<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ส่งข่าวปลอม ม.3 FakeNews by Watyangen School</title>
      <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn</link>
      <description>ให้นักเรียนค้นหาข่าวปลอมคนละ 1 ข่าวและส่งมา 10 คะแนน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-06-17 06:02:15 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-06-17 06:30:47 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ข่าวปลอม </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223773040</link>
         <description><![CDATA[<h1>ข่าวลวง “เนื้อดิบ” ป้องกันโควิด-19</h1><div><br>สถานการณ์แพร่ระยาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีมูลความจริงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในประเด็นเดิมมๆ ก็ยังคงวนกลับมาให้เห็นซ้ำอีก<br>&nbsp;<br>ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีผู้แจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบข่าวลวงมายัง <a href="http://www.cofact.org/">www.cofact.org</a> กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่าเนื้อดิบมีสรรพคุณเป็นยาป้องกันและรักษาโควิด-19 ได้&nbsp; โดยผลการตรวจสอบได้ข้อสรุปว่าเป็นข่าวลวง เพราะไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ยืนยันแน่ชัดว่าการรับประทานเนื้อดิบจะสามารถช่วยป้องกันโรคโควิด-19 ได้ อีกทั้งการรับประทานเนื้อดิบอาจมีผลทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ<br>&nbsp;<br>ข่าวลวงเรื่องเนื้อดิบป้องกันรักษาโควิด-19 นั้นเคยถูกเผยแพร่ออกมาครั้งแรกช่วงที่ประเทศไทยพบการระบาดเมื่อปลายเดือน ก.พ. 2563 (ปีที่แล้ว)<br>&nbsp;<br>โดยทางเพจสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลกมีคำเตือน ให้งดกินของดิบ ปลาดิบชั่วคราว เพราะนอกจากจะไม่ช่วยรักษาหรือป้องกันไวรัสโควิด-19 แล้วยังสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ติดไวรัสโควิด-19 อีกด้วย ทั้งนี้เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ทนความร้อนสามารถถูกทำลายได้ด้วยการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส<br>&nbsp;<br>ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนิยมรับประทานปลาดิบเป็นจำนวนมาก ทางเพจสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จึงทำการโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำผู้นิยมกินของดิบ เช่น ปลาดิบ ซาเซมิ ให้หลีกเลี่ยงชั่วคราว เนื่องจากสุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีข้อความเตือน ดังนี้<br>&nbsp;<br>เชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ทนความร้อน และถูกทำลายได้ด้วยวิธีการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส<br>องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงแนะนำให้ 1)หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก<br>และ(2) จัดการกับเนื้อสัตว์ดิบ นมดิบ หรืออวัยวะของสัตว์ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหารที่รับประทานสด<br>&nbsp;<br>ญี่ปุ่นมีการรับประทานปลาดิบ เนื้อสดกันเยอะ ช่วงนี้เลี่ยงการรับประทานปลาดิบ เนื้อสด ของดิบไปก่อน<br>&nbsp;<br>ไม่เพียงเท่านี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความไขข้อสงสัยเรื่องการรับประทานอาหารทะเลในช่วงที่โควิดระบาด<br>&nbsp;<br>โดยระบุว่า อาหารทะเลโดยมากจะต้องทำความเย็นหรือแช่แข็งเพื่อให้คงคุณภาพได้ดี ถ้าชาวประมง ผู้ขาย มีการติดเชื้อโควิด-19 โอกาสที่จะเชื้อปนเปื้อนอยู่ในอาหารทะเลและไวรัสคงชีวิตอยู่ได้นาน จึงมีความเป็นไปได้ ที่จะตรวจพบไวรัสในอาหารทะเลแช่เย็น เช่นการตรวจพบในปลาแซลมอน กุ้งนำเข้าในประเทศจีน<br>&nbsp;<br>การติดต่อของโรคโควิด-19 ผ่านทางอาหารทะเล มีการตั้งข้อสงสัยในประเทศจีน อย่างไรก็ตามอาหารทะเลสามารถบริโภคได้ถ้าปรุงสุก ความร้อนสามารถทำลายไวรัสได้อย่างแน่นอน โควิด-19 สามารถทำลายด้วยความร้อน 56 องศานานครึ่งชั่วโมง และถ้าความร้อนสูงขึ้นระยะเวลาก็จะสั้นลง โดยทั่วไปแล้วถ้าความร้อนสูงกว่า 85 องศา ก็จะมั่นใจในการทำลายไวรัสได้ และถ้าต้มให้เดือดที่อุณหภูมิ 100 องศาไวรัสจะถูกทำลายทันที<br>&nbsp;<br>ในช่วงที่มีการระบาดของโรคจึงไม่ควรรับประทานอาหารทะเลดิบหรือไม่สุก สิ่งที่จะต้องคำนึงคือการจับต้องกับอาหารทะเล ที่แช่เย็นมา จะต้องล้างมือให้สะอาด และชำระล้างอาหารทะเล โดยใช้น้ำสะอาดให้มีปริมาณมากพอ และจะต้องทำความสะอาดมือด้วยสบู่ ถ้าเป็นไปได้ควรใส่ถุงมือและล้างถุงมือ หรือใช้แบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทุกครั้งต้องล้างมือก่อนจับต้องใบหน้า<br>&nbsp;<br>ในระบบนำส่งอาหารทะเล ก็จะต้องมีมาตรการควบคุมดูแลเรื่องความสะอาด ตลอดเส้นทาง<br>&nbsp;<br>อุตสาหกรรมอาหารทะเล โรงงาน จะต้องหมั่นตรวจดูคนงาน และอาจจำเป็นต้องสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการของโรค<br>&nbsp;<br>อาหารทะเลยังคงรับประทานได้ตามปกติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากโดยเฉพาะ ปลาทะเล แต่ขั้นตอนตั้งแต่ผลิตหรือจับมาจากชาวประมง จำหน่าย การเตรียมมาทำอาหาร ทุกขั้นตอนให้คำนึงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย ในการจับต้องกับอาหารทะเลแช่เย็นหรือแช่แข็ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน<br>&nbsp;<br>ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อดิบ ปลาดิบ อาหารทะเลดิบ นอกจากจะไม่สามารถช่วยป้องกันรักษาไวรัสโควิด-19 ได้แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเป็นพยาธใบไม้ในตับอีกด้วย<br>&nbsp;<br>หมายเหตุ : ภาพจาก https://www.thaihealth.or.th/</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:09:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223773040</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่งข่าวปลอมของจิรายุส เสืออยู่สาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223773256</link>
         <description><![CDATA[<div>ตามที่มีการเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับ<strong>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อนุญาตบริษัท เงินด่วนจำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์</strong> ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น <strong>เป็นข้อมูลเท็จ<br></strong><br></div><div>จากกรณีที่มีการโพสต์เชิญชวนเกี่ยวกับเรื่องการเงินโดยมีการแนบเอกสารที่มีเนื้อหาระบุว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อนุญาตบริษัท เงินด่วนจำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีบริษัทที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าเงินด่วน และ ลงท้ายด้วยเงินด่วนอยู่ทั้งหมด 73 บริษัท เช่น บริษัท เงินด่วนปังปัง จำกัด บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด เป็นต้น แต่ในฐานข้อมูลไม่พบชื่อ บริษัท เงินด่วน จำกัด แต่อย่างใด&nbsp;<br><br></div><div><br></div><div>ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.dbd.go.th/ หรือโทร 1570<br><br></div><div><strong>บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่พบฐานข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลของ บริษัท เงินด่วน จำกัด แต่อย่างใด<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://shorturl.asia/bkfzH" />
         <pubDate>2022-06-17 06:09:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223773256</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข่าวปลอม อย่าแชร์! สัปปายะ สมุนไพรตำรับไทย ฟื้นฟูปอดและรักษาภาวะ Long Covid</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223775649</link>
         <description><![CDATA[<div>ตามที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่อง<strong>สัปปายะ สมุนไพรตำรับไทย ฟื้นฟูปอดและรักษาภาวะ Long Covid</strong> ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น <strong>เป็นข้อมูลเท็จ<br></strong><br></div><div>จากกรณีที่มีการโฆษณาชวนเชื่อระบุว่า ภาวะ Long Covid ใช้ตำรับยาที่ช่วยฟื้นฟูปอด หลังติดเชื้อ มีอาการหายใจไม่เต็มอิ่ม เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ไอเรื้อรัง ใช้สัตตะโกฐ และตรีผลา สำหรับฟื้นฟูปอด ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า สัปปายะ สมุนไพรตำรับไทย พบว่าเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรจำนวน 2 ตำรับด้วยกัน ตำรับแรกชื่อตำรับสัปปายะ สัตตะโกฐ เป็นตำรับที่มีสมุนไพร 7 ชนิด เป็นส่วนประกอบ คือ โกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐจุฬาลัมพา โกฐเขมา โกฐก้านพร้าวและโกฐกระดูก และตำรับที่ 2 ชื่อ ตำรับสัปปายะ ตรีผลา เป็นตำรับที่มีสมุนไพร 3 ชนิด เป็นส่วนประกอบ คือ สมอไทย สมอพิเภกและมะขามป้อม<br><br></div><div>อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้ง 2 ตำรับดังกล่าว มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ คือ ช่วยฟื้นฟูปอดจากสภาวะ Long Covid ซึ่งจากการสืบค้นในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ไม่พบผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวว่าได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อีกทั้งจากการตรวจสอบในปัจจุบันนี้ ยังไม่พบปรากฏงานวิจัยที่ยืนยันประสิทธิผลในการใช้ฟื้นฟูปอดจากสภาวะ Long Covid จากสมุนไพรดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวนี้<br><br></div><div><br></div><div>ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1556 และสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th<br><br></div><div><strong>บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าว ไม่ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และยังไม่พบงานวิจัยที่ยืนยันประสิทธิผลในการใช้ฟื้นฟูปอดจากสภาวะ Long Covid จากสมุนไพรดังกล่าวแต่อย่างใด<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:13:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223775649</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่งข่าวปลอม วรพงศ์ ปุริเส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223776055</link>
         <description><![CDATA[<div>ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์ประเด็นที่ว่า<strong>ธ.กรุงไทย เปิดสินเชื่อกรุงไทยเพื่อนักสู้ ดอกเบี้ย 0.5% ผ่อนนาน 48 เดือน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้</strong> ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยธนาคารกรุงไทย พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น <strong>เป็นข้อมูลเท็จ<br></strong><br></div><div>กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า ธ.กรุงไทย เปิดสินเชื่อกรุงไทยเพื่อนักสู้ ดอกเบี้ย 0.5% ผ่อนนาน 48 เดือน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้ ทางธนาคารกรุงไทยขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง เพราะธนาคารไม่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อดังกล่าว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริการกู้เงินผ่านไลน์ตามที่ปรากฏในโฆษณาแต่อย่างใด ซึ่งได้มีการนำโลโก้ของธนาคารไปใช้ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ทั้งที่ธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ตามที่มีการแอบอ้าง ทั้งนี้การโฆษณาเชิญชวนโดยแอบอ้างชื่อและโลโก้ของธนาคารจะทำให้ลูกค้ารวมถึงประชาชนคนอื่น ๆ เข้าใจผิดจนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้&nbsp;<br><br></div><div><br></div><div>ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งหากประชาชนมีความสนใจรับทราบข่าวสารหรือผลิตภัณฑ์ของธนาคาร สามารถตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ www.krungthai.com เฟซบุ๊ก Krungthai Care หรือโทร Contact Center โทร 02-111-1111<br><br></div><div><strong>บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ธนาคารไม่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อดังกล่าวและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริการกู้เงินผ่านไลน์ที่ปรากฏในโฆษณาแต่อย่างใด<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:13:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223776055</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข่าวบิดเบือน หินปูนที่สะสมบริเวณเต้านม ก่อตัวขึ้นจากเลือดเป็นกรดมาก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223778571</link>
         <description><![CDATA[<div>ตามที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับเรื่อง<strong>หินปูนที่สะสมบริเวณเต้านม ก่อตัวขึ้นจากเลือดเป็นกรดมาก</strong> ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น <strong>เป็นข้อมูลบิดเบือน<br></strong><br></div><div>จากการบอกต่อข้อมูลโดยระบุว่า หินปูนที่มาสะสมที่เต้านม​​ ก่อตัวขึ้นก็เพราะเลือดเราเป็นกรดมากไป ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า หินปูนที่พบในเนื้อเยื่อที่เต้านม เกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันตั้งแต่การอักเสบทั้งชนิดติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ รวมถึงโรคเนื้องอกที่เกิดจากการแบ่งตัวมากผิดปกติของเซลล์ จนมีเซลล์ที่ตายลงแล้วมีแคลเซียมเข้าไปสะสม หรือเกิดจากแคลเซียมที่เกาะตามผนังหลอดเลือดฝอยเล็ก ๆ ตามอายุ และเป็นลักษณะที่จะพบในมะเร็งเต้านมบางชนิดด้วย ดังนั้นภาวะเลือดเป็นกรด ไม่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของหินปูนในเนื้อเยื่อต่าง ๆ (calcinosis) แต่เกิดจากการทำงานของไตที่ควบคุมภาวะกรดด่างในเลือด หากเกิดขึ้นจะส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเฉียบพลัน หรืออาจเป็นอันตรายต่อชีวิต<br><br></div><div><br></div><div>ดังนั้นข้อมูลและภาพที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน จึงขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.rajavithi.go.th หรือโทร 02 206 2900<br><br></div><div><strong>บทสรุปของเรื่องนี้คือ : หินปูนในเนื้อเยื่อเต้านม เกิดจากสาเหตุตั้งแต่การอักเสบทั้งชนิดติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ แต่เลือดเป็นกรดไม่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของหินปูนในเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยไตทำหน้าที่ควบคุมภาวะกรดด่างในเลือด<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:16:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223778571</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่งข่าวปลอมของ ธนโชติ นุชท่าโพ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223778933</link>
         <description><![CDATA[<div>ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลภัยพิบัติประเด็นเรื่อง<strong>เหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดในตองกา ส่งผลกระทบทำให้เกิดสึนามิบริเวณฝั่งถึงอ่าวไทย</strong> ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น <strong>เป็นข้อมูลเท็จ<br></strong><br></div><div>จากกรณีที่มีการโพสต์ให้ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ว่า เหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดในตองกา จะส่งผลกระทบถึงประเทศไทย โดยจะเกิดสึนามิบริเวณฝั่งถึงอ่าวไทยตอนล่างนั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ข่าวสารดังข้างต้นมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ปฏิบัติงานตามมาตรฐาน มีหน้าที่ รับผิดชอบในการตรวจ เฝ้าระวัง และให้บริการข่าวสารด้านแผ่นดินไหวและสึนามิจาก ซึ่งผลการตรวจสอบ พบว่าสึนามิที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลอันดามันและชายฝั่งอ่าวไทย ของประเทศไทย<br><br></div><div><br></div><div>ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th, Facebook: กรมอุตุนิยมวิทยา, Application: Thai weather หรือติดต่อสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง)<br><br></div><div><strong>บทสรุปของเรื่องนี้คือ : สึนามิที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก จะไม่ส่งผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลอันดามันและชายฝั่งอ่าวไทย ของประเทศไทยแต่อย่างใด<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:17:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223778933</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิญญา เขียวใจดี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223780991</link>
         <description><![CDATA[<div>ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง<strong>สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เผยเลขลับเฉพาะวงในทุกงวด</strong> ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว <strong>เป็นข้อมูลเท็จ<br></strong><br></div><div>กรณีที่มีการบอกต่อข้อมูลโดยระบุว่า เผยเลขลับเฉพาะวงในทุกงวด ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า มีการนำตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต โดยที่การออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่า สามารถให้เลขที่ถูกรางวัลได้นั้นไม่เป็นความจริง จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่ส่งจดหมายหลอกลวงหรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ทั้งนี้ สำนักงานฯ ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง<br><br></div><div><br></div><div>ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.glo.or.th หรือโทร. 02 5289999<br><br></div><div><strong>บทสรุปของเรื่องนี้คือ : มีการนำตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต โดยที่การออกรางวัลของสำนักงาน ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:19:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223780991</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่งข่าวปลอม  พงศพันธ์  บัวหอม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223781874</link>
         <description><![CDATA[<h1>ข่าวปลอม อย่าแชร์! โรงพยาบาลสงฆ์ กำลังขาดแคลนสิ่งของจำเป็น</h1><div><br>วันที่ 30 พฤษภาคม 2565 เพจเฟสบุ๊ค "โรงพยาบาลสงฆ์ PriestHospital" ขอประชาสัมพันธ์ จากกรณีที่มีข้อความ โพสและส่งต่อแชร์ข้อความตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ขอรับบริจาคของโรงพยาบาลสงฆ์ ว่ากำลังขาดแคลนสิ่งของจำเป็นโรงพยาบาลสงฆ์ ขอชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลสงฆ์ ไม่ได้ขาดแคลนสิ่งของตามที่ต้นทางระบุ<br>เนื่องจากยังมีข่าวปลอมเรื่อง รพ.สงฆ์ ขาดแคลน เครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับพระอาพาธออกมาอยู่อย่างต่อเนื่องขอได้โปรด <strong>อย่าหลงเชื่อและติดตามข้อมูลสิ่งที่ควรบริจาคและเว้นการบริจาคให้ website ของ รพ.สงฆ์เองเท่านั้น</strong><br>ทั้งนี้ หากท่านใดต้องการบริจาคสิ่งต่างๆให้โรงพยาบาลสงฆ์ สามารถบริจาคได้ตามปกติ<br>ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กลุ่มงานบริหารทั่วไป โทร 02-6409537-46 ต่อ1322-1323 หรือ website: <a href="https://www.priest-hospital.go.th/?fbclid=IwAR3sCikwjKip5YN9VI4ElPjjhH7Pfb94HqtvFBYtYvzr0tYk_XgO0Pi5uXM">https://www.priest-hospital.go.th</a><br>&nbsp;<br>&nbsp;<br><br></div><h1>ข่าวปลอม อย่าแชร์! โรงพยาบาลสงฆ์ กำลังขาดแคลนสิ่งของจำเป็น</h1><div><br>วันที่ 30 พฤษภาคม 2565 เพจเฟสบุ๊ค "โรงพยาบาลสงฆ์ PriestHospital" ขอประชาสัมพันธ์ จากกรณีที่มีข้อความ โพสและส่งต่อแชร์ข้อความตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ขอรับบริจาคของโรงพยาบาลสงฆ์ ว่ากำลังขาดแคลนสิ่งของจำเป็นโรงพยาบาลสงฆ์ ขอชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลสงฆ์ ไม่ได้ขาดแคลนสิ่งของตามที่ต้นทางระบุ<br>เนื่องจากยังมีข่าวปลอมเรื่อง รพ.สงฆ์ ขาดแคลน เครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับพระอาพาธออกมาอยู่อย่างต่อเนื่องขอได้โปรด <strong>อย่าหลงเชื่อและติดตามข้อมูลสิ่งที่ควรบริจาคและเว้นการบริจาคให้ website ของ รพ.สงฆ์เองเท่านั้น</strong><br>ทั้งนี้ หากท่านใดต้องการบริจาคสิ่งต่างๆให้โรงพยาบาลสงฆ์ สามารถบริจาคได้ตามปกติ<br>ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กลุ่มงานบริหารทั่วไป โทร 02-6409537-46 ต่อ1322-1323 หรือ website: <a href="https://www.priest-hospital.go.th/?fbclid=IwAR3sCikwjKip5YN9VI4ElPjjhH7Pfb94HqtvFBYtYvzr0tYk_XgO0Pi5uXM">https://www.priest-hospital.go.th</a><br>&nbsp;<br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:21:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223781874</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนเพจ ด.ช.วีรภาพ คุยดี ข่าวปลอมFacebook เชิญชวนลงทุนให้ผลตอบแทนสูง และมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้สนใจหรือโพสต์คอมเม้นท์ว่าได้รับการควบคุม/รับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงาน ก.ล.ต. พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จจากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์โดยระบุข้อความเชิญชวนลงทุนหลักพันได้กำไรหลักพันหรือรับปันผลหลักหมื่นต่อเดือน และมีการโพสต์คอมเม้นท์ว่าได้รับใบรับรองจาก สำนักงาน ก.ล.ต. หรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อยู่ภายใต้ความควบคุมของสำนักงาน ก.ล.ต.  ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวมีการแอบอ้างที่อาจทำให้ผู้พบเห็นหรือได้รับข้อความดังกล่าวหลงเชื่อว่าสำนักงาน ก.ล.ต. ให้การรับรอง/ควบคุมและอาจเกิดความเสียหายได้ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ  นอกจากนี้ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อไม่ให้ถูกหลอกลวงลงทุน โดยรูปแบบการชักชวนลงทุนที่เข้าข่ายหลอกลวงอาจมีลักษณะ ดังนี้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223782659</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:22:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223782659</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศิริธิดา ศรีรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223783800</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>กระทรวงดิจิทัลฯ ยันยังไม่มีการประกาศพื้นที่ หรือเขตควบคุมพิเศษใด ๆ วอนประชาชนตรวจสอบก่อนแชร์ข้อมูลทางสื่อออนไลน์ ห่วงใยกับเหตุการณ์ที่มีรายงานเกี่ยวกับระเบิดป่วนเมืองหลายจุด ตามที่มีรายงานเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบและทำให้เกิดการตื่นตระหนกของประชาชน รวมทั้งมีการแชร์ภาพ ข้อความต่าง ๆ ที่ทำให้ตื่นตระหนก โดยไม่มีการกลั่นกรอง คัดกรองกันก่อน</strong><br><br></div><div>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่าตามรายงานข่าวพื้นที่ประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษนั้น ยังยืนยันว่ายังไม่มีการประกาศพื้นที่ หรือเขตควบคุมพิเศษใด ๆ และฝ่ายความมั่นคงได้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณสำคัญทุกพื้นที่แล้ว และขอความร่วมมือจากประชาชนพี่น้อง 2 เรื่องด้วยกันคือ ก่อนส่งต่อข้อมูลควรตรวจสอบให้แน่ชัด เพราะการส่งต่อข่าวลักษณะดังกล่าวจะสร้างความตระหนกให้กับสังคมสับสนได้ และส่วนที่ 2 คือขอให้ใช้ประโยชน์จากสื่อโซเซียลในมิติที่เป็นประโยชน์ ด้วยการช่วยการสอดส่องดูแลสิ่งที่จะเห็นว่าเป็นสิ่งผิดปกติ และไม่ตื่นตระหนกโดยไม่มีการกลั่นกรองความถูกต้องต่าง ๆ โดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดีย ต่าง ๆ แชร์ ส่งต่อข้อความที่จะทำให้มีความตระหนกตกใจกัน<br><br></div><div>อันเนื่องมาจากข่าวระเบิดป่วนเมืองที่ปรากฏตามเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ในวันนี้ ( 2 ส.ค.)&nbsp; การก่อความไม่สงบและทำให้เกิดการตื่นตระหนกของประชาชน รวมทั้งมีการแชร์ภาพ ข้อความต่าง ๆ ที่ทำให้ตื่นตระหนก โดยไม่มีการกลั่นกรอง คัดกรองกันก่อนเกี่ยว กระทรวงดิจิทัลฯ ห่วงใย และจะเร่งดำเนินการงานด้านดิจิทัลเพื่อความมั่นคง หาแนวทางในการจัดตั้งศูนย์<br>คัดกรอง กลั่นกรอง ป้องกันเรื่องของข่าวปลอม หรือ Fake News Center เน้นสื่อสารข่าวการเตือนภัยพิบัติและข่าวลวงด้านความมั่นคง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และลดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง<br><br></div><div>นายพุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึงกระบวนการทำงานของ Fake News Center จะต้องมีการดำเนินการให้มีความรวดเร็ว ตรวจสอบให้ได้รับรู้ถึงความถูกต้องและมีวิธีการบริหารจัดการข่าวปลอมให้ได้เร็วที่สุด โดยจะมีทีมงานติดตามและคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ มีคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่มีแนวโน้มเป็นข่าวปลอม ทีมงานดำเนิน<br>ขั้นตอนการตอบโต้ข่าวสารปลอม และเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง ตลอดจนคณะทำงานประสานตรวจสอบข้อมูลและจัดทำข้อมูลที่ถูกต้อง<br><br></div><div>“ด้วยความห่วงใยต่อประชาชน และประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลฯ จะแจ้งให้ประชาชนระมัดระวังกับปัญหาที่เกิดจากสื่อหลอกลวงด้วยภาพหรือข้อความที่เป็นเท็จ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่หวังดีมีวัตถุประสงค์สร้างความปั่นป่วนในสังคม ต้องการสร้างกระแสในสังคม และด้วยเพราะสื่อสังคมออนไลน์ ที่การกดแชร์สามารถทำได้ง่ายจึงทำให้เกิดการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้น โดยที่ยังไม่ได้ทบทวนหรือพิจารณาความเป็นจริงของข้อมูลก่อน และเมื่อมีการส่งต่อกันอย่างแพร่หลาย ทำให้เกิดกระแสความเชื่อที่ผิดในสังคม กลายเป็น “ข่าวลวง” (Fake News) ที่กลายเป็นผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว” นายพุทธิพงษ์ ฯ กล่าว<br><br></div><div>ด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. กล่าวเสริมว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ในเหตุการณ์เช้าวันนี้ สร้างความสับสนให้แก่พี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงวอนพี่น้องประชาชนก่อนที่จะส่งข้อมูลที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสังคม ควรเช็คให้ชัวร์ก่อนอาจจะเช็คจากเว็ปต์สำนักข่าวที่น่าเชื่อถือได้ หรือหน่วยงานอื่นๆก่อน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:23:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223783800</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วรนุช พันอินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223784667</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>เป็นกระแสดังมาก ถึงเรื่องการห้ามกินยาพาราเซตามอล ที่เขียนว่า P-500 บนแผง เพราะมีไวรัสมาชูโปปนเปื้อนในยาพาราเซตามอล แบบ 500 mg ซึ่งมีอันตรายถึงตาย<br>ซึ่งข่าวนี้ อย. เช็คแล้ว ไม่เป็นความจริง<br></strong><br></div><div><strong>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบพบว่า </strong>ภาพแผงยาที่ถูกแชร์นั้นเป็นยาที่ผลิตจากประเทศอินเดีย ยืนยันว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียนที่ประเทศไทยและไม่มีวางขายที่ประเทศไทยแน่นอน อีกประเด็นคือ เชื้อมาชูโปไวรัส เป็นเชื้อที่ไม่สามารถเจริญเติบโตในที่แห้ง การที่จะปนเปื้อนเชื้อดังกล่าวในยาพาราเซตามอลนั้นจึงมีความเป็นไปได้น้อยมาก<br><br></div><div>ดังนั้น ในประเทศไทย ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่า สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ตามปกติ<br><br></div><div>อย่างไรก็ตาม การผลิตยาในประเทศไทยต้องใช้หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา (GMP) ในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน และมีการกำกับดูแลทั้งก่อนออกสู่ตลาดและหลังออกสู่ตลาด<br><br></div><div>แต่หากพบว่ายาใดมีการปนเปื้อนของสารอันตราย ไม่ปลอดภัยในการใช้ อย.จะเรียกเก็บยาคืน และแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคทราบโดยเร็ว<br>มีสติก่อนแชร์ อย่าหลงเชื่อแหล่งข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบเช็คให้ชัวร์ก่อน แชร์ทุกครั้งนะ<br><br></div><div>เรื่องราวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง<br><br></div><div><a href="https://oryor.com/oryor2015/news-update-detail.php?cat=&amp;id=559">อย. เปิดรับฟังความคิดเห็น กรณียาพาราเซตามอล</a><br><a href="https://oryor.com/oryor2015/news-update-detail.php?cat=&amp;id=1102">อย. ย้ำ ข่าวยาพาราเซตามอลมีไวรัสปนเปื้อน ไม่เป็นความจริง อย่าเชื่อ อย่าแชร์ อย่าตระหนก<br></a><br></div><div>ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์ กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค 12 มีนาคม 2560<br>ข่าวแจก 31 /ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560<br><a href="https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_specify/434">www.oryor.com<br></a><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:24:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223784667</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนตรดาว เขียวใจดี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223786013</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ใบหน้าอ่อนกว่าวัยด้วย 3 สูตรพอกหน้า ช่วยลดอายุไป 20 ปี ได้จริงหรือ?</strong><br><br></div><div>ไม่มีข้อมูลปริมาณสารอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในส่วนประกอบของสูตรพอกหน้าดังกล่าว การนำผัก ผลไม้ เช่น กล้วยน้ำว้า ผสมน้ำผึ้ง น้ำมะนาว มาทาหรือพอกผิว อาจช่วยบำรุงผิวได้บ้าง แต่น้ำมะนาว มะขาม ที่มีสารเป็นกรดผลไม้อ่อนๆ ใช้มากไป จะทำให้เกิดการระคายต่อผิว แสบ คัน บวมแดงหรือเกิดอาการแพ้ได้<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div>การนำพืช ผัก ผลไม้ เช่น กล้วยน้ำว้า มันฝรั่ง ผสมน้ำผึ้ง น้ำมะนาว มาทา/พอกผิว เพื่อบำรุงผิว มีความเป็นไปได้ ที่ช่วยบำรุงผิวได้บ้าง น้ำมะนาว มะขาม มีสารที่เป็นกรดผลไม้อ่อนๆ จะช่วยกระต้นให้ผิวชั้นนอกหลุดลอกออกไป แต่หากใช้มากเกินไป จะทำให้เกิดการระคายต่อผิว แสบ คัน บวมแดงหรือเกิดอาการแพ้ได้&nbsp; หากต้องการนำไปใช้ควรระมัดระวัง เรื่องความสะอาด ระวังอย่าให้เข้าตา ใช้แล้วล้างออก และควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้โดยทาที่หลังใบหู หรือใต้ท้องแขนเล็กน้อย ทิ้งไว้ 24-48 ชม. หากไม่มีอาการจึงจะใช้ได้<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div>ที่มา:&nbsp; กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:26:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223786013</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข่าวปลอมอย่าแชร์! ผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223788397</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ตามที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ<br></strong><br></div><div>กรณีที่มีการแชร์ข้อความว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น<br><br></div><div>รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div><br></div><div>เมื่อคนรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน โดยอาการเริ่มแรกจะมีไข้ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85%<br><br></div><div>ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ&nbsp; และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมควบคุมโรค สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ddc.moph.go.th หรือโทร 1422 ได้ตลอด 24 ชม.<br><br></div><div>บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่เป็นความจริงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีดาษลิง และเชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิดโดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะรวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div>อ่านข่าวข้างต้น :<br><br></div><div><a href="https://www.hfocus.org/content/2022/05/25144Monday,%2023%20May%202022%20%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%AF%20%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%20%22%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C%20-%20%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%22%20%20%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99!%20%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%22%E0%B8%9D%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%22%20%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2">&nbsp;หมอจุฬาฯ แนะ "สวมแมสก์ - เครื่องวัดอุณหภูมิ" ยังจำเป็น! ป้องกัน "ฝีดาษลิง" โรคที่ยังไม่มียารักษา<br></a><br></div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-17 06:30:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/watyangenschool/2vc72fdm2kou7zkn/wish/2223788397</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
