<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>กิจกรรมในชั้นเรียนครั้งที่ 1 ย้อนอดีตเพื่ออนาคต by rin rin</title>
      <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz</link>
      <description>ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลอะไรก็ได้ เช่น สิ่งของ ,เครื่องมือเครื่องใช้ ,บุคคลสำคัญ ,เรื่องราวเหตุการณ์ ที่เราสนใจพร้อมสรุปสาระสำคัญลงไปตามหัวข้อยุคสมัยที่ครูกำหนดไว้
สิ่งที่นักเรียนต้องส่ง :
1. รูปภาพ
2. สาระสำคัญ
3. วิเคราะห์ว่า &quot;สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร
&quot; 
4. แหล่งที่มาของข้อมูล</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-02-02 05:21:39 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-02-09 02:05:47 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>กระดาษปาปิรุสจากอารยธรรมอียิปต์ กระดาษแผ่นแรกของโลก (นายอัมรินทร์ กะลูแป เลขที่100)</title>
         <author>rinzard19</author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2024737294</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในอารยธรรมอียิปต์มีการพัฒนาระบบตัวเขียนขึ้นซึ่ง ได้แก่ อักษรภาพจารึกในแผ่นศิลาหรือ ฝาผนังหินขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า อักษรไฮโรกลิฟิก (Hieroglyphic)&nbsp; และต่อมาได้พัฒนาตัวเขียนเพื่อให้เขียน ได้รวดเร็วขึ้นแต่ยังคงเป็นอักษรภาพอยู่&nbsp; ที่เรียกว่า อักษรเฮียราติก (Hieratic) ซึ่งอักษรเฮียราติกนี้เองได้มีการเขียนลงกระดาษปาปิรุส (Papyrus) ซึ่งทำจากต้นปาปิรุสที่มีขึ้นทั่วไปในแม่น้ำไนล์&nbsp; ส่วนวัสดุที่ใช้เขียนจะใช้ปล้องหญ้ามาตัดเป็นปากกาจิ้มหมึกเขียนลงบนกระดาษ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ชาวอียิปต์โบราณใช้กระดาษปาปิรุสเพื่อบันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้า บทสวด คำสาบาน ตลอดจนเหตุการณ์ต่าง ๆ จากนั้นนำไปบรรจุไว้ในพีระมิดของอียิปต์ และนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งแต่ต้นราชวงศ์ของอียิปต์เป็นต้นมาได้มีการใช้กระดาษปาปิรุสกันแล้ว</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยข้อดีของกระดาษปาปิรุส คือ มีความยืดหยุ่นและคงต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี เหมาะสมกับสภาพอากาศของอียิปต์นั่นเอง<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทำให้เกิดการต่อยอดและพัฒนาในแต่ละยุคสมัยจนเกิดกระดาษที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่หากพิจารณาอีกมุมหนึ่ง การสร้างกระดาษในแต่ละแผ่น ก็อาจทำให้เกิดการเผาผลาญทรัพยากรทางธรรมชาติจนนำไปสู่ภาวะโลกร้อนหรือการทำลายระบบนิเวศ<br><mark>แหล่งที่มา </mark><br>https://www.suksawad.com/post/papyrus-paper-first-paper</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1563721471/eeefef552bcf823c399b1f9736c9eb49/249f63_f445a0a863f74203b5fc7d536e627120_mv2.png" />
         <pubDate>2022-02-02 05:38:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2024737294</guid>
      </item>
      <item>
         <title> สถานที่ล้ำค่าทางอารยธรรม : กำเเพงเมืองจีน(นางสาวอามานี เจ๊ะอุบง เลขที่15)  </title>
         <author>amaneecheubong2003</author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2024902474</link>
         <description><![CDATA[<div>•สาระสำคัญ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประเทศจีนนั้นมีแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรื่องมาตั้งแต่สมัยโบราณ นี่คืออีกหนึ่งร่องรอยอารยธรรมที่สร้างเพื่อปกป้องแผ่นดินทำให้มนุษยชาติทั่วโลกได้ตระหนักว่า ประเทศจีนในสมัยประวัติศาสตร์นั้นแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่เพียงใด “กำแพงเมืองจีน” หรือ “กำแพงหมื่นลี้” ได้ทอดยาวเพื่อปกปักรักษาแผ่นดินจีนทางตอนเหนือหลายหมื่นกิโลเมตรมาเป็นเวลายาวนานกว่าหลายร้อยปี</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ความยาวของกำแพงแห่งนี้เรียกได้ว่าเพียงสายตาของเหยี่ยวก็ยังคงมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของมันได้ ทำให้กำแพงเมืองจีนนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างจากน้ำมือมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยปรากฏขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยความยาวกว่า 21,196.18 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 15 มณฑลทั่วประเทศ จนถูกนับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยกำแพงเมืองจีนได้ถูกสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อแรงงานนับล้าน โดยแรงงานที่ถูกเกณฑ์มาส่วนใหญ่เป็นนักโทษสงครามและทาส และมีแรงงานจำนวนไม่น้อยที่ต้องสังเวยชีวิตในระหว่างการก่อสร้าง ดังนั้น สิ่งก่อสร้างแห่งนี้จึงคู่ควรต่อการเป็นมรดกของโลก และสิ่งมหัศจรรย์ที่น่ายกย่องเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจว่าเหล่าผู้เสียสละได้สร้างสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ของตนเองได้สำเร็จแล้ว<br><br>• จุดประสงค์ของการสร้างกำเเพงเมืองจีน</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด กำแพงเมืองจีนถือเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก<br><br>• เเหล่งที่มา</div><div><br>https://www.changtrixget.com/travel/7-wonders-middle/</div><div><br><br><br></div><div><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1438959992/fff89ccca9ea7645c7c68fde1604540c/B3987572_F9C9_42A6_A0C0_B31B760001BD.png" />
         <pubDate>2022-02-02 08:22:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2024902474</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สวนลอยแห่งกรุงบาบิโลน                    หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก                จากอารยธรรมเมโสโปเตเมีย (นายจิรายุ แก้วสม เลขที่ 1)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2027202214</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สวนลอยแห่งบาบิโลนนับเป็นความ รุ่งเรืองเกรียงไกรยิ่ง โดยเฉพาะตำนานของคริสเตียนได้มีข้อความที่กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของสวยลอย แห่งนี้ไว้มาก กล่าวกันว่าบาบิโลนคือสถานที่แรกๆ ของบรรพบุรุษชาวโลกในกาลก่อน และยังมีบางส่วนที่กล่าวถึงบาบิโลนในฐานะที่เป็นหอคอบสูงที่มนุษย์ใช้สำหรับ หลับภัยยามน้ำท่วมโลกก่อนที่จะพังทลายลง ปัจจุบันนักวิชาการต่างพยายามค้นคว้าข้อมูลและหาตำแหน่งที่แท้จริงของสถาน ที่ตั้งสวนลอยว่ามีอยู่จริงหรือไม่<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สวนลอยบาบิโลนจัดเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตั้งอยู่บนแม่น้ำยูเฟรติส ประเทศอิรักในปัจจุบัน สร้างโดยกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่ 3 แห่งกรุงบาบิโลเนีย สร้างให้แก่มเหสีของพระองค์ชื่อพระนางเซมีรามีส สร้างขึ้นเมื่อ 600 ปีก่อนคริสต์ศักราช สุงประมาณ 75 ฟุต กินพื้นที่ 400 ตารางฟุต ระเบียงทุกชั้นได้รับการตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนพุ่มชนิดต่างๆ มีระบบชลประทานชักน้ำจากแม่น้ำไทกิสไปทำเป็นน้ำตกและนำไปเลี้ยงต้นไม้ตลอดปี ปัจจุบันสวนนี้ได้พังทลายไปหมดแล้ว<br><br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทำให้เกิดการพัฒนาในเรื่องการก่อสร้างสถาปัตยกรรมในยุคหลัง อีกทั้งเรื่องการพัฒนาระบบชลประทานเพื่อใช้ในการนำส่งน้ำไปยังที่ห่างไกล ส่งไปยังพื้นที่สูงหรือใช้ในการช่วยขนส่งสิ่งของ เช่น การขนหินที่มีน้ำหนักมาก<br><br><mark>แหล่งที่มา</mark><br>https://7thingspacial.wordpress.com/7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุค/4-สวนลอยแห่งกรุงบาบิโลน/<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1565709654/16d7722e5836c291ad8fd7be0da46362/hanginggardens1.jpg" />
         <pubDate>2022-02-03 10:28:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2027202214</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กาลิเลโอ กาลิเลอี (GALILEO GALILEI : ค.ศ. 1564- 1642) (นางสาวปิยวรรณ อิศโร เลขที่4)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2033238655</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี ได้นำกล้องส่องทางไกลซึ่งประดิษฐ์คิดค้นโดยชาวฮอลแลนด์ มาประยุกต์สร้างขึ้นเป็นกล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสงเพื่อใช้ส่องดูวัตถุท้องฟ้า กาลิเลโอพบว่า <strong><em>พื้นผิวของดวงจันทร์เต็มไปด้วยหลุมขรุขระ พื้นผิวของดวงอาทิตย์มีจุด (Sunspots) และมิได้เป็นทรงกลมที่สมบูรณ์ (มีผิวราบเรียบ</em></strong>) ดังคำสั่งสอนของอริสโตเติล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กาลิเลโอพบว่าดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์บริวาร 4 ดวง เขาเฝ้าบันทึกการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ทั้งสี่ด้วยการสเก็ตรูป และสรุปว่า <strong><em>ดวงจันทร์ทั้งสี่มิได้โคจรรอบโลกแต่โคจรรอบดาวพฤหัสบดี</em></strong> สิ่งที่กาลิเลโอค้นพบขัดแย้งกับคำสอนของอริสโตเติลที่ว่า “โลกคือศูนย์กลางของจักรวาล วัตถุท้องฟ้าทุกอย่างโคจรรอบโลก"<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กาลิเลโอใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องมองดาวศุกร์ เขาพบว่าขนาดปรากฏของดาวศุกร์เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันคล้ายข้างขึ้นข้างแรม&nbsp; ขนาดของเสี้ยวดาวศุกร์เปลี่ยนแปลงไปตามตำแหน่งในวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ เมื่อดาวศุกร์โคจรอยู่ด้านเดียวกับโลก ดาวศุกร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวขนาดใหญ่ดวงจันทร์ข้ามแรม เนื่องจากเรามองเห็นแต่ทางด้านหลังดาวศุกร์&nbsp; แต่เมื่อดาวศุกร์โคจรไปอยู่อีกด้านหนึ่งของดวงอาทิตย์&nbsp; ดาวศุกร์จะมีขนาดเล็กลงแต่ทำมุมสะท้อนแสงอาทิตย์เกือบเป็นวงกลม สิ่งนี้เองที่<strong><em>เป็นหลักฐานยืนยันว่าทั้งโลกและดาวศูกร์ต่างโคจรรอบดวงอาทิตย์​ <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</em></strong>การค้นพบของกาลิเลโอจะถูกต้องตรงความเป็นจริงแต่ขัดแย้งกับคำสั่งสอนของศาสนาในยุคนั้น ตำราที่เขาเขียนจึงถูกอายัดและตัวเขาเองก็ถูกจองจำอยู่กับบ้านจนวันตาย จนกระทั่งสามร้อยปีต่อมาในเดือนตุลาคม ค.ศ.1992 (พ.ศ.2535) โบสถ์แห่งสำนักวาติกันได้ออกมาแถลงการณ์ยอมรับข้อผิดพลาดที่ปฏิบัติต่อกาลิเลโอ<br><br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>&nbsp; </strong>กาลิเลโอได้พัฒนากล้องโทรทรรศน์ให้มีประสิทธิภาพมากพอสำหรับการศึกษาวัตถุท้องฟ้า เพื่อสังเกตการโคจรรอบ ดวงดาว&nbsp; ทำให้วิชาการด้านดาราศาสตร์มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก และทำให้นักดาราศาสตร์ได้รับความรู้เกี่ยวกับจักรวาลและการเคลื่อนที่ในระบบสุริยจักรวาล ทำให้ทราบว่าดวงจันทร์โคจรรอบดาวพฤหัสบดี โลกและดาวศูกร์ต่างโคจรรอบดวงอาทิตย์​ และผิวดวงจันทร์ไม่เรียบ<br><br><mark>แหล่งที่มา</mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;http://www.lesa.biz/astronomy/cosmos/galileo<br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1529633387/296d4468bc1b9a2369a771a9f004a3d2/image.png" />
         <pubDate>2022-02-07 14:48:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2033238655</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โคลอสเซียม สังเวียนเดือด นักสู้โรมันผู้ยิ่งใหญ่ (นางสาวศิวพร วัฒนศิริ เลขที่ 5)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2034073958</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>• สาระสำคัญ</mark><br>&nbsp; &nbsp; โคลอสเซียม หรือทวิอัฒจันทร์ฟลาเวียน เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นเมื่อในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน <br>&nbsp; &nbsp; โดยโคลอสเซียมมีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรีเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬามากยิ่งขึ้น และมีการออกแบบให้มีทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี <br>&nbsp; &nbsp; อีกทั้งในอดีต สนามกีฬาแห่งนี้มีแต่การต่อสู้และการแข่งขันที่โหดร้ายต่างๆนานา เพื่อความสุขของผู้ชมเท่านั้น ใต้อัฒจรรย์โคลอสเซียม&nbsp; และใต้ดินโคลอสเซียม&nbsp; มีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไป หรือ ไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกัน<br><br><mark>• สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark><br>&nbsp; &nbsp; โคลอสเซียมเป็นต้นแบบของการสร้างสนามกีฬาแทบทุกแห่งของโลกยุคปัจจุบัน<strong><br><br></strong><mark>• แหล่งที่มา</mark><br> <a href="https://www.blockdit.com/posts/5f04eadcd6bee50c81496602">https://www.blockdit.com/posts/5f04eadcd6bee50c81496602</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.google.co.th/url?sa=t&amp;rct=j&amp;q=&amp;esrc=s&amp;source=web&amp;cd=&amp;ved=2ahUKEwiYgMa3ue71AhXhT2wGHaraCvAQFnoECAIQAQ&amp;url=https%3A%2F%2Fwww.blockdit.com%2Fposts%2F5f04eadcd6bee50c81496602&amp;usg=AOvVaw1pwYX5uEbniCfPMhNEa8vT" />
         <pubDate>2022-02-07 20:44:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2034073958</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>surabayakasor18</author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2034746283</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวซูราบาย่า กาซอ ม.6/1 เลขที่11<br><strong>ศิลปะสมัยใหม่</strong> เป็นคำที่ใช้เรียกการสร้างงานศิลปะตั้งแต่ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงประมาณคริสต์ทศวรรษ 1970 (สำหรับการสร้างงานศิลปะเมื่อไม่นานมานี้ มักจะเรียกว่า <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2">ศิลปะร่วมสมัย</a> หรือ <a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88&amp;action=edit&amp;redlink=1">ศิลปะหลังสมัยใหม่</a>) โดยการเป็นงานที่มีลักษณะเป็นสากล และเป็นแบบอย่างของแต่ละบุคคลมากว่าที่จะเป็นแบบอย่างศิลปะแห่งแคว้นซึ่งเป็นแบบที่มีความแตกต่างกันจนยากที่จะกล่าวอย่างผิวเผินได้ วัสดุและเทคนิคใหม่ ๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งผลผลิตของเครื่องจักรกลได้สะท้อนไปสู่งานศิลปะทำให้รูปแบบของศิลปะมีความหลายหลายมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ความรู้ทางด้าน<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2">จิตวิทยา</a>และ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C">ฟิสิกส์</a>ได้จัดแจงรูปแบบความคิดของศิลปินที่มีต่อมนุษย์ และโลกทางกายภาพขึ้นใหม่&nbsp;</div><div>&nbsp;ปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่าย ๆ ได้ แม้ว่าแนวโน้มศิลปะหลาย ๆ แบบในสมัย<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_25&amp;action=edit&amp;redlink=1">พุทธศตวรรษที่ 25</a> จะได้พยายามลดคุณค่าแบบอย่างศิลปะส่วนตนไปบ้าง แต่แนวโน้มที่แพร่หลายไปนี้ก็เน้นหนักที่ความคิดริเริ่มเป็นสำคัญ ลักษณะสำคัญของงานศิลปะสมัยใหม่ จึงเป็นปฏิกิริยาที่ศิลปินแต่ละคนแสดงออกต่อโลกรอบตัว&nbsp; <em>การค้นหาอาณาจักรความฝันเฟื่องของแต่ละคน</em> <em>การสร้างโลกทัศน์ใหม่ของตัวเองจากวัสดุและเทคนิควิธีการที่แปลกใหม่ไปจากเดิม</em> เหล่านี้เป็นลักษณะสำคัญของงาน<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">จิตรกรรม</a>&nbsp; <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">ประติมากรรม</a>แห่งพุทธศตวรรษที่ 25 แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความสนใจในศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมและได้รับอิทธิ<br><br>ผลจากการวิเคราะห์<br>ผลงานศิลปะเป็นผลงานที่ใช้จินตนาการในการทำ ซึ่งจะเเพร่ออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ศิลปินแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มก็มีแนวคิดเทคนิค วิธีการที่แตกต่างกันออกไปอย่างหลากหลาย บ้างก็ <em>สะท้อนสภาพสังคม</em> บ้างก็ <em>แสดงมุมมองบางอย่างที่แตกต่างออกไป</em> บ้างก็ <em>แสดงภาวะทางจิตของศิลปินและกลุ่มชน</em> บ้างก็ <em>แสดงความประทับใจในความงามตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</em> ซึ่งได้มีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์แบบใหม่ ๆ รวมถึงเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ในการสร้างสรรค์งานมากขึ้น การบริโภค หรือการสนับสนุนงานศิลปะ ไม่จำกัดอยู่ที่ชนชั้นสูง ขุนนาง หรือผู้ร่ำรวยอย่างแต่ก่อนเท่านั้น แต่ยังตอบสนองต่อประชาชนทั่วไปอีกด้วย ไม่เพียงแต่รูปแบบที่หลากหลายทางศิลปะเท่านั้นที่เกิดขึ้น รูปแบบศิลปะสมัยดั้งเดิมก็ยังได้รับความนิยมและสืบทอดต่อกันมาจนถึงสมัยปัจจุบันด้วย<br>แหล่งที่มา<br><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88">https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1438995018/22fc5c61dc1c99f36a6bbc0699f57dbe/78457F2C_FCC1_4773_B516_4D1195FC3A60.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-08 06:06:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2034746283</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แมไจมอบของขวัญให้พระเยซูบนโลงหินจากคริสต์ศตวรรษที่ 4 ที่ โรม (นางสาวนดา กูนา ม.6/1 เลขที่ 3)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2036885594</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาระสำคัญ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>ในสองสามคริสต์ศตวรรษแรกของศาสนาคริสต์ การฉลอง Epiphany ในวันที่แมไจนำของขวัญมามอบให้พระเยซูสำคัญกว่า การฉลองวันประสูติหรือวันคริสต์มาส โดยทั่วไปแมไจจะยืนเรียงลำดับถือของขวัญยื่นไปข้างหน้า ทางที่พระแม่มารีมีพระเยซูอยู่บนตักนั่งอยู่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่คล้ายกับภาพที่วาดกันมากว่าสองพันปีตั้งแต่สมัย อียิปต์โบราณ และสมัยโรมันเองที่เป็นภาพบรรยายชัยชนะต่อ “คนไม่มีวัฒนธรรม” โดยที่ผู้แพ้จะถือของกำนัลมาถวายจักรพรรดิหรือกษัตริย์ผู้ชนะ การแสดงรูปสัญลักษณ์ “การประสูติของพระเยซู” ในสมัยแรกๆ เป็นรูปง่ายๆ แสดงให้เห็นพระทารก ห่อแน่นนอนอยู่ในรางหญ้าหรือตะกร้าหวาย และจะมีวัวและลาจะปรากฏเสมอ ถึงบางครั้งจะไม่มีแมรีหรือมนุษย์คนอื่นๆ ในองค์ประกอบ แมรีจะปรากฏเฉพาะในฉาก “การชื่นชมของแมไจ” และในฉากเดียวกันก็จะมีเด็กเลี้ยงคนหนึ่ง หรือศาสดาคนหนึ่งถือม้วนหนัง ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 หลังการประชุมสภาอิฟิซัสครั้ง<br>ที่ 1 (First Council of Ephesus) เมื่อ ค.ศ. 431 <br><strong>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1">จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1</a>จะประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่ถูกต้องตามกฎหมายของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99">จักรวรรดิโรมัน</a>เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 และทำให้มีคนนับถือศาสนาคริสต์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน<br><strong>แหล่งที่มา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; •&nbsp;</strong><a href="https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=vinitsiri&amp;month=02-2010&amp;date=14&amp;group=45&amp;gblog=67">https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=vinitsiri&amp;month=02-2010&amp;date=14&amp;group=45&amp;gblog=67</a><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  &nbsp; • https://th.m.wikipedia.org/wiki/การประสูติของพระเยซู_(ศิลปะ)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1438966745/04bbdff946384f8bc7e1bd9db1c2af4a/B21C88E5_E5EF_4D44_A759_257F90DB56CE.png" />
         <pubDate>2022-02-09 02:05:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/2c032b3f4nu09qzz/wish/2036885594</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
