<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Sirapraphaaaa by 5524 นางสาวศิรประภา เจ็กจันทึก</title>
      <link>https://padlet.com/c18613/Bookmarks</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยการคุยโว</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-01-25 04:53:38 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-02-24 14:35:18 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>วัดศรีสุวรรณ์(วัดเขื่อนแดง)</title>
         <author>c18613</author>
         <link>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039582112</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>วัดศรีสุวรรณ์(วัดเขื่อนแดง)<br></strong><br></div><div><strong>ข้อมูลสถานที่</strong></div><div>วัดศรีสุวรรณ(วัดเขื่อนแดง) เป็นวัดเก่าแก่มาแต่ครั้งโบราณกาลมีอายุกว่า 600 ปี สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1925 คือราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย นามเดิมของวัดนั้นมีนามเรียกต่างกันหลายยุคสมัยต่างกาล ต่างวาระ พอจะสดับชื่อเดิมได้นี้คือวัดศรีสุวรรณปทุมมา วัดเขื่อนแดง วัดเขตแดง วัดเขตแดนและวัดตะแลงแกรง เขตประหารนักโทษ</div><div><br></div><div><strong>ลักษณะเด่น</strong></div><div>มีโบสถ์ เจดีย์ 3 องค์(คู่มากับโบสถ์) หอระฆังเก่าแก่คู่โบสถ์ซึ่งเป็นศิลปะในสมัยกรุงศรีอยุธยามีพระประธานในโบสถ์สมัยทวารวดี ปางมารวิชัย เคยถูกคนร้ายใจบาปลอบเข้าไปตัดเศรียรและทางวัดได้หาช่างมาซ่อมดังเดิมแล้ว</div><div><br></div><div><strong>ประวัติ</strong></div><div>วัดศรีสุวรรณ (วัดเขื่อนแดง) เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่ พ.ศ. 1925 ต้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประมาณ พ.ศ. 2459 มีประวัติที่เล่าต่อกันมาว่าคหบดีตระกูลหนึ่งมีภรรยา 2 คน ต่างคนก็มีบุตรชาย เมื่ออายุครบบวชก็ได้สร้างวัด ภรรยาคนหนึ่งสร้างวัดชื่อ "วัดฉิมพลียางโทน" อยู่ทางทิศใต้ ส่วนอีกคนหนึ่งสร้าง "วัดเขื่อนแดง" หรือ "วัดศรีสุวรรณ" ในปัจจุบัน และวัดนี้มีนามเรียกกันอีกนามหนึ่งว่า "วัดตะแลงแกง" เนื่องจากได้เคยเป็นที่กักขังและประหารนักโทษ ที่นี่ เคยเป็นวัดร้างที่ทรุดโทรมและได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อคราวสงครามมหาเอเชียบูรพา ราว พ.ศ. 2485 ทางการทหารได้อาศัยที่วัดศรีสุวรรณเป็นที่ตั้งกองบัญชาการยุทธภูมิชั่วคราว<br>ที่มา:&nbsp;<a href="https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21938">https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21938</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1551801637/036a6f59e61bcc6cc07a0694eabf4000/4ABFB2B0_8172_4F63_B5FF_6B236F2F5E3D.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-10 06:27:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039582112</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติการเสด็จประพาสต้น</title>
         <author>c18613</author>
         <link>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039595667</link>
         <description><![CDATA[<div>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสต้นยังจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นการเสด็จเพื่อพบเห็นและใกล้ชิดกับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระองค์เอง และทรงประสงค์ที่จะได้รับทราบความทุกข์ ความสุขและความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างแท้จริง<br>&nbsp;<br>จากการอธิบายความหมายของการเสด็จประพาสต้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ นับได้ว่ามีจำนวน ๓ ครั้งคือ<br>&nbsp;<br>การเสด็จประพาสต้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๗ เสด็จสมุทรสาคร ดำเนินสะดวก ราชบุรี, สมุทรสงคราม ฯลฯ<br>การเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙ ระหว่างวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ถึง ๒๙ สิงหาคม ๒๔๔๙ โดยเสด็จออกจากสวนดุสิต ลงเรือที่ตำหนักแพวังหน้า โดยเสด็จผ่านเมืองนครสวรรค์ขาขึ้น ในวันที่ ๑๑-๑๘ สิงหาคม ๒๔๔๙ ซึ่งการเสด็จฯ เมืองนครสวรรค์ครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครสวรรค์มาก และสามารถค้นคว้าหาภาพถ่ายมาประกอบเรื่องได้ ด้วยขณะนั้นพระองค์ทรงโปรดการถ่ายรูป<br>การเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๓ร.ศ. ๑๒๘ ( พ.ศ.๒๔๕๑ ) เสด็จโดยทางรถไฟจนถึงเมืองนครสวรรค์ แล้วทรงเรือพระที่นั่งล่องน้ำลงมาเข้าปากน้ำมะขามเฒ่าประพาสทางลำน้ำเมืองสุพรรณบุรี<br>&nbsp;<br>งานเสด็จประพาสต้นพระพุทธเจ้าหลวง มณฑลนครสวรรค์ กำหนดจัดทุก ๆ เดือนสิงหาคมของทุกปี ณ แต่ละอำเภอที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เคยเสด็จประพาสต้น เหตุที่เรียกว่า "ประพาสต้น" นั้น เนื่องจากเมื่อเวลาจะประพาสแล้วไม่อยากให้ใครรู้ว่าจะเสด็จไป เพื่อใกล้ชิดกับประชาราษฎร์มากขึ้น ในการเสด็จฯ จะทรงเรือมาดเก๋ง 4 แจว 1 ลำ แต่เรือลำเดียวไม่พอบรรทุกเครื่องครัว จึงทรงซื้อเรือมาดประทุน 4 แจว ที่แม่น้ำอ้อมแขวง จ.ราชบุรี 1 ลำ โปรดให้ เจ้าหมื่นเสมอใจราช เป็นผู้คุมเครื่องครัวไปในเรือนั้น เจ้าหมื่นเสมอใจราชมีชื่อเรียกว่า "อ้น" จึงทรงดำรัสเรียกเรือลำนั้นว่า "เรือตาอ้น" เรียกเร็ว ๆ จึงกลายเสียงเป็น "เรือต้น"<br>ที่มา:<a href="https://www.m-culture.go.th/nakhonsawan/ewt_news.php?nid=1631&amp;filename=index">https://www.m-culture.go.th/nakhonsawan/ewt_news.php?nid=1631&amp;filename=index</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1551801637/75ccbda40263705ddb5a2460c7e957ca/ECAD4504_2148_42C1_B5F7_5DB557A39AA0.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-10 06:39:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039595667</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะเด่นของวัดศรีสุวรรณ</title>
         <author>c18613</author>
         <link>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039602931</link>
         <description><![CDATA[<div>ลักษณะเด่นของวัดศรีสุวรรณ<br>ลักษณะเด่น<br>มีโบสถ์ เจดีย์ 3 องค์(คู่มากับโบสถ์) หอระฆังเก่าแก่คู่โบสถ์ซึ่งเป็นศิลปะในสมัยกรุงศรีอยุธยามีพระประธานในโบสถ์สมัยทวารวดี ปางมารวิชัย เคยถูกคนร้ายใจบาปลอบเข้าไปตัดเศรียรและทางวัดได้หาช่างมาซ่อมดังเดิมแล้ว<br>ที่มา:<a href="https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21938">https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21938</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1551801637/b2da14eb0a22e0c151acafe2f7f2af75/C97485BC_E639_4836_A99C_E135E3D851E4.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-10 06:46:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039602931</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความสำคัญของวัดศรีสุวรรณ</title>
         <author>c18613</author>
         <link>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039608176</link>
         <description><![CDATA[<div>ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้น่าสนใจมากเนื่องจากเป็นนครสวรรค์เก่า โดย "พระองค์เจ้าจิรประวัติ" ซึ่งเป็นพระราชโอรสของรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านมีความสามารถทางด้านการทหารและถูกส่งไปศึกษาด้านวิชาทหารในต่างประเทศ และในสมัยนั้นพระองค์ทรงเป็นเสนาธิการทหารบกคนแรกต่อมาค่ายทหารนครสวรรค์เดิมจึงถูกย้ายไปฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อปี พ.ศ. 2485 เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พระองค์เจ้าจิรประวัติ จึงใช้ชื่อว่า "ค่ายจิรประวัติ" จวบจนปัจจุบัน<br>ที่มา:<a href="http://www.annaontour.com/province/nakornsawan/wadsreesuwan.php">http://www.annaontour.com/province/nakornsawan/wadsreesuwan.php</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1551801637/1ca15a916fc59bd56ff6e67f59159665/7A6D8959_6C1C_4958_BFD2_6697E492B6E9.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-10 06:50:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039608176</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดตะแลงแกง</title>
         <author>c18613</author>
         <link>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039619263</link>
         <description><![CDATA[<div>วัดตะแลงแกงวัดนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า“วัดตะแลงแกง”เนื่องจากเคย เป็นที่กักขังและประหารนักโทษ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2449 (ร.ศ.125) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ 5 ได้เสด็จประพาสต้นเมืองนครสวรรค์ โดยทหาร ได้ใช้พื้นที่วัดเขื่อนแดงเป็นที่ตั้งกองบัญชาการรักษา พระองค์ชั่วคราว พระองค์ยังได้เสด็จมาประทับที่ศาลาหน้าวัดแห่งนี้เพื่อพิจารณาคดีตามคำปรึกษา ของศาลทหารให้ประหารชีวิตอ้ายวิม ซึ่งเป็นพล ทหารที่ฆ่านายสิบ ถือเป็นความผิดร้ายแรง เนื่องจาก อยู่ในช่วงรักษาราชการเสด็จพระราชดำเนิน หากมี การลดหย่อนโทษ จะทำให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปลักษณะเด่นมีโบสถ์ เจดีย์ 3 องค์(คู่มากับโบสถ์) หอระฆังเก่าแก่คู่โบสถ์ซึ่งเป็นศิลปะในสมัยกรุงศรีอยุธยามีพระประธานในโบสถ์สมัยทวารวดี ปางมารวิชัย เคยถูกคนร้ายใจบาปลอบเข้าไปตัดเศรียรและทางวัดได้หาช่างมาซ่อมดังเดิมแล้วตะแลงแกงจึงเหมือนเป็นจุดกึ่งกลางของพระนคร มีหลักฐานของชาวต่างชาติที่เข้ามาในสมัยนั้นบันทึกไว้ว่า ตั้งแต่ประตูชัยขึ้นมาจนถึงย่านตะแลงแกง เป็นจุดที่มีผู้คนอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น มีตลาดขายของชำและของสดเช้าเย็น ได้แก่ ตลาดหน้าคุก ตลาดหน้าศาลพระกาฬ คงด้วยเหตุนี้กระมังในสมัยกรุงศรีอยุธยาจึงมักใช้ตะแลงแกงเป็นที่ประหารชีวิตและเสียบหัวประจานนักโทษในคดีล้มล้างราชบัลลังก์ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ที่คิดจะทำการใหญ่ต่อไปในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. ๒๐๙๑-๒๑๑๑) พระศรีศิลป์ พระราชโอรสของสมเด็จพระไชยราชาและท้าวศรีสุดาจันทร์ ซึ่งโปรดให้นำมาชุบเลี้ยงไว้หลังทำรัฐประหารยึดอำนาจจากขุนวรวงศาธิราชสำเร็จ ได้ซ่องสุมผู้คนก่อการกบฏ แต่แผนการล้มเหลวเสียก่อน จึงถูกพระราเมศวรและพระมหินทราธิราชพระราชโอรสของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิปราบปรามลงได้ พระศรีศิลป์ต้องปืนตายระหว่างการต่อสู้กับทหารจากวังหลวง ส่วนผู้ก่อการที่คบคิดกับพระศรีศิลป์ก็ถูกนำตัวไปประหารชีวิตและเสียบหัวประจานที่ตะแลงแกงการประหารชีวิตขนานใหญ่ที่ตะแลงแกงเกิดขึ้นอีกครั้งในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ.๒๑๗๒-๙๔) พระอาทิตยวงศ์ซึ่งถูกถอดออกจากราชสมบัติไปแล้ว แต่ยังทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงไว้เพราะเห็นว่าเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาภายหลังได้คบคิดกับกลุ่มขุนนางที่ยังจงรักภักดีก่อการกบฏขึ้น เมื่อรวบรวมกำลังได้ประมาณ ๒๐๐ คนแล้ว ก็บุกเข้าไปในพระราชวังหลวงจะจับสมเด็จพระเจ้าปราสาททองปลงพระชนม์ ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าปราสาททองมิรู้ทันพระองค์ก็เสด็จหนีลงเรือมาลอยลำอยู่ตรงบริเวณฉนวนน้ำประจำท่าฟากแม่น้ำลพบุรี จากนั้นก็โปรดให้เร่งคุมไพร่พลไปปราบกบฏจนแตกพ่าย พระอาทิตยวงศ์และผู้ก่อการทั้งหมดถูกจับได้ จึงโปรดให้นำไปประหารชีวิตและเสียบหัวประจานที่ตะแลงแกงการเดินทางถ้าเริ่มจากหน้าวิหารพระมงคลบพิตร มุ่งหน้าตรงไปจนเจอถนนศรีสรรเพชญ์ จากนั้นให้เลี้ยวขวา จะผ่านหน้าวัดพระรามทางซ้ายมือ ส่วนทางขวามือคือคุ้มขุนแผน หรือบริเวณที่เป็นคุกเดิม ถัดขึ้นไปใกล้ๆ กันเป็นซากโบราณสถานวัดเกษ เมื่อพ้นวัดนี้ไปแล้วจะเห็นสี่แยกมีวงเวียน บริเวณดังกล่าวก็คือย่านตะแลงแกง ซึ่งเคยเป็นสถานที่ลงพระราชอาญาผู้ก่อการกบฏในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ้นสี่แยกผ่านถนนป่าโทนตรงไป จะเห็นศาลหลักเมืองอยู่ทางขวา ติดกันนั้นเป็นซากอาคารที่เมื่อก่อนคือศาลพระกาฬ ยังปรากฏหลักฐานในเห็นจนทุกวันนี้<br>ที่มา:<a href="https://www.silpa-mag.com/history/article_5985">https://www.silpa-mag.com/history/article_5985</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1551801637/50a130b9fdef5fec32b58e5f60df5933/D3896EBA_3FCB_4FE5_92DD_9D35BCBD8F5F.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-10 07:00:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039619263</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผู้จัดทำ</title>
         <author>c18613</author>
         <link>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039620814</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวศิรประภา เจ็กจันทึก ม.5/5 เลขที่24</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1551801637/8dade4efba13f822bfdec89dafede289/F48AD84C_1DF4_4722_BAB5_6A6047FC0831.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-10 07:01:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c18613/Bookmarks/wish/2039620814</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
