<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>6/10 การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส by Thidarak Phongmark</title>
      <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg</link>
      <description>ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส ว่านำไปแก้ปัญหาหรือใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร &quot;นำไปประยุกต์ใช้ และใช้อย่างไร</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-09-29 16:58:12 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-05-15 18:04:04 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f9b8-2640.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ตัวอย่าง...น.ส.ธิดารักษ์ พงค์มารค เลขที่ 1 ชั้น ม.6/10</title>
         <author>thidarak</author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1781481812</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1241707263/e6efa88fb21a14ab58b390ea0b71c524/shutterstock_1299123430.jpg" />
         <pubDate>2021-09-30 14:02:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1781481812</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวสุชาระดา สุตะคาน เลขที่ 35 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1781710425</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัญหากรดเกินในกระเพาะอาหาร เกิดจาก<strong>สาเหตุของ</strong>โรค<strong>กรด</strong>ไหลย้อน</div><div>ความผิดปกติ<strong>ของ</strong>การบีบตัว<strong>ของกระเพาะอาหาร</strong> หรือหลอดอาหาร ทำให้<strong>อาหาร</strong>ค้างอยู่<strong>ในกระเพาะอาหาร</strong>นานกว่าปกติ <strong>เกิดจาก</strong>เชื้อแบคทีเรีย หรือเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม พฤติกรรม<strong>ใน</strong>การดำเนินชีวิต&nbsp;จึงมีการแก้ไขปัญหาโดยการ รับประทานยาลดกรด หรือ แคลเซียมไฮดรอกไซด์ Ca[OH]2 เพื่อลดกรดในกระเพาะอาหาร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1378762203/881dd0c49ff424c9fd7712d1aae08516/B64C4FFA_5230_46B3_8223_D6B1E089D83A.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-30 15:04:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1781710425</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวพรหมพร ผิวพรรณ ม.6/10 เลขที่ 28</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783017751</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1379692942/ee758ba78ace5ea684bfcdd4f0e21868/_____.png" />
         <pubDate>2021-10-01 02:07:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783017751</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย พงศธร สุทธิธรรม ม.6/10 เลขที่ 8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783146616</link>
         <description><![CDATA[<div>ปกติค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH ในร่างกายของคนมีสุขภาพดีจะอยู่ที่ 7.4 ซึ่งมีความเป็นด่างอ่อนๆ ดังนั้นการดื่มน้ำด่าง ที่มีค่าเป็นด่าง หรือค่า pH ใกล้เคียงกัน จะดูดซึมแร่ธาตุได้ดี</div><div>ปัจจุบันมีน้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ซึ่งเป็นน้ำดื่มที่มีไอออนสูง น้ำเสนอผ่านสื่อทั่วไปว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการกรดเกินในกระเพาะอาหาร ท้องผูก เบาหวาน รูมาตอยด์ กระดูกพรุน ภูมิแพ้ผิวหนัง ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด</div><div>แต่คุณสมบัติดังกล่าว ยังเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันอยู่ในหลายประเทศ อึกทั้งควรพิจารณาให้ละเอียดก่อนซื้อน้ำด่าง เพราะพบว่า มีหัวเชื้อน้ำด่าง ซึ่งมีค่า pH สูงเกินมาตรฐาน เทียบเท่ากับโซดาไฟ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1379801695/f6a95005c6e64dcc4dcec1b8eab6d75d/shutterstock_1379304191_1024x683.jpg" />
         <pubDate>2021-10-01 03:02:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783146616</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวพรรษา เพ็ชรภักดี ม.6/10 เลขที่ 27</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783184236</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัญหการเกิดแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ เช่น ถ่านหินในโรงไฟฟ้า มีแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกิดขึ้น ซึ่งเป็นแก๊สพิษและยังเป็นปัญหาการเกิดฝนกรดอีกด้วย แก้ปัญหาโดยการกำจัดแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยโรงงานที่ตั้งใกล้ทะเล อาจใช้น้ำทะเลซึ่งมี ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนHCO3 ^- และ คาร์บอเนตCO3 ^2- ในกระบวนการ flue gas desulfurization : FGD ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายเป็นกลาง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1379683632/745752afb0c2678bc3a139b28d5c4f0a/_112807601_018133912.jpg" />
         <pubDate>2021-10-01 03:20:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783184236</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาววารี ประมงกิจ ม.6/10 เลขที่ 34</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783326664</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ปรากฏการณ์ทะเลกรด <strong>เกิดจาก</strong> มหาสมุทรดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ปริมาณมหาศาลจากชั้นบรรยากาศโลก ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำทะเล (H2O) เกิดเป็นกรดคาร์บอนิก (H2CO3) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ไฮโดรเจนไอออน (H+) ในน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น และค่า pH ของมหาสมุทรมีความเป็นกรดมากขึ้น <strong>แก้ปัญหาโดย</strong> ลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ใช้กระบวนการทางเคมีเพื่อเปลี่ยนกรดคาร์บอนิกในน้ำทะเลให้อยู่ในรูปของ คาร์บอนไดออกไซด์ แล้วนําคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้ไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์&nbsp; เติมธาตุเหล็กลงไปในทะเล เรียกว่า ไอรอนเฟอร์ทิไลเซชั่น (iron fertilization)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1379621187/e15d54c42e87045209577c31c283aa13/ADD5E2A5_8FDF_45F1_B633_A67B340E3524.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-01 04:42:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1783326664</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายก้องกิดาการ บริสุทธิ์ ม.6/10 เลขที่ 11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1784708277</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สารประเภททำความสะอาด</strong></div><div>– บางชนิดก็มีสมบัติเป็นเบส เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน</div><div>– บางชนิดมีสมบัติเป็นกรด &nbsp; เช่น น้ำยาล้าง ห้องน้ำ และเครื่องสุขภัณฑ์</div><div><br>ในแต่ละวันเราต้องใช้สารละลายกรด – เบส หลายชนิด บางชนิดอยู่ในอาหารที่เรารับประทาน เราใช้สารละลายกรด – เบส ในการทำความสะอาด เครื่องใช้ ของใช้</div><div>พื้นห้องน้ำ สุขภัณฑ์ สารที่ทำความสะอาดร่างกายบางชนิดมีสมบัติเป็นเบส</div><div>สารละลายหลายชนิดในร่างกายของเราก็มีคุณสมบัติเป็นกรด – เบส เช่น</div><div>น้ำย่อยในกระเพาะอาหารของคนเรามี pH อยู่ใน ช่วง 1.6 – 2.5 ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรด เพื่อทำหน้าที่ย่อยโปรตีน</div><div>ในแต่ละวันเราต้องใช้สารทำความสะอาดเพื่อกำจัดฝุ่นละออง เหงื่อไคล และสิ่งสกปรกออกจากผิวหนังๆแต่ละส่วนของร่างกายจึงใช้ สารทำความสะอาดแตกต่างกัน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1380926633/223a75b6ae9627ce438c060e9ce8853e/1207622085.jpg" />
         <pubDate>2021-10-01 16:54:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1784708277</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวกันยารัตน์ ศิริพงษ์ ม.6/10 เลขที่ 20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785544740</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;สารที่ใช้ปรุงแต่งรสอาหาร มีทั้งชนิดที่เป็นกรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาวน้ำมะขาม ชนิดที่มี สมบัติเป็นด่าง เช่น น้ำปูนใส ผงฟู และชนิดที่มีสมบัติเป็นกลาง เช่น ผงชูรส เกลือแกง น้ำตาลทราย เป็นต้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381576578/70e33e1ad5c9da0c3945164d0eec9fd8/image.png" />
         <pubDate>2021-10-02 06:06:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785544740</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจีรวัฒน์ อ่อนศรี ม.6/10 เลขที่ 4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785557889</link>
         <description><![CDATA[<div>ดินเป็นกรด เกิดจากการที่เกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยเคมีในแปลงการเกษตรมากขึ้น ซึ่งในปุ๋ยนั้นจะประกอบไปด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม&nbsp; โดยสารเคมีเหล่านี้ล้วนแต่มีคุณสมบัติเป็นกรดทั้งสิ้น<br><br><strong>การแก้ปัญหาดินเป็นกรด<br>– ในกรณีที่ปัญหาดินเปรี้ยวเกิดจากสารเคมีที่สะสมในดิน</strong> ให้ทำการหยุดการใช้สารเคมีทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลง แล้วเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภาพในการกำจัดแมลง<br><strong>– กรณีที่ดินเปรี้ยว หรือดินเค็มเกิดจากการมีอินทรียวัตถุมากเกินไป</strong> ทำให้ดินย่อยสลายไม่ทัน เช่น บริเวณที่มักมีวัว หรือควายลงไปนอน จะทำให้มีมูลวัวควายจำนวนมาก<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381586849/e093e958a8685611e4d0c861fe532acf/image.png" />
         <pubDate>2021-10-02 06:32:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785557889</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวเพ็ญภาณี ชะระไสย์ ม.6/10 เลขที่ 31</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785597650</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การใช้เบสทำความสะอาดร่างกาย<br></strong>เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย<br>โดยใช้ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ในการทำสบู่ ทั่วไปแล้วค่า pH ในสบู่จะมีค่าความเป็นกรดและด่างอยู่ที่ 8-10 เป็นค่า pH ที่เหมาะสมต่อผิว<strong>เนื่องจาก</strong>สิ่งสกปรกส่วนใหญ่จะถูกห่อหุ้มด้วยไขมันหรือน้ำมันไขมันและน้ำมันไม่ละลายน้ำ จึงไม่สามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่า <br><strong>แก้ปัญหาโดย</strong>การเอาสบู่มาทำความสะอาดชําระล้างน้ำมันเพื่อกำจัดฝุ่นละออง เหงื่อไคล และสิ่งสกปรกออกจากผิวหนังแต่ละส่วนของร่างกาย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1379812494/d1518b0ad4bb94f6d406aa9723858e32/bar_of_soap.png" />
         <pubDate>2021-10-02 07:37:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785597650</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวทรรปทอง ตั้งทวีสุข ม.6/10 เลขที่ 38</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785639569</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><strong><em>เครื่องสำอาง</em></strong> แตกต่างจากยาอย่างชัดเจน เครื่องสำอางใช้ทาถูบนร่างกายเพื่อปกปิดสิ่งต่างๆ และแต่งแต้มให้สวยงาม เพิ่มความดึงดูดและเปลี่ยนแปลงสภาพภายนอก เช่น ครีมทาผิว โลชั่น น้ำหอม ลิปสติก ยาทาเล็บ ผลิตภัณฑ์รอบผิวหน้าและดวงตา น้ำยาดัดผม น้ำยาโกรกสีผม รวมทั้งยาสีฟัน ยา ใช้เพื่อแก้ไข รักษา และป้องกันโรคที่เกิดกับร่างกาย ส่วนเครื่องสำอางไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือมีผลต่อโครงสร้างและหน้าที่ของร่างกาย <br><br><strong><em>เครื่องสำอางสามารถเก็บรักษาแค่ไหน?<br></em></strong>ผู้เชี่ยวชาญทางเครื่องสำอางแนะนำให้เปลี่ยนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทิ้งทุก 3 เดือนภายหลังจากการเปิดใช้งาน ผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพรหรือชนิดที่มีองค์ประกอบจากธรรมชาติ มักจะเก็บได้ไม่นาน ผู้ใช้ควรหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปรกติ&nbsp;</blockquote>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381666137/31075d189197b4228062f9ca720704ac/w644.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-02 08:38:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785639569</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวเจนจิรา ขำจิตร ม.6/10 เลขที่22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785698101</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1378755044/bd36272f722a15f502b457c6aeeb9605/57253BEB_0293_449F_914C_6F0C73EF90B2.png" />
         <pubDate>2021-10-02 09:56:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785698101</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายกฤษตยชน์ น้อยโม่ ม.6/10 เลขที่3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785745657</link>
         <description><![CDATA[<div>ยารักษาโรค&nbsp;<br>– บางชนิดก็มีสมบัติเป็นเบส&nbsp;<br>เช่น ยาแอสไพรินวิตามินซี&nbsp;<br>– บางชนิดมีสมบัติเป็นกรด&nbsp;<br>เช่น ยาลดกรด ยาธาตุ<br>เนื่องจาก อาการบางอาการของร่างกายไม่สามารถจัดการได้ เพราะว่ามันอยู่ในร่างกาย<br>แก้ปัญหาได้โดยการรับประทานยาตามอาการของโรคที่เป็น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381732828/5468034deae6ed14a9edae1f98005050/bae825de38fea5221c5c519358cd3fc4.jpg" />
         <pubDate>2021-10-02 10:59:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785745657</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวอธิชนัน แสวงกิจ ชั้น ม.6/10 เลขที่37</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785994211</link>
         <description><![CDATA[<div>โรคฟันผุ<strong>เกิดจาก</strong>แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องปากรวมตัวกับเศษอาหารและน้ำลายสะสมกันจนเป็นคราบเหนียวที่เรียกว่า คราบฟัน หรือคราบแบคทีเรีย ซึ่งจะเกาะอยู่บนผิวของฟันแบคทีเรียเหล่านี้จะเปลี่ยนสภาพน้ำตาลและแป้งให้เป็นกรด มีฤทธิ์ทำลายแร่ธาตุที่ผิวฟัน จนก่อให้เกิดเป็นรู โดยเริ่มจากขนาดเล็กมากๆ ลุกลามใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรคฟันผุ <br><strong>แก้ปัญหาโดย</strong>โซเดียมไบคาร์บอเนต ในยาสีฟันผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตหรือเบสที่ช่วยลดความเป็นกรดเพื่อป้องกันฟันผุ เพราะในปากของเรามีแบคทีเรียที่ใช้น้ําตาลเป็นอาหารโดยสลายน้ําตาลไปเป็นกรด ที่เรียก<br>Plaque Acid ซึ่งเป็นสาเหตุทําให้เกิดโรคฟันผุ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1379107547/1645c9760a5559aeb4d86027863085da/F23E1498_4BFA_47AA_BEA7_00B009C0EC36.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-02 14:46:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1785994211</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรัญชิดา เหลืองอ่อน เลขที่33 ชั้น ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786005925</link>
         <description><![CDATA[<div>น้ำส้มสายชู มีกรดแอซีติก ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้มเขียวหวาน ส้มเช้ง ส้มโอ มะนาว มะกรูด พวกนี้มีกรดซิตริก หรือกรดส้ม โยเกิร์ต มีกรดแลกติก น้ำอัดลมชนิดต่าง ๆ มีกรดคาร์บอนิก หรือสัตว์บางชนิดก็ให้กรดได้ เช่น มด มีกรดฟอร์มิก นอกจากนี้ยังพบในกระเพาะอาหารของคนด้วย ตัวอย่างสารที่เป็นเบสที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู ยาสระผม ผงซักฟอก เป็นต้น เรานำกรดและเบสมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากมาย&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1382005703/a1f39368cc509cf029e1e3b997ddf839/v28162.jpg" />
         <pubDate>2021-10-02 14:55:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786005925</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวนคนรรณ ตั้งทวีสุข เลขที่ 25 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786010292</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หากพูดถึงน้ำหอม เคยมีการกล่าวว่า “น้ำหอมสามารถทำให้เราดูสวย หรือหล่อขึ้นได้จริง” โดยนักวิจัย เขาศึกษาและพบว่ากลิ่นหอมทำให้ใบหน้าผู้หญิง และผู้ชายดูมีเสน่ห์มากขึ้น หากมีกลิ่นที่พึงพอใจ ดึงดูดความสนใจ จะรับรู้ซึ่งกันและกันจนเกิดเป็นความรักได้ อย่างไรก็ตาม ก็มีคนตั้งคำถามว่า น้ำหอม กลิ่นหอมหวาน ดึงดูดความสนใจขนาดนั้น คงไม่มีสารเคมีอันตรายผสมเลยใช่ไหม? ก่อนจะให้คำตอบ ขอท้าวความสักนิดว่า โดยปกติในกระบวนการผลิตน้ำหอม มักมีการใช้สารตัวทำละลายหลายชนิดด้วยกัน เช่นAcetone, benzaldehyde, benzyl acetate; benzyl alcohol, camphor, ethanol, ethyl acetate, limonene, linalool, methylene chloride เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สารเคมีเหล่านี้มีประโยชน์มากมาย แต่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เดียวกัน โดยเฉพาะ กรณีเกิดสารรั่วไหล หรือ เกิดเพลิงไหม้ เพราะจะทำให้สารเคมีเหล่านี้กระจายออกมามาก จนเกิดพิษต่อผู้รับสัมผัสได้ โดยผ่านเข้าทางหายใจเป็นหลัก ทางผิวหนัง และเข้าทางปากได้ สามารถทำให้เกิดพิษต่อร่างกายหลากหลายแตกต่างกันไปตามชนิดสารเคมี โดยภาพรวมพิษของสารเคมีเหล่านี้ จะเกิดพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ กล้ามเนื้อไม่ประสานกัน พูดไม่ชัด ง่วงซึม อาการระคายเคือง เช่น คอ ตา ผิวหนัง ปอด ทางเดินอาหาร รวมถึงอาการและการเจ็บป่วยอื่น ๆ ทุกท่านสามารถอ่านได้ในเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีแต่ละชนิดได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สารเมทิลีนคลอไรด์ (Methylene chloride) เป็นสารที่ระเหยได้สูงมาก เคยกรณีศึกษาในผู้ประกอบอาชีพ 2 ราย เป็นพิษจากสารเมทิลีนคลอไรด์ในงานสกัดสี&nbsp; รายแรก พบหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิต รายที่ 2 พบระดับคาบ็อกซีเฮโมโกลบิน 2-8 % ไม่มีอาการหัวใจผิดปกติ แต่ มีอาการง่วง กลไกการเกิดพิษ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้ประกอบอาชีพที่รับสัมผัสสารเมทิลีนคลอไรด์ผ่านทางการหายใจ สารจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ ขึ้นอยู่ตามลักษณะงาน เช่น งานที่หนัก อัตราการหายใจจะเพิ่มขึ้น การรับสัมผัสสารเมทิลีนคลอไรด์&nbsp; 250 ส่วนในล้านส่วนใน 8 ชั่วโมงในการทำงาน จะเพิ่มระดับสารคาบ็อกซี่ฮีโมโกลบินมากกว่า 8 % ส่วนการดูดซึมทางผิวหนัง ขึ้นอยู่กับลักษณะของผิวหนัง และระยะเวลาในการรับสัมผัส<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ท่านอาจสงสัยว่าคาร์บอนมอนอกไซด์มาเกี่ยวข้องอย่างไร นั่นคือ สารเมทิลีนคลอไรด์ที่ดูดซึมเข้าสู่ปอดรวดเร็ว จะถูกออกซิไดซ์เป็นคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide, CO) ก๊าซนี้จะจับกับเฮโมโกลบินจนกลายเป็นคาบ็อกซีฮีโมโกลบิน (Carboxy hemoglobin, COHb)&nbsp; สามารถวัด CO ได้ภายหลังรับสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย 6 ชั่วโมง ค่าครึ่งชีวิตของ COHb ภายในร่างกายจากการรับสัมผัสเมทิลีนคลอไรด์นาน 13 ชั่วโมง สะสมในไขมันได้ดี การรับสัมผัสสารเมทิลีนคลอไรด์เข้าสู่ร่างกายทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381926472/b77b28d5be06615f0c53b61cefcd724d/6BCA5C1E_0189_43C9_A28F_99B5E3943653.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-02 14:58:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786010292</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวมนัสนันท์ เพิ่มพูล ม.6/10 เลขที่ 32</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786137450</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การเหี่ยวและเน่าเปื่อยของผัก ผลไม้ เกิดจากขบวนการสลายตัวเองของเซลล์ของวัตถุนั้นๆ ซึ่งอาจมีตัวเร่ง คืออุณหภูมิและความชื้น หรือเกิดจากปัจจัยภายนอก ทำให้วัตถุนั้นๆไม่อาจคงคุณสมบัติเดิมไว้ได้</div><div><strong>แก้ปัญหาโดย</strong> แช่นํ้าปูนใส</div><ul><li>น้ำปูนใส คือ สารละลายของแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)2) หรือสารละลายของปูนขาว (CaO)&nbsp;</li><li>น้ำปูนใสมีคุณสมบัติพิเศษคือ ช่วยรักษาสภาพเนื้อสัมผัสของทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ฯลฯ ที่นำไปแช่ในน้ำปูนใสให้คงรูปอยู่เสมอ ป้องกันการเปื่อยยุ่ยของอาหาร เมื่อสารละลายแทรกตัวเข้าไปในเนื้อเยื่อของอาหารจะช่วยให้เนื้อเยื่อมีความแข็งแรงขึ้น จึงนิยมนำไปแช่ผลไม้ที่จะทำการเชื่อม ซึ่งต้องการให้ผลไม้ยังคงสภาพสวยงามอยู่โดยไม่เละ หากนำน้ำปูนใสไปผสมในแป้งชุบทอดจะช่วยให้อาหารมีความกรอบมากขึ้นเช่นกัน และน้ำปูนใสยังช่วยยืดอายุของอาหารได้นานมากขึ้น&nbsp;</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381733287/edeb07194baad664aece62a06ca434ad/8A444CA3_27FF_4625_8AB4_55B8B8A1403C.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-02 16:41:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786137450</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวสุฑิตา  ศรีประไหม ม.6/10 เลขที่36</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786200514</link>
         <description><![CDATA[<div>กรดมะนาวหรือกรดซิตริค (Citric acid) เป็นสารให้ความเปรี้ยวแหลม มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กสีขาว ไม่มีกลิ่น ละลายน้ําได้ดี การใช้กรดซิตริกในผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ ใช้เพื่อปรับปรุงกลิ่น รส และสี ของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น ป้องกันปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาล และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทําให้เก็บผลิตภัณฑ์ได้นานขึ้น นอกจากนี้กรดยังช่วยลดอุณหภูมิที่ต้องใช้ในการแปรรูป แต่การเลือกใช้กรดจะ ต้องขึ้นอยู่กับชนิด ของกรดที่มีอยู่มากในผลไม้นั้นๆ ผลไม้ทั่วๆไป จะมีกรดซิตริค (กรดมะนาว) ส่วนองุ่นมีกรด ทาร์ทาริค (หรือเรียกว่ากรดมะขาม) นอกจากนั้นยังมีการใช้กรดอะซิติค หรือน้ำส้มสายชูในอาหารหมักดองด้วย กรดมะนาวนิยมเติมลงในน้ำลวก หรือน้ำแช่ผัก และผลไม้ก่อนการแปรรูป ช่วยให้สีของผักผลไม้ขาว หรือไม่ เปลี่ยนสี ปริมาณที่ใช้คือ 5 กรัมต่อน้ํา 1 ลิตร แช่นาน 10-15 นาที</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1382154367/dd85e5c11f016fb12db8201f95bab477/zitrine_4020540_1280_1024x682.jpg" />
         <pubDate>2021-10-02 17:35:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786200514</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วรากร ศรีสุข เลขที่ 18 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786960553</link>
         <description><![CDATA[<div>ธรรมชาติของอาหารเกือบทุกชนิด เมื่อเก็บไว้นานๆ ย่อมเปลี่ยนสภาพ จากของสดใหม่กลายเป็นเน่าเสีย นั่นก็เพราะฝีมือของจุลินทรีย์ในอากาศที่รายล้อมตัวเรามากมาย ทั้งในรูปของแบคทีเรีย ยีสต์ หรือเชื้อรา เมื่อใดที่จุลินทรีย์เหล่านี้ปะปนลงไปในอาหาร นั่นหมายความว่ากระบวนการเน่าเสียได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลังจากจุลินทรีย์ใช้อาหารของเราเป็นที่อยู่อาศัย เจริญเติบโต แพร่พันธุ์ ไปจนถึงการขับถ่าย โดยเฉพาะขั้นตอนสุดท้ายที่เป็นส่วนสำคัญให้อาหารเปลี่ยนสภาพ ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น หรือรสชาติเปลี่ยนไป เช่น ขนมปังขึ้นราจะมีจุดสีดำหรือเขียวเป็นหย่อมๆ เนื้อสัตว์ที่เน่าจะมีสีซีดพร้อมกลิ่นเหม็น ข้าวบูดจะมีน้ำเยิ้มและส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไม่พึงประสงค์ เป็นต้น เพราะการเน่าเสียเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก กระบวนการถนอมอาหารจึงเกิดขึ้น ทั้งการใช้ความร้อน ความเย็น ความเค็มของเกลือ การฉายรังสี หรือแม้แต่สารเคมีสังเคราะห์ที่เรียกกันทั่วไปว่าสารกันบูดนั่นเอง<br>&nbsp; &nbsp;   กลุ่มของกรดอ่อนและเกลือของกรดอ่อน (<a href="http://www.assist-impact.net/index.php?mo=28&amp;id=341206"><strong>acid and its salts</strong></a>) นิยมใช้กันมากในระดับอุตสาหกรรม เพราะมีความเป็นพิษน้อยและละลายน้ำได้ดี สารกันบูดในกลุ่มของกรดอ่อน ได้แก่ กรดซอร์บิก กรดเบนโซอิก กรดโปรปิโอนิก ที่นิยมใส่ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรดฟอร์มิก และกรดอะซีติก ที่ให้ความเปรี้ยว ส่วนเกลือของกรดอ่อน ได้แก่ โซเดียมซอร์เบต โพแทสเซียมซอร์เบต โซเดียมเบนโซเอต โพแทสเซียมเบนโซเอท และโซเดียมอะซีเตท ซึ่งมีประสิทธิภาพดี ในอาหารที่มีความเป็นกรดสูง หรือมีค่า pH ต่ำ อนุญาตให้ใส่ในอาหารหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น แยม เยลลี่ ผักผลไม้ดอง รวมทั้งเครื่องดื่ม น้ำหวาน น้ำอัดลม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1382759827/812c649b6d4521cbe7c04ce456ece190/4644803C_2AC5_483A_9D0A_B6906AD4940F.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-03 09:18:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1786960553</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวจุฑารัตน์ อาษานอก เลขที่ 21 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1787082265</link>
         <description><![CDATA[<div>ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1379683719/190966d60fce76526b37295a19d9264d/14169CE0_24FC_4A74_A11B_7169637952EF.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-03 11:17:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1787082265</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธนภัทร ศุภพร เลขที่ 13 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1788817162</link>
         <description><![CDATA[<div>ทำไมโลหะจำเกิดสนิม</div><div><em>สนิม</em> (Ion Oxide) เกิดจากการทำปฏิกิริยากันระหว่างออกซิเจนและธาตุเหล็ก เกิดเป็นรอยของการเกิดการผุกร่อน เป็น Corrosion ประเภทหนึ่งซึ่งมักเกิดกับโลหะจำพวกเหล็กเป็นปฏิกิริยาที่พบเห็นได้ง่าย กับสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ แต่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ อาจจะกินเวลายาวนาน เกิดขึ้นเมื่อมีเหล็กสัมผัสกับน้ำและความชื้น โดยจะค่อย ๆ สึกกร่อน กลายเป็นเหล็กออกไซด์ มีชื่อทางเคมีว่า ไฮเดรตเฟอริกออกไซด์ หรือที่เรารู้จักกันว่า สนิมเหล็ก (Fe2O3.XH2O3) มีลักษณะเป็นคราบสีแดง ซึ่งไม่สามารถเกาะอยู่บนผิวของเหล็กได้อย่างเหนียวแน่น สามารถหลุดออกออกไปได้ง่าย ทำให้เนื้อเหล็กที่อยู่ชั้นในสามารถเกิดสนิมต่อจนกระทั่งหมดทั้งชิ้น กระบวนการเกิดสนิมค่อนข้างซับซ้อน โดยมีปัจจัยคือ น้ำและออกซิเจน ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในบรรยากาศโลก เหล็กจะเกิดสนิมเร็วขึ้นในบางสภาวะ เช่น สภาวะที่เป็นกรด ตามชายทะเลที่ไอเกลือเข้มข้น เป็นต้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1384255086/f52e674059f92ccde7604c71f139c91d/49155729_209491413289356_2673118423042490368_n.png" />
         <pubDate>2021-10-04 07:35:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1788817162</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศุภณัฐ อินทร์คง ม.6/10 เลขที่ 9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1789872461</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ผงฟูทำขนมปัง&nbsp;</strong>&nbsp;(NaHCO3) เป็นสารเคมีแห้งช่วยทำให้ขึ้นฟู ใช้ในการอบและดับกลิ่น<br>-เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87">ด่าง</a> เรียกว่า <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95">โซเดียมไบคาร์บอเนต</a> (เบกกิ้งโซดา)<br>การใช้<br>-ผงฟู และเบคกิ้งโซดา ล้วนแต่เป็นสารที่ช่วยให้ขนมขึ้นฟู แต่ส่วนมากจะใช้ในโอกาสแตกต่างกัน เบคกิ้งโซดา มักจะใช้ในขนมที่มี โกโก้ หรือ กาแฟ เป็นส่วนผสม เพราะว่าโกโก้ และ กาแฟ มีค่าเป็นกรด ซึ่งเบคกิ้งโซดาก็มีค่าเป็นด่าง จึงทำให้เข้ากันได้ดี อย่างไรก็ตาม เบคกิ้งโซดาจะมีจุดเสียตรงที่ว่า ถ้าใช้มากเกินไป จะทำให้ขนมมีรสเฝื่อน แต่ก็จะมีการแก้ไขได้โดยการผสมกรดลงไปในสูตรขนม เช่น โยเกิร์ต หรือ นมเปรี้ยว ผงฟู มักจะใช้ในการทำขนมเป็นส่วนใหญ่ เพราะผงฟูจะช่วนให้ขนมขึ้นฟู แต่ในอัตราที่พอควร ไม่มากเท่าโซดา ส่วนเรื่องการใช้แทนกัน ผงฟูใช้แทน เบคกิ้งโซดา ได้ แต่ เบคกิ้งโซดา ใช้แทน ผงฟูไม่ได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1385114934/50945e6e8f718cafdec6974d08627781/1901_Knowlegde_Baking_Soda_vs_Powder_Cover_1024x683.png" />
         <pubDate>2021-10-04 14:37:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1789872461</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวนัธวรรณ วิเศษ เลขที่ 26 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1790019412</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>น้ำยาล้างตา </strong>คือ สารละลายปลอดเชื้อสำหรับใช้ชำระล้างดวงตาจากฝุ่น ควัน รวมทั้งสิ่งสกปรกต่าง ๆ เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองหรือแสบตา โดยในน้ำยาล้างตาประกอบด้วยน้ำบริสุทธิ์ สารควบคุมความเป็นกรดด่าง สารควบคุมสภาพตึงตัว วัตถุกันเสีย และอาจมีส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น โซเดียมคลอไรด์ กรดบอริก เบนซาลโคเนียมคลอไรด์ คลอร์เฮกซิดีน เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1385206945/0d4aeef8ba8afc3d669170fa65c5e83d/e_bfgijnptv147.jpg" />
         <pubDate>2021-10-04 15:16:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1790019412</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวเพชรภัค พลอยชาติตระกูล ม.6/10 เลขที่ 29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1790354719</link>
         <description><![CDATA[<div>กรดคาร์บอนิก เป็นองค์ประกอบที่ทำให้น้ำอัดลมซ่า มีฟอง และมีรสเปรี้ยวอ่อนๆ กรดคาร์บอนิกนั้น ได้จากปฏิกิริยาระหว่างน้ำกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้ความดันสูงบังคับ (อัด) ให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำปฏิกิริยากับน้ำให้ได้ เพราะในสภาวะความดันปกติคาร์บอนไดออกไซด์แทบจะไม่ละลายน้ำหรือทำปฏิกิริยา กับน้ำเลย แต่กรดคาร์บอนิกที่เกิดขึ้นนั้นไม่เสถียร คือสลายตัวได้ง่ายในสภาวะความดันปกติ ยิ่งถ้ามีความร้อนด้วยจะยิ่งเร่งการสลายตัวให้เร็วยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสลายตัวของกรดคาร์บอนิกก็คือน้ำกับคาร์บอนไดออกไซด์ นั่นเอง ดังนั้นจึงต้องเก็บน้ำอัดลมภายใต้ความดัน ก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้เราจึงเรียกว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า “น้ำอัดลม” เมื่อเปิดขวดออก ความดันสูงในขวดก็จะลดลงเท่ากับความดันปกติ จึงทำให้กรดคาร์บอนิกสลายตัวออกมา ได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดฟองนั่นเอง กรดคาร์บอนิกยังสามารถย่อยสลายหินปูนได้ จึงสามารถกัดกร่อนกระดูกและฟันได้เช่นกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1385502974/39c5ac381c9aa86d5df17ae5e34c4da6/messageImage_1633366827991.jpg" />
         <pubDate>2021-10-04 17:05:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1790354719</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวเพชรรัตน์ดา ดีอันกอง เลขที่30 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1792181040</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การวิเคราะห์ปริมาณกรดในอาหาร</strong> ในอุตสาหกรรมอาหารจะมีการวิเคราะห์ปริมาณกรดที่มีอยู่ในอาหารในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น วิเคราะห์ปริมาณกรดแลกติกในน้ำนม วิเคราะห์ปริมาณกรดซิทริกในผักและผลไม้ วิเคราะห์ปริมาณกรดมาลิกในแอปเปิ้ลหรือน้ำแอปเปิ้ล วิเคราะห์ปริมาณกรดแอซีติกในน้ำส้มสายชู การไทเทรตกรด-เบสเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้วิเคราะห์ปริมาณกรดในอาหาร เช่น การวิเคราะห์ปริมาณกรดซิทริกในน้ำผักหรือผลไม้โดยนำมาไทเทรตกับสายละลายมาตรฐาน NaOH ถ้าทราบปริมาตรสารละลาย NaOH ที่ใช้ในการไทเทรต ก็สามารถคำนวณปริมาณกรดซิทริกในน้ำผักหรือน้ำผลไม้ตัวอย่างได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1386691845/4df75ed0b810834db77ff217001a5d6b/A9C83A7C_D663_40F9_B931_DB1FC16FB587.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-05 07:45:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1792181040</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิรวัฒน์ ชนะสิทธิ์ เลขที่ 1 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1795177960</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>น้ำยาล้างจาน </strong>ใช้ทำความสะอาดเครื่องครัว ซึ่งน้ำยาล้างจานมีสมบัติความเป็นเบสมีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิวที่มีการระคายเคืองต่ำทำให้สิ่งสกปรกและมันหลุดจากภาชนะและรวมตัวเป็นอีมัลชัน อยู่ในน้ำหรือฟอง เนื่องจากโมเลกุลของน้ำยาล้างจานประกอบด้วยส่วนที่มีขั้วและไม่มีขั้วเช่นเดียวกับผงซักฟอง ส่วนที่มีขั้วจะจับกับโมเลกุลของน้ำ และส่วนที่ไม่มีขั้วจะจับกับสิ่งสกปรกให้หลุดออก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://1.bp.blogspot.com/-mUEgx32oQkI/XKIB2enW3eI/AAAAAAAAoyc/cK21IAJU9gc0-X86F8OKrZaAfCtBKcniQCLcBGAs/s1600/DSC01141.JPG" />
         <pubDate>2021-10-06 03:09:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1795177960</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณัฐพัชร์ ถนอมศักดิ์ เลขที่12 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1795303796</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ผงชูรส</strong> (Flavor enhancer ) หรือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต (Monosodium Glutamate, MSG)&nbsp; มีลักษณะเป็นผลึกแท่งสี่เหลี่ยมยาวๆ สีขาว ในชื่อทางเคมีนั้นโซเดียมก็คือเกลือทั่วๆไป ส่วนกลูตาเมตเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง โดยกรดอะมิโนจัดว่าเป็นหน่วยย่อยลงมาของโปรตีน เมื่อเอากรดอะมิโนมาต่อๆกันก็จะกลายเป็นโปรตีนทั่วๆไป ผงชูรสก็คือเกลือของกรดอะมิโนนั่นเอง ดังนั้นโครงสร้างทางเคมีของผงชูรสจึงไม่ได้เป็นสารอันตรายแต่อย่างใด และยังได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา หรือแม้กระทั่งองค์การอนามัยโลก ว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำมาปรุงแต่งอาหารได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.ofezsoft.com/wp-content/uploads/2019/05/%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%AA.jpg" />
         <pubDate>2021-10-06 04:06:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1795303796</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายนัทสร สรเอีย เลขที่17 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1797044958</link>
         <description><![CDATA[<div>น้ำผลไม้เป็นกรด<br>เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากอย่างหนึ่ง และต้องเป็นน้ำผลไม้ที่สดๆ จึงจะได้คุณค่ามาก ผู้ผลิตมักจะนำผลไม้ที่มีมากในฤดูกาลมาคั้นเอาแต่น้ำ นำมาเคี่ยวกับน้ำตาล หรือนำผลไม้สดมาปั่นผสมกับน้ำแข็ง น้ำเชื่อม จะได้รสชาติแปลกๆ หลายอย่าง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1390111100/aa9aec6a29e6c66cb239825c8947a07d/38338BFF_69CA_49AA_AD8F_03C4BBAA91C0.jpeg" />
         <pubDate>2021-10-06 16:00:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1797044958</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1800017649</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1392164911/befd3f8311a8d05450fde921168feb6d/6154F4BE_C372_44FE_A6BB_192D0879F284.png" />
         <pubDate>2021-10-07 14:34:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1800017649</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1800541816</link>
         <description><![CDATA[<div>ชินกฤต ม6/10 เลขที่ 15</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1391763059/1a93a14e2d06d9893fac7e373338a6c2/_.pdf" />
         <pubDate>2021-10-07 17:26:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1800541816</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายสุกฤษฎิ์ ฤกษ์เวียง เลขที่ 6 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1802069751</link>
         <description><![CDATA[<div>
<br>ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1393551214/af91b4ed6c91bab51a00a1777c0070a1/image.png" />
         <pubDate>2021-10-08 08:55:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1802069751</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธาม แก้วเกษ เลขที่ 7 ม.6/10</title>
         <author>s37953</author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1803693545</link>
         <description><![CDATA[<div>
<strong>สบู่ </strong>ใช้ทำความสะอาดร่างกาย<strong> </strong>ซึ่งในทางเคมี สบู่คือเกลือของกรดไขมัน สบู่ในบ้านเรือนใช้ชะล้าง อาบ และใช้ในการทำความสะอาด โดยสบู่ทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิว และน้ำมันอิมัลซิไฟเออร์เพื่อให้สบู่ไหลไปกับน้ำได้ ในอุตสาหกรรม สบู่ยังใช้กับการปั่นผ้า และเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารหล่อลื่นบางชนิดสบู่สำหรับการชะล้างได้มาจากน้ำมันพืชหรือสัตว์ และไขมันที่มีค่าเบสสูง เช่น โซดาไฟ หรือโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ในสารละลายในน้ำ ไขมันและน้ำมันเป็นส่วนประกอบของไตรกลีเซอไรด์ กล่าวคือ โมเลกุลของกรดไขมันสามโมเลกุลติดกับโมเลกุลของกลีเซอรอลหนึ่งโมเลกุลสารประกอบอัลคาไลน์ที่มักถูกเรียกว่า ไล (lye) ชักนำให้เกิดกระบวนการการเปลี่ยนเป็นสบู่ (saponification)<br><br>
</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1394812756/fb6e5861d391fa4f18679f3edfb9e4a4/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2d1LzAvdWkvNS8yNjc4OS8yNzUyNTVfXzA1MDIyMDE0MTAzOTEwLmpwZw__.jpg" />
         <pubDate>2021-10-09 05:15:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1803693545</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธนพนธ์ นางาม ม.6/10 เลขที่ 16</title>
         <author>s402612</author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1804051194</link>
         <description><![CDATA[<div>ค่า pH มาตรฐานสำหรับสระว่ายน้ำทั่วไปควรจะมี pH = 7.4 หรืออยู่ระหว่าง 7.2 -7.6 ค่า pH ต่ำกว่า 7.2 (เป็นกรด) จะเป็นผลให้คลอรีนสลายตัวอย่างรวดเร็วและเกิดการกัดกร่อนมากขึ้นทั้งยังทำให้แสบตาเมื่อเล่นน้ำ โดยเฉพาะสระที่ใช้คลอรีนเป็นหลัก (TCCNA90) วิธีแก้ไข : ใช้โซดาแอซ ปริมาณ 1 กิโลกรัม ต่อ น้ำในสระ 100 ลบ.ม. (แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าความเป็นกรดมากหรือเป็นกรดน้อย ถ้าค่าน้ำเป็นกรดมาก เช่น 6.0 – 6.8 ต้องเพิ่มปริมาณการใช้โซดาแอซ) ค่า pH สูงกว่า 7.6 (เป็นด่าง) จะเป็นผลให้ประสิทธิภาพของคลอรีนลดลงจะเกิดตะกอน น้ำจะขุ่น และแสบตาเช่นกันโดยเฉพาะสระที่ใช้เกลือเป็นหลัก วิธีแก้ไข : ใช้กรดเกลือ (HCl) หรือ (NaHSO4) ปริมาณ 1 ลิตร ต่อ น้ำในสระ 100 ลบ.ม. (แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าความเป็นด่างมากหรือเป็นด่างน้อย ถ้าค่าน้ำเป็นด่างมาก เช่น 7.6 – 8.0 ต้องเพิ่มปริมาณการใช้กรดเกลือ)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395142820/d9889c588a80f1a3146c18207de6db1f/5e2913572a757b2fc52ad265_Cover.jpg" />
         <pubDate>2021-10-09 13:11:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1804051194</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธนวัฒน์  เบ็ญจวรรณ์ ม.6/10 เลขที่5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1804140727</link>
         <description><![CDATA[<div>กรดบอริกเป็นปุ๋ยที่สำคัญที่สุดสำหรับผลไม้และตกแต่งดอกพืชตลอดฤดูการเจริญเติบโต เมื่อการประมวลผลลำต้นองค์ประกอบช่วยจัดหารากกับออกซิเจนเพิ่มการซึมผ่านของแคลเซียมในเส้นใยทั้งหมดของพืชเพิ่มปริมาณของคลอโรฟิลในชีวมวลสีเขียว,ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญอาหาร<br><br>เมื่อฉีดพ่นเมล็ดด้วยกรดจะกระตุ้นการงอกของเมล็ด ในช่วงเริ่มต้นของการแปรรูปพืชการขจัดรากของต้นกล้าดีขึ้นสัดส่วนของรังไข่ที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มขึ้นการสังเคราะห์สารไนโตรเจนจะเกิดขึ้นเป็นปกติ การให้อาหารด้วยกรดบอริกกระตุ้นให้เกิดการเติบโตและการเสริมสร้างวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่าถ้าดินอิ่มตัวเพียงพอกับโบรอนผลไม้การคงอยู่ของพืชและความต้านทานของพืชต่อสภาวะที่ไม่พึงประสงค์รวมทั้งศัตรูพืชการติดเชื้อเพิ่มขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395212541/95718241e70c67bd014f9e88fb47267e/xh.png" />
         <pubDate>2021-10-09 14:24:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1804140727</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวชาลิสา ยาวิไชย เลขที่23 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1804417665</link>
         <description><![CDATA[<div>สารเคใช้กันอยู่เป็นประจำในบ้าน ด้วยคุณสมบัติฆ่าเชื้อและทำความสะอาดกระจกอย่างล้ำลึก&nbsp; ผลิตภัณฑ์ที่มีการผสมสารเคมีเข้าด้วยกันทำให้เกิดปฏิกริยาทางเคมีที่เป็นอันตราย&nbsp; เช่น เอทีลีนไกลคอล ซึ่งถ้าได้รับเข้าไปในร่างกายอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อ สมอง หัวใจ และไต และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ การสูดดมอาจก่อให้เกิดอาการมึนหัว นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ที่ชื่อว่า เมทานอล ในน้ำยานี้สามารถดูดซึมได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นทางผิวหนัง การหายใจ หรือการรับประทาน เมทานอลจะเข้าไปทำลาย สมอง ตับ ไต และอาจทำให้ตาบอดได้ ส่วนแอลกอฮอล์ประเภทไอโซโพรพิล จะไปกดระบบประสาทส่วนกลางทำให้เกิดอาการซึม สลบ และมีโอกาสเสียชีวิต  น้ำยาเช็ดกระจกเป็นสารเคมีประเภทกรด เป็นพิษต่อร่างกายหากซึมเข้าสู่ผิวหนัง&nbsp; จึงเป็นอันตรายหากไปสัมผัส<strong> </strong>มีวิธีการสังเกตง่าย ๆ คือ เมื่อถูกผิวหนังจะรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ หรือปวดแสบปวดร้อนที่เป็นเช่นนี้เพราะกรดมีฤทธิ์ในการกัดกร่อน และมีกลิ่นเปรี้ยว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395421842/1bbadae06f0d4a593773fb7c6bef1317/__________________________________________2020.jpg" />
         <pubDate>2021-10-09 18:27:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1804417665</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวเกศศิริ บุญสาร เลขที่19 ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1805680471</link>
         <description><![CDATA[<div>แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ ถ้าในกระเพาะอาหารมีกรดมากเกินไปทำให้อาหารไม่ย่อยและส่งผลให้เกิดอาการจุกเสียดหรือแน่นท้อง การรับประทานยาที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ หรือ Milk of magnesium จะช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารได้ เพราะมีฤทธิ์เป็นเบสอ่อน ๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1393400013/ecf11d307b9ffb260c1e1bad10c3bbb8/____________________.jpg" />
         <pubDate>2021-10-10 16:02:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1805680471</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายแสนดี หนุนภักดี เลขที่ 2 ชั้น ม.6/10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1814181914</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>แชมพู&nbsp;</strong>จะมีสารที่มีเบสเป็นองค์ประกอบผสมอยู่ด้วย และแชมพูจะทำให้เกิดความเป็นเบสบนเส้นผมจะทำให้ผมฟู (ค่าpHของแชมพูนั้นจะอยู่ที่ 4.5 - 8.5) สามาถใช้ครีมนวดผมซึ่งมีค่า pH ต่ำปรับสภาพเส้นผมได้ </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1402246273/2e50b29d99a8c7f3ad208c59d58fc9e0/ca16ea89a63884ac74830e6d3dc4ce82.jpg" />
         <pubDate>2021-10-13 14:42:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thidarak/2hvanf9m68igmesg/wish/1814181914</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
