรือไม่รู้ตัวว่าได้สูดเอามลพิษขนาดเล็กเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและปอดจนสะสมเป็นเวลานาน อาจเป็นปัจจัยให้เกิดมะเร็งปอดได้ในที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>5 ) ก๊าซไข่เน่า</strong></p><p><strong>        </strong>ที่เกิดจากการหมักหมมของสารอินทรีย์ ถือเป็นก๊าซพิษรุนแรงเข้าไป&nbsp;</p><p>ยิ่งถ้าหากว่าสูดดมเข้าไปปริมาณที่มีความเข้มข้นมาก และระยะเวลายาวนาน จะทำให้เสียชีวิตได้ โดยมีรายงานพบว่าถ้าหากก๊าซไข่เน่า มีปริมาณ 100 ppm สูดดมเข้าไปต่อเนื่องยาวนาน 30 นาทีก็จะทำให้เสียชีวิต หรือถ้าหากมีความเข้มข้น 1,000 ppm สูดดมเข้าไปเพียง 2 - 3 วินาทีก่อนจะเสียชีวิตได้ทันที เนื่องจากหลังการสูดดม ก๊าซตัวนี้จะบล็อกออกซิเจน ทำให้สมองขาดอากาศเข้าไป ทำให้หมดสติและเสียชีวิต</p><p>ทั้งนี้ ก๊าซไข่เน่าเกิดจากการย่อยสลายจุลินทรีย์ในน้ำเสีย ขยะจากเศษอาหาร หรือจากสิ่งมีชีวิตที่มีโปรตีนสูง ถูกย่อยสลาย ซึ่งมักพบก๊าซไข่เน่าจากบ่อปฏิกูล บ่อหมักก๊าซ ใต้ท้องเรือประมง และบ่อขยะ</p><p><br></p><p><strong>6 )  มีเทน</strong></p><p>        สภาพภูมิ<strong>อากาศ มีเทน</strong>มีส่วนทำให้โลกร้อนถึง 40% ตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ,<strong>มีเทน</strong>ทำให้โลกร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 86 เท่าในระยะเวลา 20 ปี สุขภาพ การปล่อย<strong>มีเทน</strong>เพิ่มทำให้มลพิษ<strong>จาก</strong>โอโซนในชั้นโทรโพสเฟียร์มีมากขึ้น ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยมากกว่า 1 ล้านคน/ปี โดย<strong>มีเทน</strong>มีส่วนประมาณครึ่งหนึ่ง</p><p>        </p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2043350386/bdda4bec5069bf996cdecd5b1cbcbf7c/4897186168185888747_1cdb0713c87ec1b0141d1a35a96fb829_23062404.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:39:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781217023</guid>
      </item>
      <item>
         <title>IG: _prx3wz_</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781217741</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>น.ส. สะเภาทอง ขาวสอาด ม.4/7 เลขที่ 22</p><p><br></p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p><br></p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล &nbsp;</p><p><br></p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน&nbsp;น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ </p><p><br></p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p><br></p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด </p><p><br></p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด</p><p><br></p><p>6.แก๊สโอโซน(Ozone)หรือไตรออกซิเจน เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของธาตุออกซิเจน 3 อะตอม (แก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในการหายใจปกติประกอบด้วย 2 อะตอม) ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โอโซนจะช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ผ่านเข้ามายังผิวโลกมากเกินไป แต่แก๊สโอโซนบนภาคพื้นดิน เป็นสารก่อมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210280211/0f08745f28fa8c04906bb372d09179bb/IMG_8520.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:40:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781217741</guid>
      </item>
      <item>
         <title>_n.namthip_🫰🏻🤍</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781217778</link>
         <description><![CDATA[<p>น.สศุภาพิชญ์ หมอช้าง ม.4/7 เลขที่28</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล &nbsp;</p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน&nbsp;น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ </p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด </p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด</p><p>6.แก๊สโอโซน(Ozone)หรือไตรออกซิเจน เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของธาตุออกซิเจน 3 อะตอม (แก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในการหายใจปกติประกอบด้วย 2 อะตอม) ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โอโซนจะช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ผ่านเข้ามายังผิวโลกมากเกินไป แต่แก๊สโอโซนบนภาคพื้นดิน เป็นสารก่อมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210282334/9256f43bf2cb7a5261b8b85bf7ad2061/IMG_1960.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:40:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781217778</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ig:07newsy_ 🫧</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781218228</link>
         <description><![CDATA[<p>นางสาว สุพรรณษา แสงคำ ชั้นม.4/7 เลขที่33</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล &nbsp;</p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน&nbsp;น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ </p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด </p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด</p><p>6.แก๊สโอโซน(Ozone)หรือไตรออกซิเจน เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของธาตุออกซิเจน 3 อะตอม (แก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในการหายใจปกติประกอบด้วย 2 อะตอม) ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โอโซนจะช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ผ่านเข้ามายังผิวโลกมากเกินไป แต่แก๊สโอโซนบนภาคพื้นดิน เป็นสารก่อมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210280408/a9876adb6f6e9746ab07ee6b4383fb96/inbound926523833854531859.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:40:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781218228</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายพงตู่_แดง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781218394</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย พงค์ภัค พนาอมรชัย เลขที่14 4/7</p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์</p><p>กลไกการก่อโรค </p><p>              เมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis)</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์</p><p>ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p>3.โอโซน</p><p>ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์</p><p>คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับกับ Hemoglobin ได้ดีกว่า Oxygen 200 – 300 เท่า) ซึ่งจะมีผลทำให้การนำพา Oxygen ไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายลดลง</p><p>5.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที แก๊สนี้เกิดจากการเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบของคลอรีน</p><p>6.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210290071/4d69db0af3d485cf279e62eae20b3caf/inbound3778332572914907890.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:40:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781218394</guid>
      </item>
      <item>
         <title>𝘈𝘵𝘩𝘭𝘸𝘢𝘵_น่าหมี🐻</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781219405</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย อทิวัฒน์ เลาว้าง เลขที่9 4/7</p><p><br></p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์</p><p><br></p><p>กลไกการก่อโรค </p><p><br></p><p>              เมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis)</p><p><br></p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์</p><p><br></p><p>ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p><br></p><p>3.โอโซน</p><p><br></p><p>ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p><br></p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์</p><p><br></p><p>คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับกับ Hemoglobin ได้ดีกว่า Oxygen 200 – 300 เท่า) ซึ่งจะมีผลทำให้การนำพา Oxygen ไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายลดลง</p><p><br></p><p>5.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</p><p><br></p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที แก๊สนี้เกิดจากการเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบของคลอรีน</p><p><br></p><p>6.ก๊าซน้ำตา</p><p><br></p><p>ก๊าซน้ำตาส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210281799/f15ae3ec41189837e5c2be9fb08ee9c3/inbound3987282718077186065.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:41:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781219405</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Naamwa_07อุอะ🫠</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781219648</link>
         <description><![CDATA[<p>      ชื่อ น.ส อาภัสรา ยกกรเลิศ ชั้น4/7 เลขที่39</p><p>   แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ6ข้อดังนี้</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม </p><p><br/></p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน </p><p><br/></p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็น</p><p><br/></p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่าน</p><p><br/></p><p>5.อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอก</p><p><br/></p><p>6.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210277686/14b36a5050aa91819ac8c78690b5dea8/inbound2273790744015645521.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:42:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781219648</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้างๆผมอะของจริง!!!!</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781222284</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย ธาดากรณ์ คำทอน เลขที่5 ม.4/7</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ส่งผลทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หมดสติ ชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด</p><p>2.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และเยื่อบุตา ทำให้เกิดการแสบจมูก, หลอดลม, ผิวหนัง และตา</p><p>3.สารตะกั่ว  มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท และมีผลต่อกระบวนการรับรู้ และการพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์</p><p>4.สารอินทรีย์ระเหยง่าย มีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ  โดยทำให้เกิดการอักเสบ และการระคายเคืองเรื้อรัง  นอกจากนี้สารบางชนิดเป็นสารก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และเสี่ยงต่อการก่อมะเร็ง </p><p>5.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซร์ทำให้เลือดเป็นกรดและกระตุ้นระบบหายใจให้หายใจเร็วขึ้นจึงทำให้หัวใจเต้นเร็ว และกดสมอง และ ทำให้หมดสติ</p><p>6.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอนถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210277458/ed4d3e78ac8a88d23d2147ad093268fa/inbound7297116343033513496.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:44:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781222284</guid>
      </item>
      <item>
         <title>_xzxx_300</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781222580</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส ฐิตชญา   ซับประโคน ม.4/7 เลขที่24</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล &nbsp;</p><p><br></p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน&nbsp;น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ </p><p><br></p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p><br></p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด </p><p><br></p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด</p><p><br></p><p>6.แก๊สโอโซน(Ozone)หรือไตรออกซิเจน เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของธาตุออกซิเจน 3 อะตอม (แก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในการหายใจปกติประกอบด้วย 2 อะตอม) ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ โอโซนจะช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ผ่านเข้ามายังผิวโลกมากเกินไป แต่แก๊สโอโซนบนภาคพื้นดิน เป็นสารก่อมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210280415/9821d3baa6c161b7a59414e1144dd9ba/inbound4226344047658784258.webp" />
         <pubDate>2023-11-08 08:44:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781222580</guid>
      </item>
      <item>
         <title>:nuan</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781223104</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ น.ส.นุ่มนวล ซอนา เลขที่25 ม.4/7</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ</p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ออฟฟิศ</p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์</p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียม</p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภท</p><p>6.สารกัมมันตรังสี (Redon): เป็นสารที่สะสมอยู่ภายในบ้านได้ จริงๆแล้วสารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในชั้นหินและชั้นดินภายในบริเวณบ้านนั่นเอง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210290596/2f01e4f1be1e45922b0fbcac632b2b19/inbound3553720339767392490.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:45:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781223104</guid>
      </item>
      <item>
         <title>:)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781224921</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย ศิลาวุฒิ สถิตชัยกุล 13   4/7</p><p><br></p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์กลไกการก่อโรค               เมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis)</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p>3.โอโซนออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับกับ Hemoglobin ได้ดีกว่า Oxygen 200 – 300 เท่า) ซึ่งจะมีผลทำให้การนำพา Oxygen ไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายลดลง</p><p>5.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที แก๊สนี้เกิดจากการเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบของคลอรีน</p><p>6.ก๊าซน้ำตาก๊าซน้ำตาส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210285837/c54956907096920e74f7bd052d87e4f1/inbound8589912417096178274.webp" />
         <pubDate>2023-11-08 08:46:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781224921</guid>
      </item>
      <item>
         <title>FB : Ea rn zx 🌌💙</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781225185</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นางสาว สิริลักษณ์ อินหอม ชั้นม.4/7 เลขที่34</p><p><br/></p><p>เเก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p><br/></p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ NO₂</p><p>เกิดขึ้นเมื่อเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ หรือดีเซล ถูกเผาที่อุณหภูมิสูง NO2 และไนโตรเจนออกไซด์อื่น ๆ ในอากาศภายนอกมีส่วนทำให้เกิดมลพิษของอนุภาค</p><p><br/></p><p>2.ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ CO (Carbon Monoxide)</p><p>เกิดจากการเผาไหม้คาร์บอนที่ไม่สมบูรณ์ในเชื้อเพลิงต่างๆ เช่น ฟอสซิล การเผาถ่าน เตาเผา ไฟไหม้ เครื่องยนต์ สารเคมีหรือปฏิกิริยาเคมีบางชนิด</p><p>ปกติแล้วอากาศที่เราใช้ในการหายใจระหว่างดำเนินชีวิตประจำวันนั้น มี CO ปะปนอยู่เป็นปกติ แต่เนื่องจากมีอยู่ในปริมาณที่น้อยมากๆ จึงไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายและระบบทางเดินหายใจ</p><p><br/></p><p>3.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide)So²</p><p>การเผาไหม้หรือจำพวกถ่านหินเป็นก๊าซไม่มีสีไม่ไวไฟที่ระดับความเข้มข้นสูง จะมีกลิ่นฉุนแสบจมูกเมื่อทำปฎิกริยากับก๊าซออกซิเจน ในอากาศจะเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์และจะรวมตัวเป็นกรดกำมะถัน เมื่อมีความชื้นเพียงพอหากอยู่ร่วมกับอนุภาคมวลสารที่ มีตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น มังกานีส เหล็ก และวานาเดียม จะเกิดมีปฏิกิริยาเติมออกซิเจนเกิดเป็นซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ และเป็นกรดกำมะถันเช่นกัน การสันดาปเชื้อเพลิงเพื่อใช้พลังงานในการดำรงชีพของมวลมนุษย์ ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมทำให้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และอนุภาคมลสาร กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เป็นแหล่งกำเนิดของมลพิษทั้งสองเช่นกัน ก๊าซซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ และละอองกรด กำมะถัน</p><p><br/></p><p>4.โอโซน O3 </p><p>เกิดจากการรวมตัวกันของแก๊สออกซิเจน 1 โมเลกุลกับอะตอมออกซิเจนอิสระ 1 อะตอมที่แตกตัวจากแก๊สออกซิเจนโดยการกระตุ้นของรังสีอัลตร้าไวโอเลตซี (UV-C) ปรากฏอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลกโดยที่ชั้นสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ระดับความสูงระหว่าง 10 - 50</p><p><br/></p><p>5.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS)</p><p>เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p><br/></p><p>6.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2):</p><p> เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210278930/a7f8fb69aa5e3c737da4738f6fc45790/inbound2322187665247559536.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:46:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781225185</guid>
      </item>
      <item>
         <title>SIHMON_แพ้ความน่ารักของแกสุดๆเลยงับล!</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781225305</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส. เพชรไพลิน สุขรักษา 4/7 เลขที่ 37</p><p><br/></p><p>1. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง</p><p><br/></p><p>2.ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน เป็นสารตั้งต้นของมลพิษทุติยภูมิที่เป็นอันตรายมากมาย</p><p><br/></p><p>3.ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นก๊าซพิษที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศหรือในชั้นบรรยากาศ ในแหล่งอุตสาหกรรม </p><p><br/></p><p>4.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์</p><p><br/></p><p>5.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์</p><p><br/></p><p>6.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ เป็นก๊าซทก๊าซที่ทำให้เกิด หมอกควันและฝนกรด</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210277423/096717c46c4f89390f1cfef1abc6fca5/inbound4089336201111354936.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:46:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781225305</guid>
      </item>
      <item>
         <title>.</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781226591</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.กัลยา คำมา 4/7 เลขที่31</p><ol><li><p>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์&nbsp;(CO):&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม&nbsp;น้ำมันดีเซล</p></li><li><p>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;(CO2):&nbsp;เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน&nbsp;น้ำมัน&nbsp;ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น</p></li><li><p>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS):&nbsp;เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS&nbsp;ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกไ</p></li><li><p>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX):&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก</p></li><li><p>อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter):&nbsp;ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้</p></li><li><p>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2):&nbsp;เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210293310/9ac4e3ef891af8c7b5485e2def2b10a8/1695383784848.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:48:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781226591</guid>
      </item>
      <item>
         <title>nn_nuan_17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781226864</link>
         <description><![CDATA[<p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.กรดไนตริก เกิดจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ทำปฏิกิริยากับสารประกอบตัวอื่น ๆ เช่น แอมโมเนีย หรือ ไอน้ำ ทำให้เกิดฝุ่นละอองที่มีอนุภาคเล็ก หากสูดดมเข้าไปจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำลายปอด</p><p>2.ฝุ่นละอองที่มีมากเกินขนาดส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด ได้แก่ ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ทำให้มีอาการไอ มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก หายใจวี้ด หายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก</p><p>3.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และเยื่อบุตา ทำให้เกิดการแสบจมูก, หลอดลม, ผิวหนัง และตา</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับกับธาตุเหล็กของฮีมในโครงสร้างของฮีโมโกลบินได้ดีกว่าออกซิเจนถึง 200เท่า ซึ่งเมื่อเราหายใจเอาอากาศที่มีคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณสูง คาร์บอนมอนอกไซด์จะแย่งจับกับฮีโมโกลบินแทนออกซิเจน</p><p>5.ก๊าซโอโซนในระดับพื้นดิน เป็นมลพิษทางอากาศที่ควบคุมยากกว่าฝุ่น PM 2.5 เพราะเกิดขึ้นจากสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ทำปฏิกิริยากับไนโตรเจนออกไซด์ในอากาศ เป็นการสร้างมลพิษในระดับทุติยภูมิ โดยมีความร้อนและแสงแดดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ให้โอโซนสูงขึ้นกว่าปกติในช่วงฤดูร้อน</p><p>6.ฝุ่น (PM2.5) เป็นฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้ทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟป่า และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ เป็นผลทําให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210281426/c258b87601a8c81ba699025493c3c6f6/1694951626937.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:48:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781226864</guid>
      </item>
      <item>
         <title>_smoothie_e</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781228556</link>
         <description><![CDATA[<p>1.สารกัมมันตรังสี (Redon): เป็นสารที่สะสมอยู่ภายในบ้านได้ จริงๆแล้วสารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในชั้นหินและชั้นดินภายในบริเวณบ้านนั่นเอง</p><p>2.ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ออกไซด์ของไนโตรเจนประกอบด้วยไนตรัสออกไซด์ (NOS) ไนตริกออกไซด์ (NO) ไดไนโตรเจนไตรออกไซด์ (N2O3) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (N2O) ไดไนโตรเจน เตตรอกไซด์ (N2O4) และไดไนโตรเจนเพนตอกไซด์ (N2O5) โดยทั่วไปก๊าซที่ทำให้เกิดมลพิษ ทางอากาศ คือ ก๊าซไนตริกออกไซด์ (NO) และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ( NO2</p><p>3.โอโซนในระดับความเข้มข้น 0.25 ppm ขึ้นไปก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อ ตา จมูก และจะทำลายเนื้อเยื่อปอด เกิดความระคายเคืองเมื่อหายใจเข้าไป ถ้าได้รับในปริมาณมากจะทำให้ตายได้ ดังนั้นการนำมาใช้ควรระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์แย่งจับฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงส่วนที่เหลือไม่ปล่อยออกซิเจนให้กับเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ร่างกายขาดออกซิเจน เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หมดสติ ชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด</p><p>5.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่ติดไฟ มีกลิ่นแสบจมูก ละลายได้ดีในน้ำโดยจะเปลี่ยนเป็น กรดซัลฟูริก ในธรรมชาติทั่วไปจะมีปริมาณน้อยในบรรยากาศคือ 0.02 - 0.1 ppm. แต่ถ้าพบในปริมาณสูงแล้ว ส่วนมากจะเกิดจากการเผาไหม้ โดยใช้เชื้อเพลิงหรือวัสดุที่มีกำมะถันเป็นส่วนประกอบปฏิกิริยาการเกิดซัลเฟอร์</p><p>6.ไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210282481/d02de4effa0705cb06485672244969c0/535A1C7A_6B1C_43D7_A114_B982C33DA307.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:49:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781228556</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวการที่ก่อมลพิษทางอากาศสูงสุด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781228993</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย อนุวัตร กันธิมา ม.4/7 เลขที่12</p><p> ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~ </p><p>★1 ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ </p><p>ถ่านหิน ปิโตรเลียม และพลังงานฟอสซิล ล้วนประกอบไปด้วยซัลเฟอร์และสารประกอบอินทรีย์ เมื่อซัลเฟอร์ทำปฏิกิริยาเผาไหม้กับออกซิเจนในอากาศ จะเกิดแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นตัวการหลักในการปล่อยแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งก่อให้เกิดควันพิษ ฝนกรด และปัญหาสุขภาพตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคปอดอักเสบสารประกอบไนโตรเจนออกไซด์ (NOs)</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) และไนโตรเจนออกไซด์ (NO) เป็นสารก่อมลพิษที่เกิดขึ้นทางอ้อมจากขบวนการเผาไหม้ จากการทำปฏิกิริยากันระหว่างแก๊สไนโตรเจนกับออกซิเจนในอากาศ ไนโตรเจนออกไซด์เกิดจากยานพาหนะต่างๆ และโรงไฟฟ้า เป็นตัวการสำคัญในการเกิดฝนกรด แก๊สโอโซน และควันพิษ  </p><p>~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~ </p><p>★2 คาร์บอนมอนอกไซด์</p><p>แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์จัดเป็นแก๊สที่มีความอันตรายสูงชนิดหนึ่ง เกิดจากการเผาไหม้พลังงานฟอสซิลที่ไม่สมบูรณ์ อาจมีแหล่งกำเนิดมาจากเครื่องยนต์ของรถที่เก่าเกินไป รวมถึงสามารถเกิดขึ้นได้ภายในที่อยู่อาศัย ในกรณีที่ขาดการบำรุงดูแลรักษาระบบแก๊สหุงต้ม เตาแก๊ส หรือเครื่องใช้อื่นๆ ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง (ควรมีการติดตั้งเครื่องตรวจจับแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ในกรณีที่มีการเผาเชื้อเพลิงภายในอาคารที่อยู่อาศัย)</p><p> ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~ </p><p>★3 คาร์บอนไดออกไซด์</p><p>แก๊สชนิดนี้เป็นแก๊สที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต โดยปกติแล้วไม่จัดว่าเป็นสารก่อมลพิษ มนุษย์เราปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในขณะที่เราหายใจออก และพืชต่างๆ นำไปใช้ในขบวนการสังเคราะห์แสง แต่อย่างไรก็ตาม คาร์บอนไดออกไซด์จัดว่าเป็นแก๊สเรือนกระจกชนิดหนึ่ง ที่ปลดปล่อยมาจากเครื่องยนต์ โรงผลิตไฟฟ้า และกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ นับตั้งแต่ช่วงต้นของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปลดปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมาก และเป็นปัจจัยที่ให้เกิดภาวะโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง</p><p>~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~ </p><p>★4 สารประกอบไนโตรเจนออกไซด์ (NOs)</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) และไนโตรเจนออกไซด์ (NO) เป็นสารก่อมลพิษที่เกิดขึ้นทางอ้อมจากขบวนการเผาไหม้ จากการทำปฏิกิริยากันระหว่างแก๊สไนโตรเจนกับออกซิเจนในอากาศ ไนโตรเจนออกไซด์เกิดจากยานพาหนะต่างๆ และโรงไฟฟ้า เป็นตัวการสำคัญในการเกิดฝนกรด แก๊สโอโซน และควันพิษ</p><p>~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~ </p><p>★5 สารอินทรีย์ระเหย</p><p>สารเคมีที่มีธาตุคาร์บอนเป็นส่วนประกอบหลักกลุ่มนี้ สามารถระเหยได้ง่ายภายใต้อุณหภูมิและความดันปกติ จึงมีการนำมาเป็นตัวทำละลายในผลิตภัณฑ์ครัวเรือนหลายประเภท เช่น สีทาบ้าน ผลิตภัณฑ์เคลือเงาต่างๆ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เป็นต้น สารอินทรีย์ระเหยเหล่านี้จะก่อตัวเป็นโอโซนภาคพื้นดิน ซึ่งจะกลายเป็นมลพิษ ที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวในสิ่งมีชีวิต</p><p>~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~  ~ </p><p>★6 อนุภาคต่างๆ</p><p>อนุภาคขนาดเล็กต่างๆ หรือที่เรามักเรียกว่า ฝุ่นละออง มักลอยตัวอยู่ในอากาศ ทำให้เกิดเป็นภาพขมุกขมัวเมื่อเรามองไปที่ท้องฟ้า รวมทั้งเป็นสาเหตุของคราบเขม่าดำตามตึกรามบ้านช่อง และส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของเรา อนุภาคในอากาศมีขนาดแตกต่างกันออกไป ในทางวิทยาศาสตร์จะแทนขนาดอนุภาคด้วยตัวอักษร PM แล้วตามด้วยตัวเลข เช่น PM25 หมายถึง ในอากาศเจือปนด้วยอนุภาคขนาดเล็กกว่าหรือเท่ากับ 25 ไมโครเมตร ในเมืองใหญ่ อนุภาคที่เจอปนในอากาศส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการปล่อยไอเสียของยานพาหนะ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2217346506/7b176ffd6379b3bc7e91e8ed94adfd4a/inbound1955577374715631140.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:50:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781228993</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ม่ะม่ะม่ะม่ะม่ะมีอะไรครับ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781229539</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย อธิศ เตชะเลิพนา ม.4/7 เลขที่15</p><p><br/></p><p><br/></p><p>■ ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ (Carbonmonoxide)</p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตายโดยไม่รู้สึกตัว สาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์</p><p><br/></p><p>แหล่งกำเนิด ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ เกิดขึ่นในกรณีที่ มีออกซิเจนไม่เพียงพอในการเผาไหม้ของสสาร ที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ อาจเกิดขึ้นในโรงงานต่างๆ ในท้องถนนขณะที่มีการจราจรติดขัด สำหรับรถยนต์ ที่มีเครื่องยนต์ทำงานเผาไหม้ไม่ปกติ จะเกิดก๊าซบอนโมนอกไซด์ออกมาทางท่อไอเสีย และอาจรั่วเข้าไปในตัวรถได้</p><p><br/></p><p>ความเป็นพิษ เมื่อหายใจเอาก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์เข้าไปในปอด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน และถึงตายได้ จะสังเกตว่าผิวหนังของผู้ได้รับก๊าซพิษเป็นสีชมพู-แดงขึ้น</p><p><br/></p><p>การแก้ไขเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซนี้ ไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ให้ผู้ป่วยนอนราบศีรษะต่ำ ให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ ถ้าหยุดหายใจต้องผายปอดทันที</p><p><br/></p><p>■ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide)</p><p>หรือ”ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งโสโครก อาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจถึงตายได้ถ้ามีความเข้มข้นสูง</p><p>การแก้ไขเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซนี้ ช่วยการหายใจ โดยให้ ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นร้อยละ 92.5, คาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 7.5 และให้ผู้ป่วยอบอุ่นเสมอ</p><p><br/></p><p>■ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbondioxide)</p><p>เป็นก๊าซตามธรรมชาติที่รู้จักกันดี เกิดจาการเผาไหม้ของสารประกอบที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ประโยชน์ใช้ทำน้ำแข็งแห้ง และใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช ก๊าซนี้ถ้ามีมากจนถึงร้อยละ 25-30 ทำให้หายใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ ไม่รู้สึกตัว สลบ และอาจถึงตายได้</p><p>การแก้ไขเบื้องต้น นำผู้ป่วยที่ออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ และให้ออกซิเจนช่วยในการหายใจ</p><p><br/></p><p>■ ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม แหล่งที่มาและความเป็นพิษ ก๊าซแอมโมเนียเป็นผลพลอยได้ในกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า สมัยก่อนใช้ก๊าซแอมโมเนียทำให้เกิดความเย็นในการทำน้ำแข็ง ถ้าได้รับแอมโมเนียปริมาณปานกลางทำให้จาม น้ำตาไไหล แสบคอ ไอมีเสมหะปนเลือ สำลัก หายใจขัด ความดันโลหิตสูง เสียงแหบ ถ้าความเข้มข้นสูง หมดสติทันที และถึงตายได้ ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ</p><p><br/></p><p>■ ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น</p><p>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p><p><br/></p><p>■ ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2043370477/db45def7d6b85a1cb6cb414d316d6d74/inbound4777101087680926643.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:50:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781229539</guid>
      </item>
      <item>
         <title>SIT DOWN </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781231283</link>
         <description><![CDATA[<p>1.ไนโตรเจน   เมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis)</p><p><br></p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p><br></p><p>3.โอโซน ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p><br></p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์   จะจับกับสารที่อยู่ในเม็ดเลือดแดงที่มีชื่อว่า Hemoglobin (Hb) ทำให้เกิดสารประกอบ Carboxyhemoglobin</p><p>                      คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับกับ Hemoglobin ได้ดีกว่า Oxygen 200 – 300 เท่า) ซึ่งจะมีผลทำให้การนำพา Oxygen ไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายลดลง</p><p><br></p><p>5.คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂   เป็นก๊าซไม่มีสี ซึ่งหากหายใจเอาก๊าซนี้เข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะรู้สึกเปรี้ยวที่ปาก เกิดการระคายเคืองที่จมูกและคอ เนื่องจากอาจเกิดการละลายของแก๊สนี้ในเมือกในอวัยวะ ก่อให้เกิดกรดคาร์บอนิกอย่างอ่อน</p><p><br></p><ol start="6"><li><p> ฝุ่นผลกระทบจากละอองฝุ่น ส่งผลต่อสุขภาพร้ายแรงได้</p></li></ol><p>ส่งผลต่อปอดและทางเดินหายใจ : มลพิษในอากาศเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับปอดและระบบทางเดินหายใจและทำให้โรคที่เป็นอยู่กำเริบขึ้นได้ เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด ส่งผลต่อดวงตา : เกิดการระคายเคืองบริเวณดวงตา แสบตา ทำให้เกิดตาแดง ตาอักเสบได้</p><p>นายอภิสิทธิ์ กันทรากรดุษฎ เลขที่1 ม.4/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210277779/d197e6878f20ee86a180f1fd2ea678c9/inbound8330447658234790850.webp" />
         <pubDate>2023-11-08 08:52:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781231283</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Fahhh</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781239264</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.กนกวรรณ ใจคำ ม.4/7 เลขที่21</p><p>1.ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) มีกลิ่นฉุนรุนแรง เหมือนไข่เน่า ไม่มีสี สามารถติดไฟได้ หรือ เกิดการระเบิดได้ สูดดมในปริมาณที่มากอาจทำเกิดการระคายเคืองจมูก ลำคอ ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในปอดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต&nbsp; มีอาการทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หมดสติ และ </p><p><br/></p><p>2.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p><br/></p><p>3.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์&nbsp; หากร่างกายเราได้รับในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอน ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลง</p><p><br/></p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX) เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหิน ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p><br/></p><p>5.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS) เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนทำให้รังสีแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์ทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง</p><p><br/></p><p>6.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม หากร่างกายได้รับมากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210280068/191a91db930f0c2b2f88d0a92905941b/inbound5930711459962085139.jpg" />
         <pubDate>2023-11-08 08:59:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781239264</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ฉัตรชัย ทุนโหย่ ชั้น 4/7 เลขที่17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781448040</link>
         <description><![CDATA[<p>แก๊สที่เป็นมลพิษทางอากาศ</p><p><br></p><p>1.<strong>ก๊าซคลอรีน (Cl2)</strong></p><p>เป็นก๊าซสีเหลืองเขียว มีกลิ่นเฉพาะตัว ระคายเคืองจมูก และทำให้หายใจไม่ออก น้ำหนักโมเลกุล 70.9 ความหนาแน่น 2.49 จุดเดือด -35 องศาเซลเซียส ไม่ติดไฟ มีความเสถียรภายใต้ความดันและอุณหภูมิปกติ ละลายได้ในน้ำเล็กน้อย แต่ที่อุณหภูมิต่ำจะละลายได้ดีขึ้น สารละลายในน้ำเมื่อถูกแสงจะสลายตัวช้าๆ เกิดออกซิเจนและกรดไฮโดรคลอริกซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง</p><p><br></p><p>ก๊าซคลอรีน (Cl2) ใช้ในการผลิตสารเคมีที่มีหมู่คลอไรด์ (Cl) เป็นองค์ประกอบ เป็นสารฟอกขาวในการผลิต กระดาษ ผ้า กระสอบ ใช้ผลิตสารกำจัดศัตรูพืช สารป้องกันการเย็นตัวและนอตของเครื่องยนต์ พลาสติก ยางสังเคราะห์ กาว ยา สารเคมี และผงขัดพื้น ใช้ฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่ม น้ำประปา น้ำสำหรับผลิตอาหาร และน้ำทิ้ง ตลอดจนใช้ผลิตกรดไฮโดรคลอริก</p><p><strong>อันตรายต่อสุขภาพ</strong></p><p>ส่วนใหญ่เกิดจากการหายใจ ทำให้ระคายเคืองจมูก ลำคอ และทางเดินหายใจส่วนต้น มีอาการคัน ไอ หายใจติดขัด อาจเกิดแผลไม้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ผิวหนังเป็นสีน้ำเงิน ในความเข้มข้นสูงถึง 30 พีพีเอ็ม ทำให้ไอ เจ็บหน้าอก อาเจียน มีอาการหลอดลมอักเสบ ปอดบวมน้ำ และถึงตายได้</p><p>การสัมผัสถูกผิวหนังที่ความเข้มข้นสูง จะระคายเคืองอย่างรุนแรง เกิดแผลไหม้ เจ็บแสบ ผิวหนังแดง เนื้อเยื่อตายเนื่องจากได้รับความเย็น</p><p><br></p><p>2.ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส สูตรทางเคมีคือ CO ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://www.orangeth.com/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Ntype=10">Carbon Monoxide</a>) พบได้หลายแห่ง ไม่ว่าเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ หรือเกิดจากการเผาไหม้ในโรงงานอุตสาหกรรม ในบรรยากาศที่เราหายใจอยู่นั้นอาจมี ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://www.orangeth.com/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Ntype=10">Carbon Monoxide</a>) อยู่บ้าง แต่มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น บริเวณบรรยากาศปกติอาจจะมีประมาณ 0.1 ppm(parts per million) จนกระทั้งถึง 5 ppm หรือแม้กระทั่งอาจจะถึง 15 ppm ในกรณีที่เราอยู่ใกล้สิ่งที่มีการเผาไหม้ เช่น เรากำลังทำการหุงต้มอาหารในบ้าน แต่ถ้าเราอยู่ในการจราจรหนาแน่นอย่างเช่นเมืองหลวงที่มีรถติดอย่างเช่น กรุงเทพ หรือเชียงใหม่ อาจจะพบ คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ถึง 100 ถึง 200 ppm หรือถ้ามาจากปล่องไฟที่มีการเผาไหม้อาจมากถึง 5,000 ppm จนกระทั่งถึง 7,000 ppm เพราะฉะนั้นเราควรจะพยายามหลีกเลี่ยงแหล่งที่จะทำให้เราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://www.orangeth.com/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Ntype=10">Carbon Monoxide</a>) ในปริมาณมากเกินไป</p><p><br></p><p>3.แก๊สออกไซด์ของไนโตรเจน หรือ <strong>Nitrogen Dioxide NO2 พิษภัย</strong></p><p>เวลาพูดถึงคุณภาพอากาศก็อาจจะนึกถึงเรื่องฝุ่นเป็นอย่างแรก อย่าง PM10 และ PM2.5 แต่ยังมีอีกหลายแก๊สที่ส่งผลกระทบต่อค่าคุณภาพของอากาศที่เราไม่ได้นึกถึง เช่น Sulfur Dioxide (SO2), Carbon Monoxide (CO) และ Nitrogen Dioxide (NO2) แก๊ส Nitrogen Dioxide ก็คือแก๊สที่ประกอบไปด้วย Nitrogen และ Oxygen ตามชื่อ แก๊สนี้มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติและ น้ำมัน ด้วยการสันดาปที่อุณหภูมิสูงซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในรถยนต์ที่มีการสันดาปเชื้อเพลิงที่อุณหภูมิสูง นอกจากนี้ Nitrogen Dioxide ยังสามารถเกิดจากไฟป่าได้อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Nitrogen Dioxide เป็นแก๊สที่สามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติจากชั้น Stratosphere และในชั้น Ozone ซึ่ง Nitrogen Dioxide ทำหน้าที่เป็นแก๊สเรื่อนกระจกคอยดูดซับแสงดวงอาทิตย์และช่วยควบคุมสารเคมีในชั้น Troposphere Nitrogen Dioxide ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตทางเคมีอย่าง Chemical explosives และยังถูกนำมาใช้ผลิตเป็น Oxidizer ในเชื้อเพลิงจรวดอีกด้วย เรียกว่า Red Fuming Nitric Acid (RFNA) ซึ่งถูกนำไปใช้ในจรวด Titan, โครงการ Gemini, จรวดขับดันของกระสวยอวกาศ และจรวดไร้คนขับอื่น ๆ ด้วย</p><p>แก๊ส Nitrogen Dioxide มีความเป็นพิษต่อมนุษย์สูงมากโดยถูกจัดอันดับในมาตรฐาน NFPA 704 ต่อสุขภาพที่ระดับ 3 จาก 4 ระดับ เมื่อ Nitrogen Dioxide ถูกสูดเข้าไปในปอด มันจะแพร่เข้าเยื่อบุปอดและทำปฏิกิริยากับสารเคมีใน Epithelial Lining Fluid (ELF) ตัว Nitrogen Dioxide เองไม่ได้ทำอันตรายอะไรกับร่างกายมนุษย์แต่ Metabolites ของมันหลังจากการทำปฏิกิริยากับ ELF ซึ่งก็คือสารที่ไวต่อปฏิกิริยาเรียกว่า Reactive Nitrogen Species (RNS) และ Reactive Oxygen Species (ROS) อย่างพวก Superoxide ซึ่งมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ</p><p><br></p><p>4.<strong>ก๊าซมีเทน หรือ </strong>คาร์บอนเตตระไฮไดรด์</p><p>ก๊าซมีเทนเป็นก๊าซไม่มีสีไม่มีกลิ่นและมีความไวไฟสูง และค่อนข้างเบากว่าอากาศดังนั้นจึงทำให้มันมักจะลอยสะสมอยู่ด้านบน หรือสะสมบริเวณด้านบน ซึ่งอาจทำเกิดอัคคีภัยได้อย่างง่ายดาย และเป็นส่วนประกอบหลักในก๊าซธรรมชาติซึ่งใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนและให้พลังงานความร้อนกับคนทั่วโลก ตลอดจนก๊าซมีเทนคิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่มนุษย์เป็นตัวขับเคลื่อน ก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกอันดับสองรองจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ก๊าซมีเทนมีพันธะทางโมเลกุล มี 4 ขาของไฮโดรเจน จับกับพันธะ คาร์บอน 1 อะตอม เราจึงได้ CH4 เป็นสูตรเคมีง่ายๆ ที่อาจจะไม่ง่ายเหมือนชื่อ เพราะความอันตราย และการใช้งานที่ต้องการ ความระมัดระวังอย่างสูง ตามราชกิจจานุเบกษา หน้า 12 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ได้กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ ในหัวข้อ 2 มีก๊าซ ไอ หรือละองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ (Lower Flammable Limit หรือ Lower Explosive Limit) ห้ามเกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งถ้าแปลงค่าเป็นหน่วย เปอร์เซ็นต์ จะเท่ากับ 0.5% volume เท่านั้น แปลว่ากฎหมายกำหนดค่าไว้ที่ต่ำมาก แต่ป้องกันสูงมาก เพื่อป้องกันอัคคีภัย ที่อาจจะเกิดขึ้น</p><p><br></p><p>5.<strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;(Sulfur dioxide)&nbsp;หรือ&nbsp;SO2</strong>&nbsp;&nbsp; &nbsp;คือ ก๊าซที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและค่อนข้างจะมีกลิ่นเหม็นแสบจมูก มักทำปฏิกิริยากับสารอื่นๆ และละลายน้ำได้ดี จนได้สารประกอบที่เป็นอันตราย และสารที่มักทำให้เกิดขึ้นเมื่อทำปฏิกิริยาคือ กรดซัลฟูริก ซึ่งมีความสามารถในการกัดกร่อนค่อนข้างรุนแรง และเมื่อสัมผัสมักทำให้เกิดการแสบร้อนและบาดเจ็บตามมาได้ หรือการสูดดมก็จะทำให้เกิดก๊าซพิษชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายและทำให้เกิดการเจ็บป่วยตามมา</p><p><br></p><p>6.<strong>โอโซน คือ</strong></p><p>โอโซน (Ozone หรือ O3) คือ โอโซนเป็นก๊าซที่ถือกำเนิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ เช่นจาก ปรากฏการณ์ฟ้าผ่า แสงจากดวงอาทิตย์ เป็นต้น ซึ่งเราจะสังเกตได้ง่าย ๆ ว่า หลังจากที่ฝนตก อากาศจะสดชื่นขึ้น มลพิษในอากาศจะลดลง เป็นผลสืบเนื่องมาจากมีปริมาณโอโซนที่เพิ่มขึ้น โอโซนมีโมเลกุลที่ประกอบจากออกซิเจน 3 อะตอม เกิดจากการรวมตัวกันของก๊าซออกซิเจน 1 โมเลกุลกับอะตอมออกซิเจนอิสระ 1 อะตอมที่แตกตัวจากก๊าซออกซิเจนโดยการกระตุ้นของรังสีอัลตร้าไวโอเลตซี (UV-C) ปรากฏอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลกโดยที่ชั้นสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ระดับความสูงระหว่าง 10 – 50 กิโลเมตรจากผิวดินเป็นชั้นบรรยากาศที่มีโอโซนหนาแน่นที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นชั้นที่ผลิตแหล่งก๊าซโอโซน โดยชั้นโอโซนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกัน ปกป้องพืชและสัตว์จากรังสีที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี (UV-B) ซึ่งเป็นรังสีที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและธรรมชาติหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2210278325/b5f93b2c4ffdb20f26a2171ce14e3d75/IMG_1578.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-08 11:53:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781448040</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไม่รู้ๆๆ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781575694</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นาย พีรพัฒน์  ลุงตะ ชั้นม.4/7 เลขที่18</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษทางอากาศ</p><p>1ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>  เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหมฉุน</p><p>เมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis)</p><p><br/></p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน</p><p>ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p><br/></p><p>3.โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>            แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีน</p><p>ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p><br/></p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น</p><p>หากได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์จากการหายใจในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย สับสน การมองเห็นผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และมีการหายใจที่เร็วขึ้น กรณีได้รับเป็นปริมาณมากๆ จะทำให้เกิดภาวะหมดสติ ชัก ภาวะช็อก กดการหายใจรวมทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาวะสมองบวม และอาจเสียชีวิตได้ ถ้าหากไม่เสียชีวิตหลังจากที่ได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์ปริมาณมากๆ แล้วก็มักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาทตามมา เช่น ภาวะหลงลืม (dementia) จิตเภท การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ภาวะอารมณ์ผิดปกติ บุคลิกภาพที่เปลี่ยนไป</p><p><br/></p><p>5.คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): </p><p>เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>6.คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2):</p><p> เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2053384244/4ab5979e21c35c840d4c67d6c162ec83/inbound6945009115702414174.webp" />
         <pubDate>2023-11-08 13:33:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/30m89dmgrit2b3c3/wish/2781575694</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
