<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>หัดเล่นบอลแบบพื้นฐาน by </title>
      <link>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-06-18 02:33:56 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-06-18 03:35:02 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>napussagong</author>
         <link>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030642621</link>
         <description><![CDATA[<p>เรื่องความเร็วนั้นมีความสำคัญมากในเกมฟุตบอลสมัยใหม่ ใครที่วิ่งเร็วกว่าย่อมได้เปรียบอย่างแน่นอน จะเห็นได้จากนักฟุตบอลในสไตล์ Speed ล้วนเป็นนักเตะระดับโลกทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่, เอเดน อาซาร์ หรือแม้แต่ คีเลียน เอ็มบัปเป้, ซาดิโอ มาเน่ เพราะความเร็วจะทำให้พวกเขามีเวลาที่มากกว่าคู่ต่อสู้แม้เพียงเสี้ยววินาที และแค่นั้นก็นับเป็นความได้เปรียบมหาศาลแล้วสำหรับการเล่น</p><p>&nbsp;</p><p>วันนี้ Changsuek Analysis จะแนะนำวิธีการฝึกในการเพิ่มสปีดความเร็วกันครับ</p><p>&nbsp;</p><p>ความเร็ว หรือ ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Speed หมายถึง ความเร็วของการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนทิศทาง โดยในเกมฟุตบอลจะใช้ สปีดเป็นระยะสั้นๆ</p><p>&nbsp;</p><p>🔺 แบบฝึกแบบแรก คือ การวางกรวย 4 อัน ห่างกัน 10 เมตร ให้นักฟุตบอลวิ่งด้วยความเร็วไปยังกรวยอันแรก และถอยหลังกลับมายังจุดเริ่มต้น ก่อนจะวิ่งด้วยความเร็วไปกรวยที่2 ทำแบบนี้จนครบทุกกรวย เราจะได้ซ้อมการวิ่งระยะสั้นทั้งหมด 10 20 30 และ 40 เมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่วิ่งเฉลี่ยนใน 1 ครั้งการแข่งขันจริงๆ</p><p>&nbsp;</p><p>🔺 แบบฝึกที่สอง ให้นักฟุตบอลกระโดดขาเดียวข้ามรั้วกระโดด เป็นจำนวน 3 ครั้ง ก่อนที่จะวิ่งสปีดไปยังกรวยที่เราตั้งไว้เลือกระยะตามความเหมาะสมตามที่เราจะฝึก การฝึกทักษะแบบนี้ เราจะได้ฝึกความสมดุลของร่างกาย หรือ บาลานซ์ในการเคลื่อนไหว และได้ฝึกสปีดไปในตัว</p><p>&nbsp;</p><p>โดยสุดท้ายแล้ว ปัจจัยที่จะทำให้นักฟุตบอล วิ่งได้เร็วขึ้น มีอีกหลายองค์ประกอบ ที่ต้องฝึกพัฒนา ได้แก่&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>การจัดท่าทางการวิ่งที่ถูกต้อง&nbsp;&nbsp;</p><p>การวางเท้าและข้อเท้าให้ลงเท้าบริเวณระหว่างส้นเท้ากับกลางเท้า แล้วใช้การกลิ้งเท้าเพื่อให้ถีบตัวออกจากพื้นได้แรงที่สุด ขณะที่กลิ้งเท้าไปด้านหน้านั้น พยายามให้ข้อเท้ายืดหยุ่นเพื่อให้สามารถถีบตัวออกไปได้แรงที่สุด&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>การพัฒนากล้ามเนื้อเฉพาะส่วน ให้ขาออกแรงได้มากขึ้น เป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้เพิ่มพลังในการวิ่งระยะยาว</p><p>&nbsp;</p><p>แฟนๆช้างศึกสามารถเอาไปฝึกซ้อมและไปทำตามได้ และอย่าลืมแบ่งปันการฝึกนี้ให้กับเพื่อนๆนักฟุตบอลกันนะครับ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2507482357/7371eb552bef67aa8587d80272683918/istockphoto_1257635230_170667a.jpg" />
         <pubDate>2024-06-18 03:02:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030642621</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>napussagong</author>
         <link>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030649584</link>
         <description><![CDATA[<p>การเลี้ยงบอลพื้นฐาน</p><p><br/></p><p><strong>ท่าที่ 1 – การปาดฟุตบอล (Roll over)</strong></p><p><strong>การปาดลูกฟุตบอลถือเป็นเทคนิคที่ง่ายที่สุดในการเลี้ยงฟุตบอล อย่างไรก็ตามอย่างคำที่ว่า simply is the best คือถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ทักษะเบื้องต้นง่ายสุด แต่ถ้าใช้ให้ดี ก็มีประโยชน์อย่างมาก โดยการทำท่านี้ นักเตะจะใช้บริเวณฝ่าเท้าเป็นตัวเลี้ยงลูกบอล เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงบอลวิ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ และเมื่อฝั่งตรงข้ามกำลังก้าวขามาเพื่อแย่งฟุตบอลจากเรา ให้เราทำการปาดลูกฟุตบอลโดยใช้ฝ่าเท้า ปาดไปบริเวณด้านบนของลูกบอล หลบไปทางซ้าย หรือ ขวา แล้วแต่ถนัดของขาแต่ล่ะคน</strong></p><p><strong>ท่าที่ 2 – สับขาหลอก (step over, scissor)</strong></p><p>การสับขาหลอกถือเป็นเทคนิคที่ใช้กันอย่างแพ้หลาย นักเตะหลายๆคนนิยมใช้ท่านี้โดยมาก อย่างที่เห็นได้บ่อยอย่างเช่น คริสเตียนโน่ โรนัลโด้, ซีเนอดีน ซีดาน และนักเตะชื่อดังอื่นๆอีกมากมาย วิธีการทำนั้นคือเมื่อคุณเลี้ยงบอลจู่โจมฝ่ายตรงข้าม ให้ทำการสับขาหลอก (ก้าวข้ามบอลเป็นวงกลมสลับไปมา โดยอาจจะใช้ขาทั้ง 2 ข้างหรือข้างเดียวก็ได้) หลอกให้ฝั่งตรงข้ามเสียจังหวะก่อนที่จะกระฉากบอลไปทิศทางทีคิดว่าเหมาะสม</p><p><strong>ท่าที่ 3 ท่าหมุนตัว</strong></p><p><strong>(</strong>เมื่อฝ่ายตรงข้ามกำลังจิ่มขาเข้ามาเพื่อแย่งบอล เราสามารถใช้ใช้ท่าหมุนตัวนี้หลบคู่ต่อสู้ได้ด้วยการ ดึงบอลกลับถอยหลังด้วยขาข้างใดข้างหนึ่งก่อนจะใช้ขาที่เหลืออีกข้างเกี่ยวฟุตบอลไว้พร้อมกับหมุนตัวหลบคู่ต่อสู้ได้ในตัว โดยท่านี้ มาราดอนน่า และ ซีเนอดีน ซีดาน 2 ตัวนานฟุตบอลนิยมใช้ท่านี้เป็นอย่างมาก</p><p><strong>ท่าที่ 4 การเลี้ยงบอลอ้อมตัว (in and out)</strong></p><p>เป็นท่าที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก นิยมใช้โดยนักเตะที่มีความเร็วค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้สปีดในการวิ่งอ้อมตัวผู้เล่นไปเก็บลูกฟุตบอลต่อ ส่วนการใช้ท่านี้ก็ตรงตามชื่อคือ การเลี้ยงบอลไปในทางตรงกันข้ามของการวิ่งของเราเพื่อลูกฝั่งตรงข้ามให้เกิดความสับสน ในขณะที่ฝั่งตรงข้ามกำลังจะก้าวขามาแย่งบอล ให้เราทำการเตะฟุตบอลไปฝั่งตรงข้ามของคุ่ต่อสู้ (สมมุติว่าจิ่มบอลด้วยขาซ้าย ให้เตะบอลไปทางขวา) หลังจากเตะแล้วให้วิ่งไปในทางตรงกันข้ามกับลูกบอลเพื่อวิ่งอ้อมตัวหลบผู้เล่นฝั่งตรงข้ามก่อนวิ่งตามไปเก็บลูกบอลในจังหวะต่อไป</p><p><strong>ท่าที่ 5 เตะบอลรอดหว่างขา (Nut meg, Panna)</strong></p><p>บางคนอาจจะคิดว่าการเตะรอดหว่างขามันใช้เทคนิคการเลี้ยงบอลด้วยหรอเพราะอาจจะคิดว่าเกิดจากความบังเอิญมากกว่า แต่จริงๆแล้วการเตะรอดหว่างขานี้ถือเป็นอีก 1 เทคนิคที่ต้องใช้การฝึกฝนให้เกิดความเคยชินเพราะว่าจะเวลาที่จะใช้ท่านี้จะค่อนข้างกระฉันชิด จะต้องมีความไวทั้งร่างกายและการคิดควบคู่ไปด้วยกัน โดยท่านี้ขณะที่เราเลี้ยงบอลอยู่นั้น เมื่อฝั่งตรงข้ามกำลังก้าวขาเพื่อแย่งฟุตบอล แทนที่เราจะเลี้ยงออกซ้ายหรือขวาซึ่งฝั่งตรงข้ามจะดักจังหวะของเราไว้อยู่แล้ว เราจะทำการเตะบอลรอดหว่างขาคู่ต่อสู่เอง เพราะโดยปกติเมื่อต้องการก้าวขาแย่งบอล จะทำให้เกิดพื้นที่ว่างบริเวณขาทั้ง 2 และเปิดโอกาสให้เราใช้เทคนิคนี้ได้สำเร็จ</p><p>จบลงแล้วนะครับสำหรับ 5 ท่าที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลสามารถอ่าน ชมภาพหรือวิดีโอ และนำท่าเหล่านี้ไปฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ก็จะสามารถเอาไปใช้ได้จริงในสนาม ทำให้สามารถสร้างโอกาสและความได้เปรียบของทีมได้มากมายเลยทีเดียว</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2507482357/6765c18845c8517b92918385270b876f/627161cde.jpg" />
         <pubDate>2024-06-18 03:06:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030649584</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>napussagong</author>
         <link>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030658007</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>(tactic (s)) หรือยุทธวิธี เป็นเรื่องของส่วนทีม แท็กติกเป็นการนำเอาเทคนิคของ<br>นักเตะแต่ละคนมารวมกันและเล่นด้วยกัน เป็นยุทธวิธีในการเล่น&nbsp; โดยมีเป้าหมายตั้งแต่ การเล่น<br>เกมของตัวเอง&nbsp; ทำลายเกมคู่แข่งขัน&nbsp; โจมตีคู่แข่งขัน และสุดท้ายเพื่อเป็นผู้ชนะในเกมหวังจุดโทษ<br>นิยมกันมากในลีกอิตาลี โดยเฉพาะเวลาเล่นเป็นเจ้าบ้าน) อะไรบ้างที่เป็นแท็กติก อย่างเช่น<br>การเล่นลูกชิ่ง 1-2&nbsp; ดับเบิ้ลพาส&nbsp; คือส่งบอลให้เพื่อน แล้วเพื่อนเตะบอลจังหวะเดียวโดยไม่จับ<br>จังหวะนั้นเราอาจจะวิ่งขึ้นไปตรงๆ เพื่ออาจจะเบิ้ลให้เรา หรือ เบิ้ลไปคนอื่นๆ นี่คือ ดับเบิ้ลพาส<br>หรืออย่างเช่น การทำประตูแมนฯยูฯ ของ เวรอน นัดแข่งกับสาลิกาดง ซึ่งลูกถือว่าเป็นเทคนิค<br>ของเวรอน&nbsp; การเล่นบอลจัวหวะเดียวโดยไม่จับ อันนี้ยากเพราะทิศทางต้องแม่นยำและน้ำหนักดี<br>บรรดาลูกสูตร (set piece) ทั้งหลายแหล่ จากฟรีคิก ลูกเตะมุม</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2507482357/3f1e6c9bf3a509011cdc510f4df588b7/column_6738_ecc93b4510e2cbf98cefa7ab96bc403a.jpg" />
         <pubDate>2024-06-18 03:12:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030658007</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>napussagong</author>
         <link>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030661574</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1. เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ</strong></p><p>ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลนั้นส่งเสริมในเรื่องของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อขาและข้อเข่า เนื่องจากการเล่นฟุตบอลจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกายเด็ก ช่วยให้ลูกควบคุมการทรงตัว และสามารถรักษาสมดุลของร่างกายได้ดีขึ้น</p><p><strong>2. ส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย</strong></p><p>การเล่นฟุตบอลอาศัยองค์ประกอบหลายส่วนของร่างกายในการประสานงาน โดยลูกจะได้มีโอกาสฝึกทักษะการเคลื่อนไหว ไปพร้อม ๆ กับการใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ว่าจะต้องส่งลูกให้เพื่อนร่วมทีมตอนไหน หรือจะตัดสินใจยิงลูกเมื่อใด ดังนั้นประโยชน์ของฟุตบอลจะทำให้ลูกได้เพิ่มการเรียนรู้ และการควบคุมร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>3. ช่วยให้หัวใจแข็งแรง</strong></p><p>กีฬาฟุตบอลช่วยให้เด็ก ๆ มีร่างกายที่แข็งแรง รวมไปถึงอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจ โดยจะช่วยทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่น ไม่ตีบตัน เมื่อระบบเลือดทำงานเป็นปกติ เลือดก็จะถูกสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย และช่วยส่งไปที่หัวใจ นอกจากนี้ยังทำให้เลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกประปรี้กระเปร่า และมีความแอคทีฟของร่างกายมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>4. เพิ่มการเผาผลาญ</strong></p><p>กีฬาฟุตบอลยังมีประโยชน์ด้านเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยให้เด็ก ๆ ได้รักษาน้ำหนักตัวมาตรฐานที่เป็นไปตามเกณฑ์อายุและช่วงวัยอย่างเหมาะสม ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณของไขมันดี (HDL) และลดปริมาณของไขมันเลว (LDL) ได้อีกด้วย</p><p><strong>5. ช่วยให้ระบบหายใจทำงานเป็นปกติ</strong></p><p>ฟุตบอลช่วยทำให้ลูกมีระบบหายใจที่เป็นปกติ และเด็กยังสามารถจัดการกับระบบหายใจได้ดีกว่าคนทั่วไป เพราะการเล่นฟุตบอลจะต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นร่างกายลูกจะค่อย ๆ เรียนรู้ และปรับตัวให้เข้ากับการเดินและการวิ่งในสนาม และเมื่อระบบหายใจดี ก็จะช่วยส่งเสริมให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจน และการทำงานของหัวใจดีด้วยเช่นกัน</p><p><strong>6. ได้พัฒนาทักษะด้านอารมณ์</strong></p><p>การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีขึ้น รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายได้หลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่างโดพามีน (Dopamine) รวมถึงเป็นการกระตุ้นฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างสมวัย</p><p><strong>7. ได้พัฒนาด้านทักษะการเข้าสังคม</strong></p><p>การเล่นฟุตบอลเป็นทีมจะช่วยลูกจะได้มีการพัฒนาการด้านการเรียนรู้ การให้ความร่วมมือกับผู้อื่น ลูกจะได้มีความสามารถในการปรับตัว มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม มีทักษะการเจรจา และยังมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นอีกด้วย</p><p><strong>8. รู้จักการแสดงออกอย่างเหมาะสม</strong></p><p>ลูกจะได้เรียนรู้วิธีการวางตัวอย่างเหมาะสมเมื่อต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น รวมถึงท่าทางการแสดงออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากฝึกให้ลูกเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก เนื่องจากเป็นวัยที่มีการจดจำและการเรียนรู้ที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ในเกมการแข่งขันใดก็ตาม ลูกก็จะสามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสมจากประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา</p><p><strong>9. มีระเบียบวินัยและรับผิดชอบในหน้าที่</strong></p><p>ประโยชน์ของกีฟุตบอลอีกอย่างคือ ลูกจะได้ฝึกวินัยและรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองอย่างเต็มที่จากกีฬาฟุตบอล เพราะเด็กจะต้องมีการฝึกซ้อมวอร์มร่างกายเป็นประจำก่อนลงสนาม เพื่อป้องกันอาการกล้ามเนื้อบาดเจ็บ รวมถึงเด็กจะต้องรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายเมื่อต้องลงแข่งในสนามจริง</p><p><strong>10. ต่อยอดสู่เส้นทางนักกีฬามืออาชีพ</strong></p><p>หากลูกค้นพบตัวตนและมีความชอบในกีฬาฟุตบอล อนาคตก็มีโอกาสสูงที่ลูกจะสามารถพัฒนาฝีมือ และต่อยอดทักษะที่มีไปสู่เส้นทางนักฟุตบอลมืออาชีพได้ไม่ยาก เพราะเมื่อเด็กได้มีโอกาส<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.milo.co.th/all-sports/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81">ทำในสิ่งที่ชอบ</a> ก็ย่อมจะทำสิ่งนั้นได้ดี และสามารถเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้ในอนาคต</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-18 03:15:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/napussagong/266jv3rm4oguq21z/wish/3030661574</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
