<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สรุป มั้งหรือเนื้อหา by ONE Janet Baker (Dig Grayson)</title>
      <link>https://padlet.com/digdigv3/2bxz0czsw5i2c1y8</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-10-01 16:27:51 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-10-06 07:47:28 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สรุปบท 1</title>
         <author>digdigv3</author>
         <link>https://padlet.com/digdigv3/2bxz0czsw5i2c1y8/wish/2727545935</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การจัดการเรียนรู้ หมายถึง</strong> <br>การดำเนินการหรือการจัด สภาพการณ์ของการเรียนการสอน ตามหลักการหรือทฤษฎี ของผู้สอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายที่กำหนด<br><br><strong>ความสำคัญ &gt;ของการจัดการเรียนรู้</strong></div><div>1.มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชา หรือกิจกรรมที่เรียนรู้</div><div>2.เกิดทักษะหรือมีความช านาญในเนื้อหาวิชา หรือกิจกรรมที่เรียนรู้</div><div>3.เกิดเจตคติที่ดีต่อสิ่งที่เรียน</div><div>4.สามารถน าความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน</div><div>5.สามารถน าความรู้ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อไปอีกได้<br><br><strong>ความหมาย &gt;ของการเรียนรู้</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การเรียนรู้</strong> หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเป็นผลมา</div><div>จากประสบการณ์และเป็นไปในทางที่สังคมพึงประสงค์&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากความหมายของการเรียนรู้ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า การเรียนรู้&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม</div><div><strong><br>ธรรมชาติ &gt;ของการเรียนรู้</strong></div><div>•จุดมุ่งหมายของผู้เรียน (Goal)</div><div>•ความพร้อม (Readiness)</div><div>•สถานการณ์ (Situation)</div><div>• การแปลความหมาย (Interpretation)</div><div>•การลงมือกระท า (Action)</div><div>•ผลที่ตามมา (Consequence)</div><div>•ปฏิกิริยาต่อความผิดหวัง (Contradiction)<br><br><strong>ปัจจัยที่มีผล &gt;ต่อการเรียนรู้</strong></div><div>•ตัวผู้เรียน (Student)</div><div>•บทเรียน (Lesson)<br>•กระบวนการจัดการเรียนการสอน (Instructional Process)</div><div>•สภาพแวดล้อม (Environment)</div><div><br><strong>องค์ประกอบ &gt;ที่ช่วยในการเรียนรู้</strong></div><div>•วุฒิภาวะ (Maturity)</div><div>• ความพร้อม (Readiness)</div><div>•การฝึกฝน (Practice)</div><div>• การเสริมแรง (Reinforcement)</div><div>•การถ่ายโยงการเรียนรู้ (Transfer of Learning)<br><br><strong>ประเภทและลำดับขั้น &gt;ของการเรียนรู้</strong></div><div><strong>ประเภทและขั้นการเรียนรู้ไว้ 3 ด้าน ดังนี้</strong></div><div><em>1. การเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)&nbsp;</em></div><div><em>2. การเรียนรู้ด้านจิตพิสัย (Affective Domain)&nbsp;</em></div><div><em>3. การเรียนรู้ด้านทักษะพิ สัย (Psychomotor Domain)&nbsp;</em></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>พุทธิพิสัย(Cognitive Domain)</strong><br>เป็นความสามารถและการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญาได้ตามลำดับความยากง่าย6 ขั้นดังนี้<br>1. ความรู้(Knowledge) <br>2. ความเข้าใจ(Comprehension) <br>3. กํารนำไปใช้(Application) <br>4. กํารวิเคราะห์(Analysis) <br>5. กํารสังเคราะห์(Synthesis) <br>6. กํารประเมินผล(Evaluation)<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>จิตพิสัย (Affective Domain) </strong><br>เป็นการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ด้านความรู้สึก อารมณ์ ความซาบซึ้ง ทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ ซึ่งการเรียนรู้ด้านจิตพิสัยต้องใช้วิธีการปลูกฝัง<br>โดยจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พฤติกรรม ด้านนี้แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้<br>1. การรับรู้ (Receive) <br>2. การตอบสนอง (Respond) <br>3. คุณค่า/ค่านิยม (Value)<br>4. การจัดระบบ (Organize) <br>5. บุคลิกภาพ (Characterize)<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) </strong><br>เป็นการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถทางด้านการปฏิบัติโดยใช้กล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งมีผลมาจากด้านจิตใจเป็นตัวควบคุมให้อวัยวะต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว พฤติกรรมด้านนี้ มีดังนี้<br>1. การรับรู้ (Imitation)&nbsp;<br>2. การกระท าตามแบบ (Manipulation)&nbsp;<br>3. การหาความถูกต้อง (Precision)&nbsp;<br>4. การกระท าอย่างต่อเนื่อง (Articulation)&nbsp;<br>5. การกระท าได้อย่างธรรมชาติ (Naturalization)&nbsp;</div><div><br><strong>----------------------------<br><br>การสอน (Teaching)</strong></div><div>การสอนมาจากภาษาอังกฤษ2 ค า คือTeaching หมายถึง การสอน<br>&nbsp;ที่ถือครูเป็นผู้สอนเป็นส าคัญ กล่าวคือ เป็นผู้บอก ผู้แสดง เหมือนเป็นศาสดา<br>&nbsp;และInstruction ค านี้ ความหมายคล้ายกับการสอนแนวใหม่ที่ครู<br>&nbsp;และนักเรียนท ากิจกรรมร่วมกัน หรือกิจกรรมที่เน้นผู้เรียน<br>&nbsp;เป็นส าคัญ ปัจจุบันการสอนแบบนี้จะได้รับความสนใจมาก<br><br>สรุปความหมายของการสอน ได้ว่า การสอน หมายถึงกระบวนการจัดสิ่งเร้าและสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับกิจกรรมหรือประสบการณ์ เพื่อผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากกิจกรรมและประสบการณ์ที่จัดให้โดยผ่านประสาทของผู้เรียนเองจนท าให้ผู้เรียนบรรลุผลสำเร็จตามจุดประสงค์ที่คาดหวังได้การสอนจึงเป็นการช่วย ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้นั่นเอง<br><br>&nbsp;<br>&nbsp;<strong>ปัจจัยที่ส่งเสริม &gt;การสอน</strong></div><div>การสอนจะเกิดประสิทธิผลมากน้อยเพียงใดนั้น มีปัจจัยส าคัญ คือ ตัวครูผู้สอน เพราะครู เป็นผู้ที่มีบทบาทที่ส าคัญยิ่ง แม้ว่าในปัจจุบันจะเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น หรือให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางก็ตาม แต่ครูก็ยังคงเป็นบุคคลส าคัญที่ท าให้เกิดระบบการเรียน การสอน ดังนั้นในส่วนที่กล่าวถึงการสอนจึงควรพิจารณาที่ครูผู้สอน โดยค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้</div><div>1. ความรู้ของครู (Knowledge)&nbsp;</div><div>2. ทักษะของครู (Skills)</div><div>3. สุขภาพของครู (Health)</div><div>4. บุคลิกภาพของครู (Personality)</div><div>5. เจตคติของครู (Attitude)</div><div><br><strong>หลักการ &gt;สอนทั่วไป</strong></div><div>หลักการสอน หมายถึง หลักเกณฑ์ที่เป็นแนวทางความคิดจากนักการศึกษาต่างๆ &nbsp;</div><div>ส าหรับยึดเพื่อให้การสอนด าเนินไปตามจุดมุ่งหมาย เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ท าหน้าที่สอน</div><div><br><strong>----------------------------<br><br>ความสัมพันธ์ &gt;ของ </strong><strong><em>การสอน </em></strong><strong>กับ </strong><strong><em>การเรียน</em></strong></div><div>1. การสอนและการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่จะแยกจากกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด เมื่อมีการสอนก็ต้องมีการเรียนเป็นสิ่งที่ควบคู่กันไป</div><div>2. การสอนที่ดีย่อมส่งเสริมให้การเรียนรู้ของนักเรียน ประสบผลส าเร็จ</div><div>ตามความมุ่งหมายของการสอน</div><div>3. การสอนที่ดีย่อมส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้เป็นอย่างดี&nbsp;</div><div>คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ เจตคติ เป็นต้น</div><div>4. การสอนที่ดีย่อมท าให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้โดยสะดวกและง่ายดาย</div><div>5. การเรียนและการสอน เป็นกระบวนการร่วมมือกันระหว่างครูกับนักเรียน</div><div>จึงจะช่วยให้การเรียนการสอนประสบผลส าเร็จสมความปรารถนา</div><div><br><strong>ปัจจัยที่มีผล &gt;ต่อ </strong><strong><em>การเรียน การสอน </em></strong><strong>ในชั้นเรียน</strong></div><div>1. ทางกายภาพ (Physical)</div><div>2. ทางสังคม (Society)</div><div>3. ทางจิตวิทยา (Psychology)</div><div>4. ทางกิจกรรม (Activity)</div><div><br><strong>องค์ประกอบ &gt;ของ </strong><strong><em>กระบวนการเรียนการสอน</em></strong></div><div>โดยทั่วไปการด าเนินกระบวนการเรียนการสอนมีหลายรูปแบบ&nbsp;</div><div>แต่เมื่อมาพิจารณา วิเคราะห์แล้วพบว่ามีองค์ประกอบหลักอยู่&nbsp;</div><div>4 ประการ ที่ต้องด าเนินการอย่างต่อเนื่องและสัมพันธ์กันไปตามล าดับอันเป็นหลักของกระบวนการซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้</div><div>1. การก าหนดจุดประสงค์ของการสอน&nbsp;</div><div>2. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน</div><div>3. การด าเนินการเรียนการสอน</div><div>4. การประเมินผล</div><div><br><strong>----------------------------</strong></div><div><br><strong>การจัดสิ่งแวดล้อม &gt;เพื่อการเรียนรู้</strong></div><div><strong><em>พิทยา&nbsp; บวรวัฒนา (2544</em></strong><strong>)</strong> ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่นอกองค์การ ได้แก่ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สภาพการเมือง&nbsp; ลักษณะของสังคม โครงสร้างของกฎหมาย นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม</div><div><br><strong><em>Robbins&nbsp; (1990)</em></strong> ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายนอกองค์การ คือ เป็นภาพรวมทั้งหมด ส่วนองค์การถือว่าเป็นส่วนประกอบย่อยที่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมภายนอก และองค์การจะอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับทฤษฎีทางด้านจิตวิทยาที่มีการศึกษาถึงเรื่องพฤติกรรม และสิ่งแวดล้อม</div><div><br><strong>อิทธิพล &gt;ของสิ่งแวดล้อมทางการเรียน</strong></div><div>Duke&nbsp; (1979)แบ่งอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเรียนการสอนในชั้นเรียนเป็น6 ด้าน ดังนี้<br>&nbsp;1. อิทธิพลทางด้านเทคโนโลยี<br>&nbsp;2. อิทธิพลทางด้านกฎหมาย<br>&nbsp;3. อิทธิพลทางด้านการเมือง<br>&nbsp;4. อิทธิพลทางด้านประชากร<br>&nbsp;5. อิทธิพลทางนิเวศวิทยา<br>&nbsp;6. อิทธิพลทางด้านวัฒนธรรม<br><br></div><div>จบ<br><br></div><div><br><br><br><br></div><div><br><br><br></div><div><br><br><br></div><div><br><br><br><br></div><div><br><br><br><br></div><div><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2087911409/9c1e3f8299ea9b9ac955a3a8124306c3/image.png" />
         <pubDate>2023-10-01 16:28:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/digdigv3/2bxz0czsw5i2c1y8/wish/2727545935</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สรุปบท 2</title>
         <author>digdigv3</author>
         <link>https://padlet.com/digdigv3/2bxz0czsw5i2c1y8/wish/2727546502</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>รูปแบบการเรียนรู้ (Models of Teaching)&nbsp;</strong></div><div>หมายถึง สภาพ หรือลักษณะของการจัดการเรียนการสอนที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบตามหลักปรัชญา ทฤษฎี หลักการ แนวคิดต่าง ๆ มีล าดับขั้นตอนการจัดการเรียนรู้อย่างชัดเจนโดยอาศัยวิธีการจัดการสอนและเทคนิคการสอนต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ได้โดยง่าย <br><strong>รูปแบบการจัดการเรียนรู้&nbsp; 6 รูปแบบ ดังนี้&nbsp;</strong></div><div><em>1.&nbsp; รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการ Process Skills&nbsp;</em></div><div><em>2.&nbsp; รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA Model)&nbsp;</em></div><div><em>3.&nbsp; รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบการสืบเสาะหาความรู้ (5E)&nbsp;</em></div><div><em>4.&nbsp; รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)&nbsp;</em></div><div><em>5.&nbsp; รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT&nbsp;</em></div><div><em>6.&nbsp; รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Work) <br></em><br>VvvvvVVvvvvV VvvvvV VvvvvV VvvvvV VvvvvV VvvvvV <br><br><br>------------------------------<br><br><strong>หลักการพัฒนา &gt;รูปแบบการจัดการเรียนรู้ของ Joyce and Weil (1996)&nbsp;</strong></div><div>ดังนี้</div><div>1. ต้องมีทฤษฎีรองรับ</div><div>2. ก่อนใช้ต้องมีการวิจัยเพื่อทดสอบทฤษฎีและตรวจสอบคุณภาพ</div><div>3. อาจออกแบบให้ใช้ได้อย่างกว้างขวางหรือเพื่อวัตถุประสงค์</div><div>เฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้</div><div>4. จะต้องพิจารณาเลือกรูปแบบจากจุดมุ่งหมายหลัก</div><div><br><strong>ขั้นตอนการพัฒนา &gt;รูปแบบการจัดการเรียนรู้&nbsp;</strong></div><div>1. การวิเคราะห์ปัญหา (Problem Analysis)&nbsp;</div><div>2. การวิเคราะห์การจัดการเรียนรู้และภาระงาน (Task and Learning Management)&nbsp;</div><div>3. ระบุจุดประสงค์และแบบทดสอบ (Objective and Tests)&nbsp;</div><div>4. กลวิธีการสอน (Instructional Strategy)&nbsp;</div><div>5. การตัดสินใจเกี่ยวกับสื่อการเรียนการสอน (Media Decisions)&nbsp;</div><div>6. การพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ (Materials Development)&nbsp;</div><div>7. การประเมินความก้าวหน้าระหว่างเรียน (Formative Evaluation)&nbsp;</div><div>8. การน าไปใช้ในสถานการณ์จริงและการปรับปรุง (Implementation Maintenance)&nbsp;</div><div>9. การประเมินสรุป (Summative Evaluation)&nbsp;</div><div>10. การเผยแพร่ขยายผลน าไปใช้ (Dissemination Diffusion)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 10.1 ขั้นตอนวิเคราะห์ (Analyze Phase)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 10.2. ขั้นตอนการออกแบบ (Design Phase)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 10.3 ขั้นตอนพัฒนา (Develop Phase)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 10.4 ขั้นตอนน าไปใช้ (Implement Phase)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 10.5 ขั้นตอนประเมิน (Evaluate Phase)&nbsp;<br><br>จบ<br><br></div><div><br><br><br></div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-10-01 16:29:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/digdigv3/2bxz0czsw5i2c1y8/wish/2727546502</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
