<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>จีระพล ประวัติคอมพิวเตอร์เบื้้องต้น by </title>
      <link>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d</link>
      <description>ประวัติคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ใบงาน 1</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-17 02:21:34 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-12 01:59:10 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f922.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ยุคที่1</title>
         <author>oom0635277805</author>
         <link>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895731348</link>
         <description><![CDATA[<div><br>เป็นการประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มิใช่เครื่องคำนวณ โดยเมาช์ลีและเอ็กเคอร์ต (Mauchly and Eckert) ได้นำแนวความคิดนั้นมาประดิษฐ์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากเครื่องหนึ่งเรียกว่า ENIAC (Electronic Numericial Integrator and Calculator) ซึ่งต่อมาได้ทำการปรับปรุงการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น &nbsp; และได้ประดิษฐ์เครื่อง UNIVAC (Universal Automatic Computer) ขึ้นเพื่อใช้ในการสำรวจสำมะโนประชากรประจำปี จึงนับได้ว่า UNIVAC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่ถูกใช้งานในเชิงธุรกิจ ซึ่งนับเป็นการเริ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคแรกอย่างแท้จริง เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ใช้หลอดสุญญากาศในการควบคุมการทำงานของเครื่อง ซึ่งทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่มีขนาดใหญ่มากและราคาแพง ยุคแรกของคอมพิวเตอร์สิ้นสุดเมื่อมีผู้ประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์มาใช้แทนหลอดสูญญากาศ&nbsp; <br>&nbsp;<strong>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 1</strong><br><strong>1.</strong>ใช้อุปกรณ์ หลอดสุญญากาศ (Vacuum Tube) เป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก และเกิดความร้อนสูง<br><strong>2.</strong>ทำงานด้วยภาษาเครื่อง (Machine Language) เท่านั้น<br><strong>3.</strong>เริ่มมีการพัฒนาภาษาสัญลักษณ์ (Assembly / Symbolic Language) ขึ้นใช้งาน)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1459443090/c5054801f947e509366665d03ff7df87/1.gif" />
         <pubDate>2021-11-17 02:25:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895731348</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่ 2</title>
         <author>oom0635277805</author>
         <link>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895735106</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br>มีการนำทรานซิสเตอร์ มาใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์จึงทำให้เครื่องมีขนาดเล็กลง และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มีความรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในยุคนี้ยังได้มีการคิดภาษาเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เช่น ภาษาฟอร์แทน (FORTRAN) จึงทำให้ง่ายต่อการเขียนโปรแกรมสำหรับใช้กับเครื่อง<br><br><strong>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 2</strong></div><ul><li>ใช้อุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) ซึ่งสร้างจากสารกึ่งตัวนำ (Semi-Conductor) เป็นอุปกรณ์หลัก แทนหลอดสุญญากาศ เนื่องจากทรานซิสเตอร์เพียงตัวเดียว มีประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่าหลอดสุญญากาศได้นับร้อยหลอด ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดเล็ก ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย ความร้อนต่ำ ทำงานเร็ว และได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น</li><li>เก็บข้อมูลได้ โดยใช้ส่วนความจำวงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic Core)</li><li>มีความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันของวินาที (Millisecond : mS)</li><li>สั่งงานได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากทำงานด้วยภาษาสัญลักษณ์ (Assembly Language)</li><li>เริ่มพัฒนาภาษาระดับสูง (High Level Language) ขึ้นใช้งานในยุคนี้</li></ul><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1459443090/9a4a90da956b9355720dfdc804e0f39b/2.gif" />
         <pubDate>2021-11-17 02:26:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895735106</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่3</title>
         <author>oom0635277805</author>
         <link>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895743481</link>
         <description><![CDATA[<div><br>คอมพิวเตอร์ในยุคนี้เริ่มต้นภายหลังจากการใช้ทรานซิสเตอร์ได้เพียง 5 ปี เนื่องจากได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเกี่ยวกับวงจรรวม (Integrated-Circuit) หรือเรียกกันย่อๆ ว่า "ไอซี" (IC) ซึ่งไอซีนี้ทำให้ส่วนประกอบและวงจรต่างๆ สามารถวางลงได้บนแผ่นชิป (chip) เล็กๆ เพียงแผ่นเดียว จึงมีการนำเอาแผ่นชิปมาใช้แทนทรานซิสเตอร์ทำให้ประหยัดเนื้อที่ได้มาก&nbsp; นอกจากนี้ยังเริ่มมีการใช้งานระบบจัดการฐานข้อมูล (Data Base Management Systems : DBMS) และมีการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานร่วมกันได้หลายๆ งานในเวลาเดียวกัน และมีระบบที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับเครื่องได้หลายๆ คน พร้อมๆ กัน (Time Sharing)<br><br><strong>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 3</strong><br><strong>1.</strong>ใช้อุปกรณ์ วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) หรือ ไอซี และวงจรรวมสเกลขนาดใหญ่ (Large Scale Integration : LSI) เป็นอุปกรณ์หลัก<br><strong>2.</strong>ความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในล้านของวินาที (Microsecond : mS) (สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 ประมาณ 1,000 เท่า)<br><strong>3.</strong>ทำงานได้ด้วยภาษาระดับสูงทั่วไป</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1459443090/f33e9966c31dc99297d373e0ebb572da/3.jpg" />
         <pubDate>2021-11-17 02:29:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895743481</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่4</title>
         <author>oom0635277805</author>
         <link>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895754369</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นยุคที่นำสารกึ่งตัวนำมาสร้างเป็นวงจรรวมความจุสูงมาก (Very Large Scale Integrated : VLSI) ซึ่งสามารถย่อส่วนไอซีธรรมดาหลายๆ วงจรเข้ามาในวงจรเดียวกัน และมีการประดิษฐ์ ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) ขึ้น ทำให้เครื่องมีขนาดเล็ก ราคาถูกลง และมีความสามารถในการทำงานสูงและรวดเร็วมาก จึงทำให้มีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคนี้<br><br><strong>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 4</strong><br><strong>1.</strong>ใช้อุปกรณ์ วงจรรวมสเกลขนาดใหญ่ (Large Scale Integration : LSI) และ วงจรรวมสเกลขนาดใหญ่มาก (Very Large Scale Integration : VLSI) เป็นอุปกรณ์หลัก<br><strong>2</strong>.มีความเร็วในการประมวลผลแต่ละคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันล้านวินาที (Nanosecond : nS) และพัฒนาต่อมาจนมีความเร็วในการประมวลผลแต่ละคำสั่ง ประมาณหนึ่งในล้านล้านของวินาที (Picosecond : pS)&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1459443090/16a212c84b44269be3f6b13ff6c9546b/4.gif" />
         <pubDate>2021-11-17 02:34:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895754369</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่5</title>
         <author>oom0635277805</author>
         <link>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895762618</link>
         <description><![CDATA[<div>ในยุคนี้ ได้มุ่งเน้นการพัฒนา ความสามารถในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และ ความสะดวกสบายในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างชัดเจน มีการพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็กขนาดเล็ก (Portable Computer) ขึ้นใช้งานในยุคนี้</div><div>โครงการพัฒนาอุปกรณ์ VLSI ให้ใช้งานง่าย และมีความสามารถสูงขึ้น รวมทั้งโครงการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นหัวใจของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ โดยหวังให้ระบบคอมพิวเตอร์มีความรู้ สามารถวิเคราะห์ปัญหาด้วยเหตุผล<br><strong>องค์ประกอบของระบบปัญญาประดิษฐ์ ประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่<br>1. ระบบหุ่นยนต์ หรือแขนกล (Robotics or Robotarm System)</strong></div><div>คือหุ่นจำลองร่างกายมนุษย์ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อให้ทำงานแทนมนุษย์ในงานที่ต้องการความเร็ว หรือเสี่ยงอันตราย เช่น แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรม หรือหุ่นยนต์กู้ระเบิด เป็นต้น<br><strong>2. ระบบประมวลภาษาพูด (Natural Language Processing System)</strong> คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถสังเคราะห์เสียงที่มีอยู่ในธรรมชาติ (Synthesize) เพื่อสื่อความหมายกับมนุษย์ เช่น เครื่องคิดเลขพูดได้ (Talking Calculator) หรือนาฬิกาปลุกพูดได้ (Talking Clock) เป็นต้น<br><strong>3. การรู้จำเสียงพูด (Speech Recognition System)&nbsp;</strong></div><div>คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ และสามารถจดจำคำพูดของมนุษย์ได้อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือเป็นการพัฒนาให้เครื่อง<br>คอมพิวเตอร์ทำงานได้ด้วยภาษาพูด เช่น งานระบบรักษาความปลอดภัย งานพิมพ์เอกสารสำหรับผู้พิการ เป็นต้น<br><strong>4. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) คือ การพัฒนาให้ระบบ</strong>คอมพิวเตอร์มีความรู้ รู้จักใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ปัญหา โดยใช้ความรู้ที่มี หรือจากประสบการณ์ในการแก้ปัญหาหนึ่ง ไปแก้ไขปัญหาอื่นอย่างมีเหตุผล ระบบนี้จำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูล (Database) ซึ่งมนุษย์ผู้มีความรู้ความสามารถเป็นผู้กำหนดองค์ความรู้ไว้ในฐานข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ได้จากฐานความรู้นั้น เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์วิเคราะห์โรค หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทำนายโชคชะตา เป็นต้น&nbsp;<br><br></div><div><br><br></div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1459443090/8ebae17a2f22d23e990fb64ba4a56ef9/procom51.gif" />
         <pubDate>2021-11-17 02:37:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/oom0635277805/2uuvvkrfcxlxqs3d/wish/1895762618</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
