<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>comment  by Aekapob Koomhom</title>
      <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99</link>
      <description>แนะนำส่งเสริม</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2020-01-08 05:09:02 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-10-17 15:25:20 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f468-1f3eb.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>Aek</title>
         <author>aekapobk</author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428776684</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-08 05:11:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428776684</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>aekapobk</author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428776903</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/446188309/84fcb1ef8fdac43b7771f2d2b38c5850/IMG_6172.jpg" />
         <pubDate>2020-01-08 05:13:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428776903</guid>
      </item>
      <item>
         <title>comment แสดงความคิดเห็น แนะนำ ส่งข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาเว็บไซด์ ได้ โดยแนบ ส่งไฟล์ ภาพ และอื่นๆ มาได้ ตามนี้เลยครับ </title>
         <author>aekapobk</author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428776957</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-08 05:14:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428776957</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชอบศึกษาธรรม  ช่วยเพิ่ม ภพ ภูมิ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428778369</link>
         <description><![CDATA[<div>ให้มีรูปภาพประกอบ ด้วยครับ ตูน บางคล้า</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-08 05:29:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428778369</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพิ่มภพ ภูมิ ด้วยจร้า</title>
         <author>aekapobk</author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428782830</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="http://www.kunkroo.com/catalog.php?idp=341">http://www.kunkroo.com/catalog.php?idp=341</a><br><br>http://www.kunkroo.com/UserFiles/Image/dhamma_map750.jpg<br>ภพที่6 สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา<br>ภพที่ 7 สวรรค์ชั้นดาวดึงสา หรือดาวดึงส์<br>ภพที่ 8 สวรรค์ชั้นยามา<br>ภพที่9 สวรรค์ชั้นดุสิต<br>ภพที่ 10 สวรรค์ชั้น นิมานรดี<br>ภพที่ 11 สวรรค์ฃั้น ปรนิมมิตสวัตดี<br><strong>4 หมวดพรหมโลก<br></strong>พรหมโลกแบ่งออกเป็น 2 คือ<br><strong>1.รูปพรหม มี 16 ชั้น</strong><br>ภพที่ 12 ปริสัทชา<br>ภพที่ 13 ปุโรหิตา<br>ภพที่ 14มหาพรหมา<br>ภพที่ 15 ปริตตาภา<br>ภพที่ 16 อัปปาณาภา<br>ภพที่ 17 อาภัสรา<br>ภพที่ 18 ปริตสุภา<br>ภพที่ 19 อัปปมาณสุภา<br>ภพที่ 20 สุภภิณณหา<br>ภพที่ 21 สุเวหัปผลา<br>ภพที่ 22 อสัญญสัตตา<br>ภพที่ 23 อวิหา<br>ภพที่ 24 อตัปปา<br>ภพที่ 25 สุทัสสา<br>ภพที่ 26 สุทัสสี<br>ภพที่ 27อกนัษฐา<br><strong>2.อรูปพรหม 4 ชั้น</strong><br>ภพที่ 28อากาสาณัญจายตนะ<strong><br></strong>ภพที่ 29 วิญญาณัญจายตนะ<br>ภพที่ 30อากิญจัญญยจนะ<br>ภพที่ 31 เนวสัญานาสัญญายตนะ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-08 06:12:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428782830</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428998607</link>
         <description><![CDATA[<div>เพิ่มความเป็นโสดาบัน  <br>สกิทาคา อนา.. อรหันต์ มรรค ผล เพื่อเป็น<br>แนวทางปฏิบัติ <br> โสดาบัน <br><br></div><div>(๑)  โสดาบัน คือ <a href="http://www.uttayarndham.org/node/825">อริยบุคคล</a> บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ ๓ ชื่อว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล บุคคลใดละสังโยชน์ ๓ ได้แล้ว บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นโสดาบัน มีอันไม่ไปเกิดในอบายเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง จะได้ตรัสรู้ในเบื้องหน้า<br><br></div><div>อริยบุคคลระดับโสดาบันยังสามารถแบ่งออกเป็น 3 จำพวกคือ <a href="http://www.uttayarndham.org/node/830">เอกพีชี</a> <a href="http://www.uttayarndham.org/node/832">โกลังโกละ</a> และ<a href="http://www.uttayarndham.org/node/2053">สัตตักขัตุปรมะ<br></a><br></div><div>(๒)  เมื่อภิกษุนั้นเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งมรรคนั้นอยู่ ย่อมละสังโยชน์ ๓ นี้ คือ สักกายทิฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส<br>อนุสัย ๒ นี้ คือ ทิฐิอนุสัย วิจิกิจฉาอนุสัย ย่อมสิ้นไปด้วยโสดาปัตติมรรค<br><br></div><div><br>(๓)  โสตาปัตติยังคะ (องค์ธรรมเครื่องบรรลุโสดา) คือ<br><br></div><div>-  สัปปุริสสังเสวะ การคบสัตบุรุษ <br>-  สัทธรรมสวนะ คือ ฟังคำสั่งสอนของท่าน<br>-  โยนิโสมนสิการ คือ กระทำไว้ในใจโดยอุบายที่ชอบ<br>-  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ คือ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม<br><br></div><div>โสดาบัน คือ ผู้ซึ่งประกอบด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘<br><br>(๔) องค์แห่งพระโสดาบัน ๔ อย่าง              <br><br>๑. เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอย่างแน่นแฟ้นในพระพุทธเจ้าว่าพระผู้มีพระภาคเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นนายสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้ตื่นแล้ว เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม ฯ<br><br>๒. เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอย่างแน่นแฟ้นในพระธรรมว่า พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว อันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ฯ<br><br>๓. เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอย่างแน่นแฟ้นในพระสงฆ์ว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเป็นธรรม ปฏิบัติชอบ คือ คู่บุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ นั่นคือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ควรรับของบูชา เป็นผู้ควรรับของต้อนรับ เป็นผู้ควรรับของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นบุญเขตของชาวโลก ไม่มีเขตอื่นยิ่งกว่า<br><br>๔. ประกอบด้วยศีล ที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว อันไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไทย อันวิญญูชนสรรเสริญ อันตัณหาและทิฐิ ไม่ลูบคลำแล้ว เป็นไปเพื่อสมาธิ<br><br>(๕)  ผู้ใดรู้เห็นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เรากล่าวผู้นี้ว่า เป็นโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้เป็นเบื้องหน้า<br><br>-  อายตนะภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา <br>-  อายตนะภายนอก คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา <br>-  วิญญาณ คือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br>-  สัมผัส คือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br>-  เวทนา คือ จักขุสัมผัสสชาเวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนา ฆานสัมผัสสชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา กายสัมผัสสชาเวทนา มโนสัมผัสสชาเวทนา ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br>-  สัญญา คือ รูปสัญญา สัททสัญญา คันธสัญญา รสสัญญา โผฏฐัพพสัญญา ธรรมสัญญาไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br>-  เจตนา คือ รูปสัญเจตนา สัททสัญเจตนา คันธสัญเจตนา รสสัญเจตนา โผฏฐัพพสัญเจตนา ธรรมสัญเจตนา ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br>-  ตัณหา คือ รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหาโผฏธัพพตัณหา ธรรมตัณหา ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br>-  ธาตุ คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อากาสธาตุ วิญญาณธาตุไม่เที่ยงไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br>-  ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา<br><br>(๖)  เพราะเหตุที่พระอริยสาวกย่อมรู้ชัดซึ่งเหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ ตามความเป็นจริง นี้เรียกว่า พระอริยสาวกผู้โสดาบัน มีอันไม่ตก ต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงมีอันจะตรัสรู้ในเบื้องหน้า<br><br></div><div>สดาบัน<br><br></div><div>(๑)  โสดาบัน คือ <a href="http://www.uttayarndham.org/node/825">อริยบุคคล</a> บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ ๓ ชื่อว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล บุคคลใดละสังโยชน์ ๓ ได้แล้ว บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นโสดาบัน มีอันไม่ไปเกิดในอบายเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง จะได้ตรัสรู้ในเบื้องหน้า<br><br></div><div>อริยบุคคลระดับโสดาบันยังสามารถแบ่งออกเป็น 3 จำพวกคือ <a href="http://www.uttayarndham.org/node/830">เอกพีชี</a> <a href="http://www.uttayarndham.org/node/832">โกลังโกละ</a> และ<a href="http://www.uttayarndham.org/node/2053">สัตตักขัตุปรมะ<br></a><br></div><div>(๒)  เมื่อภิกษุนั้นเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งมรรคนั้นอยู่ ย่อมละสังโยชน์ ๓ นี้ คือ สักกายทิฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส<br>อนุสัย ๒ นี้ คือ ทิฐิอนุสัย วิจิกิจฉาอนุสัย ย่อมสิ้นไปด้วยโสดาปัตติมรรค<br><br><br>สกทาคามี<br><br></div><div>(๑)  สกทาคามี คือ <a href="http://www.uttayarndham.org/node/825">อริยบุคคล</a> ผู้ปฏิบัติเพื่อทำกามราคะและพยาบาทให้เบาบางชื่อว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งสกทาคามิผล บุคคลใดทำกามราคะและพยาบาทให้เบาบาง บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นสกทาคามี<br><br></div><div>บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะทำราคะ โทสะ และโมหะให้เบาบาง เป็นสกทาคามี มาสู่โลกนี้อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็จะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นสกทาคามี<br><br></div><div>(๒) เมื่อภิกษุนั้นเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งมรรคนั้นอยู่ ย่อมละสังโยชน์ ๒ นี้ คือ กามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ส่วนหยาบๆ <br>อนุสัย ๒ นี้ คือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ส่วนหยาบๆ ย่อมสิ้นไปด้วยสกทาคามิมรรค<br><br></div><div>อนาคามี<br><br></div><div>(๑)  อนาคามีคือ <a href="http://www.uttayarndham.org/node/825">อริยบุคคล</a> ผู้ปฏิบัติเพื่อละกามราคะและพยาบาทโดยไม่เหลือชื่อว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล บุคคลใดละกามราคะและพยาบาทได้โดยไม่เหลือ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นอนาคามี<br><br></div><div>(๒)  บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำทั้ง ๕ ประการสิ้นไป เป็นโอปปาติกะ ปรินิพพานในเทวโลกชั้นสุทธาวาสนั้น ไม่กลับมาจากภพนั้นเป็นธรรมดา บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นอนาคามี<br><br></div><div>อนาคามีแยกออกเป็น ๕ จำพวกคือ<a href="http://www.uttayarndham.org/node/833"> อันตราปรินิพพายี</a> <a href="http://www.uttayarndham.org/node/834">อุปหัจจปรินิพพายี</a> <a href="http://www.uttayarndham.org/node/835">อสังขารปรินิพพายี</a> <a href="http://www.uttayarndham.org/node/836">สสังขารปรินิพพายี</a> <a href="http://www.uttayarndham.org/node/837">อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี<br></a><br></div><div>(๕) พระอนาคามี ๕<br><br></div><div>๑. อันตราปรินิพพายี          [พระอนาคามีผู้ที่จะปรินิพพานในระหว่างอายุยังไม่ทันถึงกึ่ง]<br><br></div><div>๒. อุปหัจจปรินิพพายี         [พระอนาคามีผู้ที่จะปรินิพพานต่อเมื่ออายุพ้นกึ่งแล้ว จวนถึงที่สุด]<br><br></div><div>๓. อสังขารปรินิพพายี        [พระอนาคามีผู้ที่จะปรินิพพานด้วย ไม่ต้องใช้ความเพียรนัก]<br><br></div><div>๔. สสังขารปรินิพพายี        [พระอนาคามีผู้ที่จะปรินิพพานด้วย ต้องใช้ความเพียร]<br><br></div><div>๕. อุทธโสโต อกนิฏฐคามี   [พระอนาคามีผู้มีกระแสในเบื้องบนไปสู่ชั้นอกนิฏฐภพ]<br><br></div><div>ที่อยู่ของพระอนาคามี สุทธาวาส ๕<br><br></div><div>๑. อวิหา<br>๒. อตัปปา<br>๓. สุทัสสา<br>๔. สุทัสสี<br>๕. อกนิฏฐา<br><br></div><div>(๓)  เมื่อภิกษุนั้นเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งมรรคนั้นอยู่ ย่อมละสังโยชน์ ๒ นี้ คือ กามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ส่วนละเอียดๆ<br>อนุสัย ๒ นี้ คือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ส่วนละเอียดๆ ย่อมสิ้นไปด้วยอนาคามิมรรค<br><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>(๔) <em>อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้สัตว์บางจำพวกในโลกนี้ จุติจากกายนั้นแล้วเป็นอาคามีกลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้<br></em><br></div><div>บุคคลบางคนในโลกนี้ <em>ยังละโอรัมภาคิยสังโยชน์ไม่ได้</em> แต่เขาบรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนะในปัจจุบัน บุคคลนั้นชอบใจ ยินดีและถึงความปลื้มใจด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้น ยับยั้งอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้น น้อมใจไป อยู่จนคุ้นในเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้น ไม่เสื่อม<br><br></div><div>เมื่อทำกาละ ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ เขาจุติจากชั้นนั้นแล้วย่อมเป็นอาคามี กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้<br><br></div><div><em>อะไรเป็นปัจจัยเครื่องให้สัตว์บางจำพวกในโลกนี้ จุติจากกายนั้นแล้วเป็นอนาคามี ไม่กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้<br></em><br></div><div>บุคคลบางคนในโลกนี้ <em>ละโอรัมภาคิยสังโยชน์ได้แล้ว</em> บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนะในปัจจุบัน บุคคลนั้นชอบใจ ยินดี และถึงความปลื้มใจ ด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้น ยับยั้งในเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้น น้อมใจไป อยู่จนคุ้นในเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้น ไม่เสื่อม<br><br></div><div>เมื่อกระทำกาละ ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ เขาจุติจากชั้นนั้นแล้ว ย่อมเป็นอนาคามี ไม่กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้<br><br>(๖) ภิกษุยังละธรรม ๖ ประการไม่ได้แล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ควรเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ธรรม ๖ ประการ คือ <br><br></div><div>ความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ <br>ความเป็นผู้ไม่มีหิริ ๑ <br>ความเป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ ๑ <br>ความเป็นผู้เกียจคร้าน ๑ <br>ความเป็นผู้มีสติเลอะเลือน ๑ <br>ความเป็นผู้มีปัญญาทราม ๑<br><br></div><div><br>ภิกษุละธรรม ๖ ประการได้แล้ว ย่อมเป็นผู้ควรเพื่อ ทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ธรรม ๖ ประการ คือ <br><br></div><div>ความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑<br>ความเป็นผู้ไม่มีหิริ ๑ <br>ความเป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ ๑ <br>ความเป็นผู้เกียจคร้าน ๑<br>ความเป็นผู้มีสติเลอะเลือน ๑ <br>ความเป็นผู้มีปัญญาทราม ๑<br><br></div><div><br>(๗)  เธอทั้งหลายละธรรมอย่างหนึ่งคือโลภะ โทสะ โมหะ โกธะ มักขะ มานะได้ เราเป็นผู้รับรองเธอทั้งหลายเพื่อความเป็นพระอนาคามี</div><div> </div><div>ใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98">ศาสนาพุทธ</a> <strong>พระอรหันต์</strong> (<em>พระ-อะ-ระ-หัน</em>; <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5">บาลี</a>: arahant; <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95">สันสกฤต</a>: अर्हत् <em>arhat</em>) คือ พระ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5">อริยบุคคล</a>ชั้นสูงสุด<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C#cite_note-1"><sup>[1]</sup></a> สามารถละ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C">สังโยชน์</a>ได้ครบ 10 ประการ<br>  สังโยชน์ แปลว่า กิเลสเป็นเครื่องร้อยรัดจิตใจให้ตกอยู่ในวัฎฎะ มี 10 อย่าง</div><ol><li>สักกายทิฏฐิ  เห็นว่า ร่างกายเป็นเรา เป็นของเรา (คำว่าร่างกายนี้หมายถึง ขันธ์ 5)</li><li>วิจิกิจฉา     ความลังเลสังสัย ในคุณพระรัตนตรัย</li><li>สีลัพพตปรามาส   รักษาศีลแบบลูบ ๆ คลำ ๆ ไม่รักษาศีลอย่างจริงจัง</li><li>กามฉันทะ    มีจิตมั่วสุมหมกมุ่น ใคร่อยู่ในกามารมณ์</li><li>พยาบาท    มีอารมณ์ผูกโกรธ จองล้างจองผลาญ</li><li>รูปราคะ     ยึดมั่นถือมั่นในรูปฌาน</li><li>อรูปราคะ    ยึดมั่นถือมั่นในอรูปฌาน คิดว่าเป็นคุณพิเศษที่ทำให้พ้นจากวัฎฎะ</li><li>มานะ     มีอารมณ์ถือตัวถือตน ถือชั้นวรรณะเกินพอดี</li><li>อุทธัจจะ    มีอารมณ์ฟุ้งซ่าน ครุ่นคิดอยู่ในอกุศล</li><li>อวิชชา     มีความคิดเห็นว่า โลกามิสเป็นสมบัติที่ทรงสภาพ</li></ol><div><strong>แบ่งตามสถานะ มี 3 ประเภท</strong><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C#cite_note-2"><sup>[2]<br></sup></a><br></div><ol><li><strong>พระอรหันต</strong><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2"><strong>สัมมาสัมพุทธเจ้า</strong></a> หรือ <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2"><strong>พระพุทธเจ้า</strong></a> คือผู้<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89">ตรัสรู้</a>แล้วได้ก่อตั้ง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98">ศาสนาพุทธ</a> สามารถโปรด<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C">เวไนยสัตว์</a>ให้หลุดพ้นเป็นอรหันต์ตามได้</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2"><strong>พระปัจเจกพุทธเจ้า</strong></a> คือผู้ตรัสรู้แล้ว แต่ไม่ประกาศศาสนา ไม่มีสาวก เกิดขึ้นเฉพาะในยุคที่โลกไม่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้น</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B0"><strong>พระอรหันตสาวก</strong></a> คือสาวกผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์ จากการปฏิบัติตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า</li></ol><div><strong>พระอรหันต์ 2 คือ</strong><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C#cite_note-3"><sup>[3]</sup></a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C#cite_note-4"><sup>[4]<br></sup></a><br></div><ol><li><strong>สุกขวิปัสสกะ</strong> (สุกข - แห้งแล้ง) ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน แล้วได้ปฐมฌานเมื่อบรรลุอรหัตตผล เรียกอีกอย่างว่า<em>วิปัสสนายานิก</em></li><li><strong>สมถยานิก</strong> ผู้มีสมถะเป็นยาน ผู้เจริญสมถกรรมฐานจนได้ฌานก่อน แล้วจึงเจริญวิปัสสนาต่อจนบรรลุอรหัตตผล เรียกอีกอย่างว่า <em>อุภโตภาควิมุต</em></li></ol><div><strong>พระอรหันต์ 4 คือ<br></strong><br></div><ol><li><strong>สุกขวิปัสสกะ</strong> ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน</li><li><strong>เตวิชชะ</strong> ผู้ได้<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2">วิชชา</a> 3</li><li><strong>ฉฬภิญญะ</strong> ผู้ได้<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2">อภิญญา</a> 6</li><li><strong>ปฏิสัมภิทัปปัตตะ</strong> ผู้บรรลุ<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2&amp;action=edit&amp;redlink=1">ปฏิสัมภิทา</a> 4</li></ol><div><strong>พระอรหันต์ 5 คือ<br></strong><br></div><ol><li><strong>ปัญญาวิมุต</strong></li><li><strong>อุภโตภาควิมุต</strong></li><li><strong>เตวิชชะ</strong></li><li><strong>ฉฬภิญญะ</strong></li><li><strong>ปฏิสัมภิทัปปัตตะ</strong></li></ol><div><br>พระอรรถกถาจารย์แสดงความหมายของพระอรหันต์ไว้ 5 นัย คือ<br><br></div><ol><li>ไกลจากกิเลส</li><li>กำจัดกิเลสได้หมดสิ้น</li><li>เป็นผู้หมดสังสารวัฏ คือ การเวียนว่ายตายเกิด</li><li>เป็นผู้ควรแก่การบูชาพิเศษของเทพและมนุษย์ทั้งหลาย</li><li>ไม่มีที่ลับในการทำบาป ไม่มีความชั่วเสียหายที่จะต้องปิดบัง</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-08 16:03:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/428998607</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/429833120</link>
         <description><![CDATA[<div>อ้างอิงข้อมูล แหล่งที่มา reference<br>ขอขอบคุณผู้ให้ข้อมูล <br>อาจเพิ่มบุคคล พระ พระวิปัสสนาจารย์<br>ที่ปรึกษา ขอขอบคุณ ที่รวบรวม เนื้อหาสาระ<br>ไว้เป็นหมวดหมู่ ทำให้ ง่าย สะดวก เเละรวดเร็ว ต่อการสืบค้น<br>และเลือก ใช้ นำไปใข้ประโยชน์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-10 04:35:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/429833120</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพิ่มเนื้อหาโสดาบัน ที่ลิงค์</title>
         <author>aekapobk</author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/432799731</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://buddhadhamma-memo.blog/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99/">https://buddhadhamma-memo.blog/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99/</a><br>คุณธรรมของพระโสดาบัน <a href="https://pantip.com/topic/33439702">https://pantip.com/topic/33439702</a><br>เพิ่มเนื้อหภพภูมิที่นี่ <a href="https://www.thepathofpurity.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A0-%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/%E0%B8%AB%E0%B8%A5-%E0%B8%81%E0%B8%AA-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AD-%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97-%E0%B9%96-%E0%B9%92/">https://www.thepathofpurity.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A0-%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/%E0%B8%AB%E0%B8%A5-%E0%B8%81%E0%B8%AA-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AD-%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97-%E0%B9%96-%E0%B9%92/</a><br><br>วิโรจน์ บ้านไร่<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-17 06:13:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/432799731</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แสงทอง ปวช.2</title>
         <author>aekapobk</author>
         <link>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/651628154</link>
         <description><![CDATA[<h1>สมาธิเข้าสู่ภวังค์ วิปัสสนา โดย หลวงพ่อวิริยังค์</h1><div><a href="https://www.youtube.com/watch?v=4Pdv-yiJhIw">https://www.youtube.com/watch?v=4Pdv-yiJhIw</a> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-07-10 07:48:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/aekapobk/2usr8aju0a99/wish/651628154</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
