<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>กลุ่มที่ 1 ไขความลับประวัติศาสตร์จีน by พัสกร ตรีเนตร</title>
      <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv</link>
      <description>คำชี้แจง : ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันไขความลับประวัติศาสตร์ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยให้หาข้อมูลที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความลับในแต่ละเรื่องและใส่ภาพประกอบให้ถูกต้อง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-12-15 06:55:50 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-03 11:49:09 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f1e8-1f1f3.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>1. ความลับเรื่องการเมืองการปกครอง</title>
         <author>lufee21211</author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1948760487</link>
         <description><![CDATA[<div>- อาณัติสวรรค์<br>- ระบอบสาธารณรัฐ<br>- พรรคคอมมิวนิสต์จีน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://i.pinimg.com/736x/4f/59/08/4f59081a1e6e02248f0afd3c4657cc8a.jpg" />
         <pubDate>2021-12-15 06:58:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1948760487</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2. ความลับเรื่องเศรษฐกิจ</title>
         <author>lufee21211</author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1948760864</link>
         <description><![CDATA[<div>- สงครามฝิ่น<br>-&nbsp;นโยบายปฏิรูปที่ดินของพรรคคอมมิวนิสต์<br>- นโยบายสี่ทันสมัย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://2.bp.blogspot.com/-Js4E9n4jDaY/WGTSNU8SAcI/AAAAAAAAkqI/QBG462BFI00Q-pH6tod2A9MnstdDPslvgCLcB/s1600/maxresdefault.jpg" />
         <pubDate>2021-12-15 06:58:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1948760864</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3. ความลับเรื่องสังคม</title>
         <author>lufee21211</author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1948761140</link>
         <description><![CDATA[<div>- สังคมแบบจารีต<br>- ลัทธิขงจื๊อ<br>- นโยบายมีลูกคนเดียว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://ngthai.com/app/uploads/2019/03/coufucius-e1554278279187.jpg" />
         <pubDate>2021-12-15 06:58:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1948761140</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961499439</link>
         <description><![CDATA[<div>สงครามฝิ่นคือความขัดแย้งระหว่างจีนและชาติตะวันตกในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 สงครามฝิ่นเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกในช่วงปีค.ศ. 1839-1842 สงครามเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอังกฤษและจีน และครั้งที่สองในช่วงปีค.ศ. 1856-1860 สงครามฝิ่นครั้งที่สองเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า the Arrow War หรือ the Anglo-French War เป็นสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน ชาติตะวันตกเป็นฝ่ายชนะในสงครามฝิ่นทั้งสองครั้ง ภายหลังสงคราม ชาติตะวันตกได้รับผลประโยชน์มากมาย ทั้งจากสนธิสัญญา การได้สิทธิพิเศษทางการค้า การได้รับสัมปทานดินแดน ในขณะที่จีนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ สงครามที่เกิดขึ้นมีส่วนทำให้ราชวงศ์ชิงอ่อนกำลังลงอย่างมาก สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดสงครามฝิ่น เกิดจากการที่จีนพยายามหยุดยั้งการค้าฝิ่น ในช่วงยุคศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา จีนได้ค้าขายกับตะวันตก โดยอังกฤษเริ่มส่งออกฝิ่นจากอินเดียมายังจีนอย่างผิดกฎหมาย จนในช่วงปีค.ศ. 1820 ชาวจีนเสพติดฝิ่นกันมากขึ้นจนส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม ในปีค.ศ. 1839 รัฐบาลจีนได้มีคำสั่งให้ยึดและทำลายฝิ่นจำนวนมากกว่า 20,000 กำปั่น น้ำหนักมากกว่า 1,400 ตัน โดยฝิ่นเหล่านั้นมีโกดังอยู่ที่กว่างโจว (Guangzhou) และเป็นฝิ่นของพ่อค้าชาวอังกฤษ ต่อมาในปีค.ศ. 1840 รัฐบาลอังกฤษได้ส่งกองทัพมาโจมตีจีน ในเดือนมิถุนายนปีนั้น กองทัพเรืออังกฤษปิดล้อมแม่น้ำจูเจียง และยึดครองเมืองกว่างโจวไว้ได้ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1841 แม้ทางจีนจะโจมตีตอบโต้ต่อไปจนถึงปีค.ศ. 1842 ก็ไม่สามารถเอาชนะอังกฤษได้ ในที่สุด สงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ก็จบลงในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1842 จีนถูกบีบให้ลงนามในสนธิสัญญานานกิง ในสนธิสัญญาระบุไว้ว่า จีนต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่อังกฤษ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเขตฮ่องกงให้ทางอังกฤษ ยอมเปิดเขตการค้าที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผลให้แก่พ่อค้าชาวอังกฤษ จากเดิมที่พ่อค้าชาวอังกฤษสามารถค้าขายกับจีนได้แค่ท่าเรือกว่างโจวเพียงแห่งเดียว เพิ่มเป็น 5 ท่าเรือ [1] ได้แก่ กว่างโจว เซี่ยเหมิน (Xiamen) ฝูโจว (Fuzhou) หนิงปอ (Ningbo) และเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) สงครามฝิ่นครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง จากจุดขัดแย้งเล็กๆ ที่มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสถูกสังหารในเขตกว่างซี (Guangxi) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1856 ต่อมา ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น เรือบรรทุกสินค้าของอังกฤษที่ชื่อ Arrow ถูกปล้นและมีการลดธงอังกฤษลง [4] สงครามระหว่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีนจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทางการอังกฤษได้ส่งกองทัพโจมตีแม่น้ำจูเจียงอีกครั้ง ฝรั่งเศสได้เข้าร่วมด้วยและเข้าควบคุมกว่างโจวได้ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1857 ต่อมา ในเดือนพฤษภาคม ปีค.ศ. 1858 กองกำลังอังกฤษเข้ายึดเทียนจิน (Tianjin) และบีบให้จีนต้องยอมตกลงให้จัดตั้งสถานกงสุลต่างชาติที่จีน เปิดท่าเรือการค้าเพิ่มเติมแก่ชาติตะวันตก ให้อิสระกับเหล่าคณะมิชชันนารีในการเผยแพร่ศาสนา ยอมให้การนำเข้าฝิ่นเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ต่อมา ในเดือนมิถุนายน ปีค.ศ. 1859 อังกฤษและฝรั่งเศสพยายามบุกมาที่ปักกิ่งเพื่อยืนยันข้อตกลง แต่ขบวนถูกขวางไว้ที่เมืองต๋ากู่ (Dagu) ในเดือนตุลาคมปีถัดมา กองกำลังอังกฤษและฝรั่งเศสจึงบุกเข้ามาถึงที่ปักกิ่งและเผาพระราชวังฤดูร้อนหยวนหมิงหยวน จีนจึงต้องยอมลงนามในสนธิสัญญาเทียนจิน และต้องยอมให้อังกฤษเช่าพื้นที่ตอนใต้ของเกาลูน และในปีค.ศ. 1860 จีนยังต้องยอมลงนามในสนธิสัญญาปักกิ่ง เพื่อสัญญาว่าจะปฏิบัติตามสนธิสัญญาเทียนจิน สงครามฝิ่นทั้งสองครั้งสร้างความเสียหายให้แก่จีนอย่างใหญ่หลวง ราชวงศ์ชิงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นำมาสู่การก่อกบฏโดยชาวบ้านหลายกลุ่ม ทั้งกบฏไท่ผิงและกบฏนักมวย นอกจากนี้ สงครามทั้งสองครั้งยังทำให้จีนได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกอย่างมากอีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.thaigoodview.com/files/u32340/a1.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 03:26:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961499439</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961507875</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;เป็นพรรคการเมืองหลักในสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก<br>มีสมาชิกกว่า 80 ล้านคน<br>ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2464 (100 ปี)<br>(วันก่อตั้งอย่างเป็นทางการ)<br>23 กรกฎาคม พ.ศ. 2464 (100 ปี)<br>(การประชุมสภาแห่งชาติของพรรคครั้งแรก)<br>ที่ทำการประเทศจีน จงหนานไห่, ปักกิ่ง, สาธารณรัฐประชาชนจีน<br>พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน เริ่มต้นเมื่อ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2464 ที่เซี่ยงไฮ้ แต่เริ่มมีการประชุมสภาแห่งชาติของพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 23 กรกฎาคม ได้เข้าปกครองจีนแผ่นดินใหญ่ภายหลังโค่นพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ลงในสงครามกลางเมือง โดย หม่าหลิน (Marine) เป็นผู้แทนเลนิน พบกับ ดร.ซุนยัตเซ็น และ หลี่ต้าเจา กับ จางเหลย เสนอให้จัดตั้งพรรคการเมืองที่รวบรวมความสามัคคีของกรรมกรและชาวนา</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395107799/40275524a016717614a52537c894ebdd/263374220_279770657444525_209296593364075405_n.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 03:33:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961507875</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961534188</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นระบอบการปกครองแบบหนึ่งที่ประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหารโดยใช้อำนาจผ่านนายกรัฐมนตรี ระบบกึ่งประธานาธิบดีมีต้นกำเนิดในฝรั่งเศส ระบอบกึ่งประธานาธิบดีนั้นเกิดขึ้นครั้งแรก ณ ประเทศฝรั่งเศส ในสมัยสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 โดยมีชาร์ลส์ เดอ โกลล์ เป็นประธานาธิบดี ทั้งนี้เพราะไม่ว่าผู้ใดจะมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ก็ทำให้เกิดความวุ่นวาย มีข้อขัดแย้งมากและต้องยุบสภาบ่อย รัฐบาลหรือรัฐสภาต้องออกจากตำแหน่งและมีการเลือกตั้งใหม่อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เสียงบประมาณ ดังนั้นนักรัฐศาสตร์และนักนิติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสจึงได้พัฒนารูปแบบการปกครองโดยผสมผสานกันระหว่างระบอบรัฐสภาและระบอบประธานาธิบดี ทั้งนี้ได้มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส พ.ศ. 2493 และมีการแก้ไขในปี พ.ศ. 2505 อีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395107799/78ba66f9088afd35c92c015bc94c9e10/269860309_404740371170906_6312121460665676500_n.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 03:58:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961534188</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961547889</link>
         <description><![CDATA[<div>จีนปฏิรูปที่ดินเพื่อการเคลื่อนไหวที่เรียกกันโดยย่อจีนTǔgǎi (土改) เป็นแคมเปญโดยผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตงในช่วงปลายของสงครามกลางเมืองจีนและต้นสาธารณรัฐประชาชนจีน การรณรงค์ที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมหมู่ของเจ้าของบ้านโดยผู้เช่าและการกระจายที่ดินให้แก่ชาวนา จำนวนโดยประมาณของผู้เสียชีวิตจากการเคลื่อนไหวมีตั้งแต่หลายแสนคนไปจนถึงหลายล้านคน ในแง่ของการประเมินของพรรคคอมมิวนิสต์โจวเอินไหลมีผู้เสียชีวิตประมาณ 830,000 คนและเหมาเจ๋อตงคาดว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 2 ถึง 3 ล้านคน เจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินเผยแพร่กฎหมายปฏิรูปที่ดินแก่ชาวนาในปี 2493 บรรดาผู้ที่ถูกฆ่าตายเป็นเป้าหมายบนพื้นฐานของพวกเขาระดับชั้นทางสังคมมากกว่าบนพื้นฐานของพวกเขาเชื้อชาติ neologism classicide ถูกใช้เพื่ออธิบายการสังหาร ชั้นกระตุ้นการฆาตกรรมต่อเนื่องเกือบตลอด 30 ปีของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจในเมารีประเทศจีนและในตอนท้ายของการปฏิรูปชั้นเจ้าของบ้านที่ได้รับการตัดออกส่วนใหญ่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่หรือไม่ก็หนีไปไต้หวัน 1953 โดยการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้วยกเว้นในซินเจียง ทิเบต ชิงไห่ และมณฑลเสฉวน ตั้งแต่ปีพ. ศ. 2496 เป็นต้นมาพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) เริ่มดำเนินการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ถูกเวนคืนร่วมกันผ่านการสร้าง "สหกรณ์การผลิตทางการเกษตร" โดยโอนสิทธิในทรัพย์สินจากชนชั้นเจ้าของบ้านเดิมไปยังรัฐจีน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395107799/7b1dc1cfb9d59e8cf056321aed174c7d/265591713_619733765911066_446656861022533518_n.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 04:12:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961547889</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961556912</link>
         <description><![CDATA[<div>นโยบายสี่ทันสมัย Four Modernization</div><div>เป้าหมายของนโยบาย&nbsp; 4&nbsp; ทันสมัยคือการพัฒนาจีนให้เป็นประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัย &nbsp;</div><div>• เกษตรกรรม. • อุตสาหกรรม. • การทหาร. • วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี&nbsp;</div><div>ในระยะสั้นนโยบายสี่ทันสมัยดูจะประสบความสำเร็จที่น่าตื่นตา&nbsp; ชาวนามีรายได้ดีขึ้น &nbsp; กรรมกรก็เช่นกัน&nbsp; การผลิตก็มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางด้านความสัมพันธ์ทางการผลิตอาจส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง&nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมกรรมกรในโรงงานมีอิสระเสรีและบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจร่วมกับผู้จัดการของโรงงานในการผลิต&nbsp; ชาวนาก็มีอิสระในการตัดสินใจด้านการผลิตมากขึ้น&nbsp; ความอิสระในการประกอบการภายใต้โครงสร้างสังคมนิยม&nbsp; อาจนำไปสู่ประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม คือการมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎเกณฑ์กติกาอยู่ร่วมกันด้วยระบบกฎหมายที่ชัดเจน&nbsp; รวมทั้งการแบ่งงานที่ชัดเจนกว่าเดิมระหว่างพรรค&nbsp; ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล&nbsp; สภาประชาชน&nbsp; ศาล&nbsp; รวมทั้งการสนับสนุนให้ประชาชนกล้าริเริ่มในกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ ที่ไม่ขัดต่อระบบสังคมนิยมเกินไปนัก</div><div>ในขณะเดียวกัน&nbsp; นโยบายสี่ทันสมัยอาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการในระยะยาว&nbsp; เช่น</div><div>1.&nbsp; ปัญหาเงินเฟ้อ&nbsp; รัฐบาลจีนมีนโยบายที่จะลดการ&nbsp; subsidize&nbsp; สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเช่น&nbsp; น้ำมันพืช &nbsp; ข้าว &nbsp; เพราะรัฐไม่อาจแบกรับภาระได้อีกต่อไป &nbsp; รัฐคงปล่อยให้ราคาสินค้าเหล่านี้ลอยตัวตามสภาพที่เป็นจริงของความต้องการ&nbsp; ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้สินค้าเหล่านี้มีราคาสูงขึ้นจนอาจทำให้ประชาชนที่มีรายได้คงที่ไม่พอใจ</div><div>2.&nbsp; ปัญหาความแตกต่างเหลือมล้ำระหว่างครอบครัวในชนบท&nbsp; ระบบความรับผิดชอบในการผลิตภาคเกษตร&nbsp; ทำให้ครอบครัวชาวนาที่ขยันขันแข็ง &nbsp; หรือมีแรงงานมากสามารถผลิตได้มากกว่าโควต้าที่กำหนดในสัญญา&nbsp; ทำให้มีรายได้มากขึ้น&nbsp; ความแตกต่างทางด้านรายได้อาจนำไปสู่การเห็นแก่ตัวมากขึ้น &nbsp; ความไม่พอใจในความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมอาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งในสังคมก็ได้</div><div>3. &nbsp; ปัญหาความแตกต่างทางรายได้ระหว่างอาชีพ &nbsp; การปฏิรูปในภาคเกษตรกรของ</div><div>นโยบาย&nbsp; 4&nbsp; ทันสมัย&nbsp; ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น&nbsp; บางครอบครัวหรือบางหมู่บ้านอาจมั่งคั่ง&nbsp; ในขณะที่เจ้าหน้าที่พรรค&nbsp; หรือรัฐบาลซึ่งได้รับเงินเดือนที่คงที่ไม่มีโอกาสหา&nbsp; “ลำไพ่”&nbsp; อื่น ๆ และไม่สามารถมั่งคั่งได้เหมือนชาวนา&nbsp; ความแตกต่างทางรายได้ดังกล่าวอาจเป็น&nbsp; “ระเบิดเวลา”&nbsp; ที่คอยการระเบิดอยู่ก็เป็นได้ในอนาคต &nbsp;</div><div>4.&nbsp; ปัญหาความแตกต่างระหว่างเขตที่มีการลงทุนสูงกับเขตที่มีการลงทุนต่ำ&nbsp; หรือไม่</div><div>มีการลงทุน &nbsp; ในปัจจุบันนี้การลงทุนทางด้านต่าง ๆ&nbsp; มักอยู่ในบริเวณมณฑลชายฝั่งทะเล&nbsp; ซึ่งมีการคมนาคมขนส่งสะดวก&nbsp; รายได้ของประชาชนในมณฑลเหล่านี้จะสูงกว่าในมณฑลที่อยู่ลึกเข้าไป&nbsp; ซึ่งไม่ค่อยมีการลงทุน&nbsp; ความแตกต่างเหลื่อมล้ำในรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างมณฑลอาจนำไปสู่ความตึงเครียดและขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต</div><div>รู้สึกว่าทางฝ่ายจีนก็ตระหนักดีถึงปัญหาและไม่กลัวปัญหาเท่าไรนัก &nbsp; โดยเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขได้&nbsp; ในปัจจุบันนี้ &nbsp; จีนยอมให้มีความแตกต่างหรือความมั่งคั่ง&nbsp; โดยหวังว่าความแตกต่างนี้จะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ครอบครัวอื่น ๆ เอาอย่างหรือขยันขันแข็ง&nbsp; หรือทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp; ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโดยส่วนรวมดีขึ้น &nbsp; สำหรับข้าราชการซึ่งมีเงินเดือนประจำนั้น&nbsp; รัฐบาลอาจเพิ่มค่าครองชีพให้&nbsp; เพื่อช่วยให้มีชีวิตที่ดีพอควร&nbsp; และในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มณฑลที่ร่ำรวยช่วยเหลือมณฑลที่ล้าหลังหรือด้อยพัฒนา</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395107799/a44beaa5b63b0627fce4ac1ed4ca6e9b/264145457_283148033780321_6402336949536401519_n.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 04:21:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961556912</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961563056</link>
         <description><![CDATA[<div>ลัทธิขงจื๊อ หรือ ศาสนาขงจื๊อหรือ ลัทธิหยู เป็นระบบด้านจริยธรรมและปรัชญาของจีน ซึ่งพัฒนาจากการสอนของขงจื๊อ (551 - 479 ปีก่อน ค.ศ.) นักปรัชญาชาวจีน ลัทธิขงจื๊อถือกำเนิดขึ้นเป็น "งานสอนด้านจริยธรรม-สังคมการเมือง" ในยุคชุนชิว แต่ภายหลังพัฒนาส่วนที่เป็นอภิปรัชญาและจักรวาลวิทยาในสมัยราชวงศ์ฮั่น หลังการละทิ้งลัทธิฟาเฉียในประเทศจีนหลังราชวงศ์ฉิน ลัทธิขงจื๊อได้กลายมาเป็นอุดมการณ์แห่งรัฐอย่างเป็นทางการของจีน กระทั่งถูกแทนที่ด้วย "หลัก 3 ประการแห่งประชาชน" ของนายแพทย์ ซุนจงซาน เมื่อมีการสถาปนาสาธารณรัฐจีน ตามด้วยคอมมิวนิสต์ลัทธิเหมาหลังสาธารณรัฐจีนถูกแทนที่ด้วยสาธารณรัฐประชาชนจีนในจีนแผ่นดินใหญ่ มนุษยนิยมเป็นแก่นของลัทธิขงจื๊อ&nbsp; ซึ่งเป็นความเชื่อที่ว่า มนุษย์สามารถสอน พัฒนาและทำให้สมบูรณ์ได้ผ่านความพยายามส่วนตนและร่วมกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝึกตนและการเกิดขึ้นเอง (self-creation) ลัทธิขงจื๊อมุ่งเน้นการพัฒนาคุณธรรมและการธำรงรักษาจริยธรรม โดยมีหลักพื้นฐานที่สุด คือ เหริน (rén) ยี่ (yì) และหลี่ (lǐ) เหรินเป็นข้อผูกมัดปรัตถนิยมและความมีมนุษยธรรมแก่ปัจเจกบุคคลอื่นภายในชุมชน ยี่เป็นการค้ำจุนความชอบธรรมและอุปนิสัยทางศีลธรรมในการทำดี และหลี่เป็นระบบจารีตและความเหมาะสมซึ่งตัดสินว่า บุคคลควรปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสมภายในชุมชน&nbsp; ลัทธิขงจื๊อถือว่า บุคคลควรยอมถวายชีวิตให้ หากจำเป็น เพื่ออุทิศแก่การค้ำจุนค่านิยมทางศีลธรรมหลัก เหรินและยี่ ผู้นับถือลัทธิขงจื๊ออาจเป็นผู้เชื่อในศาสนาพื้นบ้านของจีนด้วยก็ได้ เพราะลัทธิขงจื๊อเป็นอุดมการณ์มนุษยนิยมและอเทวนิยม และไม่ข้องเกี่ยวกับความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติหรือในพระเจ้าที่มีตัวตน หลายวัฒนธรรมและประเทศได้รับอิทธิพลอย่างมากจากลัทธิขงจื๊อ รวมทั้ง จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม เช่นเดียวกับอีกหลายดินแดนที่ชาวจีนเข้าไปตั้งรกรากจำนวนมาก เช่น สิงคโปร์ แม้แนวคิดลัทธิขงจื๊อจะแพร่หลายในพื้นที่เหล่านี้ มีคนส่วนน้อยนอกแวดวงวิชาการที่ระบุว่าตนเองเป็นผู้นับถือลัทธิขงจื๊อ&nbsp; และกลับเห็นว่าจริยศาสตร์ขงจื๊อเป็นแนวปฏิบัติเติมเต็มสำหรับอุดมการณ์และความเชื่ออื่นมากกว่า ซึ่งมีทั้งประชาธิปไตย มากซิสต์ ทุนนิยม ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และศาสนาพุทธ</div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.thaigoodview.com/files/u32340/1-confucius2.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 04:27:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961563056</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961568085</link>
         <description><![CDATA[<div>กลางศตวรรษที่ 20 ประเทศจีนที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูบ้านเมือง กำลังเผชิญกับปัญหาการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962-1972 เป็นช่วงที่จำนวนประชากรสูงมาก อัตราเฉลี่ยเด็กเกิดใหม่ของจีนอยู่ที่ประมาณ 26.6 ล้านคน/ปี เมื่อรวมยอดแล้วมีการเกิดใหม่สูงถึง 300 ล้านคน ถึงปี ค.ศ. 1969 จำนวนประชากรของจีนมีมากกว่า 800 ล้านคน<br>ปี ค.ศ. 1979 รัฐบาลจีนโดยการนำของเติ้งเสี่ยวผิงริเริ่ม “นโยบายลูกคนเดียว” เพื่อควบคุมจำนวนประชากรไม่ให้เพิ่มขึ้นมากเกินไป เพราะจีนยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูประเทศ และเพิ่งผ่านสงครามภายในและภายนอกประเทศ ทรัพยากรจำนวนมากถูกทำลาย ประชาชนเผชิญกับความอดอยากอย่างรุนแรง<br>นโยบายลูกคนเดียว อนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียง 1 คน ยกเว้นครอบครัวในชนบทที่ได้รับอนุญาตให้มีลูก 2 คนได้ในกรณีที่ลูกคนแรกเป็นผู้หญิง และครอบครัวที่เป็นชนกลุ่มน้อยก็สามารถมีลูกมากกว่าหนึ่งคนได้ แม้จะขัดกับความคิดดั้งเดิมของชาวจีนที่นิยมมีลูกมาก แต่ครอบครัวใดฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษตามกฎหมาย ด้วยการปรับเป็นเงินในรูปแบบของค่าบำรุงสังคม, หากเป็นข้าราชการหรือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ โทษที่รุนแรงอาจถึงไล่ออกจากงาน ฯลฯ<br>นับตั้งแต่เริ่มนโยบายลูกคนเดียวในปี ค.ศ. 1979 อัตราการเกิดของจีนก็ลดน้อยอย่างต่อเนื่อง การควบคุมจำนวนประชากรดังกล่าวยังช่วยลดปัญหาการขาดแคลนปัจจัยการดำรงชีวิตพื้นฐาน สร้างสังคมที่มีมาตรฐานพออยู่พอกิน<br>แม้นโยบายลูกคนเดียวจะช่วยลดจำนวนประชากรได้สำเร็จ แต่ก็ได้สร้างปัญหาหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น การทำแท้งในเมื่อทราบว่าทารกในครรภ์เป็นเพศหญิง เนื่องจากค่านิยมของชาวจีนตั้งแต่อดีตให้ความสำคัญกับการมีลูกชายมากกว่า เพราะเป็นผู้สืบสกุล นั่นคือผลในระยะสั้นที่เห็นผลแทบทันที<br>หากยังมีผลในระยะยาวตามมาอีก เช่น ภาวะขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลง ในปี ค.ศ. 2012 มีประชากรวัยทำงานลดลงมากกว่า 3.45 ล้านคน ทั้งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องและมีความรุนแรงมากขึ้น, การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากสัดส่วนที่ต่างกันมากระหว่างเด็กเกิดใหม่กับผู้สูงอายุ, สัดส่วนประชากรเพศชายมีมากกว่าเพศหญิง ล่าสุดในปี ค.ศ. 2020 ประชากรชายมีมากกว่าประชากรหญิงไปมากถึง 34.9 ล้านคน ฯลฯ<br>ถึงปี ค.ศ. 2011 รัฐบาลผ่อนผันให้คู่สามีภรรยาที่ต่างเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวมีลูก 2 คนได้ในบางพื้นที่ ในปี ค.ศ. 2013 อนุญาตให้คู่สามีหรือภรรยาคนใดคนหนึ่งที่เป็นลูกคนเดียวมีลูก 2 คนได้ และในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2016 นโยบายลูกคนเดียวก็ยกเลิกการบังคับใช้ทั้งประเทศ<br>ทางการหวังว่าจากนี้จำนวนประชากรจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อแก้วิกฤตขาดแคลนแรงงานและวิกฤติผู้สูงอายุที่สะสมมาหลายสิบปี หากในความเป็นจริงอัตราเด็กเกิดใหม่ยังไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร คู่สามีภรรยาจำนวนมากเห็นว่า หากมีลูกอีกคนจะเลี้ยงให้ดีไม่ไหวในสภาวะที่เศรษฐกิจและค่าครองชีพสูงเช่นนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395107799/85ecb43d3bf28cacddc07dbef0a8b755/263197251_2193339470829556_2303406167095896164_n.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 04:32:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961568085</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961592340</link>
         <description><![CDATA[<div>ในสังคมยุคเริ่มแรกของจีน ชนชั้นบรรดาศักดิ์จะต้องประพฤติปฏิบัติตาม "กฎแห่งจารีต" ของตนส่วนชนชั้นรากหญ้าต้องอยู่ภายในกฎเกณฑ์ที่ชนชั้นบรรดาศักดิ์กำหนดไว้หากฝ่าฝืนจะต้องรับโทษตาม "กฎแห่งโทษทัณฑ์" หลักการเช่นนี้จะส่งผลดีต่อการควบคุมประชากรแต่ก็ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างชนชั้นวรรณะต่างๆ อย่างยิ่งยวด ชนชั้นปกครองยุคเริ่มแรกของราชวงศ์โจวซึ่งเป็นราชวงศ์ลำดับที่สามตามประวัติศาสตร์จีนได้ตรากฎหมายหลายฉบับเพื่อรองรับค่านิยมในความเป็นบุตรหัวปี เช่น ค่านิยมเรื่องความกตัญญู โดยกฎหมายฉบับเริ่มแรกที่สุดฉบับหนึ่งของจีนที่เชื่อกันว่าเป็นของแท้ คือ ประมวลพระราชโองการของพระเจ้าโจวอู่หวังที่มีไปถึงเจ้าฟ้าชายพระองค์น้อยสำหรับเป็นแนวทางในการจัดระเบียบศักดินา ชื่อว่า "คังเก้า" "พระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม" ต่อมาในระหว่างช่วงหกศตวรรษก่อนคริสต์ศาสนา แคว้นต่าง ๆ ที่พากันแยกตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อราชวงศ์โจว ได้จัดทำประมวลกฎหมายอาญาเป็นของตนและจารึกไว้บนกาน้ำสาริดซึ่งหลงเหลือซากมาถึงทุกวันนี้ เช่น ประมวลกฎหมายอย่างน้อยสองฉบับของแคว้นเจิงที่มีอายุราว 536-504 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยฉบับแรกปรากฏบนกาน้ำ และอีกฉบับบนไม้ไผ่ ในจำนวนประมวลกฎหมายที่ตราขึ้น ณ ช่วงนี้ ชุดประมวลกฎหมายแห่งแคว้นเว่ยซึ่งร่างโดยลี้กุย นับว่ามีชื่อเสียงที่สุด การจัดทำประมวลกฎหมายดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ชนชั้นปกครองพยายามจะปฏิรูปอำนาจการปกครองของส่วนกลางให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบุรุษหลายคน เช่น ขงจื้อ ว่าทำให้ระบบชนชั้นวรรณะเสื่อมลง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1395107799/38166f8fbfb4a0b1f7925f2055479f02/267601969_4987080207976856_2981878979726892670_n.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 04:57:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961592340</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รายชื่อสมาชิก กลุ่มที่ 1 ไขความลับประวัติศาสตร์จีน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961833345</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ด.ญ.สรัลรัตน์ คงภักดี เลขที่ 3&nbsp;<br>2. ด.ญ.ชนนิกานต์ ตราศรี เลขที่ 6<br>3. ด.ญ.จิรัชญา แซ่เหล้า เลขที่ 9<br>4. ด.ญ.แพรวา อักษรวงศ์ เลขที่ 16<br>5. ด.ญ.ญาณัจฉรา สุขเยาว์ เลขที่ 17<br>6. ด.ญ.พิมพิศา รักราวี เลขที่ 20<br>7. ด.ญ.ธนัชพร ศรีสว่าง เลขที่ 22&nbsp;<br>8. ด.ญ.ณัฐณิชา ดีใหม่ เลขที่ 25<br>9. ด.ญ.นันท์นภัส ทองถึง เลขที่ 26<br>10. ด.ญ.สุภาภรณ์ ใจรื่น เลขที่ 28<br>11. ด.ช.กชพงศ์ มากบุญ เลขที่ 30<br>12. ด.ช.จักรพันธ์ บูรพา เลขที่ 31&nbsp;<br>13. ด.ช.สรวิศ ศักดิ์จิรพาพงษ์ เลขที่ 38<br>14. ด.ช.ภาณุวัฒน์ ช่วยบำรุง เลขที่ 40&nbsp;<br>15. ด.ญ.ปิยฉัตร นุ้ยเจริญ เลขที่ 45</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-23 09:35:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1961833345</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1962035030</link>
         <description><![CDATA[<div>อาณัติ​เเห่งสว​รร​ค์ คือความชอบธรรม​ที่​สวรรค์​มอบ​ให้​เเก่มนุษย์​คนหนึ่​ง​ ให้​มีอำนาจ​ในการปกครองประชาชน​ มีลักษณะ​ใกล้เคียงกับเเนวคิดเทวสิทธิราชย์​ในปรัชญา​การเมือง​ตะวันตก<br>ปลายราชวงศ์​ซาง​ พระเจ้าโจ้ไม่ปกครองเเผ่นดินอย่างสุจริต​ ทรงใช้​จ่าย​สุรุ่ยสุร่าย​ ผู้​นพชนเผ่าโจวจึงร่วมกับผู้นำเผ่าอื่นๆ​ โค่นล้มราชวงศ์​ซางลง​ จีฟาหัวหน้าเผ่าโจวก่อตั้ง​ราชวงศ์​ขึ้นสถาปนาตนเองขึ้นเป็​นพระเจ้าโจวอู่​ ปฐมกษัตริย์​เเห่ง​ราชวงศ์​โจว เเต่เนื่องจากพระเจ้าฌจวอู่มาจากต่างเผ่า​ ทำให้​ประชาชน​ในภาคกลางไม่ยอมรับความชอบธรรมของพระองค์<br>พระเจ้าโจวอู่ต้องการยืนยันความชอบธรรม​ในการปกครองเเผ่นดิน​ จึงได้บัญญัติ​ศัพท์​ชุดหนึ่ง​ คือ​ "อาณัติ​เเห่ง​สว​รร​ค์" เเละ​ "โอรสเเห่งสวรรค์" อาณัติ​เเห่ง​สว​รร​ค์​ หมายถึง​การที่สวรรค์​ได้​มอบหมายให้บุคคล​หนึ่งมีสิทธิอำนาจ​ในการปกครอง​เเผ่นดิน​ ผู้​ได้รับอาณัติ​สว​รร​ค์​ จึง​มีสถานะ​เป็น​ "โอรสเเห่งสวรรค์" เป็น​สื่อกลางระหว่าง​สวรรค์​กับ​ประชาชน​บนแผ่นดิน​โลก​ ผู้ที่จะได้รับอาณัติ​สวรรค์​จะต้องมี​ คุณธรรม​ ปกครอง​ราษฎร​ให้​เป็น​สุข<br>แนวคิดนี้เป็​นที่ยอมรับอย่่างมากในหมู่ประชาชน​ เเม้สิ้นราชวงศ์​โจวไปเเล้ว​ พระมหากษัตริย์​และ​จักรพรรดิ​จีนสมัย​หลังๆ​ ยังคงอ้างความชอบธรรม​จากอาณัติ​สวรรค์​นี้สืบมา​</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1507626560/eb7eaba35f709f23e0a062582113220d/IMG_20211221_211437.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 13:15:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/lufee21211/1deua6t0k2gglelv/wish/1962035030</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
